ตอนที่ ๘๗ สุดสาครทราบข่าวศึก

๏ จะของดบทเบื้องเรื่องนี้ก่อนจะกล่าวย้อนถึงกรุงไกรไอศวรรย์
ทวีปวังลังกาโดยสามัญอันขอบคันนคเรศนิเวศน์วัง
สุดสาครเสาวคนธ์วิมลมิ่งได้ครองสิงหลไว้เหมือนใจหวัง
สืบกษัตริย์สุริย์วงศ์ดำรงวังคิดอ่านตั้งขุนนางอย่างธรรมเนียม
ฝรั่งไทยได้ยศหมดทั้งนั้นไม่เดียดฉันท์วุ่นวายให้อายเหนียม
ประทานยศงดงามตามธรรมเนียมพอทัดเทียมทั่วนครเหมือนก่อนมา
ก็อยู่เย็นเป็นสุขไม่ทุกข์ร้อนทั่วนครเกษมสันต์ต่างหรรษา
บริบูรณ์พูนสวัสดิ์วัฒนาชาวพารารื่นเริงบันเทิงใจ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนคเรศเกศกษัตริย์เสวยสมบัติลังกาอัชฌาสัย
เว้นสามวันเสด็จป่าพนาลัยไปเฝ้าไทบิตุราชมาตุรงค์
สามนักสิทธ์อิศโรสโมสรอยู่สิงขรป่าใหญ่ไพรระหง
พยายามตามกิจเอาจิตปลงสองอนงค์ได้กสิณอภิญญาณ
พระนักสิทธ์บิตุรงค์ทรงสวัสดิ์โองการตรัสทักถามด้วยคำหวาน
ยังอยู่พร้อมเผ่าพงศ์พระวงศ์วานหรือถิ่นฐานของใครครรไลจร
พระทูลความตามรับสั่งมาทั้งหมดแด่ดาบสสามพระองค์ผู้ทรงสอน
แล้วทูลลากลับหลังยังนครเสด็จจรเข้าในที่ไสยา ฯ
๏ ป่างพระจอมนครินทร์ปิ่นนิเวศน์ลือพระเดชทศพิธทุกทิศา
ทั่วประเทศเขตแคว้นแดนลังกาได้ความผาสุกสบายมาหลายปี
ด้วยพระองค์ผู้ดำรงไอศวรรย์ทุกคืนวันปรีดิ์เปรมเกษมศรี
ทั้งศึกเสือเหนือใต้พวกไพรีมิได้มีแผ้วพานประการใด ฯ
๏ จะกล่าวถึงพวกทมิฬกินปักษาอยู่เมืองวาหุโลมเขตข้างเพทไสย
คิดจะไปเฝ้าองค์พระทรงชัยจึงสั่งให้พวกทหารชำนาญทาง
จะไปยังลังกามหาสถานจงเตรียมการสารพัดจัดปีกหาง
จะบินไปให้ดื่นพื้นนภางค์เตรียมปีกหางไว้ให้ทั่วทุกตัวคน ฯ
๏ เสนารับอภิวาทมาบาดหมายทั้งไพร่นายถ้วนทั่วตัวพหล
พอรุ่งแจ้งสุริย์ใสพร้อมไพร่พลมาเกลื่อนกล่นในชลาหน้าพระลาน ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าบุรีเข้าที่สรงสำอางองค์รจนามุกดาหาร
ใส่มาลาวาวแววแก้วประพาฬสอดสังวาลมรกตหมดมลทิน
ถือธนูเนาวรัตน์ประภัสสรบทจรโดยจิตคิดถวิล
แล้วขึ้นบนเกยชลาหน้าบุรินทร์พร้อมกันสิ้นโยธาเสนาใน
พอฤกษ์ดีตีกลองก้องสนั่นบินพร้อมกันโกลาสุธาไหว
กระบวนหน้ากระบวนหลังคับคั่งไปอยู่ที่ในอากาศดาษดา
พลทัพนับแสนแน่นอเนกราวกับเมฆมืดกลุ้มคลุ้มเวหา
สิบห้าวันบรรลุถึงพาราเมืองลังกาสิงหลพลประชุม
เจ้าวาโหมโสมนัสจัดข้าวของสิงโตทองสี่ตัวมามั่วสุม
ของวิเศษต่างต่างวางประชุมให้คนคุมเข้าไปวางกลางพระโรง ฯ
๏ ป่างพระหน่อบพิตรอดิศรสุดสาครออกที่นั่งบัลลังก์โถง
