ตอนที่ ๑๘ พระอภัยมณีโดยสารเรืออุศเรน

๏ จะกล่าวองค์อุศเรนเจนสมุทรราชบุตรเจ้าพาราภาษาสิงหล
คุมกำปั่นพันลำเที่ยวแล่นชลตามตำบลเกาะแก่งทุกแขวงแคว
ไม่พบท้าวเจ้ากรุงผลึกราชค่อยอ้อมหาดตะวันตกวกแฉว
แต่ดิ้นโดยโหยไห้อาลัยแลตามกระแสสายสมุทรสุดสายตา
ถึงสามเดือนเคลื่อนคลาดประหลาดเหลือหรือเสียเรือพระที่นั่งกระมังหนา
นึกสงสัยไต่ถามพวกโหราเขาทูลว่าโฉมฉายไม่วายวาง
ยิ่งวิตกอกตรมระทมทุกข์ไม่มีสุขสารพัดจะขัดขวาง
ทุกคืนค่ำรำลึกนึกถึงนางมาเริศร้างค้างงานการวิวาห์
พี่ติดตามทรามสวาทก็คลาดแคล้วไม่พบแก้วนัยน์เนตรของเชษฐา
มาแลเหลียวเปลี่ยวเปล่าเศร้าวิญญาณ์เห็นแต่ฟ้ากับน้ำทุกค่ำคืน
ทั้งกำปั่นบรรดาโยธาหาญอลหม่านแล่นหลามมาตามคลื่น
พอแสงทองส่องสว่างนภางค์พื้นต่างยิงปืนรับกันเป็นสัญญา
ครั้นเกือบใกล้เขามหิงขสิงขรชโลทรซึ้งซึกลึกนักหนา
เห็นเขาใหญ่ในทะเลเหมือนเมฆาร่มรุกขาชื่นชุ่มชอุ่มใบ
อุศเรนทรงส่องกล้องสว่างดูไปทางโขดเขินเนินไศล
เห็นริ้วริ้วทิวธงอยู่ไรไรจึงบอกให้ยืนดูทุกผู้คน
บ้างลุกขึ้นยืนมองบ้างป้องหน้ายังไกลตาเต็มพิศคิดฉงน
อุศเรนเห็นทีจะมีคนแวะขึ้นค้นดูให้สิ้นที่กินใจ
จึงสั่งให้นายท้ายบ่ายกำปั่นหมายสำคัญทิวธงด้วยสงสัย
พวกฝรั่งหยั่งน้ำร่ำเข้าไปทั้งนายไพร่พร้อมมาในสาคร ฯ
๏ จะกล่าวถึงพระอภัยวิไลลักษณ์ซึ่งสำนักอยู่มหิงขสิงขร
กับคนร้อยคอยท่าเภตราจรเป็นทุกข์ร้อนร่ำมาถึงห้าเดือน
ได้แต่กินเผือกมันพรรณผลไม้แสนลำบากยากไร้ใครจะเหมือน
คิดบ่นจำธรรมขันธ์ไม่ฟั่นเฟือนอุตส่าห์เตือนกันให้ภาวนามนต์
พระโศกศัลย์รันทดสลดจิตด้วยสุดคิดสารพัดจะขัดสน
ทั้งลูกน้อยพลอยหายในสายชลจะอับจนหรือจะรอดตลอดไป
โอ้ลูกเอ๋ยเคยอยู่เป็นคู่ยากมาพลัดพรากมิได้เห็นว่าเป็นไฉน
ยิ่งรำลึกตรึกตรายิ่งอาลัยพระชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพราย
แล้วคิดถึงสุมาลีศรีสวัสดิ์ระลอกซัดสูญไปน่าใจหาย
อันท้าวไทไหนจะรอดคงวอดวายอันจะว่ายสายสมุทรสุดกำลัง
โอ้ตัวเราเล่ามาค้างอยู่กลางเกาะนี่เนื้อเคราะห์กรรมสร้างแต่ปางหลัง
มิได้คืนนัคเรศนิเวศน์วังโอ้แสนสังเวชใจกระไรเลย
เมื่อครั้งหนีผีเสื้อเหลือลำบากมาซ้ำจากลูกยานิจจาเอ๋ย
ทั้งเก้าปีมิได้มีความเสบยผู้ใดเลยที่จะเป็นเหมือนเช่นเรา
แต่แสนยากแล้วมิหนำมาซ้ำแยกทั้งเรือแตกต้องมาอยู่บนภูเขา
แสนวิโยคโศกศัลย์ไม่บรรเทากำสรดเศร้าโศกาทุกราตรี
เมื่อวันนั้นบรรดาแขกฝรั่งอยู่พร้อมพรั่งนั่งประณตบทศรี
พอแลเห็นเภตราในวารีพยุตีตัดทางมากลางชล
ชี้พระหัตถ์ตรัสบอกบ่าวทั้งนั้นโน่นกำปั่นแล่นสลับมาสับสน
มีธงเทียวเขียวเหลืองแลชอบกลพวกไพร่พลดูพลางไม่วางตา
บ้างก็ว่ามากมายเห็นหลายร้อยยังแล่นลอยไรไรไกลนักหนา
บ้างบนเจ้าอ่าวทะเลเทวดาขอให้มาถึงเราที่เขานี้
แม้นโดยสารได้สมอารมณ์หมายจะถวายเป็ดไก่กับบายศรี
