ตอนที่ ๔๖ พระอภัยมณีกลับเมือง

๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเจ้าไตรจักร ชวนน้องรักมาในตึกแล้วปรึกษา
จะเลิกทัพกลับคืนไปพารา แต่งวิวาห์สินสมุทรกับบุตรี
ช่วยบำรุงกรุงผลึกเฉลิมราชย์ อุปราชว่าขานการกรุงศรี
ตามวิสัยในจังหวัดปัถพี จะเห็นดีด้วยกันหรือฉันใด
ศรีสุวรรณอัญชลีพระพี่เจ้า ซึ่งโปรดเกล้านี้ก็งามตามวิสัย
จะจัดแจงแต่งงานประการใด ตามพระทัยไม่ขัดพระอัชฌา ฯ
๏ พระชื่นชมสมหวังแล้วสั่งน้อง เตรียมพวกพ้องพลนิกายทั้งซ้ายขวา
พรุ่งนี้เช้าเราจะได้ยกไคลคลา พระอนุชาน้อมคำนับรับโองการ
ออกพลับพลาหน้าวังสั่งอำมาตย์ ให้เตรียมราชรถาโยธาหาญ
ประเทียบเหล่าสาวสรรค์พนักงาน ล้วนใส่ม่านเคียงคั่นเป็นหลั่นไป
เกณฑ์กองนำทำทางไปข้างหน้า ปลูกค่ายทัพพลับพลาที่อาศัย
จัดสำเร็จเสร็จสรรพกองทัพชัย พอจวนใกล้สุริยาจะสายัณห์ ฯ
๏ ฝ่ายเสนาข้าเฝ้าเหล่าขุนหมื่น แต่ล้วนพื้นกองพหลพลขันธ์
เก็บเอาเกวียนพวกฝรั่งสิ้นทั้งนั้น มาจัดบรรทุกเสบียงไว้เรียงราย
บ้างซื้อหาผ้าผ่อนเพชรนิลนาก เป็นของฝากชู้เมียสู้เสียหาย
จะกลับทัพหลับนอนผ่อนสบาย ทั้งไพร่นายสรวลเสเสียงเฮฮา ฯ
๏ ฝ่ายห้ามแหนแสนสุรางค์นางสนม ทุกหมู่กรมเตรียมจัดเครื่องรถา
ให้บ่าวไพร่ไปกำกับกำชับกำชา ทั้งหีบผ้าเครื่องแต่งแป้งน้ำมัน
บ้างซื้อเครื่องเมืองฝรั่งดังหมายมาด ทั้งโหมดตาดอัตลัดเข็มขัดขัน
ทั้งเครื่องแก้วเครื่องทองของสำคัญ ขอแบ่งปันซื้อหาราคาแพง
ให้ข้าคนขนใส่มาในรถ ทั้งเครื่องยศหวีแหนบเหน็บแอบแฝง
บ้างหาบหีบรีบรัดไปจัดแจง จุดคบแดงเดินไขว่กันไปมา ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์ดำรงราชย์ ไม่เสียชาติเชื้อวงศ์เผ่าพงศา
จึงพรายแพร่งแจ้งเหตุกับเกษรา นางรำภาเดี๋ยวนี้ก็มีครรภ์
พี่จะใคร่ให้ของสำคัญไว้ แหวนกำไลปะวะหล่ำเครื่องทำขวัญ
สำหรับผูกลูกเต้าเป็นเผ่าพันธุ์ จะได้กันครหาข้างหน้าไป
นางทูลตอบขอบพระคุณทูลกระหม่อม ซึ่งโอบอ้อมเอื้อเฟื้อกับเนื้อไข
พระเอ็นดูกุมารประการใด น้องมิได้เคืองขัดเป็นสัจจา
พระแย้มยิ้มพริ้มพรายไม่หน่ายรัก ด้วยนงลักษณ์รักสนิทไม่อิจฉา
ให้คนใช้ไปแถลงแจ้งกิจจา นางรำภาดีใจจะใคร่ฟัง
