ตอนที่ ๓๔ นางละเวงคิดหย่าทัพ

๏ ฝ่ายเสนีที่ถือหนังสือบอกขับม้าออกพักเดียวไม่เหลียวหลัง
ถึงลังกาคลาไคลเข้าในวังถวายหนังสือตามเนื้อความมี ฯ
๏ พนักงานอ่านว่าข้าพระบาททั้งสองราชธิดามารศรี
ตั้งอยู่เขาเจ้าประจัญกันไพรีเห็นได้ทีข้าศึกนึกทะนง
จึงใช้ให้ย่องตอดลอดไปจับได้นายทัพสามพราหมณ์ตามประสงค์
ยังพี่น้องสองกษัตริย์ขัตติย์วงศ์จะจับส่งมาให้เสร็จสำเร็จการ
แต่โอรสพระอภัยมิได้หลับกลับล้อมจับย่องตอดยอดทหาร
มีฤทธิ์เดชเวทมนตร์แล้วทนทานย่องตอดต้านทานตีต้องหนีมนต์
จึงออกรบพบทัพรับปะทะรบชนะสงครามถึงสามหน
ครั้นได้ทีตีทัพถึงอับจนบังเกิดฝนลมกล้าสลาตัน
ต้องถอยทัพกลับมารักษาด่านประจำการเกณฑ์ตรวจกันกวดขัน
ข้าศึกอ้อมล้อมเขาเจ้าประจัญยังผ่อนผันคิดอ่านการสงคราม ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงทรงฟังสั่งอำมาตย์นิมนต์บาทหลวงใหญ่มาไต่ถาม
ทัพผลึกศึกเสือเห็นเหลือลามจะปราบปรามคิดอ่านประการใด ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชพระบาทหลวงฉลาดล่วงพูดจาอัชฌาสัย
จะปราบศึกนึกเห็นไม่เป็นไรกลัวแต่ใจจะไม่ทำเหมือนคำเรา ฯ
๏ นางละเวงเกรงกริ่งต้องนิ่งนึกฉลาดลึกเหลือรู้ท่านครูเฒ่า
จึงนบนอบตอบคำตามสำเนาข้าพเจ้าได้บำรุงกรุงลังกา
ก็ตั้งจิตคิดแต่จะแก้เผ็ดแทนสมเด็จบิตุเรศพระเชษฐา
อันองค์พระอภัยแม้ได้มาจะแล่เนื้อเกลือทาให้สาใจ
ก็ขัดสนจนอยู่เป็นผู้หญิงมีแต่สิ่งซึ่งพระองค์จะสงสัย
วิตกนักจักใคร่ล้วงดวงฤทัยถวายให้เห็นจริงทุกสิ่งอัน ฯ
๏ บาทหลวงฟังนั่งนิ่งเห็นจริงจิตจึงช่วยคิดความให้เจ้าไอศวรรย์
อันพวกพลคนอื่นสักหมื่นพันจะป้องกันศึกเสือเหลือกำลัง
แต่เทวีมีบุญการุญราษฎร์จะคิดฆาตข้าศึกสมนึกหวัง
แม้คราวนี้มิทำลายให้พ่ายพังพวกฝรั่งก็จะสูญตระกูลไป
จะลวงล่อพอให้เขานั้นเป่าปี่พวกโยธีกองทัพจะหลับใหล
จึงลวงล้างทางเล่ห์เสน่ห์ในพระอภัยไม่รอดคงวอดวาย ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงกริ่งเกรงศึกจึงว่านึกก็จะสมอารมณ์หมาย
แต่หากว่าฆ่าพระอภัยตายยังลูกชายกับน้องทั้งสองคน
กับทั้งพราหมณ์สามนายก็ร้ายกาจเคยองอาจออกศึกล้วนฝึกฝน
ชำนาญในไตรเพทด้วยเวทมนตร์ทั้งคงทนแทงฟันไม่บรรลัย
จะแค้นนักหักโหมเข้าโรมรุกฉันนี้ทุกข์ที่จะต้านทานไม่ไหว
จะรับรองป้องกันทำฉันใดจึงจะให้ศึกเสร็จสำเร็จการ ฯ
๏ บาทหลวงว่าถ้านายถวายชีวิตจะรับคิดเข่นฆ่าโยธาหาญ
จะไปด้วยช่วยกันประจัญบานเอาเพลิงผลาญเสียให้ยับทั้งทัพชัย ฯ
๏ นางทรงฟังสังฆราชฉลาดล้ำแม้ตามคำเอาชนะพอจะได้
แค้นแต่ตัวกลัวจะปะพระอภัยจะอ่อนใจเสียไม่ฆ่าด้วยการุญ
แล้วแค้นว่าฆ่าพ่อไม่ขอพบคิดจะรบรวดเดียวด้วยเฉียวฉุน
จึงกราบพระครูเฒ่าเจ้าประคุณจงการุญไปด้วยได้ช่วยกัน
แล้วสั่งให้ไปเทียมที่รถที่นั่งทั้งรถสังฆราชเลิศล้วนเฉิดฉัน
ยกโยธาห้าหมื่นปืนทั้งนั้นไปตั้งเขาเจ้าประจัญป้องกันเมือง ฯ
๏ ฝ่ายสามนางต่างพากันมาเฝ้าแล้วทูลเล่าข้อความไปตามเรื่อง
ออกชิงชัยไพร่นายตายก็เปลืองข้าศึกเนื่องหนุนกันประจัญบาน ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชพระบาทหลวงจะดูท่วงทีศึกที่ฮึกหาญ
ชวนลูกสาวเจ้าลังกาขึ้นปราการตรวจหน้าด่านเชิงเทินเที่ยวเดินดู
เห็นทัพล้อมพร้อมพหลพลผลึกกระหึมฮึกโห่ลั่นสนั่นหู
ทั้งหกค่ายรายรอบริมขอบคูกระบวนปูเปิดก้ามตามตำรา
จึงขึ้นป้อมพร้อมพรั่งนั่งเก้าอี้ดูท่วงทีทัพศึกแล้วปรึกษา
แต่งเป็นสารการกษัตริย์ขัตติยาไปเจรจากับพระอภัยมณี
เป็นใจความตามขนบที่รบพุ่งให้ลือเลื่องเฟื่องฟุ้งทุกกรุงศรี
ใส่กล่องแก้วแล้วปิดผนิดดีให้เสนีราชทูตไปพูดจา ฯ
๏ เสนานำคำนับแล้วรับสารมาใส่พานมรกตขึ้นรถา
ออกประตูคู่แห่แตรลังกาเป่าไปหน้ารถทั้งกังสดาล
ถึงกองทัพยับยั้งอยู่ข้างนอกให้ร้องบอกประกาศราชสาร
พระอภัยให้ถามตามโบราณครั้นทราบการก็ให้รับมาพลับพลา
พระออกนั่งยังที่เก้าอี้รัตน์สองกษัตริย์เฝ้าฝ่ายทั้งซ้ายขวา
ทหารล้อมพร้อมพรั่งฟังกิจจาเจ้าโมราคลี่สารออกอ่านพลัน ฯ