พระโฉมยงลงมาหน้าคิรีกับโยธียืนท่าเภตราจร ฯ
๏ พวกลำทรงองค์อุศเรนราชมาถึงหาดเห็นคนบนสิงขร
ทอดสมอรอราในสาครพลนิกรพร้อมกันทั้งพันลำ
เสด็จเข้าที่สรงแล้วทรงเครื่องอร่ามเรืองล้วนจินดาเลขาขำ
ใส่หมวกดำเสื้อดำกางเกงดำแล้วลงลำเรือใช้กับไพร่พล
พวกโยธีตีกรรเชียงเข้าเคียงเขาทหารเอาถ่อรับอยู่สับสน
ฝ่ายว่าองค์อุศเรนเจนประจญจึงพาพลยุรยาตรขึ้นหาดทราย
พอเห็นองค์พระอภัยวิไลโฉมงามประโลมแลเลิศดูเฉิดฉาย
อร่ามเรืองเครื่องประดับสำหรับกายเห็นดีร้ายกษัตรามาแต่ไกล
จึงตรัสถามตามภาษาฝรั่งว่าท่านทั้งนี้พากันมาแต่ไหน
เกิดวิบัติขัดขวางเป็นอย่างไรจึงอยู่ในเกาะขวางกลางคงคา ฯ
๏ พระอภัยได้สดับสุนทรถามจึงตอบตามคำฝรั่งไม่กังขา
อันตัวเราเจ้าบุรีรัตนาผีเสื้อพาลงไว้ในสาคร
แล้วเล่าความตามหนีนางผีเสื้อจนเสียเรือขึ้นอาศัยในสิงขร
อันท้าวไทธิดาพะงางอนพลนิกรสาวสนมกรมใน
ระลอกซัดพลัดพรายต้องว่ายน้ำด้วยมืดค่ำมิได้เห็นว่าเป็นไฉน
ทั้งบุตราข้านี้ก็หายไปยังมิได้รู้เห็นว่าเป็นตาย
ท่านทั้งนี้มีธุระอย่างไรเล่าคุมสำเภาพลเรือมาเหลือหลาย
เราทั้งนี้ชีวิตจะวอดวายท่านผู้นายเภตราจงปรานี
ขอโดยสารท่านพอเข้าถึงฝั่งจะเซซังหมายมุ่งไปกรุงศรี
อันพวกข้าถ้าการของท่านมีก็ตามทีแต่จะใช้ได้เมตตา ฯ
๏ อุศเรนรู้แจ้งไม่แคลงจิตเสียดายมิตรแทบชีวังจะสังขาร์
ทรุดพระองค์ลงที่แท่นแผ่นศิลาชลนาหลั่งไหลพิไรครวญ
โอ้สุวรรณมาลีของพี่เอ๋ยบุญไม่เคยคู่ครองประคองสงวน
จะจัดแจงแต่งงานเป็นการจวนเออก็ควรแล้วหรือนางมาวางวาย
เสียแรงคิดติดตามทรามสวาทที่มุ่งมาดมิได้สมอารมณ์หมาย
จะกลับไปลังกาก็ท่าอายจะตามตายเสียให้พ้นคนนินทา
ยิ่งโศกศัลย์กันแสงแสนเทวษชลเนตรพรั่งพรายทั้งซ้ายขวา
จนลมจับวับวาบในวิญญาณ์พระพักตราเศร้าซบสลบไป ฯ
๏ ฝ่ายเสนาฝรั่งอยู่พรั่งพร้อมเข้าห้อมล้อมเซ็งแซ่แล้วแก้ไข
เคียงประคองร้องเรียกน้ำดอกไม้มาลูบไล้สารพางค์ให้ห่างคลาย
หอมระรื่นฟื้นองค์ดำรงนั่งหมอฝรั่งรินยามาถวาย
ที่ร้อนเล่าเศร้าสร้อยค่อยสบายคิดเสียดายพระธิดายิ่งอาวรณ์
จึงเชิญองค์พระอภัยให้มานั่งร่วมบัลลังก์เหลี่ยมผาหน้าสิงขร
ต่างปราศรัยไต่ถามนามกรทั้งบิดรมารดานามธานี
แล้วเล่าเรื่องเมืองผลึกราชฐานจะจัดแจงแต่งงานภิเษกศรี
พอโฉมฉายหายมาในวารีฉันจึงกรีพลตามมาสามเดือน
พึ่งได้ความทรามสวาทเห็นคลาดแคล้วเสียดายแก้วกลอยใจใครจะเหมือน
การไม่ควรปรวนแปรมาแชเชือนต้องคลาดเคลื่อนเสนหาให้อาลัย
ขอถามเมื่อเรือแตกต้องแยกย้ายนางโฉมฉายพระเห็นเป็นไฉน
จะล้มตายวายวางหรืออย่างไรหรือจะไม่มรณาในสาคร ฯ
๏ พระอภัยได้แจ้งแถลงเล่ารู้ว่าเขาจะเป็นคู่สู่สมร
พยายามตามหาด้วยอาวรณ์เป็นทุกข์ร้อนรักนางถึงอย่างนี้
น่าสงสารการชายตายเพราะหญิงไม่ควรชิงพระธิดามารศรี
จะผูกพันกันไว้เป็นไมตรีจึงพาทีมิให้หมางระคางคำ
เมื่อข้าโดยสารมาเป็นดาบสรักษาพรตบ่นภาวนาร่ำ