ไม่จัดแจงแต่งตัวเพราะผัวร้าง ค่อยเยื้องย่างเข้าในตึกให้นึกหวัง
เห็นทรงศักดิ์อัคเรศร่วมบัลลังก์ ประณตนั่งน้อมนบอภิวันท์ ฯ
๏ มเหสีดีใจปราศรัยทัก สงสารนักชันษาอ่อนกว่าฉัน
ได้ร่วมคู่รู้จักจะรักกัน เหมือนพงศ์พันธุ์พี่น้องอย่าหมองใจ
เจ้าเป็นหญิงจริงอยู่แต่สู้รบ หากว่าพบคู่ชีวิตพิสมัย
เมื่อเธอมีโอรสยศไกร ก็จะได้เป็นน้องของบุตรี
แล้วถอดธำมรงค์เพชรเจ็ดกะรัต จากพระหัตถ์ให้รำภามารศรี
นางคำนับรับไว้ด้วยไมตรี อัญชลีแล้วสนองให้ต้องความ
ขอบพระคุณสุนทราเมตตาโปรด ไม่ถือโทษจ้วงจาบทำหยาบหยาม
ซึ่งผิดพลั้งครั้งณรงค์ในสงคราม อย่าคุมความโทษาขออาภัย ฯ
๏ นางรับคำร่ำว่าประสาซื่อ มิได้ถือทำสงครามตามวิสัย
ไม่ดูถูกลูกผู้หญิงอย่ากริ่งใจ จะรักใคร่ให้เหมือนเพื่อนชีวี
ศรีสุวรรณนั้นเห็นหน้ารำภาน้อย ไม่แช่มช้อยผุดผ่องเหมือนต้องผี
แต่อาลัยใจซื่อฝีมือดี จึงพาทีเพทุบายภิปรายเปรย
นางรำภาข้าจะกลับกองทัพแล้ว จะคลาดแคล้วฟูกหมอนที่นอนเขนย
ยังรำลึกนึกเห็นเหมือนเช่นเคย ใช่จะเฉยเลยลืมปลื้มอาลัย
จะชวนเจ้าเยาวลักษณ์ไปนัคเรศ จะถือเพศพุทธกิจหรือคิดไฉน
หรือรักรีตกีดขวางเป็นอย่างไร ก็ตามใจใช่จะขัดอัธยา
นางนบนอบตอบรสพจนารถ โปรดประภาษเพียงนี้ดีหนักหนา
แต่ข้าบาทชาติฝรั่งเกาะลังกา จะพูดจาก็ไม่ชัดสันทัดไทย
อนึ่งเล่าเจ้าลังกาเมตตาเลี้ยง พระคุณเพียงแผ่นภพสบสมัย
แม้ชาตินี้ชีวันมิบรรลัย ก็ตั้งใจจะเป็นข้ายุพาพาล
เชิญพระองค์นงลักษณ์ไปนัคเรศ คืนประเทศธานินทร์ถิ่นสถาน
แต่หนหลังพลั้งผิดกิจการ โปรดประทานโทษาอย่าราคี ฯ
๏ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายโปรด ไม่ถือโทษโทษารำภาสะหรี
ถึงไม่ไปชมพูร่วมบูรี จะช่วยพี่นางบำรุงกรุงลังกา
ก็ตามใจได้เป็นคู่เคยรู้จัก ขอฝากรักไว้กับนางต่างภาษา
แล้วยื่นของรองพานประทานรำภา เกี้ยวจินดาปะวะหล่ำทั้งกำไล
สร้อยสังวาลบานพับสำหรับบุตร อย่าให้สุดสิ้นเชื้อเป็นเนื้อไข
รำลึกถึงจึงค่อยพาลูกยาไป ชมเมืองไทยบ้างเถิดนางอย่าหมางเมิน
นางคำนับรับของสนองตอบ พระรอบคอบคุณนั้นสุดสรรเสริญ
ย่อมทราบความตามเคราะห์จำเพาะเพลิน ถึงมิเมินก็เหมือนเมินด้วยเกินกาย
แม้บุญปลอดคลอดบุตรสุดสวาท จะพาราชตระกูลไปทูลถวาย