พร้อมเสนาข้าไทในพระโรงตีห้าโมงขึ้นพระแท่นแสนสำราญ
ให้เชิญพวกพาราเจ้าวาโหมกับเสนาวาหุโลมประโคมขาน
เข้ามาเฝ้านบนอบลงหมอบกรานพระผู้ผ่านภพไตรปราศรัยพลัน
เรียกให้นั่งยังอาสน์ลาดยี่ภู่บรรดาหมู่พวกพหลพลขันธ์
โปรดปราศรัยไต่ถามเนื้อความพลันเกษมสันต์สุขาหรืออาดูร
หรือขัดขวางอย่างไรในประเทศจงแจ้งเหตุโภไคยมไหสูรย์
ทั้งนงลักษณ์อัคเรศเกศตระกูลยังเพิ่มพูนประดิพัทธ์สวัสดี ฯ
๏ เจ้าวาโหมโสมนัสฟังตรัสถามจึงทูลความจักรพรรดิ์กษัตริย์ศรี
ว่าสุโขโรคาไม่ยายีสวัสดีเปรมปราสถาวร
ด้วยพระเดชปกเกศเป็นที่ยิ่งศัตรูกริ่งเกรงจบสยบสยอน
ไม่เบียดเบียนบีฑาประชากรราษฎรอิ่มเอมเกษมใจ
พระทรงฟังสังรเสริญเจริญยศจึงมีพจนาตรัสปราศรัย
ให้เลี้ยงดูหมู่พหลพลไกรแต่ท้าวไทวาโหมประโลมลาน
ชวนเข้าไปในวังที่ตั้งเครื่องพระย่างเยื้องขึ้นปราสาทราชฐาน
เชิญขึ้นนั่งแท่นรัตน์ชัชวาลพระภูบาลสั่งกำนัลไปทันที
ให้ไปเชิญเสาวคนธ์วิมลโฉมเจ้าวาโหมมาประณตบทศรี
กับทั้งพระราชบุตรอย่าช้าทีมาเดี๋ยวนี้เร็วราเธอมาคอย
กำนัลในไปทูลนางกษัตริย์โสมนัสที่ในจิตเพราะติดสอย
เขานับถือซื่อนักไม่หลักลอยสู้ติดสอยไปมาเหมือนข้าไท
นางตรัสชวนพระกุมารชาญสมรบทจรเสด็จมาอัชฌาสัย
ถึงปราสาทราชฐานคลานเข้าไปบังคมไทภัสดาพระสามี ฯ
๏ ฝ่ายวาโหมกราบก้มบังคมบาทพระนางนาฏปรีดิ์เปรมเกษมศรี
แล้วปราศรัยไต่ถามตามคดีนางเทวีชื่นชมภิรมยา
แล้วเชิญให้เสพย์กระยาสุธาโภชน์อันเอมโอชสารพันด้วยหรรษา
เจ้าวาโหมโสมนัสถือสัจจาด้วยปรีดารับประทานเครื่องหวานคาว ฯ
๏ ฝ่ายพวกนางช่างบำเรอเสนอขับปี่พาทย์รับเพราะพริ้งล้วนหญิงสาว
บ้างยักย้ายบรรเลงเป็นเพลงยาวในเรื่องราวร้องขับให้จับใจ
เจ้าวาโหมเสวยพลางทางพินิจให้จับจิตพิศวงให้สงสัย
บังคมทูลตามระบอบที่ชอบใจยังมิได้เคยฟังแต่หลังมา ฯ
๏ ครั้นอิ่มหนำสำราญการเสวยแล้วชมเชยทรงยศโอรสา
ปางพระจอมนคเรศเกศลังกาภิปรายปราศรัยเสร็จเสด็จจร
ชวนพระยาวาโหมให้ลีลาศชมปรางค์มาศเนาวรัตน์ประภัสสร
เครื่องต่างต่างอย่างฝรั่งแท่นนั่งนอนทั่วนครกลไกมีหลายพรรณ
เครื่องดนตรีตีเองเพลงฝรั่งฆ้องระฆังไม่ต้องตีดีขยัน
ทั้งเครื่องแก้วแกมทองของสำคัญตั้งเป็นชั้นเกลื่อนกลาดดาษเดียร
ฝาผนังฝังกระจกเป็นเงาฉายช่างระบายต่างต่างล้วนช่างเขียน
แล้วพาไปตำหนักทองห้องวิเชียรราวกับเทียนจุดสว่างกระจ่างตา
มีรูปนางอย่างเป็นเช่นกับหญิงดูเพริศพริ้งน่ารักเป็นนักหนา
เจ้าวาโหมชมเพลินเจริญตาคิดว่านารีจริงไม่กริ่งใจ ฯ
