ตอนที่ ๑๐๖ พระอภัยมณีไปเยี่ยมนางเงือกที่เกาะแก้วพิสดาร

๏ จะกล่าวถึงพระอภัยวิไลลักษณ์อยู่สำนักเนินสิงคุตรกุฏิฤๅษี
เจริญผลบรรพชิตกิจโยคีทั้งสองชีเชี่ยวชาญการบำเพ็ญ
ไม่โลภหลงปลงในธรรมกรรมฐานหมายวิมานแสนสุขสิ้นยุคเข็ญ
มัธยัสถ์ตัดสวาทขาดกระเด็นลงตรองเห็นแก่นสารการต้องตาย
เพราะตัณหาพาตนให้ทนทุกข์ไม่มีสุขอวิชชาพาฉิบหาย
เป็นเชื้อไฟไม่ชั่วตัวอบายให้วุ่นวายโลภหลงเที่ยววงวน
ต้องรบพุ่งยุ่งยิ่งชิงสมบัติทั่วจังหวัดเขตแคว้นแดนสิงหล
เพราะโลกีย์นี้มันชั่วพามัวมนให้เสียผลเสียประโยชน์โพธิญาณ
คิดก็เป็นอนิจจังน่าสังเวชกองกิเลสนี้หนอเรามันเผาผลาญ
แต่พลัดพรากจากพงศ์จากวงศ์วานทรมานกายาในสามัญ
พระเห็นภัยในอดีตเอาจิตตั้งเห็นทุกขังเดือดร้อนควรผ่อนผัน
ทรงกสิณอภิญญาณสำราญครันเอาจิตหมั่นปลงธรรมสำมดึงส์
สมประโยชน์หวังโปรดหลวงชีสองให้ผุดผ่องลุล่วงการหวงหึง
จะได้ผลขนสัตว์ที่รัดรึงให้ลุถึงทางสวรรค์ชั้นวิมาน
พลางเสด็จออกนอกกุฎีที่สำนักมาหยุดพักที่ศาลาหน้าวิหาร
ทั้งสองนางต่างประณตบทมาลย์แล้วกราบกรานคอยรับสั่งฟังคดี ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงศีลมุนินทร์นาถตรัสประภาษโดยจริตกิจฤๅษี
ภิปรายปราศรัยน้องสองนารีค่อยเปรมปรีดิ์อยู่หรือน้องทั้งสองนาง ฯ
๏ ฝ่ายสุวรรณมาลีหลวงชีสนองหม่อมฉันสองตั้งใจมิได้หมาง
ถือโอวาทมาดหมายจนวายวางตามหนทางนฤพานการบำเพ็ญ
พระตรัสว่าสาธุจงลุล่วงให้พ้นห่วงตัณหาทันตาเห็น
แล้วเทศนาปราศรัยให้ใจเย็นจงละเว้นโทโสอย่าโกรธา
อันโลภหลงจงเห็นว่าเป็นโทษไม่ประโยชน์อย่าหวังใช่ฝั่งฝา
การโลกีย์สี่ประการเป็นมารยาคือรูปรสพจนาเครื่องบำเรอ
อันบทเบื้องเรื่องสัมผัสเหมือนมัดผูกเข้ากระดูกแล้วมันทำเสียหยำเหยอ
จงหักจิตคิดสละอย่าทะเยอที่เปรมเปรอปฏิพัทธ์จงตัดใจ
เอาดวงจิตคิดในพระไตรลักษณ์จะประจักษ์หักห้ามความสงสัย
อันขันตีมีกำหนดให้อดใจจงตั้งในยุติธรรมคงสำราญ
ได้ตัดห่วงบ่วงใยในมนุษย์จะบริสุทธิ์เห็นภัยในสงสาร
อุเบกขาตั้งมั่นในสันดานหวังนิพพานเบื้องหน้าให้ถาวร
พอจบคำที่พระร่ำเทศนาให้สีกาชีจำเอาคำสอน
ทั้งสองนางต่างยินดีชุลีกรรับสุนทรพระมุนีด้วยปรีชา
มัธยัสถ์ครัดเคร่งข้างปรนนิบัติค่อยคิดตัดโลโภแลโมหา
เกิดความสุขขึ้นทุกวันเห็นทันตาต่างเปรมปราโมทย์สำราญบานกมล ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมุนีฤๅษีสิทธ์ครั้นเสร็จกิจเทศนาสถาผล
พอเย็นพยับอับแสงสุริยนพื้นอำพนแจ่มฟ้าดาราราย
จันทร์กระจ่างกลางนภาเวหาห้องสว่างท้องป่าชัฏจำรัสฉาย
พระเสด็จเข้ากุฎีที่สบายสำรวมกายทางกสิณอภิญญาณ
หวนรำลึกนึกถึงอาจารย์เฒ่าจะโศกเศร้าแก่ชราน่าสงสาร
หรือล่วงลับดับขันธสันดานทั้งเยาวมาลย์มัจฉาสีกาโยม
จะอยู่ดีมีสุขหรือทุกข์ร้อนเมื่อวันจรจากนางสำอางโฉม
ได้ฝากฝังครูเฒ่าช่วยเล้าโลมจนนางโยมคลอดบุตรสุดอาลัย
สิบเก้าปีนี้แล้วแต่แคล้วคลาดแสนอนาถนึกน่าเลือดตาไหล
จนลูกมีหลานน้อยกลอยฤทัยยังมิได้เห็นหน้ามัจฉาเลย
จำจะไปเยี่ยมเยือนเจ้าเพื่อนยากคุณเขามากนักหนานิจจาเอ๋ย
ได้รอดตายวายชีวามาหลงเลยจะเฉยเมยเสียไม่ไปก็ไม่ดี
พระตริพลางทางเข้าสมาธิตั้งสติระลึกไปในวิถี
เอาจิตตั้งทางกสิณให้อินทรีย์ลอยขึ้นที่นภางค์กลางอัมพร
หมายเกาะแก้วพิสดารข้างด้านใต้ตลอดไปจนมหิงขสิงขร
ตามมหาสาคโรชโลธรพระเสด็จจรทางกสิณอภิญญาณ
