ตอนที่ ๙๑ หกกษัตริย์ยกทัพมาช่วยเมืองลังกาทำศึก

๏ จะกล่าวถึงหกกษัตริย์รีบรัดแล่นมาเนืองแน่นตัดทุ่งเข้ากรุงศรี
ถึงปากอ่าวลังกาในราตรีให้เสนีรีบไปบอกออกพระนาม
ว่าพระองค์ผู้ดำรงรมจักรกษัตริย์ศักดิ์ครองพาราภาษาสยาม
องค์พระศรีสุวรรณวงศ์ทรงพระนามเสด็จข้ามฝั่งมาถึงธานี
พร้อมพระวงศ์พงศาคณาญาติอยู่ในราชอาณาจักรเป็นศักดิ์ศรี
พระเจ้าอาเชษฐาทุกธานีมาถึงที่ฟากฝั่งเกาะลังกา
พร้อมพหลพลรบสมทบทัพมาตั้งยับยั้งพหลพลอาสา
เห็นกำปั่นทอดรายชายคงคาที่จอดท่าอ่าวแน่นบ้างแล่นราย ฯ
๏ ป่างพระองค์ผู้ดำรงรมจักรให้หยุดพักพวกพหลพลทั้งหลาย
ทอดสมอรอเคียงกันเรียงรายเสนานายตรวจตราพลากร
ห้ากษัตริย์มาประนมบังคมบาทพระจอมราษฎร์รุ่งพระฤทธิ์มหิศร
พร้อมกันในพระที่นั่งลำมังกรพระภูธรรมจักรนครา ฯ
๏ ป่างพระปิ่นภูวไนยปราศรัยทักทั้งหลานรักพร้อมหมดตามยศถา
แล้วคิดอ่านการจะไปในลังกาเห็นเรือมาคอยปากอ่าวราวสักพัน
สินสมุทรวุฒิไกรทูลไทท้าวเราตีอ่าวเข้าไปในไอศวรรย์
เพราะเห็นว่าศึกประชิดเข้าติดพันมันป้องกันปากน้ำทุกค่ำคืน
ที่ร่องเข้ามันก็เอากำปั่นใหญ่มาจุกไว้สารพัดจะขัดขืน
ทั้งสองฝั่งตั้งค่ายมันรายปืนไว้นับหมื่นป้อมเชิงเทินเนินกำแพง ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์ทรงสดับสั่งกองทัพตั้งมั่นให้ขันแข็ง
ครั้นจะเข้าตีตัดฉวยพลัดแพลงจะต่อแย้งไม่ถนัดเห็นขัดเชิง
เพราะช่องแคบทางจะเข้าเล่าก็ยากจะลำบากฉวยว่าเปิดเตลิดเหลิง
ด้วยเรือเราปลกเปลี้ยจะเสียเชิงฉวยละเลิงหลวมตัวสิชั่วจริง
จำจะต้องรบกันแต่ชั้นนอกล่อให้ออกกินเหยื่อเสือสมิง
เห็นจะไม่เสียทีดีจริงจริงจะแอบอิงอะไรได้ในทะเล
แต่ให้พวกเรือใช้ไปไต่ถามแจ้งเนื้อความอ้ายจัญไรจะไพล่เผล
แม้นได้ช่องล่องลมสมคะเนตีให้เซสาดออกนอกสันดอน
ห้ากษัตริย์ทราบความตามรับสั่งถวายบังคมบพิตรอดิศร
พร้อมทั้งพวกเสนาพลากรนรินทรกรุงกษัตริย์ให้จัดพล
แล้วให้ไปไต่ถามตามฝรั่งว่ามาตั้งอยู่ทำไมในสิงหล
พวกคนใช้ไปถามตามยุบลกับขุนพลที่สำหรับกำกับเรือ
พวกในลำกำปั่นครั้นได้แจ้งเห็นพูดแข็งขันจริงยิ่งกว่าเสือ
ฝ่ายขุนนางที่เป็นใหญ่อยู่ในเรือฟังเห็นเหลือดุดันไม่พรั่นพรึง
จึ่งว่าท่านคอยอยู่สักครู่ใหญ่เราจะไปทูลว่าท่านมาถึง
คอยรับสั่งหนังสืออย่าอื้ออึงแล้วสั่งซึ่งพวกเสมียนให้เขียนคำ
