ตอนที่ ๖๖ วลายุดาครองเมืองสินชัย

๏ จะกล่าวถึงพระวลายุดาราชอุปราชลังกาครูพาหนี
แปลงเป็นพราหมณ์ตามเขาชาวบุรีครั้นถึงพิธีถีบชิงช้ายัมพาวาย
กับเพื่อนพราหมณ์สามคนล้วนหนุ่มรุ่นชื่อพิรุณเภรินกระสินธุ์สหาย
ไปโบสถ์พราหมณ์ตามวิสัยไหว้นารายณ์ทั้งหญิงชายพร้อมพรั่งตั้งพิธี
โปรยข้าวตอกดอกไม้ที่ในโบสถ์ด้วยมาโนชน้อมประณตบทศรี
เห็นนางงามยามรุ่นบุญจารีลูกเศรษฐีแลมาปะตากัน
พระวลาตาแลทำแบหัตถ์นางแจ้งอรรถหยิบหมากมาจากขัน
วางแล้วแลแบมือกระพือควันต่างผูกพันพิสมัยนัยนา
พระปิดเนตรเหตุจะถามถึงนามบ้านนางตั้งพานขันน้ำทำปริศนา
ครั้นเสร็จกิจพิธีต่างลีลาพระกลับมาถิ่นฐานรำคาญใจ
จึงไปเรือนเพื่อนพราหมณ์สามสหายบอกอุบายพรายแพร่งแถลงไข
เหมือนทำใบ้ไต่ถามบอกความในว่าบ้านใกล้นัทีมีสะพาน
รู้จักนางบ้างหรือเจ้าจงเล่าแจ้งจะแอบแฝงฝากรักสมัครสมาน
ฝ่ายสามพราหมณ์ห้ามเห็นไม่เป็นการตรงนั้นบ้านท่านเศรษฐีมั่งมีนัก
บุญจารีที่นั่งแอบหลังแม่เราก็แลเห็นอยู่เคยรู้จัก
บ้านเขาใหญ่ไพร่ล้อมอยู่พร้อมพรักจะลอบลักลึกซึ้งไม่ถึงนาง ฯ
๏ พระรู้แจ้งแหล่งหลักรู้จักชื่อเห็นสุดมือมีสมบัติเราขัดขวาง
กลับมาตึกนึกหมายเสียดายนางจะทำอย่างไรหนอคิดท้อใจ
พอจวนเย็นเจนธนูครูมาถึงพูดจาจึงบอกแจ้งแถลงไข
ให้รู้ความตามประสงค์จำนงในได้บอกใบ้ใช้ปัญญาน่าเสียดาย
เจนธนูรู้เหตุว่าเศรษฐีเขามั่งมีแม้นได้สมอารมณ์หมาย
ได้พึ่งทรัพย์ยับยั้งพอตั้งกายถึงมากมายมันระวังก็ช่างมัน
จะพาไปให้ถึงเหมือนหนึ่งนึกวันนี้ดึกเดือนบ่ายจะผายผัน
แล้วอวยพรสอนวิชาสารพันที่สำคัญเข้าออกบอกอุบาย ฯ
๏ พระวลายุดาได้ไสยเวทแสนวิเศษสมจิตที่คิดหมาย
จึ่งชำระสระสนานสำราญกายพอเดือนบ่ายได้ฤกษ์เบิกบัตรพลี
เจนธนูครูพาวลาเสด็จไม่ขามเข็ดเข้าบ้านท่านเศรษฐี
ขึ้นตึกค้นจนทั่วด้วยตัวดีเห็นสาวรุ่นบุญจารีนอนที่เตียง
พอพบเห็นเจนธนูครูก็กลับคนยังหลับเงียบเชียบไม่เกรียบเสียง
วลายุดาฝรั่งขึ้นนั่งเคียงแสงตะเกียงแก้วสว่างกระจ่างโคม
พินิจนางช่างแฉล้มเหมือนแย้มยิ้มดูนุ่มนิ่มแน่งน้อยแช่มช้อยโฉม
ยังครัดเคร่งเปล่งปลั่งกำลังโลมเมื่อพบนางอย่างจะโน้มเสน่ห์ใน
ยามเจ้าตื่นชื่นชมก็คมขำเมื่อหลับล้ำเลขาจะหาไหน
พลางสวมสอดกอดจูบโลมลูบไล้นางหวาดไหวหวีดฟื้นกลับตื่นนอน
เห็นพระวลายุดาจำหน้าแน่ชำเลืองแลหลีกกายสายสมร
พระอิงแนบแอบอุ้มกอดกุมกรนางคมค้อนขวยเขินสะเทิ้นใจ
นี่อยู่อยู่จู่มาเวลาค่ำมิหนำซ้ำลูบจับทั้งหลับใหล
ยังไม่วางช่างไม่เก้อเอออะไรเดี๋ยวก็ได้ร้องบอกเขาดอกคะ
โอ้เนื้ออุ่นบุญจารีของพี่เอ๋ยเป็นบุญเคยวาสนาให้มาปะ
เมื่อเข้าไปในโบสถ์สมโภชพระเหมือนเจ้าจะรับรักจึงหักอาย
อุตส่าห์มาหาน้องในห้องตึกใจก็นึกว่าจะสมอารมณ์หมาย
แม่ปลื้มใจไม่เอ็นดูก็สู้ตายตามแต่สายสุดสวาทเถิดชาตินี้
ถึงไม่ร้องน้องจะฆ่าด้วยอาวุธไม่ม้วยมุดก็ไม่อางขนางหนี
เมื่อไหนไหนไม่ตลอดรอดชีวีก็ตามทีเถิดจะกอดจนวอดวาย
พลางโลมลูบจูบซ้ำว่ากรรมเอ๋ยไม่อิ่มเลยเหลือจะหักให้รักหาย
อุ้มโอบแอบแนบนางเชยปรางซ้ายแล้วก็ย้ายจูบขวาว่ายาใจ
นางบ่นว่าน่าเบื่อทำเหลือล้ำจนแก้มช้ำกรรมเอ๋ยกรรมจะทำไฉน
หยุดเถิดคะจะขอถามอย่าลามไปเธอชื่อไรใคร่รู้จักศักดิ์ตระกูล
ฉันเป็นหญิงสิ่งสำหรับอัประยศเพราะชายปลดเปลื้องไว้แล้วไปสูญ
จงแจ้งนามตามวงศ์พงศ์ประยูรอนุกูลให้ตลอดอย่าทอดทิ้ง ฯ
๏ พระว่าพี่นี้ก็แสนยากแค้นนักต้องลักรักลอบกอดแม่ยอดหญิง
จะพรายแพร่งแจ้งความแต่ตามจริงพี่อยู่สิงหลฝรั่งเมืองลังกา
ร่วมภิเษกเอกองค์อุปราชเฉลิมบาทบทเรศพระเชษฐา
แล้วเล่าความตามเรื่องพลัดเมืองมาเที่ยวตามหาก็ไม่พบประสบกัน
มาเห็นนุชสุดสวาทฉลาดแหลมโฉมแฉล้มแก้มคางดั่งนางสวรรค์
ทั้งรักพักตร์รักปัญญาสารพันเหมือนน้องลั่นศรรักมาปักทรวง
ไปลับนางกลางคืนสะอื้นอกเหมือนหนึ่งยกเมรุไกรไศลหลวง
ไม่เห็นใครในแผ่นดินสิ้นทั้งปวงจะเด็ดดวงดอกฟ้าให้ยาใจ
จึ่งลอบมาหาเจ้าเยาวลักษณ์เพราะห้ามรักหักรักหักไม่ไหว
ได้กอดเกยเชยประโลมโฉมวิไลเพราะรักใคร่ใจจริงทุกสิ่งอัน
พอพบปะพระเชษฐานัดดาแล้วจะรับแก้วกลอยใจไปไอศวรรย์
ได้ครองคู่ชูชื่นทุกคืนวันไม่ทิ้งขวัญเนตรน้องให้หมองใจ ฯ
๏ นางฟังคำร่ำเล่าเศร้าสลดซบกำสรดโศกาน้ำตาไหล
ไม่พูดจาว่าขานประการใดสะอื้นไห้ฮักฮักซบพักตรา
พระสอดกรช้อนโฉมประโลมปลอบเจ้างามประกอบแก้วเนตรของเชษฐา
อย่าร้องไห้ไปเลยเงยพักตราช่วยพูดจาชี้แจงให้แจ้งใจ
หรือเห็นพี่นี้ยากมาฝากรักจะขายพักตร์พวกพ้องพี่น้องไฉน
จะปกปิดคิดอ่านประการใดจะตามใจไม่ขัดอัธยา ฯ
๏ นางนบนอบตอบคำว่ากรรมน้องที่จะต้องสิ้นชาติวาสนา
ด้วยสัจจังตั้งใจแต่ไรมาถ้าแม้นว่าผัวมีเหมือนชีวัน
จะไปไหนไปด้วยจนม้วยมอดแม้นผัวทอดทิ้งหย่าจะอาสัญ
เดี๋ยวนี้พระจะต้องไปเสียไกลกันอันน้องนี้ชีวันจะบรรลัย
พลางนอบนบซบสะอื้นไม่ฝืนพักตร์พระแสนรักรับขวัญอย่าหวั่นไหว
เจ้างามนามงามจริตงามจิตใจจะหาไหนได้เหมือนน้องละอองนวล
อันชาตินี้มิตายไม่วายรักจะเฝ้าฟักฟูมประคองครองสงวน
ไม่ทอดทิ้งมิ่งขวัญให้รัญจวนอย่าหมองนวลนึกหมายจะวายปราณ
แต่ครั้งนี้พี่ยาจะจากน้องด้วยจะต้องตามหาเชษฐาหลาน
ไม่เลยละจะให้สัจปัฏิญาณพอเสร็จการแล้วจะกลับมารับน้อง
ถึงเดี๋ยวนี้พี่มาจูบโลมลูบไล้เจ้าก็ไม่เสียตัวถึงมัวหมอง
จะผ่อนตามทรามสงวนนวลละอองให้น้องครองสัจจังเหมือนดังใจ
แม้นสำเร็จเสร็จสมอารมณ์พี่น้องไม่มีที่สนิทพิสมัย
จะหาผู้สู่ขอคิดต่อไปนี่จนใจจำลาสุดาจร ฯ
๏ นางฟังสั่งดังจะดิ้นสิ้นชีวิตดังกรดกริชตรึงทรวงดวงสมร
เข้าหยิกข่วนหวนแค้นด้วยแสนงอนสะอื้นอ้อนข้อนอุราแล้วพาที
มาลอบเล่นเคล้นคลำจนช้ำชอกยังจะออกองค์อางขนางหนี
แก้มก็แดงแกล้งให้เป็นถึงเช่นนี้จะให้มีอื่นอีกจะหลีกไป
ถึงแม้นพระจะเอามีดมากรีดเนื้อแล้วแล่เถือชิ้นเชือดให้เลือดไหล
ไม่เหมือนคำซ้ำเหน็บให้เจ็บใจแม้นพระไม่เมตตาจะลาตาย
นี่กอดจูบลูบคลำทำหม่อมฉานเชิญคิดอ่านแก้ไขเสียให้หาย
จะหายแค้นแม้นยังมีราคีคายไม่หายอายก็ไม่ให้พระไคลคลา ฯ
๏ พระตอบว่าสารพัดไม่ขัดขืนจะจูบคืนเสียให้หายทั้งซ้ายขวา
จะปัดเป่าเต้าน้องที่ต้องตาให้ปลั่งเปล่งเต่งอุราอย่าปรารมภ์
พลางสวมสอดกอดเกยชมเชยชิดถนอมอุ้มจุมพิตสนิทสนม
นางว่ากรรมซ้ำให้น่วมบวมระบมจะขืนข่มเหงให้ฉันได้อาย