ไม่ช้าพลันบรรลุถึงเกาะแก้ววิเวกแว่วเสียงดังระฆังขาน
เห็นกุฎีที่สำนักพระอาจารย์ดูสำราญท่าทางเหมือนอย่างเคย
เมื่อครั้งหนีผีเสื้อท่านเกื้อหนุนได้พึ่งบุญอยู่จนได้ไปเป็นเขย
เมืองผลึกนึกถึงคุณได้คุ้นเคยได้ไปเชยก็เพราะคุณพระมุนี
ครั้นถึงหมอบยอบองค์ลงอภิวาทมุนีนาถโดยจริตกิจฤๅษี
ฝ่ายพระจอมอิศโรท่านโยคีเห็นมุนีมาคำรพอภิวันท์
เอามือป้องมองดูไม่รู้จักจึ่งถามทักมาแต่ไหนจนไก่ขัน
เป็นนักสิทธ์ถือกิจพรหมจรรย์เที่ยวด้นดั้นมาทำไมในกลางคืน
มีธุระสิ่งใดอย่างไรหนอจงแจ้งข้อตามอรรถอย่าขัดขืน
จะต้องการสิ่งไรในกลางคืนจนดึกดื่นบอกเราให้เข้าใจ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมุนีฤๅษีสิทธ์เฉลยกิจจาแจ้งแถลงไข
ข้าพเจ้านี้หรือชื่ออภัยเล่าพิไรให้เธอฟังแต่หลังมา
พระโยคีนิ่งตรึกนึกขึ้นได้อ้ออภัยมณีหรือถือสิกขา
ละสมบัติพัสถานการพาราเองบวชมาได้กี่ปีหรือหนีเมีย
หรือเกิดเข็ญเป็นอย่างไรไม่เป็นสุขจึงทิ้งทุกข์ปล่อยปละสละเสีย
หรือเห็นภัยในคฤหัสถ์ตัดลูกเมียออกบวชเสียใครอยู่หลังช่างหัวมัน
พระอภัยกราบก้มประนมสนองไม่ขัดข้องข้อใดในใจฉัน
คิดเห็นภัยในกิเลสสังเวชครันมารุมรันรึงรัดสัตว์ทั้งปวง
จึงสละละสมบัติพัสถานไม่ต้องการเขตแดนสิ้นแหนหวง
คิดผ่อนตัดเยื่อใยที่ในทรวงหมายลุล่วงหาประโยชน์จะโปรดชน ฯ
๏ พระโยคีปรีดาสาธุสะเองสละสังเวชแจ้งเหตุผล
โมทนาสาธุสะไม่ปะปนหวังกุศลภิญโญมโหฬาร
นี่เองมาอย่างไรไฉนเล่าเอาสำเภาเภตรามาหรือหลาน
หนทางไกลเหลือล้นพ้นประมาณหรือเดินสารผู้ใดจึ่งได้มา
พระอภัยมุนินทร์ปิ่นกษัตริย์จึ่งแจ้งอรรถให้เธอฟังที่กังขา
ฉันมาโดยทางกสิณตั้งจินดาเมื่อหลานมาแต่หัวค่ำพอย่ำยาม
พระโยคีมีญาณว่าหลานแก้วประเสริฐแล้วอุตสาห์เพียรตัดเสี้ยนหนาม
สมประโยชน์แล้วอุตส่าห์พยายามจะมีความสุขใจในนิพพาน
แล้วชวนเชิญพระอภัยเข้าในกุฏิ์จงยั้งหยุดเจริญธรรมกรรมฐาน
ไม่ห่วงใยคล้ายกับกูอยู่สำราญหมายนิพพานภาคหน้าให้ถาวร ฯ
๏ ฝ่ายเจ้าพวกเรือแตกแขกฝรั่งมานั่งฟังถ้อยคำที่ร่ำสอน
ทั้งปรนนิบัติพัดวีชุลีกรต้มน้ำร้อนน้ำชาสารพัน
ถวายพระมุนีฤๅษีสิทธ์ตั้งให้ชิดแล้วคำรพเชิญขบฉัน
ทั้งเภสัชเพลาสารพันฤๅษีฉันเสร็จสรรพระงับกาย
ศศิธรจรดับลาลับเมฆอดิเรกสุริยงส่งแสงฉาย
ดารากรอ่อนอับระยับพรายสกุณร่ายร้องก้องซ้องสำเนียง
ไก่กระชั้นขันขานประสานเสนาะที่บนเกาะเจื้อยเจกวิเวกเสียง
โกกิลากาแกแซ่สำเนียงดุเหว่าเรียงร้องเร่งพระสุริยน
แสงหิร้ญเรืองรอบริมขอบฟ้าพระสุริยาขึ้นสว่างกลางเวหน
ฝูงนกหกผกผินแล้วบินบนจากรังตนร่อนร้องก้องกังวาน
กะเรียนดงส่งเสียงสำเนียงแจ้วดั่งปี่แก้วจำเรียงเสียงประสาน
วิหคหงส์จับเนินเหินทะยานไปสมานบุษบงเที่ยววงวน
พระฤๅษีพลิกฟื้นตื่นไสยาสน์ภาณุมาศส่องสว่างกลางเวหน
ออกจากกุฏิ์เดินตรงไปสรงชลแล้วขึ้นบนเชิงผาศิลาลัย
พวกศิษย์หาพากันไปที่ในป่าเที่ยวเสาะหาเลียบเดินเนินไสล
สอยมะม่วงพวงสุกลูกลำไยมะเฟืองมะไฟผลผลาทั้งหว้าดง
ขนุนขนันจันทน์อินผลลิ้นจี่เก็บแต่ที่สิ่งของต้องประสงค์
แล้วเดินตัดลัดมาจากป่าดงถวายองค์สองมุนีด้วยปรีดา
พระนักธรรม์ฉันเสร็จสำเร็จกิจอวยอุทิศอานิสงส์ทรงยถา
แล้วสัพพีให้สุขังมังคลาพากันมายั้งหยุดอยู่กุฎี
พระอภัยไต่ถามถึงมัจฉายังสุขาปรีดิ์เปรมเกษมศรี
หรือทุกข์โศกโรคภัยสิ่งไรมีไปอยู่ที่แห่งหนตำบลใด ฯ
