ตอนที่ ๖๐ พระอภัยมณีรบกับมังคลา

๏ ส่วนกษัตริย์หัสไชยมิได้หยุด ขับสิงห์รุดเร่งไพร่เดินไพรสณฑ์
ออกทุ่งกว้างทางเตียนไม่เวียนวน ถึงสิงหลลังกาไปหน้าวัง
พบหนุ่มสาวชาวผลึกอยู่ตึกนอก ถามเขาบอกเรื่องต้นจนหนหลัง
หาท้าวนางพวกข้างในเล่าให้ฟัง ตามรับสั่งสารศรีที่มีมา
ฝ่ายท้าวนางต่างไปเฝ้าพระเยาวเรศ ปิ่นประเทศเกศสิงหลภาษา
เหมือนหัสไชยให้ทูลมุลิกา นางวัณฬาสุมาลีต่างดีใจ ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์องค์พระมเหสี สมถวิลยินดีจะมีไหน
ลงจากปรางค์ต่างตามกันหลามไป รับกษัตริย์หัสไชยเข้าในวัง
ให้นั่งบนมนเทียรวิเชียรรัตน์ พร้อมกษัตริย์ตรัสถามเนื้อความหลัง
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดาละล้าละลัง วิ่งมาทั้งสองศรีเห็นพี่ยา
ยังซูบทรงสงสารต่างคลานเข้า ไปกราบเพลาพี่ชายทั้งซ้ายขวา
ทั้งแสนแค้นแสนรักซบพักตรา ชลนาไหลหลั่งลงพรั่งพราย ฯ
๏ พระสวมสอดกอดสองพระน้องนุช สงสารสุดสวาทให้จิตใจหาย
สะอึกสะอื้นฝืนดำรงไม่ทรงกาย ทั้งพี่ชายน้องซบสลบลง
ส่วนสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์ เข้ากอดหัสไชยชิดพิศวง
มเหสีทรงยศท้าวทศวงศ์ ต่างองค์ทรงโศกาด้วยอาลัย
นางละเวงเร่งรำภาให้หาหมอ วิ่งสอสอเซ็งแซ่มาแก้ไข
บ้างโบกลมพรมพร่ำน้ำดอกไม้ ค่อยชื่นใจได้อารมณ์สมประดี
ต่างเล่าความตามเรื่องที่เคืองขัด ให้พระหัสไชยอ่านเรื่องสารศรี
ในสาราว่าพระอภัยมณี จอมโมลีโลกาสถาวร
เมื่อครองวังลังกาวัณฬาราช พระวรนาถร่วมสุวรรณบรรจถรณ์
ทรงทศธรรม์กรุณาประชากร ราษฎรได้เป็นสุขทุกตำบล
จนเกิดบุตรสุดสวาทราชโอรส ได้ปรากฏยศยิ่งในสิงหล
กลับผ่าเผ่าเหล่ากอเป็นทรชน เหมือนลูกยางห่างต้นเที่ยวปล้นเมือง
แล้วซ้ำเผาข้าวปลากระยาหาร ให้เกิดการโกลาท้องฟ้าเหลือง
ให้ผู้อื่นหมื่นแสนได้แค้นเคือง จับสามเมืองมาขังไว้ลังกา
หากพระน้องครองสัตย์บรรทัดเที่ยง ไม่รักเลี้ยงลูกจระเข้เสนหา
จึงเชิญองค์พงศ์กษัตริย์ขัตติยา ไปไว้วังลังกาพยาบาล
ถึงโทษบุตรทุจริตทำผิดเหลือ เป็นหน่อเนื้อนวลหงก็สงสาร
ช่วยว่ากล่าวน้าวโน้มประโลมลาน ให้ลูกหลานคิดคงเป็นพงศ์พันธุ์
จะผาสุกทุกอาณาประชาราษฎร์ ได้สืบชาติเชื้อฝรั่งนรังสรรค์
ไม่อ่อนน้อมยอมด้วยจึงช่วยกัน ทำโทษทัณฑ์ลูกหลานอย่างมารดา
ฝ่ายพวกพี่มิใช่แม่เป็นแต่พ่อ จึงรั้งรอการศึกมาปรึกษา