ข้าอยู่ท้ายฝ่ายนางอยู่กลางลำสุดจะกำหนดการด้วยย่านไกล
อันพวกเหล่าโหราเหมือนตาโลกรู้โฉลกเลขผาภาษาไสย
จงหาหมอดูแลให้แน่ใจเผื่อจะได้ข่าวองค์อนงค์นาง ฯ
๏ อุศเรนฟังแถลงไม่แคลงจิตสุจริตรักใคร่มิให้หมาง
จึงดำรัสตรัสถามโหราพลางจงดูนางเห็นจะรอดหรือวอดวาย ฯ
๏ โหรารับจับยามตามโฉลกอุษาโยคยามจันทร์เจ็ดชั้นฉาย
ลงเลขลับขับไล่ยังไม่ตายจึงทูลทายว่าข้าเห็นไม่เป็นไร
พระบุตรีมีผู้จะชูช่วยไม่มอดม้วยมรณาอย่าสงสัย
อยู่ทางทิศอิสานสำราญใจแม้นตามไปก็จะพบประสบกัน ฯ
๏ อุศเรนฟังทายค่อยคลายจิตจึงว่าผิดก็จะฆ่าให้อาสัญ
แม้นตามไปได้นางจะรางวัลแล้วพูดกันกับพระอภัยมณี
เชิญพระองค์ลงร่วมเรือกับข้าเที่ยวติดตามพระธิดามารศรี
พระแก่วันชันษากว่าข้านี้นึกว่าพี่น้องกันไม่ฉันทา
แล้วแย้มสรวลชวนเดินดำเนินนาดยุรยาตรจากแท่นที่แผ่นผา
ทั้งสององค์ลงนั่งยังนาวาจะเคลื่อนคลาเรือติดเห็นผิดใจ ฯ
๏ อุศเรนเกณฑ์ไพร่ให้ลงลากฉุดกระชากเชือกขาดไม่หวาดไหว
เหตุทั้งนี้ผีเสื้อที่บรรลัยบันดาลให้เรือตึงดังตรึงตรา
สองกษัตริย์ตรัสถามความผู้เฒ่าไยเรือเราจึงมาติดผิดนักหนา
ตาพราหมณ์ครูรู้ความตามตำราจึงทูลว่าผีเสื้อยุดเรือไว้
ขอพระองค์จงเสด็จขึ้นบนฝั่งกลับไปสั่งสารยักษ์ที่ตักษัย
ให้ใจนางอสุรินทร์สิ้นอาลัยก็จะได้ไปสบายหายสำราญ ฯ
๏ พระอภัยสุริย์วงศ์ทรงสดับพระทัยกลับคิดได้ให้สงสาร
จึงชวนลูกเจ้าลังกาปรีชาชาญกับทหารยุรยาตรขึ้นหาดทราย
ถึงศพที่ผีเสื้อกลายเป็นหินไม่สุดสิ้นอาลัยให้ใจหาย
เข้านั่งเรียงเคียงข้างดูร่างกายพระฟูมฟายชลนาโศกาลัย
โอ้น้องเอ๋ยเคยอยู่เป็นคู่ชื่นสำราญชื่นชูจิตพิสมัย
เจ้าสิ้นบุญสูญแล้วแคล้วกันไปพี่จำไกลกลอยสวาทในชาตินี้
อย่าน้อยจิตคิดทำให้ลำบากขอลาซากศพน้องอย่าหมองศรี
พี่ตกยากอยู่ด้วยเจ้าถึงเก้าปีช่วยส่งพี่เสียให้พ้นทนทรมาน
อนึ่งไปขอให้พบสินสมุทรจะพาบุตรไปประเทศเขตสถาน
อันบุญพี่ที่ได้บวชบำเพ็ญทานสร้างสมภารภาวนามาทุกวัน
พี่แบ่งให้นฤมลเจ้าพ้นทุกข์เกิดสมสุขสู่สถานพิมานสวรรค์
จะเกิดไหนขอให้อยู่เป็นคู่กันจนถึงวันนฤพานสำราญใจ
พระร่ำพลางทางพินิจคิดสังเวชน้ำพระเนตรผ้อยผ้อยละห้อยไห้
ระทวยทอดกอดศพศลบไปเหมือนหลับใหลลืมกายดังวายปราณ ฯ
๏ อุศเรนเห็นนิ่งวิ่งเข้ารับค่อยประคับประคององค์ด้วยสงสาร
เรียกฝรั่งพรั่งพรูมาอยู่งานบ้างเชิญพานสุคนธามาชโลม
น้ำดอกไม้ใสสดรสระรื่นค่อยพลิกฟื้นวรองค์พระทรงโฉม
พอบ่ายเบี่ยงเสียงคลื่นออกครื้นโครมยิ่งทุกข์โทมนัสใจจะไกลนาง ฯ
๏ อุศเรนร่ำปลอบให้ชอบชื่นจงคิดขืนแข็งใจพระไว้บ้าง
อันศพซากรากษสที่วายวางต้องอยู่กลางแดดฝนทนทรมาน
เราทำโรงร่มไว้พอให้มิดจะได้คิดตามบุตรสุดสงสาร
แล้วสั่งให้ไพร่พลพวกคนงานขึ้นทำการก่อผนังแลหลังคา
ไม่ทันค่ำสำเร็จเป็นโรงใหญ่ด้วยพวกไพร่พร้อมพรักกันนักหนา