ผู้ที่มาอ่าวใหญ่เขียนใบบอกเสมียนลอกลงสาราเลขขำ
แล้วสั่งให้เสนีที่ประจำเร่งให้นำกราบทูลซึ่งมูลความ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์พระมังคลาราชกับครูบาทหลวงออกไปแล้วไต่ถาม
ว่าเอ็งมาว่ากระไรในใจความเจ้าพวกล่ามส่งสารแก้อ่านพลัน ฯ
๏ ในหนังสือเสนาข้าพระบาทที่คอยลาดตระเวนแต่งไว้แข็งขัน
มีเรือใบเรือรบสมทบกันล้วนกำปั่นมากมายหลายตำบล
แล้วมีผู้มาถามเอาความถ้อยว่ามาคอยแย่งชิงเอาสิงหล
มันคุกคามถามไต่พวกไพร่พลก็เป็นจนใจตัวกลัวจะเกิน
ครั้นจะบอกดีชั่วกลัวจะผิดไม่แจ้งจิตยังวิตกระหกระเหิน
ขอทราบความตามสาราข้าขอเชิญเสร็จดำเนินมากำปั่นเหมือนสัญญา ฯ
๏ บาทหลวงแกแจ้งความไปตามเรื่องให้แค้นเคืองที่ในจิตผิดแล้วหวา
กูจะไปไต่ถามตามสงกาอ้ายมังคลาอยู่ระวังฟังกระบวน
กับออท้าวอิศโรเจ้าโกสัยกูจะไปตามระบอบไล่สอบสวน
คิดพูดจาเป่าปัดตัดสำนวนพลางก็ชวนเสวกาลงมาพลัน
ถึงเรือใหญ่ให้หาพวกมาถามเอ็งแจ้งความแต่ที่จริงทุกสิ่งสรรพ์
ใครใช้สอยเอ็งมาถามเนื้อความนั้นจงผ่อนผันแจ้งกิจอย่าปิดบัง
พวกเรือใช้ไม่กลัวนั่งหัวเราะอย่าถามเคาะแคะไปเหมือนใจหวัง
หกกษัตริย์เสด็จมาเหมือนวาจังจึงรับสั่งให้มาถามตามคดี
ว่าคือใครไหนมาเป็นข้าศึกทำหาญฮึกตีด่านชานกรุงศรี
อันเขตแคว้นแดนลังกาแลธานีก็เป็นที่ของใครในทุกวัน
เร่งถอยกำปั่นไปให้พ้นช่องเราจะล่องเข้าไปในไอศวรรย์
แม้นมิฟังยังอยู่ได้สู้กันเร่งผ่อนผันให้เราไปดั่งใจจง ฯ
๏ บาทหลวงฟังเดือดด่าว่าอุเหม่อ้ายเจ้าเล่ห์จะกระจุยเป็นผุยผง
อย่าพูดจาสามารถทำอาจองลังกาคงแรกเริ่มเดิมของใคร
ฝรั่งเป็นจอมเจิมเฉลิมภพขจรจบเขาไม่ลือหรือไฉน
จะมาพูดจองหองว่าของไทยใครยกให้พวกมึงมาพึ่งพิง
แล้วพาโลโสวัดกำจัดเสียเที่ยวเคาะเขี่ยอวดดีให้ผีสิง
เองก็มาอวดฉลาดพูดพาดพิงอย่าเย่อหยิ่งฮึกเหิมเหมือนเดิมมา
ถือว่าดีมีชัยได้สิงหลกับอ้ายคนถูกยาแฝดแพศยา
พระเป็นเจ้าจะบันดาลผลาญชีวาพิฆาตฆ่าพวกมึงให้ถึงใจ
เพราะคิดอ่านการชั่วให้มัวหมองทั้งพวกพ้องทุจริตผิดวิสัย
ให้เขาพลัดศาสนาว่าไปไยมึงเป็นไทยจะมาตั้งไม่บังควร
ใช่กษัตริย์ในจังหวัดลังกาทวีปจงเร่งรีบพากันไปอย่าไต่สวน
อย่าพูดจากอแกแก้สำนวนเองไม่ควรที่จะมาแกด่าอึง
พวกคนใช้ได้ฟังสังฆราชแกกริ้วกราดโกโรโมโหหึง
