ตอนที่ ๒๙ ศึกเก้าทัพตีเมืองผลึก

๏ ฝ่ายฝรั่งลังกาพวกข้าศึกล้วนเหิมฮึกห้าวหาญชาญสนาม
กำเริบรักจักชิงผู้หญิงงามต่างรีบข้ามเร็วมาไม่ราใบ
ถึงเขตคุ้งกรุงผลึกเสียงครึกครื้นดูดังคลื่นข้ามมหาชลาไหล
ด้วยหลายเมืองเนืองแน่นแล่นไรไรพลไพร่โห่ลั่นสนั่นดัง ฯ
๏ กองตระเวนเจนนาวาทั้งห้าร้อยเที่ยวแล่นลอยแลเห็นทัพมาคับคั่ง
เป็นหมื่นแสนแน่นหนาดาประดังยังข้างหลังแล่นตามมาหลามทาง
จึงปรึกษาว่าศึกเห็นฮึกหาญจะต่อต้านตีตัดก็ขัดขวาง
แต่ลองสู้ดูหน่อยแล้วถอยพลางไปปิดทางปากน้ำที่สำคัญ
แล้วขานโห่โยธาสัญญารบแล่นตลบเลี้ยวลัดสกัดกั้น
ต่างปล่อยปืนครื้นคลุ้มชอุ่มควันถูกกำปั่นตูมตึงปึงปังปัง
มันตอกปืนครื้นครึกเสียงกึกก้องตระเวนล่องหลีกคล้อยปล่อยปืนหลัง
ถูกสำเภาเสากระโดงผึงโผงพังพลฝรั่งล้มตายลงหลายพัน
พวกกองหนุนขุนพลเมืองวิลาสเข้ากลุ้มกลาดยิงแย้งล้วนแข็งขัน
ตระเวนน้อยคอยรบบรรจบกันเสียงครื้นครั่นครึ้มฟ้าสุธาธาร ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอดิศรสุดสาครเข้มแข็งกำแหงหาญ
กับองค์พระกนิษฐานุชาชาญตั้งอยู่ด่านปากน้ำแต่ค่ำพลบ
พอเช้าตรู่ดูเรือเห็นเหลือหลามไล่ติดตามชาวบุรีตีตลบ
ตระเวนด่านพานจะน้อยก็ถอยทบไพรีรบรุมกันกระชั้นมา
พระตกใจให้อำมาตย์ประกาศสั่งกำปั่นทั้งร้อยรายอยู่ซ้ายขวา
ออกรบรับทัพฝรั่งเมืองลังกาพวกโยธาหมดทั่วไม่กลัวเกรง
ต่างจัดแจงแต่งกายทั้งนายไพร่แต่ล้วนใส่เสื้อเกราะดูเหมาะเหมง
ออกกำปั่นลั่นปืนเสียงครื้นเครงบ้างรำเพลงแหลนหลาวโห่ฉาวมา
มหาดเล็กเด็กนั้นพันห้าร้อยล้วนใส่สร้อยสังวาลหาญอาสา
ถือธนูคู่องค์พงศ์นราองค์ละห้าร้อยถ้วนล้วนเล็กเล็ก
เคยเรียนรู้สู้รบถึงหลบฝนต่างราญรณเริงร่าประสาเด็ก
บ้างม้วนจุกผูกกระสันพันหางเจ๊กดาบเล็กเล็กเหน็บแนบเป็นแยบคาย
สุดสาครสอนสองพระน้องน้อยให้สวมสร้อยสังวาลประสานสาย
กุมารีพี่แต่งแปลงเป็นชายสอดสะพายลูกแล่งพระแสงทรง
สุดสาครกรกุมไม้เท้าแก้วสำเร็จแล้วลีลาศดังราชหงส์
ขึ้นบนหลังถังน้ำทั้งสามองค์ให้โบกธงตีฆ้องเร่งกลองรบ ฯ
๏ ฝ่ายเสนาการะเวกเอกอำมาตย์เห็นเรือลาดตระเวนแยกแตกตลบ
ไม่หลีกเลี่ยงเรียงระดมเข้าสมทบยิงปืนรบรับฝรั่งเสียงปังปึง
พอลมหวนป่วนปะปะทะทัพเอาขอสับสายโซ่พอโล้ถึง
กำปั่นปัดฟัดดังเสียงปังปึงพลทะลึ่งโลดโผนโจนลงเรือ
พวกฝรั่งอังกฤษโลหิตสาดใครไม่อาจต่อต้านทหารเสือ
ขึ้นลำไหนไพร่นายตายเป็นเบือที่หลอเหลือลงน้ำว่ายคล่ำไป
พอทัพท้าวเจ้าวิลาสมากลาดกลุ้มเข้าห้อมหุ้มโห่ลั่นเสียงหวั่นไหว
พลกุมารราญเริงเชิงชิงชัยโดดขึ้นได้บนกำปั่นไล่ฟันแทง
ล้วนเร็วรวดหวดฟาดเสียงฉาดฉับจะรบรับก็ไม่ทันล้วนขันแข็ง
ฝรั่งร้ายวายปราณไม่ทานแรงลำอื่นแซงซอกซอนเข้ารอนราญ
เจ้าวิลาสฆาตกลองเร่งกองรบให้สมทบซ้ายขวาโยธาหาญ
พอเภตราห้าพันประจัญบานจะหักด่านไปให้ได้ดังใจจง ฯ
๏ ฝ่ายทัพท้าวเจ้าประเทศทุกเขตแคว้นต่างหลีกแล่นเข้าถึงฝั่งดังประสงค์
เห็นทัพบกยกทหารชาญณรงค์ทั้งเอกองค์เจ้าเมืองหนุนเนื่องมา
ด้วยจะใคร่ได้ผู้หญิงชิงกันรบไม่สมทบถ้อยทีประสีประสา
เสียงทหารขานโห่เป็นโกลาเดินโยธาข้ามทุ่งเข้ากรุงไกร ฯ
๏ ฝ่ายพวกพลบนเชิงเทินเนินหอรบล้วนเจนจบจ้องปืนยืนไสว
เห็นกองทัพคับคั่งคอยชั่งใจพอจวนใกล้ปล่อยปืนเสียงครื้นครึก
ลูกสายโซ่โยทะกาลงดาดาษดูกลิ้งกลาดกลางทุ่งกรุงผลึก
ปืนป้อมเปรี้ยงเสียงสนั่นลั่นพิลึกถูกข้าศึกล้มตายลงหลายพัน
ที่เหลือตายนายต้อนเข้าถอนขวากบ้างแล่นลากปืนยิงวิ่งถลัน
ด้วยหลายทัพนับแสนแน่นอนันต์เข้ากระชั้นเชิงเทินเนินกำแพง
พวกรักษาหน้าที่ไม่หนีหลบยิงปืนรบรำดาบกำซาบแผลง
ถูกไพร่นายวายวางลงกลางแปลงที่เหลือแซงซอกซอนเข้ารอนราญ
เมืองมะหุ่งกรุงเตนกุเวนฉวีสำปะลีวิลยาล้วนกล้าหาญ
ต่างยกอ้อมล้อมรอบขอบปราการทัพละด้านอื้อวิ่งเข้าชิงแดน
ถูกปืนตับยับย่อยผอยผอยล้มยิงระดมดาษดื่นเป็นหมื่นแสน
เสียงข้าศึกฮึกโห่ป้องโล่แพนถือหลาวแหลนรบพุ่งชาวกรุงไกร ฯ
๏ ฝ่ายสุวรรณมาลีนารีราชอยู่ปราสาทเสียงรบพิภพไหว
อุตส่าห์กลั้นกันแสงแข็งพระทัยตรงเข้าไปแท่นรัตน์พระภัสดา
บังคมทูลมูลความไปตามเรื่องบัดนี้เมืองใหญ่น้อยร้อยภาษา
มาพรั่งพร้อมล้อมรอบขอบพารายังรบรายิงปืนเสียงครื้นเครง
พระอภัยได้ฟังว่าช่างเขาใครใช้เจ้ากับสนมมาข่มเหง
จึงพวกพ้องของอนงค์องค์ละเวงมาครื้นเครงคราวนี้ไม่มีใคร
พระตรัสพลางทางสรวลสำรวลเย้ยแล้วก็เลยลืมองค์ด้วยหลงใหล
สงสารนางอย่างชีวันจะบรรลัยสะอื้นไห้ทูลลาพระสามี
น้องจะขอต่อยุทธ์จนสุดฤทธิ์เอาชีวิตแทนทดบทศรี
ขอพระคุณบุญญาฝ่าธุลีให้ไพรีย่อยยับอัปรา
แม้นสิ้นบุญทูลกระหม่อมจอมกษัตริย์จะสูญขัตติยราชพระศาสนา
ขอม้วยมรณ์ก่อนกษัตริย์ภัสดาพลางโศกากอดบาทไม่คลาดคลาย
พอเสียงปืนครื้นครั่นสนั่นก้องกลับมาห้องมนเทียรวิเชียรฉาย
รีบจัดองค์ทรงแต่งแปลงเป็นชายสะพักสายแสงศรเคยรอนราญ
ทั้งสาวใช้ใหญ่น้อยห้าร้อยเศษต่างแปลงเพศโพกศีรษะเหมือนทหาร
ถือเกาทัณฑ์สันทัดหัดชำนาญมากราบกรานเตรียมเสร็จเสด็จจร
ออกจากวังดังหนึ่งองค์พระทรงยศขึ้นทรงรถเนาวรัตน์ประภัสสร
ขุนนางแห่แลสล้างกลางนครอัสดรเดินรอบขอบกำแพง
เที่ยวตรวจพลบนเชิงเทินเนินหอรบจนจวนพลบทินกรก็อ่อนแสง
เห็นทหารด้านเหนือนั้นเหลือแรงข้าศึกแทงเจ็บป่วยลงม้วยมรณ์
ให้หยุดทัพขับพหลพลทหารขึ้นรอนราญรบรับสลับสลอน
แล้วโฉมยงลงจากรถบทจรเที่ยวไล่ต้อนโยธาเข้าราวี
แล้วแลดูผู้คนพลข้าศึกล้วนเหี้ยมฮึกหาญรบไม่หลบหนี