๏ ครั้นชมเสร็จพระเสด็จออกข้างหน้าสั่งเสนาพร้อมพรั่งนั่งไสว
ไปจัดแจงแต่งที่อันอำไพเชิญท้าวไทไปสำนักตำหนักกลาง
สั่งวิเสทนอกในให้ไปเลี้ยงตามอย่างเยี่ยงสารพัดไม่ขัดขวาง
ทั้งไพร่นายจ่ายให้ทั่วตัวขุนนางให้เหมือนอย่างก่อนเก่าเจ้าแผ่นดิน
ครั้นสั่งเสร็จพระเสด็จขึ้นจากอาสน์เข้าปรางค์มาศเสร็จสมอารมณ์ถวิล
สถิตแท่นทองสีมณีนิลพร้อมยุพินนางบำเรอเสนอเรียง
บ้างขับไม้มโหรีตีบัณเฑาะว์ฟังเสนาะขับขานประสานเสียง
แล้วโหยหวนครวญคร่ำทำสำเนียงพวกจำเรียงดีดสีตีประโคม ฯ
๏ พระบรรทมสมสนิทนิมิตฝันว่าเพลิงนั้นไหม้ตึกดูฮึกโหม
แล้วมียักษ์เหาะมาทางกลางโพยมเจ้าวาโหมจับได้ดังใจปอง
พระพลิกฟื้นตื่นตกพระทัยหายไม่สบายหมกมุ่นให้ขุ่นหมอง
พออุทัยเรืองแรงไขแสงทองสกุณก้องโกกิลาฝูงกาบิน
พระเสด็จจากแท่นที่มณีรัตน์แล้วทรงผลัดภูษาทรงสรงกระสินธุ์
ไขสุหร่ายสายชลหมดมลทินชโลมกลิ่นเจือปนสุคนธาร
แล้วทรงเครื่องเรืองระยับสำหรับกษัตริย์ออกแท่นรัตน์รจนามุกดาหาร
สะพรั่งพร้อมโหราพฤฒาจารย์มาหมอบกรานเฝ้าองค์พระทรงธรรม์ ฯ
๏ ป่างพระสุดสาครบวรนาถตรัสประภาษแก่โหราว่าเราฝัน
เมื่อเกือบรุ่งรังสีรวีวรรณนิมิตฝันว่าไฟไหม้เข้ามา
ที่ตึกกลางหว่างประตูข้างบูรพทิศแล้วก็ติดลุกลามไปตามฝา
มียักษ์ร้ายเรี่ยวแรงแผลงศักดาถือคทาธรแกว่งเป็นแสงเพลิง
เข้าลุยไล่ไพร่พลคนทั้งหลายแตกกระจายวิ่งเปิดเตลิดเหลิง
ยักษ์สำแดงแผลงอิทธิฤทธิ์เริงเป็นเปลวเพลิงรุ่งโรจน์โชตินา
แล้วยังมีครุฑาอันสามารถเอาจักรฟาดยักษ์ดิ้นสิ้นสังขาร์
เพลิงก็ดับกลับตื่นฟื้นกายาพระโหราจงทำนายร้ายหรือดี ฯ
๏ โหรคำนับขับไล่ในพระเคราะห์เสาร์จำเพาะเดินมาร่วมราศี
ถึงราหูคู่กาลกิณีคงจะมีศึกมาตำราทาย
แล้วกราบทูลมูลความไปตามเรื่องจะขุ่นเคืองเกิดศึกเหมือนนึกหมาย
เป็นเที่ยงแท้เหมือนคำข้าทำนายอันยักษ์ร้ายครุฑฆ่าด้วยการุญ
จะมีผู้อาสาปราบข้าศึกช่วยตรองตรึกขาดเหลือได้เกื้อหนุน
ข้างต้นร้ายปลายดีจะมีคุณพระศุกร์หนุนลัคนาทายว่าดี ฯ
๏ พระทรงฟังโหรทายทำนายฝันเคยแม่นมั่นไม่ใคร่ผิดในดิถี
สั่งให้เตรียมป้อมค่ายไว้ให้ดีทุกหน้าที่เชิงเทินเนินกำแพง
ทั้งปืนหลักหักไฟอย่าให้ขาดจงเร่งกวาดเหล่าทหารชาญกำแหง
มาซ้อมซักหักขัดเร่งจัดแจงกรมแสงสารพัดให้จัดการ
เครื่องสาตราอาวุธชุดดินหูหมายให้รู้ทั่วกันดั่งบรรหาร
ทั้งปืนผาหน้าไม้ที่ใช้การเร่งคิดอ่านซ่อมแปลงตำแหน่งใคร
ครั้นสั่งเสร็จพระเสด็จยุรยาตรขุนอำมาตย์เรียกกันเสียงหวั่นไหว
