ตอนที่ ๖๔ พระอภัยมณีออกบวช

๏ ศรีสุวรรณนั้นคะนึงถึงนิเวศน์ทูลลาเชษฐาตามความประสงค์
แล้วเชิญองค์ทรงยศท้าวทศวงศ์ไปดำรงรมจักรนัครา
แต่องค์พระอภัยมิได้เสร็จด้วยไม่เสร็จศึกขบถโอรสา
ซ้ำสองนางต่างขัดพระอัชฌาแต่ตรึกตราอารมณ์ให้ตรมตรอม
ทั้งแสนแค้นแสนรักสลักอกแสนวิตกจนพระรูปซีดซูบผอม
น้อยหรือเมียเสียได้มันไม่ยอมพูดอ้อมค้อมขัดข้องจองหองฮึก
คิดจะใคร่ไปบวชจนหนวดขาวให้มันหนาวนอนสะอื้นไม่คืนสึก
แต่ครวญคร่ำรำพึงคะนึงนึกจนจับไข้ให้สะทึกสะท้านองค์ ฯ
๏ ฝ่ายสองนางต่างสงสารพระผ่านเกล้าต่างเข้าเฝ้าทูลถามตามประสงค์
ทูลกระหม่อมผอมซูบทั้งรูปทรงขอพระองค์จงประทานอาการประชวร ฯ
๏ พระฟังคำชำเลืองค้อนเคืองขัดมิได้ตรัสตอบความทรามสงวน
ครั้นถามซ้ำทำว่าชะเจ้ากระบวนอย่ามากวนเซ้าซี้ที่นี่เลย
แล้วเอนองค์ลงบรรทมทรงห่มส่านสั่นสะท้านทำเบือนแกล้งเชือนเฉย
ทั้งสองนางต่างเห็นผิดจริตเคยพระเฉยเมยไม่เหมือนอย่างแต่หลังมา
เห็นจะเคืองเรื่องที่ขัดไม่ตรัสด้วยมิให้ช่วยฟูมฟักเฝ้ารักษา
พลางสั่งเหล่าสาวใช้อย่าได้ช้าเรียกหมอนวดหมอยามาไวไว ฯ
๏ แล้วสองนางต่างว่าน่าสงสารพระอาการก็ไม่แจ้งแถลงไข
จะวิบัติขัดขวางเป็นอย่างไรมาเข้าไปด้วยกันแม่วัณฬา
ได้ทูลอ้อนวอนถามตามจะโปรดถึงกริ้วโกรธจะฟันบั่นเกศา
ก็ตามทีพี่น้องเราสองราจะก้มหน้าสู้ม้วยเสียด้วยกัน
แล้วสองนางต่างเข้าเคียงบรรจถรณ์ชลีกรก้มตัวกราบผัวขวัญ
ค่อยหมอบกรานคลานขึ้นแท่นสุวรรณต่างนวดฟั้นฝ่าพระบาทไม่คลาดคลา
พระเห็นนางข้างสุวรรณบรรจถรณ์ชำเลืองค้อนโฉมฉายทั้งซ้ายขวา
ค่อยเคลื่อนคลายหายสั่นจึงบัญชาแม่นางมาลีนะนางละเวง
แกล้งเป็นหมอคอเดียวกันเจียวเจ้าใครเชิญเล่าเข้ามารุมกันคุมเหง
สารพัดขัดคำไม่ยำเกรงวาสนาของข้าเองมันอาภัพ
ตัวคนเดียวเจียวจิตไม่คิดอยู่ตายเสียรู้แล้วไปเถิดไข้จับ
อย่างรักษาอย่ามาทำขยำยับพากันกลับไปเสียหนาข้าจะนอน ฯ
๏ ฝ่ายวัณฬามาลีศรีสวัสดิ์เห็นกริ้วตรัสกราบยุคลบนบรรจถรณ์
อย่าปลดเปลื้องเคืองขัดถึงตัดรอนมีโทษกรณ์เป็นไฉนตรัสให้ฟัง