บ้างถอนขวากลากล้อเข้าต่อตีแต่ล้วนมีโซ่สำหรับสับกำแพง
บ้างปีนป่ายบันไดไม้ไผ่พาดชาวเมืองฟาดฟันมันกันด้วยแผง
ทั้งแหลนหลาวง้าวทวนเข้าสวนแทงต่างต่อแย้งยิงกันประจัญบาน
นางดูศึกฮึกฮักเห็นหนักแน่นไม่ทดแทนถึงขนาดจะอาจหาญ
ดำริพลางนางกษัตริย์มาจัดการจะต้านทานทัพหลวงทะลวงฟัน
ทั้งพลโล่โตมรศรกำซาบทหารดาบสองเล่มล้วนเข้มขัน
กับทวนทองกองหน้าทั้งห้าพันช้างน้ำมันกล้างานั่นห้าร้อย
เปิดประตูพรูพรั่งออกคั่งคับเข้าตีทัพเมืองลยาไม่ล่าถอย
เที่ยวลุยไล่ไพร่นายตายไม่น้อยทั้งกองร้อยรุมกันเข้าฟันแทง
โยธาทัพรับรบจนพลบค่ำนางก็ซ้ำต้อนทหารชาญกำแหง
เร่งรถทรงตรงออกนอกกำแพงทหารแซงซ้ายขวาล้วนนารี
เข้าหักโหมโจมทัพไม่ยับยั้งข้าศึกพังแพ้พ่ายกระจายหนี
พลผลึกฮึกโหมกระโจมตีได้ท่วงทีแทงฟันกระชั้นไป
เจ้ามะหุ่งกรุงเตนเผ่นตวาดไล่พิฆาตพลขันธ์เสียงหวั่นไหว
จะชิงพลรบพุ่งเอากรุงไกรพลไพร่โห่ลั่นสนั่นดัง
พอพบกับทัพพระมเหสีเข้ารุมตีซ้ายขวาทั้งหน้าหลัง
เสียงครึกครื้นปืนตึงปึงปึงปังเพียงจะพังแผ่นพิภพด้วยรบกัน
สงสารพระมเหสีอยู่ที่ล้อมข้าศึกห้อมหุ้มทัพไว้คับขัน
จะเข้าประตูบูรีก็มิทันต้องแยกกันรบรับทุกทัพชัย
ทั้งช้างม้ากล้าหาญทะยานยุทธ์อุตลุดไล่กันเสียงหวั่นไหว
จะผินพักตร์หักหาญออกด้านใดก็ไม่ได้เป็นเวลาเข้าราตรี
แต่พวกข้าสาพิภักดิ์เพราะรักเจ้าทั้งนายบ่าวอุตส่าห์รบไม่หลบหนี
จนดึกดื่นครื้นครั่นประจัญตีจนซากผีพลตายก่ายอนันต์ ฯ
๏ ฝ่ายทัพเรือเมื่อกุมารออกราญรบเลี้ยวตลบเข่นฆ่าให้อาสัญ
ข้าศึกแตกแยกย้ายวายชีวันได้กำปั่นปืนผาสารพัด
มอบให้เหล่าชาวด่านเป็นการหลวงไม่แหนหวงห้ามปรามตามถนัด
พอพลบค่ำน้ำขึ้นเป็นคลื่นซัดให้แล่นลัดเลียบคุ้งเข้ากรุงไกร
ถึงปากน้ำสำเนียงเสียงสนั่นดังฟ้าลั่นโลกาสุธาไหว
ศึกตลบรบพุ่งถึงกรุงไกรพระตกใจจัดแจงแบ่งโยธา
ให้น้องน้อยคอยรับทัพเรือรบช่วยสมทบกองตระเวนเกณฑ์อาสา
แต่พลโล่โตมรศรศัสตราเป็นหมื่นห้าพันยกขึ้นบกไป
รีบเดินทัพขับนิลสินธพด้วยเพลิงคบส่งทางสว่างไสว
เป็นการด่วนจวนรุ่งถึงกรุงไกรเห็นทัพใหญ่ล้อมรอบขอบกำแพง
แต่พวกพลบนหน้าที่ไม่หนีหลบพอสู้รบรับกันด้วยขันแข็ง
แต่ทหารด้านเหนือเห็นเหลือแรงบนกำแพงพลไพร่มิใคร่มี
จึงรีบยกวกทางมาข้างหลังเห็นฝรั่งรบพุ่งชาวกรุงศรี
ให้ลั่นฆ้องร้องป่าวชาวบุรีพลางโจมตีติดพันไล่ฟันแทง
มหาดเล็กเด็กชาทั้งห้าร้อยต่างผลุนพลอยแล่นลั่นเกาทัณฑ์แผลง
ฝรั่งแขกแตกพล่านไม่ทานแรงต่างพลัดแพลงผลุนวิ่งทิ้งอาวุธ
ทั้งทัพเงาะเกาะวลำสำปะหลังพลอยแตกทั้งสามทัพรับไม่หยุด
พระหน่อไทได้ทีเที่ยวตีรุดอุตลุดรบพุ่งจนรุ่งราง ฯ
๏ ฝ่ายทัพพระมเหสีพ้นที่ล้อมรีบยกอ้อมมาถึงเนินเชิงเทินขวาง
เห็นพวกพลคนหลามมาตามทางให้ขุนนางถามดูว่าผู้ใด
ทราบว่าองค์ทรงยศโอรสราชพระนางนาฏยินดีจะมีไหน
จึงหยุดยั้งสั่งมหาเสนาในไปบอกให้ทูลแถลงแจ้งคดี ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอดิศรสุดสาครรู้ว่าพระมเหสี
จึงรอรั้งยั้งหยุดพวกโยธีด้วยยินดีจะได้เข้าเฝ้าบิดา
ลงจากหลังมังกรสอนทหารให้หมอบกรานบังคมก้มเกศา
ชวนเข้าเฝ้าชาวบุรีแล้วลีลาทั้งเสนาน้อยน้อยพลอยไปตาม ฯ
๏ นางกษัตริย์ทัศนาพระหน่อนาถยุรยาตรเยื้องย่างมากลางสนาม
ไม่เพี้ยนผิดบิดาสง่างามทหารตามแต่ล้วนเด็กเล็กทั้งนั้น
ลงจากรถบทจรมาจูงหัตถ์หน่อกษัตริย์ทรุดคำนับนางรับขวัญ
ประคององค์ตรงขึ้นรถสุวรรณให้นั่งบัลลังก์รัตน์ชัชวาล
แล้วโลมลูบจูบจอมถนอมพักตร์ยังเล็กนักเล็กหนาน่าสงสาร
มาช่วยแก้แม่จึงได้พ้นภัยพาลหาไม่มารดาหมายว่าวายชนม์
เพราะทรงฤทธิ์บิตุเรศของลูกรักประชวรหนักสารพัดจะขัดสน
ครั้นไพรีมีมาเข้าตาจนต้องคุมพลรบพุ่งกันกรุงไกร
ซึ่งให้พ่อรอรั้งตั้งอยู่ด่านคอยภูบาลบิตุรงค์ยังหลงใหล
พระลูกยาอย่าละห้อยน้อยพระทัยแม่นี้ไม่เกียดกันด้วยฉันทา ฯ
๏ สุดสาครร้อนจิตด้วยบิตุเรศน้ำพระเนตรพร่างพรายทั้งซ้ายขวา
ศิโรราบกราบกรานพระมารดาซึ่งศึกมาตั้งล้อมป้อมปราการ
จะขอรับดับเข็ญเป็นธุระมิให้พระภูวนาถเสียราชฐาน
แต่ลูกรักหนักจิตคิดรำคาญถึงภูบาลบิตุราชไม่คลาดคลาย
ประชวรนั้นฉันใดมิได้เห็นเสียแรงเป็นหน่อเนื้อในเชื้อสาย
มาถึงวังยังมิได้เข้าใกล้กรายพลางฟูมฟายชลนาโศกาลัย ฯ
๏ นางกษัตริย์ตรัสปลอบให้ชอบชื่นเมื่อวานซืนแม่ไม่เห็นเป็นไฉน
เดี๋ยวนี้มาหาแม่แน่ในใจคงจะได้รักษาพยาบาล
จงรั้งรอพอสงบที่รบรับให้กองทัพออกไปไกลสถาน
เดี๋ยวนี้เล่าเขาก็ล้อมป้อมปราการจะคิดอ่านชิงชัยฉันใดดี ฯ
๏ พระหน่อไทได้สดับอภิวาทขอรองบาทบงกชบทศรี
แต่พวกพ้องของข้าจะราวีให้ไพรีย่อยยับทุกทัพชัย
เชิญพระองค์จงกลับไปยับยั้งอยู่ในวังอย่าได้พรั่นประหวั่นไหว
แล้วกราบกรานมารดาลาครรไลมาตรวจไพร่พลรบยังครบครัน
ขึ้นทรงนั่งหลังม้าให้คลาเคลื่อนโห่สะเทื้อนสะท้านทั่วทั้งไอศวรรย์
เห็นไพรีตีเมืองยิ่งเคืองครันเร่งกระชั้นพลนิกรเข้ารอนราญ
พวกโยธาการะเวกเอกระเคยชนะทัพวิลาสด้วยอาจหาญ
เข้าหักโหมโรมรันประจัญบานใครไม่ทานแทงฟันกระชั้นชิด
ฝรั่งรับสัประยุทธ์อาวุธสั้นทั้งแทงฟันก็ไม่ถูกลูกหนิดหนิด
มันปลิ้นปล้อนรอนราญผลาญชีวิตรอไม่ติดแตกพ่ายกระจายไป ฯ
๏ เจ้ามะหุ่งกรุงเตนกุเวนลวาดเห็นประหลาดลูกเล็กเด็กที่ไหน
เป็นหลายร้อยพลอยวิ่งมาชิงชัยจึงขัดใจวิ่งสมทบเข้ารบรับ
พวกโยธีสี่เมืองมาเนืองแน่นสักสิบแสนห้อมหุ้มรุมกันจับ
พลกุมารต้านตีทั้งสี่ทัพดูกลอกกลับกลางแปลงบ้างแทงฟัน