ให้เสมียนเขียนหมายรายกันไปการของใครซ่อมแปลงจัดแจงทำ ฯ
๏ จะกล่าวถึงมังคลานราราชกับครูบาทหลวงเฒ่าเมาออกหงำ
ทั้งเรือรบเรือลำเลียงแล่นเรียงลำทุกคืนค่ำมิได้หยุดสุดอาวรณ์
บาทหลวงยิ้มอิ่มเอมเกษมสุขเหมือนยกทุกข์เอาไปขว้างกลางสิงขร
ที่หิวโหยโรยราความอาวรณ์ค่อยวายร้อนเรื่องวิตกในอกใจ
จึงเรียกพระมังคลาสานุศิษย์มานั่งชิดยิ้มแย้มดูแจ่มใส
ว่าครั้งนี้กูเห็นไม่เป็นไรคงจะได้ลังกาอย่าปรารมภ์
การอุบายหลายอย่างทางพระเวทของวิเศษจริงนะวะกูสะสม
เองอย่าได้หวาดหวั่นพรั่นอารมณ์คงจะสมปรารถนาเอ็งอย่าแคลง
แล้วอ้ายท้าวพ่อตาก็มาด้วยเขาคงช่วยป้องกันด้วยขันแข็ง
เราขึ้นบกยกไปตั้งเอากลางแปลงตั้งค่ายแบ่งผู้คนเป็นกลไก
ผูกพยนต์พลรบสมทบทัพเข้ารบรับเล่นกันให้หวั่นไหว
แม้นได้ทีตีรุดเร่งจุดไฟเอาให้ได้ด้วยกำลังอย่าฟังมัน
แกพูดจากล้าแข็งมีแรงเรี่ยวพลางเข่นเขี้ยวหวังจะได้ไอศวรรย์
ขึ้นเสียงเอะอะอุทั้งดุดันไม่เป็นอันกินอยู่ดูแต่ทาง
เรือก็แล่นลมจัดไม่ขัดข้องจะขึ้นล่องเร็วจัดไม่ขัดขวาง
แกยังร้องว่าช้าผิดท่าทางเอาใบกางขึ้นพร้อมอย่าอ้อมวง
เร่งบอกให้ทุกลำเรือกำปั่นใครไม่ทันตัวนายทั้งไต้ก๋ง
จะเอาโทษให้ถึงตายวายชีวงตัดสินลงตามอาญาพวกมาเรือ
เหมือนกฎหมายข้างฝรั่งตั้งพิกัดเอาเชือกรัดคอตายมิให้เหลือ
ทั้งนายท้ายนายลำประจำเรือให้เป็นเหยื่อมัจฉาในสาคร
แล้วลุกเดินถือกระบี่ที่ตำแหน่งใครแอบแฝงไม่ฟังดูกูสอน
จะปรับโทษเหมือนขบถที่โทษกรณ์ให้เร่งจรเร็วไวดังใจกู
แล้วไปนั่งยังที่เก้าอี้ใหญ่ให้พวกไพร่ทั้งสิ้นบดดินหู
กำลูกพลุเผาค่ายใส่ธนูสำหรับกรูกันเข้ายิงชิงเอาเมือง
จับอ้ายพวกเข้ามาอยู่เหมือนผู้ร้ายเอาไปขายอ้ายพม่าให้ตาเหลือง
กูจะทำตอบแทนที่แค้นเคืองคืนเอาเมืองให้จงได้ดั่งใจปอง
เรือก็แล่นเร็วรัดลมพัดฉิวทั้งธงทิวหกหันผันผยอง
อีกวันครึ่งก็จะถึงดังจิตปองเอากล้องส่องเห็นไวไวยังไกลตา ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายเรือตระเวนเจนสมุทรเที่ยวแล่นรุดดูไปในทิศา
ตามประเทศเขตแคว้นแดนลังการะวังข้าศึกอยู่ไม่รู้วาย
พอเห็นลำกำปั่นสักพันเศษผิดสังเกตที่จะมาเที่ยวค้าขาย
จำจะแล่นไปให้รู้ดูแยบคายด้วยอุบายจะให้แจ้งแห่งเนื้อความ
เรือตระเวนเจนทางกลางสมุทรก็แล่นรุดเข้าไปใกล้จะไต่ถาม
บาทหลวงแลเห็นไรไรร้องให้ตามคงได้ความจริงจังในลังกา
พวกต้นหนนายท้ายจงบ่ายเข็มออกแล่นเล็มชักใบไปข้างขวา
ก้าวสกัดตัดทางหว่างคงคาพอนาวาทันกันตะวันรอน