นางทูลความยามดึกให้นึกอาย ค่อยก้มกรายกราบลากลับมาเตียง ฯ
๏ ฝ่ายยุพาผกาชาติฝรั่ง เห็นผัวนั่งแท่นสุวรรณชั้นเฉลียง
พอคนว่างนางค่อยแฝงแสงตะเกียง ชม้ายเมียงหมอบกรานถือพานทอง
ตั้งเทียนธูปบุปผาสมาผัว ค่อยยอบตัวกราบก้มประนมสนอง
แต่ก่อนไรได้เป็นข้าฝ่าละออง ทำให้ข้องเคืองขัดพระอัชฌา
ประทานโทษโปรดให้อภัยผิด อย่าได้คิดขุ่นแค้นถึงแสนสา
กระหม่อมฉันถึงเสด็จมิเมตตา กรุณาหน่อไทที่ในครรภ์
ความทุกข์ทนล้นเหลือแต่เมื่อคลอด จะได้รอดชีวาหรืออาสัญ
ขอบุญญาฝ่าละอองช่วยป้องกัน อย่าให้อันตรายมีทางนี้เลย ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบดินทร์สินสมุทร คิดถึงบุตรบ่นว่านิจจาเอ๋ย
แต่ก่อนไรได้อยู่เป็นคู่เชย จะจำเลยลาลับไปนับนาน
น้ำใจพี่ที่จริงไม่ทิ้งขว้าง ใคร่พานางไปนิเวศน์ประเทศสถาน
แต่เกรงเหล่าเผ่าพงศ์พระวงศ์วาน จะว่าขานครหาเป็นราคี
ด้วยเคยถูกหยูกยาข้างฝรั่ง จะว่าคลั่งเคลิ้มอีกจึงหลีกหนี
เป็นเคราะห์แล้วเเคล้วคลาดในชาตินี้ ถึงจะมีผัวข้าไม่ว่าความ
แต่ลูกเต้าเอามาให้ข้าเลี้ยง ตั้งชื่อเสียงตามข้าภาษาสยาม
เป็นเชื้อไขไว้ยศให้งดงาม ได้ถือตามภาษาพาราเรา
อย่ากลัวนะจะบอกเมื่อออกลูก เอาผ้าผูกโยงเหนี่ยวไว้เจียวเจ้า
ที่ปวดป่วนครวญครางค่อยบางเบา เห็นอย่างเขาเคยทำจึงจำไว้ ฯ
๏ นางผกากล้าปากมิอยากลด ทูลประชดชี้แจงแถลงไข
ซึ่งนอบน้อมยอมอยู่ด้วยภูวไนย เพราะชิงชัยเพลี่ยงพล้ำต้องจำเป็น
อันภาษาฝรั่งถึงทั้งชั่ว ไม่มีผัวสองเลยเช่นเคยเห็น
ถึงขัดสนรนร้อนไม่หย่อนเย็น จะตามเล่นเพื่อนผู้หญิงเสียจริงเจียว
ซึ่งโปรดว่าข้าเมื่อกี้ให้มีผัว ถึงทั้งชั่วให้อินทรามาเขียวเขียว
ไม่ขอเห็นเว้นแต่ตรงพระองค์เดียว ถ้าลดเลี้ยวลงอาญาฝ่าธุลี
จงคอยจับปรับไหมชายฝรั่ง เฆี่ยนให้หลังลายส่งไปโรงสี
ขอพึ่งบุญมุลิกาเป็นสามี พอไพรีรู้ทั่วได้กลัวเกรง ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสว่าอย่าปรารภ ทั้งแผ่นภพพี่มิให้ใครข่มเหง
แม้ศึกมีพี่ยาจะมาเอง ไม่กลัวเกรงฤทธิ์ท้าวทุกด้าวแดน
แล้วถอดธำมรงค์บุษย์ที่สุดอย่าง ยื่นให้นางแล้วว่าพี่มีแต่แหวน
เก็บไว้เถิดเกิดลูกได้ผูกแทน ถ้ามาตรแม้นชีวันไม่บรรลัย
จะกลับมาหาเจ้าอย่าเศร้าสร้อย ไม่ขาดลอยลืมมิตรพิสมัย