๏ ในสาราว่าพระองค์ดำรงราชย์บรมบาทบังอรอัปสรสวรรค์
ทรงพระนามตามยศทศธรรม์ละเวงวัณฬาลบภพไตร
บำรุงราษฎร์ศาสนาให้ผาสุกประเทศทุกภาษาให้อาศัย
แต่รบรับกับองค์พระอภัยสงสารไพร่พลตายเสียก่ายกอง
เหมือนโจรไพรไม่มีอิสริยยศจะปรากฏความชั่วให้มัวหมอง
คิดจะขอต่อตีกันพี่น้องสองต่อสองสงครามตามโบราณ
เราเพลี่ยงพลั้งลังกาอาณาเขตเป็นของเชษฐาสิ้นทั้งถิ่นฐาน
เราชนะจะเอาสัตย์ปฏิญาณแล้วปล่อยไปไม่สังหารผลาญชีวา
ถึงวอดวายภายหลังได้สรรเสริญจะอยู่เกินกัปกัลป์ชันษา
แม้ไม่สู้ผู้หญิงทิ้งศัสตราก็เลิกทัพกลับไปหานางมาลี ฯ
๏ พระอภัยใจซื่อถือว่าหึงยิ่งคิดถึงนางวัณฬามารศรี
ปราศรัยทูตพูดถามความบุตรีว่านางมีลูกผัวคือตัวใคร ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสรรเสริญให้เพลินจิตใครจะคิดเคียงคู่พระสูริย์ใส
กษัตรามาจบภพไตรแต่พระทัยเทพินไม่ยินดี
อันพี่น้องสององค์พงศ์กษัตริย์อยู่ปรางค์รัตน์ร่วมชีวามารศรี
จึงชุบเลี้ยงเพียงพระราชบุตรีเสกเป็นที่พระธิดายุพาพาล
แล้วทูลถามตามทำนองว่ากองทัพจะรบรับหรือจะล่าโยธาหาญ
จงออกโอษฐ์โปรดตรัสดำรัสการขอประทานแต่พอไปได้กราบทูล ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นเห็นนิ่งจึงชิงตรัสอันกษัตริย์สูงใหญ่เจ้าไอศูรย์
สงวนยศงดงามตามประยูรต่ำตระกูลก็ให้ข้าเข้าราวี
เหมือนหญิงสู้ผู้ชายเสียดายยศเปรียบเหมือนคชสารสู้กับหนูผี
เหวยอำมาตย์ราชทูตช่างพูดดีเจ้ามึงมีผัวชู้กูรู้ความ
อันพระองค์ทรงยศทศพิธมิได้คิดทำบาปที่หยาบหยาม
เหตุเพราะหญิงสิงหลต้นสงครามคบสิบสามเมืองมาเป็นสามี
ไปรบพุ่งกรุงผลึกจึงนึกโกรธมาลงโทษนางวัณฬามารศรี
แม้โอนอ่อนงอนง้อไม่ต่อตีจะไว้ชีวีโปรดซึ่งโทษทัณฑ์
ยังกลับซ้ำทำอุบายจะหมายสู้ไม่ควรคู่ควรฆ่าให้อาสัญ
ไปบอกกล่าวเจ้าละเวงของเองนั้นมาสู้กันแต่กับกูจึงคู่ควร ฯ
๏ พระอภัยไม่ชอบตอบพระน้องอย่าขัดข้องเคืองขุ่นทำหุนหวน
ถึงผิดชอบตอบคำให้น้ำนวลพอสมควรคุณโทษจะโกรธไย
แล้วหยิบสารลานทองมาตรองตรึกทรงจารึกสาราอัชฌาสัย
ไม่พรายแพร่งแต่งตอบตามชอบใจแล้วส่งให้ทูตกลับไปฉับพลัน ฯ
๏ พระอนุชาอาดูรจึงทูลถามการสงครามคราวนี้นี่กวดขัน
พระลักลอบตอบนางไปอย่างนั้นกระหม่อมฉันทั้งปวงไม่ล่วงรู้
ฉวยเพลี่ยงพลั้งครั้งนี้เป็นที่สุดจะโทรมทรุดเสียยศให้อดสู
ทั้งเสียทีกระหม่อมฉันกตัญญูไม่ได้รู้เรื่องสารรำคาญใจ ฯ
๏ พระเชษฐาว่าเราตีด้วยฝีปากไม่เหนื่อยยากโยธาหามิได้
จึงแต่งตอบปลอบนางเป็นทางในด้วยเข้าใจกลศึกที่ลึกซึ้ง
เราห่างเหินเนิ่นนานไม่พานพบจึงชวนรบชะรอยจิตจะคิดถึง
ที่ท้าทายปลายคำจะรำพึงเป็นเชิงหึงเห็นจะรักหนักอุรา
ข้างพวกเจ้าเล่าก็ชายนายทหารจะคิดการมิได้ห้ามตามประสา
เห็นอย่างไรไม่ห้ามตามอัชฌาการของข้าข้าจะตอบตามชอบใจ ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นจะขัดตัดประโยชน์กลัวกริ้วโกรธกราบลาอัชฌาสัย
เที่ยวสั่งซ้ำกำชับทุกทัพชัยพอพลบให้ขานฆ้องกองอัคคี ฯ
๏ ฝ่ายอำมาตย์ราชทูตมาถึงด่านถวายสารนางวัณฬามารศรี
ทูลแถลงแจ้งความตามคดีพระบุตรีคลี่สารแล้วอ่านความ ฯ
๏ ในสาราว่าพระองค์ดำรงโลกมาวิโยคแยกน้องที่ท้องสนาม
เสน่ห์นุชสุจริตสู้ติดตามได้แต่ความโศกเศร้าทุกเช้าเย็น
แม่ยอดมิ่งทิ้งสัตย์เฝ้าจัดทัพมาตั้งรับพี่ต้องรบใคร่พบเห็น
เจ้าตัดรักหักสวาทขาดกระเด็นไม่ยอมเข็นขืนใจเป็นไมตรี
จะรบพุ่งมุ่งหมายทำลายล้างไม่ขัดขวางขวัญน้องอย่าหมองศรี
จะสู้ม้วยด้วยสวาทแล้วชาตินี้พรุ่งนี้พี่จะไปหาให้ฆ่าฟัน
ฝากแต่รักหนักแน่นเท่าแผ่นภพขอประสบทรามเชยเสวยสวรรค์
จะเกิดไหนขอให้พบประสบกันละเวงวัณฬาน้องอย่าหมองนวล
แม้นปรานีศรีสวัสดิ์ไม่ตัดรักจะฟูมฟักเข้าประคองครองสงวน
งามละม่อมจอมขวัญอย่ารัญจวนจงคิดควรคำจริงทุกสิ่งอัน ฯ
๏ นางฟังความยามเศร้ายิ่งเหงาง่วงพระบาทหลวงร้องว่าเอทำเหหัน
เห็นได้ทีมิทำที่สำคัญจะมีอันตรายเพราะตายใจ ฯ
นางละเวงเกรงครูเห็นรู้แจ้งทำเสแสร้งแกล้งถามตามสงสัย
