ตอนที่ ๒๗ เจ้าละมานตีเมืองผลึก

๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังกาพระยาหญิง ไม่มีสิ่งสุขจิตคิดถวิล
ถึงเวลาว่าขานการแผ่นดิน ก็ได้ยินเรื่องเขาฆ่าบิดาตาย
นางทรงฟังดังพระกรรณจะลั่นออก เหมือนหนามยอกเสียบหูไม่รู้หาย
ถึงยามนอนถอนฤทัยให้ระคาย คิดอุบายบาทหลวงเพียงทรวงโทรม
ไม่เห็นหนกลศึกที่ลึกซึ้ง แสนรำพึงผอมซูบพระรูปโฉม
ทุกทุ่มยามห้ามฆ้องกลองประโคม มิให้โครมครื้นครึกด้วยตรึกตรอง ฯ
๏ ฝ่ายนารีพี่เลี้ยงอยู่เคียงแท่น เห็นนางแสนโศกนักพระพักตร์หมอง
จึงเล้าโลมโฉมงามตามทำนอง แม้ขัดข้องข้อใดที่ในทรวง
แม่โฉมยงจงอุตส่าห์มีมานะ ไปหาพระสังฆราชผู้บาทหลวง
จะได้อ้อนวอนถามความทั้งปวง จะเหงาง่วงงึมงำอยู่ทำไม ฯ
๏ นางฟังสี่พี่เลี้ยงประโลมปลอบ ค่อยชื่นชอบชี้ทางสว่างไสว
พอเช้าตรู่สุริโยอโณทัย สั่งให้ไขสินธุพุละออง
นางสรงชลบนเตียงพี่เลี้ยงล้อม ประณตน้อมพระบุตรีสีขนอง
ขัดสุคนธ์ปนเจือด้วยเนื้อทอง นวลละอองอำไพวิไลตา
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องเรืองจำรัส อย่างกษัตริย์บิตุเรศพระเชษฐา
พี่เลี้ยงเหล่าสาวสรรค์กัลยา ล้วนปรีชาเชิญพระแสงแต่งเป็นชาย
ส่วนโฉมยงทรงกระบี่แล้วลีลาศ มาทรงราชรถาฝาพระฉาย
ขุนนางแห่แต่ล้วนดาบกำซาบสะพาย ออกทางท้ายเมืองมาถึงอาราม ฯ
๏ ลงจากรถบทบาทค่อยยาตรย่าง พี่เลี้ยงนางนำเสด็จไม่เข็ดขาม
สาวสะเทิ้นเชิญพระแสงคอยแซงตาม ชมอารามรุ่งโรจน์โบสถ์โบราณ
เพิงผนังหลังคาโอฬารึก กุฎีตึกโตโตรโหฐาน
บันไดคดลดหลั่นเป็นชั้นชาน ศิลาลานเลี่ยนลาดสะอาดตา
ปลูกต้นแก้วทับทิมที่ริมตึก ร่มระรื่นครื้นครึกล้วนพฤกษา
กุหลาบดอกออกแซมแย้มระย้า ทั้งพุดจีบปีบจำปาสารภี
หอมรวยรวยชวยชื่นระรื่นรส ดอกไม้สดสองข้างทางวิถี
สี่พี่เลี้ยงเคียงคลอจรลี ขึ้นกุฎีบาทหลวงมีควงกล
พอเหยียบบันไดไพล่พลิกเสียงกริกกร่าง ระฆังหง่างเหง่งตามกันสามหน
พระฝรั่งฟังสำคัญอยู่ชั้นบน รู้ว่าคนเข้ามาหาออกมารับ
เห็นลูกสาวเจ้าลังกามาเป็นพวก ล้วนถอดหมวกยืนเรียงพี่เลี้ยงสลับ
ด้วยถอดหมวกพวกฝรั่งเป็นคำนับ จึงต้อนรับเชิญนั่งที่ตั่งเตียง ฯ
๏ นางละเวงเกรงพระต้องละยศ สละลดส่านไหมสไบเฉียง
บรรดาเหล่าสาวศรีพระพี่เลี้ยง อยู่แต่เพียงชั้นล่างห่างห่างกัน
บาทหลวงเฒ่าเข้าใจไถลถาม มาอารามรูปทำไมเจ้าไอศวรรย์
ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวิลาวัณย์ จึงรำพันพจนาด้วยอาดูร
ข้าพเจ้าเอาชีวิตอุทิศถวาย ทั้งร่างกายกว่าชีวาตม์จะขาดสูญ
ขอพึ่งบุญคุณพระช่วยอนุกูล ให้เพิ่มพูนภิญโญในโภไคย
ซึ่งทิ้งตราราหูเรียนรู้หญิง ทั้งสองสิ่งสุดจะแปลจะแก้ไข
พระโปรดด้วยช่วยแสดงให้แจ้งใจ แต่พอให้แก้แค้นแทนบิดร ฯ
๏ บาทหลวงฟังนั่งนึกเห็นลึกแหลม ไอกระแอมอุบอิบกระซิบสอน
อันดวงตราราหูคู่นคร ข่าวขจรเจริญมาเนิ่นนาน
ทุกด้าวแดนแสนรักจักใคร่ได้ เขียนบอกไปในกระดาษราชสาร
แม้นใครรับดับร้อนช่วยรอนราญ จะเชิญท่านผ่านผดุงกรุงลังกา
ซึ่งเรียนรู้ผู้หญิงสิ่งสังวาส ให้ฉลาดเหลือเอกเหมือนเมขลา
จำลององค์ลงกระดาษให้บาดตา เอาชื่อตราชื่อกรุงจรุงพจน์
กับรูปวาดราชสารการสรรเสริญ ไปเที่ยวเชิญท้าวพระยาคงมาหมด
ได้ใช้เล่นเช่นเขาว่าเสนามด เพราะรักยศรักหญิงช่วยชิงชัย
อันถิ่นฐานบ้านเมืองที่เรืองเดช หลายประเทศแผนที่คัมภีร์ไสย
ทั้งแยบยลกลศึกจารึกไว้ ตั้งแต่ไตรดายุคทุกแผ่นดิน
แม้นเรียนได้ไว้เป็นครูรู้ทำเนียบ จะคิดเทียบทำอย่างไรก็ได้สิ้น
ไม่เหนื่อยใจไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ใช้แต่ลิ้นก็พอเห็นจะเป็นการ
พลางไขตู้ดูตำราไตรดายุค แผนที่ทุกถิ่นประเทศเขตสถาน
ให้ลูกสาวเจ้าลังกาแล้วอาจารย์ ก็บอกการกลเล่ห์เสน่ห์ชาย
เสกสุคนธ์ปนยาแก้วตามนุษย์ แม้บุรุษเห็นพักตร์รักไม่หาย
ยิ่งถูกมือหรือว่าได้เข้าใกล้กาย คนนั้นตายด้วยได้เพราะใจรัก
จงพากเพียรเรียนร่ำให้สำเร็จ กลเม็ดเหมือนอย่างกริชที่มิดฝัก
แต่ฝึกตัวมั่วชายวุ่นวายนัก ใจจะรักเขาเข้าบ้างระวังใจ
นางละเวงเกรงบาปไม่หยาบหยาม จะทำตามชี้แจงแถลงไข
แม้นราคีมีระคายที่ชายใด สัญญาให้แล่เนื้อเอาเกลือทา ฯ
๏ บาทหลวงนั่งฟังหัวร่อแล้วขอโทษ อย่ากริ้วโกรธตรองตรึกหมั่นศึกษา