พลางลูบหลังตามเคยชะเลยใจ เหมือนเปลวไฟฝอยนิดก็ติดเชื้อ
เข้าเคียงข้างพลางพลอดแล้วกอดก่าย ไม่รู้หายหอมให้อาลัยเหลือ
ระรื่นกลิ่นดินถนันจวงจันทน์เจือ ไม่รู้เบื่อรสฝรั่งเมืองลังกา
อัศจรรย์นั้นเพียงตะเกียงดับ หิ่งห้อยวับแวมเรืองริมเฝืองฝา
เฝ้าสั่งซ้ำร่ำไห้อาลัยลา แล้วต่างไปไสยาในราตรี ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยวิไลโฉม เสียงประโคมยามสองให้หมองศรี
จะไปสั่งนางวัณฬาเกรงมาลี แกล้งพาทีเพทุบายให้ตายใจ
พรุ่งนี้เช้าเราจะกลับกองทัพแล้ว นะน้องแก้วงีบระงับให้หลับใหล
แต่ตัวพี่นี้จะลาน้องยาไป พูดเกลี่ยไกล่ผูกพันนางวัณฬา
ให้ฝากตัวกลัวเราหนอเจ้าพี่ อย่าให้มีศึกเสือเบื่อหนักหนา
นางยิ้มแย้มแช่มช้อยพลอยเจรจา พระไปหาเห็นจะราบเพราะปราบปราม
แม้ไม่ไปไหนเลยจะเสร็จศึก จวนจะดึกเชิญเสด็จอย่าเข็ดขาม
พระขวยเชินเมินหมางเห็นขวางความ จึงว่าตามแต่จะว่าแล้วคลาไคล
เข้าตึกทองห้องละเวงวัณฬาสนิท เห็นม่านปิดป้องลับหรือหลับใหล
แหวกวิสูตรรูดกระจ่างสว่างไฟ เห็นนางนอนถอนฤทัยทั้งไสยา
เหมือนจะรู้อยู่ว่าโศกเพราะโรครัก สงสารนักนั่งชิดกนิษฐา
เห็นสาวน้อยพลอยสะอื้นฝืนพักตรา พระชลนาคลอคลองประคองเคียง
ค่อยสวมสอดกอดประทับนางกลับตื่น ว่าคนอื่นแอบนุชร้องสุดเสียง
เห็นทรงฤทธิ์คิดอายชม้ายเมียง ยังคมเคียงขอสมาพระสามี
ไม่ทันรู้จู่มาเวลาดึก น้องนี้นึกเกรงพระมเหสี
จะขัดเคืองเบื้องหน้าเป็นราคี หรือพระมีธุระมาจะว่าไร ฯ
๏ พระลูบโลมโฉมเฉลาเยาวลักษณ์ ไม่สิ้นรักร่วมชีวิตพิสมัย
ถึงตัวพี่นี้จะพรากจากเจ้าไป แต่จิตใจอยู่เฝ้าทุกเช้าเย็น
แม่โฉมยงจงสำราญผ่านสมบัติ ให้ศรีสวัสดิ์สิ้นทุกข์สิ้นยุคเข็ญ
เป็นเคราะห์กรรมจำจากกระดากกระเด็น ต้องจำเป็นจำไปจำไกลกัน
จริงนะน้องตรองตรึกให้ลึกซึ้ง ใช่จะขึ้งโกรธรังเกียจคิดเดียดฉันท์
ขอฝากบุตรสุดใจที่ในครรภ์ ให้สืบพันธุ์พงศ์กษัตริย์สวัสดี
แล้วเปลี่ยนเปลื้องเครื่องทรงทั้งมงกุฎ ให้นงนุชนางวัณฬามารศรี
สำหรับทรงองค์โอรสเครื่องยศนี้ เหมือนตัวพี่ผู้บิดาให้ถาวร ฯ
๏ นางคำนับรับประทานใส่พานตั้ง บนบัลลังก์ริมสุวรรณบรรจถรณ์
ระทวยทับกับพระเพลาเฝ้าชะอ้อน แต่ชาติก่อนกรรมน้องมากเหมือนพรากนก