พระแนบนางพลางว่าน้องอย่าข้องขัดที่วิบัติปัดไถมจะได้หาย
จริงจริงนะประเดี๋ยวนี้แม้นมิคลายจึงเจ้าสายสวาทว่าให้สาใจ ฯ
๏ นางว่าเบื่อเหลือห้ามตามเถิดคะตามแต่พระจะประจานหม่อมฉันไฉน
พระเกี้ยวกอดสอดคล้องทำนองในนางเมินไม่ข้องขัดถึงอัศจรรย์
แมงภู่ผอมหอมกลิ่นก็บินรีบลงแหวกกลีบเกลือกกลั้วกลิ่นบัวผัน
แล้วโผนเผ่นเฟ้นระบัดสัตตบรรณฟ้าก็ลั่นก้องกระหึมครึกครึมคราง
สุนีบาตฟาดเสียงเปรี้ยงเปรี้ยงซ้ำถูกกลางลำเรือแขกแยะแยกผาง
ทั้งน้ำฝนปนน้ำเค็มเต็มระวางเหมือนแนบนางหนุ่มสาวไม่หาวนอน ฯ
๏ ฝ่ายนางบุญจารีได้มีผัวชื่นเหมือนบัวบานแย้มแซมเกสร
ระทวยทับกับพระเพลาเฝ้าฉะอ้อนนางวิงวอนผ่อนผันจำนรรจา
เพราะรักใคร่ในพระองค์ลุ่มหลงเล่ห์อย่าเริศร้างห่างเหเสน่หา
พระไปไหนให้น้องรองบาทาจนชีวาวอดวายเหมือนหมายใจ
อันเงินทองน้องเดี๋ยวนี้ก็มีมากพระตกยากหากประสงค์จำนงไฉน
ต่อสำเภาเลากาช่วยข้าไทจะจัดให้ไม่ขัดพระอัชฌา
พระสวมสอดกอดประทับแล้วรับขวัญอย่าหวาดหวั่นพรั่นจิตกนิษฐา
ถึงยากเย็นเป็นตายวายชีวาไม่ทิ้งแก้วแววตาอนาทร
เจ้าติตตามยามยากควรฝากชีพทั่วทวีปแว่นแคว้นไม่แม้นสมร
จวนรุ่งแล้วแก้วตาจะลาจรทินกรล่วงลับจะกลับมา
พลางโลมลูบจูบสั่งกำลังรักนางผินพักตร์มาถวายทั้งซ้ายขวา
พระจากห้องล่องหนบังคนมาถึงที่ตึกปรึกษาท่านอาจารย์
ลูกเศรษฐีมีปัญญาเมตตาตอบได้ชิดชอบลอบลักสมัครสมาน
นางสั่งว่าเงินทองจะต้องการมากประมาณสักเท่าไรจะให้ปัน ฯ
๏ เจนธนูครูเอกเขนกสนองพบขุมทองทุกข์ร้อนพอผ่อนผัน
เอาทรัพย์มาใช้ที่นี้ทีละพันตัวเจ้านั้นหมั่นไปมาสู่หานาง
ธรรมดานารีที่มีคู่แม้นผัวชู้ห่างห้องมักหมองหมาง
ชอบเคล้าคลึงจึงจะยืดไม่จืดจางถ้าเริศร้างนางเมียมักเสียการ
เราจะเที่ยวเลี้ยวเลาะสืบเสาะหาผู้ใหญ่รู้วิชาคนกล้าหาญ
คนยากจนปรนไว้เหมือนให้ทานจึ่งคิดการใหญ่ได้เหมือนใจปอง ฯ
๏ พระวลาสานุศิษย์ว่าคิดชอบคำนับนอบแนะแน่กันแต่สอง
ลอบไปมาหานางเอาเงินทองไม่ขัดข้องซ่องสุมประชุมคน
เมื่อวันหนึ่งจึงพระวลายุดาเที่ยวไปคนเดียวเดินกลางทางถนน
เห็นบ่อน้ำทำประกอบไว้ชอบกลมีทั้งต้นมณฑาศาลาน้อย
ดอกไม้ดกรกร่มน่าชมชื่นระดะดื่นดอกดวงร่วงผอยผอย
ดูเหมือนสวนล้วนบุปผาระย้าย้อยหอมดอกสร้อยเสาวคนธ์สุมณฑา ฯ
๏ ฝ่ายนารีกรีกุนพึ่งรุ่นสาวผิวเนื้อขาวคมขำล้ำเลขา
เป็นลูกพราหมณ์สยัมภูรู้วิชาเป็นกำพร้าแม่ตายเสียหลายปี
เขามาขอพ่อจะใคร่ให้มีผัวนางขอตัวตามประสาเมินหน้าหนี
อย่าขืนใจให้นุญาตในชาตินี้จะขอมีคู่ครองตามต้องใจ
ฝ่ายพราหมณ์สยัมภูเอ็นดูบุตรให้เป็นยุติความตามวิสัย
นางซ่อนตัวกลัวเจ้าเมืองสินชัยแต่งคนใช้เก็บนางรูปร่างงาม
ปลูกต้นไม้ไว้รอบริมขอบบ้านใครต้องการซื้อบุปผาก็มาถาม
ได้พอกินสินค้าประสาพราหมณ์มีทาสสามสี่คนขายมณฑา ฯ
๏ วันนั้นบ่ายฝ่ายนางกรีกุนน้อยเดินคนเดียวเที่ยวสอยดอกบุปผา
ค่อยลัดแลงแฝงพุ่มผกามาถึงศาลาบ่อน้ำที่ทำไว้
เห็นหนุ่มน้อยช้อยแช่มแฉล้มเหลืองประดับเครื่องพรตพราหมณ์ตามวิสัย
ยิ่งแลเล็งเพ่งพิศยิ่งติดใจเป็นชายได้ลักขณาสง่างาม
คิดจะใคร่ไปหาสามิภักดิ์ฉวยถามทักเธอจะเมินนึกเขินขาม
ขยั้นจิตคิดตะลึงคะนึงความเหลือจะห้ามความรักหักอาลัย
จึงเดินออกนอกรั้วให้ตัวสั่นคิดพรั่นพรั่นหวั่นจิตหวิดหวิดไหว
ชูมาลีที่ถือดื้อเข้าไปนั่งลงไหว้ให้บุปผามณฑาทอง ฯ
๏ พระคำนับรับดอกไม้สงสัยจิตชำเลืองพิศผิวฉวีไม่มีหมอง
ดูรุ่นสาวขาวล้วนนวลละอองพระยิ้มย่องเยื้อนถามตามสงกา
พี่ขอบใจให้ดอกมณฑาหอมจะถนอมเหมือนหนึ่งเนตรของเชษฐา
ขอถามนามตามแปลกเมื่อแรกมาเจ้าแก้วตาตำแหน่งอยู่แห่งไร ฯ
๏ นางกรีกุนอุ่นจิตเห็นติดสอยเหลือบชม้อยค่อยค่อยแจ้งแถลงไข
บอกชื่อนามตามจริงทุกสิ่งไปจำความได้ปีระกามารดาตาย
บิดานามสยัมภูอยู่ในบ้านไร้วงศ์วานว่านเครือสิ้นเชื้อสาย
คืนนี้ฉันครั้นจะหลับเห็นคลับคล้ายสังเกตหมายเหมือนท่านผู้มารดา
มาบอกความยามฝันว่าวันนี้ชายเป็นที่พึ่งพักจักมาหา
จะหยุดยั้งนั่งแห่งนี้ที่ศาลาให้ฉันมาสามิภักดิ์ช่วยทักทาย
จึ่งคอยดูอยู่พอเห็นเหมือนเช่นบอกจึ่งเด็ดดอกมณฑาถือมาถวาย
แม้นเอ็นดูอยู่ก็อยากจะฝากกายตามแต่ชายเชษฐาจะปรานี ฯ
๏ พระชื่นชอบปลอบนางว่าอย่างยิ่งไม่ทอดทิ้งจริงนะน้องอย่าหมองศรี
จะหาไหนได้เหมือนนุชสุดสตรีเหมือนมาลีลอยฟ้ามายาใจ
ท่านมารดาปรานีให้พี่แล้วนะน้องแก้วมิ่งขวัญอย่าหวั่นไหว
ไม่เริศร้างห่างเหเสน่ห์ในจะรักใคร่ครองกันจนวันตาย
พลางลูบแก้มแย้มยิ้มว่านิ่มเนื้อเห็นไม่เบื่อเหลือจะหักให้รักหาย
พูดกับนางพลางดูเห็นผู้ชายนึกละอายถอยหลังมานั่งพิง ฯ
๏ ฝ่ายข้าเฝ้าเจ้าเมืองชำเลืองเห็นหยุดเขม้นแลดูเห็นผู้หญิง
งามประโลมโฉมเฉลาเห็นเพราพริ้งยิ่งพิศยิ่งงามพร้อมละม่อมละไม
จึ่งเข้าไปใกล้นางแล้วพลางถามเจ้านี่นามวงศ์วานอยู่บ้านไหน
บัดนี้ท้าวเจ้าบุรินทร์เมืองสินชัยสั่งมาให้หาไปเข้าในวัง ฯ
๏ นางฟังความคร้ามกลัวจนตัวสั่นเข้าแอบพันพระวลาเหลียวหน้าหลัง
พระห้ามว่าอย่าไปอื่นลุกยืนบังแล้วถามทั้งสี่นายฝ่ายเสนา
นี่เมียเราชาวบ้านร้านตลาดไม่ต้องราชการไฉนจะให้หา
หรือเกี่ยวข้องต้องคดีที่ภรรยาบาดหมายมามีชื่อหรือผิดตัว
ฝ่ายเสนีสี่นายเสียดายรูปจึ่งพูดลูบไล้ว่าเออเธอหรือผัว
จะวอดวายตายเปล่าอย่าเมามัวจงออกตัวเสียจะได้พ้นภัยพาล
นางรูปงามทรามสาวท้าวประสงค์ต้องเก็บส่งเข้าไปสิ้นทุกถิ่นฐาน
เหมือนเปลวไฟไหม้โพลงพระโองการใครทัดทานขัดขวางจะวางวาย ฯ
๏ พระตอบว่านารีนี้มีผัวก็หมองมัวไม่ควรจะทูลถวาย
เหมือนป้องปิดผิดพลั้งหลังจะลายจริงนะนายกราบทูลมูลิกา
ไม่ทราบความตามจริงว่าหญิงนี้ผัวเขามีแม้นพระบาทปรารถนา
จะส่งให้ไม่ขัดพระอัชฌาที่จะว่าปากเปล่านั้นเรากลัว
แม้นมีผู้รู้เห็นไปเป็นโจทก์จะมีโทษถึงเราเป็นเจ้าผัว
จะพลอยผิดปิดป้องจะหมองมัวจะส่งตัวนั้นไม่ต้องทำนองใน ฯ
กรมวังฟังตอบเห็นชอบสิ้นจึ่งว่าถิ่นฐานตำแหน่งอยู่แขวงไหน
พระว่านี่ชี้บอกสวนดอกไม้เรามิได้หนีหายมูลนายมี
พวกเสนาว่าจะไปทูลให้ทราบควรได้ลาภแล้วทั้งสองอย่าหมองศรี
ทำพูดจาปราศรัยเป็นไมตรีแล้วทั้งสี่เสนาพากันไป ฯ
๏ นางกรีกุนอุ่นจิตยิ่งคิดรักกราบตรงพักตร์พระวลาน้ำตาไหล
สะอื้นอ้อนวอนว่าด้วยอาลัยท่านแก้ไขจึงได้พ้นพวกคนพาล
อันตัวของน้องนี้กับชีวิตมอบเป็นสิทธิ์กับหม่อมพี่โปรดดีฉาน