ธรรมดาข้ากับเจ้าเหมือนเขาว่าเมื่อเต็มขาแล้วจะได้รับใส่หลัง
ฉันโฉดเฉาเบาจิตแม้ผิดพลั้งโปรดสักครั้งหนึ่งก่อนพอสอนใจ
พระชุบเลี้ยงเพียงนี้เป็นที่สุดพระคุณดุจดินฟ้าชลาไหล
ถึงจะลงโทษทัณฑ์ทำฉันใดก็มิได้ตอบโกรธจงโปรดปราน
เชิญเสด็จเมตตาอุส่าห์เสวยอย่าละเลยโภชนากระยาหาร
ทั้งพวกหมอขอเข้ามาพยาบาลจะอยู่งานให้ค่อยฟื้นทุกคืนวัน ฯ
๏ พระอภัยใจหวิวหวิวให้หิวโหยทั้งแรงโรยร้อนโรคเศร้าโศกศัลย์
จึงว่าน้อยหรือคำช่างรำพันพูดกระนั้นกระนี้พิรี้พิไร
ลืมแล้วหรือถือตัวให้ผัวง้อช่างถูกคอคืนคำทำไถล
สารพัดขัดขวางจืดจางใจเดี๋ยวนี้เล่าเจ้าก็ไม่ได้เป็นเมีย
จริงนะจะตรวจน้ำคว่ำกะโหลกแม้หายโรคเจ็บปวดจะบวชเสีย
อย่าย้อนยอกหลอกล้อเฝ้าคลอเคลียมิใช่เบี้ยพอปากจะมากความ ฯ
๏ นางฟังคำร่ำตรัสที่ขัดขวางทั้งสองนางต่างสะเทิ้นคิดเขินขาม
จึงว่าพระจะผนวชจะบวชตามอย่าห้ามปรามโปรดข้าฝ่าละออง
ขอฟูมฟักรักษากว่าจะฟื้นทุกค่ำคืนคอยระวังอยู่ทั้งสอง
แล้วหลีกมาหน้าสิงหาสน์ปราสาททองจัดแจงของเอมโอชโภชนา
ให้สาวใช้ไปเชิญสินสมุทรพระราชบุตรทรงศักดิ์มารักษา
นางสาวใช้ไปแถลงแจ้งกิจจาพระรีบมาหมอบเฝ้าสองเยาวมาลย์
สุมาลีชี้แจงแถลงเล่าพระโศกเศร้าซูบทรงน่าสงสาร
แม่ทั้งสองต้องโทษไม่โปรดปรานพระอาการดาลเดือดไม่เหือดเลย
พ่อมาอยู่ดูบ้างอย่าห่างเหินจะได้เชิญให้พระองค์ทรงเสวย
แล้วจัดแจงแต่งขนมเครื่องนมเนยอย่าช้าเลยพ่อเข้าไปอยู่ในปรางค์
เชิญโอสถบดไว้เข้าไปด้วยจะได้ช่วยปรนนิบัติไม่ขัดขวาง
หน่อนราว่าขอรับคำนับนางเข้าไปข้างแท่นทองประคองพาน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยตื่นไสยาสน์เห็นหน่อนาถราชบุตรสุดสงสาร
ตรัสบอกโรคโศกศัลย์สั่นสะท้านเบื่ออาหารหิวโหยให้โรยรา ฯ
๏ สินสมุทรทรุดหมอบทูลตอบถ้อยหมอมาคอยพร้อมพรักจะรักษา
แล้วตั้งเครื่องเอมโอชโภชนาถวายยาหอมรื่นชื่นอารมณ์
พระอภัยได้รสโอสถสว่างค่อยเสื่อมสร่างพลางเสวยเนยขนม
พระทรวงเส้นเป็นเหน็บเจ็บระบมหมอบังคมก้มกรานอยู่งานพลาง
แต่นั้นหน่อวรนาถไม่คลาดเคลื่อนคอยทูลเตือนปรนนิบัติไม่ขัดขวาง