บาทหลวงให้พวกล่ามออกถามไต่มิใช่ใครเป็นฝรั่งนั่งสลอน
จึงปราศรัยไต่ถามนามกรว่าจะจรไปข้างไหนจงให้การ ฯ
๏ พวกตระเวนเห็นว่าเป็นข้าศึกมันพูดฮึกดูประหลาดทั้งอาจหาญ
จำจะหลอกมิให้รู้ดูอาการจึงว่าขานบอกกับล่ามตามทำนอง
เรามาแต่โกสินกบิลพัสดุ์ปะสลัดเก็บเอาทั้งข้าวของ
จะสู้รบมันไม่ได้ดังใจปองต้องแล่นล่องเลียบฝั่งเข้าลังกา
ซื้ออาหารเป็นเสบียงเลี้ยงลูกจ้างจะไปทางลำน้ำสำปันหนา
นี่ท่านยกทัพใหญ่ไปไหนมาคุมเภตราจะไปตีบุรีใด ฯ
๏ บาทหลวงนั่งฟังล่ามเขาถามซักแจ้งประจักษ์มั่นคงไม่สงสัย
อยากจะใคร่รู้ความถามออกไปว่ากรุงไกรนครายังถาวร
หรือย่อยยับอับจนคนทั้งหลายหรือสบายภิญโญสโมสร
เองเข้าไปในประเทศเขตนครราษฎรเจ้าพารายังการุญ
หรือขัดสนจนยากอยากใคร่รู้เองเล่ากูไปให้สิ้นดินกระสุน
อย่าปิดบังครั้งนี้จะมีคุณจะการุญตัวมึงให้ถึงใจ ฯ
๏ กองตระเวนนึกไปว่าอ้ายนี่มันจู้จี้พูดมากถลากไถล
จำจะหลอกไต่ถามเป็นความในเอาให้ได้จริงจังฟังมันดู
แล้วจะบอกเข้าไปในนิเวศน์ฟังเอาเหตุเสียให้สิ้นเหมือนกินหมู
ล้วงตับไตให้ถนัดอ้ายศัตรูจะได้รู้ไส้พุงที่มุ่งมา
แล้วจึงว่าข้าแต่ท่านแม่ทัพดูย่อยยับผู้คนจนนักหนา
แต่ก่อนเก่าข้าพเจ้าเคยไปมาเมื่อครั้งฝาหรั่งอยู่ในบูรินทร์
เห็นผู้คนพลเมืองก็เนื่องแน่นทั้งแว่นแคว้นธารท่าชลาสินธุ์
เดี๋ยวนี้น้อยเต็มประดาในธานินทร์ดูหมดสิ้นเงียบเหงาเห็นเบาครัน
แม้นเกิดศึกฮึกฮักมาหักโหมเข้าจู่โจมเห็นจะได้ไอศวรรย์
จะไม่ต้องรบราถึงฆ่าฟันเป็นแค่ชั้นเชิงหลอกเห็นออกมือ ฯ
๏ บาทหลวงรู้แยบคายเห็นตายราบเปรียบเหมือนดาบหักหายกลับได้ถือ
แกดีใจลุกมาแล้วหารือเองคนซื่อรู้ระบอบกูขอบคุณ
อันลังกาฝาหรั่งแต่ครั้งก่อนจะเย็นร้อนขาดเหลือกูเกื้อหนุน
มาเสียทีอีวัณฬาบ้ากามคุณจึงเกิดวุ่นเสียเมืองเคืองระคาย
ต้องพลัดพรากจากญาติพระศาสนาพวกไทยมารบริบเอาฉิบหาย
จนต้องเที่ยวเลี้ยวลัดกระจัดกระจายเดี๋ยวนี้หมายจะมาตีบุรีคืน
เห็นจะได้หรือมิได้อย่างไรหวาเองไปมารู้ชัดไม่ขัดขืน
แต่พอเป็นที่หวังให้ยั่งยืนเองเป็นพื้นนำไปคงได้การ
แม้นได้เมืองลังกาอาณาจักรจะจงรักถึงใจหลายสถาน
เองก็คงสิทธิ์ขาดราชการฝ่ายทหารทั้งจังหวัดปัถพี
กองตระเวนพูดจาถ้าเช่นนั้นจะผ่อนผันตามติดไม่คิดหนี
แต่อาวุธสิ่งไรยังไม่มีสลัดตีเก็บหมดลงอดโซ
แม้นท่านให้กำลังทั้งอาวุธจะต่อยุทธ์ชิงชัยได้อักโข
เปรียบเหมือนถืออาญาสิทธิ์อิศโรมีเขนโล่บังตัวไม่กลัวใคร ฯ
๏ บาทหลวงฟังเห็นจริงทุกสิ่งสิ้นนิยมยินดีแท้จะแก้ไข