นัยน์ตาเขียวชี้หน้าด่าออกอึงมึงก็มึงกูก็กูได้ดูดี
ชีวิตกูอยู่แล้วอย่าพึงนึกจะทำศึกร่ำไปไม่หน่ายหนี
กูก็ชาติทองคำน้ำมณีจะเป็นที่บำรุงแก่ฝูงชน
ที่จะไม่ทำศึกอย่านึกหมายไปบอกนายมึงให้แจ้งแห่งนุสนธิ์
จะตั้งรับทัพไทยจนวายชนม์ไม่ย่อย่นกลัวเจ็บจนเย็บตา
พวกคนใช้กลับไปไม่รอรั้งครั้งถึงยังกำปั่นด้วยหรรษา
ทูลข้อความตามได้ไปพูดจาบาทหลวงมาดุดันเป็นควันไป
แล้วชี้หน้าท้าทายเห็นร้ายกาจขู่ตวาดด่าว่าไม่ปราศรัย
แล้วก็ว่ามาข่มเหงไม่เกรงใจอันกรุงไกรลังกาของตายาย
ประเดี๋ยวนี้พวกไทยมาไล่ขับแล้วก็กลับมาริบเอาฉิบหาย
พลางกราบทูลรำพันบรรยายเล่าถวายหกพระองค์ให้ทรงฟัง ฯ
๏ สินสมุทรสุดแสนแค้นบาทหลวงมันจาบจ้วงโยโสทั้งโอหัง
เมื่อคราวโน้นแทบจะตายวายชีวังหนีไปทั้งไพร่พลอ้ายคนโกง
ยังกลับมาว่าขานพาลทะเลาะอ้ายเจ้าเคราะห์วุ่นวายจะตายโหง
ทุดอ้ายคนปากกล้าบ้าลำโพงมันโป้งโหยงอวดอ้างทางสำนวน
แล้วทูลกับพระเจ้าอาว่าอ้ายนี่มันถือดีเป็นอย่างไรเร่งไต่สวน
อย่ารอรั้งตั้งทัพจับกระบวนกาลก็จวนจะเป็นฝนคนระอา
แม้นเกิดเป็นพายุระบุระบัดจะแล่นตัดเข้าลำบากยากนักหนา
พวกข้าศึกมันก็ร้ายชายคงคาแม้นลมกล้าตีออกนอกสันดอน
จะเสียทีหลีกหลบประจบยากครั้นจะบากเข้าไปใกล้สิงขร
แล้วก็เป็นหินผาหน้าสันดอนแต่ละก้อนมิใช่น้อยตั้งร้อยพัน ฯ
๏ ป่างพระองค์ผู้ดำรงรมจักรฟังหลานรักทูลชี้ดีขยัน
จึ่งว่าเจ้าจะเข้ารบสมทบกันตีประจญอานะได้เกณฑ์ไพร่พล
ทั้งเรือรบเรือไล่ใส่อาวุธปืนคาบชุดถือให้ทั่วตัวพหล
แล้วตรัสสั่งนายทัพกำกับพลเร่งตรวจคนให้ประจำทุกลำเรือ
วายุพัฒน์หัสกันเป็นกองหนุนพวกญี่ปุ่นเกณฑ์ให้เป็นฝ่ายเหนือ
หัสไชยปีกขวาพวกกล้าเรือทหารเสือเข้มเข็งแรงกำลัง
วลายุดาปีกซ้ายฝ่ายทหารถือแต่ขวานเอ้หมึงดูขึงขัง
สินสมุทรฤทธิรงค์ทรงกำลังทหารนั่งถือโล่แลโตมร
เป็นทัพหน้ากล้าแข็งแต่งพหลแต่ล้วนคนอำมหิตทั้งพิษศร
ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นนครพลนิกรรมจักรนัครา
เป็นทัพหลวงล่วงมหาสาคเรศดังเทเวศร์ออกสงครามงามนักหนา
พร้อมพระองค์พงศ์กษัตริย์ขัตติยาออกเภตราโห่เร้าจะเอาชัย
เรือกระบวนถ้วนทั่วตัวพหลแล้วยกพลธงทิวปลิวไสว
ออกกำปั่นครั่นครื้นยิงปืนไฟให้คลี่ใบแล่นหลามไปตามกัน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวงลงนั่งง่วงตรองตรึกนึกใฝ่ฝัน