นางจดจำคำนับรับตำรา ทั้งผืนผ้าแผนที่ด้วยดีใจ
เอาใส่หีบจีบจับระดับกระดาษ ตำรับราชสงครามตามวิสัย
ให้คนหามตามหลังเข้าวังใน นางตั้งใจพากเพียรเรียนตำรา
รู้วิสัยไตรเพทประเทศถิ่น ภูมิแผ่นดินแดนทะเลพระเวหา
แล้วจ้างนางโลภหนักมาควักตา ประสมยายอดเสน่ห์ด้วยเล่ห์กล
เลือกเหล่าสาวสุรางค์สำอางโฉม งามประโลมล้ำหญิงในสิงหล
ที่รุ่นราวสาวน้อยได้ร้อยคน มาสอนกลสตรีให้ปรีชา
แม้นชายใดได้ปะพอประเนตร แสนเทวษหวังรักนั้นนักหนา
แล้วฝึกหญิงยิงธนูรู้ศัสตรา เป็นรักษาองค์นั้นสามพันคน
ทั้งหัดชายนายทหารชาญกำแหง ให้เข้มแข็งการศึกเฝ้าฝึกฝน
ทุกคืนวันหมั่นระวังเป็นกังวล กว่าพวกพลจะได้คล่องถึงสองปี
จึงแต่งสารลานทองใส่กล่องแก้ว เหมือนกลแร้วจะได้ดักฝูงปักษี
เลือกอำมาตย์ราชทูตที่พูดดี รู้ท่วงทีทำเล่ห์เพทุบาย
กับรูปนางช่างเขียนไม่เพี้ยนผิด ตามจริตเมืองทมิฬสิ้นทั้งหลาย
สารสำหรับกับรูปของเจ้านาย ไปฝากฝ่ายเมืองมีไมตรีกัน
เที่ยวเชิญท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นประเทศ ทั้งต่างเพศเพียงยักษ์มักกะสัน
ด้วยแผนที่มีแจ้งแห่งสำคัญ เกณฑ์กำปั่นไปลำละตำบล
แล้วเกณฑ์ไพร่ไปตั้งวังสนาม ที่ท่าข้ามขอบฝั่งหลังถนน
ก่อกำแพงแหล่งล้อมป้อมประจญ มีตึกกลสูงใหญ่กระไดเวียน
เก๋งสำหรับรับแขกทำแปลกอย่าง เลือกล้วนช่างที่ฉลาดมาวาดเขียน
มีคนรู้ผู้ดำริคอยติเตียน ให้แปลงเปลี่ยนปลูกสร้างสำอางตา
เป็นปีครึ่งจึงสำเร็จได้เสร็จสรรพ วังสำหรับท่าข้ามสำปันหนา
หนทางไกลไปแต่วังเมืองลังกา จนถึงท่าที่ข้ามเป็นสามวัน
ถ้าตกแล้งแต่งขุนนางต่างพระเนตร เฝ้านิเวศน์เวียงชัยไอศวรรย์
นางยกพลคนแสนกับสามพัน มาตั้งมั่นเมืองใหม่ใกล้คงคา
ให้ขึ้นป้อมล้อมระวังเผื่อพลั้งพลาด แต่งออกลาดตระเวนเกณฑ์อาสา
สะพรักพร้อมซ้อมหัดเพลงศัสตรา ทั้งคอยท่าทัพท้าวทุกด้าวแดน ฯ
๏ ฝ่ายอำมาตย์ราชทูตพวกถือสาร คุมทหารลำละร้อยออกลอยแล่น
ด้วยเข็มตั้งสังเกตทุกเขตแคว้น ไปตามแผนที่ทางกลางคงคา
ฝ่ายลำหนึ่งถึงละมานสถานถิ่น เมืองทมิฬฟันเสี้ยมเหี้ยมหนักหนา
ไม่กินข้าวชาวบุรินทร์กินแต่ปลา กินช้างม้าสารพัดสัตว์นกเนื้อ
ถึงเวลาฆ่าชีวิตเอามีดเชือด แล้วคลุกเลือดด้วยสักหน่อยอร่อยเหลือ
ทั้งน้ำส้มพรมพล่าน้ำปลาเจือ ล้วนเถือเนื้อดิบกินสิ้นทุกคน
จึงพ่วงพีมีกำลังเหมือนดังอูฐ แต่เสียงพูดคล้ายทำนองของสิงหล
ไว้ผมปรกปกไหล่เหมือนไฟลน หยิกหยิกย่นย่อย่องององอน
ใส่เสื้อแสงแต่งกายคล้ายฝรั่ง มีกำลังเหล็กนั้นทำคันศร
ใส่สายลวดกวดกลมพอสมกร ยิงกุญชรแรดควายตายทุกที
อันแดนดินถิ่นฐานทุกบ้านช่อง บังเกิดทองเกิดเพชรทั้งเจ็ดสี
อึกทึกตึกตั้งด้วยมั่งมี ชาวบุรีก็มิได้ทำไร่นา
เก็บเงินทองกองทรัพย์ไว้นับซื้อ โคกระบือม้าช้างต่างภาษา
ใครไปขายได้แพงแรงราคา เรือลูกค้าเข้าเมืองนั้นเนื่องไป
อันองค์ท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นประเทศ อัคเรศร่วมรักนั้นตักษัย
ทุกเช้าค่ำคร่ำครวญรัญจวนใจ จะหาใหม่ก็ไม่สมอารมณ์คิด
ถึงนารีมีอื่นสักหมื่นแสน ไม่เหมือนแม้นเมียหลวงดังดวงจิต
พอหลับลงทรงพระสุบินนิมิต ว่านาคีมีฤทธิ์เผ่นทะยาน
ดูยาวเฟื้อยเลื้อยมาบนอากาศ รัดปราสาทสุดยอดตลอดฐาน
แล้วพ่นพิษฤทธิ์เริงดังเพลิงกาฬ ประหารผลาญวรองค์เป็นผงคลี
พอรู้สึกนึกว่างูคือผู้หญิง จะมีใครใคร่เป็นมิ่งมเหสี
จึงแก้ฝันบรรดาโหรากวี เขาว่าทีจะได้องค์อนงค์นาง
พอได้ข่าวชาวลังกาจะมาเฝ้า ให้รับเข้าเขตจังหวัดไม่ขัดขวาง
ฝ่ายอำมาตย์ราชทูตเอาอูฐช้าง ถวายต่างบุปผาบรรรณาการ
แล้วเข้าเฝ้าเจ้าบุรีเห็นสีซูบ ถวายรูปกระดาษราชสาร
ทั้งทูลความตามประสงค์ของนงคราญ เจ้าละมานตรัสตอบว่าขอบใจ
รับไมตรีคลี่กระดาษที่วาดรูป เห็นงามงูบง่วงซบสลบไสล
หมอเข้าแก้แต่อังสาถึงขาตะไกร จึงค่อยได้สมประดีกลับคลี่ชม
งามเสงี่ยมเอี่ยมอิ่มดูพริ้มพักตร์ พระเกศปักปิ่นทองใส่ช้องผม
นิ้วนิดนิดชิดแช่มแฉล้มกลม แต่ทรวงห่มส่านพับนั่งหลับตา
นวลละอองสองแก้มเหมือนแย้มยิ้ม ดูจิ้มลิ้มหลงเล่ห์ในเลขา
พระโอษฐ์อิ่มพริ้มพรายชม้ายมา พอปะตาเต็มรักพระยักคิ้ว
แล้วลืมองค์ทรงกระแอมแล้วแย้มเยื้อน แม่งามเหมือนเดือนเพ็งช่างเปล่งผิว