พระอภัยกับฝรั่งชาวลังกาก็เลยลาซากผีเสื้อลงเรือน้อย
ไม่ขัดข้องล่องน้ำถึงกำปั่นปืนสำคัญยิงรับให้กลับถอย
ทั้งพันลำกำปั่นเป็นหลั่นลอยพอบ่ายคล้อยเรียบรื่นทั้งคลื่นคลาย
ให้แล่นลัดตัดทางข้างอิสานเหล่าคนงานกางใบขึ้นใส่สาย
พร้อมสะพรั่งทั้งพหลพลนิกายดูเรี่ยรายเรียงหลามไปตามทาง ฯ
๏ ฝ่ายบุตรท้าวเจ้าลังกาอาณาจักรอารมณ์รักพระอภัยมิให้หมาง
ให้อยู่ห้องช่องเรือระวางกลางมีหน้าต่างเตียงตั้งที่นั่งนอน
แขกฝรั่งทั้งร้อยพลอยเป็นสุขบรรเทาทุกข์ภิญโญสโมสร
ปรนนิบัติกษัตราเฝ้าอาทรผลัดกันนอนผลัดกันนั่งระวังภัย
พอสุริยงลงลับพยับโพยมเขาจุดโคมสายระยางสว่างไสว
ฆ้องระฆังหง่างเหง่งวังเวงใจพระอภัยเผยแกลแลดูดาว
เห็นเดือนหงายฉายแสงแจ้งกระจ่างต้องน้ำค้างซัดสาดอนาถหนาว
น้ำกระเซ็นเป็นฝอยดูพร้อยพราวอร่ามราวเพชรรัตน์จำรัสราย
ให้คิดถึงลูกน้อยกลอยสวาทเคยร่วมอาสน์อกอุ่นมาสูญหาย
ซึ่งโหราว่านางไม่วางวายก็ดีร้ายลูกยาจะพาไป
จะถึงฝั่งหรือว่ายังอยู่กลางสมุทรหรือขึ้นหยุดเกาะแก่งตำแหน่งไหน
ถ้าพบนางกลางน้ำทำอย่างไรจึงจะได้นุชน้องเป็นของเรา
ด้วยว่าองค์อุศเรนมาเป็นมิตรครั้นจะคิดขัดไว้เกรงใจเขา
แต่พี่รู้อยู่ว่าองค์นางนงเยาว์รักข้างเราเจ้าจึงได้ให้สังวาล
พี่ก็ได้ให้ธำมรงค์รัตน์สารพัดพูดจาน่าสงสาร
ยิ่งคิดก็ยิ่งให้อาลัยลานชมสังวาลต่างนางในกลางคืน
กับทั้งภูษาศรีคลี่ออกห่มพอต้องลมรินรินกลิ่นระรื่น
แสนวิโยคโศกศัลย์ทุกวันคืนซบสะอื้นอาลัยไม่ไสยา
จนยามดึกครึกครื้นเสียงคลื่นซัดพงศ์กษัตริย์เศร้าสร้อยละห้อยหา
ชลีหัตถ์อธิษฐานถึงเทวาฉ้อกามาเมืองสวรรค์ถึงชั้นพรหม
แม้นสุวรรณมาลีศรีสมรแต่ชาติก่อนได้เป็นคู่เคยสู่สม
อย่าคลายแคล้วแก้วตาเหมือนอารมณ์ให้ได้ชมเชยนางเหมือนอย่างเคย
พระคิดพลางครวญพลางให้วางเวกเอกเขนกนึกนิ่งอิงเขนย
หนาวน้ำค้างพร่างพรมลมรำเพยพระก็เลยหลับไปในไสยา ฯ
๏ ครั้นรุ่งรางสร่างแสงสุริเยนทร์อุศเรนใฝ่ฝันกระสันหา
บรรทมตื่นแต่งองค์สรงพักตราแล้วเผยหน้าแกลสุวรรณบัญชร
เห็นละเมาะเกาะแก่งตำแหน่งไหนให้เรือใช้ขึ้นไปค้นบนสิงขร
ไม่พบนางกลางชลายิ่งอาวรณ์เป็นทุกข์ร้อนรำพึงตะลึงแล
โอ้เมื่อไรพี่จะได้เจ้าดวงจิตให้สมคิดเคียงข้างไม่ห่างแห
จงอิงแอบแนบนั่งตรงหน้าแกลชมกระแสสายสมุทรสุดสบาย
เหล่าละเมาะเกาะเกียนเหมือนเขียนวาดงามประหลาดแลหลากดังฉากฉาย
ชะโงกเงื้อมเลื่อมแลลายระบายโอ้เสียดายพี่มาดูแต่ผู้เดียว
อนาถนิ่งอิงเอกเขนกนึกหวนสะทึกถอนใจอาลัยเหลียว
เสียงโครมครื้นคลื่นกลิ้งเป็นเกลียวเกลียวให้เปล่าเปลี่ยวเห็นแต่ปลาในสาคร
เป็นคู่คู่งูเงือกขึ้นเกลือกกลอกตามระลอกโลดเต้นเห็นสลอน
ฝูงพิมพาพากันเที่ยวสัญจรทั้งเนื้ออ่อนอ่อนกายเที่ยวว่ายวน
ทั้งโลมาราหูขึ้นฟูฟ่องบ้างพ่นฟองฟุ้งฟ้าดังห่าฝน
จระเข้เหราในสาชลดูเกลื่อนกล่นกลางน้ำน่าสำราญ