๏ พระโยคีมีรสพจนารถอยู่ที่หาดห้องผาเคยอาศัย
เมื่อคลอดบุตรสุดสาครกูอ่อนใจกลัวจะไม่รอดแล้ววะเดชะบุญ
พอออกแล้วมันก็ให้กูไปเลี้ยงกูก็เสี่ยงบุญเจือช่วยเกื้อหนุน
ไม่เจ็บไข้เลยนะวะเดชะบุญแต่กูวุ่นพยายามถึงสามปี
เดี๋ยวนี้มันเป็นกระไรหวาอ้ายหนูหรือไปอยู่ไหนเล่าเจ้าฤๅษี
เองเล่าเรื่องเบื้องหลังให้ฟังทีเมื่อครั้งปีถูกเสน่ห์ทั้งเล่ห์กล
กูก็ไปดับเข็ญให้เป็นสุขมันเกิดยุคยุ่งยิ่งในสิงหล
หรือยังตั้งรบรุกทุกตำบลพวกไพร่พลในนครร้อนหรือเย็น ฯ
๏ พระอภัยได้ฟังอาจารย์ถามยกเอาความรบรุกครั้งยุคเข็ญ
แต่เดี๋ยวนี้วายร้อนค่อยผ่อนเย็นเพราะบุตรเป็นจอมเจ้าชาวลังกา
คือเจ้าสุดสาครบวรนาถให้สิทธิ์ขาดครองวังเป็นฝั่งฝา
แถลงเล่าพระมุนีผู้ปรีชาให้พระอาจารย์ฟังดั่งภิปราย
แล้วลาพระมุนีไปที่อู่นางเงือกอยู่วังวนชลสาย
สถิตแท่นแผ่นผาศิลาลายแล้วเรียกสายสวาทพลางเหมือนอย่างเคย
โอ้มัจฉานารีศรีสมรตัวพี่จรกลับมาแล้วน้องแก้วเอ๋ย
สิบเก้าปีมิได้พบประสบเลยอย่าเฉยเมยเชือนช้าให้อาวรณ์ ฯ
๏ นางเงือกน้ำจำเสียงสำเนียงแว่วจะเจื้อยแจ้วจับทรวงดวงสมร
เหมือนเสียงองค์ภูวไนยให้อาวรณ์ก็รีบจรแหวกว่ายจากสายชล
เห็นทรงฤทธิ์จิตปลี้มลืมความทุกข์เกษมสุขชื่นชุ่มทุกขุมขน
นางเสือกขึ้นหาดทรายริมสายชลพลางน้อมตนอภิวาทบาทมูล
กันแสงไห้ใจเพียงจะขาดวับสลบหลับเหมือนชีวาตม์จะขาดสูญ
พระอภัยเห็นหน้ายิ่งอาดูรให้เพิ่มพูนโทมนัสอัดอุรา
จะดับโศกก็ไม่หยุดสุดจะกลั้นให้อัดอั้นซบนิ่งเอนอิงผา
มิทันกล่าวมธุรสพจนาก็ถึงภาวสัญญีนิ่งไม่ติงกาย
จนสายแสงสุริยาเวลาฉันพระนักธรรม์คอยหาไม่เห็นหาย
ถือไม้เท้างกเงิ่นเดินวุ่นวายไปหาดทรายปากอ่าวริมเสาโคม
พอเห็นพระอภัยวิไลลักษณ์ลงซบพักตร์อยู่ริมนางสำอางโฉม
เอะมาตายเล่นเปล่าเปล่าริมเสาโคมทั้งอีโยมเงือกน้อยก็พลอยตาย
แกวิตกอกตันเอะวันนี้ต้องเผาผีหรืออะไรจิตใจหาย
อนิจจังอนิจจาน่าเสียดายแกฟูมฟายชลนาให้อาวรณ์
จึ่งเดินไปใกล้ศพแล้วทรุดนั่งข้างฟากฝั่งชายตลิ่งริมสิงขร
เอามือจับต้องดูพระภูธรยังอุ่นอ่อนเออเห็นไม่เป็นไร
จำจะเข้ากสิณดูให้รู้แน่จะตายแท้หรือว่าซบสลบไสล
จึ่งหลับตาลงพลันด้วยทันใดก็แจ้งในทางกสิณอภิญญาณ
ว่ายังไม่วางวับถึงดับจิตด้วยชีวิตมันก็ยังไม่สังขาร
วาโยธาตุอัดอั้นในสันดานเพราะเกิดการโทมนัสวิบัติเป็น
ว่าจะต้องแก้ไขให้มันฟื้นแต่พอชื่นจิตระงับช่วยดับเข็ญ
แล้วกลับไปกุฏิ์ตาหาน้ำเย็นตักมาเป็นโอใหญ่แล้วร่ายมนต์
แล้วจึงเรียกศิษย์หามาไปด้วยจะได้ช่วยกันสิหวาหากุศล
ให้ศิษย์ยกโอใหญ่ใส่น้ำมนต์ไปตามก้นแกวิตกเดินงกงัน
พอถึงท้ายชายหาดนั่งหอบฮักแก่หยุดพักบริกรรมธรรมขันธ์
แล้วพรมพรำน้ำไปดั่งใจพลันพระนักธรรม์พลิกฟื้นชื่นอุรา
ด้วยเดชะพระมุนีแกวิเศษเรื่องพระเวทด้วยมนต์ดลคาถา
แล้วเรียกศิษย์เอาสิวะประสีกาแกภาวนาช่วยชีวิตจิตอาวรณ์
พอพวกศิษย์ประน้ำได้สัมผัสพระพายพัดต้องกายสายสมร
นางพลิกฟื้นสมประดีชุลีกรเห็นภูธรกับโยคีค่อยมีแรง
ประณตนอบยอบกายแล้วไหว้กราบศิโรราบลงพลันก้มกันแสง
พระโยคีจึ่งเอาธรรมออกสำแดงแล้วชี้แจงเทศนาตามบาลี
หวังจะให้เสื่อมสว่างทางวิตกที่ในอกนางมัจฉามารศรี
ธรรมดาฝูงสัตว์ในปัถพีก็ย่อมมีทุกข์เข็ญไม่เว้นตัว
มนุษย์สัตว์ในจังหวัดชมพูภพย่อมปรารภพลัดพรากจากลูกผัว
เกิดมาในสามัญย่อมพันพัวดีแลชั่วต้องเป็นคู่อยู่ด้วยกัน
