ตอนที่ ๖๒ พระอภัยเข้าเมืองลังกา

๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังกาโยธาทัพ ต่างเคลิ้มหลับลืมอารมณ์เพราะลมปี่
เมื่อปลุกตื่นฟื้นสิ้นต่างยินดี รู้ว่าพระอภัยมณีเธอมีชัย
เห็นประตูบูรีเปิดสี่ด้าน ถามทหารรู้แจ้งแถลงไข
นางสุวรรณมาลีก็ดีใจ ทั้งหัสไชยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา
ท้าวทศวงศ์องค์มิ่งมเหสี รำภาสะหรีลีวันต่างหรรษา
มาพร้อมพรั่งทั้งวัณฬายุพาผกา ต่างวันทาทรงยศท้าวทศวงศ์
เชิญเข้าไปในด่านปราการใหญ่ ฝ่ายพระอภัยชื่นชมสมประสงค์
ชวนพระน้องสองโอรสยศยง พร้อมพระวงศ์พงศ์เผ่าทั้งเสาวคนธ์
มารับท้าวเจ้าบุรีรมจักร เสียงคึกคักคนตามหลามถนน
ขึ้นตึกกลางกว้างใหญ่มีไกกล เชิญนั่งบนแท่นทองอันรองเรือง ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์องค์มิ่งมเหสี ทรงโศกีเล่าความไปตามเรื่อง
ยังแต่ตัวผัวเมียเมื่อเสียเมือง ต้องตรมตรอมผอมเหลืองไม่เปลื้องทุกข์
แม่วัณฬามารับไปกับหล่อน ค่อยวายร้อนหย่อนเย็นได้เป็นสุข
พ่อมาปราบราบที่กลียุค จะสิ้นทุกข์สุขเกษมได้เปรมปรีดิ์ ฯ
๏ พระอภัยได้สดับอภิวาท ด้วยข้าบาทกับพระน้องทั้งสองศรี
ไปเยี่ยมศพพระชนกชนนี สองภูมีสู่สวรรคครรไล
ฝ่ายลูกหลานหาญฮึกเป็นศึกเสือ เสียว่านเครือเหลือจะห้ามปรามไม่ไหว
เกิดฆ่าฟันกันยุ่งทั้งกรุงไกร แต่เนื้อไขก็ให้เป็นถึงเช่นนี้
การณรงค์คงจะดับให้สรรพเสร็จ เชิญเสด็จไปบำรุงชาวกรุงศรี
ประทานโทษโปรดข้าฝ่าธุลี อย่าราคีข้องขัดพระหัทยา ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงฟังสรรเสริญ จงเจริญพงศ์พันธุ์ชันษา
ซึ่งเกิดเข็ญเห็นว่ากรรมเคยทำมา ไม่โกรธาอย่าระแวงแคลงพระทัย
แม่วัณฬามาลีหล่อนดีนัก รู้จักรักกันเหลือเหมือนเนื้อไข
จบจังหวัดปัถพีไม่มีใคร จะเหมือนใจแม่วัณฬาสุมาลี ฯ
๏ พระอภัยพรายพริ้มเยื้อนยิ้มย่อง พลางผินพักตร์ทักสองมเหสี
เหมือนเกิดใหม่ได้มาเห็นกันเช่นนี้ เหตุเพราะมีลูกเต้าผ่าเผ่าปราณ ฯ
๏ ทั้งสองนางต่างรับอภิวาท วัณฬาฉลาดผันผ่อนพูดอ่อนหวาน
อันชาตินี้มีแต่รับอัประมาน พลอยวงศ์วานบ้านเมืองขุ่นเคืองใจ
นี่หากว่าพระเสด็จมาดับเข็ญ จะค่อยเว้นเวลาน้ำตาไหล
แม้ครั้งนี้มิได้พระหัสไชย ไหนจะได้อภิวาทบาทบงสุ์
พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายตรัส เรียกพระหัสไชยชาติราชหงส์
มานบนอบหมอบเมียงอยู่เคียงองค์ เห็นซูบทรงสงสารรำคาญครัน
พลางกอดจูบลูบไล้ปราศรัยถาม พ่อสงครามครั้งนี้เศร้าสีสัน
ต้องทำศึกดึกดื่นทุกคืนวัน จึงผิดพรรณเผือดพักตร์เพราะหนักแรง
พ่อรักเจ้าเท่าบุตรสุจริต อย่าเคืองจิตคิดอางขนางแหนง
รักสิ่งไรไม่ขัดจะจัดแจง ช่วยตกแต่งอุปถัมภ์ให้จำเริญ ฯ
๏ พระหัสไชยได้ฟังรับสั่งถาม จะทูลความขามจิตให้คิดเขิน