คงจะเป็นศึกกระหนาบเกี่ยวคาบกันเห็นแม่นมั่นเขาจะยกทั้งบกเรือ
จำจะคิดผ่อนปรนพลไพร่กำปั่นใหญ่คอยรับกองทัพเหนือ
ทั้งห้าร้อยคอยประจำทุกลำเรือจัดข้าวเกลือเครื่องเสบียงไว้เลี้ยงพล
ฉวยข้าศึกฮึกฮักเข้าหักหาญคงกันดารสารพัดจะขัดสน
จำจะคิดถ่ายเทด้วยเล่ห์กลผูกหุ่นมนต์ไว้รับกองทัพมัน ฯ
๏ จะกล่าวถึงเทวสินธุ์นรินทร์รัตน์สามกษัตริย์รีบร้นพลขันธ์
พร้อมกระบวนเรือที่นั่งทั้งดั้งกันอีกสามวันจะกระทั่งถึงลังกา
ข้ามประเทศเขตแคว้นแดนสุหรัดสามกษัตริย์พร้อมกันต่างหรรษา
แล้วทูลถามท้าวไทอัยกานี่พาราขอบเขตประเทศใด
ท้าวรายาเรียกหาเอาแผนที่มานั่งชี้แถวทางสว่างไสว
นี่ประเทศเขตสุหรัดถัดออกไปเมืองบุมไบสองพาราทำผ้าลาย
ย่ำมะหวาดต่างสีเขามีมากแล้วมักฝากกำปั่นใหญ่เอาไปขาย
ในเมืองไทยได้ราคาขายผ้าลายทั้งหญิงชายซื้อกันทุกวันคืน
เรือก็แล่นเลยมาในสาคเรศพ้นประเทศลมกล้าเหลือฝ่าฝืน
พอเย็นย่ำคล้ำนภางค์เป็นกลางคืนบังเกิดคลื่นลมกล้าสลาตัน
ให้รอราซาใบไว้แต่ห่างพอเดือนสางลมอ่อนจึงผ่อนผัน
ท้องทะเลก็ค่อยสร่างกระจ่างจันทร์ดาวก็ดั้นเด่นรายจับสายชล
สามกษัตริย์ทัศนาดารารัตน์แจ่มจำรัสห้องฟ้าเวหาหน
ท้าวรายาเธอก็รู้ดูฤกษ์บนเห็นพิกลดาวพฤหัสสวัสดี
เข้าเคียงกับกติกาตำราบอกว่าเดินออกมาร่วมจักรราศี
พวกอาจารย์จะต้องวิ่งเป็นสิงคลีเพราะดาวนี้บอกตรงพ่อจงฟัง
จะถอยถดหมดความรู้อยู่ไม่ได้ตำราไว้มิได้ผิดอย่าคิดหวัง
แล้วจะเสื่อมเกียรติยศหมดกำลังจะเซซังเหมือนหนึ่งว่าตำราทาย
อสุนีฤกษ์หนึ่งแม้นถึงเข้าโหราเฒ่าว่าไว้ดังใจหมาย
มักเกิดยุคทุกข์ภัยไม่สบายเขาทำนายในตำราพยากรณ์ ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าพาราอาณาจักรบอกหลานรักดูดาราตาจะสอน
สามกษัตริย์ยินดีชุลีกรเรือก็จรมาในทางกลางทะเล
น้ำค้างย้อยพรอยพรมเป็นลมว่าวให้แล่นก้าวเรือกำปั่นออกหันเห
พวกนายท้ายหมายทิศอาคเนย์ในทะเลแล่นเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยมา
กำดัดตึกเดือนสว่างกระจ่างเมฆการเวกร่อนร้องก้องเวหา
หัสดินบินชมยมนาในเวลาเที่ยงดินพื้นโพยม
เสียงเหมหงส์ส่งเสียงสำเนียงแจ้วดั่งปี่แก้วก้องกึกโห่ฮึกโหม
เหมือนสังคีตดีดสีตีประโคมที่ทุกข์โทมนัสนั้นค่อยบรรเทา
สถิตแท่นพรรณรายท้ายบาหลีบนเก้าอี้ลายปรุฉลุเฉลา