ที่ธุระจะไปฆ่าพระอภัยเห็นจะได้ด้วยเล่ห์เพทุบาย
แล้วจะเผาเหล่าทหารผลาญข้าศึกยังต้องตรึกเกรงจะไม่เหมือนใจหมาย
ขอทราบเหตุเภทผลกลอุบายเชิญภิปรายโปรดเล่าให้เข้าใจ ฯ
๏ บาทหลวงว่าถ้าเขาได้เป่าปี่พวกโยธีกองทัพคงหลับใหล
แต่พวกเราเอาปรอทหยอดหูไว้ให้ถือไฟฟางหญ้าทาน้ำมัน
กองดินปืนฟืนรอบเป็นขอบคอกเอาเพลิงคลอกโยธาให้อาสัญ
ถึงอยู่ปืนยืนยงคงกระพันก็เห็นมันจะไม่รอดคงวอดวาย ฯ
๏ นางวัณฬาว่าชอบมอบทหารให้อาจารย์จัดใช้เหมือนใจหมาย
จะคิดฆ่าพระอภัยเสียให้ตายตามอุบายสั่งสอนแต่ก่อนกาล
บาทหลวงรับกลับมาเวลาพลบถึงหอรบเรียกฝ่ายนายทหาร
นางละเวงวัณฬายุพาพาลคิดรำคาญขัดข้องไม่คล่องใจ
ขึ้นประทับพลับพลาตรงหน้าป้อมดูไพร่พร้อมพลรบครบไสว
ทั้งสองนางต่างนั่งระวังระไวคอยช่วงใช้ชิดองค์นางนงคราญ ฯ
๏ นางวัณฬาอาวรณ์ถอนสะอื้นสุดจะขืนข่มรักหักประหาร
คิดจะฆ่าพระอภัยเห็นได้การแต่สงสารสาราที่อาวรณ์
เมื่อแรกรบพบน้องได้ลองจิตเห็นทรงฤทธิ์แสนรักเหมือนอักษร
จะตัดรักหักสวาทไม่ขาดรอนสะท้อนถอนฤทัยไม่ไสยา
จนยามสองกลองเกราะเสนาะสนั่นนางเคลิ้มฝันฟื้นกรีดหวีดผวา
พระบุตรีพี่น้องสองสุดาทั้งรำภาพยุงองค์นางนงคราญ
ครั้นโฉมยงรู้สึกทรงนึกได้เหมือนพบปะพระอภัยให้สงสาร
จึงเล่าความตามนิมิตพิสดารว่าอาจารย์จุดเพลิงตะเกิงกอง
พระอภัยเธอเข้ามาผวากอดจนกายคอดขาดกระเด็นออกเป็นสอง
เธอรวบรัดหัตถ์รับประคับประคองข้าร้องร้องรู้สึกก็นึกอาย
อัศจรรย์ฝันเห็นไปเช่นนี้จะเสียทีหรือจะสมอารมณ์หมาย
แล้วตรัสถามสามสุดาตำราทายเคยทำนายบ้างหรือไม่ช่วยให้พร
นางยุพาว่าเมื่ออยู่กับครูเฒ่าได้เรียนเล่าโฉลกตั้งพระสั่งสอน
ทายนิมิตมีตำราพยากรณ์ตามอักษรซึ่งสุบินจินตนา
แล้วนั่งนับจับยามตามโฉลกราชาโชคชัยวันชันษา
ทราบนิมิตพิสดารของมารดานางก้มหน้านึกยิ้มทำพริ้มพราย
นางนงลักษณ์ซักถามถึงสามครั้งกลัวรับสั่งจำทูลทำนายถวาย
เห็นองค์พระอภัยจะไม่ตายจะกลับกลายเกลียวกลมภิรมยา
ซึ่งเสียทรงองค์ขาดชาติฝรั่งจะเสื่อมทั้งศักราชพระศาสนา
เธอประคองสองหัตถ์คือสัจจาจะรักษาสัตย์สวาทไม่คลาดคลาย
ซึ่งครูเฒ่าเผาเพลิงตะเกิงแสงจะโกรธแรงราวกับไฟมิใคร่หาย
แล้วอวยผลมนต์พร่ำรำพันท้ายน้อมถวายพรนบอภิวันท์ ฯ
๏ นางลูบอกตกตะลึงรำพึงคิดนึกพินิจเหมือนจะจริงทุกสิ่งสรรพ์
นางปรึกษาว่าเป็นไปเช่นนั้นจะผ่อนผันแก้ไขฉันใดดี ฯ
๏ ทั้งสามนางต่างคนก็จนจิตเป็นสุดคิดสุดจะอายชม้ายหนี
นางยุพาว่าอือหนังสือมีพระบาลีให้สำหรับเมื่ออับจน
จึงฉีกเสื้อเครือปักชักกระดาษเป็นลายลักษณ์ศักราชชาติสิงหล
ว่าถึงยุคทุกภาษาจะมาปนด้วยตั้งต้นแต่ลูกสาวเจ้าลังกา
พระอภัยอย่าได้หมายทำร้ายเขาจะสูญเผ่าพงศ์ชาติพระศาสนา
เป็นคู่สร้างนางละเวงวัณฬามาถึงไตรดายุคแล้วไม่แคล้วกัน
แม้บาทหลวงล่วงรู้จะขู่ถามอย่าบอกความว่าจะฆ่าให้อาสัญ
ผู้มีบุญขุ่นหมองช่วยป้องกันจะสืบพันธุ์พงศ์กษัตริย์สวัสดี
เมื่อแม่เลี้ยงได้ผัวตัวเป็นลูกจงพันผูกพึ่งพาเป็นราศี
ตามวิสัยในจังหวัดปัถพีอย่าถือผีพวกฝรั่งเมืองลังกา
ทั้งสี่นางต่างฟังต่างนั่งนิ่งต่างเห็นจริงจวนดึกจึงปรึกษา
พระบาลีนี้คะเนเหมือนเทวาช่างเขียนมามิได้ผิดสักนิดเลย
นางละเวงเกรงฝรั่งสังฆราชจะกริ้วกราดโกรธงกแล้วอกเอ๋ย
จึงตรัสถามยุพาว่าทรามเชยเจ้าก็เคยอยู่มากับอาจารย์
จะควรฟังหนังสือในมือเสื้อหรือจะเชื่อสังฆราชอันอาจหาญ
ขอฟังคำรำภาตุลาการช่วยว่าขานขาดคำจะทำตาม ฯ
๏ ฝ่ายพี่น้องสองนางต่างคำนับที่บังคับควรฟังมีทั้งสาม
คือครูเฒ่าเจ้าสุธาบิดาปรามต้องทำตามตัวจึงได้พึ่งพา
ประการหนึ่งถึงที่กลียุคจะปราบทุกเมืองน้อยร้อยภาษา
เป็นมนุษย์สุดแต่ชื่อให้ลือชาพี่รำภาเจ้าจะเห็นเป็นอย่างไร ฯ
๏ ฝ่ายรำภานารีคนมีสัตย์สุดจะขัดสุดจะขืนฝืนนิสัย
ต้องทูลความตามจริงทุกสิ่งไปถึงใจไม่ปรารถนามีสามี
เมื่อเคราะห์กรรมจำเป็นเหมือนเช่นข้าต้องชั่วช้าชายต้องให้หมองศรี
เขามาขอพ่อจะให้ไม่ไยดีประเดี๋ยวนี้ซ้ำร้ายเสียดายตัว
เมื่อต่อตีศรีสุวรรณประจัญปล้ำแสนระยำยังเว้นแต่เป็นผัว