ขอพึ่งพากว่ากายจะวายปราณช่วยคิดอ่านอนุกูลอย่าสูญใจ
พระลูบโลมโฉมเฉลาเยาวมิ่งไม่ทอดทิ้งนวลหงอย่าสงสัย
แม้นรอราช้าทีจะมีภัยเห็นพวกไอ้คนจับจะกลับมา
ขอเชิญนุชสุดใจไปด้วยพี่ซ่อนอยู่ที่ลับเนตรกับเชษฐา
พอเย็นจวนชวนกันออกนอกศาลาพระนำหน้าลัดทางพานางไป
ถึงวัดพราหมณ์ยามดึกขึ้นตึกอยู่ไม่มีผู้รู้เห็นว่าเป็นไฉน
เป็นสามห้องน้องนางอยู่ข้างในคนจ้างใช้นั้นก็มีอยู่สี่คน
แต่งสำรับกับข้าวเขาซื้อหาตักน้ำท่าสารพัดไม่ขัดสน
แต่ครูนั้นสัญจรคิดผ่อนปรนเที่ยวคบคนรู้วิชาปัญญาดี ฯ
๏ ฝ่ายพระวลายุดาเวลาดึกอยู่ในตึกกั้นห้องทั้งสองศรี
พระวลาโลมโฉมงามพราหมณีเป็นบุญพี่ที่ได้เคยชมเชยนาง
สุรารักษ์ชักนำให้จำเพาะพอจวบเคราะห์เพราะกษัตริย์จะขัดขวาง
ถึงช่วงชิงจริงนะไม่ละวางจะชิงนางล้างชีวันให้บรรลัย
เป็นบุญแล้วแก้วตาได้มาพ้นอย่าทุกข์ทนหม่นหมองจงผ่องใส
พลางแอบอุ้มจุมพิตสนิทในนางกราบไหว้วอนว่าจงการุญ
น้องรักใคร่ใจยอมให้หม่อมพี่ขอวันนี้วันเดียวอย่าเฉียวฉุน
ไม่หนักหน่วงหวงแหนจะแทนคุณให้ค่อยคุ้นเคยคลายที่อายใจ
จะขอถามนามองค์ที่จงรักโปรดประจักษ์จริงแจ้งแถลงไข
เมียหม่อมมีกี่คนอยู่หนใดหรือยังไม่มีคู่อยู่คนเดียว ฯ
๏ พระยิ้มแย้มแช่มชื่นเฉลยตอบช่างรอบคอบคิดคาดฉลาดเฉลียว
จะแจ้งเจ้าเยาวมิ่งตามจริงเจียวรู้คนเดียวหนออย่าเล่าไม่เขาฟัง
แล้วบอกความนามวงศ์พระทรงยศให้รู้หมดเหมือนแต่ต้นตามหนหลัง
เหมือนนกพลัดซัดเซไร้เร่รังมาหยุดยั้งอยู่เดียวเปล่าเปลี่ยวทรวง
มาพบเจ้าเยาวลักษณ์แสนรักรูปครั้นกอดจูบรูปงามก็ห้ามหวง
อันอกใครในแผ่นดินสิ้นทั้งปวงไม่เหมือนทรวงพี่ระบมด้วยตรมตรอม
สารพัดขัดขวางเหมือนอย่างนี้ได้ร่วมที่มิได้ชิดสนิทสนอม
ต้องขัดข้องต้องงดต้องอดออมเมื่อไม่ยอมจะข่มเหงก็เกรงใจ
เจ้านอนนี่พี่จะออกนอนนอกห้องอยู่ใกล้น้องพี่จะงดอดไม่ได้
พูดขาดคำทำสะท้อนถอนฤทัยจะลุกไปจากนางไม่วางมือ
จงโปรดเกล้าเจ้าประคุณอย่าหุนหวนกระบิดกระบวนนี่กระไรน้อยไปหรือ
ถึงขาดเด็ดเข็ดพระทัยดังไฟฮืออย่าเพ่อถือโทษน้องให้ต้องอาย
พระเคืองแค้นแม้นจะเชือดเอาเลือดเนื้อความรักเหลือแล้วจ๊ะหม่อมยอมถวาย
จะจ้างเสมียนเขียนทานบนไว้จนตายไม่กลับกลายแกล้งว่าสัจจาจริง ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางว่าคมสมกับรูปจึ่งต้องจูบต้องกอดแม่ยอดหญิง
อย่าเบือนพักตร์ผลักไสอย่าไหวติงพลางแอบอิงโอบอ้อมถนอมนวล
พระเชยปรางนางจี้กระดี้กระดิกต้องหยอกหยิกหยิบแก้มยิ้มแย้มสรวล
สมถวิลสิ้นกระเบ็ดเสร็จสำนวนเหมือนลมหวนป่วนฮือกระพือพัด
เมขลาตาแลมือแบแก้วสว่างแวววามแวมแจ่มจำรัส
ยักษ์เขม้นเข่นเขี้ยวไล่เลี้ยวลัดฝนก็ซัดซู่ซู่อู้อู้อึง
เหมือนชื่นใจในมนุษย์สิ้นสุดแสนจะเปรียบแม้นเหมือนอะไรก็ไม่ถึง
ทั้งสองข้างต่างปลื้มลืมตะลึงต่างเคล้าคลึงเคลิ้มหลับระงับไป ฯ
๏ ฝ่ายเสนีที่อาสาเที่ยวหาสาวเข้าเฝ้าท้าวทูลแจ้งแถลงไข
เห็นนางงามทรามประโลมโฉมวิไลไม่มีใครเหมือนแม้นทั้งแดนดิน
จะพามานารีว่ามีผัวระวังตัวกลัวผิดคิดถวิล
แต่ลดเลี้ยวเที่ยวดูทั้งบูรินทร์ไม่งามสิ้นสุดอย่างเหมือนนางพราหมณ์ ฯ
๏ พระทรงฟังดังจะเห็นเหมือนเช่นกล่าวจึงว่าสาวสมรักแล้วซักถาม
ชอบแต่พามาให้กูได้ดูงามผัวจะตามติดมาหรือว่าไร
ใครฮึกหาญทานทัดมึงตัดหัวไปเอาตัวอีที่ว่ามาให้ได้
เสนารับอภิวันท์พากันไปกับบ่าวไพร่ใหญ่น้อยสักร้อยคน
ถึงบ้านพราหมณ์สยัมภูกรูเข้าบ้านอลหม่านล้อมหลามตามถนน
ในยุ้งข้าวเตาไฟเที่ยวไล่ค้นไม่พบคนขู่ถามพราหมณ์พฤฒา
มีลูกสาวราวกับหุ่นไม่ทูลถวายยกให้ชายต่ำชาติวาสนา
อยู่ที่ไหนให้ตาพราหมณ์ไปตามมาจะได้พาตัวนางส่งข้างใน ฯ
๏ ฝ่ายว่าพราหมณ์สยัมภูรู้ตำหรับจึ่งนิ่งนับฤกษ์ยามตามวิสัย
รู้ว่าท้าวเจ้าบุรินทร์เมืองสินชัยจะเสียไอสูรย์สมบัติเพราะสัตรี
จึ่งว่าเราเล่ามิได้ให้มีผัวเที่ยวตามตัวตายเป็นไม่เห็นผี
ครั้นถามเขาชาวบ้านว่าวานนี้มีชายสี่คนมาฉุดคร่าไป
แม้นอยู่เล่าเราก็คงจะถวายนี่มันหายไปไม่เห็นว่าเป็นไฉน
ว่ามีผัวตัวใครเห็นเป็นอย่างไรเอามาไต่ถามดูจะสู้ความ ฯ
๏ พวกเสนาว่าเราเห็นเย็นวานนี้นั่งอยู่ที่ศาลาได้มาถาม
ว่าเป็นผัวตัวมันนั้นเป็นพราหมณ์จะเที่ยวตามตัวให้คงไม่ฟัง
แล้วเสนีสี่นายแยกย้ายหานายเดินหน้าบ่าวตามออกหลามหลัง
เที่ยวบอกทั่วรั้วแขวงแต่งระวังป่าวร้องทั้งวัดวาทั่วธานี
ผู้หญิงสาวขาวหนุ่มเนื้อนั้นเหลืองให้ชาวเมืองรู้ว่าพากันหนี
ใครจับได้ให้ท้าวเจ้าบุรีจะตั้งที่เป็นขุนนางให้รางวัล ฯ
๏ ฝ่ายเจนธนูรู้ข่าวเขาป่าวร้องกับพวกพ้องตรองเหตุในเขตขัณฑ์
เจ้าเมืองคิดผิดอย่างในทางธรรม์จะมีอันตรายวายชีวา
จึ่งบอกกันบรรดาข้าเกลี้ยกล่อมมาพรั่งพร้อมยอมจิตทั้งศิษย์หา
ทั้งผู้รู้ผู้ที่มีปัญญาประมาณห้าร้อยเศษแจ้งเหตุการณ์
เจ้าบุรินทร์สิ้นบุญจะสูญศักดิ์ผู้อื่นจักได้สมบัติพัสถาน
จะฆ่าท้าวเจ้านายให้วายปราณพวกเราท่านน้อยใหญ่จะได้ดี
แต่คอยฟังสังเกตเกิดเหตุใหญ่ครั้นเห็นไฟโพลงพลุ่งในกรุงศรี
ถือสาตรามาอยู่ในบูรีคอยผู้มีบุญจะมาเมตตาเรา
แล้วสอนสั่งทั้งหลายอุบายบอกช่วยกันหลอกเสนาพวกข้าเฝ้า
บ้านผู้ดีที่ไหนนำไปเอานายสำเภาเจ้าภาษีเศรษฐีพราหมณ์
ให้ว้าวุ่นขุ่นเคืองด้วยเรื่องจับถึงซื่อตรงคงจะกลับเป็นเสี้ยนหนาม
จึงช่วยเจ้าเรากำราบคิดปราบปรามคงได้ความชอบทั่วทุกตัวคน ฯ
๏ พวกเกลี้ยกล่อมพร้อมจิตว่าคิดชอบเที่ยวไปรอบรั้วแขวงทุกแห่งหน
นำเสนาพาไปเที่ยวไล่ค้นว่าคบคนสาวหนุ่มเกาะกุมกัน
ที่ลูกสาวเขาไม่มีคนที่ส่อว่าแม่พ่อชุ่มซ่ามพูดผ่อนผัน
อ้างพวกเพื่อนเรือนอื่นช่วยยืนยันว่าลูกสาวราวกับปั้นเล็บนั้นยาว
กรมวังฟังคำคนเสียดส่อจับแม่พ่อเฆี่ยนผูกเอาลูกสาว
เที่ยวค้นรอบขอบแคว้นทุกแดนดาวหญิงชายชาวบ้านเมืองแค้นเคืองครัน ฯ
๏ ฝ่ายเจนธนูมาหาวลาราชพระหน่อนาถแจ้งจริงทุกสิ่งสรรพ์
ลูกสาวพราหมณ์ตามมาได้ห้าวันให้พรั่นพรั่นมันจะรับถึงอับจน
เจนธนูรู้ในไสยเพทจึงแจ้งเหตุเกิดทั้งนี้จะมีผล
แล้วเล่าความตามที่ไปได้ไพร่พลคิดแต่งกลก่อไฟใต้สุธา
เจ้าไปหาว่ากล่าวลูกสาวเศรษฐีคนเขามีกว่าหมื่นมีปืนผา
ให้ตั้งอยู่สู้สักสองสามเวลาเราจะฆ่าเจ้าบุรินทร์ให้สิ้นชนม์
เจ้าได้เมืองเครื่องรบครบเสร็จสรรพจึ่งยกทัพกลับไปชิงเอาสิงหล