แม้คิดเห็นเป็นธรรม์เชิญวัณฬา ยกโยธามากระหนาบช่วยปราบปราม
จะปรากฏยศไกรเมืองใหญ่น้อย จะเรียบร้อยราบเตียนที่เสี้ยนหนาม
ขอเชิญน้องตรองตริดำริความ ให้สมตามลูกเต้าพงศ์เผ่าพันธุ์ ฯ
๏ นางฟังจบนบนอบเห็นชอบด้วย จะไปช่วยเข่นฆ่าให้อาสัญ
แล้วจะเถือเนื้อพะแนงเที่ยวแบ่งปัน ให้พงศ์พันธุ์พ่อแม่กินแก้แค้น
เคยเลี้ยงดูสู้ถนอมเฝ้ากล่อมเกลี้ยง เหมือนหลงเลี้ยงลูกเสือมันเหลือแสน
สู้แม่พ่อทรยศคิดทดแทน ให้หายแค้นคิดหมายไม่วายวัน
แล้วทูลสั่งสุมาลีศรีสวัสดิ์ ทั้งกษัตริย์หัสไชยอยู่ไอศวรรย์
แต่รำภายุพาลาลีวัน ไปด้วยกันจะได้คิดเรื่องกิจการ
สั่งให้หาพวกฝรั่งสิ้นทั้งหลาย ล้วนหมื่นขุนมุลนายฝ่ายทหาร
ให้ถือน้ำทำสัตย์ปฏิญาณ คุมไพร่พร้อมล้อมปราการทวารวัง
พระหัสไชยให้สำหรับบังคับขาด ตามประกาศกฎหมายอยู่ภายหลัง
ใครขัดขวางล้างชีวาเสียอย่าฟัง พลางตรัสสั่งหัสเกนเวรศาลา
จัดโยธีสี่ทัพสำหรับรบ ให้สมทบทัพละหมื่นล้วนปืนผา
อำมาตย์รับอภิวาทกลัวอาชญา เร่งตรวจตราเตรียมพลสกลไกร
หมวดละหมื่นพื้นพวกเสื้อหมวกสี เหน็บกระบี่แบกปืนยืนไสว
ทหารแห่แลล้วนทวนธงชัย ทั้งนอกในหน้าหลังคนคั่งคับ
รถที่นั่งหลังคามีฝากระจก เทียมม้าหกคู่เคียงเรียงสลับ
รถสามนางต่างเตรียมเทียมประทับ คอยคำนับรับเสด็จสำเร็จการ ฯ
๏ ส่วนลูกสาวเจ้าลังกาเวลาสว่าง ชวนสามนางนวลหงสรงสนาน
ประดับเครื่องเรืองจำรัสชัชวาล แก้วประพาฬเพชรพลอยแพรวพรอยพราว
แล้วทรงช้องป้องพักตร์ปิ่นปักผม ดูสวยสมคมคายคล้ายกับสาว
พระธำมรงค์ทรงสลับวะวับวาว ดูพลอยพราวนิ้วพระหัตถ์จัดประจง
ครั้นเสร็จสรรพจับกระบี่แล้วลีลาศ ยุรยาตรเยื้องย่างดังนางหงส์
เห็นไพร่พร้อมน้อมประณตขึ้นรถทรง ดำเนินธงทัพละหมื่นเสียงครื้นครึก
ลาลีวันนั้นกำกับกองทัพหน้า ยกโยธาโห่ร้องเสียงก้องกึก
ทัพยุพาคลาเคลื่อนสะเทือนสะทึก ทหารฮึกโหมแห่เซ็งแซ่ซ้อง
ถึงทัพกลางนางละเวงเสียงเครงครื้น ม้าลาตื่นแตกเต้นเผ่นผยอง
แล้วทัพหลังนางรำภารถาทอง รีบเดินกองทัพหลามไปตามกัน
ทั้งหน้าหลังสังข์แตรเป่าแห่โหม กลองประโคมครื้นป่าพนาสัณฑ์
ค้างคืนหนึ่งถึงเขาเจ้าประจัญ ลาลีวันทัพหน้าปัญญาไว
ร้องเรียกคนบนเชิงเทินเนินหอรบ มานอบนบอยู่ตรงหน้านางปราศรัย
จงเปิดรับทัพเสด็จจะด่วนไป ช่วยชิงชัยให้แผ่นดินสิ้นสงคราม ฯ
๏ ฝ่ายขุนนางต่างว่าข้าพเจ้า จะรับเล่าเกรงผิดให้คิดขาม
จะบอกไปให้ทูลมูลความ คอยฟังตามแต่รับสั่งโปรดรั้งรอ