โอ้มัจฉานาคียังมีคู่แต่ตัวกูเอกาน่าสงสาร
ยิ่งคิดถึงพระธิดายุพาพาลโอ้ว่าป่านฉะนี้นางจะอย่างไร
พวกโหรว่ามีผู้จะชูช่วยถ้าฉุกฉวยเพลี่ยงพล้ำจะทำไฉน
ถึงกระนั้นก็ไม่นิ่งจะชิงชัยกว่าจะได้แก้วตาสุดาดวง
แม้นมิพบแก้วตาเที่ยวหาทั่วจะบวชตัวเสียให้ขาดเป็นบาทหลวง
ยิ่งคิดไปให้ระทดสลดทรวงจนเรือล่วงแล่นมาหลายราตรี ฯ
๏ จะกล่าวลำกำปั่นสินสมุทรกับนงนุชนางอรุณรัศมี
ทั้งโฉมยงองค์สุวรรณมาลีกษัตริย์ศรีสุวรรณมาในสาคร
เที่ยวค้นคว้าหาทั่วทุกแก่งเกาะเหล่าละเมาะเขาเขินเนินสิงขร
ไม่พบองค์พระอภัยอาลัยวรณ์เป็นทุกข์ร้อนโศกศัลย์ทุกวันวาร
แต่อรุณรัศมีไม่มีทุกข์กับสินสมุทรสุดสุขสนุกสนาน
ครั้นราตรีพี่น้องสองกุมารบรรทมแท่นแสนสำราญด้วยมารดา
เผยพระแกลแลดูเดือนสว่างแจ่มกระจ่างกลางทะเลแลเวหา
พระชนนีชี้ชวนชมดาราให้ลูกยาหลานรักรู้จักไว้
ดูโน่นแน่แม่อรุณรัศมีตรงมือชี้ดาวเต่านั่นดาวไถ
โน่นดาวธงตรงหน้าอาชาไนยดาวลูกไก่เคียงอยู่เป็นหมู่กัน
องค์อรุณทูลถามพระเจ้าป้าที่ตรงหน้าดาวไถชื่อไรนั่น
นางบอกว่าดาวธงอยู่ตรงนั้นที่เคียงกันเป็นระนาวชื่อดาวโลง
แม้นดาวกามาใกล้ในมนุษย์จะม้วยมุดมรณาเป็นห่าโหง
ดาวดวงลำสำเภามีเสากระโดงสายระโยงระยางหางเสือยาว
นั้นแน่แม่ดูดาวจระเข้ศีรษะเร่หกหางขึ้นกลางหาว
ดาวนิดทิศพายัพดูวับวาวเขาเรียกดาวยอดมหาจุฬามณี
โน่นดาวคันชั่งช่วงดวงสว่างที่พร่างพร่างพรายงามดาวหามผี
หน่อนรินทร์สินสมุทรกับบุตรีเฝ้าเซ้าซี้ซักถามตามสงกา
พระชนนีชี้แจงให้แจ้งจิตอยู่ตามทิศทั่วไปในเวหา
ครั้นดึกด่วนชวนสองกุมาราเข้าห้องในไสยาในราตรี
ฝ่ายสุรางค์นางสำหรับที่ขับกล่อมสะพรั่งพร้อมน้อมประณตบทศรี
บ้างท้าทับขับไม้มโหรีอยู่ข้างที่แท่นสุวรรณบัลลังก์ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมโมลีศรีสุวรรณทรงกำปั่นแล่นล่องเป็นกองหลัง
ทั้งปีกขวาปีกซ้ายรายระวังดูคับคั่งเรียงมาในสาคร
ครั้นดาวเดือนเลื่อนลับพยับฟ้าพระสุริยาเยื้องเยี่ยมเหลี่ยมสิงขร
พระพายพัดพัดพาเภตราจรไม่หยุดหย่อนแล่นหลามตามกันมา
เช้าชะวากปากน้ำสำปะหลังไม่เข้าฝั่งตัดทางไปข้างขวา
พอเห็นลำสำเภาชาวลังกาดาษดาแลไปยังไกลครัน
พอกองนำลำทรงสินสมุทรสั่งให้จุดปืนสัญญาโกลาลั่น
พวกกองนำลำทรงศรีสุวรรณขึ้นมาทันนัดดาจึงพาที
เขาแล่นมาถ้าเราแล่นไปมั่งจะคับคั่งเคืองใจไม่พอที่
ทอดสมอรอเรียงอยู่เพียงนี้ดูท่วงทีท่าทางจะอย่างไร
แล้วยิงปืนปากปลาสัญญาหยุดอุตลุดหลีกกันเสียงหวั่นไหว
ทอดสมอรอหมดแล้วลดใบกำปั่นใหญ่อยู่กลางขวางคงคา ฯ
๏ ฝ่ายกองทัพอุศเรนเห็นกำปั่นมาเรียงรันรายทางอยู่ข้างหน้า
จึงยิงปืนครื้นครั่นเป็นสัญญาจะรอราหน้าหลังตั้งกระบวน
อุศเรนเห็นลำกำปั่นใหญ่มีต้นไม้หมากมะพร้าวราวกับสวน
จะจาบจ้วงล่วงไปก็ไม่ควรฉวยการจวนรบรับจะอับจน
ด้วยอยู่ห่างคลางแคลงไม่แจ้งเหตุเห็นผิดเพศพาณิชคิดฉงน