เป็นกำพร้ามาแต่น้อยให้สร้อยเศร้า เดี๋ยวนี้เล่าผัวก็พรากไปจากอก
ไม่เห็นใครในทวีปจะหยิบยก ทุกข์ในอกออกให้เบาบรรเทาทรวง
ที่ทรงครรภ์นั้นก็ทุกข์ถึงสุขุม เหมือนหนึ่งอุ้มเมรุไกรอันใหญ่หลวง
อาภัพใครในแผ่นดินสิ้นทั้งปวง ไม่เหมือนทรวงวัณฬาเหลืออาภัพ
ได้พึ่งบุญทูลกระหม่อมเหมือนฉัตรแก้ว จะคลาดแคล้วคล้อยเคลื่อนเหมือนเดือนดับ
โอ้จันทราคลาคลาดลีลาศลับ ยังคืนกลับมาสว่างเมื่อกลางเดือน
พระจากไปไหนจะมาเห็นหน้าน้อง เหมือนเดือนส่องภพไตรใครจะเหมือน
จะนับปีมิได้กลับมาเยี่ยมเยือน ยิ่งกว่าเดือนลับฟ้าเหลืออาลัย
จะแลเหลียวเปลี่ยวเปล่าทุกเช้าค่ำ โอ้ว่ากรรมน้องสร้างแต่ปางไหน
นางครวญคร่ำกำสรดระทดฤทัย สะอื้นไห้ไม่วายฟายน้ำตา ฯ
๏ พระกอดองค์นงลักษณ์อัคเรศ น้ำพระเนตรพรั่งพรายทั้งซ้ายขวา
ประคองนางทางเช็ดชลนา อย่าโศกานักน้องจะหมองนวล
จะหาไหนได้เหมือนเจ้าเยาวมิ่ง เป็นยอดยิ่งในมนุษย์สุดสงวน
ไม่ทอดทิ้งมิ่งขวัญอย่ารัญจวน เหมือนเพชรล้วนควรบำรุงให้รุ่งเรือง
แม่ก็รู้อยู่ว่าพี่เป็นที่รัก อย่าทุกข์หนักเนื้อละม่อมจะผอมเหลือง
ไปจัดแจงแต่งงานอยู่บ้านเมือง พอปลดเปลื้องสิ้นธุระไม่ละเลย
จะกลับมาหานุชเยี่ยมบุตรบ้าง ให้เหมือนอย่างดวงเดือนไม่เชือนเฉย
พลางเอนแอบแนบน้องประคองเกย ถนอมเชยปรางน้องทั้งสองปราง
แอบปทุมอุ้มประทับนางรับพักตร์ ภิรมย์รักร่วมสัมผัสไม่ขัดขวาง
เหมือนไขกลดนตรีดุริยางค์ เสียงต่างต่างตีย้ายได้หลายเพลง
กระจับปี่สีซอกรีดกรอเสียง ระนาดเรียงรับฆ้องเสียงหน่องเหน่ง
ดีดบัณเฑาะว์เคาะระฆังเสียงวังเวง เหมือนชมเพลงเพลินประทมภิรมยา
เมื่อยามปลื้มลืมทุกข์สุขเกษม ต่างปรีดิ์เปรมประดิพัทธ์มนัสสา
ต่างยิ้มสรวลยวนยีให้ปรีดา เหมือนหนึ่งว่าหนุ่มสาวไม่หาวนอน
พอเวลานาทีตีสิบเอ็ด จวนเสด็จให้เสียดายสายสมร
จะจากวังลังกาให้อาวรณ์ สท้อนถอนหฤทัยอาลัยลาน
ลูบประโลมโฉมละเวงเกรงจะโกรธ จะออกโอษฐ์สั่งนุชสุดสงสาร
สู้กลืนกล้ำน้ำตาอยู่ช้านาน สุดจะหาญห่างรักหักอาลัย
จะลาจากปากเอ่ยเผยไม่ขึ้น ให้มืดมึนเหมือนจะพาเลือดตาไหล
อุส่าห์ฝืนขืนแกล้งแข็งพระทัย เอาสไบซับพระชลนา
แล้วสั่งความทรามสงวนว่าจวนรุ่ง จะจากกรุงเตรียมองค์ตามวงศา
