ตอนที่ ๔๔ กษัตริย์สามัคคี

๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชคอยคาดศึก เสียงครื้นครึกเกรียวกราวแต่เช้าสาย
จนจวนเย็นเห็นพหลพลนิกาย ที่เหลือตายแตกมาถึงธานี
จึงรีบพาสานุศิษย์ซึ่งอยู่ด้วย จะไปช่วยนางวัณฬามารศรี
ให้พวกพ้องร้องป่าวชาวบุรี ผู้ใดมีกตัญญูตามกูมา
ไปช่วยเจ้าคราวนี้เสียทีทัพ จะสูญลับศักราชศาสนา
แม้เจ้าตายฝ่ายฝรั่งทั้งลังกา จะเป็นข้าครอกเขาชาวชมพู
คนทั้งหลายชายหญิงเห็นจริงด้วย ต่างคว้าฉวยอาวุธชุดดินหู
ออกแล่นหลามตามหลังมาพรั่งพรู ออกประตูแต่งทัพให้นับพล
ได้ห้าพันบรรดาซึ่งมาด้วย จะไปช่วยลูกสาวเจ้าสิงหล
ให้ถือคบครบทั่วทุกตัวคน แล้วแบ่งพลกองละพันสำคัญคบ
เข้าตีทัพสัประยุทธ์เร่งจุดพร้อม จึงรวมรอมอ้อมกันเข้าบรรจบ
คอยฟังกลองกองทัพสำหรับรบ เร่งสมทบช่วยกันให้ทันที ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชขึ้นรถเหล็ก ลูกศิษย์เด็กขับม้าเป็นสารถี
แยกโยธาห้ากองฆ้องกลองตี พอราตรีเกรียวกราวโห่ฉาวมา ฯ
๏ ฝ่ายปีโปบาลีมีหนังสือ ให้หญิงถือมาถึงวังอยู่ข้างหน้า
สั่งให้ทูลมูลกิจพระธิดา นางสุลาลีแจ้งจึงแข็งใจ
ไปรับเหล่าชาวบ้านสิกคารนำ มาในตำหนักถามความสงสัย
ฝ่ายหญิงเฒ่าเล่าตามเนื้อความไป แล้วหยิบให้หนังสือที่ถือมา ฯ
๏ สุลาลีคลี่อ่านเป็นการลับ ว่าเกณฑ์กลับศักราชศาสนา
เกณฑ์ชมพูอยู่ที่ฉัตรวัฒนา เกณฑ์ลังกาหมายชนะจะประลัย
ถ้ารบพุ่งพวกฝรั่งสิ้นทั้งหลาย จะล้มตายพ่ายแพ้คิดแก้ไข
ให้พวกพ้องขององค์พระอภัย ช่วยชิงชัยจึงจะเสร็จสำเร็จการ
สุลาลีดีใจจบใส่ผม พระปรารมภ์ทุกข์ร้อนสั่งสอนหลาน
แล้วให้จัดเสื้อผ้ามาประทาน ให้ชาวบ้านน้าป้าพวกย่ายาย ฯ
๏ แล้วได้ข่าวคราวทัพถึงยับย่อย ยิ่งเศร้าสร้อยเสียใจมิใคร่หาย
ยังเจ็บแผลแก้ไขใช้อุบาย ทำฟูมฟายชลนารีบคลาไคล
เข้าทูลองค์ทรงฤทธิ์พระบิตุเรศ มิโปรดเกศลูกรักจะตักษัย
พวกกองทัพเกือบกระทั่งถึงวังใน สังหารไพร่ล้มตายลงก่ายกัน
พระชนนีพี่ผกาพากันหนี ทั้งสะหรีสูญไปแต่ไก่ขัน
ฝ่ายองค์พระอภัยตกใจครัน เรียกศรีสุวรรณสินสมุทรสุดสาคร
มาแจ้งความตามที่ลาลีเล่า ต่างโศกเศร้าแสนเสียดายสายสมร
นางลีวันกันแสงแกล้งอ้อนวอน ถึงภูธรไม่สงสารพระมารดา
เห็นแก่องค์ทรงยศโอรสราช มาเอาชาติชีวังจะสังขาร์
พระทรงฟังคั่งแค้นแทนวัณฬา จึงตรัสว่าพ่อจะไปชิงชัยเอง
ใครฆ่าฟันวัณฬาจะฆ่าเสีย ถึงลูกเมียไม่เอาไว้ให้ข่มเหง
มารบพุ่งกรุงไกรมันไม่เกรง แม่ละเวงก็ไม่บอกจะออกตี
แล้วชวนพระอนุชาพาโอรส มาพร้อมหมดทั้งธิดามารศรี
นาลาลีดีใจเห็นได้ที เรียกเสนีฝรั่งมาสั่งการ
จัดโยธาห้าหมื่นถือปืนรบ จุดเพลิงคบถ้วนทั่วตัวทหาร
ผูกพระยาม้าที่นั่งบัลลังก์อาน สำเร็จการกษัตราทรงพาชี
พระอภัยให้พระน้องสองโอรส แยกไปหมดมุ่งหามารศรี
ทัพละหมื่นดื่นป่าพนาลี แสงอัคคีคบสว่างดังกลางวัน ฯ
๏ ฝ่ายทัพพราหมณ์สามกษัตริย์สกัดป่า ตามวัณฬาเลี้ยวลัดสะพัดผัน
พอบาทหลวงล่วงหน้ารีบมาทัน เข้าป้องกันลูกสาวเจ้าลังกา
ให้จุดคบรบรับทัพผลึก กำดัดดึกครึกครื้นเสียงปืนผา
แล้วคุมพลด้นดั้นพาวัณฬา รีบลัดป่าจะไปลงข้างดงยาง
พอเสียงโห่โยธาเมืองการะเวก ทหารเอกออกสกัดก็ขัดขวาง
ต้องถอยทัพกลับวนมาต้นทาง ฝ่ายองค์นางเสาวคนธ์ขับพลตาม
ตีทัพหลังสังฆราชพระบาทหลวง ไพร่ทั้งปวงแตกล่าเข้าป่าหนาม
พอโยธีศรีสุวรรณมาทันพราหมณ์ จะเร่งตามนางวัณฬาหาให้พบ
เห็นพวกพ้องกองทัพกระสับกระส่าย ต่างเรียงรายรวมกันเข้าบรรจบ
นางเสาวคนธ์พลน้อยก็ถอยรบ ฝรั่งหลบหลีกไปในไพรวัน ฯ
๏ ฝ่ายสามพราหมณ์พี่น้องสองกษัตริย์ เข้าสกัดรบไปจนไก่ขัน
ฟันฝรั่งตายดื่นนับหมื่นพัน มาพบกันสามทัพจึงยับยั้ง
ท้าวทศวงศ์สงสารลูกหลานรัก เห็นเหนื่อยนักพลน้อยจะถอยหลัง
จึงปรึกษาว่าเราหย่อนอ่อนกำลัง พวกฝรั่งชาวเมืองหนุนเนื่องมา
เสียงโห่ร้องก้องกึกอยู่ครึกครื้น ดูนับหมื่นมากมายทั้งซ้ายขวา
เราแรงน้อยรบรับจะอัปรา ไปพลับพลาพักพลสกลไกร
พอหายเหนื่อยเมื่อยล้ากินอาหาร เผื่อว่าการผันแปรจึงแก้ไข
เห็นพรักพร้อมรวมทัพถอยกลับไป เข้าค่ายใหญ่ที่ตั้งล้อมลังกา ฯ
๏ ฝ่ายพวกอยู่รู้แจ้งแต่งสำรับ ไว้เสร็จสรรพเรียงรายทั้งซ้ายขวา