เด็กน้อยน้อยพลอยรบตลบไล่ผลาญผู้ใหญ่โยธาให้อาสัญ
ยิ่งฆ่าตายนายต้อนเข้ารอนรันโจนประจัญจับกุมตะลุมบอน ฯ
๏ พระหน่อนาถอาจองทรงสินธพควบเข้ารบนายทหารชาญสมร
ไม้เท้าฟาดขาดสะบั้นดังฟันฟอนม้ามังกรกัดตายลงก่ายกอง
ใครขวางกีดดีดผางเอาคางโขกสะบัดโบกหางหันผันผยอง
แต่โยธีสี่เมืองมาเนืองนองเข้าแซ่ซ้องสัประยุทธ์ยุทธนา ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมเหสีอยู่ที่ป้อมเห็นศึกล้อมลูกรักเป็นหนักหนา
ให้อำมาตย์ฆาตฆ้องกลองสัญญายกโยธาออกช่วยรบสมทบทัพ
บ้างรำทวนสวนแทงแผลงกำซาบทั้งดั้งดาบโดดฟาดเสียงฉาดฉับ
ฝรั่งแขกแยกกันประจัญรับตีสำทับรบรุมตะลุมบอน ฯ
๏ ฝ่ายพวกเงาะเกาะวลำสำปะหลังซึ่งแตกพังพ่ายแพ้ไปแต่ก่อน
ต่างมั่วสุมคุมพหลพลนิกรแล้วยกย้อนทางมาถึงธานี
เห็นชาวเมืองเคืองแค้นแล่นตลบเข้ารุมรบทัพพระมเหสี
ทั้งซ้ายขวาหน้าหลังประดังตีชาวบุรีแตกพลัดกระจัดกระจาย
แต่ขุนพลมนตรีเสนีใหญ่ยังคุมไพร่ต่อตีไม่หนีหาย
ข้างฝ่ายหญิงยิงธนูช่วยผู้ชายอยู่เรียงรายรอบรถทั้งอดทน
บ้างถูกง้าวหลาวแหลนแสนสาหัสจนเลือดหยัดหยดชุ่มทุกขุมขน
ไม่ทิ้งเจ้าคราวทัพถึงอับจนสู้อดทนแทงฟันประจัญบาน
พอทัพท้าวเจ้าวลำถลำไล่เข้ามาใกล้รถท้าตรงหน้าฉาน
นางโฉมยงก่งศรเข้ารอนราญแล้วน้าวผลาญแผลงหมายนายโยธี
พอลั่นลูกถูกท้าวเจ้าวลำไม่ทันซ้ำเสนามันพาหนี
โยธาทัพกลับกลุ้มเข้ารุมตีต้องราวีอยู่ในหว่างกลางสงคราม ฯ
๏ ฝ่ายโยธาการะเวกเอกอำมาตย์กับหน่อนาถชิงชัยในสนาม
เห็นทัพพระมเหสีออกตีตามพอทัพสามเมืองพร้อมเข้าล้อมรบ
พระตกใจให้กลับทัพทหารหันออกด้านนางมาลีตีตลบ
ทัพมะหุ่งกรุงเตนเกณฑ์สมทบเข้ากลุ้มกลบกลาดทางที่กลางแปลง
เสียงทหารต่อทหารทะยานยุทธ์แกว่งอาวุธหอกดาบวะวาบแสง
บ้างรับรองป้องกันบ้างฟันแทงบ้างยิงแย้งเยียดยัดสกัดทาง
แต่หน่อนาถอาจองทรงสินธพเข้าไล่ขบโขกดีดคนกีดขวาง
ฝรั่งแขกแยกย้ายบ้างวายวางพอแหวกทางออกมาได้มันไล่ตาม
แต่อำมาตย์มหาดเล็กเด็กผู้ใหญ่ออกไม่ได้ด้วยว่าคนนั้นล้นหลาม
กุมารากล้าหาญชาญสงครามใครติดตามตีตายลงก่ายกัน
พอเห็นพระมเหสีเสียทีทัพรีบควบขับม้าที่นั่งดังกังหัน
เข้าลุยไล่ไพรีทั้งตีรันคอยป้องกันนางพระยาอยู่หน้ารถ
พวกข้าศึกฮึกโหมเข้าโจมจับพระรบรับตีแยกแตกไปหมด
ไล่ข้างหน้ามาข้างหลังเหมือนดังมดต้องขับรถรับพลางอยู่กลางทัพ ฯ
๏ ฝ่ายพี่น้องสองกุมารอยู่ด่านสมุทรแต่คอยสุดสาครนอนไม่หลับ
จนรุ่งเช้าเฝ้าชะแง้ยิ่งแลลับไม่เห็นกลับคืนมายิ่งอาวรณ์
จึงจัดพลคนละหมื่นห้าร้อยถ้วนถือแต่ล้วนดั้งดาบกำซาบศร
พระพี่น้องสองกษัตริย์ทรงอัสดรแล้วรีบร้อนยกมายังธานี
เห็นสมทบรบรับกันคับคั่งดูแน่นทั้งท้องทุ่งริมกรุงศรี
ข้างฝรั่งพรั่งพร้อมเข้าล้อมตีข้างพระพี่เคว้งขวางอยู่กลางทัพ
ต่างตกใจให้ทหารเข้าราญรบตีสมทบแทงฟันประจัญจับ
ฝรั่งแขกแยกย้ายล้มตายยับพอพบทัพที่ขึ้นมาแต่ราตรี
ถามถึงองค์ทรงเดชพระเชษฐาเขาทูลว่าไปช่วยพระมเหสี
ทั้งพี่น้องร้องเร่งขุนเสนีให้โจมตีตัดทางไปกลางพล
เป็นสามทัพคับคั่งทั้งดั้งดาบยิงกำซาบศัสตราดังห่าฝน
พวกไพรีหนีพล่านไม่ทานทนต้องย่อย่นแยกย้ายกระจายไป ฯ
๏ เจ้ามะหุ่งกรุงเตนกุเวนลวาดต้อนตวาดพลขันธ์เสียงหวั่นไหว
ให้หันกลับรับรบสมทบไว้แล้วแลไปเห็นพี่น้องสองกุมาร
นึกดูว่าลูกใครที่ไหนเล่าเล็กสักเท่าตุ๊กตาทำกล้าหาญ
ถ้าแม้ว่าฆ่านายให้วายปราณพวกทหารก็จะแยกแตกกระจาย
ปรึกษาพลางต่างองค์ทรงสินธพควบเข้ารบหน่อนาถประมาทหมาย
กุมารีพี่นางขวางน้องชายต่างลั่นสายศรซ้ำด้วยชำนาญ
ถูกพระชงฆ์องค์ท้าวเจ้ามะหุ่งตกม้าผลุงผลุนวิ่งทิ้งทหาร
เจ้ากรุงเตนเผ่นโผนโจนทะยานเข้าตีต้านติดพันไม่ทันยิง
นางแทงกักชักกริชโลหิตฉีดผวาหวีดเวทนาประสาหญิง
พวกฝรั่งทั้งปวงบ้างช่วงชิงแบกเจ้าวิ่งเลี้ยวลัดเที่ยวพลัดแพลง
แต่องค์ท้าวเจ้าลวาดประมาทเด็กถือหลาวเหล็กข้างละเล่มด้วยเข้มแข็ง
ขับอาชาถาโถมเข้าโจมแทงก็พลาดแพลงพลั้งพลัดตกอัสดร
หน่อกษัตริย์หัสไชยก็ไล่ซ้ำโดดลงปล้ำเจ้าลวาดฟาดด้วยศร
ด้วยฤทธิ์แก้วแววตากล้าราญรอนจับผู้ใดให้อ่อนทั้งอินทรีย์
พอวางมือรื้อแรงตะแคงผลุดทะลึ่งหลุดแล่นโลดกระโดดหนี
พระขึ้นม้าพาไพร่เข้าไล่ตีพวกโยธีแตกตายกระจายไป ฯ
๏ องค์พระสุดสาครเข้ารอนรบตีตลบหลีกออกข้างนอกได้
พามารดาล่าเลี่ยงเข้าเวียงชัยพอแลไปเห็นพี่น้องสองกุมาร
กวักพระหัตถ์ตรัสเรียกมาริมรถต่างประณตพร้อมพรั่งทั้งทหาร
พระน้องยาว่าฝรั่งมันจังฑาลฉันรอนราญรบรุกสนุกใจ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์มิ่งมเหสีเมื่อไพรีรุมจับรับไม่ไหว
ถูกเกาทัณฑ์กลั้นแกล้งแข็งพระทัยเอาสไบพันทับให้ลับตา
ต่างหยุดรถลดองค์ดำรงนั่งโลหิตหลั่งไหลซาบอาบอังสา
ให้เสียวซาบอาบจิตด้วยพิษยายังอุตส่าห์สั่งความสามกุมาร
แม่นี้ถูกลูกธนูอยู่ไม่ได้จะไปใส่ยาแก้แผลสมาน
สักครู่หนึ่งจึงจะมาไม่ช้านานพ่อช่วยต้านตั้งมั่นกันพารา
แล้วเอียงไหล่ให้แลดูแผลเจ็บยังเมื่อยเหน็บจนกระทั่งถึงอังสา
สุดสาครถอนสะอื้นกลืนน้ำตาแล้ววันทาทูลองค์นางนงคราญ
พระมารดาอย่าพะวงทรงวิตกลูกจะยกทัพไปไล่สังหาร
มิให้เขาเข้าล้อมป้อมปราการเชิญพระมารดาไปอยู่ในวัง
ให้หมอแก้แผลศรถอนยาพิษให้สนิทหายแผลเหมือนแต่หลัง
พอเสียงโห่โยธาประดาดังเห็นทัพทั้งเจ็ดเมืองมาเนืองนอง
จึงทูลลาพาพระน้องสองกษัตริย์มาทรงอัศวราชผาดผยอง
ต่างคุมพลคนละทัพออกรับรองให้ตีฆ้องแข่งหน้าเข้าราวี ฯ
๏ ฝ่ายพวกเงาะเกาะวลำสำปะหลังกุเวนทั้งวิลยาชวาฉวี