เดี๋ยวนี้เล่าเราจะไปแต่งไพร่พลคิดผ่อนปรนกลการชื่อหว่านนา
หนึ่งข้าเฝ้าเหล่าขุนนางกระด้างจิตมิได้คิดรบเราให้เข้าหา
หนึ่งจะให้ชาวเมืองเลื่องลือชาว่ามีบุญกรุณาประชาชี
ทั้งลูกค้าวาณิชไม่คิดร้ายเหมือนลอยชายชมเมืองให้เรืองศรี
ซึ่งนางพราหมณ์ตามมาเป็นนารีแปลงอินทรีย์เสียให้เห็นเหมือนเช่นชาย
ขาวให้ดำทำให้ติดไฝหน้าวิสัยตามันก็เห็นเหมือนเช่นหมาย
กระซิบสอนผ่อนปรนกลอุบายพอเบี่ยงบ่ายไปตำแหน่งจัดแจงการ ฯ
๏ พระวลาคลาไคลเข้าในห้องเคียงประคองขนิษฐาแล้วว่าขาน
ให้นางแต่งแปลงกายเหมือนชายชาญใครพบพานให้เห็นว่ามลายู
น้ำมันยางนางทามังสาทั่วดำทั้งตัวติดไฝไว้ใต้หู
ใส่เสื้อกลีบจีบเอวน่าเอ็นดูแล้วโพกผ้ามลายูเหมือนผู้ชาย
พระแย้มสรวลชวนไปเที่ยวเกี้ยวผู้หญิงนางแอบอิงอดสูไม่รู้หาย
พระโอบอุ้มนุ่มนิ่มยิ้มแย้มพรายไม่เหนื่อยหน่ายหนุ่มสาวสิ้นหาวนอน ฯ
๏ ครั้นมืดค่ำย่ำยามสั่งความว่าจะไปหาเจนธนูท่านครูสอน
นางปิดป้องห้องในแล้วใส่กลอนพระบทจรไปหาบุญจารี
เห็นนางนอนอ่อนเอียงลงเคียงข้างค่อยเชยปรางซ้ายขวามารศรี
แล้วว่าพี่มิได้มาหลายราตรีเพราะเป็นฝีที่ที่นั่งประทังทน
ได้ยินข่าวเจ้าพาราให้หาสาวเห็นฉาวฉาวฉุดนางทุกทางถนน
คิดถึงนุชสุดกำลังเป็นกังวลกลัวไม่พ้นไทท้าวเจ้านคร
พอฝีลดอตส่าห์มาเห็นหน้าเจ้ายังทุกข์เท่าเขาพระเมรุเกณฑ์สิงขร
เผื่อเขามาว่าขานท่านบิดรจะยอมหย่อนให้เขาไปอยู่ในวัง
เจ้าได้ดีมีบุญเป็นคุณหม่อมพี่จะตรอมใจตายอยู่ภายหลัง
ขอถามเจ้าเยาวมิ่งที่จริงจังถ้าเป็นอย่างนั้นบ้างจะอย่างไร ฯ
๏ นางจารีตีทรวงเสียงฮักฮักอกมิหักเสียหรือกรรมจะทำไฉน
น้อยหรือชะพระมาเหน็บให้เจ็บใจเพราะเคยได้ง่ายง่ายจึ่งหมายแคลง
อันชาตินี้มิให้ชั่วเช่นตัวน้องไม่หมายสองปองรักยศศักดิ์แสง
จริงจริงนะจะใคร่ตายให้หายแคลงโอัเสียแรงรักพระองค์มาสงกา
ถึงท้าวไทให้มาขอคุณพ่อแม่ไม่แยแสแสนชาติไม่ปรารถนา
ยังสั่งเหล่าบ่าวไพร่แม้นใครมาถามให้ว่าลูกหลานท่านไม่มี
เขาก็รู้อยู่เขาลือออกชื่อฉาวว่าเก็บสาวซ่อนตัวเหมือนกลัวผี
ควรหรือพระจะมาเห็นเป็นเช่นนี้ตั้งเป็นที่เจ้าจอมเป็นหม่อมคุณ
ยิ่งแสนแค้นแสนทุกข์ยิ่งจุกจิกจะใคร่หยิกใคร่ข่วนให้หวนหุน
นี่หากเห็นเป็นผัวทั้งกลัวบุญให้มุ่นมุ่นมิได้วายฟายน้ำตา ฯ
๏ พระสวมสอดกอดประทับแล้วรับขวัญถามเท่านั้นน้องรักโกรธนักหนา
กลัวจะมิแม้นเหมือนเพื่อนชีวาอุตส่าห์มาไต่ถามดูตามแคลง
เจ้ากลับเห็นเป็นประชดกำสรดสะอื้นเหมือนคนอื่นขืนอางขนางแหนง
พูดซื่อซื่อหรือรังเกียจว่าเสียดแทงแก้มจะแดงเดี๋ยวนี้แล้วไม่แคล้วเลย
พลางโอบอุ้มจุมพิตเชยชิดโฉมปลอบประโลมเนื้อน่วมร่วมเขนย
ถนอมนางต่างละเลิงด้วยเชิงเชยเหมือนไม่เคยเลยหลับระงับไป ฯ
๏ บุญจารีนิมิตไปเมื่อใกล้รุ่งจิตสะดุ้งตัวสั่นให้หวั่นไหว
พระผวาคว้าประคองกอดน้องไว้เจ้าเป็นไรบุญจารีบอกพี่ยา
นางรู้สึกนึกแน่จึ่งแก้ฝันว่าเป็นควันมืดมิดทุกทิศา
แล้วแลดูสุริยงตกลงมาพระพี่ยารับรองประคองไว้
น้องเข้าด้วยช่วยชูสุริย์แสงหญิงหนึ่งแยงฉุดชักข่วนผลักไส
พอปักษาถาถาบมาคาบไปฉันร้องไห้สะอื้นจนตื่นนอน
พระลูบโลมโฉมเฉลาเยาวลักษณ์ฝันดีนักน้องหญิงมิ่งสมร
ซึ่งควันมัวทั่วอากาศราษฎรจะเดือดร้อนรบราฆ่าฟันกัน
ซึ่งสุริย์ฉายบ่ายแสงตกแหล่งหล้าคือองค์ท้าวเจ้าพาราจะอาสัญ
เจ้ากับพี่ที่ได้ชูสุริยันจะได้ขัณฑเสมาครองธานี
แต่ตัวเจ้าเขาคงเกลียดจะเสียดส่อจะสู่ขอค้นหามารศรี
เจ้าว่าขานบิดาให้ราวีอย่าให้มีอันตรายถึงสายใจ
พอเพลาราตรีไว้พี่เถิดมิให้เกิดยุคเข็ญเป็นไฉน
จะตัดเกล้าเจ้าบุรินทร์เมืองสินชัยมาเสียบไว้กลางเมืองให้เลื่องลือ ฯ
๏ นางคำนับรับคำแล้วร่ำว่าพระเมตตาแม่นมั่นกระนั้นหรือ
อันตัวฉันท่านบิดาเคยหารือคงเชื่อถือถ้อยคำคงทำตาม
ถ้ากระนั้นวันรุ่งขึ้นพรุ่งนี้พระอยู่นี่ที่ในตึกอย่านึกขาม
ฉันจะได้ไปแถลงให้แจ้งความนางซักไซ้ไต่ถามตามทำนอง
พระหยอกนางพลางว่าพี่มาอยู่กลัวจะรู้ถึงพ่อตาจะมาถอง
ถ้วนสามตึงไม่รอดจะกอดน้องเจ้าช่วยร้องแทนพี่นะอย่าละเลย ฯ
๏ นางสรวลพลางทางว่าบิดาฉันไม่ดุดันดอกจะต้องถองลูกเขย
เห็นทีพระจะไปเที่ยวเกี้ยวชู้เชยเหมือนจะเคยเข็ดขยั้นพรั่นพ่อตา
ต่างชื่นชอบตอบสนองทั้งสองข้างไม่จืดจางห่างเหเสน่หา
ต่างคลึงเคล้าเซ้าซี้ด้วยปรีดาจนเวลารุ่งแจ้งสิ้นแสงดาว
นางอาบน้ำซ้ำอาบกุหลาบด้วยดูสำรวยสวยสมนุ่งห่มขาว
แก้เกศีคลี่คลายขยายยาวดังนางดาวบสนีศรีโสภา
ถือเทียนธูปบุปผชาติค่อยยาตรย่างขึ้นตึกกลางกว้างใหญ่เข้าในฝา
พนมมือถือธูปเทียนษมากราบบิดามารดาทอดถอนใจ
จะบอกความขามจิตคิดขยั้นให้หวั่นหวั่นตันอุราน้ำตาไหล
สะอื้นร่ำสำลักกระอักกระไอแกล้งกลั้นใจแน่นิ่งไม่ติงกาย ฯ
๏ ฝ่ายพรหมเดชเศรษฐีนางศรีฟ้าเห็นลูกยาร้องไห้จิตใจหาย
เข้าประคองมองดูหน้านึกว่าตายร้องเวยวายฟายน้ำตาเรียกข้าไท
บรรดาบ่าวสาวแก่มาแซ่ซ้องทั้งพวกพ้องพ่อแม่เข้าแก้ไข
พ่นชโลมโซมกายาให้เย็นใจนางกลับได้สมประดีค่อยมีมา
ขับข้าไทไปเหลือแต่แม่พ่อประคองคลอปลอบถามตามกังขา
เจ้าเป็นไรไม่แถลงแจ้งกิจจาหรือโรคาขัดขวางเป็นอย่างไร ฯ
๏ นางบุญจารีมีปัญญาษมาบาปแล้วกรานกราบท่านทั้งสองพลางร้องไห้
ลูกถึงทีชีวันจะบรรลัยต้องเคืองใจเจ้าประคุณกรุณา
เขาเสียดส่อว่าคุณพ่อมีลูกสาวฝ่ายท่านท้าวไทธิราชปรารถนา
แม้นซ่อนเร้นเป็นผิดกับบิดาเขาจะฆ่าพ่อแม่เอาแต่ตัว
ลูกเปลี่ยวใจไม่มีที่จะพึ่งให้เหมือนหนึ่งพระกำเนิดบังเกิดหัว
จะส่งไปให้กับเขาเล่าก็กลัวจะฆ่าตัวเสียให้ตายให้หายความ ฯ
๏ ฝ่ายพรหมเดชเศรษฐีนางศรีฟ้าฟังธิดากล่าวถ้อยค่อยค่อยถาม
อยู่ห้องหับลับลึกในตึกรามใครบอกความเจ้าจึ่งแจ้งพ่อแคลงใจ ฯ
๏ นางอายจิตอิดเอื้อนต้องเตือนซ้ำเป็นหลายคำจำแจ้งแถลงไข
แม้นห้องหับลับลี้ไม่มีใครก็มิได้แจ้งจิตในกิจจา
นี่ห้องตึกนึกเหมือนทางกลางถนนมีผู้คนเหมือนไม่มีที่รักษา
เมื่อราตรีมีหนุ่มคนหนึ่งมาเขาพูดจาแจ้งข่าวถึงท้าวไท
ฉันเรียกคนจนกระโงนตะโกนกู่ไม่มีผู้ขานรับล้วนหลับใหล
ครั้นถามเขาเล่าก็ว่ามาแต่ไกลว่ารักใคร่ให้สัจปัฏิญาณ
แล้วก็ว่าถ้าแม้นคนมาคักคึกจะทำศึกช่วงชิงไม่ทิ้งฉาน
จะฆ่าท้าวเจ้าบุรินทร์ให้สิ้นปราณเพราะคิดการโลภลาภเหลือหยาบคาย
ฉันไม่เชื่อเผื่ออึงจะถึงพ่อคิดระย่อท้อใจมิใคร่หาย
ลูกอยู่เล่าเจ้าประคุณพลอยวุ่นวายแม้นลูกตายเสียก็พ้นมลทินไป ฯ