พอพวกพ้องกองทัพถึงพลับพลา หุงข้าวปลากินตามความสบาย ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช ตามพระบาทหลวงนั้นรีบผันผาย
กับสองนางต่างพลัดกระจัดกระจาย ครั้นศึกวายวิ่งมาทางธานี
พอเสียงโห่โยธามาครื้นครึก คิดว่าศึกแซงสกัดจะลัดหนี
พระฝรั่งสั่งให้ทัพดับอัคคี ขึ้นคีรีรวมพลสกลไกร
แล้วหยุดหย่อนซ่อนอยู่บนภูเขา ต่อรุ่งเช้าเห็นแน่ได้แก้ไข
แล้วจัดพลคนกล้าลัดป่าไป เข้ากรุงไกรบอกกิจจาลาลีวัน
ให้แบ่งพลบนเชิงเทินเนินหอรบ มาสมทบกองทัพถึงขับขัน
ที่พวกอยู่ภูผาทั้งห้าพัน ให้เกณฑ์กันเก็บศิลาไว้ราวี ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยคุมไพร่พร้อม เที่ยวอ้อมค้อมค้นหามารศรี
คบสว่างกลางป่าในราตรี เห็นแต่ผีพลตายเรี่ยรายไป
ต้องเหยียบศพทบทับระดับดาษ ลุยเลือดฝาดฟูมฟองออกนองไหล
ฝรั่งพบศพญาติจะขาดใจ เสียงร้องไห้แซ่ซ้องทั้งกองทัพ
พระอภัยใจหายเห็นตายมาก ดูศพซากซ้อนสมแทบลมจับ
เร่งโยธาฝรั่งเดินคั่งคับ ไม่พบทัพเที่ยวมาถึงป่าแดง
ประหลาดจริงยิงปืนเสียงครื้นครึก ครั้นยามดึกเงียบสิ้นให้กินแหนง
หรือโฉมฉายวายวางนึงคลางแคลง จนจวนแจ้งยังไม่พบพวกรบกัน
คิดถึงนางรางควานให้ร่านรัก ละล่ำละลักหลงใหลเหมือนใฝ่ฝัน
จะลดเลี้ยวเที่ยวหาเห็นช้าพลัน ละเวงวัณฬาน้องจะหมองมัว ฯ
๏ จำจะเป่าปี่ลองเรียกน้องรัก ให้ประจักษ์แจ้งความมาตามผัว
ทั้งพวกเราชาวผลึกรู้สึกตัว จะเกรงกลัวลมปี่หลบหนีไป
ดำริพลางทางสั่งให้ยั้งหยุด ทหารจุดคบกระจ่างสว่างไสว
ให้รายรอบขอบป่าพนาลัย คอยรับไพร่พวกเราจะเข้ามา
แล้วพระองค์ลงจากม้าที่นั่ง ขึ้นหยุดยั้งอยู่บนเนินเชิงเทินผา
คิดรำพึงถึงลูกสาวเจ้าลังกา หยิบปี่มาเป่าดังเป็นกังวาน
แต่ไม่ให้ไพร่พลผู้คนหลับ ให้วาบวับแว่วเพลงวังเวงหวาน
วิเวกโหวยโหยไห้อาลัยลาน โอ้ดึกป่านนี้แล้วแก้วกลอยใจ
แม่วัณฬานารีศรีสวัสดิ์ จะพรากพลัดไพร่พลไปหนไหน
น้ำค้างย้อยพรอยพรมพนมไพร จะหนาวในทรวงน้องจนหมองนวล
โอ้ยามสามยามนี้เจ้าพี่เอ๋ย พี่เคยเกยกอดน้องประคองสงวน
แม่ยอดหญิงมิ่งขวัญจะรัญจวน เสียดายนวลเนื้ออุ่นละมุนทรวง
เคยไสยาสน์อาสน์อ่อนบรรจถรณ์แท่น มาเดินแดนดงรังใช่วังหลวง
ขอเชิญแก้วแววตาสุดาดวง มาชมพวงมาลีด้วยพี่ยา
ล้วนชื่นแช่มแย้มบานทุกก้านกิ่ง ยิ่งคิดยิ่งหวนหอมบนจอมผา
พี่อยู่เดียวเปลี่ยวใจนัยนา แม่วัณฬาหลบแฝงอยู่แห่งไร
จนดาวเคลื่อนเดือนดับยิ่งลับน้อง เห็นแต่ห้องหิมวาพฤกษาไสว
มาหาพี่นี่หน่อยเถิดกลอยใจ จะกล่อมให้บรรทมได้ชมเชย
ถึงยากไร้ไม่มีที่พระแท่น จะกางกอดทอดแขนแทนเขนย
หนาวน้ำค้างพร่างพรมลมรำเพย ใครจะเชยโฉมน้องประคองเคียง
เคยอยู่วังฟังนางสุรางค์เห่ มาฟังเรไรเพราะเสนาะเสียง
วิเวกแว่วแจ้วเจื้อยเรื่อยสำเนียง เสนาะเพียงพิณเพลงบรรเลงลาน ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งทั้งสิ้นได้ยินปี่ ที่หลบลี้หนีมาอยู่หน้าฉาน
ส่วนลูกสาวเจ้าลังกากับอาจารย์ ซุ่มทหารกองทัพค่อยตรับฟัง
เสนาะคำร่ำเรียกสำเหนียกแน่ นางเหลียวแลลืมขยับจะกลับหลัง
แล้วรู้ตัวกลัวอาจารย์จะพานชัง จึงบอกสังฆราชว่าเธอมารับ
จะควรไปให้พบหรือหลบเสีย เผื่อลูกเมียเขามาแก้จะแปรกลับ
พระบาทหลวงล่วงรู้ขู่สำทับ ผัวมารับไยไม่ไปจะได้นอน
ทั้งอาคมถ่มน้ำมันทำกันไว้ ชีวิตไม่ม้วยมุดไม่หลุดถอน
จงตั้งจิตคิดอ่านที่ราญรอน ไปวิงวอนว่าผัวให้มัวมนต์
ให้ฆ่าตีพี่น้องพวกพ้องเขา คงตามเราสารพัดไม่ขัดสน
นางโฉมยงจงไปกับไพร่พล กูก็พ้นทุกข์ธุระแล้วจะลา
พลางลงเนินเดินพาบรรดาเด็ก ขึ้นเกวียนเหล็กไปในไพรพฤกษา
นางโฉมยงทรงนั่งหลังอาชา กับพลห้าพันบรรจบถือคบไฟ
ให้ตัดทางไปในดงตรงเสียงปี่ พบบุตรีกับรำภาต่างปราศรัย
ทั้งพระน้องสองโอรสยศไกร ต่างขับไพร่พลมาพร้อมหน้ากัน ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างเข้าไปเฝ้าผัว ทำสั่นรัวกลัวแกล้งกันแสงศัลย์
นางวัณฬาว่าพระองค์ให้พงศ์พันธุ์ มาฆ่าฟันไพร่ฟ้าไม่ปรานี
ไม่ช่วยห้ามกองทัพให้กลับหลัง เหลือกำลังแล้วน้องจะต้องหนี
เชิญพระองค์จงพานางมาลี เข้าบุรีราชวังอยู่ลังกา
เป็นปิ่นเกล้าสาวสนมชมสมบัติ ทั้งกษัตริย์เผ่าพงศ์สืบวงศา