ขยับเขยื้อนเอื้อนอายชม้ายเมิน เกรงจะเกินก้มหน้าอยู่ช้านาน
แต่โปรดให้ได้ช่องสนองถ้อย ทูลค่อยค่อยขอจงโปรดโทษหม่อมฉาน
จะรองบาทมาดหมายจนวายปราณ ขอประทานสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา ฯ
๏ พระฟังคำสำรวลด้วยควรคู่ แล้วก็รู้อยู่ว่ารักนั้นหนักหนา
จึงว่าน้องของเจ้าแต่เยาว์มา ชอบอัชฌาก็จะมอบให้ครอบครอง
ความรักใคร่ในเจ้าเท่าโอรส ไม่ปลิดปลดขัดขวางอย่าหมางหมอง
ฝ่ายบุตรีหนีคลานเข้าม่านทอง เหล่าพวกพ้องชมกษัตริย์หัสไชย
ช่างทูลขอต่อหน้าประสาหนุ่ม เห็นจะรุมรึงรักหักไม่ไหว
เพราะห่างชมตรมตรอมจึงผอมไป พระโปรดให้เห็นจะอ้วนเป็นนวลแตง
ท้าวทศวงศ์ทรงพระสรวลว่าควรคู่ รู้ขอสู่รู้รักสมศักดิ์แสง
เห็นพร้อมวงศ์พงศ์กษัตริย์ช่วยจัดแจง คิดตกแต่งจัดงานการวิวาห์ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช อภิวาทว่าฉันรักหล่อนหนักหนา
ขอจัดแจงแต่งตั้งไว้ลังกา กับธิดาทั้งสองครอบครองวัง
พระอภัยไม่ขัดจึงตรัสตอบ พี่จะมองให้เป็นลูกจงปลูกฝัง
ช่วยตรองตรึกศึกเสือเหลือกำลัง ฝ่ายฝรั่งเป็นของเจ้าเยาวมาลย์
อ้ายวลายุดาวายุพัฒน์ กับทั้งหัสกันนั้นมันก็หลาน
รับธุระจะส่งให้นงคราญ ช่วยว่าขานปราบปรามตามแต่ใจ ฯ
๏ นางวัณฬาสารภาพกราบกับบาท แล้วแต่ราชอาชญาอัชฌาสัย
ถ้าแม้นพระเสด็จอยู่แดนไกล ฉันจับได้จะได้ทำแต่ลำพัง
นี่ผ่านเกล้าเล่าก็อยู่ฉานผู้หญิง จะต้องนิ่งตามสำเนาเหมือนเท้าหลัง
อันใจเสือเหลือจะเลี้ยงไว้เวียงวัง ชาติฝรั่งก็ไม่เห็นเป็นเช่นนี้ ฯ
๏ พระฟังนางช่างเปรียบเห็นเฉียบเเหลม จึงยิ้มแย้มเยื้อนว่ารำภาสะหรี
ทั้งยุพาผกาสุลาลี อ้ายเหล่านี้ลูกเต้าเจ้าทั้งนั้น
มันทำผิดคิดมิชอบจะมอบให้ จะเลี้ยงไว้หรือจะฆ่าให้อาสัญ
ตามแต่ใจไม่ว่าปรึกษากัน ด้วยอุ้มท้องครองครรภ์เลี้ยงกันมา ฯ
๏ ทั้งสามนางต่างคำนับอภิวาท ความเจ้บแค้นแสนชาติไม่ปรารถนา
อันลูกเต้าเจ้าฝรั่งเกาะลังกา เขาไม่ฆ่าแม่เลยไม่เคยมี
นี่กระไรใจจิตเห็นผิดนัก เหมือนอย่างยักษ์อย่างเปรตประเภทผี
อันรำภายุพาสุลาลี ไม่ขอมีลูกหยาบเข็ดหลาบกลัว
สินสมุทรพูดว่าฉาแม่เจ้า ส่วนลูกเต้าเฉาโฉดมาโกรธผัว
อย่าเปรียบเปรยเลยนะน้องให้หมองมัว จะแก้ตัวเสียใหม่ให้ได้ดี
จอมกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ทรงพระสรวล ฟังสำนวนล้วนละเมียดต่างเสียดสี
ทั้งโฉมยงองค์สุวรรณมาลี ยิ้มยินดีด้วยได้เขยไว้เชยชม ฯ
๏ ฝ่ายพ่อครัวหัวป่าพวกฝรั่ง ต่างแต่งตั้งโต๊ะเหล้าหวานคาวขนม
มาเรียบเรียงเคียงตั้งแล้วบังคม ถวายบรมกษัตริย์ขัตติยา
ท้าวทศวงศ์องค์พระมเหสี เสวยที่แท่นสุวรรณด้วยหรรษา
พระอภัยมณีศรีสุวรรณเป็นหลั่นมา พร้อมบรรดาสุริย์วงศ์เผ่าพงศ์พันธุ์
กับข้าวไข่ไก่พะแนงแกงเป็ดต้ม จอกน้ำส้มสายชูจิ้มหมูหัน