ที่ร้อนโรคโศกเศร้าค่อยเบาบางคิดระคางเคืองวัณฬาสุมาลี
ทั้งลูกเมียเสียหมดมันปลดปละจะสละไปถือเป็นฤๅษี
พอสามเดือนเคลื่อนคลายค่อยหายดีพระยิ่งมีศรัทธาตรึกตราตรอง
ทั้งสองนางต่างพากันมาเฝ้าพระโศกเศร้าตรัสสั่งนางทั้งสอง
นี่แน่เจ้าเล่าก็มีบุรีครองทั้งเงินทองมองมูลประยูรยศ
อยู่ถิ่นฐานบ้านเมืองไปเบื้องหน้าจะปรารถนาหาอะไรก็ได้หมด
เราจะไปในอรัญอยู่บรรพตรักษาพรตพรหมจรรย์บรรพชา
ด้วยชาตินี้วิบัติให้พลัดพรากเหลือวิบากยากแค้นนั้นแสนสา
จะสืบสร้างทางกุศลผลผลาเมื่อชาติหน้าอย่าให้เป็นเหมือนเช่นนี้ ฯ
๏ ทั้งสองนางต่างแคลงว่าแกล้งตรัสไม่ทานทัดทูลสนองทั้งสองศรี
ขอตามติดคิดคุณพระมุนีเป็นหลวงชีปรนนิบัติด้วยศรัทธา
ยิ่งไปอยู่เกาะแก้วแล้วขยันอยากพบพี่ศรีสุพรรณมัจฉา
สุมาลีว่านี่แน่แม่วัณฬาแม่ช่วยหาหนังเสือเผื่อสักไตร ฯ
๏ พระฟังนางพลางว่าแน่แม่ปลาช่อนงอนจริงจริงยิ่งกว่าช้อนกว่างอนไถ
พาหนังเสือเหลือยากลำบากใจแล้วก็ไม่สู้ดีเหมือนชีเปลือย
พูดด้วยยากปากกล้าสมาบาปเป็นกิ่งกาบหลาบเข็ดเหลือเหน็ดเหนื่อย
ดูเลี้ยวลดคดคู้เหมือนงูเลื้อยพูดไม่เมื่อยลูกคางต้องกางกัน
ไม่รักของ้อผู้หญิงจริงจริงนะสิ้นธุระก็จะสร้างทางสวรรค์
แล้วให้หาข้าเฝ้าเผ่าพงศ์พันธุ์มาพร้อมกันสินสมุทรสุดสาคร ฯ
๏ พระขึ้นบนมนเทียรวิเชียรรัตน์จึงปลดเปลื้องเครื่องกษัตริย์ประภัสสร
ทรงเครื่องขาวดาวบสประณตกรอุทุมพรทับเฉียงเฉวียงองค์
แล้วจัดจีบกลีบชฎารักษาพรตเป็นดาบสบุตรพรหมสมประสงค์
สอดสวมด้ายสายธุรำประจำทรงตั้งดำรงศิลห้าสมาทาน
ถือพัดวาลวิชนีแล้วลีลาศขึ้นนั่งอาสน์อิศรามุกดาหาร
พร้อมโอรสยศยงพระวงศ์วานโปรดประทานเทศนาตามบาลี
ทรงแก้ไขในข้อพระบรมัตถ์วิสัยสัตว์สิ้นพิภพล้วนศพผี
ย่อมสะสมถมจังหวัดปัถพีไพร่ผู้ดีที่เป็นคนไม่พ้นตาย
พระนิพพานเป็นสุขสิ้นทุกข์ร้อนเปรียบเหมือนนอนหลับไม่ฝันท่านทั้งหลาย
สิ้นถวิลสิ้นทุกข์เป็นสุขสบายมีร่างกายอยู่ก็เหมือนเรือนโรคา
ทั้งแก่เฒ่าสาวหนุ่มย่อมลุ่มหลงด้วยรูปทรงลมเล่ห์เสน่หา