ดังลอยฟ้ามาให้ชมตามลมปลิว แล้วลอยลิ่วลับไปเสียไกลตา
ครั้นรู้สึกนึกเก้อทำเรอแก้ เอาพับจีบหนีบรักแร้รักนักหนา
ทำถามทูตพูดถึงพระธิดา ชันษาโฉมเฉลาสักเท่าไร ฯ
๏ ราชทูตพูดล่อทั้งยอเจ้า ได้สิบเก้าเข้าปีนี้เป็นปีใหม่
เมื่อคลอดนั้นควันกลบทั้งภพไตร แผ่นดินไหวแว่นแคว้นแดนสุธา
โหรทำนายทายว่าจะปรากฏ เกียรติยศคู่สร้างต่างภาษา
พอสิ้นบุญทูลกระหม่อมจอมลังกา พระธิดาองค์เดียวก็เปลี่ยวใจ
จึงเสี่ยงทายหมายว่านานาประเทศ ทุกขอบเขตขัตติย์วงศ์พระองค์ไหน
ทรงโปรดปรานปราบสิ้นอรินทร์ภัย ก็จะให้บำรุงกรุงลังกา ฯ
๏ เจ้าละมานหวานหูไม่รู้อิ่ม ทั้งแย้มยิ้มยังพึ่งรุ่นบุญหนักหนา
ได้เมียใหม่ได้ทั้งเมืองลังกา พลางฉีกตราราชสารออกอ่านพลัน
ในสารทรงองค์ละเวงวัณฬาราช เสวยราชย์ลังกามหาศวรรย์
สืบกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ในพงศ์พันธุ์ ทุกคืนวันว้าเหว่อยู่เอกา
เหมือนหงส์ทองล่องเมฆวิเวกสูง ไม่เหมือนฝูงหงส์ทองห้องคูหา
แม้นสิ้นบุญสูญกษัตริย์ขัตติยา ชาวพาราราษฎรจะร้อนรน
บัดนี้เล่าชาวผลึกเป็นศึกเสี้ยน ยังเบียดเบียนชายหญิงชาวสิงหล
ไม่มีชายนายทัพกำกับพล จะผ่อนปรนปราบศึกช่วยตรึกตรา
จึงเสี่ยงทายพรายแพร่งให้แจ้งข่าว ถึงองค์ท้าวเจ้าประเทศเหมือนเชษฐา
ผู้ใดรับดับแค้นแทนบิดา ปราบปัจจามิตรให้บรรลัยลาญ
จะมอบตราราหูคู่สมบัติ สืบกษัตริย์สุริย์วงศ์ดำรงสถาน
แต่ละข้อล่อใจเห็นได้การ เจ้าละมานเหมือนจะเหาะหัวเราะคัก
แล้วชวนทูตพูดจาประสาซื่อ เรานับถืออยู่จะใคร่ไปรู้จัก
แต่เมืองเราชาวลังกาเขาว่ายักษ์ จึงแกล้งกักกั้นด่านเสียนานมา
ประเดี๋ยวนี้ศรีสวัสดิ์เสวยราชย์ ให้รูปวาดตามประสงค์ดังวงศา
เราต่างเพศเหตุไฉนใจสุดา ว่าเมตตาสงสัยจะใคร่รู้ ฯ
๏ ฝรั่งทูตพูดดีไม่มีขัด เหมือนปืนยัดยิงกรอกกระบอกหู
แม้นห่างกันพรั่นตัวเหมือนกลัวงู ถ้าเป็นคู่เคียงข้างก็วางใจ
แต่เสือลายร้ายกล้าประดาเสีย ไม่กินเมียกินมิตรพิสมัย
ยิ่งได้ยักษ์ศักดิ์สิทธิ์ฤทธิไกร ยิ่งดีใจจะได้กลัวทั่วแผ่นดิน ฯ
๏ เจ้าละมานพานจะซื่อถือว่าแน่ เสวยแต่ผลยอหัวร่อดิ้น
ให้ทองคำบำเหน็จทั้งเพชรนิล เลี้ยงให้กินข้าวปลาประสาเคย
แล้วองค์ท้าวเข้าที่คลี่กระดาษ เอารูปวาดวางเรียงเคียงเขนย
ยิ่งพิศเพ่งเปล่งปลั่งกำลังเชย พระกรเกยกอดรูปเฝ้าลูบคลำ
แต่น่าชังสังวาสตามชาติยักษ์ ฝีมือหนักนีดเน้นเคล้นขยำ
กำเริบรักปลักปลอบไม่ตอบคำ เฝ้าสูดร่ำร้องว่าสาแก่ใจ
ประหลาดจริงนิ่งหงิมไม่ยิ้มแย้ม เดี๋ยวนี้แก้มแดงดอกจะบอกให้
พระกอดรูปจูบซ้ำนั้นร่ำไป ใครใช้ให้ไม่พูดจะสูดแรง
ครั้นรู้สึกนึกยั้งแล้วคลั่งอีก เฝ้าชักฉีกชายเสื้อเหลือแสลง
แล้วเคลิ้มเห็นเป็นหยิกทำพลิกแพลง พระองค์แดงดังหนึ่งตำลึงงอม
จนรุ่งเช้าท้าวแอบไว้แนบเนื้อ แล้วทรงเสื้อสวมปิดสนิทถนอม
คลุมประทมห่มคลุมดูออมครอม ต้องอดออมอารมณ์ให้ตรมเตรียม
เวลาสายย้ายย่างออกข้างหน้า พร้อมเสนานับพันพวกฟันเสี้ยม
จึงสั่งงานการสงครามตามธรรมเนียม ให้ตรวจเตรียมเภตราพันห้าร้อย
พลประจำลำละพันถือคันศร เคยราญรอนรบกล้าไม่ล่าถอย
เรือทองคำลำที่นั่งนั้นฝังพลอย ดูพรายพร้อยแพรวพร่างกระจ่างตา
ด้วยที่แดนแผ่นดินเพชรนิลมาก ไม่หายากเหมือนอย่างต่างภาษา
บรรทุกน้ำลำเลียงกับข้าวปลา ทั้งสัตว์ป่าเป็ดไก่เอาไปกิน
ได้พร้อมพรั่งคั่งคับเป็นสรรพเสร็จ คอยเสด็จดาษดาชลาสินธุ์
ส่วนองค์ท้าวเจ้าละมานผ่านแผ่นดิน เหมือนจะบินข้ามฝั่งไปลังกา
ด้วยเชยรูปจูบสุคนธ์ปนยาแฝด เปรียบเหมือนแรดได้กลิ่นถวิลหา
พอพร้อมไพร่ไม่รอดูฤกษ์พา ยกเภตราพันเศษจากเขตแคว้น
ส่วนนายท้ายหมายมั่นตะวันออก ตัดระลอกแล่นข้ามไปตามแผน
ด้วยรีบร้อนก่อนท้าวทุกด้าวแดน ได้ลมแล่นร่ำมาไม่ราใบ
เป็นเดือนหนึ่งถึงลังกาตรงท่าข้าม ถนนพระรามราชวังที่ตั้งใหม่
ทอดสมอรอเรียงเคียงกันไป บ้างลดใบลดเสากินเหล้ายา
ฝ่ายอำมาตย์ราชทูตที่ถือสาร ทูลลาท้าวเจ้าละมานด้วยหรรษา
ขึ้นเมืองใหม่ไปเฝ้าพระธิดา ทูลกิจจาตามจริงทุกสิ่งอัน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช คิดขยาดอยู่ด้วยยักษ์มักกะสัน
แต่ใจรู้อยู่ว่าไม่ทำไมกัน จะดูฟันเสี้ยมเล่นให้เห็นพักตร์
ดำริพลางทางสั่งพวกช่างแต่ง จงจัดแจงให้พิลึกตึกตำหนัก