จะมีใหม่ให้เป็นสองก็หมองมัวจึงครองตัวตั้งสัตย์ว่าภัสดา
เธอม้วยมอดวอดวายจะตายด้วยแม้ไม่ม้วยหมายจะรบไม่คบหา
แม้ตรัสใช้ให้ประหารผลาญชีวาจะเชือดคอมรณากับสามี
พระแม่เจ้าเล่าก็ยังกำลังสาวทุกไทท้าวเธอนิยมประสมศรี
ฉวยเสียเมืองเบื้องหน้าจะราคีเป็นสตรีสำหรับจะอับอาย
พระอภัยให้สัตย์จะตัดศึกจงทรงตรึกตรองการประมาณหมาย
แม้ลวงหลอกคลอกเผาเขาไม่ตายจะฉิบหายสิ้นทั้งเกาะลังกา
อันหนังสือมือเสื้อคงเชื่อได้ด้วยเขียนไว้ก่อนกาลนานหนักหนา
คำโบราณท่านว่าคิดผิดตำราไปเบื้องหน้าจะลำบากให้ยากเย็น ฯ
๏ นางวัณฬาว่าจะสู้เขาไม่ได้เมื่อนานไปก็เป็นเครื่องจะเคืองเข็ญ
เพราะรบรุกฉุกเฉินเผอิญเป็นก็เหมือนเช่นอกข้าเมื่อหย่าทัพ
พระอภัยไล่ลัดสกัดกั้นหลบไม่ทันเธอก็โถมเข้าโจมจับ
จึงลวงล่อขอสัตย์เธอตรัสรับไปปลุกทัพโยธีได้หนีมา
เมื่อจิตใจไม่ชั่วแต่ตัวช้ำผลกรรมจะให้ขาดพระศาสนา
ถึงไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินจะนินทาเทวดาท่านก็รู้อยู่ด้วยกัน
แต่ได้สั่งสังฆราชพระบาทหลวงว่าจะลวงล่อฆ่าให้อาสัญ
มิทำเขาเล่าจะโกรธทำโทษทัณฑ์จะป้องกันแก้ไขฉันใดดี ฯ
๏ นางรำภาว่าออกไปเสียให้พบเธอไม่รบรอนราญเหมือนสารศรี
จึงถอยทัพกลับมาเข้าธานีไม่ได้ทีใครจะฆ่าได้ว่าไร
ถึงท่านครูรู้ว่าเราหย่าทัพที่การลับแล้วแต่จะแก้ไข
เห็นดีพร้อมยอมคิดตั้งจิตใจจนอุทัยรุ่งรางสว่างตา ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชประสาทสั่งทหารทั้งไพร่นายทั้งซ้ายขวา
เอาปรอทหยอดหูดูปัญญาเก็บฟางหญ้าฟืนตองสำรองไว้
ถ้าโบกธงตรงออกไปคลอกทัพกำลังหลับเลยตายทั้งนายไพร่
ทหารพร้อมรอมริบรีบกลับไปทั้งนายไพร่เตรียมตัวทั่วทุกคน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเจ้าไตรจักรละล่ำละลักถึงลูกสาวเจ้าสิงหล
ให้หวนเห็นเป็นเหตุด้วยเวทมนตร์หอมสุคนธ์เหมือนเมื่อได้เข้าใกล้เคียง
อยู่อยู่ผีปีศาจให้หวาดหวั่นเหมือนเสียงวัณฬาแว่วแจ้วแจ้วเสียง
ลางทีเห็นเป็นนางอยู่ข้างเตียงลุกขึ้นเมียงมองหาทุกราตรี
ซึ่งรอนราญการศึกไม่นึกรบจะใคร่พบนางวัณฬามารศรี
พอเช้าตรู่จู่มาสรงวารีกรีดพระหัตถ์ขัดสีฉวีวรรณ
อยู่กลางทัพอับจนสุคนธรสดอกไม้สดใส่แช่ในแม่ขัน
พนักงานพานสุคนธ์คอยฝนจันทน์ต่างสุคันธรสรื่นค่อยชื่นใจ
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องเรืองระยับเพชรประดับแพรวพร่างสว่างไสว
ออกหยุดยั้งนั่งหน้าพลับพลาชัยเสนาในอภิวาทดาษดา
พระโอรสอนุชาก็มาพร้อมประณตน้อมนั่งฝ่ายทั้งซ้ายขวา
พระเอื้อนอรรถตรัสความตามสัญญานางวัณฬาจะออกรบพบกับเรา
จะขอสู้ผู้เดียวเกี้ยวให้ติดใครอย่าคิดมุ่งหมายทำร้ายเขา
จะปลอบโลมโฉมงามตามสำเนาการของเรามิใช่การราญณรงค์ ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นเห็นผิดจริตนักจะห้ามหักเห็นไม่ฟังกำลังหลง
จึงทูลว่าถ้ากระนั้นให้มั่นคงการณรงค์จะได้ทำแต่ลำพัง
แล้วทูลลาพาหลานมาด้านหน้าเขาออกมาเราจะได้ออกไปมั่ง
กลศึกลึกเหลือจะเชื่อฟังคอยระวังตนทั่วทุกตัวคน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬารัตน์เป็นยอดขัตติยาหญิงในสิงหล
บรรทมตื่นฟื้นองค์เข้าสรงชลในมณฑลถือเสน่ห์เทวดา
กับสามนางต่างเลียนจุดเทียนพร้อมเสกน้ำหอมโซมซาบอาบมังสา
ผัดสุคนธ์ปนแก้วแววนัยน์ตาใครเห็นหน้านึกรักร้องทักทาย
ยิ่งเข้าใกล้ได้กลิ่นเหมือนกินเหล้าให้มัวเมาความรักหักไม่หาย
เสน่ห์ยาทาปนกระวนกระวายอยากใคร่ก่ายกอดจูบใคร่ลูบโลม
แล้วทรงเสื้อเครือวัลย์สีจันทร์อ่อนดังกินนรแน่งน้อยแช่มช้อยโฉม
มวยกระหมวดกวดกันน้ำมันโซมอุณาโลมลงแก้มยิ้มแย้มงาม
แล้วทรงช้องป้องพักตร์แล้วปักปิ่นล้วนเพชรนิลแนมมณีสีสยาม
ตุ้มหูห้อยพรอยแพรวดูแวววามนิ้วอร่ามธำมรงค์เป็นวงวาว
ใส่เกือกเพชรเสร็จสรรพจับกระบี่นางนารีเรียงตามทั้งสามสาว
แลละม้ายคล้ายเคลื่อนดังเดือนดาวใครเห็นหาวนอนทั่วทุกตัวชาย
ถึงหอรบพบฝรั่งสังฆราชอภิวาทถามไถ่เหมือนใจหมาย