อันสุขทุกข์เวทนาสีกาเอ๋ยการชมเชยมันไม่แน่ย่อมแปรผัน
เป็นอนิจจังทั้งปวงอย่าหวงกันเหมือนหนึ่งขันธ์ทั้งห้าย่อมสาธารณ์
เครื่องเน่าจมถมแผ่นดินหินชาติพวกนักปราชญ์มิได้หลงในสงสาร
เห็นร่างกายเกิดมาย่อมสาธารณ์เหมืองโรงร้านแต่พอยั้งกำลังกาย
อันตัณหากล้าหาญคือการโลภแม้นละโมบแก่กล้าพาฉิบหาย
ใครลุ่มหลงปลงใจไม่สบายมันวุ่นวายการชั่วให้มัวมอม
จงหักใจเสียบ้างหวาสีกาเงือกเองกลิ้งเกลือกหนักไปจนผ่ายผอม
ให้กายต้องเจ็บจุกเป็นทุกข์ตรอมจงอดออมเสียกูเห็นจะเป็นการ
อันเปรี้ยวเค็มเต็มอุราสีกาเอ๋ยเองก็เคยพัวพันทั้งมันหวาน
คิดตัดรอนผ่อนผันในสันดานหวังนิพพานภาคหน้าให้ถาวร
นางมัจฉาสาธุสะพระได้โปรดที่คุณโทษกรุณังช่วยสั่งสอน
ขอถือศีลภาวนาให้ถาวรถึงม้วยมรณ์จะได้สุขพ้นทุกข์ภัย ฯ
๏ พระโยคีมีจิตคิดสังเวชจึงแจ้งเหตุจะให้เห็นเป็นนิสัย
ยกเอาศิลมาแสดงให้แจ้งใจว่าที่ในองค์ห้าสมาทาน
บทปาณาห้ามว่าอย่าฆ่าสัตว์พระบัญญัติไว้ในธรรมกรรมฐาน
อย่าได้คิดทำร้ายให้วายปราณในสันดานตั้งจิตคิดเมตตา
ทั้งอายุก็จะยืนได้หมื่นกัปจงสดับจำไว้ในใจหวา
คิดตัดรอนผ่อนผันด้วยปัญญาตามกูว่าถือให้มั่นคือขันตี
ถ้าเองถือไว้ไม่มั่นขันจะแตกเอ็งจะแบกหรือจะหามถามฤๅษี
ผัวของเองนั่งตงุ่นเป็นมุนีให้ช่วยชี้ทางสวรรค์ชั้นวิมาน
กูจะให้แต่ศีลเหมือนกินข้าวหากกับเอาที่ออผัวคือตัวหวาน
อทินนาทานาว่าพิสดารอย่าคิดอ่านลักฉกจะตกลง
ในนรกหมกไหม้ไฟจะเผาให้กายเราไหม้กระจุยเป็นผุยผง
เพราะความสัตย์มิได้ถือให้ซื่อตรงดับจิตลงจะไปตกนรกนาน
บทกาเมสุมิจฉาหนาออเงือกเหมือนตกเมือกจมลงในสงสาร
กองกิเลสมันย่อมทำให้รำคาญจงคิดอ่านตัดรอนไปนอนตรอง
อันเปรี้ยวหวานจืดเค็มเองเต็มอกอย่ามุ่นหมกให้มันวุ่นจะขุ่นหมอง
อันฉันทาคติเร่งตริตรองจงตัดช่องผ่อนผันให้บรรเทา
นี่แหละตัวกาเมสุมิจฉาจะพรรณนามาไปเหมือนไฟเผา
ว่าแต่พอให้เองเห็นเป็นสำเนาจงถือเอาไว้เถิดหวาสมาทาน
บทมุสาวาทาว่าสับปลับพระบังคับเทศน์ไว้หลายสถาน
อย่าเสียดส่อตอแหลนางแหพานที่ในการโป้ปดจงอดออม
สัพลาวาจามุสาวาทศีลจะขาดอดใจใฝ่ถนอม
สุจริตจิตผ่องไม่หมองมอมจงอดออมไว้ให้มั่นในสันดาน
จะผาสุกทุกทิวาสีกาเอ๋ยคงได้เชยชมสวรรค์โดยสัณฐาน
พอดับจิตคงจะได้ไปวิมานจะสำราญด้วยสุรางค์นางบำเรอ
ศีลสุราว่าเหล้ามันเมาเปรอะพูดเลอะเทอะไปยังค่ำพย่ำเผยอ
เที่ยวฉกชิงวิ่งวุ่นหมุนกระเชอให้เปรมเปรออยู่ในจิตคิดทะนง
เที่ยวตีรันฟันแทงสำแดงโทษไม่ประโยชน์อันธพาลสันดานหลง
ครั้นดับขันธ์สิ้นชีวิตถึงปลิดปลงไปตกลงในอบายทำลายลาญ
ตัวเจ้ากรรมมิได้หยอกกรอกน้ำกรดแล้วเทรดกายยับสับประหาร
ก็เพราะโทษเมากล้าสุราบานพวกคนพาลย่อมกระทำไม่ยำเกรง
ที่คนดีมีจิตคิดสละถือศีลพระมิได้โกงทำโฉงเฉง
ไม่กระทำความชั่วคิดกลัวเกรงการนักเลงมัวเมาบรรเทาคลาย
สละสลัดปัดไปเสียให้พ้นตัดกังวลเพราะเห็นชั่วถ่อยร้อยประตู
ไม่กินอยู่รู้ว่าบาปนี้หยาบคายเรื่องเมามายชั่วถ่อยร้อยประตู
หมดคำรบจบศีลสิ้นทั้งห้าเฮ้ยสีกาจำใส่ใจอย่าไขหู
ถือให้มั่นแม่นยำเหมือนคำกูแม้นเองรู้รักษาศีลจะภิญโญ
ทั้งคุ้มกันอันตรายเหมือนหมายมาดจะเคลื่อนคลาดดับร้อนผ่อนโทโส
การกุศลอบรมเหมือนร่มโพธิ์สมมโนรถจริงอย่างกริ่งใจ ฯ
๏ นางมัจฉาสาธุขอลุล่วงจะตัดห่วงโยนเสียตามแม่น้ำไหล
พระคุณช่วยชี้ทางสว่างใจขอให้ได้สมประโยชน์พระโปรดปราน