เป็นผัวเมียเคลียคลอครั้นมรณาก็กลับว่าผีสางเหินห่างกัน
จงหวังพระปรมาศิวาโมกข์เป็นสิ้นโศกสิ้นสุดมนุษย์สวรรค์
เสวยสุขทุกเวลาทิวาวันเหลือจะนับกัปกัลป์พุทธันดร
แต่บรรดามาฟังอยู่ทั้งสิ้นจงถือศิลภิญโญสโมสร
สินสมุทรเจ้าจงพาพลากรไปถิ่นฐานนันดรเหมือนก่อนมา ฯ
๏ ฝ่ายนงลักษณ์อัคเรศครั้นเทศน์จบเจียนสลบด้วยเห็นขาดวาสนา
พระทรงศิลสิ้นเสร็จมิเมตตาต่างโศกากอดบาทไม่คลาดคลาย
ต่างทูลว่าข้าขอรับบรรพชิตพอเป็นศิษย์สาพิภักดิ์สมัครหมาย
แม้เลยละจะขอเชือดคอตายสู้ถวายชีวาไม่อาลัย
ทั้งโอรสยศยงพวกพงศ์เผ่าต่างโศกเศร้าโศกาน้ำไหล
ทั้งข้าเฝ้าสาวสนมกรมในร่ำร้องไห้แซ่เสียงทั้งเวียงวัง ฯ
๏ พระฤๅษีมีจิตคิดสงสารพวกวงศ์วานหลานลูกได้ปลูกฝัง
จึงหยุดยั้งยังสุวรรณบัลลังก์ตรัสถามทั้งวัณฬาสุมาลี
เราตัดขาดญาติมิตรเปลื้องปลิดปลดไม่รักยศรักกายคิดหน่ายหนี
เจ้าจะสร้างทางพรตดาบสนีอย่ายินดีที่ผัวคิดพัวพัน
ไปเที่ยวอยู่ภูเขาลำเนาถ้ำถือศีลธรรมบำเพ็ญเบญจขันธ์
สมมติเหมือนเพื่อนจงกรมพรหมจรรย์ให้แม่นมั่นสัญญาจะพาไป ฯ
๏ ทั้งสองนางน้อมคำนับตามรับสั่งเป็นสัจจังยังไม่เสื่อมที่เลื่อมใส
พระประโยชน์โพธิญาณประการใดจะตามใต้บาทาสารพัน
กว่าจะถึงซึ่งมหาศิวาโมกข์สิ้นฟ้าดินสิ้นโอฆสิ้นโศกศัลย์
แม้พลั้งพลาดขาดพรตทศธรรม์จึงห้ำหั่นบั่นศีรษะเสียบประจาน ฯ
๏ พระฟังคำร่ำว่าสาพิภักดิ์เห็นพร้อมพรักรักพระองค์ก็สงสาร
สิ้นแสนงอนอ่อนพยศจึงพจมานโปรดประทานโทษให้เหมือนใจจง ฯ
๏ ฝ่ายสองนางต่างบังคมด้วยสมนึกลามาตึกเตียงทองเข้าห้องสรง
ต่างชำระสระสนานสำราญองค์แล้วก็ทรงเครื่องพรตดาบสนี
ชฎากลีบจีบจัดฉวัดเฉวียนล้วนขาวเขียนลายทองผุดผ่องศรี
ประคำพลอยห้อยพระศอจรลีไปนั่งที่แท่นสุวรรณริมบัลลังก์
ดาบสพระอภัยให้ศีลห้าว่านำหน้านางชีว่าทีหลัง
จนจบปัญจสีลาสิกขาปทังสองนางนั่งกราบงามลงสามที
แล้วนั่งเคียงเรียงกันเป็นหลั่นลดรักษาพรตงดงามสามฤๅษี
จอมกษัตริย์ยถาถามตามบาลีนางก็รับสัพพีด้วยปรีดา ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลสมรสินสมุทรสุดสาครโอรสา