เห็นจะเป็นโจรร้ายในสายชลมาเที่ยวปล้นนาวาพวกพาณิช
จึงตรัสสั่งเรือใช้ให้ไปถามให้ได้ความเรือฝรั่งหรืออังกฤษ
หรือกษัตริย์ขัตติยาวราฤทธิ์ให้แจ้งจิตแล้วจะได้เป็นไมตรี ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังกากองทหารรับโองการน้อมประณตบทศรี
ลงเรือเร็วรีบมาในวารีมาถึงที่ทัพใหญ่ดังใจจง
จึงแจ้งความตามภาษาลังกาพูดเราเป็นทูตจะมาถามตามประสงค์
นี่นายเรือเชื้อกษัตริย์ขัตติย์วงศ์หรือเผ่าพงศ์พาณิชอย่าปิดความ ฯ
๏ ฝ่ายเรือรบเรียงกันอยู่ชั้นนอกครั้นจะบอกออกไปเองก็เกรงขาม
จำจะกราบทูลแถลงให้แจ้งความแล้วพาเข้าเฝ้าตามจะโปรดปราน ฯ
๏ สินสมุทรทรงนั่งบัลลังก์อาสน์ตรัสประภาษพูดจาด้วยกล้าหาญ
ใครใช้มาว่ากระไรจงให้การนายของท่านให้มาถามนั้นนามใด ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังกาที่มาเฝ้าจึงก้มเกล้าทูลแจ้งแถลงไข
องค์พระราชโอรสยศไกรขอท้าวไทที่เป็นเจ้าชาวลังกา
ทรงพระนามอุศเรนเกณฑ์ทหารมาแต่งงานมิ่งมิตรขนิษฐา
ข้างเจ้ากรุงผลึกรัตน์กษัตรากับธิดาโฉมฉายนั้นหายไป
จึงเที่ยวตามข้ามมหามหรณพพอมาพบพวกพระองค์ก็สงสัย
ให้รอรั้งยั้งหยุดอยู่แต่ไกลจึงใช้ให้ข้ามาถามตามสงกา ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอิศเรศได้แจ้งเหตุหนหลังไม่กังขา
ด้วยเดิมรู้อยู่ว่าลูกเจ้าลังกาเขาจะมาแต่งงานกับมารดร
แม้นละไว้ไม่สังหารผลาญชีวิตมันจะคิดชิงช่วงดวงสมร
จะห้ำหั่นบั่นเสียให้ม้วยมรณ์พบบิดรก็จะได้ให้มารดา
ด้วยใจเด็กเดือดดาลทะยานจิตกำเริบฤทธิ์หาญฮึกไม่ปรึกษา
จึงว่าเหวยอ้ายฝรั่งชาวลังกาเที่ยวหลับตาตามเปล่าไม่เข้าการ
อันท้าวไทอัยกากรุงผลึกมิได้นึกผูกรักสมัครสมาน
จึงยกราชธิดายุพาพาลมาประทานให้แก่บิตุเรศเรา
เดี๋ยวนี้มารดากูก็อยู่นี่อันชาตินี้เจ้านายมึงหมายเปล่า
จงไปบอกเถิดว่าองค์นางนงเยาว์อยู่ที่เราแล้วอย่าคิดไปติดตาม
แม้นรักตัวกลัวตายเสียดายศักดิ์อย่าฮึกฮักจ้วงจาบทำหยาบหยาม
กลับลังกาหาเมียที่งามงามจะมีความสุขสบายไม่วายปราณ
กูนี้หรือชื่อว่าสินสมุทรมิ่งมงกุฎกษัตรามหาศาล
ไปบอกเล่าเจ้ามึงให้แจ้งการจงคิดอ่านเลิกทัพกลับธานี ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งฟังว่าเห็นกล้าเหลือบังคมลามาเรือแล้วรีบหนี
แค้นอารมณ์ลมไม่ใคร่จะมีให้พลตีกรรเชียงฝืนคลื่นออกไป ฯ
๏ สินสมุทรวิ่งมาหาแม่เลี้ยงเข้านั่งเคียงเล่าแจ้งแถลงไข
เหมือนวาจาท้าทายหมายชิงชัยนางตกใจจึงว่าฉาวแล้วคราวนี้
เมื่อปกปิดมิให้ผู้ใดแจ้งมาพรายแพร่งเสียเพราะพ่อไม่พอที่
จะนิ่งไว้ในอุราว่าไม่ดีความเช่นนี้หรือไปเล่าให้เขาฟัง
เขารู้แน่ว่าแม่ยังเป็นสาวจะว่ากล่าวลวนลามถึงความหลัง
ถ้าทราบถึงพระเจ้าอาก็น่าชังด้วยปิดบังมิได้บอกออกให้รู้
ถึงกระไรให้พบกับบิตุเรศพระโปรดเกศก็จะได้ไม่อดสู