แต่ตัวของน้องนี้ขอชีวา ไปทำไร่ไถนาอยู่ป่าดอน ฯ
๏ พระฟังนางทางว่านิจจาเอ๋ย อย่าแคลงเลยพี่ไม่ทิ้งมิ่งสมร
ซึ่งเผ่าพงศ์วงศ์วานมาราญรอน มีโทษกรณ์กฎหมายถึงวายวาง
จะตามทัพจับมาเข่นฆ่าเสีย ทั้งลูกเมียนอกรีตไม่กีดขวาง
ต่างปราศรัยไต่ถามเนื้อความนาง จนสว่างเวลารุ่งราตรี ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงรู้เพลงผัว เห็นเมามัวมนต์ประสิทธิ์ด้วยฤทธิ์ผี
จึงเสเเสร้งแกล้งว่าได้ปรานี ชาวบุรีแรงน้อยจะย่อยยับ
พระโปรดเกล้าเป่าปี่ขึ้นดีกว่า ให้โยธาทั้งหลายหญิงชายหลับ
พอให้หลาบปราบปรามทั้งสามทัพ แต่เพียงจับเอาไปส่งเสียคงคา ฯ
๏ พระตรัสสรวลควรอยู่เป็นรู้แล้ว เหมือนกวาดแผ้วไพรีดีหนักหนา
นางนบนอบลอบสั่งชาวลังกา ให้ไปหาดินปืนทั้งฟืนไฟ
เห็นกองทัพหลับสิ้นเอาดินออก จุดไฟครอบเสียทั้งทัพเมื่อหลับใหล
แล้วเกณฑ์กันบรรดาพวกม้าใช้ ให้แยกย้ายรายไปสืบไพรี
พอได้ความสามทัพไปยับยั้ง อยู่ค่ายยังชายทุ่งริมกรุงศรี
เอาเค้ามูลทูลพระอภัยมณี พระภูมีสั่งน้องสองโอรส
ทั้งยุพาลาลีสะหรีด้วย ยกไปช่วยกันล้อมให้พร้อมหมด
ฝ่ายสามคู่อยู่พร้อมน้อมประณต ลงบรรพตพากันมาทรงพาชี ฯ
๏ ศรีสุวรรณเคียงม้ารำภาชม้อย พระหน่อน้อยคอยยุพามารศรี
สุดสาครเคียงม้าสุลาลี เดินโยธีทัพละหมื่นเสียงครื้นเครง
พวกฝรั่งลังกามัดหญ้าแฝก บ้างก็แบกดินประสิวหิ้วเขนง
จะไปเผาเจ้าผัวไม่กลัวเกรง นางละเวงสมถวิลก็ยินดี
จึงเชิญองค์ทรงยศขึ้นรถราช พระนางนาฏนั่งหน้าเป็นสารถี
ทหารแห่แต่ล้วนเหล่าชาวบุรี ยกโยธีตัดทางไปข้างธาร ฯ
๏ จะกลับกล่าวเก้าองค์พงศ์กษัตริย์ ให้พราหมณ์จัดพลรบสมทบทหาร
คอยรับรองป้องกันประจัญบาน พอแจ้งการกองนอกมาบอกความ
ว่าบัดนี้สี่องค์พานงนุช ให้รีบรุดยกพลมาล้นหลาม
ท้าวทศวงศ์องค์สั่นให้ครั่นคร้าม จะคิดความแก้ไขอย่างไรดี
จะรบสู้ผู้คนไพร่พลน้อย จำจะถอยทัพล่าโยธาหนี
ฝ่ายอัคเรศเกษราสุมาลี สองนางตีทรวงแสนที่แค้นใจ
เจ้าประคุณทูลกระหม่อมของเมียเอ๋ย กระไรเลยลืมองค์จนหลงใหล
ลำพังพระจะมาฟันให้บรรลัย ก็มิได้สู้ผัวด้วยกลัวเกรง
แต่ครั้งนี้อีวัณฬามันมาด้วย ถึงมอดม้วยก็ไม่ให้ใครข่มเหง
จะต้องสู้ดูดีอีละเวง ไม่ครื้นเครงคราวนี้ก็ที่ตาย
นางเกษราว่าสงสารพระผ่านเกล้า ถึงจะเอาศีรษะจะถวาย
จะหลีกหลบรบรับก็อับอาย ขอสู้ตายอยู่ตรงหน้าพระสามี
ท้าวทศวงศ์สงสารลูกหลานรัก จึงว่าจักอยู่รบไม่หลบหนี
อันฝรั่งลังกาพอราวี กลัวแต่ปี่เธอจะเป่าให้หาวนอน
แล้วปรึกษาปาโมกข์โลกเชษฐ์ ท่านรู้เวทมนตร์ขลังช่วยสั่งสอน
พระยกทัพขับทหารมาราญรอน จะผันผ่อนคิดอ่านประการใด ฯ
๏ ฝ่ายปาโมกข์โลกเชษฐ์ว่าเหตุนี้ เพราะฤทธิ์ผีพาพระองค์ให้หลงใหล
จึงพาคู่ผู้หญิงออกชิงชัย จะแก้ไขขัดขวางด้วยห่างกัน
แต่จะช่วยด้วยวิชาสถาผล อย่าให้คนเข่นฆ่ากันอาสัญ
ซึ่งเป่าปี่ขี้ผึ้งก้อนหนึ่งนั้น เอาปิดกรรณเสียเห็นไม่เป็นไร
แต่รบพุ่งรุ่งค่ำคงลำบาก ข้างเขามากเราจะต้านทานไม่ไหว
ข้ามีครูรู้เรียนจุดเทียนชัย ออกชื่อไปก็จะรู้ถึงหูกัน
อันโยคีที่เป็นครูอยู่ที่เกาะ เธอรู้เหาะเหินเวทวิเศษขยัน
คงแจ้งเหตุเจตนาบูชายัญ กำหนดวันหนึ่งจะมาไม่ช้านาน
แม้โยคีมิช่วยจะม้วยมอด เอาตัวรอดเถิดท้าวเหล่าทหาร
ข้าจะอยู่ภูผาสมาทาน กระทำการแก้ไขช่วยไพร่พล
แม้ศึกมาอย่าเพ่อรบสงบอยู่ คอยปิดหูดูสังเกตซึ่งเหตุผล
พระองค์กับมเหสีนีฤมล เสาวคนธ์กับกษัตริย์หัสไชย
ออกห้ามทัพรับองค์พระทรงศักดิ์ ให้พบพักตร์พูดจาอัชฌาสัย
แม้คลุ้มคลั่งสั่งผู้หญิงเข้าชิงชัย จึงปล่อยให้ปักษาออกราวี
แล้วเสกเข็มเล่มใหญ่ให้ใส่พก กลายเป็นนกการวิกคอยจิกผี
แล้วเสกสายกายสิทธิ์ด้วยฤทธี ให้เสนีนายใหญ่ทั้งไพร่พล
คงกระพันฟังแทงก็แพลงพลาด ทั้งแคล้วคลาดสาตราสถาผล
แล้วพราหมณ์ลาพาเด็กอีกหลายคน ขึ้นไปบนเขาเขินเนินศิลา
เอาหินต่างธรรมาสน์เหมือนอาสน์สงฆ์ ปักฉัตรธงเทียนข้าวตอกดอกบุปผา
แล้วพราหมณ์เฒ่าเข้านั่งตั้งบูชา บนเนินผ้าขาวลาดดาดเพดาน
จึงจุดเทียนเขียนชื่อพระฤๅษี ตั้งพิธีทำสัตย์อธิษฐาน
เอาจิตวางทางกสิณอภิญญาณ ไปถึงท่านโยคีผู้ปรีชา ฯ
๏ ฝ่ายเก้าองค์พงศ์กษัตริย์อติเรก ได้นกเสกพราหมณ์มนต์ดลคาถา