ซ่อมมีดพับสำหรับทรงองค์ละคัน เหล้าบรั่นน้ำองุ่นเฉียวฉุนดี
แต่กษัตริย์หัสไชยยังไม่เสวย ด้วยเธอเคยคอยพระน้องทั้งสองศรี
ฝ่ายโฉมยงองค์สุวรรณมาลี รู้ท่วงทีหน่อกษัตริย์หัสไชย
ให้พี่น้องสององค์ไปเทียบถวาย นางแอบอายอิดเอื้อนเตือนไม่ไหว
แต่ขยับลับล่อพอพระอภัย เรียกหัสไชยมาเสวยด้วยเคยกัน
พระชนนีตีลูกสาวเล็บยาวหยิก ทั้งสองนางต่างกระซิกกันแสงศัลย์
อยู่เฝ้าพี่ที่เสวยเคยทุกวัน ทำเชิงชั้นหมั่นไส้กระไรเลย ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์ขัตติยาทั้งฝรั่ง กินโต๊ะตั้งต่างสำเร็จเสร็จเสวย
ต่างพูดจาการุญต่างคุ้นเคย ล้วนไขเขยเกี่ยวดองพี่น้องกัน
คราวสงครามสามทัพคนนับโกฏิ ต้องจ่ายโภชนาปรนพลขันธ์
อยู่สำราญด่านเขาเจ้าประจัญ ถึงสามวันครั้นเวลาเป็นราตรี ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งทั้งสามมีความรู้ ซึ่งเป็นผู้วิเศษถือเหมือนฤๅษี
เมื่อคราวครั้งมังคลาจะฆ่าตี เที่ยวหลบหนีอยู่ในป่าพนาวัน
ครั้นรู้ว่าพระอภัยตีได้ด่าน ต่างสงสารศิษย์หาจะอาสัญ
จึงลักวลาวายุพัฒน์หัสกัน จากด่านเขาเจ้าประจัญแยกกันไป
ครั้นเช้าตรู่ผู้คุมเที่ยวค้นหา ไม่รู้ว่าจะไปหนตำบลไหน
เห็นหายสูญกราบทูลพระอภัย พระตรัสใช้นายทหารด่านลังกา
เกณฑ์ทัพบกหกทัพกับอำมาตย์ ไปจับบาทหลวงขบถโอรสา
หัวเมืองเล็กเอกโทตรีจัตวา ให้จับวลาวายุพัฒน์หัสกัน ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังกาวัณฬาฉลาด อภิวาทเชิญเสด็จไปเขตขัณฑ์
มอบสมบัติให้พระหัสไชยนั้น กับลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา
พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายตอบ เจ้าคิดชอบขอบจิตกนิษฐา
จะจัดแจงแต่งสารการวิวาห์ ให้สุดสาครไปจึงได้การ
เชิญองค์พระอนุชาเมืองการะเวก ช่วยภิเษกสืบสมบัติพัสถาน
แล้วตรัสสั่งอาลักษณ์พนักงาน แต่งเรื่องสารให้โอรสยศไกร
สุดสาครรับสั่งตั้งแห่แหน มาเมืองแดนด่านท่าชลาไหล
จัดเภตราห้าสิบแล้วรีบไป ต่างใช้ใบแล่นสล้างกลางชลา ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเจ้าไตรจักร เชิญทรงศักดิ์ทศวงศ์เผ่าพงศา
ต่างตระเตรียมเทียมรถผูกคชา ทัพฝรั่งลังกานำหน้าไป
ท้าวทศวงศ์องค์ศรีสุวรรณราช กับหน่อนาถกฤษณาอัชฌาสัย
ทั้งบุตรพราหมณ์สามคนกับพลไกร ตั้งโห่ให้เดินธงเข้าดงแดน
สินสมุทรนั้นกำกับทัพผลึก เสียงเครงครึกคั่งคับคนนับแสน
แบกหอกดาบหาบโพล่ถือโล่แพน ตั้งแห่แหนโห่ฮึกเสียงครึกโครม
พระหัสไชยให้กำกับกองทัพหลัง ทรงรถทั้งเสาวคนธ์วิมลโฉม
เดินธงทัพขับโยธาวาหุโลม เจ้าวาโหมแห่หน้าเคลื่อนคลาไคล
อันโยธีสี่ทัพคนนับแสน ต่างแห่แหนโห่สนั่นเสียงหวั่นไหว
ตีฆ้องกลองก้องกึกครื้นครึกไป ฝูงนกหคตกใจไปจากรัง
ทั้งเสือช้างต่างตื่นครึกครื้นวิ่ง ทหารยิงชิงกันเถือเอาเนื้อหนัง