จะถือศีลภาวนาหาความชอบตามระบอบพระสิทธาเหมือนว่าขาน
ขอให้ฉันลุล่วงพ้นบ่วงมารอธิษฐานขอให้สมอารมณ์ปอง
นางตั้งจิตลงในพระไตรลักษณ์เห็นประจักษ์ความชั่วที่มัวหมอง
เหมือนวารินไหลรี่ย่อมมีฟองกระทบต้องลมหนักมักกระจาย
เหมือนสังขารเกิดมาในสารภพย่อมทวงทบร้าวแยกแตกสลาย
นางคิดเห็นเช่นกับท่านบรรยายดูร่างกายของตัวทั่วสกนธ์
พระอภัยได้ฟังเกิดสังเวชอาจารย์เทศน์แจ้งประจักษ์ทางมรรคผล
จึงตรัสกับโฉมศรีนีฤมลแม้นเป็นคนพี่จะพาแก้วตาไป
อยู่สิงคุตรกุฎีเป็นชีสามพยายามสอนน้องให้ผ่องใส
บำเพ็ญเพียรเรียนธรรมให้ร่ำไปนี่จนใจนิ่มเนื้อเป็นเชื้อปลา
พี่แบ่งบุญบรรพชิตให้มิตรมิ่งขอสมสิ่งซึ่งเจ้ามาดปรารถนา
อันชาตินี้มีกรรมจำนิราจากมัจฉาไปอยู่ที่ศีขริน
บำเพ็ญเพียรเรียนธรรมกรรมฐานหวังนิพพานเหมือนหนึ่งจิตคิดถวิล
ค่อยอยู่เถิดแก้วตาอย่าราคินจงถือศีลไว้ให้มั่นกันอบาย
ต่อช้าช้าพี่จะมาอย่าปรารภคงได้พบเห็นกันเหมือนมั่นหมาย
นางมัจฉานบนอบแล้วยอบกายพลางถวายอภิวันท์จำนรรจา
ว่าพระคุณทูนกระหม่อมจอมฤๅษีขอบารมีแหวกใส่ในเกศา
น้องเห็นแล้วว่าพระองค์ทรงเมตตาอุตส่าห์มายากแค้นในแดนดง
พระอภัยมุนินทร์ปิ่นฤๅษีฟังคดีทรามสงวนนวลหง
จึ่งว่าพี่ละสมบัติญาติวงศ์จึ่งออกทรงบรรพชิตถือกิจกรม
เวลานี้พี่จะลาสุดากนิษฐ์ไปสถิตยังศาลาพระอาศรม
ปรนนิบัติตามวิสัยในจงกรมโดยอารมณ์อยู่ในบรรณศาลา
นางเงือกน้ำคำรพอภิวาทน์ค่อยเคลื่อนคลาดไปอยู่ยังคูหา
จำเริญศีลพยายามตามศรัทธาค่อยเป็นผาสุกสบายวายอาวรณ์
พระนักสิทธ์สองรากลับมากุฏิ์แล้วยั้งหยุดภิญโญสโมสร
ระงับกายเอนเอกเขนกนอนพอพักผ่อนดวงใจให้สบาย ฯ
๏ จะกล่าวถึงนารีหลวงชีสองอยู่กุฏิ์ทองที่กษัตริย์จัดถวาย
เจริญเรียนในกิจจิตสบายสุริย์ฉายจวนจะแจ้งแสงหิรัญ
กาดุเหว่าเร่าร้องซ้องประสานก้องกังวานในป่าพนาสัณฑ์
สกุณินบินเหินเนินอรัญไก่ก็ขันเจื้อยเจกวิเวกดง
พระสุริยาภาณุมาศลีลาศเลื่อนค่อยคลาเคลื่อนขอบฟ้าป่าระหง
กระจ่างแจ้งแสงสว่างในกลางดงสองพระองค์เสด็จออกนอกกุฎี
มาคอยเฝ้าพระมุนินทร์นรินทร์รัตน์เคยปรนนิบัติตามกิจศิษย์ฤๅษี
ถวายน้ำกับสีฟันอัญชลีทั้งสองชีพากันมาศาลาลัย
คอยจนสายบ่ายแสงพระสุริยงไม่เห็นองค์พระนักสิทธ์คิดสงสัย
ดาบสินีชีสองมองแต่ไกลไม่เห็นในกุฎีที่ประทม
ดูทวารบานปิดผิดประหลาดทั้งสองนาฏชวนกันไปในอาศรม
ไม่เห็นองค์พงศ์กษัตริย์อัดอารมณ์ให้เตรียมตรมทรวงหมองทั้งสองชี
จึ่งกลับมาหาอำมาตย์แจ้งราชกิจว่าทรงฤทธิ์พระมุนินทร์ปิ่นฤๅษี
เธอหายไปไม่รู้ว่าร้ายดีพวกมนตรีเร่งเข้าไปในลังกา
ไปทูลสุดสาครบวรนาถกับพวกญาติรู้ความได้ตามหา
จงรีบไปโดยด่วนจวนเวลาให้ออกมาจะได้เล่าให้เข้าใจ
อำมาตย์พร้อมน้อมประณตบทศรีขึ้นพาชีเร่งกันเสียงหวั่นไหว
พลางขับอัศวราให้คลาไคลแล้วรีบไปจนกระทั่งถึงลังกา
เล่าแถลงแจ้งการท่านผู้ใหญ่รับสั่งใช้ให้มาทูลวุ่นนักหนา
พระจอมวงศ์องค์มุนินทร์ปิ่นประชาเธอไสยาหายไปให้มาทูล
ขุนนางใหญ่แจ้งกิจจาพาเข้าเฝ้าพระจอมเจ้านครินทร์บดินทร์สูร
คอยอยู่พระโรงคัลอันจำรูญมาพร้อมมูลพวกอำมาตย์มาตยา ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถภาณุมาศแจ่มกระจ่างกลางเวหา
เข้าที่สรงทรงเครื่องสุคนธาทรงภูษาแย่งกระหนกวิหคบิน
ฉลององค์มงกุฎเพชรประดับทับทรวงทับเพราเพริศดูเฉิดฉิน
สะอิ้งพรายสายฝรั่งฝังด้วยนิลแก้วโกมินพาหุรัดจรัสเรือง