เป็นเจ็ดทัพคับคั่งประดังตีพวกโยธีแทงฟันประจัญบาน
บ้างแกว่งง้าวหลาวแหลนโล่แพนโผนเด็กมันโจนจับศีรษะฉะด้วยขวาน
บ้างตายกลิ้งวิ่งซุกบ้างคลุกคลานพลกุมารมีแรงไล่แทงฟัน
สุดสาครกรน้าวไม้ท้าวหวดดูเร็วรวดแรงดังว่ากังหัน
พลนิกายนายทัพรับไม่ทันบ้างหักลันล้มตายลงก่ายกอง
เจ้าวลำสำปะหลังประดังรับพระหวดพับลงกับดินสิ้นทั้งสอง
เจ้าเมืองเงาะกระเดาะปากลากกระบองกับพวกพ้องเงาะป่าเข้าราวี
อันองค์พระกนิษฐานุชาเล็กกับพวกเด็กกลัวเงาะละเลาะหนี
แต่เชษฐากล้ากลับขับพาชีเข้าโจมตีเงาะตายกระจายไป
ทัพฉวีวิลยาชวาแขกก็พลอยแตกต่อต้านทานไม่ไหว
ต่างวุ่นวิ่งทิ้งอาวุธทุกทัพชัยกุมารไล่ตีตามทั้งสามทัพ
บ้างโถมทันฟันแทงด้วยแรงเรี่ยวบ้างลดเลี้ยวไล่ลัดสกัดจับ
พวกไพรีหนีหลบไม่รบรับต่างล่าทัพถอยหลังข้างคงคา
พระหน่อไทไล่รบจนพลบค่ำเห็นหมอกคล้ำคลุ้มทะเลพระเวหา
แล้วหยุดทัพยับยั้งสั่งโยธาให้ตรวจตราพร้อมทั่วทุกตัวคน
แล้วยับยั้งตั้งรายอยู่ปลายทุ่งคอยรบพุ่งปิดทางไว้กลางหน
อันข้าวน้ำลำเลียงเสบียงพลวิเสทขนเอาไปเลี้ยงแต่เวียงชัย ฯ
๏ ฝ่ายทัพท้าวเจ้าวลาชวาฉวีพอราตรีตรงมาชลาไหล
ให้ตั้งค่ายรายเรียงเคียงกันไปคอยรับไพร่พลนิกรให้ผ่อนพัก
ทั้งบกเรือเหลือตายยังหลายแสนจะแก้แค้นคิดการเข้าหาญหัก
ที่บอบช้ำลำบากยังมากนักให้หมอรักษาทั่วทุกตัวคน
บ้างปิดยาทาน้ำมันสามวันหายที่เจ้าตายต่างกลับไปสับสน
ที่ตั้งอยู่สู้รบสมทบพลต่างคิดกลการศึกยังตรึกตรา ฯ
๏ ฝ่ายสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์ถึงปรางค์รัตน์เร้ารวดปวดอังสา
ให้หมอแก้แผลกำซาบซึ่งอาบยาเอามีดผ่าขูดกระดูกที่ถูกพิษ
เป่าน้ำมันกันแก้ตรงแผลเจ็บเอาเข็มเย็บยุดตรึงขี้ผึ้งปิด
ทั้งข้างนอกพอกยาสุรามฤตให้ถอนพิษผ่อนปรนพอทนทาน ฯ
๏ จะกล่าวศรีสุวรรณวงศ์ทรงสวัสดิ์อยู่กรุงรัตนพารามหาสถาน
ครั้นเรือใช้ไปแถลงให้แจ้งการณ์พากุมารสินสมุทรรีบรุดมา
แวะเข้าส่งองค์อรุณที่รมจักรพอผ่อนพักพบพงศ์พระวงศา
แล้วรับพราหมณ์สามนายบ่ายนาวาออกแล่นมาตามคลื่นทุกคืนวัน
พอจวนเย็นเป็นพายุพยับฝนให้มัวมนมืดสิ้นดินสวรรค์
คลื่นระดมลมกล้าสลาตันตีกำปั่นซัดไปเป็นหลายคืน
ครั้นลมหายสายแสงแจ้งกระจ่างเห็นเกาะกลางสมุทรไทใหญ่ทะมื่น
ทอดสมอรอราสัญญาปืนขึ้นหาฟืนหาน้ำทั่วลำเรือ
พอสิงโตโฮ่โฮกกระโชกไล่ทั้งสูงใหญ่มหึมายิ่งกว่าเสือ
ตาถลนขนหุ้มดูคลุมเครือทหารเรือรบสิงห์ยิงด้วยปืน
เสียงดังตึงปึงถูกลูกลู่ล่อนมันถีบถอนโถมถลาไล่ฝ่าฝืน
คำรามร้องก้องกึกเสียงครึกครื้นทหารตื่นแตกวิ่งเป็นสิงคลี
มันไล่คาบดาบหอกกระบอกน้ำขบขย้ำย่อยยับดังสับสี
เห็นผู้คนพลไพร่ไล่คะยีทหารหนีสิงโตโผลงน้ำ
มันโดดตามหวามว่ายสายสมุทรเห็นคนผุดโผนตบขบขย้ำ
พวกโยธีรี้พลเที่ยวด้นดำจนถึงกำปั่นใหญ่ในคงคา
สินสมุทรผุดลุกขึ้นแลเห็นสิงโตเผ่นโผนไล่ไวหนักหนา
มิทันเปลื้องเครื่องทรงอลงการ์โลดถลาลงในน้ำปล้ำสิงโต
มันรับรบขบกัดพระฟัดฟาดพระฉวยพลาดพลิ้วโจนกลับโผนโผ
ขึ้นขี่หลังนั่งยองยองร้องโยโยอ้ายสิงโตตัวฉลาดขึ้นหาดทราย
โลดสลัดพลัดตกพระหกล้มมันกัดกลมกลิ้งคว่ำคะมำหงาย
ทั้งเล็บเขี้ยวเคี้ยวขย้ำจนน้ำลายลงโซมกายกอดปล้ำด้วยกำลัง
พระดิ้นหลุดฉุดหางไม่วางหัตถ์กอดถนัดเหนี่ยวขนขึ้นบนหลัง
สิงโตร้องก้องเสียงสำเนียงดังทั้งลูกทั้งเมียสิงห์มันวิ่งมา
เขย่งเต้นเผ่นโผนจะโจนกัดหน่อกษัตริย์หลบโลดโดดถลา
ลงในน้ำดำไล่จับได้ปลากลับขึ้นมาเสกทิ้งให้สิงโต
มันกินหมดรสรื่นค่อยชื่นจิตมิได้คิดทำร้ายหายโมโห
พระเป่ามนต์ประสมจิตอิศโรเรียกสิงโตเต้นเข้ามาหาทุกตัว
จึงเสกน้ำซ้ำประศีรษะให้แล้วลูบไล้สารพางค์ทั้งหางหัว
มันลามเลียเคลียเคล้าด้วยเมามัวแต่ละตัวตาช่วงดังดวงดาว
ลูกทั้งคู่ผู้เมียเตี้ยตุบหลุบมาหมอบฟุบฟอกสีสำลีขาว
ตัวพ่อแม่แลลายดูพรายพราวล้วนเล็บยาวเป็นทองแดงยิ่งแรงครัน
ทั้งเขียวสุกทุกตัวสลัวเหลืองเอาไปเมืองจะได้ขี่ดีขยัน
แล้วจูงลงคงคามาด้วยกันขึ้นกำปั่นไปเฝ้าพระเจ้าอา
ฉันได้สิงห์ยิงฟันมันไม่เข้าจะพาเอาไปบุรีดีหนักหนา
ศรีสุวรรณสรรเสริญพระนัดดาพอเวลาลมดีให้คลี่ใบ
ออกกำปั่นพันร้อยเที่ยวลอยแล่นไปตามแผนที่ทางหว่างไศล
ทุกเช้าเย็นเห็นแต่ฟ้าชลาลัยกำหนดได้เจ็ดเดือนไม่เคลื่อนคลา
เข้าเขตคุ้งกรุงผลึกเสียงครึกครื้นยังดึกดื่นดูฝั่งก็กังขา
ข้าศึกติดทิศใต้ชายชลาเห็นสีฟ้าเผือดแดงดังแสงไฟ
ถึงปากอ่าวเช้าตรู่ก็รู้เรื่องพวกชาวเมืองออกมาแจ้งแถลงไข
ว่าศึกยังตั้งประชิดติดเวียงชัยพระตกใจรีบมาถึงธานี
หยุดประทับยับยั้งอยู่ข้างหน้าแจ้งกิจจาไปถึงพระมเหสี
ให้สุรางค์นางกำนัลไปอัญชลีเชิญมาที่ปรางค์รัตน์กษัตรา
ศรีสุวรรณนั้นคำนับนางรับหัตถ์หน่อกษัตริย์บังคมก้มเกศา
นางเล่าความตามเรื่องเมืองลังกาแต่ยกมาทำสงครามถึงสามครั้ง
อันคราวนี้มิรู้จะสู้รบศึกตลบซ้ายขวาทั้งหน้าหลัง
พระปิ่นปักนัคเรศนิเวศน์วังก็คลุ้มคลั่งเคล้ากระดาษไม่ขาดวัน
ข้าออกรบพบทัพสัประยุทธ์ต้องอาวุธที่อังสาแทบอาสัญ
หากโอรสยศยงของทรงธรรม์ช่วยป้องกันตัวข้าเข้าธานี
แล้วเล่าความตามสุดสาครเล่าจะขอเฝ้าประณตบทศรี
เดี๋ยวนี้ยังตั้งทัพรับไพรีอยู่ข้างที่ท้องทุ่งนอกกรุงไกร ฯ
๏ สินสมุทรสุดรักพระอัคเรศชลเนตรซึมโซมชโลมไหล
แล้วทูลว่าข้าพระบาทประมาทใจหมายว่าไม่มีศัตรูจึงอยู่นาน
จนพระองค์สงครามถึงสามครั้งแล้วต้องทั้งศัสตราน่าสงสาร
กันแสงพลางนางพระยาบัญชาการชวนกุมารกับพระน้องเข้าห้องใน