จะรับแขกแปลกประเทศเป็นเพศยักษ์ ให้พร้อมพรักพระที่นั่งเหมือนสั่งไว้ ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งช่างประดับได้รับสั่ง มาแต่งตั้งเตียงทองม่านสองไข
เป็นลดหลั่นชั้นบนล้วนกลไก มีควงไขฆ้องระฆังก็ดังเอง
ริมกระถางวางธูปรูปฝรั่ง ถึงนาฑีตีระฆังเสียงหงั่งเหง่ง
ระเรื่อยรับขับขานประสานเพลง ผู้ใดฟังวังเวงในวิญญาณ์
ดอกไม้ร้อยสร้อยสนสุคนธรส มะลิสดหอมระรื่นชื่นนาสา
แถวถนนหนทางข้างคงคา ให้ปูผ้าขาวรองไว้สองชั้น
ฝ่ายพ่อครัวหัวป่าก์หาแกล้มเหล้า จะเลี้ยงเหล่าพวกยักษ์มักกะสัน
สังหารแพะแกะควายลงหลายพัน เอาแม่ขันรองเชือดเลือดเอาไว้
บ้างแล่เถือเนื้อสดรดน้ำส้ม ไม่แกงต้มตับดิบพอหยิบได้
ปรุงผักชียี่หร่าโรยพริกไทย ทำเตรียมไว้พร้อมเสร็จสำเร็จการ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาสมร พอแดดอ่อนอาบองค์สรงสนาน
ชโลมละอองทองปนสุคนธ์ธาร พนักงานขัดสีฉวีวรรณ
ทรงภูษาค่าเมืองเรืองระยับ สอดสลับฉลององค์ทรงกระสัน
ใส่สร้อยนวมสวมประสานสังวาลวรรณ แก้วกุดั่นแวววามอร่ามองค์
แล้วกวดเกล้าเมาลีศรีสวัสดิ์ ผจงผัดพระนลาฏวาดขนง
ปักปิ่นทองช้องผมพอสมทรง ดังอนงค์นางฟ้าสุราลัย
ใส่สนอบกรอบหน้าระย้าย้อย ล้วนเพชรพลอยแพรวพรายดอกไม้ไหว
แล้วเลือกสาวสันทัดที่หัดไว้ สำหรับใช้ปรนนิบัติกษัตรา
แม้นชายใดได้ยลวิมลโฉม หวังประโลมหลงเล่ห์เสน่หา
กับนารีที่ได้หัดเพลงศัสตรา คอยรักษาองค์นางข้างละพัน
แล้วทรงตราราหูยูรยาตร ดูผุดผาดดังสุรางค์นางสวรรค์
สี่พี่เลี้ยงเคียงคลอจรจรัล นางกำนัลพรั่งพร้อมล้อมจรดล
ออกตึกใหม่ใหญ่กว้างสำอางโฉม เสียงประโคมฆ้องกลองก้องกาหล
ทั้งธงทิวปลิวเปลื้องไปเบื้องบน ตามถนนใหญ่ยาวผ้าขาวปู
ชาวลังกาพากันดูพวกฟันเสี้ยม เห็นหาญเหี้ยมน่ากลัวทั้งหัวหู
แต่ล้วนมีฝีมือถือธนู ชวนกันดูเดินตามออกหลามมา
เข้าในวังยั้งหยุดกระบวนแห่ ให้ตามแต่ตัวนายทั้งซ้ายขวา
เข้าตึกทองห้องประทับระยับตา ขุนเสนาเชิญให้นั่งบัลลังก์รัตน์
ฝ่ายสุรางค์นางสำหรับคอยรับแขก ล้วนรุ่นแรกรู้กลปรนนิบัติ
มานบนอบหมอบกรานอยู่งานพัด บ้างก็ยัดจุดกล้องประคองคอย
บ้างหมอบเมียงเคียงบัลลังก์เข้าตั้งเครื่อง แลชำเลืองล่อใจให้ใช้สอย
พอเนตรสบหลบเลี่ยงเมียงชม้อย ดูแช่มช้อยเชิงชวนให้ยวนใจ ฯ
๏ เจ้าละมานลานจิตพิศเพ่ง ล้วนปลั่งเปล่งปลื้มจิตด้วยพิสมัย
กิริยาน่าถนอมละม่อมละไม พระยิ้มใหญ่ยิ้มน้อยชม้อยเมิน
มาเห็นนางข้างซ้ายชม้ายหมอบ ยิ่งชื่นชอบเชิงนางระคางเขิน
ดูเพราพริ้มยิ้มแย้มแจ่มเจริญ พระหลงเพลินพลอยยิ้มอยู่พริ้มพราย ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาสมร เปิดบัญชรฉากเขียนวิเชียรฉาย
เห็นองค์ท้าวเจ้าละมานเหมือนมารร้าย ทั้งรูปกายใหญ่หลวงดูพ่วงพี
จมูกแหลมแก้มแฟบซีกฟันเสี้ยม ดูหน้าเหี้ยมหาญหนักเหมือนยักษี
แต่กิริยาดูประหวัดด้วยสตรี เห็นนารีสาวแส้แลตะลึง
ดำริพลางนางกษัตริย์ตรัสปราศรัย ขอบพระทัยเชษฐารีบมาถึง
น้องสมหวังดังจิตคิดคะนึง จะได้พึ่งภูมีเหมือนพี่ยา
แล้วปราศรัยไต่ถามไปตามเรื่อง ถึงบ้านเมืองเผ่าพงศ์พระวงศา
ทั้งแถวทางกลางทะเลมาเภตรา มรคาขัดขวางเป็นอย่างไร ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าละมานให้ลานจิต เฝ้าเพ่งพิศฝูงอนงค์ให้หลงใหล
เสียงตระหนักทักทายก็อายใจ ชำเลืองไปดูนางตามหว่างโคม
เห็นโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช สถิตอาสน์อำไพวิไลโฉม
ดังดวงเดือนเคลื่อนคล้อยลอยโพยม งามประโลมลืมองค์หลงตะลึง
เหมือนรูปร่างช่างเขียนไม่เพี้ยนผิด ทศทิศธาตรีไม่มีถึง
ลำพระกรอ่อนละม่อมเหมือนกล่อมกลึง นิ้วดังหนึ่งลำเทียนเจียนประจง
พระโอษฐ์นางอย่างสีลิ้นจี่จิ้ม ดูไม่อิ่มอกใจให้ใหลหลง
เพลินอารมณ์ชมรูปจนงูบลง กลับรู้องค์อายใจอาลัยลาน
จึงตอบว่าธานีไม่มีทุกข์ เกษมสุขสืบวงศ์ดำรงสถาน
พอทราบข่าวสาวน้อยพลอยรำคาญ จะมาผลาญไพรีซึ่งบีฑา
ให้โฉมยงทรงยศในทศทิศ ปัจจามิตรมาบังคมก้มเกศา
แม้นขัดเคืองเมืองไหนที่ไม่มา จะอาสาสงครามปราบปรามไป
ประเดี๋ยวนี้ที่ว่าเป็นข้าศึก เมืองผลึกนั้นอยู่หนตำบลไหน
จะไปมัดตัดศีรษะพระอภัย มาให้ได้ตามประสงค์จำนงนาง ฯ