๏ นางศรีฟ้าว่าเห็นทีจะวิเศษมีฤทธิ์เวทวิชาจึ่งมาได้
ฝ่ายบิดาว่าก็ตามแต่น้ำใจคิดรักใคร่เขาก็บอกออกให้รู้
นางฟังถามความในน้ำใจหญิงก้มหน้านิ่งนึกระคายอายอดสู
ยิ่งเตือนซ้ำทำเป็นเฉยไม่เงยดูบิดาขู่ดุไม่บอกไม่ออกความ
ท่านยายว่าตาเอ๋ยเคยเงยหงอยเหมือนกับหอยกับทากปูลากก้าม
คนมันเรียวเดี๋ยวนี้ตะกลีตะกลามอย่าไปถามไปถ้อยมันหน่อยเลย
แม้นอาลัยในลูกจะปลูกฝังให้คนทั้งนั้นเห็นว่าเป็นเขย
เมื่อคอยดูอยู่มิใช่ใจเฉยเมยเป็นคู่เคยจึ่งเผอิญเกินระวัง
แต่ก่อนนั้นทำนาก็ว่าอยู่แม้นชายผู้รู้วิชาพร้าเหน็บหลัง
จะยกให้ไม่ขัดเป็นสัจจังมาเป็นดังนี้กรรมจะทำกระไร
ผัวเห็นจริงนิ่งรำพึงแล้วจึ่งว่าที่เขามาหาอยู่นี่หรือที่ไหน
นางว่ารู้อยู่เจ้าคะฉันจะไปพามาไหว้เจ้าประคุณกรุณา
กราบแล้วนางย่างย่องเข้าห้องหับผัวคอยรับรับขวัญด้วยหรรษา
เอะถูกรุกหรือถูกตีเจ้าพี่อาดูหน้าตาเป็นคราบอาบแก้มคาง
นางกอดผัวหัวเราะว่าเยาะฉานท่านสงสารสารพัดไม่ขัดขวาง
ให้ฉันมาหาพระไปตึกใหญ่กลางอย่าระคางห่างเหินเลยเชิญไป ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางว่าท่าลูกเขยยังไม่เคยเลยกรรมจะทำไฉน
ไหว้พ่อตาท่าทางเป็นอย่างไรเหมือนกับไหว้แม่ยายหรือย้ายเพลง
ช่างเหลือดีแล้วพระหรือจะล้อไม่สู่ขอขืนจะปล้ำทำข่มเหง
ได้เปล่าเปล่าเจ้าประคุณบุญมาเองยังบิดเบือนเหมือนไม่เกรงกลัวพ่อตา ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางแต่งตามแปลงเพศเหมือนพราหมณ์เวสสุกรรมล้ำเลขา
แล้วจุณเจิมเฉลิมพักตร์ลักขณาพระเดินหน้านางตามดูงามครัน
เข้าในห้องสองเศรษฐีเห็นสีเหลืองลืมแค้นเคืองคอยขยับจะรับขวัญ
พระยอบองค์ลงคำนับอภิวันท์ลูกสาวนั้นมอบเมียงเคียงสามี ฯ
๏ ฝ่ายพ่อแม่แลเพลินจำเริญเนตรดังเทเวศนางฟ้าในราศี
ต่างชมบุตรพูดซุบซิบพอดิบพอดีแล้วเศรษฐีไต่ถามตามสงกา
เจ้าเชื้อวงศ์พงศ์พราหมณ์นามไฉนจงแจ้งใจให้เราฟังที่กังกา
พระเล่าเรื่องเมืองฝรั่งแต่หลังมาบอกพ่อตาตามจริงทุกสิ่งอัน
มาแปลงเป็นเช่นพราหมณ์ตามประเทศเที่ยวหาเชษฐาฉันกับหลานขวัญ
พอพบเจ้าเยาวลักษณ์ได้รักกันมิได้ทันขอสู่ตามบูราณ
เพราะรักใคร่ไม่คิดชีวิตม้วยมาอยู่ด้วยขอโทษโปรดดีฉาน
ขอเป็นบุตรดุจเจ้าเยาวมาลย์ตามแต่ท่านจะเมตตาฆ่าก็ตาย ฯ
๏ เศรษฐีนั่งฟังเขยเฉลยฉลาดแสนสวาทหวานหูไม่รู้หาย
จึ่งว่าพ่อก็ประเสริฐล้ำเลิศชายเป็นเจ้านายฝ่ายฝรั่งเกาะลังกา
บุญจารีนี้ก็ได้รักใคร่เจ้าเดี๋ยวนี้เล่าเจ้ามาง้อขอโทษา
เรายกให้ไม่ขัดหัทยาแม้นขัดเคืองเบื้องหน้าจงปรานี
เห็นกับเราเฒ่าแก่เป็นแม่พ่อได้งอนง้อขอชีวามารศรี
คืนมาให้ได้เห็นกันเช่นนี้ด้วยบุตรีมีคนเดียวเปล่าเปลี่ยวใจ ฯ
๏ พระคำนับรับคำแล้วร่ำว่าพระคุณท่านกรุณาจะหาไหน
ไปเบื้องหน้าถ้านางผิดอย่างไรลูกมิได้ถือโกรธทำโทษทัณฑ์
จะรักนางอย่างน้องปกครองคู่ไม่ลบหลู่ลืมคุณคิดหุนหัน
ถึงยากเย็นเป็นตายวายชีวันไม่ทิ้งขว้างห่างกันตามสัญญา
แต่ครั้งนี้ที่ตรงท้าวเจ้าประเทศทำผิดเพศพาลจิตริษยา
เที่ยวเก็บลูกสาวชาวบุรินทร์เขานินทาคงจะมาถึงเจ้าคุณจะวุ่นวาย
อย่าเพ่อส่งนงลักษณ์ถึงหักหาญจะรอนราญรบพุ่งเหมือนมุ่งหมาย
แล้วเล่าความตามที่ครูให้อุบายจะทำลายล้างศัตรูให้อยู่เย็น ฯ
๏ ฝ่ายพรหมเดชเศรษฐีคนมีสัตย์ว่าวิบัติบ้านเมืองจะเคืองเข็ญ
แต่ป่างก่อนร่อนชะไรก็ไม่เป็นเดี๋ยวนี้เช่นกับเขาว่าเป็นบ้ากาม
เที่ยวเก็บสาวเอาไปเสียทั้งเมียเขาขุนนางเล่าเอาแต่ลาภเหลือหยาบหยาม
ทั้งกรมการศาลหลวงกระทรวงความล้วนตะกลามถามกินเงินสินบน
ชาวบ้านเมืองเคืองแค้นแสนลำบากเกิดข้าวยากหมากแพงทุกแห่งหน
เราคิดถึงพึ่งท้าวเจ้ามณฑลจะผ่อนปรนห้ามปรามตามกำลัง
แม้นไม่เชื่อเหลือห้ามแต่เจ้าอันตัวเราเล่าเหมือนอย่างช้างตีนหลัง
แล้วเรียกฝ่ายนายรองกองระวังมาพร้อมพรั่งสั่งต่อหน้ายุดาพราหมณ์
ลูกเขยเราเขามาอยู่จงรู้ทั่วให้แทนตัวเรานะเองจงเกรงขาม
เขาสอนสั่งฟังคำกระทำตามฝ่ายคนสามสิบขอรับแล้วกลับไป ฯ
๏ พระวลาสาพิภักดิ์รักเศรษฐีกับบุตรีที่สนิทพิสมัย
ช่วยดูงานการทั้งปวงคอยช่วงใช้เอาใจใส่สอพลอท่านพ่อตา
แม่ยายยิ้มอิ่มอารมณ์ชมลูกเขยของนมเนยหวานคาวลูกสาวหา
เลี้ยงวลายุดาพราหมณ์สามเวลาพวกบ่าวข้ามาสมัครด้วยภักดี ฯ
๏ ฝ่ายขุนนางต่างรู้มีผู้กล่าวว่าลูกสาวพรหมเดชท่านเศรษฐี
งามเหมือนหุ่นชื่อนางบุญจารีสมคะเนเสนีต่างดีใจ
พากันมาหาพราหมณ์คุกคามขู่ลูกสาวอยู่หรือว่านางไปข้างไหน
พระทรงธรรม์กรุณาให้หาไปจะเลี้ยงให้ได้ดีให้มียศ
พวกเผ่าพงศ์วงศาคณาญาติจะผุดผาดวาสนาให้ปรากฏ
เป็นเจ้าจอมหม่อมห้ามได้งามงดเหมือนราชรถเข้ามารับอย่ากลับกลัว ฯ
๏ ฝ่ายเศรษฐีมีอัชฌาต่อข้าเฝ้าลูกสาวเราเดี๋ยวนี้เขามีผัว
แม้นเป็นสาวเราคงจะส่งตัวนี่หมองมัวไม่ควรเลี้ยงในเวียงวัง
ขอทูลความห้ามองค์พระทรงฤทธิ์ซึ่งทรงคิดผิดอย่างแต่ปางหลัง
เธอทูลให้เราเท่านี้แม้นมิฟังมีรับสั่งอีกจึ่งมาพาเอาไป ฯ
๏ พวกขุนนางต่างพิโรธโกรธเศรษฐีว่าผัวมีชี้ตัวผัวคนไหน
ให้มั่นคงส่งมาอย่าช้าใยแม้นไม่ได้ไม่พ้นผิดที่บิดา
ซึ่งว่าองค์ทรงฤทธิ์ทำผิดเพศเพราะพรหมเดชเศรษฐีไม่สีสา
อันวิสัยไทท้าวเจ้าสุธาครองไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินสิ้นทั้งปวง
เกิดของดีวิเศษในเขตแคว้นทั้งแก้วแหวนเงินทองเป็นของหลวง
หนึ่งม้าช้างนางงามตามกระทรวงของทั้งปวงเป็นของท้าวเจ้าแผ่นดิน
หนึ่งคดีที่อาณาประชาราษฎร์เกิดวิวาทวาทาช่วยตราสิน
ได้ทำไร่ไถนาได้หากินเพราะภูมินทร์ปิ่นประเทศคุ้มเขตแดน
ต้องประสงค์ตรงสาวเพราะท้าวรักมิควรจักหนักหน่วงจะหวงแหน
ไม่รู้บุญคุณโทษกลับโกรธแค้นควรจะแทนที่พระคุณกรุณา ฯ
๏ เศรษฐีตอบชอบอยู่เรารู้สิ้นเจ้าแผ่นดินปิ่นมนุษย์สุดจะหา
คนไม่แค้นแทนพระคุณมุลิกาเสียค่านาค่าน้ำได้ทำกิน
ส่งส่วยสาอากรสมพัตสรถวายภาษีขายซื้อของฟ้องโรงศาล
ค่าฤชาค่าเชิงเดินเผชิญพยานแทนคุณท่านทุกคราวไม่เปล่าดาย
แม้นประสงค์ตรงสตรีที่สาวสาวที่รุ่นราวรูประหงจะส่งถวาย
อันนารีมีผัวเสียตัวชายจะทำลายผัวเสียเอาเมียไป
เป็นห้ามแหนแสนสนมโสมมมากเหมือนชานหมากขากคายสลายไสล
เจ้าแผ่นดินกินเดนคนเข็ญใจเยี่ยงอย่างมีที่ไหนจะใคร่ฟัง
จะเอาตัวผัวลูกสาวของเรานั้นไปฆ่าฟันเสียก็ตามความรับสั่ง