ดูบิตุรงค์สงสารทั้งมารดาจะกลับไกลไปป่าเหลืออาลัย
ต่างกราบกรานมารดรทั้งบิตุเรศชลเนตรนองตกซกซกไหล
ระทวยทอดกอดบาทเพียงขาดใจต่างพิไรร่ำว่าสารพัน ฯ
๏ สินสมุทรสุดเศร้าว่าเปล่าจิตเคยตามติดบิตุเรศทุกเขตขัณฑ์
กำพร้าแม่เห็นแต่องค์พระทรงธรรม์ทุกคืนวันเวลาไม่อาวรณ์
พระกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกช่วยปลูกฝังถึงเบาจิตผิดพลั้งช่วยสั่งสอน
พระบิตุรงค์ทรงพรตจะบทจรพระมารดรก็ไม่สั่งลูกมั่งเลย
ทั้งสามองค์ทรงผนวชบวชเสียสิ้นให้ลูกกินแต่น้ำตานิจจาเอ๋ย
ไปเฝ้าพระจะไม่เห็นเหมือนเช่นเคยจะแลเลยลิบลับไปนับปี
สุดสาครอ่อนแรงกันแสงสะอื้นสู้กล้ำกลืนกราบประณตบทศรี
ทูลกระหม่อมจอมจังหวัดปัถพีเคยเป็นที่พึ่งลูกคิดผูกพัน
พระบิตุราชมาตุรงค์รีบทรงพรตสละหมดเหมือนจะเลยเสวยสวรรค์
จะรำพึงถึงพระบาทไม่ขาดวันด้วยไม่ทันรู้รหัสพระศรัทธา
ทูลกระหม่อมจอมทวีปประทีปแก้วจะลับแล้วเหลือแลชะแง้หา
ยิ่งคิดให้ใจหายฟายน้ำตาซบโศกากำสรดสลดใจ
ทั้งนงเยาว์เสาวคนธ์ให้อ้นอั้นพลอยโศกศัลย์เศร้าหมองไม่ผ่องใส
สะอื้นร่ำพร่ำว่าด้วยอาลัยพระจะไปป่าหนามทั้งสามองค์
จะลำบากยากจนนั้นล้นเหลือบรรทมเหนือปถพีธุลีผง
ลูกพลัดพรากจากตระกูลประยูรวงศ์หวังพระองค์อุ่นจิตเหมือนบิดา
ทั้งสองพระชนนีเป็นที่พึ่งก็เหมือนหนึ่งพระกำเนิดเกิดเกศา
เคยอุ้มวางกลางพระเพลาแต่เยาว์มาเหมือนธิดาโอรสให้งดงาม
ถ้าแม้พระจะเสด็จไปทางอื่นจะฝ่าฝืนตามเสด็จไม่เข็ดขาม
นี่ทางพรตอตส่าห์พยายามสุดจะคิดติดตามจะห้ามบุญ
พระทรงศักดิ์รักลูกช่วยปลูกฝังถึงผิดพลั้งดังหนึ่งบุตรช่วยอุดหนุน
ในชาตินี้มิได้ละลืมพระคุณที่การุญรักใคร่แต่ไรมา
แล้วกราบลงตรงบาทพระบิตุเรศชลเนตรพรั่งพรายทั้งซ้ายขวา
ฝ่ายฝูงนางข้างฝรั่งเมืองลังกานางรำภายุพาสุลาลี
เคยพึ่งพาอาศัยใจจะขาดเข้ากอดบาทนางวัณฬามารศรี
เจ้าประคุณบุญญาบารมีเคยเป็นที่พึ่งฝรั่งทั้งลังกา
แต่ปางก่อนรอนราญทำการศึกที่การอื่นตื้นลึกเคยปรึกษา
ครั้งนี้พระเป็นชีมีศรัทธามิให้ข้าทั้งสามทราบความเลย