นางห้ามแหนแสนสาวพวกชาววัง แหวกม่านนั่งเยี่ยมยิ้มอยู่ริมรถ
เห็นดอกไม้ในป่าระย้าย้อย ชะแง้คอยแหงนหน้าคว้าเอาหมด
เข้าดงเดินเนินอรัญริมบรรพต หนทางรถราบเลี่ยนเตียนสบาย
พระอภัยไปกับทัพฝรั่ง รถบัลลังก์หลังคาฝาพระฉาย
นางวัณฬาฝรั่งนั่งข้างซ้าย ที่นั่งฝ่ายข้างขวาสุมาลี
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดานั่งหน้ารถ พระทรงยศยิ้มย่องชวนสองศรี
ชมลำเนาเขาเขินเนินคีรี ดอกมาลีหล่นกลาดดาษดา
พระเด็ดดวงพวงพะยอมหอมระรื่น แล้วแบ่งยื่นให้ข้างซ้ายแลฝ่ายขวา
ให้บุตรีพี่น้องสองธิดา ตรัสภาษาฝรั่งพูดทั้งไทย
ทั้งสองนางต่างยิ้มต่างพริ้มพักตร์ ด้วยจงรักชักชิดพิสมัย
ต่างแย้มสรวลชวนธิดาร้อยมาลัย ถวายองค์พระอภัยสวมใส่กร
ท้าวทศวงศ์ทรงนั่งบัลลังก์รถ ชมบรรพตพูดโอ้สโมสร
มเหสีขี้หึงตะบึงตะบอน ถึงเฒ่าแก่แต่ว่างอนไม่หย่อนคลาย
ศรีสุวรรณนั้นใช้พระกฤษณา ให้เที่ยวหาดอกไม้เอาไปถวาย
นางพระยาว่าตะคอกหยอกหลานชาย ส่วนย่ายายนี้ไม่ให้ดอกไม้เลย
ท้าวทศวงศ์ทรงพระสรวลว่าจวนล่ม คารี้คารมยังไม่หายอีกยายเอ๋ย
นางพระยาว่าถึงแก่อุแม่เอย เห็นสาวแส้แลเงยเฝ้าเชยชม
แต่สินสมุทรสุดเศร้าเปลี่ยวเปล่าจิต ไม่มีหญิงมิ่งมิตรสนิทสนม
คิดคะนึงถึงอรุณอุ่นอารมณ์ เคยชี้ชมนกไม้มาไกลกัน
คิดจะใคร่ไปหายุพาเล่า มันก็เจ้าคารมแสนคมสัน
จะบิดเบี้ยวเลี้ยวลดประชดประชัน ต้องปล้ำมันเหมือนทีหลังทุกครั้งคราว
พระหัสไชยไปบนรถเลี้ยวลดหา พวงบุปผามาลีให้พี่สาว
มาห่างนางวังเวงคิดเพลงยาว เป็นเรื่องราวคราวนิราศเคลื่อนคลาดคลา
พี่ทูลขอก็ได้สมอารมณ์แล้ว กลับไกลแก้วกลอยจิตกนิษฐา
ยังห่างเหินเนิ่นนานการวิวาห์ สร้อยสุวรรณจันทร์สุดาจะอาวรณ์
สรงเสวยเคยร่วมสุวรรณภาชน์ เคยไสยาสน์อยู่ด้วยน้องสองสมร
มาว้าเหว่เอกาอนาทร มิได้นอนแนบเนื้อที่เจือจันทน์
เจ้าพี่เอ๋ยเคยชมภิรมย์รื่น นอนกลางคืนหลับใหลเฝ้าใฝ่ฝัน
ยังนึกเห็นเช่นเชยอย่างเคยกัน เเนบเขนยเลยสำคัญว่าจันทร์สุดา
ค่อยเบือนเบียดเฉียดโฉมเล้าโลมลูบ ประจงจูบปรางซ้ายแล้วย้ายขวา
ครั้นกลับเห็นเป็นหมอนอ่อนอุรา นึกอายหน้าสารถีที่ขับรถ
ด้วยแรกรุ่นฉุนเฉียวเปล่าเปลี่ยวจิต มาจากมิตรคิดถึงตะลึงสลด
จนเวลาสายัณห์ยิ่งรันทด ซบกำสรดไห้สะอื้นไม่ชื่นบาน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยไปกองหน้า ถึงลังกาเข้าเขตนิเวศน์สถาน
แล้วเชิญเหล่าเผ่าพงศ์พระวงศ์วาน อยู่ตึกกว้านพร้อมสิ้นต่างยินดี
พระหัสไชยไปทีหลังเขาทั้งหมด ไม่ทันรถจะประเทียบเหยียบสารถี
กระโดดลงตรงไปตึกพระชนนี สองบุตรีหนีคลานเข้าม่านทอง
พระมารดาปราศรัยเรียกให้นั่ง ร้องเรียกทั้งธิดามาทั้งสอง
ให้เจียนสลาหาพระศรีทั้งพี่น้อง พระยิ้มย่องยื่นลูกจันทน์ให้กัลยา