ค่อยอุ่นใจไม่พรั่นหวั่นวิญญาณ์ ต่างตรวจตราเตรียมรับกองทัพชัย ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังการำภาสะหรี สุลาลีนางผกาอัชฌาสัย
ยกโยธามากับผัวไม่กลัวใคร ถึงค่ายใหญ่แยกหลีกเป็นปีกกา
เข้าโอบอ้อมล้อมทัพไว้คับคั่ง ทั้งหน้าหลังตั้งรายทั้งซ้ายขวา
พอรถทรงองค์ละเวงวัณฬามา ถึงตรงหน้าค่ายล้อมอยู่พร้อมกัน
ดูคั่งคับนับหมื่นเสียงครื้นครึก เห็นข้าศึกนิ่งเฉยก็เย้ยหยัน
ว่าพวกผิดคิดขบถหมดทั้งนั้น สมคบกันรบพุ่งเจ้ากรุงไกร
ไม่เกรงใจมเหสีสี่กษัตริย์ จะต้องตัดเอาศีรษะเสียบไสว
แม้รักตัวกลัวชีวันจะบรรลัย ก็กราบไหว้พวกฝรั่งชาวลังกา ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์พงศ์กษัตริย์ จึงรีบจัดแจงองค์ทรงภูษา
ด้วยเชื่อคำทำตามพราหมณ์พฤฒา ให้เสนาใหญ่น้อยนิ่งคอยฟัง
สองพระองค์ทรงยศขึ้นรถราช ธิดานาฏหลานยานั่งหน้าหลัง
พี่เลี้ยงพราหมณ์สามนายรายระวัง ตรงออกยังทัพที่ศรีสุวรรณ
บอกฝรั่งทั้งสิ้นว่าปิ่นปัก รมจักรจอมวังนรังสรรค์
ให้หาพระอนุชาลังกานั้น มาด้วยกันกับรำภาอย่าช้าที ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งคั่งแค้นใคร่แทนทด เข้าล้อมรถรอบไว้มิให้หนี
เป็นพงศ์พันธุ์ครั้นว่าจะฆ่าตี เกรงจะมีโทษทัณฑ์ถึงบรรลัย
ต้องบอกต่อข้อความที่พราหมณ์สั่ง ให้คนหลังทูลแจ้งแถลงไข
ศรีสุวรรณฟั่นเฟือนเลื่อนเปื้อนไป จึงว่าใครหนอสั่งมาดังนี้
ให้แหวกทัพขับพระยาม้าที่นั่ง มาพร้อมพรั่งทั้งม้ารำภาสะหรี
เห็นรถทรงนงนุชพระบุตรี ทั้งชนนีบิตุเรศเสด็จมา
รู้สึกองค์ลงจากม้าพระที่นั่ง นางฝรั่งเคียงเข้าเป่าคาถา
กลับกลัดกลุ้มคลุ้มคลั่งขึ้นหลังม้า ตวาดว่าลูกเมียไปเสียไป
ถ้าขืนอยู่จู้จี้เดี๋ยวนี้แหละ จะต้องแหวะปากเชือดให้เลือดไหล
พระอัคเรศเกษราโศกาลัย แล้วทรามวัยวันทาทูลสามี
จงโปรดเกล้าเจ้าประคุณทูลกระหม่อม น้องจะยอมเป็นข้ารำภาสะหรี
ไม่ล่วงราชอาชญาฝ่าธุลี อย่าฆ่าตีชีวันให้บรรลัย ฯ
๏ นางอรุณฉุนแค้นว่าแสนชาติ กูหาปรารถนาเป็นข้าไม่
ถึงบิดาฆ่าฟันให้บรรลัย กูก็ไม่คบค้าสมาคม ฯ
๏ ฝ่ายรำภาสะหรีเห็นทีกล้า จึงแกล้งว่าน้อยหรือกลับมาทับถม
ช่างขึ้นเสียงเถียงบิดาค้าคารม นางแสนคมคอจะหักไปสักที
ท้าวทศวงศ์โองการห้ามหลานรัก จะขายพักตร์พูดจากับทาสี
ได้ฟังคำรำภายุสามี จงฆ่าตีเสียให้หมดทั้งรถทรง
ศรีสุวรรณฟั่นเฟือนเขยื้อนขยับ แล้วก็กลับคิดได้กลับใหลหลง
พราหมณ์พี่เลี้ยงเคียงรถท้าวทศวงศ์ ต่างปลอบองค์ศรีสุวรรณจำนรรจา ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลมิ่ง ขึ้นทรงสิงห์ทหารรายทั้งซ้ายขวา
ออกจากค่ายหมายตรงพระพี่ยา เห็นสุดสาครพี่เคียงลีวัน
ยิ่งแค้นคิดพิศแลเห็นแผลแก้ม แกล้งยิ้มแย้มเปรียบเปรยทำเย้ยหยัน
ฝรั่งวิ่งสิงห์ไล่เข้าใกล้กัน นางลีวันยุให้ผัวจับตัวไว้
สุดสาครแลเขม้นเห็นพระน้อง นึกจะร้องเรียกหามาปราศรัย
แล้วลืมองค์หลงเพ้อเอออะไร เฝ้ากวนใจจู้จี้ไปทีเดียว
เป็นผู้หญิงวิ่งรุกมาจุกจิก จะใคร่หยิกหนักหนาให้ขาเขียว
นางว่าชะพระพี่เช่นนี้เจียว มากราดเกรี้ยวโกรธแค้นเถียงแทนเมีย
จนไม้เท้าดาบสก็หมดม้วย ไม่เขินขวยขายหน้าประดาเสีย
น้อยหรือเคียงเรียงรอเดินคลอเคลีย จงปล่อยเมียออกมาสู้ดูผีมือ ฯ
๏ สุดสาครค้อนน้องแล้วร้องตอบ จะมาลอบยิงเขาอีกเล่าหรือ
ยิ่งห้ามปรามลามไปดังไฟฮือ ดีแต่ดื้อดุดันไม่บรรเทา
เมียของข้าลาลีเป็นพี่สะใภ้ ตัวไม่ไหว้แล้วมิหนำลอบทำเขา
จนเสียแก้มแต้มยายังมาเย้า มาทำเข้าเถิดทีนี้แล้วดีจริง ฯ
๏ ซึ่งเชษฐาว่าอีนี่พี่สะใภ้ ข้าไม่ไหว้มันอีพวกผีสิง
ชาตินี้ข้าจองหองจึงต้องยิง พระก็ทิ้งความสัตย์ถึงตัดรอน
จะรบสู้ดูดีอีฝรั่ง ไม่เชื่อฟังเชษฐาอย่ามาสอน
แล้วโถมไล่ลาลีวันจะฟันฟอน สุดสาครขวางน้องคอยป้องกัน
สุลาลีมิได้กลัวเพราะผัวช่วย ถึงแก้มป่วยปากคารมยังคมสัน
จึงว่าชะจะเข้ามาไล่ฆ่าฟัน อย่าปิดควันไว้เลยเจ้าข้าเข้าใจ
นี่น้องหรือดื้อดึงมาหึงพี่ หรือเดิมทีเป็นผัวของตัวไฉน
ประเดี๋ยวนี้ชีวันจะบรรลัย พลางขับไพร่พลล้อมไว้พร้อมเพรียง
นางเสาวคนธ์ด้นดั้นจะฟันฆ่า แต่เชษฐากีดกั้นช่วยมันเถียง