นางลาลีชี้หน้าด่าอำมาตย์ หัวจะขาดญาติเชื้อไม่เหลือหลอ
แค้นลูกเต้าเมามุมึงยุยอ ให้สู้พ่อสู้แม่ถือแต่ดี
ฝ่ายพระบาทมาตุรงค์พระทรงยศ ถอดโอรสรับบำรุงชาวกรุงศรี
ลูกเมียมึงซึ่งอยู่ในบูรี โทษจะมีเพราะมึงขัดพระอัชฌา
ส่วนฝรั่งทั้งหลายนายทหาร เห็นเสียการเกิดไส้ศึกต่างปรึกษา
ขุนนางเก่าเข้าข้างนางวัณฬา เคยเป็นข้ามาแต่ก่อนไม่ร้อนรน
เพราะลูกหลานผ่านกรุงทำยุ่งยิ่ง พลอยฉิบหายชายหญิงทั้งสิงหล
เปิดทางรับทัพเสด็จให้เดินพล จึงจะพ้นโทษทั่วทุกตัวนาย
พวกที่มาสาพิภักดิ์รักโอรส ว่าแต่แรกแจกบทมีกฎหมาย
ให้เชื่อฟังบังคับแล้วกลับกลาย เราเป็นชายควรฟังพระมังคลา
พระชนนีเป็นวิสัยน้ำใจหญิง จะทอดทิ้งถอยยศโอรสา
แล้วทำไมจึงไม่ทวงเอาดวงตรา มาชิงว่าราชการเปิดด่านทาง
อำมาตย์เก่าเข้ากันอย่างขันแข็ง ไล่ฟันแทงทัพปลัดพวกขัดขวาง
เปิดประตูดูทัพคอยรับนาง ฝ่ายพวกข้างมังคลาไล่ฆ่าฟัน
ขุนนางเก่าบ่าวไพร่พร้อมใจรบ ต่างหลีกหลบเลี้ยวลัดสะพัดผัน
ทั้งสองข้างต่างตายล้มก่ายกัน ลาลีวันขับทหารเข้าราญรอน
ช่วยขุนนางต่างก็เปิดประตูรับ ทั้งหน้าหลังคั่งคับสลับสลอน
พวกมังคลากล้าหาญเข้าราญรอน จนเหนื่อยอ่อนออกประตูบูรพา
พวกเกลี้ยกล่อมยอมสมัครล้วนรักเจ้า ต่างหนีเข้าเขาไม้ไพรพฤกษา
พอทัพหลังนางวัณฬารำภาผกา ตามทัพหน้ามาถึงเขาเจ้าประจัญ
นางลาลีดีใจออกไปรับ ทั้งสามทัพขับพหลพลขันธ์
เข้าอาศัยที่ในด่านปราการกัน ขึ้นอยู่ชั้นเชิงเทินเนินหอรบ
แต่งกองร้อยคอยเหตุทุกเขตขอบ ตระเวนรอบรายกันเที่ยวบรรจบ
พอมืดมนสนธยาเวลาพลบ จุดโคมคบเพลิงสว่างดังกลางวัน ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งทั้งหลายนายทหาร หนีจากด่านดั้นไปในไพรสัณฑ์
มาถึงค่ายรายทางกลางอรัญ ต่างพากันเข้าไปเฝ้าเจ้าลังกา
กราบทูลความตามที่ชนนีนาถ มาถอดราชโอรสจากยศถา
ขุนนางเก่าเขาไม่ขัดพระอัธยา แต่พวกข้าคนใหม่มิให้รับ
มันรุมกันฟันแทงทั้งแย้งยุทธ์ รบจนสุดแรงเรี่ยวเหลือเคี่ยวขับ
พวกคนใหม่ไพร่นายล้มตายยับ มันไล่จับกลับพลัดกระจัดกระจาย ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งมังคลานุชาหลาน เห็นเกิดการเกินคาดประมาทหมาย
ยิ่งแสนแค้นแสนสลดเหลืออดอาย มากลับกลายกลางศึกเหลือตรึกตรอง
แต่พ่อมาราวีแล้วมิหนำ แม่ยังซ้ำทำเข็ญให้เป็นสอง
เหลือดีแท้แม่พ่อเราหนอน้อง จะรับรองรบราญประการใด ฯ