จวนจะแจ้งสุริย์ฉายขึ้นพรายเพราเสด็จเข้าไสยาสน์บนอาสน์ทอง
แสนคะนึงถึงชนกที่ปกเกล้าจะโศกเศร้าทุกข์ในพระทัยหมอง
หรือจะไม่สมนึกเหมือนตรึกตรองเสร็จอยู่ห้องแห่งหนตำบลใด
พอม่อยหลับกลับทรงสุบินนิมิตว่าอาทิตย์แจ่มกระจ่างสว่างไสว
แล้วกลับมืดมัวคลุ้มชอุ่มไปประเดี๋ยวใจเกิดเป็นเพลิงขึ้นเริงแรง
ไหม้ข้างทิศบูรพาเวหาหนทั้งมืดมนตะวันปิดจนมิดแสง
แต่สีไฟในอากาศยิ่งดาดแดงประเทืองแสงรุ่งโรจน์โชตินา
แล้วเกิดฝนบนฟ้าวลาหกบันดาลตกดับไฟในเวหา
แล้วก็เห็นนงคราญผู้มารดาเสด็จมาอุ้มแอบแนบอุทร
ให้เสวยกษิราโอชารสอันปรากฏชื่นจิตอดิศร
แล้วประทานภูษาเครื่องอาภรณ์พอทินกรใสสว่างกระจ่างดวง
พระพลิกฟื้นตื่นจากที่ไสยาสน์ให้หวั่นหวาดในพระทัยนั้นใหญ่หลวง
เสด็จออกพร้อมพหลพลทั้งปวงตามกระทรวงแต่บรรดาเสนานาย
เสด็จนั่งแท่นสบายท้ายบาหลีพระภูมีคิดไปพระทัยหาย
พอท่านท้าวเจ้าพระยาเสนานายมาพร้อมท้ายเภตราสภาวร ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อเทวสินธุ์นรินทร์ราชจึงทูลบาทบพิตรอดิศร
ว่าคืนนี้หลานคิดสนิทนอนบนบรรจถรณ์แท่นรัตน์ชัชวาล
เกิดนิมิตผิดประหลาดอนาถนักพระทรงศักดิ์กรุณาเมตตาหลาน
ให้โหรทายรายดีที่รำคาญในอาการความฝันที่รัญจวน ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าชวาอาณาเขตครั้นแจ้งเหตุตามระบอบเธอสอบสวน
จึ่งหาโหรข้างชวามาประมวลคิดคำนวณเรื่องสุบินที่กินใจ
พระเทวสินธุ์แจ้งสุบินโหรารับแล้วนั่งนับตามดิถีคัมภีร์ไสย
ในสุบินว่าอาทิตย์ฤทธิไกรนั่นจะได้แก่พระองค์พงศ์ประยูร
แล้วเห็นไฟไหม้อยู่ข้างบูรพทิศเป็นควันปิดสุริย์ฉายให้หายสูญ
จะได้แก่น้ำเนื้อเชื้อตระกูลดังข้าทูลบาทบงสุ์พระทรงธรรม
ซึ่งฝันว่าตกลงมาจากอากาศด้วยอำนาจเทพไทในสวรรค์
สำแดงบุพนิมิตประสิทธิ์ครันช่วยป้องกันอันตรายเมื่อปลายมือ
ซึ่งว่าองค์ชนนีมีพระเดชมาโปรดเกศรับรองประคองถือ
แล้วประทานเครื่องประดับให้กับมือจะเลื่องลืออานุภาพปราบณรงค์
ข้อที่ได้กษิรามาเสวยแล้วก็เลยตื่นประทมสมประสงค์
จะได้รู้จักเชื้อในเนื้อวงศ์คงดำรงเกียรติยศปรากฏไป
เหมือนคำข้ากราบทูลทำนายฝันข้างต้นนั้นร้ายแรงแถลงไข
ต่อปลายมือนั้นจะดีทั้งมีชัยประเสริฐในสุริย์วงศ์ดำรงวัง
พระเทวสินธุ์ฟังสิ้นโหราเฉลยไม่เสบยนึกในพระทัยหวัง