เห็นเมฆเบิกฤกษ์ดีจะคลี่คลายแต่การภายหลังนั้นให้ทันการ ฯ
๏ บาทหลวงว่าอย่าวิตกเร่งยกทัพเตรียมไว้รับรถาโยธาหาญ
นางรับคำอำลาพระอาจารย์มาพระลานเลยตรงขึ้นทรงรถ
สามนารีขี่ม้าสีฟ้าเหลืองประดับเครื่องเครือกุดั่นกั้นพระกลด
จามรชอนตะวันเป็นหลั่นลดให้ชักรถรีบออกนอกกำแพง
ทหารแห่แตรสังข์ประดังเสียงก้องสำเนียงโห่ฮึกนึกแสยง
พวกเกียกกายซ้ายขวาพวกม้าแซงเป็นคู่แข่งเคียงรถบทจร
ถึงหน้าทัพยับยั้งคอยฟังศึกพลผลึกออกมารับสลับสลอน
แต่รู้ความตามสารไม่ราญรอนต่างหยุดหย่อนยืนยั้งระวังความ ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยวิไลโฉมเสียงแห่โหมกึกก้องท้องสนาม
ให้สืบดูรู้ว่าพะงางามออกมาตามสัญญายิ่งอาวรณ์
ขึ้นทรงนั่งหลังพระยาวลาหกเครื่องกระหนกเนาวรัตน์ประภัสสร
ฝ่ายพระน้องหน่อกษัตริย์ขึ้นอัสดรคอยราญรอนเรียงมาริมม้าทรง
ถึงหน้าทัพยับยั้งพระสังเกตพอสบเนตรทรามสงวนนวลหง
สวาทหวังคลั่งคลุ้มใคร่อุ้มองค์ตะลึงหลงแลเปล่งดังเพ็งจันทร์
จะพิศไหนให้เห็นเหมือนเช่นรักวิไลลักษณ์ล้ำสุรางค์นางสวรรค์
ขนงเนตรเกศแก้มแต้มอำพันเหมือนลูกจันทร์แจ่มผ่องละอองนวล
ขึ้นดำรงทรงนั่งบัลลังก์รถดูช้อยชดโฉมงามทรามสงวน
ยิ่งเพ่งพิศฤทธิ์เสน่ห์ให้เรรวนจึงตรัสชวนเชิญนางทางประโลม
แม่วัณฬายาหยีเจ้าพี่เอ๋ยกระไรเลยลืมรักเฝ้าหักโหม
พี่คนซื่อหรือมาลวงให้ทรวงโทรมจึงรุกโรมติดตามด้วยความรัก
แม่คิดร้ายหมายรบไม่คบแล้วหรือน้องแก้วแลดูยังรู้จัก
ที่เมืองใหม่ไฟสว่างกระจ่างพักตร์แม่นงลักษณ์ลืมแล้วหรือแก้วตา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงฟังเพลงพลอดระทวยทอดนัยน์เนตรดูเชษฐา
ทำเยื้อนยิ้มพริ้มพรายชม้ายมากิริยาอย่างละครให้งอนงาม
แล้วตรัสตอบขอบคุณการุญรักที่หาญหักข่มเหงไม่เกรงขาม
เหลือละโมบโลภลาภเที่ยวปราบปรามไม่ทำตามมธุรสพจมาน
เมื่อพบกันสัญญาจะหย่าทัพแล้วไม่กลับแกล้งว่ารักมาหักหาญ
เห็นพระทัยไม่ตามความโบราณจะสู้ต้านต่อยุทธ์จนสุดมือ
วันนี้ที่สัญญาได้มาพบจะรอรบกันกับน้องแต่สองหรือ
หรือจะขับทัพใหญ่ไล่กระพือจึงไม่ถือศัสตรามาราวี ฯ
๏ พระอภัยได้ฟังเห็นยังรักอุตส่าห์ปลักปลอบประโลมนางโฉมศรี
ซึ่งพูดกันสัญญาในราตรีโทษของพี่นี้ไม่ผิดสักนิดเลย
ได้ปลุกทัพกลับมาลังกาหมดว่าฉันปดเสียอีกเล่าแม่เจ้าเอ๋ย
คอยรอรั้งฟังความแม่ทรามเชยก็ลอยเลยลิบหายมาหลายเดือน
แสนละห้อยคอยข่าวทุกเช้าค่ำจนโรคซ้ำเสียใจใครจะเหมือน
จึงแต่งสารการรักมาตักเตือนแม่กลบเกลื่อนแกล้งเสด้วยเล่ห์กล
จะเลิกทัพกลับไปอย่างไรรอดรักแม่ยอดเยาวมิ่งเมืองสิงหล
แม้ชีวีพี่ชายมิวายชนม์มิให้คนอื่นต้องแม่น้องเลย
เจ้าหมายมั่นสัญญาจะมารบพี่อยากพบนวลละอองดอกน้องเอ๋ย
ไม่ณรงค์สงครามกับทรามเชยอย่าแคลงเลยไม่ลวงแม่ดวงใจ
ตัวของพี่นี้ถ้าแม้แม่แค้นเดือดตามแต่เชือดฉะลงที่ตรงไหน
จะขอกอดยอดมิ่งไม่ชิงชัยจนขาดใจจึงจะวางให้ห่างทรวง ฯ
๏ นางวัณฬาอาวรณ์ถอนสะอื้นสู้กล้ำกลืนกลัวอำนาจพระบาทหลวง
สงสารคำร่ำง้อไม่ล่อลวงเราแกล้งหน่วงเนิ่นช้าเธอว่าจริง
เป็นจนใจไม่รู้ที่จะชี้ชอบจะต้องตอบตามประสามารยาหญิง
จึงว่าชะพระช่างกล่าวล้วนเพราพริ้งว่าไม่ทิ้งความสัตย์ซึ่งปฏิญาณ
จนยินยอมน้อมนบไม่รบพุ่งเชิญบำรุงราชัยมไหสถาน
ขอเป็นข้าสารภาพถึงกราบกรานหนังสือสารก็ยังมีที่พระองค์
จนข้าเฝ้าเขาเย้ยไม่เงยพักตร์ว่าลานรักพระอภัยจนใหลหลง
แต่ตัวของน้องนี้ถือว่าซื่อตรงต่อตีวงต้านแตกจึงแปลกใจ
มาล้อมเขาเจ้าประจัญจึงขันสู้ก็ทราบอยู่จะชนะพระที่ไหน
เหมือนมาวานผลาญชีวันให้บรรลัยแต่พอได้ลือชื่อว่าซื่อตรง
อย่าร่ำรักนักเลยน้องเคยพบเชิญมารบเอาศีรษะตามประสงค์
แล้วลงจากรถาขึ้นม้าทรงให้ปักธงสัญญาต่อหน้าคน
น้องวอดวายฝ่ายพระองค์ทรงสวัสดิ์ผ่านสมบัติแว่นแคว้นแดนสิงหล
พระแพ้น้องกองทัพให้กลับพลไปเสียพ้นพาราอย่ามาตี
อันผู้หญิงสิงหลคนนี้ซื่อใครดึงดื้อแล้วก็สู้ไม่รู้หนี
ไม่เหมือนอย่างนางสุวรรณมาลีเขารู้ทีทำจริตกระบิดกระบวน ฯ
๏ พระอภัยใจรู้ว่าขู่หยอกจึงเอื้อนออกโอษฐ์พลางทางพระสรวล