จะให้เจ้าเอาไปทำตามลำพังแล้วแสร้งสั่งคนข้างนอกไปบอกมา
๏ ฝ่ายหน่อไทไปแฝงจัดแจงพร้อมให้ชายล้อมตึกรอบขอบเคหา
ล้วนคนดีมีฝีมือถือสาตรากรูขึ้นมาพร้อมพรักเสียงคักคึก
จับเสนีสี่คนบนหอนั่งมัดไพล่หลังฉุดกระชากลงจากตึก
ทั้งถีบถองร้องอึงอึกทึกเสียงอุบอึกโอยโอดขอโทษตัว
จับบ่าวตามสามสิบริบหอกดาบล่วมเข้มขาบอัดลัดเอาฟัดหัว
เจ็บบวมบอบหอบชักรู้จักกลัวขอโทษตัวตาขาวทั้งบ่าวนาย
ฝ่ายองค์พระวลาตรวจตราทัพจะคอยรับรบพุ่งเหมือนมุ่งหมาย
ขนดาบหอกออกแจกแบกสะพายตั้งค่ายรายปืนรอบขอบเขตคัน
จัดนายรองสองคนคิดกลคึกฉลาดลึกหลอกหลอนคิดผ่อนผัน
กับบ่าวไพร่ไปเป็นโจทก์กล่าวโทษทัณฑ์ว่าฆ่าฟันเสนีทั้งสี่นาย ฯ
๏ ฝ่ายมนตรีที่เป็นใหญ่ซักไซ้ถามครั้นได้ความพราหมณ์ขบถจึ่งจดหมาย
กล่าวทูลความตามโจทก์กล่าวโทษนายตั้งค่ายรายหวังจะสู้ภูวไนย
พระฟังคำอำมาตย์กริ้วกราดโกรธให้หาโจทก์เข้ามาถามตามสงสัย
เห็นจริงจังคั่งแค้นแน่นพระทัยจึงสั่งให้เกณฑ์ทัพไปจับมัน
ทั้งเวียงวังคลังนากลาโหมยกไปโจมจับฆ่าให้อาสัญ
พวกขุนนางต่างสั่งคับคั่งกันพัลวันวิ่งไขว่ทั้งไพร่พล
พวกนายหมวดตรวจตราสารวัตรต่างเร่งรัดเรียกหาโกลาหล
ถือสาตรามาทั่วทุกตัวคนดูเกลื่อนกล่นล้นหลามวิ่งตามกัน
ผูกอูฐม้าลาลีขึ้นขี่ขับพวกนายทัพขี่รถมีกลดกั้น
ทัพละหมื่นปืนผาสารพันฆ้องสำคัญขานโห่ยกโยธี
ถึงท้ายเมืองเนื่องแน่นแห่แหนหามล้อมบ้านพราหมณ์พรหมเดชท่านเศรษฐี
ทำรั้งรอพูดอยู่ดูท่วงทีเรียกเศรษฐีออกมาพูดจากัน ฯ
๏ ฝ่ายพระวลายุดาขึ้นม้าหมอกอยู่ภายนอกพร้อมพหลพลขันธ์
ด้วยเคยศึกฝึกรบรู้ครบครันเห็นตะวันเวลาบ่ายห้าโมง
เสียงแซ่ซ้องกองทัพมานับหมื่นให้ปล่อยปืนหลักลั่นควันโขมง
ถูกนายทัพพับล้มก้มโก้งโค้งจุดเพลิงโพลงพลุไฟออกไล่รบ
พวกนายสำเภาเลากาเจ้าภาษีพลอยเข้าด้วยช่วยเศรษฐีตีประจบ
ทั้งกองซุ่มรุมระดมออกสมทบชาวเมืองหลบหลีกแยกตื่นแตกพัง
พวกจัตุสดมภ์กรมวังทั้งตำรวจกับนายหมวดหมื่นขุนคอยหนุนหลัง
ยิงปืนใหญ่ไฟฟูมตึงตูมตังเสียงกึกกังก้องกึกสะทึกสะเทือน ฯ
๏ ฝ่ายเจนธนูรู้เหตุว่าเศรษฐีต้านต่อตีดีใจใครจะเหมือน
จึ่งจุดไฟไหม้โพลงทั้งโรงเรือนสัญญาคนกล่นเกลื่อนมาเหมือนนัด
ถือดาบขาวหลาวแหลนโล่แพนเขนมาหาเจนธนูเป็นผู้จัด
เข้ารบเหล่าชาวบุรีตีตะพัดแตกกระจัดกระจายบ้างวายวาง
ทั้งนายสำเภาเจ้าภาษีเศรษฐีด้วยประชุมช่วยกันสกัดด้วยขัดขวาง
เพลิงก็ไหม้หลายตำบลแน่นหนทางเป็นศึกกลางเมืองตื่นครึกครื้นไป
พวกชาวบ้านร้านตลาดกรีดกราดร้องมุดใต้ถุนรุนช่องวิ่งร้องไห้
เรียกพ่อแม่แซ่เสียงทั้งเวียงชัยต่างหลงใหลในกลางคืนเสียงครื้นเครง
พวกสูบฝิ่นกินเหล้าพลอยเข้าปล้นบ่าแบกขนของชำทำคุมเหง
ที่ผ้าผ่อนล่อนโล่งวิ่งโทงเทงโดนกันเองอื้ออึงคะนึงไป ฯ
๏ ฝ่ายเจนธนูรู้มนต์ล่องหนขลังเข้าในวังเวียงมองตึกห้องใหญ่
เห็นองค์ท้าวเจ้าแผ่นดินเมืองสินชัยค่อยแฝงไฟฟันฟาดคอขาดกระเด็น
แล้ววิ่งออกนอกประตูเชิดชูเศียรแกล้งจุดเทียนส่องให้นายไพร่เห็น
แต่นี้เราชาวนครจะหย่อนเย็นสิ้นยุคเข็ญคนร้ายวอดวายชนม์
แล้วให้ไพร่ไปเสียบศีรษะปักที่สี่กั๊กท่ามกลางหว่างถนน
หนังสือแกล้งแต่งไว้จึ่งใช้คนไปปิดบนใบบานทวารวัง
แล้วจัดเหล่าบ่าวไพร่ทั้งใหญ่น้อยกองละร้อยรายไปเหมือนใจหวัง
เที่ยวบอกกล่าวป่าวร้องตีฆ้องดังให้คนทั้งปวงรู้ทั้งบูรี
ให้ข้าเฝ้าเข้าในพระราชฐานอย่าคิดอ่านอย่าอพยพหนี
แม้นไม่ฟังหนังสือใครถือดีจะฆ่าตีตัดศีรษะเสียบประจาน ฯ
๏ ฝ่ายอำมาตย์ราชครูได้รู้ทั่วต่างเกรงกลัวหัวขาดเข้าราชฐาน
มาพร้อมพรั่งนั่งที่ทิมริมทวารต่างก็อ่านหนังสือทั่วทุกตัวคน ฯ
๏ ในลักษณ์พระวลายุดาเดชปิ่นประเทศเพศภาษาสิงหล
สังหารท้าวเจ้าบุรินทร์ให้สิ้นชนม์เพราะเป็นต้นคนทมิฬอจินไตย
คุมเหงเหล่าชาวเมืองแค้นเคืองข้องต้องว้าวุ่นขุ่นหมองไม่ผ่องใส
อันสมบัติพัสถานประการใดเรามิได้ปรารถนาทั้งธานี
ให้ข้าเฝ้าเหล่าเสนาพฤฒามาตย์ปรึกษาราชกิจการผ่านกรุงศรี
เห็นผู้ใดในจังหวัดปัถพีที่อารีมีคุณกรุณา
เป็นคนซื่อถือธรรมชาติมิตรไม่ละโมภโลภจิตริษยา
ให้ปกป้องครองสมบัติกษัตราในสามวันสัญญาอย่าช้าการ
แม้นผู้ใดไม่ยอมไม่น้อมนบจะคิดรบเร่งรัดจัดทหาร
มาที่กว้างกลางนครจะรอนราญเราอยู่บ้านท่านเศรษฐีไม่หนีตัว ฯ
๏ ฝ่ายขุนนางต่างดูรู้หนังสือเข็ดฝีมือหมดด้วยกันบ้างสั่นหัว
ยิ่งคิดคำยำเยงยิ่งเกรงกลัวจะหาทั่วตัวใครเห็นไม่มี
ที่รู้บททศธรรมเหมือนคำว่าสุดจะหามาบำรุงชาวกรุงศรี
ชอบแต่เชิญพระวลาครองธานีได้เป็นที่พึ่งพาประชาชน
แล้วขุนนางต่างก็พากันมาที่บ้านเศรษฐีพรหมเดชแจ้งเหตุผล
จะขอเชิญพระวลาเจ้าสากลเป็นจอมพลเจ้าแผ่นดินเมืองสินชัย
ข้างเจนธนูครูก็มาหาเศรษฐีต่างยินดีปรีดาต่างปราศรัย
เขาจะเชิญพระวลายุดาไปอยู่วังในได้อภิเษกเป็นเอกองค์
แล้วสั่งเหล่าท้าวพระยาพฤฒามาตย์ให้แผ้วกวาดปัดที่ธุลีผง
สถลมารคราชวัติทั้งฉัตรธงจัดรถทรงสังข์แตรเกณฑ์แห่มา
ขุนนางรับกลับหลังมาวังหลวงเกณฑ์กระทรวงสองฝ่ายเป็นซ้ายขวา
ผ้าขาวดาดราชวัติริมรัถยาต่างตรวจตราเตรียมการตามบาญชี ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระวลาปรีชาหาญกับเจนธนูอยู่ที่บ้านท่านเศรษฐี
คิดคะนึงถึงนางงามพราหมณีพอราตรีลอบกลับไปรับมา
อยู่กับครูผู้ใดมิได้แจ้งด้วยนางแปลงเป็นแขกแปลกภาษา
ให้เชิญพระแสงแกล้งใช้ใกล้กายานางบุญจารีหมายว่าชายชาญ
ครั้งถึงวันสัญญาพฤฒามาตย์เตรียมรถราชราเชนทร์เกณฑ์ทหาร
มารวมรอมพร้อมพรักพนักงานที่หน้าบ้านท่านเศรษฐีผู้ปรีชา ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์สรงสุหร่ายดั่งสายฝนลูบสุคนธ์ปนกุหลาบซาบมังสา
ทรงเครื่องพราหมณ์งามเล่ห์เทวดานางบุญจารีแต่งทาแป้งนวล
สวมกำไลใส่ช้องป้องนลาฏดูผุดผาดผิวงามทรามสงวน
ต่างพรายพริ้มยิ้มเยื้อนเบือนกระบวนพระตรัสชวนโฉมยงขึ้นทรงรถ
นางเทวีกรีกุนเชิญพระแสงแต่รูปแปลงแต่งเป็นแขกคนแปลกหมด
พระนั่งกลางนางนั้นนั่งชั้นลดเมียงชม้อยช้อยชดดูงดงาม
สารถีตีม้าให้คลาเคลื่อนชักรถเลื่อนเตือนคนเดินล้นหลาม
เป่าสังข์แตรแห่ห้อมพรักพร้อมพราหมณ์ส่วนเศรษฐีขี่คานหามมาตามรถ
อภิรุมชุมสายพรอยพรายพริ้งมยุรฉัตรกรรชิงทั้งกลิ้งกลด
ถือจามรทอนตะวันเป็นหลั่นลดม้าพยศเหยาะย่างตามทางมา
พวกหนุ่มสาวชาวเมืองมาเนืองแน่นดูแห่แหนแสนสนุกทุกภาษา