ให้รุ่มร้อนในกมลพ้นกำลังจึ่งตรัสสั่งเสนีผู้ปรีชา
ให้เตรียมคนพลรบสมทบไว้กำปั่นใหญ่ทหารหมื่นถือปืนผา
เกือบจะใกล้เขตแคว้นแดนลังกาท้าวรายาก็บังคับกำชับพล
เรือก็แล่นลมเฉื่อยระเรื่อยลิ่วธงก็ปลิวใบสล้างมากลางหน
เกือบถึงด่านชานชลาในสาชลพวกต้นหนแขกชวาให้ชาใบ ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายหกพระองค์พงศ์กษัตริย์แล่นมาอัดเรือแพแลไสว
พวกทหารโห่ร้องออกก้องไปยิงปืนใหญ่ยักกะตราขานกยาง ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงจัดกำปั่นไว้พันร้อยให้ออกลอยแล่นลัดสกัดขวาง
ปะทะทัพรับรองแหวกช่องทางทั้งสองข้างคอยสกัดตัดกระบวน
สินสมุทรเธอชำนาญในการรบให้สมทบยิงระดมเมื่อลมหวน
จะได้ทิ้งก้อนหินดินชนวนเมื่อเรือจวนจะปะทะเข้าปะกัน ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงเห็นเรือมาเหลือหลามแล่นมาตามชายทะเลบ้างเหหัน
ที่เปิดช่องร่องน้ำนั้นสำคัญมันไม่หันเข้าไปจนใจจริง
กูเปิดซ่องร่องไว้มันไม่เข้าเห็นจะเปล่าเสียทีดั่งผีสิง
ค่อยบอกกล่าวสั่งสอนคอยค้อนติงแกให้ยิงปืนสัญญาที่หน้าเรือ
พวกพหลพลไพร่จะได้รู้ให้แล่นกรูกันเข้าไปตั้งใต้เหนือ
พลางแกว่งชุดจุดปืนสำหรับเรือทั้งใต้เหนือแล่นกรูรู้สัญญา
สินสมุทรเห็นกำปั่นฝรั่งออกแล้วตรัสบอกพวกพหลพลอาสา
ให้ปล่อยปืนครื้นครั่นตามสัญญาแล่นเข้ามาใกล้กันประจัญบาน
ปล่อยปืนใหญ่ตูมตึงเสียงผึงโผงถูกเสากระโดงหักฟาดเสียงฉาดฉาน
ฝรั่งรับทัพขันประจัญบานเข้าต่อต้านยิงแย้งแทงด้วยตรี
ทหารไทยได้ช่องร้องให้รับปล่อยปืนตับยืนรายท้ายบาหลี
ระดมยิงทิ้งชุดจุดอัคคีพอลมดีพัดปะทะเข้าปะกัน
ฝรั่งพุ่งแหลนหลาวเอาง้าวฟาดเสียงฉับฉาดฟันแทงด้วยแข็งขัน
บาทหลวงเร่งพลรบสมทบกันตีประจัญดาษดาในสาคร
ทหารไทยไล่ฟันกระชั้นชิดแทงด้วยกริชตายทับสลับสลอน
ข้างพวกไทยเจ็บป่วยบ้างม้วยมรณ์พลนิกรสองฝ่ายตายเป็นเบือ ฯ
๏ ฝ่ายกองทัพพระวลายุดาราชไล่พิฆาตรับไว้ข้างฝ่ายเหนือ
วายุพัฒน์หัสไชยคอยไล่เรือข้างฝ่ายเหนือล่วงลงมาเข้าราวี
ยิงแตกจมล้มตายเสียหลายร้อยฝรั่งถอยหลังกลับขยับหนี
บาทหลวงเห็นหัสกันเข้าทันทีแกยืนชี้หน้าด่าตาเป็นมัน ฯ
๏ อุเหม่มึงทิ้งญาติทิ้งศาสนามาลอยหน้ารบกับกูเป็นคู่ขัน
ไปเข้าพวกไทยสนิทเข้าติดพันมาช่วยกันรบกูผู้อาจารย์