ทรงทองกรลายกุดั่นกัลเม็ดฝังด้ายเพชรเพราพลามล้วนน้ำเหลือง
ธำมรงค์ไพฑูรย์จำรูญเรืองสะอิ้งเฟื่องเพชรประดับดูวับวาว
เจียระบาดตาดปักเครื่องฝรั่งชายแครงฝังมุกดาลงยาขาว
เหน็บพระแสงกัลเม็ดล้วนเพชรพราวจอมสาวสาวเชิญเครื่องเดินเยื้องกราย
ตามพระจอมนครินทร์ปิ่นสิงหลออกไพชยนต์เนาวรัตน์จำรัสฉาย
สถิตแท่นฉัตรสุวรรณพรรณรายเสนานายกราบก้มบังคมคัล ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถตรัสว่าราชการในไอศวรรย์
ขุนนางพร้อมน้อมนบอภิวันท์บังคมคัลทูลท้าวเจ้านคร
ว่าพระจอมมุนินทร์ปิ่นนักสิทธ์เสร็จสถิตในกุฎีที่สิงขร
เวลาค่ำย่ำแสงทินกรพระภูธรหายไปในไสยา
ทั้งสองดาบสินีมีรับสั่งให้ค้นทั้งป่าดงพงพฤกษา
ไม่พบองค์ทรงศีลปิ่นประชาให้เร่งมาทูลฉลองสองพระองค์
เชิญเสด็จเสร็จไปเนินสิงคุตรให้รีบรุดเร่งไปไพรระหง
กับเสนาอำมาตย์พระญาติวงศ์ได้ตามองค์พระมุนินทร์ปิ่นประชา
พระทรงฟังดั่งพระกาฬมาผลาญโลกยิ่งแสนโศกดั่งชีวังจะสังขาร์
แล้วตรัสสั่งเสนีผู้ปรีชาจอมนรากลับหลังเข้าวังใน
แจ้งคดีเสาวคนธ์วิมลสมรพระภูธรที่เขาเขินเนินไศล
อยู่ในกุฏิ์สุดสบายแล้วหายไปเสนาในมาแถลงแจ้งคดี
พระมารดรร้อนพระทัยดังไฟเผาจึงให้เหล่าเสนาบดีศรี
ให้เราทั้งสองไปในคิรีเจ้ากับพี่จงมาไปในไพรวัน
นางเสาวคนธ์นิ่งอึ้งตะลึงคิดให้หวั่นจิตแล้วก็ทรงกันแสงศัลย์
เอะมังคลามาลักพระทรงธรรม์จากพระคันธกุฎีที่ทำนอง
เพราะพวกเราได้ลังกาอาณาเขตจึงเกิดเหตุทำวุ่นให้ขุ่นหมอง
จึงทูลกับภัสดาน้ำตานองจะตรึกตรองอยู่ไยเร่งไคลคลา ฯ
๏ ฝ่ายเสนีที่จัดกระบวนทัพมาคอยรับเรียงรายทั้งซ้ายขวา
บ้างผูกช้างดั้งกันเป็นหลั่นมาทั้งรถาพร้อมพรั่งตั้งกระบวน ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นสิงหลทั้งเสาวคนธ์โฉมงามทรามสงวน
เสร็จทรงเครื่องรบครบกระบวนแล้วตรัสชวนสาวสุรางค์นางกำนัล
เสด็จออกนอกวังสะพรั่งพร้อมฝ่ายพระจอมกรุงไกรไอศวรรย์
คอยฤกษ์ดีที่จะจรจากเขตคันโหรานั้นนับยามตามตำรา
พอสี่โมงแปดบาทให้ฆาตฆ้องประโคมกลองยิงพื้นแต่ปืนผา
ทั้งกาหลดนตรีปี่ชวาพระทรงนั่งหลังพระยาม้ามังกร
เสาวคนธ์โฉมยงขึ้นทรงสิงห์กลดกรรชิงรายเรียงเคียงสลอน
ให้โบกธงสามชายกรีดกรายกรโห่สะท้อนสามลาเข้าป่าดง
อภิรุมชุมสายรายระยับดูคั่งคับเดินในไพรระหง
พวกเจ้าจอมพร้อมกันหมดขึ้นรถทรงเหล่าอนงค์สาวใช้ขึ้นท้ายเกริน
พวกท้าวนางต่างขึ้นรถประเทียบเป็นระเบียบเข้าดงทั้งหงส์เหิน
พลช้างไสช้างให้ย่างเดินยกดำเนินแสนยาพลากร
พลม้าถือทวนกระบวนรบวิ่งตลบว่องไวทั้งไกรสร
พวกที่ถือเสโล่แลโตมรสลับสลอนดั้งดาบปราบปัจจา ฯ
๏ ป่างพระสุดสาครบวรนาถไม่ประพาสนกไม้ไพรพฤกษา
รีบเดินทัพขับพยุหยาตราไม่ประทับพลับพลาในป่าดอน
ให้รีบเร่งเร็วไปในไพรสณฑ์ดำเนินพลตามทางหว่างสิงขร
มิได้พักโยธาพลากรแต่รีบร้อนจนกระทั่งยังกุฎี
ให้กองทัพยับยั้งอย่ชายป่าแต่บรรดาพวกเหล่านางสาวศรี
ลงจากรถเดินไปไพร่ผู้ดีมาหยุดที่นงเยาว์เสาวคนธ์ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นกษัตริย์ลงกัณฐัศว์เยื้องย่างทางถนน
กับยุพยงนงเยาว์เสาวคนธ์จรดลรีบไปในศาลา
ศิโรราบกราบกรานนางดาบสน้อมประณตสองพระองค์ทรงสิกขา
ฝ่ายสองนางพลางเห็นโอรสมาทรงโศกาแล้วแจ้งแสดงความ
ว่าพระจอมธิบดินทร์มุนินทร์นาถเสด็จไสยาสน์หายไปได้ถึงสาม