พี่อาลัยใจรักไม่ชักชวนมาก่อกวนท้าพี่มิอยากรบ
จะฆ่าฟันฉันใดก็ไม่ห้ามก็เล่าความตั้งแต่ต้นไปจนจบ
เมื่อแจ้งการสารตอบตามนอบนบไม่นึกรบนึกรักน้องหนักครัน
เป็นคราวเคราะห์เพราะพระน้องเข้าข้องขัดว่าให้ตัดญาติกาให้อาสัญ
บอกว่าหยอกดอกก็เขาว่าเข้ากันจึงหุนหันหักด่านดงตาลมา
พี่ผิดจริงมิ่งแม่จงแก้แค้นทำทดแทนเถือหนังแลมังสา
ไม่ต่อตีศรีสวัสดิ์เป็นสัจจาพลางขับม้าเข้าไปตรงธงสำคัญ
นางละเวงเกรงจะจับขยับกริชพระน้องชิดชักทวนสวนถลัน
ฝ่ายสามนางต่างน้าวสายเกาทัณฑ์ต่างขยั้นหยุดยั้งระวังที ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นเห็นหน้ารำภาน้อยดูแช่มช้อยชื่นจิตด้วยฤทธิ์ผี
พึ่งรุ่นสาวขาวล้ำเหมือนสำลีได้เป็นที่เจ้าเมืองมีเครื่องยศ
ยิ่งงามคมสมควรเป็นนวลเปล่งยิ่งพิศเพ่งผ่องเหมือนเดือนทรงกลด
ยิ่งรวยรินกลิ่นกลั่นคันธรสเหลือจะอดออกปากฝากไมตรี
เออนี่แน่แม่รำภานิจจาเอ๋ยกระไรเลยแลพบก็หลบหนี
เมื่อแรกเล่าเราก็เหมือนเพื่อนชีวีเจ้าแปลกพี่แล้วหรือน้องลองรำลึก
ถึงรบรับอับจนใช่คนอื่นพอได้ชื่นใจบ้างที่กลางศึก
ไฉนน้าวเกาทัณฑ์หุนหันฮึกไม่รำลึกความหลังดูบ้างเลย ฯ
๏ นางรำภาหน้าอายซังตายตอบถึงจะชอบเหมือนคำก็ทำเฉย
เคยรบสู้รู้จักอย่าทักเปรยถึงเยาะเย้ยอย่างไรก็ไม่อาย
เมื่อรบกันฉันได้ผ้าเช็ดหน้าไว้ถ้าแม้ไม่มีอื่นจะคืนถวาย
แต่หมวกเพชรเม็ดบุษย์สุดเสียดายจะขอถ่ายเงินทองที่ต้องการ ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางว่าเช็ดหน้าพี่ถึงจะมีเหมือนหาไม่ด้วยไกลสถาน
สู้เปลื้องไว้ให้เจ้าอ้างต่างพยานไม่ต้องการเลยแล้วหรือแก้วตา
หมวกของเจ้าเอาไว้จะได้ชื่นแล้วจะคืนให้กับมิตรกนิษฐา
พลางใช้ไพร่ให้กลับไปพลับพลาเอาหมวกมาจูบต้องประคองเชย
พี่ขอยืมปลื้มใจเมื่อไสยาสน์อย่าเพ่อขาดไมตรีเจ้าพี่เอ๋ย
นางแลดูชูผ้าเช็ดหน้าเย้ยต่างก็เปรยเปรียบปราศรัยกันในที ฯ
๏ สินสมุทรหยุดฟังบนหลังม้าดูยุพาผกามารศรี
ก็ฉุนเฉียวเสียวเสน่ห์ประเวณีด้วยฤทธิ์ผีพาให้พระทัยเพลิน
จะเกี้ยวบ้างอย่างพระอาบิดาเกี้ยวแล้วหน่วงเหนี่ยวนึกคร้ามให้ขามเขิน
แต่ยิ้มเยื้อนเอื้อนอายชม้ายเมินให้เผอิญอกใจดังไฟฮือ
จึงขับม้ามาตรงนางแล้วพลางถามแม่น้องนามยุพาผกาหรือ
ยิงเกาทัณฑ์สันทัดเคยหัดปรือมีหนังสือมาถึงฉันเมื่อวันซืน
ว่าสินทรัพย์นับโกฏิจะโปรดให้ขอสไบน้องรักแต่สักผืน
อย่าหมองหมางจางจืดให้ยืดยืนใช่คนอื่นคนไกลหาไหนมา ฯ
๏ นางฟังคำน้ำใจมิได้รักดูเหมือนยักษ์ร้ายกาจไม่ปรารถนา
แกล้งยียวนสรวลสันต์จำนรรจาขอทานผ้าพี่ชายไม่อายเลย
มาตีปล้นขนทรัพย์ไปนับหมื่นยังขอผืนผ้าเล่าเจ้าแม่เอ๋ย
ละโมบนักมักได้ฉันไม่เคยไม่อายเลยเจียวหรือพี่พูดดีจริง ฯ
สินสมุทรสุดจนให้อ้นอั้นไม่รู้ผันผ่อนแก้แพ้ผู้หญิง
แต่ยิ้มยิ้มหงิมง่วงไม่ท้วงติงทำเมินนิ่งนึกเขินสะเทิ้นที ฯ
๏ พระอภัยได้เห็นสองพี่น้องน้อยดูแช่มช้อยเช่นวัณฬามารศรี
ให้นึกรักทักยุพาสุลาลีมาถึงนี่หน่อยเถิดพ่อจะขอชม
ช่างฉอเลาะเราะรายละม้ายเหมือนได้เป็นเพื่อนชนนีเห็นดีสม
ฝ่ายสองนางได้ฟังต่างบังคมพระตรัสชมกระหม่อมฉันด้วยกรุณา
ขอบพระคุณอุ่นจิตดังบิตุเรศจงโปรดเกศกระหม่อมฉันให้หรรษา
ช่วยเลิกทัพกลับไปอย่าได้มาจะเห็นว่าโปรดปรานสำราญใจ ฯ
๏ พระฟังนางช่างพลอดฉอดฉอดเสียงเหมือนแม่เลี้ยงเหลือดีจะมีไหน
จึงตอบว่าข้าจะขับกองทัพไปมิให้ใครรบพุ่งกรุงลังกา
แต่ตัวพ่อขออยู่เอ็นดูด้วยเจ้าจงช่วยปลูกฝังพ่อบ้างหนา
แม้รับคำสำคัญที่สัญญาจะให้ล่าเลิกทัพถอยกลับไป ฯ
๏ นางยุพาผกาปรีชาฉลองพระแกล้งลองเล่นว่าจะอาศัย
เมืองผลึกตึกกว้านสำราญใจจะเห็นอะไรกับฝรั่งเมืองลังกา
แม้จริงจังดังตรัสไม่ขัดข้องสุดแต่ต้องพระประสงค์คงอาสา
เชิญพระองค์ทรงธรรม์ได้สัญญาจะเลิกล่าพลขันธ์ไปวันไร ฯ
๏ พระแย้มพลางทางว่านิจจาเอ่ยไม่ลวงเลยแล้วบิดาจะอาศัย
ให้มารดรอ่อนน้อมพร้อมพระทัยพ่อจะให้สัจจังอยู่ลังกา
แล้วถอดเพชรธำมรงค์ที่ทรงก้อยวงน้อยน้อยน่ารักเป็นหนักหนา