๏ นางละเวงวัณฬาสุดาสดับ ทำยิ้มรับรักใคร่มิได้หมาง
พระล้าเลื่อยเหนื่อยมาตามท่าทาง พักเสียบ้างพอให้ไพร่ได้สำราญ
แล้วเล่าเรื่องเมืองผลึกเป็นศึกใหญ่ พระอภัยผ่านสมบัติพัสถาน
แม้นทรงเดชเชษฐาปรีชาชาญ ช่วยโปรดปรานปราบได้ดังใจปอง
จะมอบตราราหูคู่กษัตริย์ แสนสมบัติในพระคลังทั้งสิบสอง
เป็นปิ่นเกล้าชาวเมืองให้เรืองรอง ขอให้น้องพึ่งบุญได้อุ่นใจ
ดำรัสพลางนางสั่งให้ตั้งเลี้ยง ล้วนโต๊ะเตียงแต่งงามตามวิสัย
เครื่องพล่ายำน้ำส้มพรมพริกไทย สุกรแพะแกะไก่ล้วนใส่จาน
ใบผักชียี่หร่าโรยหน้าพร้อม พระแสงส้อมมีดพับสำหรับฝาน
สุราเข้มเต็มพระเต้าเก้าทะนาน พนักงานตั้งเตียงไว้เรียงราย ฯ
๏ ฝ่ายสุรางค์นางบำเรอเสนอหน้า รินสุราแลชม้อยคอยถวาย
สาวสำหรับขับเคียงเมียงชม้าย ประสานสายซอดังเสียงวังเวง
แล้วขับขานประสานเสียงสำเนียงเรื่อย ช่างฉ่ำเฉื่อยฉอเลาะล้วนเหมาะเหมง
บ้างไขกลดนตรีให้ตีเอง ได้ฟังเพลงเพลิดเพลินเจริญใจ ฯ
๏ อันองค์ท้าวเจ้าละมานเหมือนบ้านนอก เขาลวงหลอกลุ่มหลงไม่สงสัย
เสวยเหล้าเมามายสบายใจ กินแกะไก่ม้าลาสารพัน
เอาปลายมีดกรีดเชือดเลือดสดสด อร่อยรสน้ำส้มด้วยคมสัน
เนื้อพังผืดตืดไตกินไส้ตัน ยิ่งกลืนมันเมามายทำชายตา
ดูรูปทรงองค์ละเวงยิ่งเปล่งปลั่ง ทำนองนั่งน่ารักนั้นนักหนา
พอโฉมฉายชายช้อยชม้อยมา ได้ปะตาตละศรสะท้อนทรวง
ยิ่งแสนรักสุดรักให้หนักอก เหมือนหนึ่งยกเมรุไกรไศลหลวง
โอ้อกใครในแผ่นดินสิ้นทั้งปวง ไม่เหมือนทรวงเจ้าละมานที่ลานรัก
จนเคลิ้มว่าถ้าได้เหมือนใจแล้ว จะอุ้มแก้วกอดประทับไว้กับตัก
พลางคิดอ่านการศึกพูดฮึกฮัก จะหาญหักห้ำหั่นให้บรรลัย
ทั้งข้าเฝ้าเจ้าละมานพลอยหาญฮึก เมืองผลึกจะมาครือมือที่ไหน
ทั้งข้าเจ้าเมามัวไม่กลัวใคร จะชิงชัยช่วยบำรุงกรุงลังกา
เหล่าพหลพลขันธ์พวกฟันเสี้ยม นั่งพรมเจียมดื่มเหล้าเมาหนักหนา
เริงสำรวลสรวลเสเสียงเฮฮา กินวัวพล่าควายยำคำโตโต
บ้างกัดกินลิ้นอูฐแล้วพูดพร่ำ ยังซดซ้ำเหล้าเข้มอีกเต็มโถ
ที่หยาบคายร้ายกาจชาติเฉโก ก็พูดโอ้อวดตัวไม่กลัวเกรง
บ้างกินแกล้มแถมเหล้าจนเมามาก ตีฝีปากโป้งโหยงทำโฉงเฉง
ลางพวกพร้องร้องร่ำบ้างทำเพลง ออกครื้นเครงแซ่เสียงทั้งเวียงวัง
บ้างเกี้ยวสาวชาวลังกาที่มาเลี้ยง เข้ายืนเคียงขอจูบแล้วลูบหลัง
บ้างยื้อยุดฉุดคร่าทำน่าชัง นางฝรั่งร้องอึงคะนึงไป
จนพลบค่ำสำเร็จเป็นเสร็จสรรพ ให้กองทัพอยู่พลับพลาที่อาศัย
ทั้งข้าเจ้าเมาซานสำราญใจ ต่างหลับใหลลืมกายดังวายปราณ
จนยามสองฆ้องระฆังประดังเสียง แซ่สำเนียงนายหมวดตรวจทหาร
พวกฝรั่งนั่งล้อมป้อมปราการ ตีฆ้องขานยามเรียกกันเพรียกไป ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าละมานชาญฉกาจ เมื่อไสยาสน์อยู่พลับพลาที่อาศัย
เสนหาอาวรณ์ร้อนฤทัย ฝันว่าได้เชยชิดพระธิดา
จนฟื้นกายคลายเมายังเคล้าหมอน หมายว่านอนแนบชิดขนิษฐา
ถนอมอุ้มจุมพิตผิดพะงา พระลืมตาตกใจกระไรเลย
แลเขม้นเห็นหมอนยิ่งค่อนแค้น มาทำแทนเทียมนางขว้างเขนย
ยังลืมองค์หลงแลชะแง้เงย ที่ทรามเชยแม่ไปแฝงเสียแห่งใด
พอเห็นเหล่าชาวที่นั่งวีพัด จิตประหวัดว่าอนงค์ด้วยหลงใหล
ลงจากเตียงเคียงประโลมโฉมวิไล ใครใช้ให้ศรีสวัสดิ์มาพัดวี
วางเสียเจ้าเข้าไปนอนเสียก่อนเถิด งามประเสริฐสาวน้อยอย่าถอยหนี
พลางจุมพิตชิดชวนเฝ้ายวนยี ตาชาวที่ลุกทะลึ่งเสียงตึงตัง
พระฉวยฉุดยุดหัตถ์กระหวัดกอด เสียงฟอดฟอดเฝ้าแต่จูบแล้วลูบหลัง
จะขัดขวางอย่างไรก็ไม่ฟัง มันร้องดังดิ้นอึงคะนึงไป
พระรู้สึกนึกอายระคายเขิน ชม้ายเมินมัวหมองไม่ผ่องใส
ขึ้นสู่แท่นแสนระทดสลดใจ เหลืออาลัยรำลึกนึกถึงนาง
มาพานพบสบสมอารมณ์รัก แต่สูงศักดิ์สารพัดจะขัดขวาง
เหลือความคิดมิดเม้นไม่เห็นทาง จนรุ่งรางร้อนรนกระวนกระวาย
จำจะรีบรบพุ่งกรุงผลึก ให้เสร็จศึกสมคิดที่จิตหมาย
จึงออกนั่งสั่งมหาเสนานาย ตะวันบ่ายลมตกจะยกทัพ
ไปรบพุ่งกรุงผลึกเป็นศึกใหญ่ ไม่ชนะพระอภัยก็ไม่กลับ
อำมาตย์หมอบนอบนบเคารพรับ มากำชับกำชาตรวจตรากัน
ให้ตักน้ำลำเลียงเสบียงเบิก เสียงเอิกเกริกเตรียมพหลพลขันธ์
ลงประจำลำที่นั่งทั้งดั้งกัน ลำละพันเภตราทั้งห้าร้อย
บ้างเปลี่ยนเสาเพลาใบใส่หางเสือ แต่ล้วนเรือรบใหญ่เคยใช้สอย