ทะเลาะพลางทางไล่เข้าใกล้เคียง ลาลีเลี่ยงล้อเล่นเป็นเฮฮา ฯ
๏ ฝ่ายสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์ นางกษัตริย์แสนสลดทรงรถา
กับลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา ได้เห็นหน้าอยู่แต่พระหัสไชย
ช่วยขับรถอุส่าห์สาพิภักดิ์ ถึงศึกสักหมื่นพันไม่หวั่นไหว
ออกจากค่ายหมายจะปะพระอภัย พระหัสไชยขับม้าอยู่หน้ารถ
แกล้งร้องว่าฝรั่งสิ้นทั้งหลาย หลีกเจ้านายออกไปเสียให้หมด
แล้วตรงมาท่าเดียวไม่เลี้ยวลด จนใกล้รถพระอภัยกลางไพร่พล ฯ
๏ ฝ่ายละเวงเกรงผัวกลัวจะกลับ คอยกำกับเสกเป่าเป็นเก้าหน
แล้วคุมเชิงชิงจะจับเมื่ออับจน พระต้องมนต์นางวัณฬาลืมมาลี
ไม่รู้จักอัคเรศพระเนตรเฝื่อน แล้วแลเหมือนพักตร์พระมเหสี
ครั้นจำได้ในอารมณ์ไม่สมประดี เรียกบุตรีตรัสว่าแม่มาไย
อยู่กับพ่อหนออย่ากลับไปกับแม่ แล้วเหลียวแลลืมองค์ด้วยหลงใหล
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดาโศกาลัย พระภูวไนยไม่สงสารพระมารดา
ให้ฝรั่งพรั่งพร้อมมาล้อมจับ จนแตกทัพคืนนี้แล้วมิสา
ยังมิหนำซ้ำลูกสาวเจ้าลังกา ยังจะให้มาฆ่าพระชนนี
ลูกขอม้วยด้วยพระแม่บังเกิดเกล้า จึงมาเฝ้าให้ฟันบั่นเกศี
ฝ่ายโฉมยงองค์สุวรรณมาลี กราบสามีวอนว่าด้วยอาลัย
โอ้พระคุณทูลกระหม่อมจอมกษัตริย์ เวรวิบัติบาปสร้างแต่ปางไหน
มันเฝ้าทำซ้ำเติมเคลิ้มพระทัย จนหม่นไหม้มัวหมองเพราะต้องมนต์
เมื่อตามมาฝรั่งสิ้นทั้งหลาย จะฆ่าตายเสียวันละพันหน
ต้องรบพุ่งรุ่งค่ำเพราะจำจน จนเสียพลไพร่นายล้มตายครัน
คราวนี้ปะพระองค์ดำรงราชย์ ขอเชิญบาทบรเมศไปเขตขัณฑ์
บำรุงราษฎร์ศาสนาในสามัญ เป็นฉัตรกั้นเกศาประชาชน
พระฟังเชิญเมินเฉยกลัยเลยหลง ด้วยลืมองค์ลืมสังเกตซึ่งเหตุผล
ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังกาพิรากล คอยเป่ามนต์ร่ำไปมิให้คลาย
ครั้นเห็นองค์ทรงธรรม์ยังพันผูก ไม่ฆ่าลูกเมียได้ดังใจหมาย
แกล้งพูดขวางทางความตามอุบาย แน่ะนางนายทัพผลึกกินลึกลับ
เพราะพระองค์งงงวยมาช่วยแก้ หรือว่าแม่เปล่าใจนอนไม่หลับ
หรือเหลือทนจนต้องข้ามมาตามรับ เธอไม่กลับแกล้งว่าจะฆ่าฟัน
มารบพุ่งมุ่งหมายทำร้ายผัว จะจับตัวเข่นฆ่าให้อาสัญ
แล้วสั่งไพร่ให้ล้อมไว้พร้อมกัน นางสุวรรณมาลีไม่มีกลัว
จึงร้องท้าว่าละเวงเองมาสู้ กันกับกูก่อนเถิดมึงอย่าพึ่งผัว
จะชนะจะแพ้ก็แต่ตัว กูไม่กลัวมึงดอกนะอีละเวง
นางวัณฬาว่าพระองค์ไม่ทรงโปรด ให้เขาโกรธอึกทึกฮึกข่มเหง
ค้าคารมข่มขู่ขึ้นกูเอง ไม่กลัวเกรงบาทาฝ่าธุลี
แล้วมิสาซ้ำว่าทำยาแฝด เห็นเกินแรดไปแล้วพระมเหสี
จะฆ่าฟันบรรลัยก็ไม่ดี ชอบเป่าปี่ขึ้นให้หลับแล้วจับเป็น ฯ
๏ พระจับปี่ที่ใส่ไว้ในเสื้อ เอาน้ำเจือลิ้นปี่บุตรีเห็น
จึงปล่อยนกผกโผนโจนกระเด็น ปักษาเผ่นผันผยองทั้งสองตัว
นกกาสักปักษีเห็นผีสาง เข้าจิกนางการวิกเข้าจิกผัว
จะตีรันมันเท่าไรมันไม่กลัว จะจับตัวก็ไม่อยู่มันสู้รบ
พระอภัยไม่ทันเป่าเฝ้าแต่ปัด จนปี่พลัดตกลงพะวงหลบ
นางละเวงเกรงทัพชัยสินธพ ให้เข้ารบรุมกันไล่ฟันแทง
ต่างตีฆ้องกลองศึกเสียงครึกครื้น ระดมปืนหลักลั่นเกาทัณฑ์แผลง
เดชะสายกายสิทธิ์ฤทธิแรง ให้พลาดแพลงแคล้วคลาดซึ่งสาตรา
พระหัสไชยไม่หนีตีสินธพ ชักรถรบไพร่นายทั้งซ้ายขวา
เสียงทหารขานโห่เป็นโกลา นางรำภาตีฆ้องเร่งกองทัพ
ให้จับท้าวทศวงศ์องค์อรุณ ฝรั่งวุ่นวิ่งกลุ้มเข้ารุมจับ
ทั้งซ้ายขวาหน้าหลังดูคั่งคับ เจ้าพราหมณ์รับประจัญเข้าฟันแทง ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์องค์สั่นคอยกันหลาน ช่วยรอนราญรบฉะด้วยพระแสง
มันโรมรันฟันฟาดก็พลาดแพลง รำภาแกว่งขวานโถมกระโจมฟัน
ถูกรถทรงกงแตกแปรกหัก พระทรงศักดิ์เซซานยึดหลานขวัญ
คอยรบสู้อยู่ในรถหมดด้วยกัน รำภาฟันฟาดผิดหวิดหวิดไป
เห็นจวนจริงทิ้งนกไล่จกจิก รำภาพลิกแพลงรบหลบไม่ไหว
จึงกลับมาหาผัวด้วยกลัวภัย มันซ้ำไล่จิกตีศรีสุวรรณ
ต่างวุ่นวายนายไพร่ใกล้กระทบ ลาลีรบเสาวคนธ์ขับพลขันธ์
เข้าห้อมหุ้มกลุ้มกลัดสกัดกัน สิงโตผันผกโผนกระโจนรับ
ทหารนางทั้งสิงห์ไม่ทิ้งเจ้า แกว่งขวานเข้าฟันฟาดเสียงฉาดฉับ
ฝรั่งแตกแยกย้ายล้มตายยับ ที่เหลือกลับกลุ้มกันเข้าฟันฟอน