๏ วลายุดาวายุพัฒน์คิดขัดขวาง แค้นสี่นางอย่างว่าเลือดตาไหล
สะอื้นอั้นตันตึงตะลึงตะไล พอม้าใช้ชาวด่านดงตาลมา
กราบทูลความตามรับทัพผลึก ขังข้าศึกไว้ในค่ายทั้งซ้ายขวา
ถึงแปดทัพกลับคืนฟื้นกายา ยังกลับมารายล้อมป้อมปราการ
พระหัสกันนั้นกำกับกองทัพรบ หลายตลบเหลือกำลังทั้งทหาร
ส่วนข้าศึกฮึกโหมเข้าโรมราญ ขอประทานทัพสมทบช่วยรบรับ ฯ
๏ พระมังคลาฝรั่งได้ฟังบอก พูดไม่ออกอั้นอารมณ์จนลมจับ
เอนอิงหมอนอ่อนท้อพระศอพับ พระน้องรับกับหลานอยู่งานพลาง
ร้องเรียกหมอรอลมยาดมรื่น ฝืนสะอื้นอกอัดลมขัดขวาง
กลับทอดองค์ลงประชวรคร่ำครวญคราง พวกขุนนางต่างก็มาพยาบาล
พยุงให้ไสยาสน์บนอาสน์อ่อน ต่างทุกข์ร้อนสอนห้ามปรามทหาร
อย่าให้ใครพูดจาพระอาการ สั่งนายด่านนอกในตรวจไพร่พล ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งมังคลานิทราตรึก ถึงการศึกนึกจะชิงเอาสิงหล
อุสาห์ฝืนขืนกำลังประทังทน พวกหมอฝนยาถวายละลายสุรา
เสวยเหล้าเมามายพอคลายทุกข์ ทำผาสุกสรวลสันต์เหมือนหรรษา
เชิญผู้รู้ผู้วิเศษเวทวิชา มาพูดจาแจ้งเรื่องเคืองรำคาญ
พระมาตุรงค์ลงมาเป็นข้าศึก สมทบกับทัพผลึกเห็นฮึกหาญ
ท่านโปรดด้วยช่วยคิดกิจการ เอาถิ่นฐานที่ตั้งเมืองลังกา ฯ
๏ ส่วนผู้รู้ผู้วิเศษเห็นเหตุใหญ่ ผิดวิสัยในมนุษย์สุดอาสา
จะสู้พ่อต่อต้านผลาญมารดา จะนินทาทั่วจังหวัดปัถพี
จึงทูลห้ามตามอย่างแต่ปางก่อน อันบิดรมารดาเป็นราศี
ไม่ควรรบนบนอบจึงชอบที คงคืนดีด้วยพระองค์อย่าสงกา
จะรบพุ่งมุ่งหมายทำลายล้าง ผิดเยี่ยงอย่างควรจำบาปกรรมหนา
ทุกแว่นแคว้นแดนดินจะนินทา แม้คิดฆ่าแม่พ่อเหมือนทรยศ
แม้ว่าพระจะกำจัดที่สัตว์บาป จะอยู่ด้วยช่วยบำราบปราบให้หมด
แต่พระบิตุราชมาตุรงค์พระจงงด ควรจะทดแทนคุณอย่าวุ่นวาย ฯ
๏ พระฟังคำร่ำเรื่องคิดเคืองขัด ก็กริ้วตรัสกลบเกลื่อนที่เงื่อนสาย
ดูดู๋ผู้วิเศษผิดเพศชาย ที่ดีร้ายก็ย่อมรู้อยู่ด้วยกัน
เรารบรับกับพาราการะเวก เพราะเพชรเอกเอามาไว้ไอศวรรย์
พระบิตุราชมาตุรงค์เผ่าพงศ์พันธุ์ ไม่เที่ยงธรรม์ไต่ถามตามโบราณ
มารบรุมคุมเหงเองก็รู้ ให้ศัตรูดูถูกล้างลูกหลาน
ซึ่งผู้ใหญ่ไม่ตรงผลาญวงศ์วาน แต่โบราณมีบ้างหรืออย่างนี้
เหมือนพวกมึงพึ่งพาเข้ามาอยู่ คิดว่าผู้วิเศษเป็นเปรตผี
ให้แพ้เขาเอาสิเหวยเฮ้ยเสนี จับอ้ายสี่คนจำตรากตรำไว้
ได้ฤกษ์ทัพจับมัดตัดศีรษะ จะชนะสงครามตามวิสัย
ตำรวจรับจับตัวจิกหัวไป โซ่ตรวนใส่เต็มตัวทั่วทุกคน