ให้ทหารคลานไปให้ใกล้อาชาให้ยุพาผกาสุลาลีวัน
แล้วว่าพ่อขอมีไมตรีไว้ถ้าแม้ได้เหมือนคำจะทำขวัญ
นางยอบองค์ลงรับแล้วอภิวันท์พอสายัณห์หย่าทัพต่างกลับไป ฯ
๏ นางวัณฬามายังพระสังฆราชเชิงฉลาดเล่าแจ้งแถลงไข
ไม่สมหวังดังจิตที่คิดไว้ต้องเกลี่ยไกล่กลับมาตรึกตราการ
แล้วกราบลามาสำนักตำหนักตึกเปลื้องเครื่องศึกสรงเสวยนมเนยหวาน
พอพลบค่ำย่ำฆ้องก้องกังวานเหล่าทหารเฮฮาพูดจาเกรียว
เราไปทัพกับผู้ชายเป็นนายทัพต้องรบรับฟันแทงสิ้นแรงเรี่ยว
ไปตามเจ้าเราเป็นหญิงดีจริงเจียวฟังเธอเกี้ยวกันก็เพลินเจริญใจ
บ้างร้องถามสามคู่สู้ศึกปากเดิมพันมากอยู่อ้ายเกลอเสมอไหน
เสียงหัวร่อต่อรองกันก้องไปบาทหลวงได้ยินความเที่ยวถามดู ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งทั้งหลายต่างพรายแพร่งบาทหลวงแจ้งจึงว่าเบื่อเหลืออดสู
คิดไปว่าราวีมามีชู้ขี้ปดกูกูจะว่าให้สาใจ
แล้วรีบหาข้าเฝ้าเหล่าฝรั่งมาพร้อมพรั่งที่วัณฬาอยู่อาศัย
ขึ้นนั่งเตียงเสียงสำลักกระอักกระไอแล้วถามไถ่พี่น้องสองสุดา
พระอภัยให้แหวนไว้แทนหรือนางแม่สื่อสองทัพรับอาสา
ให้ลวงเขาเจ้าไม่ลวงหน่วงเวลาแล้วมีหน้าไหว้เขาให้เราอาย
อ้ายพวกไพร่ได้เห็นมาเป็นโจทก์จะทำโทษตามบทในกฎหมาย
นางแม่สื่อซื้อหน้าฆ่าให้ตายแต่เจ้านายเนรเทศจากเขตคัน ฯ
๏ ยุพาฟังสังฆราชกริ้วกราดโกรธจะลงโทษโทษาให้อาสัญ
ถึงอับจนกลศึกรำลึกทันเอากลผันภูผาออกพาที
พระคุณเจ้าเฒ่าชราพูดจาหลงไม่มั่นคงควรหรือกลับถือผี
วิสัยศึกลึกซึ้งจึงจะดีได้รู้ที่แข็งอ่อนได้ผ่อนปรน
จะลวงเขาเป่าปี่เขามิเป่าปากของเขาใครจะงัดเห็นขัดสน
จึงยักย้ายถ่ายเทด้วยเล่ห์กลชื่อว่าฝนดับไฟท่านไม่รู้
พรุ่งนี้เช้าเราจะจับทัพผลึกให้สิ้นศึกเสียไม่เหลือเหมือนเบื่อหนู
พวกนายไพร่ใหญ่น้อยจงคอยดูจะได้รู้ความในทำไมมี
อันเยี่ยงอย่างข้างกำหนดในกฎหมายโทษถึงตายแต่ไม่รบกลับหลบหนี
นี่เราปราบราบได้ด้วยไมตรีพอพรุ่งนี้ก็จะเสร็จสำเร็จการ
ฝ่ายพระบาทมาตุรงค์ปลงธุระสั่งให้พระยกออกคลอกทหาร
แม้ไม่ทันสัญญาพระอาจารย์โทษของท่านใหญ่หลวงอย่าท้วงติง ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชฉลาดมากแต่ฝีปากอ่อนแอแพ้ผู้หญิง
นึกว่าถูกลูกคนนี้มันดีจริงตะลึงนิ่งหน้าม้านรำคาญใจ
สักครู่หนึ่งจึงว่าถ้าเช่นนั้นใครไม่ทันโทษหนักถึงตักษัย
แล้วลุกลามากำชับทุกทัพชัยให้นายไพร่พร้อมกันตามสัญญา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงเกรงบาทหลวงครั้นดึกดวงเดือนสว่างกลางเวหา
จึงตรัสถามความคิดของธิดาไยสัญญาอย่างนั้นกับท่านครู ฯ
๏ นางยุพาว่าพระคุณการุญเลี้ยงการแต่เพียงนี้มิได้ให้อดสู
จะผ่อนปรนกลการผลาญศัตรูชื่อว่างูกินหางอย่างโบราณ
แล้วเล่าความตามคิดไม่ปิดป้องมิให้ต้องคลอกเผาเหล่าทหาร
พระชนนีดีใจเห็นได้การค่อยคิดอ่านอุบอิบซุบซิบกัน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยมิได้หลับแต่พลิกกลับกลุ้มใจจนไก่ขัน
เผยพระแกลแลชมพนมวันเห็นพระจันทร์แจ่มดวงจะล่วงลับ
ค่อยคล้อยเคลื่อนเลื่อนรถสลดเหลืองดูเรื่อเรืองไรไรมิใคร่ดับ
โอ้ดูเดือนเหมือนวัณฬาเมื่อล่าทัพไปลิบลับแล้วเมื่อไรจะได้เชย
โอ้รินรินกลิ่นพิกุลมาฉุนชื่นถอนสะอื้นอิงแอบแนบเขนย
หนาวน้ำค้างพร่างพรมลมรำเพยพระก็เลยหลับไปในไสยา
เทพเจ้าเอายุบลมาดลจิตให้นิมิตฝันฟื้นตื่นผวา
พระตรึกไตรในสุบินจินตนาจนเวลารุ่งแจ้งยิ่งแคลงใจ
จึงโสรจสรงทรงเครื่องเรืองระยับออกหน้าพลับพลาทองม่านสองไข
พร้อมโอรสอนุชาเสนาในจึงตรัสให้สานนเป็นคนทาย
ฝันว่าปี่ที่เราเป่าแต่ก่อนเป็นมังกรกับนาคมามากหลาย
เข้ารุมรบขบตอดเราวอดวายยังแต่กายกรบาทขาดกระเด็น
แล้วตัวเราเข้าไปอยู่ในถ้ำจะคลานคลำไปข้างไหนก็ไม่เห็น
พระโยคีมหาคงคาเย็นชุบให้เป็นคนคืนพอฟื้นกาย ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ฟังบังคมบรมนาถจึงอ่านศาสตร์ไสยมนต์มงคลถวาย
แจ้งนิมิตคิดคูณแล้วทูลทายพระเคราะห์ร้ายเร่งระมัดบำหยัดองค์