เห็นทรงธรรม์บรรทมชมแต่รูปจนซีดซูบเศร้าหมองไม่ผ่องใส
เข้าหมอบเมียงเคียงบัลลังก์กระทั่งไอพระอภัยเหลียวมาเห็นหน้าน้อง
กับลูกรักอัคเรศสังเกตแน่แต่แลแลหมกมุ่นให้ขุ่นหมอง
กลับเคลิ้มเห็นเป็นว่าพากันมามองพิโรธร้องเรียกสาวใช้ให้ไสคอ ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นเห็นพี่วิปริตดังคมกริชกรีดฟาดให้ขาดศอ
พระชลนัยน์ไหลหลั่งลงคั่งคลอระทดท้อทุกข์ใจดังไฟกาฬ
ศิโรราบกราบก้มบังคมบาทเข้าแอบอาสน์อ้อนวอนด้วยอ่อนหวาน
น้องลับเนตรเชษฐาไปช้านานจึงพาหลานกลับมาถึงธานี
โอ้ไฉนไยองค์พระทรงยศลืมโอรสลืมน้องทั้งสองศรี
เฝ้าโลมลูบรูปนางอยู่อย่างนี้มิรู้ที่คิดอ่านประการใด
โอ้พระองค์ทรงเดชเกศกษัตริย์เวรวิบัติบาปสร้างแต่ปางไหน
เมื่อยังเยาว์เล่าก็พรากจากกันไปไม่บรรลัยก็ได้มาเห็นหน้ากัน
แต่ครั้งนี้วิปริตผิดสังเกตพระทรงเดชไม่รู้จักพักตร์หม่อมฉัน
พระครวญคร่ำร่ำว่าสารพันสะอื้นอั้นอารมณ์ไม่สมประดี ฯ
๏ สินสมุทรสุดแสนแค้นกระดาษเข้ากราบบาทบงกชบทศรี
สะอื้นอ้อนวอนว่าฝ่าธุลีจะฆ่าตีก็ไม่ห้ามตามพระทัย
แต่รูปนางอย่างนี้วิปริตเอาไว้ชิดกับพระองค์จึงหลงใหล
ลูกแค้นนักจักเอาเข้าเผาไฟพอฉวยได้พระบิดาก็คว้าชิง
แล้วชี้นิ้วกริ้วกราดตวาดว่าน้อยหรือมาถูกต้องแม่น้องหญิง
พลางผลักพลัดปัจถรณ์ฉวยหมอนอิงไล่ทุ่มทิ้งทุบพัลวันไป
มเหสีหนีออกนอกปราสาททั้งหน่อนาถน้องยาอัชฌาสัย
ต่างหยุดยั้งนั่งสะท้อนถอนฤทัยนางนึกได้จึงแถลงแจ้งกิจจา
โหรเขาดูภูวไนยว่าไม่ม้วยจะรอดด้วยเผ่าพงศ์พระวงศา
อันองค์สุดสาครที่จรมาก็บอกว่าเป็นโอรสยศไกร
ช่วยรบสู้กู้เมืองเมื่อเคืองเข็ญเห็นจะเป็นหน่อเนื้อในเชื้อไข
แต่วงศ์วานมารดรนครใดไม่แจ้งใจจึงยังให้รั้งรา ฯ
๏ ศรีสุวรรณนั้นไม่แจ้งยังแคลงจิตตะลึงคิดความหลังให้กังขา
พระหน่อน้อยพลอยนึกนั่งตรึกตราแล้วทูลว่าทราบบ้างแต่อย่างนี้
เมื่ออยู่เกาะพิสดารพระผ่านเกล้าไปคลึงเคล้านางมัจฉาที่พาหนี
ได้รักใคร่ไปมาอยู่กว่าปีจนนางมีครรภ์แล้วจึงแคล้วมา
จะไปถามความดูให้รู้แน่แม้ลูกแม่แน่ชัดนางมัจฉา
จะมีธำมรงค์ครุฑบุษรากับจุฑามณีที่ประทาน ฯ
๏ สองกษัตริย์ตรัสตอบว่าชอบแล้วแม้น้องแก้วก็จงพามาสถาน
โอรสรับกลับออกมานอกพระลานนายทวารกราบก้มบังคมคัล
พระพรายแพร่งแจ้งความตามรับสั่งแล้วขึ้นนั่งราชรถพระกลดกั้น
ตั้งแห่แหนแทนองค์พระทรงธรรม์จรจรัลจากกรุงออกทุ่งนา
ให้ม้าใช้ไปแถลงให้แจ้งก่อนสุดสาครแจ้งเหตุว่าเชษฐา
ความดีใจไปรับที่พลับพลาเห็นเชษฐาลงจากรถบทจร
สมสังเกตเนตรแดงดังแสงครั่งมีเขี้ยวปลั่งเปล่งจำรัสประภัสสร
เหมือนคำปู่ดูแลเห็นแน่นอนสุดสาครเชิญพระพี่ให้ลีลา ฯ
๏ หน่อนรินทร์สินสมุทรเห็นนุชน้องพระพักตร์ผ่องผิวอย่างนางมัจฉา
จึงหยุดยั้งนั่งประทับที่พลับพลาพระน้องยานอบคำนับอภิวันท์
สินสมุทรสุดสวาทด้วยชาติเชื้อเหมือนหนึ่งเนื้อแล้วย่อมถนอมขวัญ
ทั้งเห็นแหวนแม่นยำเป็นสำคัญยิ่งแม่นมั่นมิได้หมางระคางแคลง
เข้าสวมสอดกอดน้องประคองหัตถ์หน่อกษัตริย์สององค์ทรงกันแสง
พระเชษฐาว่าพ่อดีมิเสียแรงช่วยต่อแย้งไพรีจนพี่มา
แล้วปราศรัยไถ่ถามกันตามซื่อพ่อแล้วหรือลูกแม่สุวรรณมัจฉา
น้องคำนับรับรสพจนาพระเชษฐาซ้ำถามเนื้อความไป
อันเสนีรี้พลพหลทหารกับกุมารสองราอยู่หาไหน
พระน้องน้อยค่อยค่อยเล่าให้เข้าใจแล้วถามไถ่ถึงบิดาสารพัน ฯ
๏ สินสมุทรสุดสนิทไม่ปิดป้องบอกพระน้องตามจริงทุกสิ่งสรรพ์
ผีผู้หญิงสิงองค์พระทรงธรรม์ให้ป่วนปั่นเป็นบ้าถึงนารี
ได้กระดาษวาดรูปมาจูบกอดแล้วหลงพลอดเพลินจิตด้วยฤทธิ์ผี
พี่ชิงองค์ทรงธรรม์มาวันนี้ฉีกขยี้มิอยากขาดประหลาดใจ ฯ
๏ อนุชาว่ากระนั้นอย่าหวั่นหวาดแม้ปีศาจสิงแท้จะแก้ไข
ด้วยไม้เท้าเจ้าตาให้มาไว้สำหรับไล่ผีสางปะรางควาน
แต่ผีดิบสิบโกฏิยังโดดวิ่งผีผู้หญิงหรือจะอยู่สู้หม่อมฉาน
แต่คอยฟังรั้งราอยู่ช้านานไม่แจ้งการเลยว่าเป็นถึงเช่นนี้ ฯ
๏ สินสมุทรยุดมือจริงหรือจ๊ะกระนั้นพระน้องเข้าไปช่วยไล่ผี
ทั้งจะปะพระเจ้าอาในธานีพร้อมอยู่ที่ปราสาททั้งมาตุรงค์
หน่อนรินทร์ยินดีชลีหัตถ์ชวนกษัตริย์ทั้งสองเข้าห้องสรง
ประดับเครื่องเรืองอร่ามทั้งสามองค์ครั้นเสร็จทรงถือไม้เท้าของเจ้าตา
พระชวนน้องสองศรีค่อยลีลาศมาเฝ้าบาทบทเรศพระเชษฐา
สินสมุทรสุดสวาทนาถน้องยาพากันมาขึ้นรถบทจร
พวกเสนาการะเวกเอกอำมาตย์ทั้งมหาดเล็กตามหลามสลอน
พวกขุนนางแลสล้างกลางนครพลนิกรตรงมาหน้าพระลาน
ถึงที่เกยเคยประทับก็ยับยั้งพระลงยังชานชลาที่หน้าฉาน
เป็นการด่วนชวนพระน้องสองกุมารเลี้ยวพระลานลัดทางไปปรางค์ทอง
เห็นแสนสาวชาวแม่อยู่แออัดกับกษัตริย์พร้อมพรั่งไปทั้งสอง
สินสมุทรนำหน้าพาพระน้องเข้าในห้องปรางค์มาศปราสาทชัย
ประณตนั่งบังคมก้มศิโรตม์ด้วยมาโนชญ์หน่อนราอัชฌาสัย
นางรับขวัญสรรเสริญเจริญใจแล้วสอนให้ก้มเกล้าพระเจ้าอา
ศรีสุวรรณนั้นเห็นหลานสงสารนักไม่ผิดพักตร์ภูวเรศพระเชษฐา
กอดประทับรับขวัญกลั้นน้ำตาแล้วว่าอานี้ไม่รู้ด้วยอยู่ไกล
พ่อมาถึงจึงได้เห็นว่าเป็นหลานนั่นกุมารสองรามาแต่ไหน
เป็นลูกเต้าท้าวพระยาพาราใดพระหน่อไททูลฉลองว่าน้องรัก
แล้วเล่าความตามมาเมืองการะเวกได้เป็นเอกโอรสมียศศักดิ์
พระน้องน้อยสุจริตสนิทนักสามิภักดิ์ตามมาถึงธานี
หน่อนรินทร์สินสมุทรเห็นพูดช้าจึงวันทาทูลพระมเหสี
พระน้องรักศักดาวิชาดีจะไล่ผีมิให้อยู่ที่ภูวไนย
นางพระยาว่ากระนั้นขยันนักเชิญลูกรักของแม่ช่วยแก้ไข
เครื่องหยูกยาหาบ้างหรืออย่างไรพระหน่อไททูลว่าของไม่ต้องการ