นี่พ่อมาบอกให้อ้ายศัตรูมันล่วงรู้ความลับน่าอับอาย
อนึ่งเล่าเขาก็คงจะคุมแค้นมาทดแทนทำศึกเหมือนนึกหมาย
พลไพร่ใหญ่น้อยจะพลอยตายกว่าจะวายศึกเสือสักเมื่อไร
อนึ่งพระองค์ทรงฤทธิ์บิตุเรศก็ยังไม่แจ้งเหตุว่าอยู่ไหน
นี่เนื้อเคราะห์เพราะกรรมกระทำไว้เผอิญให้ขัดข้องต้องรำคาญ ฯ
๏ สินสมุทรนิ่งนั่งฟังแม่เลี้ยงจึงบ่ายเบี่ยงพูดจาด้วยกล้าหาญ
เขาจะมาพาพระแม่ไปแต่งงานลูกเดือดดาลจึงได้ว่าให้สาใจ
พระตรัสเห็นเป็นผิดคิดพิโรธประทานโทษเถิดขอถามตามสงสัย
ถ้าแม้นเขาชาวลังกาจะพาไปจะอาลัยลูกรักหรือจักจร
อันบิดาข้าน้อยนี้ถอยศักดิ์ไม่ควรรักร่วมสุวรรณบรรจถรณ์
ทั้งลูกเล่าเขาก็ว่าเป็นมารดรจึงทุกข์ร้อนกลัวจะมีราคีคาว
ตั้งแต่นี้สืบไปลูกไม่ว่าจะบอกเขาชาวลังกาว่าเป็นสาว
ที่นี้คิดผิดพลั้งเสียทั้งคราวต้องว่ากล่าวกลัวจะขาดญาติวงศ์
อันศึกเสือเหนือใต้ฉันไม่พรั่นจะห้ำหั่นให้เป็นเบือไม่เหลือหลง
เมื่อกลับเห็นว่าเป็นศึกนึกทะนงก็สุดแท้แต่จะทรงพระเมตตา ฯ
๏ น้อยไปหรือลมลิ้นพ่อสินสมุทรเดี๋ยวนี้สุดแสนงอนช่างค่อนว่า
เฝ้าโกรธขึ้งหึงหวงแทนบิดาจะหยิกขาเสียให้เขียวประเดี๋ยวนี้
ข้าเป็นแต่แม่ของเจ้าต่างหากด้วยหวังใจหมายจะฝากซึ่งซากผี
ข้าเป็นเมียพระอภัยเมื่อไรมีอย่าพาทีเก้อเก้อเออไม่อาย
ผัวข้ามาข้าจะกลับไปกับเขาจะพาเจ้าไปด้วยกันมาผันผาย
พระอภัยไพร่ทุพลจนจะตายเราฝากกายอยู่กับเขาชาวลังกา ฯ
๏ สินสมุทรฟังคำทำหัวร่อลูกจะขอพึ่งพระบาทวาสนา
พยายามตามเสด็จจงเมตตาพอเป็นข้าช่วงใช้เหมือนใจปอง
เขาลือว่าฝรั่งช่างฉอเลาะประโลมปอเหลาะเหลือดีไม่มีสอง
ไปเชยชมสมสู่เป็นคู่ครองจะได้น้องอุ้มเล่นเย็นเย็นใจ
แม่มีผัวกลัวแต่จะลืมลูกเขาว่าถูกที่ประสงค์มักหลงใหล
เว้นเสียแต่แม่คุณลูกอุ่นใจเห็นจะไม่ผูกพันถึงฟั่นเฟือน ฯ
๏ นางฉวยฉุดยุดหยิกทั้งสองแก้มช่างเหน็บแหนมนี่กระไรใครจะเหมือน
เห็นพูดผิดคิดรักช่วยตักเตือนยังแชเชือนแก้ไขน่าใคร่ตี
พลางจูบเกล้าเผ้าผมชมลูกเลี้ยงด้วยรักเพียงชีวามารศรี
แล้วนางนึกตรึกไปเกรงไพรีกลัวจะมีศึกใหญ่ไม่สบาย
จึงชวนลูกออกมานั่งบัลลังก์นอกเป็นที่ออกว่าขานการทั้งหลาย
พอพระอามาลงเรือหลานชายนางโฉมฉายเชิญให้นั่งบัลลังก์รัตน์
ศรีสุวรรณอัญชลีพี่สะใภ้พระหน่อไทคำนับน้อมจอมกษัตริย์
สาวสนมก้มกรานอยู่งานพัดสามกษัตริย์พูดจาประสาใจ ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังกามาถึงเจ้าจึงก้มเกล้าทูลแจ้งแถลงไข
นายกำปั่นนั้นข้าเห็นว่าเป็นไทยไม่โตใหญ่อายุราวสักเก้าปี
บอกกับข้าว่าชื่อสินสมุทรราชบุตรพระธิดามารศรี
อันโฉมยงองค์สุวรรณมาลีประเดี๋ยวนี้อยู่ในเรือใหญ่นั้น
ว่าเจ้ากรุงผลึกราชประสาทให้บิดาได้สู่สมภิรมย์ขวัญ
ทูลแถลงแจ้งจริงทุกสิ่งอันเห็นดุดันเหลือเด็กดังเหล็กเพชร ฯ
๏ อุศเรนรู้เรื่องให้เคืองขัดดังใครตัดเศียรฟาดให้ขาดเด็ด