วันนี้แล้วแก้วตาพยายามคิดติดตามภูไนยให้ได้คืน
หรือจะเป็นมังคลามันมาลักเอาทรงศักดิ์ไปแล้วหนาไม่ฝ่าฝืน
จะแก้แค้นเอาพาราลังกาคืนในภูมิพื้นนั่งยามทั้งตามไฟ
เห็นจะเป็นคนดีมีความรู้พิเคราะห์ดูเห็นจะแน่เร่งแก้ไข
กระนี้แน่แล้วหนาคงพาไปจะใกล้ไกลนคเรศประเทศทาง
สุดสาครบังคมประนมสนองทูลฉลองนางกษัตริย์ไม่ขัดขวาง
จะขอให้โหรดูพอรู้ทางพอได้วางใจคิดไปติดตาม
พลางตรัสเรียกโลกนิติ์สิทธิเวทเป็นศิษย์ท่านโลกเชษฐ์มาไต่ถาม
ให้คูณหารการจะไปให้ได้ความว่าทางตามพระนักสิทธ์ข้างทิศใด ฯ
๏ ฝ่ายปาโมกข์โลกนิติ์ตั้งดิถีตามคัมภีร์ไสยเวทข้างเพทไสย
พระศุกร์เข้าเสาร์เป็นที่ไม่มีภัยพุธจรไปเดือนหนึ่งพอถึงจันทร์
พฤหัสเล็งลัคนาว่าวิเศษจะเรืองเดชยวดยิ่งทุกสิ่งสรรพ์
ท่านว่าไปทิศอิสานสำราญครันบังคมคัลทูลความตามตำรา
ถึงติดตามข้ามมหามหรณพเห็นไม่พบภูวนาถเหมือนปรารถนา
อันศัตรูหมู่ใดมิได้มาคิดบีฑาปองร้ายในพระองค์
ในตำราว่าไว้คงจะกลับอยู่คอยรับดีกว่าไปไพรระหง
พอรุ่งรางสว่างแสงพระสุริยงเห็นพระองค์คงจะมาไม่ช้านาน
ไม่เหมือนคำทำนายแม้นทายผิดอาญาสิทธิ์ขอพระองค์จงประหาร
ชีวิตข้าโหราให้วายปราณพระผู้ผ่านภพไตรอย่าได้แคลง ฯ
๏ โฉมวันฬามาลีศรีสวัสดิ์นางกษัตริย์โศกศัลย์เฝ้ากันแสง
ฟังโหรทายค่อยประทังแต่ยังแคลงให้ระแวงหวนคิดจิตอาวรณ์
แต่โหราการะเวกเขาเอกเหลือทั้งเป็นเชื้อโลกเชษฐ์วิเศษสอน
รู้ตำรับตำราพยากรณ์ดูแน่นอนคราวครั้งแต่หลังมา
ควรจะต้องยับยั้งฟังดูก่อนแม้มิจรมาเหมือนยามต้องตามหา
สุมาลีชีละเวงวัณฬาพะงาไม่ไสยาคอยองค์พระทรงธรรม์ ฯ
๏ จะกล่าวถึงพระมุนีฤๅษีสิทธ์สำราญกิจอิ่มเอมเกษมสันต์
อยู่เกาะแก้วพิสดารสำราญครันครบสามวันแล้วจะลาพระอาจารย์
พลางเสด็จไปชายหาดที่เงือกอยู่ในอ่าวอู่คลื่นซัดอยู่ฉัดฉาน
แล้วตรัสเรียกโฉมมัจฉายุพาพาลเยาวมาลย์จงขึ้นมาจะลาจร
ฝ่ายเงือกน้ำจำศิลถวิลแว่วสำเนียงแจ้วจับทรวงดวงสมร
แล้วแหวกว่ายสาคโรชโลธรประนมกรเสือกเข้ายังฝั่งชลา
เห็นพระองค์ทรงศิลมุนินทร์นาถอภิวาทน์จักรพงศ์ทรงสิกขา
ถวายบุญพูนสวัสดิ์พระภัสดาได้รักษาศีลมั่นทุกวันคืน
พระมุนีปรีดาว่าสาธุขอให้ลุทางประโยชน์อย่าโหดหืน
คงจะสมจิตหวังให้ยั่งยืนไปในพื้นภาคหน้าอย่าปรารมภ์
อันชาตินี้ศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉาจงปรารถนาเถิดอนงค์คงจะสม
แม้นชาติหน้าถ้าถวิลเป็นอินทร์พรหมก็คงสมเจตนาสีกาโยม
ค่ำวันนี้พี่จะลาสีกาแล้วจงผ่องแผ้วเถิดหนานางสำอางโฉม
จงอยู่เย็นเป็นสุขอย่าทุกข์โทมเจ้าจงโสมนัสสาในวาริน
นางเงือกน้ำซ้ำทูลพระนักสิทธ์ฉันตั้งจิตเจตนารักษาศีล
ตัดห่วงใยเสียให้พ้นที่มลทินกว่าจะสิ้นชีวิตเหมือนจิตปอง
ไม่โศกเศร้าเร่าร้อนเหมือนก่อนแล้วจะกวาดแผ้วถางชั่วที่มัวหมอง
ขอทูลลาพระสามิศดังจิตปองกลับไปห้องคูหาในวารี
พลางก้มกราบบาทบงสุ์พระทรงศิลแหวกวารินไปคูหามารศรี
ฝ่ายองค์พระภูวไนยอภัยมณีกลับมาที่ศาลาพระอาจารย์ ฯ
๏ ฝ่ายโยคีมีญาณว่าหลานแก้วค่อยผ่องแผ้วปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
เองจะคิดกลับหลังหรือยังนานจงแจ้งการโดยจิตที่คิดปอง
พระอภัยได้สดับอภิวาทน์ขอลาบาทเจ้าประคุณการุญสนอง
พอเที่ยงคืนหลานจะลาฝ่าละอองไปโดยท้องนภางค์กลางอัมพร
พระโยคีมีฤทธิ์ประสิทธิ์เสกเป็นก้อนเมฆลอยอยู่กลางหว่างสิงขร