ปักธงดำกำปั่นเป็นหลั่นลอย ต่างเตรียมคอยพร้อมพรั่งริมฝั่งชล ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าละมานยิ่งหาญฮึก จะทำศึกอวดผู้หญิงเมืองสิงหล
จึงโสรจสรงคงคาทาสุคนธ์ ทรงเครื่องต้นแต่งประดับสำหรับกาย
สนับเพลาเนาหน่วงมีห่วงรัด คาดเข็มขัดเครื่องมั่นกระสันสาย
ใส่เกราะเพชรเกล็ดกลับสลับลาย ดูกรุยกรายกรีดพระหัตถ์จัดประจง
ใส่หมวกทองรองนวมสวมพระเศียร ยอดวิเชียรชายร่อนเหมือนหงอนหงส์
ใส่เกือกสวมนวมนุ้มหุ้มพระชงฆ์ ครั้นเสร็จทรงธนูคู่พระกร
ออกจากห้องร้องเรียกโยธาหาญ มากราบกรานเตรียมแห่แซ่สลอน
ชวนขุนนางย่างย้ายกรีดกรายกร บทจรจากพลับพลาเข้ามาวัง ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช ออกอำมาตย์นอบน้อมอยู่พร้อมพรั่ง
ให้เชิญท้าวเจ้าละมานขึ้นบัลลังก์ มีนางนั่งพัดวีให้ปรีดา
แล้วปราศรัยไพเราะเสนาะถ้อย น้องเศร้าสร้อยแสนสังเวชพระเชษฐา
เคยสำราญผ่านสมบัติอยู่อัตรา เสด็จมาบรรทมตรมฤทัย
เป็นสตรีมิได้ไปให้ใช้สอย อย่านึกน้อยใจน้องจงผ่องใส
ประภาษพลางนางประทานพวงมาลัย ให้สาวใช้ไปถวายชม้ายเมิน ฯ
๏ เจ้าละมานหวานเสียงสำเนียงเสนาะ ช่างไพเราะรำพันสรรเสริญ
รับบุปผามาลัยใจเจริญ พระชมเพลินพลางตอบว่าขอบใจ
จะอาสากว่าจะเสร็จสำเร็จศึก แม่อย่านึกเคลือบแคลงแหนงไฉน
เย็นวันนี้พี่จะยกโยธาไป ช่วยชิงชัยเมืองผลึกเหมือนตรึกตรา
ไม่เหนื่อยเหน็ดเข็ดขามแก่ความยาก หวังจะฝากชีวิตขนิษฐา
สนองพลางนางชม้ายทำชายตา พอสบหน้านางยิ้มยิ่งอิ่มใจ ฯ
๏ ฝ่ายละเวงวัณฬาสุดาสดับ มิใคร่รับคำลาอัชฌาสัย
แสร้งทำทีกิริยาเหมือนอาลัย ถอนฤทัยทำสะอื้นกลืนน้ำตา
แล้วว่าน้องตรองตรึกนึกวิตก พระจะยกทัพเดียวเปลี่ยวหนักหนา
จะเกณฑ์ไพร่ให้ฝรั่งชาวลังกา คุมโยธาไปด้วยช่วยสงคราม
เจ้าละมานทานทัดอย่าจัดทัพ ฉันจะรับให้สำเร็จไม่เข็ดขาม
แม้นเมืองไหนไม่ราบจะปราบปราม ให้สมความปรารถนายุพาพาล
นางฟังคำทำชะอ้อนถอนใจใหญ่ แล้วสั่งให้กองตระเวนเกณฑ์ทหาร
เป็นเรือนำตำบลชลธาร เอาเหตุการณ์กลับหลังมาลังกา
แล้วอวยชัยให้มหาอานุภาพ อรินทร์ราบเรืองเดชพระเชษฐา
ศึกสำเร็จเสร็จสรรพรีบกลับมา ได้เห็นหน้าน้องนี้จะดีใจ
เจ้าละมานหวานวาบให้ปลาบปลื้ม ตะลึงลืมอำลาน้ำตาไหล
สะอื้นร่ำสำลักกระอักกระไอ แต่จำใจจำลายุพาพาล
มาลงเรือพระที่นั่งบัลลังก์รัตน์ พร้อมขนัดนาวาโยธาหาญ
ให้ตีกลองฆ้องระฆังกังสดาล ทหารขานโห่ลั่นสนั่นดัง
ได้ลมดีคลี่ใบขึ้นใส่รอก เอะอะออกนาวาทั้งหน้าหลัง
ข้ามมหาสาชลในวลวัง ตามฝรั่งเรือนำเป็นสำคัญ ฯ
๏ จะกล่าวถึงพระอภัยเจ้าไตรจักร มีคนรักคอยเหตุทุกเขตขัณฑ์
เมื่อฟันเสี้ยมเตรียมพลคนสำคัญ เอาข่าวนั้นบอกมาถึงธานี
พระทราบความขามขยาดว่าชาติยักษ์ จะหาญหักรบพุ่งเอากรุงศรี
จึงตรองตรึกปรึกษาเสนาบดี ศึกคราวนี้ห้าวหาญชาญฉกรรจ์
ทั้งไพร่นายกายสูงถึงหกศอก หนังสือบอกมาว่ายักษ์มักกะสัน
จะเกณฑ์พลคนเราเข้าประจัญ เล็กกว่ามันเหมือนหนึ่งหนูไปสู้ช้าง
ขึ้นรักษาหน้าที่ไว้ดีกว่า ปล่อยมันมาตามถนัดไม่ขัดขวาง
แล้วเสนีตีกรงเหล็กตาราง ไว้ที่ข้างเกยชลาหน้าพระลาน
กับโซ่ใหญ่ให้พลไว้คนละเส้น จะจับเป็นพวกฟันเสี้ยมที่เหี้ยมหาญ
พระสั่งตรัสจัดเสร็จสำเร็จการ ป้อมทวารปักขวากไว้มากมาย
แล้วเสนีตีฆ้องเที่ยวร้องป่าว ประชาชาวข้างใต้ไพร่ทั้งหลาย
ให้หลบลี้หนีตัวต้อนวัวควาย ไปอยู่ท้ายเมืองผลึกเมื่อศึกมา ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าละมานชาญฉกาจ คิดประมาทเมืองผลึกฮึกหรรษา
รีบยกทัพขับพหลพลนาวา ทั้งพันห้าร้อยสล้างมากลางชล
สิบห้าคืนคลื่นลมระดมส่ง เป็นทางตรงเร็วรัดไม่ขัดสน
ถึงปากอ่าวเช้าตรู่ไม่รู้กล เห็นผู้คนหนีตัวทั้งวัวควาย
เจ้าละมานหาญฮึกนึกประมาท มันไม่อาจต่อตีจึงหนีหาย
ให้เข้าฝั่งพรั่งพร้อมทั้งไพร่นาย ต่างโก่งสายเกาทัณฑ์ล้วนคันทอง
แล้วตั้งโห่โยธาสิบห้าหมื่น เสียงครึกครื้นพื้นพิภพสยบสยอง
เดินธงเทียวเขียวเหลืองดูเนืองนอง ยกข้ามท้องทุ่งมายังธานี
เห็นพวกพลบนกำแพงเสื้อแดงดาษ ล้วนสามารถหมายจะรบไม่หลบหนี
จึงหยุดทัพยับยั้งสั่งโยธี อย่าเพ่อตีตั้งมั่นประจัญบาน
ให้คนใช้ไปหาตรงหน้าป้อม ว่าพระจอมฟันเสี้ยมซึ่งเหี้ยมหาญ