นางคำนับรับประทานแล้วคลานหนี พระชนนีรู้เล่ห์เสนหา
จึงว่าพ่อก็ยังเหนื่อยล้าเลื่อยมา ไปพูดจาเล่นกับน้องที่ห้องใน ฯ
๏ พระรับสั่งบังคมด้วยสมนึก เข้าในตึกเตียงทองม่านสองไข
เห็นสององค์นงนุชเข้ายุดไว้ พลางกอดจูบลูบไล้ชื่นใจจริง
แล้วว่าพี่มิได้พบไปรบศึก เหลือรำลึกนึกถึงสองแม่น้องหญิง
อยู่หว่างกลางนางเคียงเอนเอียงอิง นางนั่งนิ่งแกล้งเฉยให้เชยชิม
เธอจูบหนักจักกระจี้เบือนหนีหน้า ต่างบ่นว่าน่าเบื่อเหลือหยุมหยิม
พระเรียงรอขอแถมนางแย้มยิ้ม ไม่รู้อิ่มรู้หนำน่ารำคาญ
พระสวมสอดกอดกระซิบว่าทิพรส เหลือจะอดจะออมทั้งหอมหวาน
พี่ทูลขอต่อพระโอษฐ์โปรดประทาน อย่ารำคาญเลยไม่แคล้วแล้วแก้วตา ฯ
๏ ฝ่ายพี่น้องสองนางว่าปางก่อน ฉันยอมหย่อนตามประสงค์เหมือนวงศา
พระคิดวุ่นทูลขอเป็นบริจา เสร็จวิวาห์สิพุคะจึงจะควร
พลางผลักพลิกหลีกเลี่ยงเบือนเบี่ยงบิด พระชื่นชิดติดตามทรามสงวน
นางว่าเบื่อเหลือห้ามยิ่งลามลวน หม่อมฉันข่วนนี้ก็ได้เลือดไหลนอง ฯ
๏ พระว่าพี่ก็เป็นพี่ศรีสวัสดิ์ จะมาตัดขัดขวางให้หมางหมอง
ถึงทูลขอก็ยังไม่ได้ครอบครอง คงเป็นน้องนี่ทำไมไม่ให้เชย
เสร็จวิวาห์ถ้าได้ชมได้สมสู่ จึงเป็นคู่ร่วมเรียงเคียงเขนย
จะห้ามปรามตามลำพังไม่ฟังเลย พลางกอดเกยเชยชิดวนิดา
ด้วยแต่หลังยังเยาว์คุ้มเท่าใหญ่ เคยเคียงใกล้ใจรักกันหนักหนา
ครั้นรุ่นราวสาวหนุ่มเหมือนภุมรา พบผกาเกสรเฝ้าฟอนชม
แต่ขัดข้องสองนางขวางจังหวะ ไม่เลยละพระไม่รู้ที่สู่สม
พระหัสไชยใจเหมือนฝีที่ระบม เข้าเกลียวกลมกลัดหนองจะพองพัง ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยมณีนาถ อยู่ปราสาทเสร็จศึกสมนึกหวัง
ดูสาวศรีที่เป็นเวรเกณฑ์ระวัง ล้วนฝรั่งรูปสลวยสวยโสภา
แต่สองพระมเหสีมิได้เห็น หรือเคืองเข็ญเคียดขึ้งหวงหึงสา
ดูท่วงทีดีกันไม่ฉันทา หยั่งปัญญายากยิ่งจริงจริงเจียว
กระต่ายแก่แต่ละตนล้วนกลมาก ทั้งฝีปากเปรื่องปราดฉลาดเฉลียว
ต้องง้องอนอ่อนจิตบิดเป็นเกลียว จะต้องเกี้ยวกันเหมือนสาวทุกคราวไป
พอยามค่ำย่ำระฆังเสียงหงั่งเหง่ง ประโคมเครงครื้นครั่นเสียงหวั่นไหว
สำอางองค์ทรงภูษาแล้วคลาไคล เสด็จไปตึกขวาห้องมาลี
เห็นโฉมยงทรงยาทานลาฏ ขึ้นนั่งอาสน์โอภาถามมารศรี
เป็นไรเจ้าเศร้าโศกหรือโรคมี หรือปวดที่ศีรษะลมตะกัง ฯ
๏ นางทูลตอบหมอบก้มว่าลมปะทะ ปวดศีรษะริ้วริ้วร้อนผิวหนัง
พิมเสนฝนปนยาทาประทัง แต่หิวโหยโรยกำลังยังไม่มี
ขอทูลความตามจริงสักสิ่งหนึ่ง ด้วยคิดถึงแม่วัณฬามารศรี
ต้องตกยากจากวังมาครั้งนี้ หล่อนช่วยชีวิตไว้จึงไม่ตาย
ทั้งอุปถัมภ์ล้ำเหลือช่วยเกื้อหนุน คิดขอบคุณหล่อนอยู่ไม่รู้หาย
โปรดไปหาปราศรัยให้สบาย อย่าให้อายอางขนางเหินห่างกัน
แม้อยู่วังลังกาข้าพระบาท ขอนอกราชการก่อนโปรดผ่อนผัน
แม้เลิกทัพกลับเสด็จไปเขตคัน จึงหม่อมฉันจะสนองรองบาทา ฯ