แม่เนื้อคู่อยู่จงดีพี่ขอลา นางโศกากอดบาทไม่คลาดคลาย
ทูลกระหม่อมจอมทวีปประทีปแก้ว จะลับแล้วเช้าเย็นไม่เห็นหาย
ไม่มีท้องน้องจะขอเชือดคอตาย ไม่เสียดายชีวิตสักนิดเลย
ได้พบเห็นเย็นเช้าเคยเฝ้าแหน อยู่ข้างแท่นที่พระองค์สรงเสวย
ตั้งแต่นี้มิได้เห็นเหมือนเช่นเคย จะละเลยแลเหลียวเปลี่ยววิญญาณ์
ถึงคนอยู่ผู้อื่นสักหมื่นแสน ไม่เหมือนแม้นทูลกระหม่อมจอมเกศา
จะเย็นเยียบเงียบทั้งเกาะลังกา กินน้ำตาต่างข้าวทุกเช้าเย็น
โอ้ยามนี้มีแต่จะแลลับ มิได้กลับทวนทบมาพบเห็น
เหมือนตัดรักหักสวาทขาดกระเด็น ไหนจะเว้นวายวิตกในอกน้อง
ทั้งจะรับอับอายเป็นม่ายผัว เหมือนหญิงชั่วอกช้ำเป็นน้ำหนอง
นางครวญคร่ำร่ำว่าน้ำตานอง พระประคองเคียงปลอบด้วยขอบใจ
จงกลืนกลั้นกันแสงขืนแข็งจิต อย่าครวญคิดเคลือบแคลงแหนงไฉน
พลางรับขวัญวัณฬาแล้วคลาไคล เสด็จไปสรงชลสุคนธาร
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องเรืองจำรัส ทั้งกษัตริย์สุริย์วงศ์พลอยสงสาร
ครั้นเสร็จสรรพกลับมาหน้าพระลาน พระวงศ์วานพรั่งพร้อมมาล้อมรวม
ขึ้นรถรัตน์จัดกระบวนจวนจะออก พระแสงหอกดาบถอดแล้วสอดสวม
แต่พวกนางวัณฬาล้วนตาบวม เหมือนน้ำท่วมปากเปี่ยมต้องเจียมตัว
มาตามส่งตรงพลับพลาที่หน้าป้อม ประณตน้อมยอกรให้พรผัว
พอฤกษ์ดีตีฆ้องให้หมองมัว จะทรงตัวมิใคร่ไหวฤทัยระทวย ฯ
๏ พระอภัยได้ฤกษ์ให้เลิกทัพ ลมก็จับใจหวิวหิวระหวย
ทั้งสองข้างต่างพะวงให้งงงวย เจียนจะม้วยมรณาด้วยอาลัย
พอกองทัพลับตานางฝรั่ง จะกลับวังให้ผเอิญเดินไม่ไหว
เรียกสาวสาวเหล่าสนมกรมใน พยุงไปตึกทองที่ห้องนอน
เคยเห็นหน้าสามีมิได้เห็น ให้หนาวเย็นเยือกกระดูกทั้งฟูกหมอน
ยิ่งหอมกลิ่นวิญญาณ์ยิ่งอาวรณ์ สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์ระทมทวี ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยมาในรถ ครั้นเลี้ยวลดลับวัณฬามารศรี
เสียพระทัยในอารมณ์ไม่สมประดี ไม่รู้ที่ทำกระไรที่ไหนเลย
ทั้งลูกรักอัคเรศมาในรถ ยามระทดให้สะเทิ้นทำเมินเฉย
แกล้งเหลียวแลแก้เก้อชะเง้อเงย อิงเขนยเอกเขนกวิเวกใจ
จะเหลียวกลับลับทางวังนิเวศน์ พระชลเนตรคลอคลอชะลอไหล
อุส่าห์กลั้นกันแสงแข็งพระทัย หมายมิให้อัคเรศรู้เหตุการณ์