บ้างดูนางต่างลืมดูภัสดาดูพระวลาหลงชะแง้ลืมแลนาง
บ้างดูแขกแปลกดูเหมือนผู้หญิงงามทุกสิ่งสารพัดไม่ขัดขวาง
ต่างชื่นแช่มแย้มยิ้มอยู่ริมทางไปตามหว่างราชวัติรัถยา
ชาวเมืองช่วยอวยพรถาวรถวายให้สืบสายสุริย์วงศ์เผ่าพงศา
ถึงวังรถจดประทับกับเกยลาพวกเสนาหน้าหลังกราบบังคม ฯ
๏ ฝ่ายท้าวนางข้างในทั้งใหญ่น้อยมาเตรียมคอยพร้อมพรักนักสนม
ทั้งรุ่นราวสาวแก่ต่างแซ่ชมน้อมประนมก้มประณตบทมาลย์
เชิญพระองค์นงลักษณ์อัคเรศเข้านิเวศน์วังปราสาทราชฐาน
มเหสีที่ปรัศว์ชัชวาลพนักงานปรนนิบัติคอยพัดวี ฯ
๏ ฝ่ายรูปแขกแรกเดินเชิญพระแสงก็กลับแปลงรูปเป็นสาวเกล้าเกศี
โฉมสะอ้อนงอนงามพราหมณีให้อยู่ที่ปรัศว์ซ้ายข้างฝ่ายใน
มีสาวสรรค์กัลยานางข้าหลวงตามกระทรวงใช้สอยทั้งน้อยใหญ่
พระอยู่กลางปรางค์ปราสาทอาสน์อำไพกำนัลในนักสนมประนมกร
ตั้งเครื่องอานพานพระศรีพัดวีถวายอยู่เรียงรายริมสุวรรณบรรจถรณ์
พระรังเกียจเกลียดท้าวเจ้านครไม่อาวรณ์ไว้เป็นห้ามตามธรรมเนียม
พวกห้ามแหนแสนสวาทไม่ขาดเฝ้าเหมือนจะเข้าคอยถวายไม่อายเหนียม
ทำพรายพริ้มยิ้มเยื้องชำเลืองเลียมคอยฟุบเฟี้ยมเฝ้าเปล่าเศร้าวิญญาณ์
แต่กรีกุนบุญจารีศรีสวัสดิ์หน่อกษัตริย์ผลัดเปลี่ยนเวียนไปหา
เวลาบ่ายฝ่ายพระวลายุดาออกข้างหน้าว่าขานการบุรี
ขุนนางเก่าเหล่าโกหกยกออกเสียริบลูกเมียเฆี่ยนส่งไปโรงสี
ที่ซื่อตรงคงสัจสวัสดีให้คงที่มียศไม่ลดลา
เจนธนูคู่ชีวิตให้สิทธิ์ขาดเป็นอุปราชนิเวศน์เรียกเชษฐา
ตั้งเศรษฐีให้เป็นที่ชิณการับบัญชาว่าขานการทั้งปวง
แล้วตั้งพราหมณ์สยัมภูเป็นครูใหญ่ให้บ่าวไพร่ได้ประทานที่บ้านหลวง
ปล่อยคนโทษโปรดคนผิดที่ติดพวงพ้นกระทรวงอธิกรณ์นครบาล
ลูกเมียเขาเจ้าพาราเก็บมาไว้ส่งตัวให้ไปอยู่กินตามถิ่นฐาน
คนทั้งหลายวายร้อนผ่อนรำคาญเพราะพระผ่านพาราให้ถาวร ฯ
๏ เวลาหนึ่งจึ่งพระมเหสีขึ้นเฝ้าที่แท่นสุวรรณบรรจถรณ์
เห็นกรีกุนฉุนเคืองชำเลืองค้อนแต่ก่อนก่อนก็เช่นจะเห็นตัว
ดูรูปร่างช่างเหมือนแขกแบกพระแสงหรือแกล้งแปลงมาเป็นหญิงมาชิงผัว
โมโหหึงตึงหน้านัยน์ตามัวจนลืมตัวแกล้งถามดูตามแคลง
นางคนนี้ที่ข้าแลเห็นแต่แรกดูเหมือนแขกเคียงเดินเชิญพระแสง
มาอยู่วังตั้งเป็นหม่อมเหมือนปลอมแปลงจะใคร่แจ้งจริงนางอย่าพรางกัน
นางกรีกุนหุนจิตแล้วคิดอดทำประณตนอบน้อมว่าหม่อมฉัน
ชื่อกรีกุนทุลเบาเบาพูดเท่านั้นแล้วผินผันวันทาลุกคลาไคล
บุญจารีขี้หึงคิดขึ้งโกรธประทานโทษทูลถามตามสงสัย
นางโฉมยงวงศ์วานประการใดได้มาใหม่หรือว่าเขาอยู่เก่ามา
พระรู้เท่าเข้าใจจึ่งไกล่เกลี่ยนั้นแหละเมียน้อยของเจ้าเขามาหา
เมื่อตะกี้เขามาไหว้เขาได้ลามิใช่ว่ามาประชันสามัญเกลอ ฯ
๏ นางฟังตรัสขัดแค้นหวงแหนหึงเห็นปั้นปึ่งถึงดีไม่มีเสมอ
ทำนองนางช่างผดุงบำรุงบำเรอพระองค์เธอชุบเลี้ยงช่วยเถียงแทน
เมื่อถามไต่ไว้จริตทำอิดเอื้อนมิใคร่เบือนบอกกล่าวนั่งท้าวแขน
จะเป็นโสดโปรดเปรื่องกระเดื่องแดนได้ร่วมแทนแสนสวาทไม่คลาดคลา
๏ พระฟังคำสำรวลแย้มสรวลสนองไม่เหมือนน้องเป็นเอกเมขลา
ไม่จืดจางห่างเหทุกเวลาอุประมาเหมือนมดดำกับน้ำตาล
ถึงนางอื่นหมื่นแสนเฝ้าแหนห่างไม่เหมือนอย่างนางเธอเสมอสมาน
หรือเห็นว่าข้านี้ขาดราชการจะมาพาลโกรธขึ้งกระบึงกระบอน
จริงจริงนะจะต้องโกรธทำโทษบ้างพลางอุ้มนางวางสุวรรณบรรจถรณ์
เฝ้าบ่นบ้าว่ากล่าวให้หาวนอนดุขู่ค่อนแค้นเคืองด้วยเรื่องไร
พลางพูดพลอดกอดเกยชมเชยชิดร่วมภิรมย์สมสนิทพิสมัย
เสมอสมรอ่อนอุ่นละมุนละไมเหมือนมาลัยแมลงภู่คู่เคล้าคลึง
แต่คะนึงถึงเอาทองมากองให้เหมือนเสือไม่หายลายไม่หายหึง
ดังแกลบใส่ไฟสุมร้อนรุมรึงเมื่อวันหนึ่งเสด็จออกไปนอกวัง
เรียกสาวศรีที่สนิทมาคิดอ่านมารุกรานพาลพาโลว่าโอหัง
ฝ่ายสาวใช้ไปดูแยบค่อยแอบฟังเห็นนางนั่งเสวยอยู่จู่เข้าไป
ว่าโฉมยงองค์พระมเหสีเชิญไปที่พระปรัศว์ตรัสไฉน
นางว่าประเดี๋ยวหนึ่งจึ่งจะไปนางสาวใช้วิ่งไปทูลบุญจารี
นางดีใจได้ช่องด้วยข้องขัดออกจากปรัศว์ไปกับเหล่านางสาวศรี
เห็นตั้งเครื่องเคืองขัดคนพัดวีตรงเข้าชี้หน้าว่าแน่แม่นางงาม
ให้เชิญเดินไปหน่อยน้อยไปหรือไม่นับถือคือสำแดงแขนงหนาม
เป็นผู้หญิงชิงผัวตัวตะกลามจะลุกลามความยุ่งทั้งกรุงไกร ฯ
๏ นางกรีกุนฉุนเฉียวจึ่งเหนี่ยวหน่วงตอบเมียหลวงเล่าแจ้งแถลงไข
เมื่อกินข้าวเขามาหาว่าจะไปไม่ใกล้ไกลใช่จะขัดความสัจจริง
ใจก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นข้าบาทขามขยาดย่อท้อจนงอขิง
ไม่รุกรานหาญหักมาชักชิงเป็นผู้หญิงชิงผัวก็กลัวภัย
เมื่อแรกได้ไม่รู้ดอกพุคะว่าองค์พระมเหสีอยู่ที่ไหน
ต่อรบพุ่งรุ่งเช้าจึ่งเข้าใจเหมือนจุดไต้ในน้ำมาตำตอ
ด้วยลอบลักรักใคร่ใครไม่รู้มิใช่เช่นเป็นชู้ได้สู่ขอ
ถึงจะหึงถึงจะว่าจะด่าทอจะสู้ทนย่นย่อนิ่งงอมือ ฯ
๏ น้อยหรือชะพยศกระชดกระช้อยแสนแสงอนย้อนรอยน้อยไปหรือ
ทำเชิงชั้นสันทัดได้หัดปรือสมกับชื่อลือดีนางกรีกุน
เพราะโปรดเปรื่องเฟื่องฟุ้งกระดุ้งกระดิ้งเหมือนอย่างลิงยิงไม่ถูกลูกกระสุน
จะลอยแก้วแล้วทีนี้เจ้ามีบุญฮึกฮักหุนเห็นว่ากีดอยู่นิดเดียว
จึงเผยอเจ๋อเจ๊อะสะเออะหน้าทำปากกล้าหน้ามุ่นตาขุ่นเขียว
กระทบกระเทียบเปรียบประชดช่างลดเลี้ยวปากจะอมส้มเปรี้ยวประเดี๋ยวนี้ ฯ
๏ นางกรีกุนขุ่นข้องจึ่งร้องวะน้อยหรือชะพระมหามเหสี
ท้าคารมสมทบจะตบตีมิใช่ขี้ข้าครอกบอกจริงจริง
คะข้าเจ้าเขาระบือเล่าลือเลื่องเพราะโปรดเปรื่องเฟื่องฟุ้งจึ่งสุงสิง
ช่างรำมะก้าท่าทางเหมือนอย่างลิงอย่าดูถูกลูกผู้หญิงไม่นิ่งตาย
ยิ่งเจียมตัวกลัวความยิ่งหยามหยาบยิ่งเกรงกราบจาบจ้วงเพียงทรวงสลาย
เมื่อเต็มหลังดั่งเขาว่าเต็มขาลายจะตายร้ายตายดีก็ทีเดียว ฯ
๏ นางฟังคำซ้ำเหน็บให้เจ็บอกจนเหื่อตกหมกมุ่นให้ฉุนเฉียว
ผ้าคาดอกถกเขมรออกเป็นเกลียวฉวยไม้เรียวไล่ตีนางกรีกุน
พวกท้าวนางขวางหน้าร้องว่าโปรดประทานโทษโปรดหม่อมฉันอย่าหันหุน
ตีข้าเจ้าเถ้าแก่เถิดแม่คุณนางกรีกุนก็ตะกายเอาหลายที
ต่างข่วนหยิกพลิกผลักเล็บหักพับจนเลือดซับยับย่อยไม่ถอยหนี
ข้าหลวงนางต่างลุกขึ้นคลุกคลีต่างหยิกตีตบต่อยกันย่อยยับ
เจ้าต่อเจ้าบ่าวต่อบ่าวพวกสาวสรรค์กุมกำปั้นรันทุบกันตุบตับ
บ้างปล้ำปลุกลุกล้มประทมทับบ้างล้มพับผ้านุ่งคาดพุงพัน
หลวงแม่เจ้าท้าวนางทั้งเถ้าแก่มาเซ็งแซ่แทรกกลางมือขวางกั้น