๏ พระนิ่งนั่งฟังคำคิดอ้ำอึ้ง นึกเหมือนหึงหนึ่งเหมือนรักกันหนักหนา
เป็นเชิงชั้นกัลเม็ดเข็ดปัญญา จึงตรัสว่าน่าหัวเราะจำเพาะเป็น
ลูกก็เสียเมียก็หมดต้องอดรัก เปรียบเหมือนสักวาไปมิได้เล่น
รู้กระนี้วิบากต้องยากเย็น จะเกิดเป็นเช่นกะเทยชวดเชยชม ฯ
๏ นางฟังตรัสขัดเคืองว่าเยื้องยัก เจ็บเหมือนจักเจ็ดซีกกระผีกผม
จึงว่าพระจะระแวงว่าแต่งลม ก็จะก้มหน้ารับอัประมาน
คิดไม่ถึงจึงขอออกนอกตำแหน่ง กลับเคลือบแคลงแกล้งตรัสประหัตประหาร
ว่าบิดพลิ้วกริ้วโกรธไม่โปรดปราน ขอประทานโทษหม่อมฉันไม่ทันคิด
ตั้งแต่นี้มิม้วยหายป่วยเจ็บ จึงจะเย็บปากตรึงให้ตึงติด
ไม่พูดจากว่าจะตายวายชีวิต ต้องเจียมตัวกลัวผิดเจ็บจิตใจ ฯ
๏ พระว่าพี่นี้ก็รู้อยู่ว่ายาก จะต้องตีฝีปากไม่อยากไหว
เคยสำทับรับแพ้มาแต่ไร เหมือนเต่าใหญ่ไข่กลบให้ลบเลือน
เมื่อครั้งสาวคราวหนีเป็นชีเล่า ต้องแหงนเปล่าเศร้าใจใครจะเหมือน
มีลูกเต้าเฒ่าแก่ยังแชเชือน เคยรู้ฤทธิ์บิดเบือนไม่เคลื่อนคลาย
ขี้เกียจเกี้ยวเคี่ยวขับข้ารับแพ้ กระต่ายแก่แม่ปลาช่อนงอนไม่หาย
ลงจากอาสน์คลาดคล้อยเดินลอยชาย เข้าตึกซ้ายเห็นวัณฬาเลือกมาลี
ลดพระองค์ลงนั่งบัลลังก์อาสน์ ละเวงนาฏน้อมประณตบทศรี
ตั้งเครื่องอานพานสลาให้สามี หยิบมาลีเลือกถวายมีหลายพรรณ
พระแย้มยิ้มพริ้มพรายว่าสายสวาท ยังผุดผาดผิวฉวีเป็นสีสัน
อย่าห่างเหินเมินเมียงอยู่เพียงนั้น มาบนบรรจถรณ์ให้ใกล้พี่ยา ฯ
๏ นางเคารพนบนอบตอบสนอง พระคุณของทรงศักดิ์นั้นหนักหนา
ฉันชาตินี้มีกรรมได้ทำมา ขอเป็นข้ากว่าชีวันจะบรรลัย
แต่ห่างเหินเนิ่นนานหม่อมฉานเล่า มีลูกเต้ามัวหมองไม่ผ่องใส
เคยชิดชมขมหวานประการใด มิใช่ไม่เคยเห็นจงเอ็นดู
สิบแปดปีนี่แล้วแต่เป็นม่าย จนเหลืออายอัปยศต้องอดสู
มีลูกเต้าเล่าก็พลัดเป็นศัตรู คิดก็รู้อยู่ว่ากรรมให้จำเป็น
เมื่อรุ่นสาวคราวพบต้องรบผัว ครั้นแก่ตัวรบกับลูกถูกแต่เข็ญ
แสนอาภัพรับแต่ร้อนไม่หย่อนเย็น พระก็เห็นก็รู้อยู่ด้วยกัน
แม้ใช้งานการอื่นไม่ขืนขัด จะซื่อสัตย์สุจริตไม่บิดผัน
โปรดปล่อยปละละวางที่อย่างนั้น กระหม่อมฉันหลาบเข็ดจงเมตตา ฯ
๏ พระฟังนางช่างพลอดกอดพระหัตถ์ เห็นข้องขัดตัดรักเสียหนักหนา
จึงว่าพี่นี้มิได้เวียนไปมา เพราะธุระพระบิดานิคาลัย
มาพบเจ้าคราวนี้ศรีสวัสดิ์ ก็เคืองขัดตัดจิตพิสมัย
แต่ดาบตัดกัทลียังมีใย ไม่อาลัยพี่แล้วหรือแก้วตา
ถึงใจน้องหมองหมางไปอย่างนี้ แต่ใจพี่ยังรักนั้นหนักหนา
เหมือนแมลงภู่อยู่ที่พุ่มปทุมา จะรอรายั้งหยุดนั้นสุดใจ
พลางลดองค์ลงแอบแนบสนิท เหมือนที่เคยเชยชิดพิสมัย
ประโลมลูบจูบปรางทำอย่างไร นางก็ไม่ข้องขัดไม่ตัดรอน
พระอุ้มขึ้นแท่นทองประคองถนอม นางไม่ยอมขึ้นสุวรรณบรรจถรณ์