นางเสาวคนธ์วนไล่พวกไพร่หนี เห็นลาลีไล่รันด้วยคันศร
สุลาลีหนีปนพลนิกร สุดสาครขับม้าขวางหน้าน้อง
นางแค้นใจไล่รันกระชั้นชิด พระพี่ปิดป้องกันผันผยอง
นางปล่อยนกผกโผนโจนคะนอง เข้าจิกท้องแขนขาสุดสาคร
แล้วไล่ตีลาลีวันหลบพันผัว ต่างจวนตัวตีรันด้วยคันศร
พอนายทัพขับทหารรุกราญรอน นางก็ต้อนไล่กระชั้นประจัญบาน
นางผกาพาสินสมุทรผัว ไปเพื่อนตัวตีไพร่ไล่ทหาร
พวกเฝ้าค่ายนายต้อนออกรอนราญ ต่างต่อต้านตอบตีไม่หนีเร้น ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงห่วงลูกสาวเจ้าสิงหล ขึ้นอยู่บนป้อมปืนยืนเขม้น
ดูโยธีตีค่ายจนบ่ายเย็น ยังไม่เห็นแตกแตนน่าแค้นใจ
ให้กองนอกบอกคนที่ปล้นค่าย ให้ไพร่นายหลีกปืนอย่ายืนใกล้
เห็นพลแยกแหวกกว้างเป็นทางไป ยิงปืนใหญ่กังกึงเสียงตึงตัง
แต่ละลูกถูกค่ายทลายยับ แล้วยิงพลับพลาทลายลงหลายหลัง
พวกมดหมอขอเฝ้านางชาววัง พลับพลาพังพากันวิ่งเป็นสิงคลี ฯ
๏ พวกโยธาการะเวกเมืองรมจักร ต่างรบหักออกทุ่งข้างกรุงศรี
พวกผลึกศึกกล้าพาสตรี ประดังตีตัดทางออกข้างซ้าย
ต่างตามเจ้ากราวเกรียวเลี้ยวตลบ ตีกระทบรบฝรั่งสิ้นทั้งหลาย
ทั้งสามทัพกลับเข้าพบเจ้านาย ทั้งสองฝ่ายแทงฟันประจัญบาน
พลฝรั่งครั้งนั้นมันไม่หนี เหตุด้วยสี่กษัตราอยู่หน้าฉาน
แตกแล้วกลับซับซ้อนเข้ารอนราญ เสียงสะท้านสะเทื้อนทั้งเกาะลังกา ฯ
๏ พออากาศฟาดเปรี้ยงเสียงสนั่น เป็นหมอกควันมืดมิดทุกทิศา
พวกรบสู้ดูเหมือนไม่มีตา ไม่รู้ว่าจะไปหนตำบลใด
ประเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งเสียงเครงครึก ลั่นพิลึกโลกาสุธาไหว
เป็นฝนฟุ้งทุ่งท่าพนาลัย ทุกนายไพร่หนาวทั่วทุกตัวคน
ไม่รู้ที่หนีไปข้างไหนรอด เหมือนตาบอดมืดเขม้นไม่เห็นหน
หนาวสะท้านคลานคลำด้วยจำจน เสียงแต่ฝนซู่ซู่เข้าหูตา
ดูมืดสิ้นดินสวรรค์เป็นควันโขมง แต่เพลิงโพลงพลุ่งอยู่ที่ภูผา
เห็นหนทางต่างคลานทะยานมา พวกโยธาโถมชิงกันผิงไฟ
แต่บรรดาข้าศึกไม่นึกร้าย ทั้งสองฝ่ายเหลือทนปนกันได้
ด้วยเพลิงอุ่นรุนเบียดเสียดเข้าไป ทั้งนายไพร่ล้อมรอบขอบคิรี
บรรดาเหล่าเผ่าพงศ์องค์กษัตริย์ มาเยียดยัดอยู่กับเหล่านางสาวศรี
เพลิงสว่างต่างอุ่นเห็นมุนี พระโยคีนั่งอยู่ในกองไฟฮือ
กับปาโมกข์โลกเชษฐ์สังเกตแน่ ดูรู้แท้พวกทัพต่างนับถือ
ทิ้งหอกดาบกราบก้มประนมมือ ไม่อึงอื้ออุบอิบซุบซิบกัน
ที่ต้องถูกหยูกยาถูกฟ้าฝน ก็สร่างมนต์เหมือนก่อนดังนอนฝัน
ฝ่ายพวกพระอภัยมณีศรีสุวรรณ มาพร้อมกันกราบก้มประนมกร
ทั้งพวกข้างนางละเวงก็เกรงหมด น้อมประณตนั่งนิ่งริมสิงขร
ทั้งไพร่พลฝนช่วยไม่ม้วยมรณ์ นั่งสลอนแลดูพระมุนี ฯ
๏ ขณะนั้นค่อนดึกศึกสงบ ต่างนอบนบนับถือพระฤๅษี
ไม่กริบเกรียบเงียบสงัดทั้งปัถพี พระโยคีเทศนาในอาการ
คือรูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้ ย่อมเฒ่าแก่เกิดโรคโศกสงสาร
ความตายหนึ่งพึงให้เห็นเป็นประธาน หวังนิพพานพ้นทุกข์สนุกสบาย
ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้ เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย
อันศีลห้าว่าอย่าทำให้จำตาย จะตกอบายภูมิขุมนรก
หนึ่งว่าอย่าลักเอาของเขาอื่น มาชมชื่นฉ้อฉลคนโกหก
หนึ่งทำชู้คู่เขาเล่าลามก จะตายตกในกระทะอเวจี
หนึ่งสูบฝิ่นกินสุรามุสาวาท ใครทำขาดศิลห้าสิ้นราศี
ใครสัตย์ซื่อถือมั่นในขันตี จะถึงที่พระนิพพานสำราญใจ
อย่าโกรธขึ้งหึงสาพยาบาท นึกว่าชาติก่อนกรรมจะทำไฉน
เหมือนดุมวงกงเกวียนวนเวียนไป อย่าโทษใครนี่เพราะกรรมจึงจำเป็น
ประการหนึ่งซึ่งขาดพระศาสนา ทั้งโลกาเกิดทุกข์ถึงยุคเข็ญ
ซึ่งจะกลับดับร้อนให้ผ่อนเย็น ก็ต้องเป็นไมตรีปรานีกัน
จงฟังคำจำศิลจนสิ้นชาติ ไม่แคล้วคลาดจะไปผ่านพิมานสวรรค์
ซึ่งชอบผิดคิดเห็นให้เป็นธรรม์ อย่าหึงกันนะทีนี้นางสีกา
กูคนซื่อถือสัตย์จะตัดสิน ให้หายสิ้นโมโหที่โทษา
ด้วยแรกเริ่มเดิมนั้นนางวัณฬา จะลวงฆ่าพระอภัยเสียให้ตาย
ข้างโน้นมีปี่เป่าเป็นเจ้าเล่ห์ ฝ่ายข้างนี้มีเสน่ห์เหมือนนึกหมาย
แต่สตรีดีกว่าจึงพาชาย ให้หลงตายติดขังอยู่วังใน
แต่ลูกสาวเจ้าลังกาไม่ฆ่าเสีย ยอมเป็นเมียนั้นคิดผิดวิสัย