ยกพหลพลนิกรมารอนราญ จะทำการแก้แค้นแทนลังกา
แม้ว่าองค์พระอภัยเจ้าไตรจักร ยังคิดรักเผ่าพงศ์พวกวงศา
มาคำนับรับพระราชอาชญา จะไม่ฆ่าหญิงชายให้วายปราณ
มินอบนบรบสู้จะพรูพร้อม ทำลายป้อมปืนวังไล่สังหาร
ชั้นลูกอ่อนนอนฟูกลูกพึ่งคลาน จะเผาผลาญเพลิงคลอกเร่งบอกนาย
พวกขุนนางต่างจำคำข้าศึก เห็นหาญฮึกหุนหันเร่งผันผาย
ไปทูลความตามเขามาร้องท้าทาย ล้วนหยาบคายคึกคักเหมือนยักษ์มาร ฯ
๏ พระอภัยไม่พรั่นประหวั่นหวาด สั่งอำมาตย์มูลนายฝ่ายทหาร
แม้นกองทัพหลับใหลเห็นได้การ เปิดทวารออกไปมัดให้รัดรึง
เที่ยวผูกถือมือเท้าพวกบ่าวไพร่ ให้สาใจเหมือนลูกอ่อนลงนอนขึง
แต่นายใหญ่ใส่ถ้วนโซ่ตรวนตรึง เสร็จแล้วจึงพามาใส่ไว้ในกรง
ให้พวกเราเอาขี้ผึ้งผนึกหู คอยนั่งดูธงชัยอย่าใหลหลง
แม้กองทัพหลับใหลเหมือนใจจง จะโบกธงขึ้นให้เห็นเป็นสำคัญ
พระสั่งพลางทางลุกลงจากอาสน์ มาทรงราชยานหามงามขยัน
ทหารพร้อมห้อมแห่ออกแจจัน ขึ้นบนชั้นเชิงเทินเที่ยวเดินดู
เห็นพหลพขันธ์พวกฟันเสี้ยม กำแหงเหี้ยมโห่ลั่นสนั่นหู
แต่ล้วนมือถือคันเกาทัณฑ์ธนู สังเกตดูแต่งกายคล้ายเสี้ยวกาง
ทั้งสูงใหญ๋ไพร่นายนั้นหลายหมื่น พอแรงปืนถือถนัดไม่ขัดขวาง
พระดูพลบนเชิงเทินดำเนินพลาง พาขุนนางไปประทับที่พลับพลา
ขึ้นทรงนั่งยังที่เก้าอี้เอี่ยม อำมาตย์เฟี้ยมเฝ้าฝ่ายทั้งซ้ายขวา
หยิบปี่แก้วแล้วชูขึ้นบูชา พอลมมาเพลาเพลาทรงเป่าพลัน
เปิดสำเนียงเสียงลิ่วถึงนิ้วเอก หวานวิเวกวังเวงดังเพลงสวรรค์
ให้ชื่นเฉื่อยเจื้อยแจ้วถึงแก้วกรรณ เหล่าพวกฟันเสี้ยมฟังสิ้นทั้งทัพ
ยืนไม่ตรงลงนั่งยิ่งวังเวก เอกเขนกนอนเคียงเรียงลำดับ
เจ้าละมานหวานทรวงง่วงระงับ ลงล้มหลับลืมกายดังวายปราณ ฯ
๏ พระอภัยใจบุญการุญราษฎร์ มิให้ขาดดวงจิตคิดสงสาร
จึงโบกธงตรงพลับพลาสัญญาการ พวกทหารเห็นสิ้นก็ยินดี
เปิดประตูพรูพรั่งออกคั่งคับ เห็นพวกทัพหลับเกลื่อนดูเหมือนผี
ต่างผูกมัดรัดรึงตึงเต็มที ทั้งทุบตีเตะซ้ำให้หนำใจ
ยกองค์ท้าวเจ้าละมานขึ้นคานหาม เอาโซ่ล่ามเสร็จสรรพทั้งหลับใหล
หามมาส่งกรงตารางที่ข้างใน เที่ยวริบไพร่พลซ้ำทำประจาน
เก็บศัสตราผ้าเสื้อไม่เหลือหลอ ใส่โซ่คอครบทั่วตัวทหาร
เห็นผูกรัดมัดเสร็จสำเร็จการ นฤบาลกลับแกล้งเป่าแปลงเพลง
ให้เจื้อยแจ้วแก้วหูกลับรู้สึก เสียงตื่นอึกอักอ่อนลงนอนเขลง
เขารัดรึงตึงตัวต้องกลัวเกรง เรียกกันเองอื้ออึงคะนึงไป
พวกชาวเมืองเคืองขัดคอยมัดซ้ำ คุมประจำคนละคนพลไพร่
เห็นพลิกแพลงแว้งวัดคิดขัดใจ ตีด้วยไม้กระบองร้องวุ่นวาย ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงเดชเกศกษัตริย์ โสมนัสในอารมณ์ด้วยสมหมาย
จึงตรองตรึกปรึกษาเสนานาย ทหารฝ่ายฟันเสี้ยมเห็นเหี้ยมครัน
เหมือนจับช้างกลางป่าอย่างประมาท ต้องผูกกราดกรึงตรวจกันกวดขัน
ให้อ่อนหูดูทำนองสักสองวัน จึงผ่อนผันพูดจาดูท่าทาง
สั่งกำชับสรรพเสร็จเสด็จกลับ ลงจากพลับพลาเดินเชิงเทินขวาง
ทหารแห่แลหลามมาตามทาง ขึ้นสู่ปรางค์ปราสาททองที่ห้องใน ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าละมานซึ่งหาญฮึก ครั้นรู้สึกไสยาสน์ให้หวาดไหว
เห็นโซ่ตรวนพวนพันพรั่นพระทัย ต้องอยู่ในกรงตรึงรำพึงคิด
นี่เนื้อเคราะห์เพราะทะนงมาหลงหลับ มันลอบจับจองจำให้ช้ำจิต
จะรบรับสัปยุทธ์เห็นสุดฤทธิ์ เป็นสุดคิดคั่งแค้นแน่นอุรา
โอ้เสียแรงแต่งทัพมานับแสน จะแก้แค้นแทนมิตรกนิษฐา
มิทันรบซบหลับมันจับมา โอ้นึกน่าน้อยใจกระไรเลย
สงสารแต่แม่ละเวงวัณฬาน้อย จะหลงคอยเชษฐานิจจาเอ๋ย
หมายว่าทัพกลับไปจะได้เชย บุญไม่เคยคลาดแคล้วเสียแล้วน้อง
ถึงตัวพี่นี้จะตายไม่วายรัก จะไปฟักฟูมเฝ้าเป็นเจ้าของ
แม้นชายอื่นชื่นชอบมาครอบครอง จะทุบถองถีบผลักแล้วหักคอ
ยิ่งตรึกตราอาลัยใจจะขาด เขาผูกกราดกวดตรึงตึงพระศอ
ยิ่งโมโหโกรธาร้องด่าทอ ไม่ย่อท้อแกล้งท้าให้ฆ่าฟัน ฯ
๏ ฝ่ายข้าเฝ้าชาวบุรินทร์สิ้นทั้งหลาย ทั้งหญิงชายชื่นใจทั้งไอศวรรย์
เที่ยวดูเหล่าชาวละมานสำราญครัน แต่ล้วนฟันเสี้ยมแซมแหลมแหลมเล็ก
บ้างดูท้าวเจ้าละมานชาญฉกาจ เขาจำกราดตรึงองค์ไว้กรงเหล็ก
แขกฝรั่งทั้งพราหมณ์จีนจามเจ๊ก ผู้ใหญ่เด็กเดินดูเป็นหมู่มุง