พระชุบเลี้ยงเพียงบุตรสุดถนอมเจ้าพระคุณทูลกระหม่อมของลูกเอ๋ย
จะอยู่ดงพงไพรพระไม่เคยเคยเสวยโต๊ะทองของโอชา
จะไปฉันมันเผือกผลาผลจะร้อนรนทนลำบากยากหนักหนา
จะเผือดผิวหิวโหยร่วงโรยราจะไสยาอยู่กับพระธรณี
ข้าทั้งสามจะขอตามเสด็จด้วยจนมอดม้วยเหมือนหมายไม่หน่ายหนี
ขอบวชบ้างอย่างเช่นพระเป็นชีอยู่ข้างที่รับใช้เหมือนได้เคย
จะเก็บเลือกเผือกมันพรรณลูกไม้มาปอกให้สามพระองค์ทรงเสวย
อย่าขัดเคืองเปลื้องปละสละเลยลูกไม่เคยเริศร้างเหินห่างไกล
นางละเวงเกรงผัวกลัวจะกริ้วจึงนบนิ้วทุลแจ้งแถลงไข
นางฝรั่งทั้งสามจะตามไปจงโปรดให้บวชบ้างเป็นนางชี
จึงตรัสว่านารีที่มีผัวจะบวชตัวก็ต้องลาเหมือนทาสี
แม้ผัวยอมพร้อมใจเป็นไรมีบวชเป็นชีก็จะได้ดังใจจง ฯ
๏ ยุพาฟังบังคมสมถวิลทูลลาสินสมุทรตามความประสงค์
จะบวชตามสามกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ขอพระองค์อนุกูลอย่าสูญใจ
หน่อกษัตริย์ตรัสว่าจะลาบวชข้ามิชวดแล้วหรือถือไฉน
อยู่ดีดีนี่จะมาขอลาไปข้ามิให้บวชดอกบอกจริงจริง
นางผกาฝรั่งคิดคั่งแค้นจึงว่าแสนยากเย็นเพราะเป็นหญิง
สิบแปดปีนี้แล้วพระสละทิ้งมาท้วงติงตัดเด็ดไม่เมตตา
ถึงกฎหมายชายทิ้งหญิงอย่างนั้นก็ขาดกันอย่าให้ต้องถึงฟ้องหา
เหมือนปล่อยเต่าเอาบุญกรุณาอย่าข้องขัดศรัทธาจงปรานี
พระว่าบทกฎหมายชายทิ้งหญิงก็ขาดจริงเพราะห่างระคางหนี
ข้ากับเจ้าเล่าก็คืนวานซืนนี้ไม่คืนดีกันหรือเจ้าหรือเปล่าใจ ฯ
๏ ฝ่ายลีวันนั้นทูลลาสุดสาครชลีกรวอนว่าอัชฌาสัย
อย่าข้องขัดทัดทานประการใดจงโปรดให้บวชตามสามพระองค์
ฝ่ายว่าสุดสาครพูดอ่อนหวานราชการเกี่ยวข้องต้องประสงค์
เจ้าก็รู้อยู่ว่าพระมาตุรงค์ได้โปรดปลงให้บำรุงกรุงลังกา
ด้วยศึกเสือเหนือใต้ยังไม่ราบจะต้องปราบปรามศึกได้ปรึกษา
เจ้าเคยได้ใช้ฝรั่งแต่หลังมาช่วยตรวจตราอย่าเพ่อบวชให้ชวดเลย
สุลาลีมีฝีปากพูดถากถางมาขัดขวางทางบุญพ่อคุณเอ๋ย
แต่ก่อนนั้นได้มาอยู่เป็นคู่เชยแล้วปล่อยปละละเลยเฉยเมยไป
ถ้าหากว่าลาลีจะมีผัวก็ไม่กลัวที่จะจับมาปรับไหม