เขาหึงหวงล่วงว่าให้สาใจ จะโทษใครโทษจิตที่ผิดพลั้ง
นางมาลีมีโทโสโมโหมาก เมื่อผัวจากมาสงครามรู้ความหลัง
ใช่รักใคร่ใจจริงต่างชิงชัง เพราะพลาดพลั้งที่ทัพจึงกลับกลาย
ไม่แก้ไขแล้วมิหนำยังซ้ำหึง จนได้ถึงเกิดศึกไม่นึกหมาย
แม้วัณฬาฆ่าผัวของตัวตาย ต้องเป็นม่ายเปล่าเปล่าเพราะเบาความ
ลูกทั้งสองน้องยาจะมาแก้ ก็พลอยแพ้ฝรั่งสิ้นทั้งสาม
ยังซ้ำเหล่าเผ่าพงศ์มาสงคราม แทบถึงความตายทั่วทุกตัวคน
จนเขาซ้ำทำเธอให้เพ้อพก เหตุเพราะยกทัพมาโกลาหล
หากปาโมกข์โลกเชษฐ์รู้เวทมนตร์ ช่วยคุ้มคนทั้งหลายไม่วายปราณ
อย่าโทษเขาเราก็ผิดให้คิดเห็น จึงจะเป็นสัตย์ธรรม์ในสัณฐาน
จงปรองดองครองสัตย์ปฏิญาณ ถือศีลทานเถิดอย่าหมายทำร้ายกัน
ทั้งชาตินี้มีสุขไม่ทุกข์ร้อน เมื่อม้วยมรณ์ก็จะได้ไปสวรรค์
เป็นผัวเมียเสียตัวได้พัวพัน จงรักกันเถิดสีกาดีกว่าชัง
มีลูกเต้าเล่าก็คงเป็นวงศ์ญาติ ได้สืบชาติเชื้อสายไปภายหลัง
กูว่านี้ดีเหลือแม้เชื่อฟัง จงเร่งตั้งสัจจาอย่าช้าที ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์ขัตติยาสิบห้ากษัตริย์ ต่างจบหัตถ์สาธุสะพระฤๅษี
โปรดปรึกษาว่าให้เป็นไมตรี ข้าเห็นดีพร้อมพรักจะรักกัน
แล้วองค์พระอภัยจึงให้สัตย์ ไม่ข้องขัดขึ้งเคียดคิดเดียดฉันท์
จะปกครองสองนางด้วยทางธรรม์ จนถึงวันเวลาชีวาวาย
สุมาลีศรีสวัสดิ์ให้สัตย์บ้าง ไม่โกรธนางฝรั่งสิ้นทั้งหลาย
จะรักใคร่ให้เหมือนญาติไม่คลาดคลาย ขอถวายสัจจาเหมือนพาที
ฝ่ายละเวงเกรงกราบไม่หยาบหยาม ข้าสิ้นความแค้นพระมเหสี
จะสู้ซื่อถือสัตย์สวัสดี หมายเหมือนพี่ร่วมครรภ์จนบรรลัย ฯ
๏ พระโยคีปรีดาว่าสาธุ สืบอายุยืนยงอสงไขย
แล้วเคลื่อนคลายหายวับไปฉับไว อโณทัยใสสว่างกระจ่างตา
คนทั้งสิ้นยินดีเป็นที่ยิ่ง ทั้งชายหญิงพร้อมอยู่ที่ภูผา
พวกกองทัพกับฝรั่งเมืองลังกา ต่างพูดจาปราศรัยเป็นไมตรี ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช อภิวาทองค์พระมเหสี
สะอื้นอ้อนวอนว่าพระสามี เมื่อเดิมทีทำผิดด้วยคิดกลัว
บัดนี้ทราบบาปบุญการุญโปรด อย่าถือโทษบาปกรรมที่ทำชั่ว
ไปเมื่อหน้าฝ่าละอองอย่าหมองมัว จะฝากตัวไปจนตายวายชีวา
ขอเชิญองค์ทรงศักดิ์อัคเรศ เข้านิเวศน์ทั้งพระวงศ์เผ่าพงศา
หยุดประทับยับยั้งอยู่ลังกา ให้ช้าช้าสักหน่อยจึงค่อยไป ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงโฉมประโลมสวาท ครั้นปิศาจสร่างองค์สิ้นหลงใหล
ลืมความต้นหนหลังที่คลั่งไคล้ โปรดปราศรัยสองนางด้วยทางธรรม์
ซึ่งนุชน้องสององค์ดำรงรัก ให้งามพักตร์พี่ดังได้ไปสวรรค์
จะรักน้องสองเจ้าให้เท่ากัน เหมือนร่วมครรภ์ครองสัตย์ปฏิญาณ
แล้วตรัสถามนามวงศ์เหล่าพงศา ครั้นทราบว่าเกี่ยวดองพี่น้องหลาน
จึงยอบองค์ลงประณตบทมาลย์ พระผู้ผ่านรมจักรนัครา
ขอบพระคุณสองพระองค์ผู้ทรงเดช ซึ่งโปรดเกศน้องรักนั้นหนักหนา
สู้ติดตามข้ามฝั่งมาลังกา ขอเชิญฝ่าพระบาทยั้งอยู่วังใน
แล้วตรัสเรียกเสาวคนธ์วิมลพักตร์ กับน้องรักสองราเข้ามาใกล้
พระกอดจูบลูบหลังพระหัสไชย น่ารักใคร่กระไรเลยพลางเชยชม
แม่เสาวคนธ์มณฑายุพาพักตร์ พ่อเคยรักร่วมจิตสนิทสนม
ความรักเจ้าเท่าลูกผูกอารมณ์ จะได้สมนึกหวังในครั้งนี้
พ่อจะไปให้พบพระบิตุเรศ ของดวงเนตรพี่น้องทั้งสองศรี
ได้สืบวงศ์ทรงจังหวัดปัถพี เป็นไมตรีกว่าชีวันจะบรรลัย
พระพี่น้องสองกุมารก้มกรานกราบ ด้วยเรียบราบกิริยาอัชฌาสัย
ฝ่ายสามนางห่างผัวคิดกลัวภัย ต่างกราบไหว้ขอสมาพระสามี
แล้วรำภามาเคารพอภิวาท พระนางนาฏเกษรามารศรี
นางยุพาลาลีวันมาอัญชลี กราบบุตรีโฉมเฉลาเสาวคนธ์
แล้วทูลว่าข้าบาทชาติฝรั่ง มีแต่ตั้งกตัญญูเป็นกุศล
อาสาเจ้ากว่ากายจะวายชนม์ หวังให้คนชาวเมืองเขาเลื่องลือ
เมื่อรบพุ่งมุ่งหมายทำลายล้าง ได้เอื้อมอ้างหยาบช้าพระอย่าถือ
ขอรองบาทมาดหมายเมื่อปลายมือ จะสู้ซื่อสารพัดเป็นสัจจา ฯ
๏ ฝ่ายอัคเรศเกษราพระยาหญิง ไม่มีสิ่งโกรธขึ้งที่หึงสา
รับคำนับรับคำนางรำภา แล้วพูดจาปราศรัยเป็นไมตรี
ข้างนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลโฉม ลูบประโลมพี่น้องทั้งสองศรี
วิสัยศึกตรึกตราจะฆ่าตี ไม่ถือที่หยาบหยามเป็นความจริง