เองอย่าเป็นทุกข์ร้อนอาวรณ์ไปกูจะให้สารพันไม่ฉันทา
แต่จริงจังยังกล่าวทั้งบ่าวไพร่กูจะให้อาวุธไม่มุสา
ถ้าแม้นเองช่วยกันดั่งสัญญาเสร็จลังกากูจะให้เป็นนายพล ฯ
๏ กองตระเวนเห็นเชื่ออ้ายเสือโคร่งกูจะโกงอ้ายเฒ่าเอาสักหน
แล้วว่าท่านอย่าได้แคลงระแวงวนข้าเป็นคนซื่อตรงไม่วงเวียน
จะช่วยท่านจนสำเร็จให้เสร็จศึกข้าตรองตรึกพูดจาใช่พาเหียร
เป็นความในใจประสงค์ไม่วงเวียนขอพากเพียรรบรับทัพลังกา ฯ
๏ บาทหลวงเห็นจริงแจ้งไม่แคลงจิตมันสะกิดถูกที่คันก็หรรษา
จึ่งสั่งพวกคนใช้ในเภตราให้ขนอาวุธส่งลงในเรือ
ทั้งปืนใหญ่ปืนน้อยร้อยกระบอกทั้งดาบหอกแจกทุกคนให้ล้นเหลือ
แจกเสบียงเลี้ยงไพร่ทั้งนายเรือทั้งข้าวเกลือขนไปจะได้กิน
แล้วแกสั่งว่าให้รีบไปก่อนจงผันผ่อนคิดให้สมอารมณ์ถวิล
ไปคอยท่าหน้าด่านชานบุรินทร์ชายกระสินธุ์เข้าออกเร่งบอกมา
แต่เช้าตรู่กูจะยกกระบวนทัพไปตั้งรับข้าศึกได้ปรึกษา
กองตระเวนรับคำแล้วอำลาแล่นเข้ามาปากน้ำด้วยชำนาญ
แล้วร่างบอกลอกใส่ในกระดาษแจ้งข้อราชการศึกที่ฮึกหาญ
ลงเรือช่วงล่วงไปมิได้นานเอาเรื่องสารในฉบับขึ้นกราบทูล ฯ
๏ ขุนนางรับสาราพาขึ้นเฝ้าพระจอมเจ้าธรณินปิ่นไอศูรย์
ให้ทราบความตามเล่าที่เค้ามูลนเรนทร์สูรสั่งให้อ่านสารแสดง ฯ
๏ ในเรื่องบอกกองตระเวนเจนสมุทรเที่ยวแล่นรุดตามเกาะเสาะแสวง
ปะกำปั่นพันร้อยแล่นลอยแซงตามเขตแขวงวนวังแดนลังกา
ข้าพเจ้าแล่นไปเรียกให้แวะมันแค่นแคะถามซักเอานักหนา
ข้าพเจ้าจึงแถลงแจ้งกิจจาบอกว่ามาแต่ประเทศเขตนคร
นคราธานินทร์กบิลพัสดุ์มันจึงจัดแจงตั้งแต่สั่งสอน
ให้มาตีเมืองด่านชานนครพระภูธรจงแจ้งแห่งคดี
อันมานี้มิใช่ใครหาไหนเล่าบาทหลวงเฒ่าที่มันล่าพากันหนี
ข้าพเจ้าล่อลวงดูท่วงทีวันพรุ่งนี้จะยกมารบธานินทร์ ฯ
๏ พอสิ้นคำหารือหนังสือบอกพวกด่านนอกคงคาชลาสินธุ์
พระตรัสสั่งเสนาในธานินทร์ให้ขนดินลากปืนขึ้นเชิงเทิน
ทั้งน้ำท่าหาไว้ให้ทุกแห่งรอบกำแพงรบรุกฉวยฉุกเฉิน
คอยดับไฟไล่คนบนเชิงเทินให้ขึ้นเดินทุกหมวดเร่งตรวจตรา
แล้วสั่งอาลักษณ์เสมียนเร่งเขียนสารไปแจ้งการทูลสมเด็จพระเชษฐา
แล้วให้ไปรมจักรนัคราตั้งกรุงการะเวกแจ้งแห่งคดี
ไปเมืองเซ็นบอกนัดดาวายุพัฒน์ให้รีบจัดเร็วไวในดิถี
ว่าข้าศึกมาประชิดติดบุรีแล้วไปที่หน่อกษัตริย์หัสกัน
กับเมืองพระวลายุดาด้วยให้มาช่วยรบรับเป็นทัพขัน
ทั้งอาพี่หลานลูกที่ผูกพันมาช่วยกันตามวงศ์พงศ์ตระกูล
เอาสารส่งลงเรือไปทุกแห่งตามตำแหน่งกรุงไกรมไหสูรย์