อันงูขบรบรอนมังกรกลุ้มหญิงจะรุมรักใคร่ให้ใหลหลง
จะพลัดพรากจากตระกูลประยูรวงศ์แต่พระองค์นั้นว่าหญิงจะชิงไป
ซึ่งมืดสิ้นดินฟ้ามหาสมุทรจะทิ้งพุทธภาวนาภาษาไสย
อันโยคีที่ให้ฟื้นใช่อื่นไกลคือผู้ใหญ่อยู่ในศีลพระชินวงศ์
จะชูช่วยด้วยวิชาอานุภาพให้เกิดลาภล้นลบสบประสงค์
สืบกษัตริย์อติเรกเป็นเอกองค์พระญาติวงศ์พรั่งพร้อมเป็นจอมเจิม
ในสามวันชันษาชะตาขาดจะร้างราชสมบัติฉัตรเฉลิม
ที่ตรงปี่นี้สังเกตเป็นเหตุเดิมจะแรกเริ่มร้ายดีให้มีมา
ขอทัดทานผ่านเกล้าอย่าเป่าปี่ภัยจะมีแม่นแท้แน่หนักหนา
เคราะห์นี้ร้ายคล้ายพระรามตามสีดาไมราพณ์พาลงไปไว้ใต้บาดาล
แต่มีชายตายแทนเป็นแม่นมั่นพระเคราะห์ร้ายนั้นถึงฆาตอย่าอาจหาญ
จงอยู่ในไสยาสมาทานจะตั้งศาลบวงสรวงดวงชาตา
เสกสะเดาะเคราะห์ร้ายให้คลายเคลื่อนจนดาวเดือนดวงดับลับเวหา
จึงสรงชลมนต์พรหมมุรธาตามตำราไสยเวทประเภทพราหมณ์ ฯ
๏ พระฟังคำทำนายเห็นร้ายนักค่อยลืมรักนางละเวงด้วยเกรงขาม
แต่มานะกษัตริย์จึงตรัสความที่ห้ามปรามสอนสั่งจะฟังคำ
จงคิดอ่านการสะเดาะพระเคราะห์ด้วยเหมือนชูช่วยเชิดชุบอุปถัมภ์
แล้วเข้าห้องของพระองค์นั่งทรงธรรมชักประคำภาวนาสมาทาน ฯ
๏ ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามคนมนต์ชะงัดจึงรีบจัดแจงสั่งให้ตั้งศาล
กันยาแฝดแปดทิศพิสดารมาแต่งการข้างที่บัตรพลีราย
เอาแพรบางอย่างดีแปดสีซ้อนบนบรรจถรณ์ให้บรรทมโบกลมถวาย
แล้วอ่านมนต์สะเดาะสดัมยัมพวายธงนารายณ์กรายปัดกำจัดภัย
ผ้าแพรสีที่รองขนองนั้นเอาผูกพันภาพยนตร์ด้วยมนต์ไสย
เป็นคนธรรพ์รับเคราะห์แล้วเหาะไปพระอภัยค่อยหายกระวายกระวน
ที่ผูกพันวัณฬามาแต่หลังครั้นคล้ายคลั่งคิดเห็นไม่เป็นผล
ปรึกษาพราหมณ์ถามฤกษ์จะเลิกพลเจ้าสานนคอยสนองให้ต้องตาม ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงกริ่งเกรงตรึกกลัวการศึกจะไม่เสร็จคิดเข็ดขาม
ครั้นเช้าใช้ให้ยุพาพะงางามไปจัดตามกลศึกซึ่งตรึกการ
๏ ฝ่ายพี่น้องสองสุดาลาลีลาศมาบอกบาทหลวงฝ่ายนายทหาร
รับสั่งใช้ให้มาหาพระอาจารย์เห็นว่าท่านฟั่นเฟือนไม่เหมือนเดิม
ฉวยได้ทีมิทำให้สำเร็จไม่สิ้นเสร็จเสี้ยนศึกจะฮึกเหิม
จะเกณฑ์ไพร่ในลังกาให้มาเติมพอได้เพิ่มพลขันธ์ให้ทันการ
แล้วจัดผู้รู้ขนบในรบพุ่งไปกันกรุงลังกามหาสถาน
เผื่อเพลี่ยงพลั้งตั้งมั่นประจัญบานท่านคิดการอย่างเดียวมันเปลี่ยวใจ ฯ
๏ พระฝรั่งสังฆราชตวาดว่าอย่าพักมาผันแปรพูดแก้ไข
เราได้รับสัประยุทธ์จะจุดไฟแม้ไม่ได้แล้วกูจะสู้ตาย
จะแต่งใครไปรักษาลังกานั้นตามจะผันผ่อนการประมาณหมาย
แม้ไพรีมิหลับทำกลับกลายจะต้องตายตามกันเหมือนสัญญา ฯ
๏ นางฟังคำทำเป็นว่าถ้าเช่นนั้นต้องแยกกันทำสงครามตามประสา
คงจะคิดบิดผันจำนรรจาพิฆาตฆ่าพระอภัยเสียให้ตาย
แล้วจะรีบไปรักษาลังกาไว้ที่จุดไฟนี่เป็นการท่านทั้งหลาย
บาทหลวงรับกลับว่าแม้ฆ่าตายเอารูปกายพระอภัยมาให้เรา
จงไปวังลังกาเถิดอย่าอยู่แล้วพวกกูจึงจะออกไปคลอกเผา
นางคำนับรับความตามสำเนานึกว่าเราลวงได้ด้วยง่ายดาย
แล้วกราบลามาเตรียมรถที่นั่งมีบัลลังก์หลังคาฝาพระฉาย
พวกนารีที่ให้แต่งแปลงเป็นชายอยู่เรียงรายซ้ายขวารักษาองค์
สุลาลีนั้นสำหรับให้ขับรถบอกกำหนดสงครามตามประสงค์
คอยประทับรับพระบาทมาตุรงค์แล้วรีบตรงไปลังกาในราตรี
เตรียมสำเร็จเสร็จสรรพกลับมาเฝ้าทูลพระเจ้าลังกามารศรี
จะออกไปใช้พระอภัยมณีให้เป่าปี่คนหลับทบทับกัน
แล้วจะพามาถวายขึ้นท้ายรถแต่ทรงยศอย่าเพ่อฆ่าให้อาสัญ
คุมไปวังขังไว้ให้หลายวันกระหม่อมฉันจะอยู่รับกองทัพชัย
ด้วยท่านครูผู้เฒ่าจะเอาศพจะต้องกลบเกลื่อนล้างทางสงสัย
แล้วจัดแจงแต่งหนังสือจะถือไปห่อสไบย้อมยาไว้ช้านาน
ทูลลาบาทมาตุรงค์มาทรงม้าร้องเรียกหาย่องตอดยอดทหาร
ให้ตามหลังสั่งเสร็จสำเร็จการออกจากด่านเดินมาถึงหน้าทัพ
จึงร้องบอกหลอกเหล่าชาวผลึกวันนี้ศึกจะสำเร็จเป็นเสร็จสรรพ
นางทรามวัยใช้ธิดามาคำนับจงเปิดรับเร็วเราจะเข้าไป ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