จะรักใคร่ให้เหมือนน้องทั้งสองเจ้า จริงนะเราไม่ดูถูกลูกผู้หญิง
ต่างผันผ่อนอ่อนน้อมด้วยยอมยิง ต่างสิ้นสิ่งหึงสาสัจจาใจ ฯ
๏ ฝ่ายทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์ ผู้วิเศษทราบความตามวิสัย
ถือไม้เท้าฤๅษีที่ฝากไว้ มาส่งให้กษัตราสุดสาคร
แล้วบอกความตามหนังสือพระฤๅษี เขียนไว้ที่แผ่นผาหน้าสิงขร
แล้วพฤฒาลากลับไปหลับนอน สุดสาครดีใจได้ไม้เท้า
จบพระคุณพระมุนีเหนือศิโรตม์ ด้วยมาโนชกตัญญูต่อครูเฒ่า
เคยดับร้อนสอนสั่งแต่ยังเยาว์ ยังโปรดเกล้ากรุณาถึงครานี้ ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์ขัตติยาสิบห้ากษัตริย์ ใคร่แจ้งอรรถตามหนังสือพระฤๅษี
มาที่แท่นแผ่นผาหน้าคิรี เห็นบาลีลายลักษณ์อักขรา
ว่าทุกข์สุขชั่วดีทั้งสี่สิ่ง ให้ชายหญิงหยั่งคิดเป็นปริศนา
กับข้อหนึ่งซึ่งเกิดกำเนิดมา มีหูตาปากจมูกสิ้นทุกคน
ที่ต้องใจนัยนาก็พาชื่น ดูอื่นอื่นเห็นแจ้งทุกแห่งหน
ที่คิ้วตาหน้าผากปากของตน ถ้าแม้คนใดเห็นจะเป็นบุญ
แม้ไม่เห็นเป็นกระบือทั้งดื้อดุ มุทะลุเลโลโมโหหุน
ไม่เห็นผลประโยชน์ที่โทษคุณ ย่อมหมกมุ่นเมามัวว่าตัวดี
เมื่อใครไม่เห็นหน้าหากระจก จะช่วยยกเงาส่องให้ผ่องศรี
อนึ่งนั้นตัณหาตาไม่มี ไม่เห็นที่ทางสวรรค์เป็นสันดาน
อนึ่งว่าตาบอดสอดตาเห็น ให้คิดเป็นทางธรรมพระกรรมฐาน
สืบกุศลผลผลาปรีชาชาญ ตามโบราณรักษาสัจจาใจ ฯ
๏ ไทยฝรั่งพรั่งพร้อมนั่งล้อมคิด ต่างแจ้งจิตใจความตามวิสัย
ทั้งเสนีรี้พลสกลไกร ต่างเข้าใจตามประสาปัญญามี
พวกลังกาว่าดีที่สัตย์ซื่อ พวกไทยถือว่าศิลพระชินศรี
พวกขุนนางต่างว่ายศปรากฏดี เจ้าว่ามีความสุขสนุกสบาย
ต่างคิดเห็นเช่นประสงค์จำนงนึก อึกทึกทุ่มเถียงจนเที่ยงสาย
ฝ่ายองค์พระอภัยสั่งไพร่นาย ให้ตั้งรายตาริ้วเป็นทิวธง
ทั้งรถรัถพลัดแพลงจัดแจงจับ เทียบประทับถวายตามความประสงค์
ส่วนกษัตริย์ขัตติยาสิบห้าองค์ ต่างขึ้นทรงรถที่นั่งเข้าวังใน ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังการำภาสะหรี สุลาลีนางยุพาอัชฌาสัย
ให้ชาววังลังกาพวกข้าไท จัดตึกใหญ่ตึกน้อยนับร้อยพัน
ให้ห้ามแหนแสนสุรางค์ท้าวนางอยู่ แล้วเลี้ยงดูชายหญิงทุกสิ่งสรรพ์
บรรดาเหล่าเผ่าพงศ์ของทรงธรรม์ อยู่ช่องชั้นตึกต้นเหมือนมนเทียร
ประทีปแก้วแวววับจับกระจ่าง แกล้งจัดวางแจ่มฟ้าหลังคาเขียน
ที่พื้นรองทองลาดดาษเดียร ฉากวิเชียรตั้งสลับเป็นลับแล
นางสาวสาวชาวชมพูเที่ยวดูห้อง เห็นพวกพ้องพูดจ้อประจ๋อประแจ๋
บ้างไขกลดนตรีมีทุกแกล เสียงเซงแซ่ไปทั้งวังเมืองลังกา ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเจ้าไตรภพ ครั้นค่ำพลบโพล้เพล้ในเวหา
กับลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา อยู่ไสยาแท่นทองที่ห้องกลาง
ส่วนสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์ อยู่ปรัศว์ฝ่ายขวาชาลากว้าง
ปรัศว์ซ้ายฝ่ายวัณฬาธิดานาง จัดสุรางค์ขับกล่อมไว้พร้อมเพรียง
ศรีสุวรรณนั้นอยู่กับมเหสี ในตึกที่แท่นสุวรรณชั้นเฉลียง
ท้าวทศวงศ์องค์อัคเรศเคียง อยู่ตึกเรียงศรีสุวรรณเป็นหลั่นไป
นางเสาวคนธ์กับอรุณรัศมี สถิตที่ห้องทองม่านสองไข
สินสมุทรสุดสาครกับหัสไชย อยู่ตึกใหญ่ร่วมเตียงเคียงบรรทม
ด้วยถ้อยทีมีสัตย์ไม่ขัดข้อง เหมือนพี่น้องร่วมชิดสนิทสนม
ทั้งข้าเฝ้าสาวสุรางค์นางต่างกรม ต่างชิดชมชาววังเมืองลังกา ฯ
๏ นางละเวงเกรงองค์พระทรงศักดิ์ ว่าไม่รักเผ่าพงศ์พระวงศา
แต่งโต๊ะทองของเสวยสามเวลา เลี้ยงบรรดาพงศ์กษัตริย์สวัสดี
แล้วทูลองค์พระอภัยวิไลลักษณ์ ทั้งองค์อัครชายามารศรี
ที่ท้ายวังลังกาสวนมาลี มีคิรีรังเก็จเกิดเพชรนิล
อันรุ้งแก้วแวววาวเขียวขาวเหลือง อร่ามเรืองรายงอกออกนอกหิน
แล้วร่วงหล่นกล่นกลาดดาษแผ่นดิน ไม่รู้สิ้นสืบสำหรับกับลังกา
ต้องก่อทำกำแพงแลงล้อมรอบ ตารางครอบเบื้องบนคนรักษา
สำหรับท้าวเจ้าแผ่นดินเก็บจินดา ตีราคาขายได้เงินให้ทาน
เชิญพระองค์วงศาพาสนม ไปเที่ยวชมเนินสวนฉนวนสนาน
ไม่ห้ามปรามตามประโยชน์จะโปรดปราน เชิญสำราญอยู่ให้ช้าหลายราตรี ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