ต่างประคองสองนางออกห่างกันฝูงกำนัลนั้นก็ตามวิ่งหลามไป
ทั้งข้าเจ้าเข้าในห้องส่องกระจกบ้างบวมฟกอกเข่ากำเดาไหล
บ้างนอนครางบางคนนั่งฝนไพลบ้างร้องไห้ไม่วายเสียดายเล็บ
บ้างหน้านอคอคิ้วเป็นริ้วถากขี้ผึ้งสีปากปิดแก้ที่แผลเจ็บ
บ้างชุนผ้าหาเข็มนั่งเล็มเย็บที่เมื่อยเหน็บเหนื่อยอ่อนลงนอนคราง ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระวลายุดาราชออกสิงหาสน์ชมต้นไม้ในกระถาง
เห็นเถ้าแก่หลวงแม่เจ้าแลท้าวนางไม่มีเหล่าสาวสุรางค์เป็นอย่างไร
จึ่งถามว่าข้าหลวงทั้งปวงนั้นไม่เห็นหน้าพากันไปข้างไหน
เจ้าขรัวนายบ่ายเบี่ยงทูลเลี่ยงไปต่างจับไข้ไปด้วยกันในวันนี้
ด้วยสององค์นงลักษณ์อัครราชต่างกริ้วกราดเคืองข้องทั้งสองศรี
มีธุระจะไปเฝ้าพระเสาวนีย์ต่างเข้าที่มิได้ออกนอกห้องทอง ฯ
๏ พระฟังทูลมูลความไม่ถามถึงรู้ว่าหึงเห็นไม่ฟังกันทั้งสอง
ลงเอนอิงนิ่งนึกนั่งตรึกตรองจะปราบปรามตามทำนองลองปัญญา
จึ่งเอื้อนอรรถตรัสกับเหล่าพวกเถ้าแก่หญิงเป็นแม่ม่ายอึงเพราะหึงสา
ข้างผัวเหลือเบื่อจิตระอิดระอาต้องอับอายขายหน้าทั้งตาปี
ถึงตัวเราเล่าก็ไม่พอใจคบยิ่งหลีกหลบพบอีกต้องหลีกหนี
ถามจริงจริงหญิงบรรดาหึงสามีเป็นสตรีดีหรือชั่วเจ้าขรัวนาย
จะตรวจน้ำคว่ำขันเป็นอันขาดทำกริ้วกราดตรัสสั่งสิ้นทั้งหลาย
ทั้งเจ้าข้าอย่าให้มาใกล้กรายพลอยอับอายขายหน้าระอาใจ
มเหสีตีตบต่างรบสู้น่าอดสูอยู่ก็อายหญิงชายไพร่
ออกไปสั่งทั้งข้างหน้าเสนาในเราจะไปเมืองลังกาอย่าช้าการ
แต่งกำปั่นบรรทุกทั้งข้าวน้ำห้าสิบลำกำลังทั้งอาหาร
ลำละร้อยน้อยใหญ่คนใช้งานกำหนดการให้สำเร็จในเจ็ดวัน
เจนธนูผู้เป็นพี่ที่วังหน้าให้รักษาราชัยไอศวรรย์
ช่วยว่าขานการแผ่นดินสิ้นทั้งนั้นตั้งแต่วันนี้ไปเราไม่ดู ฯ
๏ พวกท้าวนางต่างรับอภิวาทเห็นกริ้วกราดหวาดกลัวตัวเป็นหนู
ออกไปสั่งทั้งที่เวนเจนธนูทุกหมวดหมู่รู้เรื่องต่างเลื่องลือ
นางบุญจารีกรีกุนง่วงงุนเหงาต้องห้ามเฝ้าเหินห่างนอนครางหือ
ข้าหลวงเหล่าชาววังนั่งกอดมือเพราะนับถือเจ้าเจียนต้องเฆี่ยนตี ฯ
๏ ฝ่ายพรหมเดชเศรษฐีให้ศรีฟ้ารีบไปหาว่ากล่าวลูกสาวศรี
เข้าในห้องมองเห็นหน้าบุญจารีไม่มีดีตีอกตกตะลึง
แก้มคางคิ้วริ้วรอยน้อยหรือนั่นถึงตีรันกันเจียวเบื่อมันเหลือหึง
ไม่ใคร่ครวญควรหรือให้อื้ออึงเป็นใหญ่ถึงมเหสีเพียงนี้แล้ว
ไม่จำคำร่ำสอนให้อ่อนหวานพาวงศ์วานว่านเครือเสียเชื้อแถว
พระเคืองขัดตัดขาดจะคลาดแคล้วงามอยู่แล้วแก้วแม่เอาแต่ใจ ฯ
๏ นางฟังคำร่ำว่าสารภาพลูกเข็ดหลาบกราบมารดาน้ำตาไหล
ไม่ทันคิดผิดจริงทุกสิ่งไปนึกจะใคร่เชือดคอให้มรณา
หม่อมแม่ช่วยวอนคุณพ่อให้ขอโทษเห็นพระองค์คงจะโปรดโทษโทษา
ตั้งแต่นี้ดีฉันจะสัญญาแม้นขัดเคืองเบื้องหน้าให้ฆ่าฟัน
นางศรีฟ้าว่าพ่อเขาก็โกรธจะขอโทษโทษกรณ์ช่วยผ่อนผัน
แล้วทาไพลให้ที่แก้มแต้มน้ำมันสั่งสาวสรรค์เสร็จสรรพแล้วกลับไป
บอกกับผัวหัวร่อว่าคอคิ้วเป็นรอยริ้วย่อยยับจนจับไข้
ฉันร่ำว่าด่าซ้ำให้หนำใจนั่งร้องไห้ไม่วายฟายน้ำตา
เฝ้ากราบไหว้ให้อ้อนวอนคุณพ่อให้ทูลขอจะพอโปรดโทษโทษา
ผิดก็ผิดคิดสมเพชเวทนาแม้นท่านตาว่าขอโทษคงโปรดปราน ฯ
๏ ฝ่ายพรหมเดชเศรษฐีว่าขี้หึงเหมือนเจ้าจึ่งอึงฉาวจึ่งร้าวฉาน
จะไปเฝ้าเล่าก็พระสละการต้องวานท่านท้าวนางทูลข้างใน
จะต้องทำคำกล่าวเรื่องราวถวายตัวท่านยายเข้าไปด้วยช่วยแก้ไข
แล้วให้เสมียนเขียนคำตามน้ำใจเห็นดีได้เรียบร้อยคอยเวลา ฯ
๏ ฝ่ายว่าพราหมณ์สยัมภูได้รู้ข่าวว่าลูกสาวป่วยไข้เข้าไปหา
ครั้นซักไซ้ได้ความพราหมณ์พฤฒาพรรณนาว่ากล่าวลูกสาวตัว
ธรรมดานารีที่ขี้หึงต้องโกรธขึ้งอึงอายเป็นม่ายผัว
เหมือนเพชรดีมีฟองก็หมองมัวรู้ฝากตัวกลัวภัยจึ่งได้ดี
เจ้าผิดพลั้งครั้งนี้พ่อจะขอโทษคงจะโปรดลูกรักคงศักดิ์ศรี
ไปเบื้องหน้าอย่าให้เป็นเหมือนเช่นนี้ฝ่ายนางกรีกุนกราบว่าหลาบจำ
พราหมณ์พฤฒามาตึกตรองตรึกกล่าวทำเรื่องราวเรียบไว้แต่ในค่ำ
เห็นดีได้ให้เสมียนมาเขียนคำพอแล้วสำเร็จเวลารุ่งราตรี
พับหนังสือถือเข้าไปในนิเวศน์พร้อมกับพราหมณ์พรหมเดชเมียเศรษฐี
สั่งท้าวนางข้างในเห็นได้ทีเข้าทูลที่ห้องทองทั้งสองราย ฯ
๏ พนักงานอ่านดังตั้งเดชะเรื่องราวพระชิณกาวันทาถวาย
ด้วยพาราผาสุกสนุกสบายฝูงหญิงชายชื่นหน้าทั้งธานี
ซึ่งพระจะละสมบัติตัดประโยชน์ด้วยกริ้วโกรธโทษพระมเหสี
นิคมคามพราหมณ์หุ่มกระฎุมพีไม่มีที่พึ่งพาจะอาดูร
เหมือนมืดมัวทั่วสิ้นทั้งดินฟ้าด้วยโลกาหล้าแหล่งสิ้นแสงสูรย์
ขอพระองค์ทรงพระอนุกูลให้เพิ่มพูนภิญโญทั้งโลกา
เสมอเหมือนเดือนตะวันอันสว่างแจ่มกระจ่างสร่างจิตทุกทิศา
ขอพระองค์ทรงธรรม์กรุณาให้เย็นใจไพร่ฟ้าประชากร
ซึ่งสองพระมเหสีนั้นมีโทษขอจงโปรดไว้สักครั้งเหมือนสั่งสอน
แม้นภายหลังพลั้งผิดให้บิดรถึงม้วยมรณ์เหมือนกับบุตรสุดคำทูล ฯ
๏ แล้วอ่านความสยัมภูที่ครูเฒ่าขอก้มเกล้ากราบปิ่นบดินทร์สูรย์
ซึ่งพระองค์ทรงพระอนุกูลบริบูรณ์พูนสุขทุกเวลา
ด้วยเดิมทีกรีกุนพึ่งรุ่นสาวเป็นแต่ชาวบ้านพราหมณ์ตามภาษา
ได้ฝึกสอยร้อยดวงพวงผกาแต่เกิดมามิได้เข้าเฝ้าเจ้านาย
สาพิภักดิ์รักสองละอองบาทไม่รู้ราชกำหนดในกฎหมาย
จึ่งลามล่วงหวงหึงโทษถึงตายด้วยดีร้ายมิได้ทูลมูลความ
ครั้นบิดรสอนสั่งบทบังคับก็รู้รับสารภาพที่หยาบหยาม
ขอแทนคุณมุลิกาพยายามขอทำตามบทพระอัยการ
ไปเบื้องหน้าถ้ามิจำกระทำผิดให้ฆ่าบิดาด้วยบุตรสุดสงสาร
ขอพระองค์ทรงโปรดโทษประทานให้ทำการแก้ผิดที่ติดพัน ฯ
๏ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายโปรดจะยกโทษแทนคุณไม่หุนหัน
นางกรีกุนบุญจารีร่วมชีวันไม่ฆ่าฟันท่านทั้งสองอย่าหมองใจ
ถึงร้อยครั้งพลั้งผิดเราคิดโกรธไม่ทำโทษโทษาอย่าสงสัย
แต่ว่ากล่าวเขาไม่ฟังก็คลั่งใจจะหลีกไปเสียให้ลับด้วยอับอาย
หลวงแม่เจ้าเอาหนังสือสองฉบับไปให้กับสองนางต่างกฎหมาย
ผู้รับสั่งบังคมคลานก้มกายไปถวายสองนางค่อยสร่างใจ ฯ
๏ ฝ่ายกรีกุนบุญจารีดีกันแล้วต่างผ่องแผ้วพูดจาอัชฌาสัย
ข้าหลวงเหล่าสาวสวรรค์กำนัลในพลอยรักใคร่ได้เป็นสุขสนุกสบาย
อันเรื่องราวกล่าววลายุดาราชแสนฉลาดลึกซึ้งปราบหึงหาย
กับเจนธนูคู่ชีวิตคิดอุบายด้วยมุ่งหมายเมืองลังกาตรึกตราตรอง ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