ไปทุกเมืองแต่ล้วนวงศ์พงศ์ประยูรขึ้นกราบทูลทั่วประเทศนิเวศน์วัง
ถวายสารการณรงค์ทุกองค์เสร็จเชิญเสด็จช่วยศึกเหมือนนึกหวัง
ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์ดำรงวังเสร็จออกนั่งพระโรงรัตน์ชัชวาล
ขุนเสนาพาพวกลังกาเฝ้าต่างก้มเกล้าภูวไนยถวายสาร
พระตรัสสั่งพระศรีปรีชาชาญให้คลี่สารศุภลักษณ์อักขรา ฯ
๏ ในสารศรีสุดสาครบวรนาถบังคมบาทพงศ์นารายณ์ทั้งซ้ายขวา
ทูลกระหม่อมจอมองค์วงศ์พระอาให้ทราบฝ่าบาทบงสุ์พระทรงชัย
ว่าบัดนี้เกาะลังกามหาสถานบังเกิดการศึกเสือเหลือวิสัย
ทั้งน้ำบกยกมาพร้อมล้อมกรุงไกรเป็นศึกใหญ่กว่าทุกครั้งแต่หลังมา
ใช้พยนต์มนต์เวทวิเศษขลังเหลือกำลังหมู่พหลพลอาสา
จะฆ่าฟันมันไม่ตายวายชีวาเชิญพระมาดับร้อนให้ผ่อนเย็น ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์ทรงสดับให้คั่งคับเขาฉลองตรองไม่เห็น
ควรจะไปดับร้อนให้ผ่อนเย็นเห็นจะเป็นมังคลามาราวี
พระตรัสสั่งเสวกาพฤฒามาตย์ให้หมายบาดแขกชวากะลาสี
เหล่าล้าต้าต้นหนที่คนดีเราจะกรีธาทัพไปรับรอง
ครั้นสั่งเสร็จพระเสด็จลุกจากอาสน์ขุนอำมาตย์ได้ฟังรับสั่งสนอง
มาบาดหมายเตรียมตรวจทุกหมวดกองให้ถูกต้องตามประสงค์พระโองการ
เรือที่นั่งดั้งกันสุวรรณหงส์ให้เตรียมลงทอดท่าไว้หน้าฉาน
กำปั่นรบครบเสร็จสำเร็จการคอยพระผ่านธรณินปิ่นนคร ฯ
๏ ป่างพระองค์ผู้ดำรงรมจักรสั่งองค์อัครชายาสุดาสมร
ทั้งสองนางซ้ายขวาพะงางอนเป็นการร้อนพี่จะลาสุดาดวง
ศึกมาติดลังกาอาณาเขตบังเกิดเหตุทุกข์ใจเป็นใหญ่หลวง
จะต้องไปปราบปรามตามกระทรวงเจ้าพุ่มพวงอยู่พาราจงถาวร
จงปกป้องครองกันเถิดขวัญเนตรทั้งแก้วเกษรารำภาสมร
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จบทจรจากบรรจถรณ์แท่นบรรทมตรมฤทัย
ออกข้างหน้าคลาไคลไปปากน้ำเห็นเรือกำปั่นยอดทอดไสว
ลำที่นั่งดั้งกั้นเป็นหลั่นไปเสนาในน้อมประณตบทมาลย์ ฯ
๏ ครั้นฤกษ์ดีเสด็จลงทรงกำปั่นให้โห่ลั่นไปทางข้างอิสาน
ลำที่นั่งตั้งเข็มเต็มชำนาญพวกทหารพร้อมพรั่งทั้งนั่งยืน
เรือบรรดามาตามหลามสมุทรก็รีบรุดเร็วรัดไม่ขัดขืน
พวกฝรั่งแออัดบางยัดยืนยิงครั่นครื้นโห่เร้าจะเอาชัย
เรือที่นั่งดั้งกั้นเป็นหลั่นลดตามกันหมดธงทิวปลิวไสว
ชมละเมาะเกาะแก่งทุกแห่งไปแล่นเข้าในทะเลลมยมนา ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์สุริย์วงศ์ดำรงราชย์ทั้งเบื้องบาทสมเด็จพระเชษฐา
สินสมุทรวุฒิไกรได้สาราว่าลังกาเกิดศึกนึกคะนึง