มาห้ามหวงหน่วงเหนี่ยวเกี่ยวเกาะไว้ดูเหมือนไม่ได้ทราบที่บาปกรรม
เดี๋ยวนี้ก็รู้อยู่ว่าเป็นข้าบาทแม้ไม่ขาดคงจะชุบอุปถัมภ์
เหมือนลูกชั่วผัวช่วยปราบให้หลาบจำนี่พลอยซ้ำทำให้ร้อนไม่ผ่อนปรน
ตัวคนเดียวเปลี่ยวใจจะใคร่บวชกลับให้ชวดสืบสร้างทางกุศล
เขาทำบุญสุนทานมารประจญช่างเหลือทนลูกผัวล้วนตัวดี
สุดสาครวอนว่าลาลีเอ๋ยอย่างเพ่อเลยหลีกผัวเอาตัวหนี
ถ้าลูกมีทีหลังเป็นอย่างนี้จึงเป็นชีเถิดไม่ห้ามตามใจนาง ฯ
๏ ฝ่ายรำภาสะหรีชลีสนองซึ่งพี่น้องสองกษัตริย์ยังขัดขวาง
ข้าน้อยนี้มีแต่ตัวลูกผัวร้างขอบวชบ้างสร้างกุศลผลผลา
พระอภัยได้ฟังว่ายังขัดด้วยผัวเจ้าเขาไม่ตัดเสนหา
ยังหวงแหนแม้นจะรับบรรพชาไม่เป็นดาบสจะซ้ำเป็นกรรมไป ฯ
๏ แล้วเอื้อนโอษฐ์โปรดปรานว่าหลานลูกจงพันผูกพี่น้องให้ผ่องใส
พอรุ่งเช้าเราจะพากันไคลคลาไปอยู่ไพรพฤกษาตามบาลี
ฝ่ายฝรั่งทั้งหลายทั้งชายหญิงจงพึ่งพิงผู้บำรุงซึ่งกรุงศรี
ผู้เป็นใหญ่ได้เมตตาคิดปรานีให้เปรมปรีดิ์ปราโมทย์ยกโทษกรณ์ ฯ
๏ ฝ่ายเผ่าพงศ์วงศาพวกฝรั่งพร้อมสะพรั่งฟังคำที่พร่ำสอน
หน่อนรินทร์สินสมุทรสุดสาครกราบบิดรวอนว่าด้วยอาลัย
ซึ่งสามพระจะเสด็จไปเดินป่าไม่ทราบว่าจะไปหนตำบลไหน
พระชนนีมิเคยเดินดำเนินไพรจะเจ็บไข้ได้ยากลำบากองค์
ลูกจะขอปวรณาฝ่าพระบาทมิให้ขาดที่ธุระพระประสงค์
นิมนต์พักจักไปสร้างที่กลางดงเป็นที่ทรงจงกรมพรหมจรรย์
จะให้มีศาลาพระอาศรมแต่พอร่มฝนฟ้าหน้าวสันต์
ตามประโยชน์โปรดเกล้าแต่เท่านั้นอย่าด้นดั้นไปให้สูญประยูรวงศ์ ฯ
๏ พระฟังว่ากล้าหาญการกุศลรับนิมนต์จึงว่าตามความประสงค์
เหมือนอินทรามานิมิตด้วยฤทธิรงค์ที่เขาวงกตถวายก็คล้ายกัน
หน่อนรินทร์ยินดีทั้งพี่น้องต่างยิ้มย่องชื่นชวนกันสรวลสันต์
นิมนต์ไว้วังลังกาสิบห้าวันกว่าจะได้ถวายบรรณศาลา
แล้วเกณฑ์ไพร่ไปลำเนาเขาสิงคุตร์ที่สูงสุดกว้างใหญ่ไพรพฤกษา
มีโตรกตรวยห้วยละหานธารธาราเงื้อมศิลาเลื่อมลายพรอยพรายแพรว
พฤกษาสูงยูงยางขึ้นข้างเขาชะลูดเสลาแลลิ่วเป็นทิวแถว
มะม่วงโมกโศกสุกรมต้นนมแมวพิกุลแก้วกาหลงประยงค์พะยอม