บ้างหัวเราะเยาะหยันพวกฟันเสี้ยม มันอายเหนียมนั่งนิ่งเหมือนลิงถุง
จนพลบค่ำตรำตรากให้ตากยุง พวกชาวกรุงตรวจตราในราตรี
สงสารท้าวเจ้าละมานให้ร่านร้อน ด้วยอาวรณ์นางวัณฬามารศรี
เสียน้ำใจในอารมณ์ไม่สมประดี จนราตรีตรึกตรองนองน้ำตา
โอ้เสียดายสายสวาทประหลาดโฉม ชวดประโลมลับเนตรของเชษฐา
แต่รูปทรงองค์ละเวงแม่วัณฬา ยังติดมาในเสื้อเป็นเยื่อใย
ยิ่งนึกรักชักกระดาษที่วาดรูป มากอดจูบจิตปลงด้วยหลงใหล
เฝ้าลูบเล่นเคล้นเคล้าเปล่าเปล่าไป ยิ้มละไมหมายว่าองค์อนงค์นวล
ถนอมแนบแอบอุ้มยิ่งคลุ้มคลั่ง เหมือนบ้าหลังลืมองค์ทรงพระสรวล
สะกิดเกาเซ้าซี้เฝ้ายียวน เสียงโซ่ตรวนกริ่งกร่างอยู่กลางกรง ฯ
๏ พวกผู้คุมกลุ้มกลาดประหลาดจิต ต่างสะกิดให้กันดูรู้ว่าหลง
บ้างแฝงเงาเข้าไปมองตามช่องกรง เห็นรูปทรงสาวน้อยก็พลอยเพลิน
บ้างพลั้งว่าน่ารักพยักพเยิด วิไลเลิศล้ำมนุษย์สุดสรรเสริญ
บ้างขอดูขู่ตะคอกทำหยอกเอิน เห็นหมางเมินม้วนกระดาษไม่อาจกวน ฯ
๏ สงสารท้าวเจ้าละมานรำคาญจิต เอารูปปิดปกป้องประคองสงวน
ต้องอดอยากตรากตรำยิ่งรำจวน ทั้งโซ่ตรวนตรึงตราระอาใจ
ไหนจะคิดถึงสมบัติพัสถาน ทั้งวงศ์วานมิได้เห็นว่าเป็นไฉน
ยิ่งรำลึกตรึกตรายิ่งอาลัย จนหายใจทางปากด้วยยากเย็น
หนาวน้ำค้างกลางอากาศสาดกระเซ็น แสยงเย็นเยือกหลับระงับไป
พอเช้าตรู่ผู้คุมชุมนุมนั่ง เสียงกรนดังดูระงับเห็นหลับใหล
เข้าล้อมลักชักกระดาษรูปวาดไว้ เอามาให้หมื่นขุนเป็นมุลนาย
พวกเสนีคลี่ดูเห็นผู้หญิง ชะงามจริงเจียวนะจะถวาย
เวลาเช้าเข้ามาเตรียมฟูมเฟี้ยมกาย พร้อมทั้งฝ่ายซ้ายขวาข้าราชการ ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยในนิเวศน์ สองโมงเศษเสด็จมายังหน้าฉาน
สถิตแท่นแว่นฟ้าโอฬาฬาร มนตรีกรานกราบก้มบังคมคัล
พระถามท้าวจ้าวละมานยังหาญฮึก หรือรู้สึกโทษกรณ์พอผ่อนผัน
เสนาทูลมูลความเห็นครามครัน เธอป่วนปั่นเป็นบ้าถึงนารี
เอากระดาษวาดรูปออกจูบกอด แล้วหลงพลอดสอดสัมผัสน่าบัดสี
แต่รูปร่างนางนั้นขยันดี ประเดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าก็เอามา
แล้วนบนอบหมอบเมียงเข้าเคียงอาสน์ คลี่กระดาษออกถวายลายเลขา
พวกข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์มาตยา ต่างต้องตาต้องจิตให้ติดใจ
พระอภัยได้ยลวิมลโฉม งามประโลมหลงแลดังแขไข
ต้องเสน่ห์เลขาคิดอาลัย ด้วยแจ้งใจว่าลูกสาวเจ้าลังกา
นี่หรือท้าวเจ้าละมานมิซานซบ มารับรบเมืองผลึกศึกอาสา
พระหลงคิดพิศวงองค์วัณฬา แล้วหยิบมาม้วนกระดาษรูปวาดไว้
จึงเอื้อนอรรถตรัสสั่งพวกข้าเฝ้า ให้คุมเจ้าละมานมาได้ปราศรัย
นครบาลคลานออกมาพาเข้าไป ทั้งตรวนใหญ่โซ่ล่ามสามประการ ฯ
๏ เจ้าฟันเสี้ยมเหี้ยมฮึกไม่นึกพรั่น แกล้งยืนยันอยู่ตรงหน้าไม่ว่าขาน
จะตรัสถามความอะไรไม่ให้การ พระรำคาญเคืองขับให้กลับไป
แล้วปรึกษาข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์ มันเชื้อชาติเสี้ยวกางต่างนิสัย
จะฆ่าตีชีวันให้บรรลัย ก็เห็นไม่เป็นผลเลยมนตรี
ครั้นจะปล่อยให้ไปเมืองมันเบื้องหน้า มันจะมารบพุ่งเอากรุงศรี
จงคุมไปในทะเลเถิดเสนี ปล่อยเสียที่แดนเงาะตามเกาะเกียน
เป็นฝ่ายเหนือเรือไปไม่ใคร่จะถึง นั้นและจึงแผ่นดินจะสิ้นเสี้ยน
พระสั่งเสร็จเสด็จจากแท่นวิเชียร สู่มนเทียรปรางค์มาศราชวัง ฯ
๏ ฝ่ายข้าเฝ้าเอาเภตราใส่ข้าศึก ออกแล่นลึกแหลมเงาะเกาะกุนตั๋ง
เที่ยวปล่อยที่มีน้ำเป็นกำลัง ตามรับสั่งเสร็จสรรพแล้วกลับมา
แสนสงสารท่านท้าวเจ้าละมาน กับทหารไพร่นายทั้งซ้ายขวา
อยู่เกาะใหญ่ในทะเลถึงเวลา พระสุริยาเย็นย่ำจนค่ำพลบ
คลำกระดาษวาดรูปจะจูบเล่น ไม่พบเห็นรูปเขียนเจียนสลบ
ในเสื้อแสงแห่งไรก็ไม่พบ ยิ่งเซาซบเสียใจร้องไห้โฮ
ถึงยากเย็นเห็นรูปได้ลูบไล้ ค่อยชื่นใจผัวรักขึ้นอักโข
มาชวดจูบรูปงามเมื่อยามโซ หัวอกโอ้อาภัพอัประมาณ
พระกลิ้งเกลือกเสือกองค์ลงกันแสง จนสิ้นแรงระทดอดอาหาร
ลมอัสสาสะประสาสขาดสันดาน เจ้าละมานวายวางอยู่กลางเตียน
เมื่อดับจิตคิดรำพึงถึงผู้หญิง เป็นผีสิงรูปกระดาษที่วาดเขียน
เปรียบเหมือนเงาเข้านั่งระวังเวียน ให้พิศเพี้ยนผีทับเข้าจับตา ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