แต่สุวรรณมาลีรู้ทีผัว เห็นหมองมัวเหมือนจะหลงก็สงสาร
ให้พี่น้องสองสุดายุพาพาล ช่วยอยู่งานนวดฟั้นพระบรรทม
พระผ่านเกล้าหาวเรอเพราะเธอโศก กำเริบโรคร้างรักมาหมักหมม
กลัวว่าพระจะรัญจวนประชวรลม หยิบยาดมยอบถวายชม้ายเมิน ฯ
๏ พระอภัยไม่หลับกระสับกระส่าย สะอื้นอายอางขนางระคางเขิน
ในอารมณ์ชมอะไรก็ไม่เพลิน ให้เผอิญแต่อาวรณ์ถอนฤทัย
คิดถึงวังลังกาวัณฬาน้อย จะโศกสร้อยซอนซบสลบไสล
อยู่หลัดหลัดพลัดนางมากลางไพร เหลืออาลัยแลเหลียวเปลี่ยววิญญาณ์
ทำแข็งขืนฝืนรูดวิสูตรกว้าง ชวนสองนางลูกรักชมปักษา
แล้วเคลิ้มองค์หลงว่าแน่แม่วัณฬา นกสาลิกาจิกตะโกโน่นโนรี
แล้วรู้สึกนึกเก้อทำเรอแก้ ชำเลืองแลดูเล่ห์มเหสี
ฝ่ายอัคเรศเวทนาพระสามี แกล้งพาทีทำว่าน่าเสียดาย
ฉันอยากใคร่ได้วัณฬาหล่อนมาด้วย จะได้ช่วยบุตรีพัดวีถวาย
พระฟังเปรียบเฉียบแหลมยิ้มแย้มพราย เจ้าเสียดายหรือว่าเจ้าตีเค้าลอง
นางเสเเสร้งแกล้งว่านิจจาเอ๋ย เมื่อหล่อนเคยเชยชิดสนิทสนอง
ถึงว่าพระมเหสีเธอมีท้อง ก็เป็นน้องของฉันแม่วัณฬา
จึงรำลึกนึกถึงไม่หึงหวง เพราะเห็นพวงผลไม้ไพรพฤกษา
มาพร้อมพรักจักได้ชมภิรมยา เก็บผกานางแย้มให้แซมมวย
พระเยื้อนยิ้มพริ้มพรายซังตายตอบ เจ้ารู้รอบเปรียบปราบช่างฉาบฉวย
พี่ขอบใจไรซ้ำที่สำรวย ดีกว่ามวยผมฝรั่งฟังคารม
นางทูลว่าถ้าพระทัยรักไรจุก เห็นไม่ทุกข์ร้อนระทวยถึงมวยผม
พระว่าที่มีไรอยากใคร่ชม ชอบอารมณ์รักงามจึงตามมา
นางนบนอบตอบคำว่าจำจาก เดี๋ยวนี้อยากใคร่เหาะไปเสาะหา
พระเคลิ้มคล้ายหมายมั่นว่าวัณฬา ทรงภาษาฝรั่งตอบบังอร
นางยิ้มพลางทางว่าภาษาฝรั่ง หม่อมฉันยังไม่สันทัดช่วยตรัสสอน
รู้ภาษาถ้าแปลได้แน่นอน จะผันผ่อนพูดฝรั่งรับสั่งความ
พระแก้เก้อเออผิดพูดติดปาก ต้องพูดยากหนักหนาเข้าป่าหนาม
แล้วเฉยเชือนเตือนกระบวนให้ด่วนตาม เป็นตัดความเดินป่าพนาลัย ฯ
๏ ถึงฟากฝั่งลังกามหาสมุทร ประทับหยุดโยธาที่อาศัย
พร้อมพระองค์วงศาเสนาใน พระอภัยนั่งที่เก้าอี้ทอง
ให้ยกโทษโปรดฝรั่งทั้งระเด่น ที่จับเป็นคุมขังไว้ทั้งสอง
พอเข็ดหลาบปราบปรามตามทำนอง แล้วคืนของข้าไทที่ไม่ตาย
ให้ทั้งลำกำปั่นสลุบแล่น ไปเขตแดนตามประสงค์จำนงหมาย
แขกฝรั่งทั้งเจ้าทั้งบ่าวนาย กราบถวายบังคมลาไปธานี ฯ