ทุเรียนลำไยไม้ออกช่อดอกผลบ้างร่วงหล่นลูกขนุนกลิ่นกรุ่นหอม
ต้นโศกไทรใหญ่ยิ่งยื่นกิ่งค้อมจะให้คล่อมอาศรมร่มสำราญ
จึงปลูกบรรณศาลาก่ออาศรมที่รื่นร่มรุกโขรโหฐาน
โรงฉันที่สรงน้ำริมลำธารเป็นชั้นชานชะวากเหมือนฉากบัง
ด้วยหน่อไทไปกำกับกำชับช่างอาศรมสร้างสุดงามทั้งสามหลัง
ดูครึ้มครื้นรื่นรมย์ที่ร่มรังมีเขื่อนกั้นบัลลังก์น่านั่งนอน
ริมกุฎีมีสระปทุมชาติระดะดาษดอกดวงบัวหลวงสลอน
สมถวิลสินสมุทรสุดสาครสิ้นทุกข์ร้อนรีบมาถึงธานี
ให้ตระเตรียมเทียมรถรับเสด็จครั้นสรรพเสร็จไปประณตบทศรี
ทูลพระองค์ทรงพรตดาบสนีเหมือนทำที่ไว้ถวายท้ายบรรพต ฯ
๏ พอเดือนยี่สี่ค่ำนำพระบาททรงรถราชญาติวงศ์ตามส่งหมด
เป็นสิ้นความสามพระองค์อยู่ทรงพรตที่บรรพตสิงคุตร์ดุจนิมนต์
ยอดคิรีมีต้นโรทันใหญ่น้ำปลายใบหยดย้อยเหมือนฝอยฝน
ครั้นแสงแดดแผดส่องต้องมณฑลเป็นหมอกมนมีอยู่แต่บูราณ
ด้วยคิรีนี้เป็นหลักลังกาทวีปยอดเหมือนกลีบจงกลมณฑลสถาน
ครั้นถึงสิบห้าวันก็บันดาลเป็นฝนซ่านโซมสาดไม่ขาดคราว
โซ่เหล็กล่ามสามสายฝ่ายเหนือใต้ต่างกระไดปีนป่ายเหนี่ยวสายสาว
จึงนับถือลือเลื่องเป็นเรื่องราวมีรูปเจ้าสิงคุตร์สุดคิริน
เมื่อแรกตั้งลังกาลงมาเกิดกล่าวกำเนิดน่าฟังหวังถวิล
ว่ารูปทรงองค์สิงคุตร์บุตรพระอินทร์ดำเหมือนนิลกินถั่วงากินสาคู
ครั้นสิ้นเหล่าชาวลังกาจึงฝรั่งยกมาตั้งทั้งเจ๊กจีนจึงกินหมู
แต่ก่อนเขาเล่ามาถึงเราจึงรู้เท็จจริงอยู่กับผู้เฒ่าที่เล่ามา ฯ
๏ พระอภัยไปตั้งหลังบรรพตรักษาพรตพรหมจรรย์ด้วยหรรษา
รำภาสะหรีลีวันยุพาผกาคุมโยธาฝรั่งอยู่ทั้งพัน
เก็บส้มสูกลูกไม้เผือกมันมั่งถวายทั้งสามองค์ให้ทรงฉัน
เป็นป่ากว้างทางเดินเนินอรัญไปสามวันจึงถึงวังเมืองลังกา
สินสมุทรไปบำรุงกรุงผลึกได้ปราบศึกสืบวงศ์เผ่าพงศา
สุดสาครเสาวคนธ์สุมณฑาครองลังกาผาสุกสนุกสบาย
พวกทมิฬกินปักษาชื่อวาโหมไปพาราวาหุโลมส่งโสมถวาย
ทหารใหญ่อ้ายย่องตอดนั้นวอดวายนางสุนีหนีกายสูญหายไป ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