เห็นจะเป็นมังคลานราราชกับพระบาทหลวงจิตมันคิดหึง
เพราะเป็นคนอันธพาลสันดานดึงพระรำพึงในพระทัยให้รัญจวน
จำจะไปกำจัดอ้ายสัตว์ร้ายมันวุ่นวายทุจริตทำผิดผวน
จึงสั่งให้จัดแจงแต่งกระบวนเลือกแต่ล้วนพวกทหารชาญณรงค์
ให้ตบแต่งกำปั่นสุวรรณมาศใส่ใบตาดกุก่องทองระหง
ทั้งเรือรบครบกระบวนปักทวนธงจัตุรงค์เสนาพลากร
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จเข้าที่สรงสำอางองค์เนาวรัตน์ประภัสสร
สั่งอรุณรัศมีมีสุนทรพะงางอนกัลยาอย่าคลาไคล
อยู่ปกป้องครองสนมกำนัลนาฏพระยุรยาตรจากห้องอันผ่องใส
เสด็จไปลงกำปั่นด้วยทันใดเสนาในพร้อมพรั่งตั้งประโคม
พอฤกษดีคลี่ใบขึ้นใส่รอกเร่งให้ออกอ่าวผลึกแห่ฮึกโหม
ยิงปืนใหญ่ก้องกึกครื้นครึกโครมทั้งประโคมสังข์แตรแซ่สำเนียง
ให้แล่นลัดตัดทางข้างอิสานก้องกังวานคลื่นลมระดมเสียง
ทั้งเรือรบเรือไล่ใส่เสบียงออกแล่นเรียงรีบมุ่งกรุงลังกา ฯ
๏ ฝ่ายวลาวายุพัฒน์หัสกันลงกำปั่นพร้อมพหลพลอาสา
เสียงพิลึกกึกก้องกลองสัญญาออกนาวาจากอ่าวแล่นก้าวไป
วายุพัฒน์จัดพหลพลรบแล่นมาพบปะเจ้าอาพลางปราศรัย
หัสกันออกจากท่าสุลาลัยพลางใช้ใบมาในทางกลางสินธู
มาปะกันทั้งสามพลางถามไต่ว่าศึกใหญ่กว่าแต่ก่อนเห็นอ่อนหู
อันความคิดสังฆราชเหมือนชาติงูมันไม่รู้จบบทเพราะคดงอ
วายุพัฒน์ขัดใจว่าใช่ญาติไปรุกราชรบฆ่านักหนาหนอ
เป็นสิ้นญาติขาดเถาสิ้นเหล่ากอแต่แม่พ่อเขายังสู้ไม่รู้คุณ
สำมะหาอะไรกับน้องหลานเขาเป็นพาลเหมือนครูผู้อุดหนุน
แต่แรกถือว่าเป็นอากลับทารุณเป็นสิ้นบุญสิ้นชาติญาติกา ฯ
๏ หัสกันน้องยาจึ่งว่าขานเพราะคบพาลเสียญาติศาสนา
อันตัวน้องเห็นฤทธิ์คิดระอาสิ้นสัจจากันแต่ครั้งยังอยู่เมือง
แทบจะตายหลายหนจนป่นปี้นี่ครูดีช่วยคิดช่วยปลิดเปลื้อง
จึงได้รอดชีวาเที่ยวหาเมืองจะร่ำเรื่องไปก็แค้นแน่นอุรา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์วลายุดาราชว่าสิ้นญาติขาดเชื้อเพราะเหลือหา
เป็นเหตุผลต้นเริ่มแต่เดิมมาเพราะปัญญาสังฆราชชาติคนโกง
สอนให้เราเหล่านี้กระทำผิดทุจริตวุ่นวายจะตายโหง
ต้องพลัดพรากยากจริงออกวิ่งโทงเพราะแกโกงพาลำบากให้ยากเย็น
แต่ครั้งนี้พี่น้องพวกพ้องญาติอย่าได้ขาดความรักคงหักเห็น
น้ำใจเราสุจริตเพราะจิตเย็นจะได้เห็นนับถือว่าซื่อตรง
กษัตริย์สามสนทนาปรึกษาเสร็จแล้วสำเร็จเรื่องความตามประสงค์
ต่างคำนับกลับไปยังที่นั่งทรงให้แล่นตรงตามกันเป็นหลั่นไป ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