๏ ฝ่ายทุกองค์พงศ์กษัตริย์ต่างจัดทัพ ลงเรือกลับข้ามคุ้งไปกรุงศรี
ต่างถึงเมืองเรืองสำราญผ่านบุรี พอเดือนยี่ยามหนาวคราวเหมันต์ ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลสมร สุดสาครหัสไชยถึงไอศวรรย์
ทั้งพราหมณ์เฒ่าเฝ้าองค์พระทรงธรรม์ อภิวันท์หมอบเรียงเคียงกันไป ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ตรัสถามถึงความหลัง พฤฒาฟังสำแดงแถลงไข
ตั้งแต่ต้นจนถึงซึ่งกรุงไกร ส่วนท้าวไทสรรเสริญเจริญยศ
ไม่เสียทีมีศักดาอานุภาพ ไปช่วยปราบลังกาให้ปรากฏ
สุดสาครร้อนฤทัยให้รันทด โศกกำสรดโศกาวันทาทูล
ลูกผิดพลั้งครั้งนี้เหมือนชีวิต จะเปลื้องปลิดจากกายไปหายสูญ
หากพระน้องสององค์พงศ์ประยูร กับทั้งทูลกระหม่อมช่วยไม่ม้วยมรณ์
สิ้นธุระจะขอรองละอองบาท จนสิ้นชาติจะเชื่อฟังพระสั่งสอน
ท้าวสรวลพลางทางว่าสุดสาคร แต่ก่อนอ่อนอายุก็ดุดัน
ประเดี๋ยวนี้ดีอยู่เป็นผู้ใหญ่ ด้วยคิดได้บาปบุญไม่หุนหัน
แต่ดูรูปซูบผอมทั้งผิวพรรณ จะทำขวัญลูกรักเสียสักคราว ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์ไม่ปนพี่ ไปหมอบที่ห้ามแหนพวกแสนสาว
ถวายเพชรเตร็จแก้วก้อนแวววาว ให้สองท้าวทัศนาต่อหน้าพราหมณ์
แล้วทูลท้าวว่าเข้าขุดพอหลุดเคลื่อน สุธาสะเทื้อนโคลงเคลงน่าเกรงขาม
เป็นโคตรเพชรเตร็จตรัจรู้ชัดความ เพราะยายพราหมณ์บอกตำราสารพัน
จอมกษัตริย์ตรัสว่าของหายาก บุญเรามากจึงได้เพชรมาเขตขัณฑ์
ให้เงินทองสองถังเป็นรางวัล ทั้งแพรพรรณเสื้อผ้าบูชาพราหมณ์ ฯ
๏ ฝ่ายปาโมกข์โลกเชษฐรู้เหตุใหญ่ จะเกิดไพรีเบียนเป็นเสี้ยนหนาม
จึงทูลท้าวเจ้าเมืองตามเรื่องความ โทษยายพราหมณ์คราวนี้ถึงที่ตาย
ไม่ห้ามนางช่างแนะให้แกะเตร็จ ทำให้เพชรเขาสูญประยูรหาย
ให้ชาวเมืองเคืองแค้นแสนเสียดาย จะคิดร้ายรบพุ่งถึงกรุงไกร ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ตรัสว่าธิดาชอบ บุญประกอบแล้วก็กรรมทำไฉน
จะคืนเขาเล่าก็ดูอดสูใจ ประจุไว้ภูผานอกธานินทร์
ให้ชื่อเขาเนาวรัตน์จัดสำเร็จ เมื่อเกิดเพชรจะได้ชมสมถวิล
ฝ่ายพฤฒาลาท้าวเจ้าแผ่นดิน ไปสู่ถิ่นฐานพราหมณ์ตามสำราญ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