มีที่นั่งบังสีรวีวรเหมือนชะง่อนเงื้อมผาคูหาบรรพ์
แล้วว่ากับพระอภัยวิไลลักษณ์จงหยุดพักให้สบายจึงผายผัน
ขึ้นหลังเมฆไปเถิดหลานสำราญครันได้ป้องกันลมฝนบนนภา
พระมุนินทร์ยินดีเป็นที่สุดเข้าในกุฏิ์สำรวมฌาณการสิกขา
ระงับกายเอนองค์ลงไสยาภาวนาทางกสิณอภิญญาณ
จนเที่ยงคืนไก่ขันสนั่นเสนาะที่บนเกาะจำเรียงเสียงประสาน
จึงเสด็จไปลาพระอาจารย์พลางก้มกรานอภิวาทน์บาทบงสุ์
พระโยคีมีญาณว่าหลานแก้วจงผ่องแผ้วสมหวังดั่งประสงค์
แล้วออกจากกุฏิ์ใหญ่ดั่งใจจงแกนำตรงไปที่เขาลำเนาเนิน
ให้ขึ้นนั่งหลังเมฆแล้วเสกเป่าเป็นลมว่าวพัดส่งดั่งหงส์เหิน
พระอภัยนักสิทธ์จิตเจริญสรรเสริญคุณครูผู้อาจารย์
แล้วถวายวันทาคารวะขอเดชะศรัทธาที่กล้าหาญ
พลางเจริญทางกสิณอภิญญาณหมายสถานสิงคุตรที่กุฎี
จันทร์กระจ่างทางฟ้าเวหาหนนภาดลใสสว่างกลางวิถี
ดารารายพรายพร่างอย่างมณีจำรัสศรีแจ่มกระจ่างดั่งกลางวัน
เมฆก็เลื่อนลอยมาในอากาศภาณุมาศเกือบอุทัยเสียงไก่ขัน
สกุณร้องก้องป่าพนาวันพระทรงธรรม์ถึงกุฎีที่สำราญ
เมฆก็เลื่อนลงมาจากอากาศพวกอำมาตย์แต่บรรดาอยู่หน้าฉาน
เห็นก้อนเมฆเลื่อนลงมาหน้าพระลานต่างเรียกขานกันมาดูทุกผู้คน
ทราบไปถึงสองชีที่ในกุฏิ์กับพระสุดสาครท้าวเจ้าสิงหล
ทั้งโฉมยงนงเยาว์เสาวคนธ์ก็จรดลจากที่ศรีไสยา
มาพร้อมพรั่งทั้งที่หน้าศาลาใหญ่พระอภัยสุริย์วงศ์ทรงสิกขา
ก็ยุรยาตรจากอาสน์ก้อนเมฆาขึ้นศาลาเห็นพระวงศ์พงศ์ประยูร
กับสองดาบสินีอยู่ที่นั่นพระทรงธรรม์ปราศรัยเจ้าไอศูรย์
สี่กษัตริย์กราบก้มบังคมทูลทั้งประยูรเวียงวังในลังกา
ต่างยินดีที่พระองค์เสด็จกลับมาหมอบรับเรียงรายทั้งซ้ายขวา
พระจึ่งตรัสเล่าแถลงแจ้งกิจจาว่าตัวข้าไปประนมบังคมคัล
พระนักสิทธ์ผู้ใหญ่ที่ในเกาะท่านสงเคราะห์แต่ก่อนคิดผ่อนผัน
กับโฉมนางมัจฉาวิลาวัณย์อยู่ที่นั่นสามทิวาสองราตรี
แล้วตรัสกับสุดสาครอาวรณ์หวังค่อยประทังสิ้นทุกข์เป็นสุขี
ถือโอวาทของคุณพระมุนีค่อยเปรมปรีดิ์สุโขมโหฬาร
แล้วสั่งมาว่าเจ้าอยู่เป็นสุขบรรเทาทุกข์ได้สมบัติพัสถาน
แต่เจ้าพรากจากมาก็ช้านานได้แจ้งการก็ค่อยคลายวายอาวรณ์ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นสิงหลทราบยุบลทุกข์ทอดฤทัยถอน
หวนรำลึกนึกถึงพระมารดรตั้งแต่จรจากมาก็ช้านาน
กันแสงพลางทางทูลพระนักสิทธ์เป็นสุดคิดสุดอาลัยให้สงสาร
ทางก็เหลืออยากแค้นแสนกันดารมาก็นานไปคงหลงเที่ยววงวน
พระอภัยได้สดับจึ่งรับสั่งข้าไปยังฟากฟ้าเวหาหน
เจ้าจะไปทางชลาในสาชลเห็นไม่พ้นชีวันคงบรรลัย
แล้วทรงตรัสเทศนาสังสารภพอย่าปรารภเพราะว่านางต่างวิสัย
ถึงเทวัญชั้นฟ้าสุราลัยต่างวิสัยแล้วคงพรากต้องจากจร
เป็นอนิจจังทั้งนั้นทุกวันนี้ย่อมเป็นที่ทุกขังจงฟังสอน
เพราะจำต้องพรากพลัดกำจัดจรอยู่รอนรอนหลัดหลัดมักพลัดพราย
อนัตตาสูญเปล่าเหมือนเราท่านอยู่ด้วยกันดับจิตชีวิตหาย
พระยกเอาธรรมขันธ์มาบรรยายให้เคลื่อนคลายโศกาที่อาดูร
สุดสาครฟังเหตุเทศนาเอาปัญญาค่อยระงับให้ดับสูญ
พอจบคำธรรมขันธ์อันจำรูญจึ่งกราบทูลลาองค์พระทรงฌาน ฯ
๏ พระอภัยมุนินทร์ปิ่นกษัตริย์อวยสวัสดิ์จงเป็นสุขทั้งลูกหลาน
อันทุกข์โศกโรคภัยอย่าได้พานจงสำราญทั้งอาณาประชาชน
สุดสาครบังคมบรมนาถพร้อมพระญาติกลับหลังยังสิงหล
ทั้งพวกเหล่าเสวกาประชาชนถึงสิงหลแล้วเข้าไปในบุรินทร์ ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