จะขอตีที่กระดาษปีศาจอยู่ด้วยความรู้ราวกับไฟประลัยผลาญ
ถึงยักษีผีสางปะรางควานขอประทานแต่กระดาษรูปวาดมา
นางดีใจใช้สินสมุทรน้อยให้ไปคอยลักกระดาษดังปรารถนา
หน่อนรินทร์ยินดีชลีลาแล้วแฝงมาเมียงมองที่ห้องใน
เห็นหลับลอบหมอบเมียงเข้าเคียงอาสน์ลักกระดาษเลขาเอามาได้
แล้วคลี่กลางปรางค์ปราสาทประหลาดใจพระหน่อไทภาวนามหามนต์
เสกไม้เท้าดาบสจดกระดาษเสียงรูปวาดหวีดร้องสยองขน
แล้วซ้ำตีผีร้ายก็วายชนม์กระดาษป่นเป็นประกายวุบหายไป
สองกษัตริย์ทัศนาเห็นปรากฏคงจะปลดเปลื้องวิบัติปัถไหม
นางพระยาพาพระน้องกับหน่อไทเข้าห้องในนั่งดูพระภูธร ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยมณีนาถเมื่อปีศาจสร่างจิตอดิศร
เคลิ้มพระทัยไหวหวิวหิวหาวนอนสะท้อนถอนฤทัยทั้งไสยา
จนยามค่ำฉ่ำชื่นระรื่นรสมะลิสดแทรกกุหลาบอาบนาสา
เสียงทหารขานโห่เป็นโกลาก็ผวาหวาดฟื้นตื่นบรรทม
รู้สึกองค์ทรงนั่งกำลังน้อยเนตรชม้อยไม่เห็นเหล่าสาวสนม
เห็นลูกรักอัคเรศร่วมอารมณ์มาบังคมพร้อมพรั่งทั้งอนุชา
เขม้นดูกุมารโอรสราชเห็นผุดผาดผิวอย่างนางมัจฉา
หวนรำลึกนึกสะอื้นกลืนน้ำตาจึงบัญชาถามองค์นางนงลักษณ์
สามกุมารหลานลูกผู้ใดมั่งมาน้อมนั่งน่าเอ็นดูไม่รู้จัก
นางทูลความตามเรื่องพระลูกรักให้ทรงศักดิ์ทราบสิ้นด้วยยินดี
พระเรียกบุตรสุดสวาทขึ้นอาสน์รัตน์หน่อกษัตริย์นอบนบซบเกศี
พระโลมลูบจูบเกล้าพระเมาลีพลางพาทีไต่ถามตามอาลัย
นางสุวรรณมัจฉามารดาเจ้ากำสรดเศร้าเคืองเข็ญเป็นไฉน
หรืออยู่ดีศรีสวัสดิ์กำจัดภัยพ่อเล่าให้บิตุเรศแจ้งเหตุการณ์ ฯ
๏ สุดสาครร้อนจิตคิดถึงแม่มาเห็นแต่บิตุรงค์น่าสงสาร
ทรงกันแสงแจ้งเรื่องเคืองรำคาญอันพระมารดาจนพ้นปัญญา
ครั้นรุ่งเช้าเล่าก็ไปกินไคลน้ำต่อเย็นค่ำจึงมาอยู่ในคูหา
ให้กินนมชมลูกทุกเวลาตามประสายากจนของชนนี
แต่ส้มสูกลูกน้อยที่สอยได้ก็แบ่งให้แม่มัจฉาตาฤๅษี
จนลูกยาอายุได้สามปีพระชนนีแนะความให้ตามมา
แล้วเล่าเรื่องเมืองน้องสองกษัตริย์พูนสวัสดิ์หวังพระองค์เหมือนวงศา
ช่วยชุบเลี้ยงเที่ยงธรรม์กรุณาจึงได้มาอภิวาทบาทยุคล
สงสารแต่แม่มัจฉานิจจาเอ๋ยลูกอยู่เคยหักหาผลาผล
ไปให้ทานมารดาประสาจนเป็นสองคนค่ำเช้าได้เคล้าคลึง
ลูกจากมาน่าที่จะวิตกด้วยเปลี่ยวอกเปล่าใจอาลัยถึง
จะง่วงเหงาเศร้าจิตคิดคะนึงแสนรำพึงถึงลูกผูกอาลัย
แล้วสั่งมาว่าแม้นพบพระภูวนาถให้กราบบาททูลแจ้งแถลงไข
ว่าชาตินี้มิได้มาเป็นข้าไทแต่มีใจคิดถึงองค์พระทรงธรรม์
อันปิ่นทองของประทานของผ่านเกล้าพระแม่เจ้ามอบไว้ให้หม่อมฉัน
โอ้สงสารนานแล้วแต่แคล้วกันจะนับวันเวลาตั้งตาคอย ฯ
๏ พระฟังคำร่ำว่าน่าสังเวชชลเนตรหยดเหยาะเผาะเผาะผอย
เหลืออาลัยในคำเงือกน้ำน้อยให้เศร้าสร้อยสวมสอดกอดกุมาร
ประโลมลูกผูกจิตคิดถึงแม่มาห่างแหเห็นแต่บุตรสุดสงสาร
สะอื้นอ้อนถอนฤทัยอาลัยลานพระวงศ์วานใหญ่น้อยพลอยโศกี
ครั้นโศกสร่างทางดำรัสตรัสประภาษเรียกหน่อนาถพี่น้องทั้งสองศรี
มานั่งตักซักถามถึงเดือนปีกุมารีพลอดรับอภิวันท์
ฉันกับพี่ปีเดียวกันเจียวจ๊ะแต่องค์พระอนุชาอ่อนกว่าฉัน
พระเชษฐานั้นเป็นลูกได้ผูกพันกระหม่อมฉันจะเป็นด้วยช่วยเมตตา
พระจูบกอดพลอดเพลินเจริญจิตแสนสนิทนึกรักนั้นหนักหนา
พระลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดาพี่เลี้ยงพามาประณตบทมาลย์
พระสอนให้ไหว้พี่สี่กษัตริย์ต่างกอดรัดพูดจาน่าสงสาร
นางเสาวคนธ์บ่นว่าน่ารำคาญเช่นนี้ฉานดูเฟือนช่างเหมือนกัน
พระน้องนางต่างว่าฉันฝาแฝดกษัตริย์แปดองค์ชวนกันสรวลสันต์
เสียงจ๋าจ๊ะคะขาจนสายัณห์ส่วนทรงธรรม์ตรัสถามความแผ่นดิน
นางทูลว่าฝรั่งยังตั้งค่ายอยู่เรียงรายตามมหาชลาสินธุ์
ทั้งยกเพิ่มเติมมาในวารินไม่รู้สิ้นศึกเสือเหลือระอา
แต่ละทัพนับแสนมาแน่นเนื่องล้วนเจ้าเมืองใหญ่น้อยร้อยภาษา
แม้ครั้งนี้มิได้สุดสาครมาจะเป็นข้าแขกฝรั่งเสียทั้งเมือง ฯ
๏ พระฟังคำร่ำเล่าเศร้าสลดยามระทดทุกข์ตรอมยังผอมเหลือง
สู้ฝืนแรงแข็งพระทัยให้ประเทืองตรัสเรียกเครื่องพระกระยามาเหมือนเคย
ชวนน้องรักอัคเรศโอรสราชร่วมพระภาชนะทองของเสวย
รสระรื่นชื่นอารมณ์ด้วยนมเนยเหมือนอย่างเคยคาวหวานสำราญใจ
ครั้นอิ่มหนำสำเร็จเสด็จออกพระโรงนอกนพรัตน์จำรัสไข
สถิตแท่นแว่นฟ้าเสนาในต่างดีใจกราบก้มบังคมคัล
พระปรึกษาข้าเฝ้าเหล่าทหารศึกมาต้านต่อแย้งด้วยแข็งขัน
จงเร่งรัดจัดทัพสลับกันให้เป็นปัญจเสนาสง่างาม
พรุ่งนี้เช้าเราจะยกออกยงยุทธ์ให้สิ้นสุดศึกเตียนที่เสี้ยนหนาม
สั่งกำชับสรรพเสร็จสำเร็จความพอย่ำยามเยื้องย่างขึ้นปรางค์ทอง ฯ
๏ ฝ่ายเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหารมาเกณฑ์การกันแต่ดึกเสียงกึกก้อง
บ้างตรวจตราหน้าที่บ้างตีฆ้องเสียงจองหง่องจองหง่องป่องป่องดัง
ศรีสุวรรณนั้นเกณฑ์เป็นกองหน้าล้วนโยธารมจักรคึกคักคั่ง
พลทมิฬสินสมุทรมาหยุดยั้งอยู่พร้อมพรั่งปีกขวาสง่างาม
พวกโยธาการะเวกเป็นปีกซ้ายทั้งไพร่นายล้วนชำนาญชาญสนาม
เจ้าวิเชียรโมราสานนพราหมณ์เป็นกองหลังตั้งตามพยุหทัพ
พวกพหลพลผลึกเป็นกองหลวงเวลาล่วงตีสิบเอ็ดพอเสร็จสรรพ
บ้างแกว่งกลอกหอกดาบดูวาบวับมาเตรียมรับเรียงหลามอยู่ตามทาง ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยตื่นไสยาสน์ชวนหน่อนาถนุชน้องมาห้องขวาง
ต่างจัดแจงแต่งองค์ทรงสำอางครั้นเสร็จย่างเยื้องมาหน้าพระลาน
รถม้าเทียบเรียบรับอยู่คับคั่งทั้งหน้าหลังแลล้วนทวนธงฉาน