พระเป็นเจ้าเยซูผู้ได้โปรดจะลงโทษมึงให้ดิ้นสิ้นสังขาร
เพราะไม่ฟังคำกูผู้อาจารย์จะบันดาลพวกมึงให้ถึงตาย
แล้วจะให้ไปตกนรกสิ้นให้มึงดิ้นดาลเดือดไม่เหือดหาย
จะตีระฆังแช่งมึงให้ถึงตายพวกข้างฝ่ายฝรั่งตั้งบาญชี
ว่าพวกเอ็งคนอุบาทว์ล้างศาสนาเมืองลังกาย่อยยับดั่งสับสี
ทางจะสอนศาสนาในบาลีมาป่นปี้เสียเพราะมึงอย่าพึงแคลง ฯ
๏ วายุพัฒน์ขัดใจทำไมข้าจะมาด่ากันเล่นเป็นแขนง
เพราะเชื่อคนมุทะลุมายุแยงจนพลัดแพลงพ่อแม่ไปแต่ตัว
ยังจะมาว่าขานเป็นการหยาบเอาเรื่องบาปหลอกข้ามันน่าหัว
นี่หากว่าหนีปลอดได้รอดตัวถ้าแม้นมัวหลงเชื่อก็เหลือตาย
อย่าว่าแต่ตีระฆังตั้งด่าแช่งจะนอนตะแคงนอนคว่ำคะมำหงาย
ไม่คบคนเกเรเพทุบายใครทำลายศาสนามาด่าอึง
จะให้ตัดเหล่ากอทิ้งพ่อแม่พูดกอแกโกโรโมโหหึง
เราไม่ใช่ชาติพาลสันดานดึงใครโกรธขึ้งก็ไม่กลัวช่างหัวใคร ฯ
๏ บาทหลวงฟังคั่งแค้นแสนพิโรธเหลือจะโกรธเต็มประดาน้ำตาไหล
น้อยหรือมันพูดข่มเหงไม่เกรงใจจะคิดให้คนชั่วมันกลัวเกรง
แกตรองตรึกนึกไปว่าอ้ายนี่แม้นเสียทีมันจะรุมกันคุมเหง
จำจะต้องเพทุบายให้หลายเพลงเอาให้เกรงกูจนได้ในวิชา
แล้วสั่งพวกต้นหนคนทั้งหลายเอาเรือรายตามฝั่งระวังหนา
อย่าให้มันเข้าไปได้ในลังกาคอยรักษาปากน้ำที่สำคัญ
ค่ำวันนี้กูจะตีให้แตกยับเร่งกำชับทุกหมวดให้กวดขัน
พอเย็นพยับอับสีรวีวรรณพลขันธ์ตีฆ้องกลองสัญญา
ทั้งสองข้างต่างสงบไม่รบรับพากันกลับถอยหลังเข้าฝั่งฝา
บ้างก็จัดของเสบียงเลี้ยงโยธาหุงข้าวปลากินอยู่ทุกผู้คน ฯ
๏ ครั้นเดือนเด่นเห็นสว่างกลางอากาศขุนอำมาตย์ตรวจทั่วตัวพหล
ให้ระวังนั่งอยู่ทุกผู้คนระวังกลข้าศึกคิดตรึกตรอง
ให้นั่งยามตามไฟในกำปั่นจงพร้อมกันคอยฟังรับสั่งสนอง
เครื่องอาวุธสาตราขนมากองอย่าให้ต้องไปหาจะช้าที
ของของใครจัดไว้ให้ครบถ้วนตามกระบวนแต่บรรดากะลาสี
ใครประมาทราชอาญาจะฆ่าตีผลาญชีวีผู้นั้นให้บรรลัย ฯ
๏ จะกล่าวลำกำปั่นเทวสินธุ์เทพจินดาน้องค่อยผ่องใส
ทั้งราเมศสุริย์วงศ์ผู้ทรงชัยกับท้าวไทรายามาด้วยกัน
พอถึงยังลังกาอาณาเขตถิ่นประเทศภพไกรไอศวรรย์
เห็นเรือแพคับคั่งประดังกันล้วนกำปั่นรบเรียงเคียงประดา
ให้ลดใบรั้งรอแต่พอเช้าจะฟังข่าวพวกพหลพลอาสา
ทอดสมอรอเรียงเคียงกันมาแต่บรรดากำปั่นทั้งพันปลาย ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