กลับถอยหลังนั่งนิ่งแล้ววิงวอน จงหยุดหย่อนอย่าให้เมียถึงเสียตัว
แต่หยิกหยอกนอกกายถวายได้ มิใช่ใจไม่สมัครไม่รักผัว
กลัวแต่ที่มีบุตรนั้นสุดกลัว เพราะลูกชั่วตัวต้องช้ำระกำใจ
จงโปรดเกล้าเอาบุญเถิดทูลกระหม่อม น้องไม่ยอมแล้วที่จะพิสมัย
ถึงโกรธาฆ่าฟันสู้บรรลัย พลางกราบไหว้วอนว่าจงปรานี ฯ
๏ พระฟังนางทางว่าถ้าเช่นนั้น จะผ่อนผันสัญญาให้มารศรี
แม้อิงแอบแนบถนอมยอมโดยดี เว้นแต่ที่ห้ามปรามจะตามใจ
พลางประคองสองแขนขึ้นแท่นรัตน์ นางไม่ขัดสามีตามวิสัย
ครั้นเคล้าคลึงถึงประคองทำนองใน นางพลิกไพล่ทูลห้ามอย่าลามลวน
ประโลมลูบจูบกอดสอดสัมผัส นางปิดปัดปกป้องของสงวน
แต่เคล้นเคล้าเซ้าซี้เฝ้ายียวน เธออักอ่วนอกดังจะพังพอง
จนเหนื่อยอ่อนวอนว่าวัณฬาเอ๋ย อย่ากลัวเลยเชยชมประสมสอง
จะสัญญาถ้าทีนี้เจ้ามีท้อง จึงขัดข้องขาดกันตามสัญญา ฯ
๏ นางวัณฬาว่าไฮ้ฉันไม่เชื่อ อย่าล้ำเหลือล่อเล่ห์เสนหา
เชิญผ่านเกล้าเข้าที่ศรีไสยา จะอุส่าห์นวดฟั้นให้บรรทม
พลางนบนอบหมอบกรานประทานโทษ ด้วยมาโนชญ์นั่งชิดสนิทสนม
กรีดพระหัตถ์ดัชนีพัดวีลม จนบรรทมหลับไปในไสยา ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณกระสันสวาท แรมนิราศห่างเหเสนหา
รัญจวนจิตคิดรำพึงถึงรำภา ไม่เห็นมาเฝ้าแหนหรือแค้นเคือง
ด้วยวิสัยใจดื้อซื่อต่อเจ้า เสียลูกเต้านิ่งตรอมจนผอมเหลือง
จะไปหาถ้าไม่รักจะยักเยื้อง ถึงขัดเคืองคงจะปลอบให้ชอบที
จึงสรงน้ำสำอางแล้วย่างย่อง เข้าในห้องเห็นหน้ารำภาสะหรี
ตั้งโต๊ะกินรินสุราเห็นสามี อัญชลีเชิญให้นั่งบัลลังก์ทอง
พระแนบนางพลางว่านิจจาเจ้า ดูโศกเศร้าซูบศรีฉวีหมอง
เมื่อรุ่นสาวขาวอ้วนนวลละออง แก้มทั้งสองของพี่อยู่ที่รำภา
พลางแอบอุ้มจุมพิตสนิทถนอม อ่อยังหอมอยู่ไม่หายทั้งซ้ายขวา
เสียดายดวงพวงพุ่มปทุมา แต่คลาดคลาเคลื่อนคล้อยไปหน่อยเดียว ฯ
๏ นางฝรั่งฟังคำเฉื่อยฉ่ำชื่น ไม่ขัดขืนกลืนกลั้นกระสันเสียว
จึงว่าพระละทิ้งเสียจริงเจียว ไม่แลเหลียวเกือบจะเข้าสิบเก้าปี
นี่หากว่าเกิดรบสมทบทัพ จึงได้กลับมาหารำภาสะหรี
มีบุตรชายคล้ายพ่อใช่พอดี เหมือนยักษีผีเสื้อเหลือกำลัง
จริงนะพระจะคิดสนิทถนอม น้องไม่ยอมแล้วเช่นอย่างแต่ปางหลัง
ไปนับปีมิใช่ของสำรองรัง จะมานั่งคลอเคลียเป็นเมียเดิน
ให้ลูบต้องน้องนี้เห็นว่าเป็นผัว จะหลีกตัวกลัวเธอจะเก้อเขิน
คลึงเคล้นเคล้าเท่านั้นเถิดอย่าเพลิดเพลิน จะเหลือเกินเชิญพระไปที่ไสยา ฯ
๏ ชะรำภาสารพัดจะขัดขวาง ว่าทิ้งขว้างห่างเหเสนหา
เมื่อจะกลับทัพไปไกลลังกา เกษราหล่อนก็รักเฝ้าชักชวน
พี่ก็อ้อนวอนจะใคร่เอาไปด้วย จะได้ช่วยปกป้องประคองสงวน
เจ้าผ่อนผัดขัดคำทำกระบวน เออก็ควรหรือมาพลอดว่าทอดทิ้ง
ถึงลูกเต้าเจ้าสิเลี้ยงดูเยี่ยงเจ้า จึงผ่าเหล่าว่านเครือเหมือนเสือสิงห์