พอฤกษ์ดีตีฆ้องก้องกังวานทหารขานโห่ฮึกเสียงครึกโครม
ศรีสุวรรณนั้นขึ้นทรงรถที่นั่งทั้งแตรสังข์เซ็งแซ่เสียงแห่โหม
เดินธงทิวปลิวสล้างกลางโพยมกลองประโคมเคียงรถบทจร
สินสมุทรหยุดยั้งให้ตั้งโห่ขี่สิงโตตัวร้ายสะพายศร
ข้างปีกซ้ายฝ่ายนุชาสุดสาครทรงมังกรกุมไม้เท้าของเจ้าตา
พระพี่น้องสองทัพขับทหารอลหม่านมากมายทั้งซ้ายขวา
เสียงฆ้องกลองก้องสะท้านสะเทื้อนสุธาต่างเฮฮาโห่ร้องซ้องสำเนียง
ครั้นเสร็จสรรพทัพหลวงล่วงลีลาศพระทรงราชรถทองกึกก้องเสียง
แล้วกองหลังทั้งสามพราหมณ์พี่เลี้ยงขี่ม้าเคียงขับพลสกลไกร
ออกจากกรุงทุ่งกว้างเป็นทางทัพแลสลับธงทิวปลิวไสว
บ้างลากปืนครื้นครั่นสนั่นไปจนมาใกล้ค่ายฝรั่งให้ตั้งทัพ
ทั้งซ้ายขวาหน้าหลังยับยั้งหยุดตั้งเป็นครุฑกระบวนนามตามตำรับ
เห็นโยธาพวกฝรั่งออกคั่งคับเป็นแปดทัพทั้งเดิมและเติมมา
ล้วนมีธงลงหนังสือชื่อประเทศเมืองละเมดมลิกันสำปันหนา
กรุงกวินจีนตั๋งอังคุลาที่ยกมาทางบกอีกหกทัพ
ที่อยู่เก่าเจ้าลยาชวาฉวีแต่ล้วนตีเมืองไม่ได้ก็ไม่กลับ
ต่างขี่ม้าพาทหารออกต้านรับปะทะทัพดูทีกิริยา ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยวิไลลักษณ์เห็นศึกหนักนับแสนดูแน่นหนา
จะเป่าปี่ให้สู้ดูศักดาก็เห็นว่าจะไม่ลือระบือยศ
หนึ่งพวกเราเล่าก็รวมอยู่พร้อมพรั่งแต่ล้วนรังเรียนวิชาได้ปรากฏ
จะดูดีพี่น้องสองโอรสให้มียศเกียรติไว้ในไตรภพ
จึงตรัสใช้ให้ทูตไปพูดนัดอย่างกษัตริย์สงครามตามขนบ
ครั้นจะให้ไพร่พลเข้ารณรบจะตายทบทับยับเสียนับพัน
ซึ่งจะชนะจะแพ้เพราะแม่ทัพออกต่อรับรบสู้เป็นคู่ขัน
ใครผลาญเราเจ้าบูรินทร์สิ้นชีวันคือคนนั้นได้ลูกสาวเจ้าลังกา ฯ
๏ ทั้งเก้าทัพรับกันเป็นธรรมยุทธ์รำอาวุธเรียงรายทั้งซ้ายขวา
แต่ม้าทรงองค์ท้าวเจ้าคุลาออกยืนหน้านายทหารถือขวานคลี
บั้นเอวผูกลูกขลุบแล้วคลุมเสื้อดูดังเสือโคร่งคร่ำดำหมิดหมี
ทางร้องท้าว่าใครผู้ใดดีมาต่อตีตามพนันเหมือนสัญญา
สินสมุทรบุตรยักษ์มักโมโหขับสิงโตรำทวนสวนถลา
เข้ารบรับทัพท้าวเจ้าคุลาปะทะท่าแทงฟันประจัญบาน
หลายกระบวนทวนทบตลบเลี่ยงพอแทงเพลี่ยงพลิ้วหันฟันด้วยขวาน
ถูกหน่อนาถฉาดฉับกลับทะยานเข้าชิงขวานไขว่คว้ารบราวี
เจ้าคุลากล้าหาญวางขวานให้เห็นโถมไล่เลี้ยวมาทำล่าหนี
ชำเลืองเหลือบเกือบใกล้เห็นได้ทีทิ้งลูกคลีถูอุระพระกุมาร
พลัดตกสิงห์กลิ้งซบสลบหลับมันจะสับซ้ำเอาเลือดดังเชือดฝาน
สุดสาครควบม้าถาทะยานเข้าต่อต้านตอบตีช่วยพี่ชาย
ลืมระวังพลั้งเพลี่ยงมันเหวี่ยงขลุบถูกอกอุบจุกอัดขัดไม่หาย
พอพระอามาทันเข้ากันกายช่วยหลานชายชิงชัยไวกระบอง
มันรบพลางขว้างขลุบดูวุบวับพระควงรับรอนรันผันผยอง
ทิ้งไม่ถูกลูกกระเด็นอยู่เป็นกองพระตีต้องเจ้าคุลาชีวาวาย ฯ
๏ พอพี่น้องสองฟื้นตื่นทะลึ่งเปรียบเหมือนหนึ่งนอนหลับแล้วกลับหาย
เจ้ากวินถิ่นเถื่อนเห็นเพื่อนตายกระหวัดสายกวินทรงเข้ายงยุทธ์
ศรีสุวรรณหันหวดเร็วรวดรับมันขว้างขวับไขว่คล้องกระบองหลุด
แล้วซ้ำซัดรัดพระชงฆ์พอองค์ทรุดสินสมุทรโผนมาช่วยอาทัน
ถูกกวินผินผัดสลัดหลีกมันทิ้งอีกโอบกายสายกระสัน
สะบัดขาดผาดโผนโจนประจัญเอาขวานฟันเจ้ากวินสิ้นชีวา ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าละเมดวิเศษสุดถืออาวุธกายสิทธิ์ฤทธิ์หนักหนา
ชื่อภุขันฟันใครเหมือนไฟฟ้ามรณาเนื้อเผือดเลือดไม่มี
ครั้นเห็นท้าวเจ้ากวินสิ้นชีวิตเข้าต่อฤทธิ์รับรบไม่หลบหนี
สินสมุทรยุดพลาดมันฟาดตีถูกอินทรีย์ซวนซบสลบไป ฯ
๏ ศรีสุวรรณกับหลานทะยานยุทธ์ฤทธิรุทรรบกันเสียงหวั่นไหว
เหล็กกระบองต้องภุขันสะบั้นไปพระตกใจโจนหนีมันตีตาม
สุดสาครกรทรงไม้เท้าโถมเข้ารุกโรมรำคว้างอยู่กลางสนาม
เหล็กภุขันฟันใครเป็นไฟวามเหตุด้วยความรู้ฤทธิ์พระสิทธา
พอได้ทีตีท้าวเจ้าละเมดถูกพระเกศขาดดิ้นสิ้นสังขาร์
เหล็กภุขันนั้นก็เก็บเหน็บเอามาพอเชษฐาฟื้นกายค่อยคลายใจ ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวจีนตั๋งนั้นฝังเพชรไม่ขามเข็ดคงกระพันฟันไม่ไหว
ทั้งสองมือถือทุรันน้ำมันไฟฟาดผู้ใดไฟพิษติดเต็มกาย
ควบอาชาม้าทรงเข้ายงยุทธ์สินสมุทรต่อตีไม่หนีหาย
ชิงทุรันมันฟาดปราดประกายเป็นเพลิงร้ายพราวทั่วทั้งตัวตน
สินสมุทรหยุดลูบยิ่งวูบวาบเป็นเปลวปลาบปวดแปลบแสบเส้นขน
ติดแขนขาผ้าเสื้อจนเหลือทนเหมือนเพลิงลนล้มซบสลบไป
ท้าวทมิฬจีนตั๋งขึ้นหลังม้าพอสุดสาครถึงทะลึ่งไล่
กระโจนจับกลับพลาดมันฟาดไฟถูกกายไหม้ม้วนซบสลบลง
มันขึ้นม้าท้าทายเหวยนายทัพจงเร่งรับแพ้ตามความประสงค์
ศรีสุวรรณหันกระบองที่รองทรงเข้ารณรงค์รบท้าวเจ้าจีนตั๋ง
ได้ท่วงทีตีอกพลัดตกม้าลุกถลาไล่รบตลบหลัง
จะฟาดไฟไม่ต้องกระบองบังพระตีดังผลุงผลุงกระทุ้งแทง
ด้วยฤทธิ์เพชรเม็ดใหญ่ไม่ไหวหวาดมันกลับฟาดไฟพรายกระจายแสง
ถูกนิ้วมือถือกระบองก็พองแดงพระอ่อนแรงรอรบถอยหลบมา ฯ
๏ พอพี่น้องสองกษัตริย์สกัดกั้นยิงเกาทัณฑ์ถูกกระดอนดังก้อนผา
มันฟาดไฟไม่ต้องทั้งสองราด้วยฤทธิ์แก้วแววตารักษากาย
ถูกแต่ม้าผ่าโผนโจนสะบัดกุมารพลัดแพลงตกผงกหงาย
กุมารีพี่คล่องกว่าน้องชายกระหวัดสายศรลั่นไปทันที
จำเพาะถูกลูกตาข้างขวาขวับตกม้าผลับโผนโลดกระโดดหนี
พอโพล้เพล้เวลาจะราตรีจีนตั๋งตีกลองสัญญาเป็นหย่าทัพ ฯ
๏ ฝ่ายพวกบ่าวเจ้าตายพอวายรบรับแต่ศพใส่กำปั่นพากันกลับ
แต่จีนตั๋งสั่งให้ไปกำชับบรรดาทัพอยู่อย่าเพ่อราวี
เรารบค้างร้างไว้ยังไม่ทิ้งใครอย่าชิงรบพุ่งเอากรุงศรี