เหงื่อชโลมโซมหน้าเอาผ้าเช็ดจะแก้เผ็ดไพรีไม่หนีเร้น
มึงเห็นตัวผัวมันหรือไม่เล่าอำมาตย์ว่าข้าพเจ้ามิได้เห็น
ยิ่งโกรธาด่าทอคอเป็นเอ็นจะจับเป็นแล่เนื้อเอาเกลือทา
แล้วเชิญองค์พระอภัยมณีนาถมาร่วมอาสน์เนาวรัตน์ตรัสปรึกษา
จงคิดอ่านการศึกช่วยตรึกตรารู้ตำราตำรับบ้างหรืออย่างไร
พระอภัยได้ยินว่าสินสมุทรรู้ว่าบุตรมั่นคงไม่สงสัย
จะแจ้งความตามจริงก็กริ่งใจเกลือกมิใช่ลูกยาก็น่าอาย
คิดจะใคร่ไปดูให้รู้แน่ก็ห่างแหเห็นไม่สมอารมณ์หมาย
แต่นิ่งนึกตรึกตราหาอุบายได้แยบคายแล้วจึงห้ามตามโบราณ
เป็นไรมีที่ตรงจะยงยุทธ์การบุรุษรู้สิ้นทุกถิ่นฐาน
อันแยบยลกลศึกสี่ประการเป็นประธานที่ในกายของนายทัพ
ประการหนึ่งถึงจะโกรธพิโรธร้ายหักให้หายเหือดไปเหมือนไฟดับ
ค่อยคิดอ่านการศึกให้ลึกลับแม้นจะจับก็ให้มั่นคั้นให้ตาย
อนึ่งว่าข้าศึกยังฮึกฮักจะโหมหักเห็นไม่ได้ดังใจหมาย
สืบสังเกตเหตุผลกลอุบายดูแยบคายคาดทั้งกำลังพล
อนึ่งให้รู้รบที่หลบไล่ทหารไม่เคยศึกต้องฝึกฝน
ทั้งถ้อยคำสำหรับบังคับคนอย่าเวียนวนวาจาเหมือนงาช้าง
ประการหนึ่งซึ่งจะชนะศึกต้องตรองตรึกยักย้ายให้หลายอย่าง
ดูท่วงทีกิริยาในท่าทางอย่าละวางไว้ใจแก่ไพรี
อันพวกพ้องของเราที่มาด้วยก็จะช่วยสู้รบไม่หลบหนี
แต่จะขออาสาเวลานี้ไปเป่าปี่ห้ามปรามตามวิชา
ให้อ่อนใจไพร่พลคนทั้งหลายจะเรียกนายสลุบใหญ่ให้มาหา
ได้ไต่ถามความที่พระธิดานางจะมาแม่นมั่นหรือฉันใด ฯ
๏ อุศเรนเห็นจริงทุกสิ่งสิ้นสมถวิลยินดีจะมีไหน
ไม่ข้องขัดตรัสตอบว่าขอบใจถ้าแม้นได้เหมือนอย่างนั้นขยันดี
พอถามไถ่ให้รู้ว่าอยู่แน่จะขอแต่พระธิดามารศรี
เราจะได้ไปลังกาไม่ราวีเชิญพระพี่ช่วยน้องให้คล่องใจ ฯ
๏ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายสั่งให้ฝรั่งหยิบปี่ข้างที่ให้
สถิตนั่งเหนือบัลลังก์ลอยวิไลสำรวมใจจบหัตถ์นมัสการ
พระเป่าปี่เปิดเสียงสำเนียงเอกเสนาะดังฟังวิเวกกังวานหวาน
ละห้อยหวนครวญเพลงบรรเลงลานโอ้สงสารสุริย์ฉายจะบ่ายคล้อย
พี่คลาดแคล้วแก้วตามาว้าเหว่ท้องทะเลแลเปล่าให้เศร้าสร้อย
ป่านนี้น้องสองคนกับลูกน้อยจะล่องลอยไปอยู่หนตำบลใด
เรื่อยเรื่อยเฉื่อยวายุพัดแผ้วเหมือนเสียงแก้วกลอยจิตพิสมัย
หอมรวยรวยชวยชื่นรื่นฤทัยเหมือนใกล้ใกล้เข้ามาแล้วแก้วพี่เอย
เขาบอกว่ามาในลำเรือกำปั่นหรือสุวรรณมาลีเจ้าพี่เอ๋ย
สินสมุทรไม่มาหาบิดาเลยพ่อจะเชยใครเล่าเจ้าพ่ออา
แม้นอยู่ลำกำปั่นเหมือนมั่นหมายจงแหวกว่ายสายสมุทรผุดมาหา
แล้วแหบหวนครวญโหยโรยชวาพระแกล้งว่าไปในเพลงวังเวงใจ ฯ
๏ อุศเรนนอนหลับกับที่นั่งทหารทั้งกองทัพก็หลับใหล
แต่พวกพ้องขององค์พระอภัยเคยเข้าใจจุกหูไม่สู้ฟัง
ทั้งกองทัพหน่อนรินทร์สินสมุทรอยู่ไกลสุดร้อยเส้นพอเห็นหลัง
ฟังเสนาะเพราะเสียงสำเนียงดังบ้างหลับบ้างก็ฟังจนจับใจ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