ลูกแม่อื่นสิเรามีดีจริงจริง ทั้งผู้หญิงผู้ชายไม่ร้ายรอง
เจ้าเป็นเมียเสียตัวผัวมาหา ราวกับว่ามาแขกแปลกเจ้าของ
ไม่ยอมดีพี่ไม่ละดอกนะน้อง ไปร้องฟ้องเถิดว่าไม่ได้เป็นเมีย
ที่โลมลูบจูบจับจะปรับไหม สักเท่าไรก็ไม่รู้จะสู้เสีย
พลางพูดพลอดกอดคอเคล้าคลอเคลีย จูงมือเมียเข้าในห้องประคองเคียง ฯ
๏ นางรำภาสามีคลุกคลีเคล้า เหมือนถ่านเก่าเพลิงพลุ่งสิ้นสุ้งเสียง
เข้าอิงแอบแนบข้างอยู่กลางเตียง เหมือนนกเอี้ยงเลี้ยงควายตะกายเลน
อัศจรรย์นั้นเหมือนเช่นเขาเล่นโขน ตีกลองโยนแยกเท้าท่ากราวเขน
เขย่งหย่งก่งศรเอี้ยวอ่อนเอน ต่างจัดเจนจับกุมตะลุมบอน
เปรียบเหมือนบททศพักตร์เข้าหักหาญ พระอวตารแผลงถูกเล่มลูกศร
เข้าปักอกหกคะเมนระเนนนอน ค่อยหายเหือดเดือดร้อนผ่อนสำราญ
รำภาสะหรีศรีสุวรรณนั้นได้ชื่น ต่างเริงรื่นร่วมรักสมัครสมาน
แต่องค์พระอภัยไม่ได้การ คิดรำคาญค้างเติ่งเสียเชิงนาง ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบดินทร์สินสมุทร จากพระนุชนิ่มน้องให้หมองหมาง
มาทางไกลไร้ทั้งเหล่าสาวสุรางค์ คิดคะนึงถึงนางยุพาผกา
แต่รั้งรอพอค่ำน้ำกุหลาบ สำอางอาบซาบองค์ทรงภูษา
ขลิบทองคล้องสองไหล่แล้วไคลคลา เข้าแฝงฝาตึกทองแล้วมองเมียง
เห็นยุพาผกาผัดหน้านั่ง เข้าข้างหลังฉากกั้นชั้นเฉลียง
จ้องนิ้วชี้จี้นางแอบข้างเคียง นางร้องกรีดหวีดเสียงสำเนียงดัง
สินสมุทรยุดมือนางรื้อร้อง เขม้นมองเห็นผัวทรุดตัวนั่ง
นางน้อยน้อยถอยออกจากที่ฉากบัง ยุพาตั้งพานสลาแล้วพาที
หม่อมฉันธุระจะทูลลาช้าไม่ได้ รับสั่งใช้ให้เขามาหาเมื่อกี้
มิใคร่คลาดราชการหม่อมฉานมี จะลุกหนีสินสมุทรก็ยุดไว้
รำลึกถึงจึงอุส่าห์มาหาอีก จะเลี่ยงหลีกหลบลี้หนีไปไหน
แล้วแกล้งแย่งภูษาผ้าสไบ นางจนใจไปไม่รอดนั่งกอดมือ
แล้วว่าพระจะมาปล้ำทำเช่นนั้น ผัวหม่อมฉันมีอยู่ไม่รู้หรือ
ใช่ตัวเปล่าชาวเมืองก็เลื่องลือ ขืนต้องถือทำละเมิดจะเกิดความ ฯ
๏ พระเชื่อคำอ้ำอึ้งแล้วจึงว่า เมียของข้าใครหนอจะขอถาม
ทำไมเล่าเจ้าจึงหย่อนโอนอ่อนตาม มีผัวสองต้องห้ามตามกระทรวง
อันผัวมีทีหลังดังกิ่งก้อย เป็นผัวน้อยของตัวข้าผัวหลวง
มีลูกเต้าเหล่าฝรั่งสิ้นทั้งปวง เขาก็ล่วงรู้เห็นเป็นพยาน
เคยได้เสียเมียของข้าเจ้าอย่าดื้อ พลางฉุดมือมาบนตักทำหักหาญ
นางผลักผละพระขยำทำประจาน ประเดี๋ยวใจได้การสำราญเริง
อัศจรรย์นั้นเหมือนอย่างช้างเป็นบ้า สะบัดงางวงแกว่งแทงเถลิง
คนถือพัดผัดให้ไล่ละเลิง แล่นเตลิดเปิดเปิงเข้าเซิงซุ้ม
พอมืดมนฝนอู้ซู่ซู่สาด คเชนทร์ฟาดฟูมหน้าถลาหลุม
ตะคลุกคลานควาญหมอขี่คอคุม เหมือนสาวหนุ่มชุ่มชื่นต่างตื่นนอน
ที่มีคู่อยู่ไหนก็ไม่ทุกข์ เกิดสนุกสุโขสโมสร
สามบุรีมีนักเลงโขนละคร เล่นรำฟ้อนวันคืนเสียงครื้นครึก ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