แล้วปวดตามาในค่ายไม่สมประดีให้เห็นผีเสื้อสางปะรางควาน
จีนแสเข้าเป่ายานัยน์ตาแตกน้ำมันแทรกใส่แก้แผลสมาน
ทั้งห้าเมืองเนืองมาถามอาการพยาบาลบอกยารักษากัน ฯ
๏ สงสารพระอภัยฤทัยระทดกลัวโอรสสองราจะอาสัญ
ไม่เห็นฟื้นขึ้นบ้างเหมือนกลางวันพระทรงกันแสงประคองสองโอรส
ศรีสุวรรณนั้นก็พองทั้งสองหัตถ์สองกษัตริย์สุริย์วงศ์ทรงกำสรด
เร่งให้หามาออกสอทั้งหมอมดบางพวกบดยาชโลมโซมน้ำมัน
ถึงพรมพรำน้ำฟักไม่ยักฟื้นจนเที่ยงคืนฆ้องตรวจกันกวดขัน
ขึงผ้าขาวราวกับค่ายเป็นหลายชั้นกำกับกันตีฆ้องกองอัคคี
ตำรวจตั้งหลังคาเอาผ้าขึงเปรียบเหมือนหนึ่งพลับพลาหลังคาสี
ปูผ้าขาวราวกับเสื่อล้วนเนื้อดีพวกเสนีนายหมวดตรวจตระเวน ฯ
๏ สองกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ทรงกันแสงจนโรยแรงเรอลมดมพิมเสน
ด้วยหาหมดมดหมอในบริเวณเห็นสิ้นเกณฑ์แก้ไขก็ไม่ฟื้น
พระประคองสองบุตรสุดที่รักขึ้นวางตักข้างละองค์ทรงสะอื้น
โอ้เย็นฉ่ำน้ำค้างในกลางคืนเจ้าไม่ฟื้นขึ้นมาสั่งพ่อบ้างเลย
ประหลาดเหลือเนื้อละมุนยังอุ่นอ่อนสินสมุทรสุดสาครของพ่อเอ๋ย
เคยกลับเป็นก็ไม่เห็นเหมือนเช่นเคยกระไรเลยแน่นิ่งไม่ติงกาย
พระครวญคร่ำร่ำรักโอรสราชใจจะขาดคิดไปก็ใจหาย
พระชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพรายทั้งขวาซ้ายกอดศพสลบลง ฯ
๏ ศรีสุวรรณกันแสงสงสารพี่กุมารีร้องเรียกจนเสียงหลง
ทั้งน้องชายหมายหมดว่าปลดปลงต่างกอดองค์พี่ยาสุดสาคร
กนิษฐาว่าพระพี่มาหนีน้องใครจะครองคุ้มขังช่วยสั่งสอน
ยังแต่น้องสองราอนาทรนางทุกข์ร้อนร่ำว่าน้ำตากระเด็น
จะกลับเล่าเปล่าจิตคิดถึงพี่อยู่ที่นี่พ่อแม่แลไม่เห็น
โอ้แต่นี้พี่เจ้าทุกเช้าเย็นมิได้เล่นกันกับน้องทั้งสองรา
เรียกเท่าไรไม่ฟื้นสะอื้นอั้นต่างปลุกสั่นโศกีพระพี่จ๋า
ยิ่งเรียกนิ่งยิ่งสะอื้นกลืนน้ำตากุมาราแรงน้อยล้มผอยไป
พวกข้าเฝ้าเข้าประคองสองกษัตริย์ไม่ออกอรรถเซ็งแซ่เข้าแก้ไข
บ้างนวดเคล้นเส้นพระศอสองหน่อไทก็กลับได้สมประดีค่อยมีมา ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งตั้งรายอยู่หลายค่ายวิสัยชายชิงชู้คู่อิจฉา
ต่างไต่ถามไพร่ทุรันจำนรรจาครั้นรู้ยายามดึกนั่งตรึกความ
เจ้าจีนตั๋งครั้งนี้ออกตีทัพชาวเมืองรับพ่ายพังไปทั้งสาม
เขามีชัยได้เมียเราเสียงามจึงคิดความยอกย้อนซอกซ้อนกล
ค่อยลอบใช้ให้บ่าวบอกชาวทัพว่าจะดับพิษไฟได้แต่ฝน
ชาวบุรีดีใจทั้งไพร่พลแจ้งยุบลบอกข่าวทูลเจ้านาย
พระอภัยให้เที่ยวหาเป็นหน้าแล้งทุกหนแห่งมิได้สมอารมณ์หมาย
พอนึกได้ให้หาพราหมณ์ทั้งสามนายพี่เลี้ยงฝ่ายอนุชาชื่อสานน
ทำพิธีพลีบวงสรวงพระเวทศักดาเดชดินฟ้าโกลาหล
พิรุณร้องก้องกระหึ่มครึ้มคำรนเป็นสายฝนฟุ้งฟ้าลงมาดิน
ให้ประคองสององค์ออกสรงน้ำค่อยชื่นฉ่ำชีวาตม์ด้วยธาตุสินธุ์
ถอนน้ำมันอันเป็นกรดหมดมลทินหน่อนรินทร์รู้สึกลุกคึกคัก
คิดว่าสู้อยู่กับแขกจะแหวกออกพอเขาบอกมองดูจึงรู้จัก
ฝ่ายบิดาพาบุตรมาหยุดพักที่สำนักกลางทัพเหมือนพลับพลา
แล้วเล่าความตามรบสลบหลับพลางกำชับลูกรักนั้นหนักหนา
ชาติฝรั่งอังกฤษเป็นอิสรามีศัสตราสำหรับตัวทั่วทุกคน
ถึงชนะจะจับจงยับยั้งคอยระวังสังเกตดูเหตุผล
โอรสรับกลับนึกรู้สึกสกนธ์ทั้งสองคนแค้นใจจะใคร่รบ
จึงทูลว่าข้าขอตีแต่พี่น้องให้พวกพ้องพลทมิฬตื่นตลบ
พระบิดาว่าฝรั่งตั้งสมทบจะรุมรบเราน้อยถอยกำลัง
คอยรับแต่แม่ทัพให้ยับย่อยพลก็พลอยพ่ายแพ้เหมือนแต่หลัง
อย่าอาจหาญการณรงค์จงรอรั้งพระสอนสั่งสิ้นเสร็จด้วยเมตตา ฯ
๏ ฝ่ายสานนมนต์เวทวิเศษชะงัดได้ฟังตรัสกราบคำนับรับอาสา
จะเรียกฝนปนลมระดมมาให้พวกข้าศึกหนาวทั้งบ่าวนาย
เราแยกยกวกอ้อมออกพร้อมพรักเข้าโหมหักเห็นจะได้ดังใจหมาย
แม้นละไว้ไม่กำจัดให้พลัดพรายจะมากมายมาสมทบเฝ้ารบกวน
พระฟังความพราหมณ์คิดด้วยวิทย์เวทอาศัยเหตุฝนลมระดมหวน
จึงตรัสตอบขอบจิตว่าคิดควรกระนั้นส่วนตัวท่านจงอ่านมนต์
เราจะขับทัพใหญ่ออกไล่ซ้ำเห็นเพลี่ยงพล้ำพลอยระดมด้วยลมฝน
แล้วสั่งฝ่ายนายหมวดเร่งตรวจพลจะปลอมปล้นค่ายแขกให้แตกแตน
ทั้งโยธาการะเวกเมืองรมจักรเสียงคึกคักคั่งคับอยู่นับแสน
บ้างถือปืนยืนสะพรั่งทั้งโล่แพนด้วยคิดแค้นแขกฝรั่งทั้งแผ่นดิน ฯ
๏ ฝ่ายมหาสานนพระมนต์ขลังเรียกกำลังลมประสาททั้งธาตุสินธุ์
วลาหกตกใจไขเมฆินเป็นวารินร่วงโรยอยู่โกรยกราว
ทั้งเทวามารุตก็ผุดพุ่งเป็นควันพลุ่งโพลงสว่างขึ้นกลางหาว
เสียงครึกครื้นพื้นแผ่นดินทั้งแดนดาวอากาศราวกับจะพังกำลังมนต์ ฯ
๏ ฝ่ายทมิฬจีนตั๋งฝรั่งร้ายเห็นวุ่นวายเวหาเป็นฟ้าฝน
ทั้งหนาวเหน็บเจ็บตาอุตส่าห์ทนออกตรวจพลถ้วนทั่วทุกตัวนาย
จะก่อไฟไม่ติดผิดประหลาดทั้งฝนสาดลูกเห็บเจ็บใจหาย
ถูกพลับพลาฝรั่งพังทลายทั้งขอบค่ายลู่ล้มด้วยลมแรง ฯ
๏ พระอภัยได้ทีให้ตีฆ้องแล้วยกกองทัพทหารชาญกำแหง
เข้าหักโหมโรมรันไล่ฟันแทงบ้างน้าวแผลงเกาทัณฑ์บ้างลั่นปืน
พลฝรั่งอังกฤษไม่คิดรบแตกตลบลงชลาไม่ฝ่าฝืน
บ้างล้มตายวายวางในกลางคืนบ้างวิ่งตื่นแตกป่วนอยู่รวนเร
บ้างลงเรือเหลือตายทั้งนายไพร่พายุใหญ่ปั่นป่วนให้หวนเห
บ้างแตกล่มลมพัดเที่ยวซัดเซจนถึงเวลารุ่งรบพุ่งกัน ฯ
๏ พระอภัยได้ชนะเพราะพระเวทแสนวิเศษสานนคนขยัน
ฝรั่งแขกแตกตายเสียหลายพันที่เหลือนั้นจับได้ทั้งไพร่นาย
ให้เลิกทัพกลับหลังเข้าวังหลวงค่อยสร่างทรวงเสร็จศึกเหมือนนึกหมาย
เสนานายใหญ่น้อยพลอยสบายทั้งหญิงชายชาวบุรินทร์ก็ยินดี ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