ครั้นเสร็จสรรพกลับดูผู้วิเศษ หายจากเขตตามจับวิ่งสับสน
ไม่พบเห็นเป็นเหตุด้วยเวทมนตร์ แล้วต่างคนเข้าไปทูลมูลความ
พระมังคลาอาลัยกลับได้คิด ทำความผิดผู้วิเศษนึกเข็ดขาม
ยิ่งมานะจะณรงค์ทำสงคราม จึงสั่งความหมื่นขุนพวกมุลนาย
จงพาคนพลไพร่ลอบไปเข้า พวกด่านเขาเจ้าประจัญเหมือนมั่นหมาย
ยกไปตีทีจะได้ด้วยง่ายดาย แล้วสั่งฝ่ายน้องหลานคิดอ่านกัน
แม้นพวกเราเข้าได้เป็นไส้ศึก เวลาดึกเดินพหลพลขันธ์
ตีด้านใต้ไล่ประชิดตามติดพัน เข้าเขตขัณฑ์คืนเอาวังเมืองลังกา ฯ
๏ ส่วนขุนนางต่างรับคำนับน้อม มาจัดพร้อมไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ไปด่านเขาเจ้าประจัญตามบัญชา ต่างเข้าหาพวกพ้องพี่น้องกัน
พาเข้าเฝ้าเยาวมาลย์สงสารไพร่ ให้รับไว้ไม่รังเกียจคิดเดียดฉันท์
แล้วนางนาฏมาตุรงค์สามองค์นั้น ปรึกษากันแต่งสารเตรียมการไว้
ให้ม้าใช้ไปหาเจ้าวาโหม พูดเล้าโลมเล่าแจ้งแถลงไข
บอกเรื่องความตามกษัตริย์หัสไชย รับสั่งให้ไปเฝ้าพระเสาวนีย์ ฯ
๏ ฝ่ายวาโหมโสมนัสไม่ขัดขวาง ทรงเครื่องอย่างยศศักดิ์เหมือนปักษี
แล้วขึ้นนั่งหลังแรดเรียกมนตรี ตามแต่สี่คนมากับม้าใช้
ถึงด่านเขาเจ้าประจัญพากันเข้า ไปที่เฝ้านางวัณฬาอัชฌาสัย
ดูรูปกายคล้ายครุฑวุฒิไกร ทั้งสูงใหญ่จ้ำม้ำเหมือนน้ำรัก
จึงออกโอษฐ์โปรดประทานพานพระศรี ให้นั่งที่โอรสสมยศศักดิ์
พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายทัก เจ้ารู้จักกันไว้ได้ไปมา
พระหัสไชยให้ถือหนังสือลับ ไปกองทัพทูลพระบาทนาถนาถา
พลางให้สารพานทองรองสารา ส่วนเจ้าวาโหมรับคำนับนาง
แล้วทูลว่าถ้าพระองค์ประสงค์ไฉน บัญชาใช้สารพัดไม่ขัดขวาง
แล้วกราบกรานคลานออกมาพาขุนนาง ตัดไปทางด่านบ้านสะพานยนต์
ให้เสนาการะเวกระวังด่าน คุมทหารอยู่รับทัพสิงหล
แล้วขึ้นนั่งหลังแรดบ่าวแปดคน ข้ามเขาด้นเดินทางตามหว่างเนิน ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์หัสไชยฤทัยชื่น ทุกค่ำคืนเคียงนางไม่ห่างเหิน
สุมาลีมิได้ห้ามปล่อยตามเกิน ร่ำสรรเสริญเพลินตรัสกับหัสไชย
สู้อุส่าห์มาตามด้วยความรัก สงสารนักภักดีจะมีไหน
เมื่อกองทัพจับมาแม่อาลัย พ่อเคยได้อยู่ด้วยช่วยชีวา
รบฝรั่งครั้งแรกเมื่อแตกทัพ ได้รอดกลับเพราะพ่อคุณบุญหนักหนา
เดี๋ยวนี้เล่าเขาขังไว้ลังกา พ่อตามมาแม่หมายไม่วายวาง
พ่อรักใคร่ใจจริงไม่ทิ้งสัตย์ พ่อปรารถนาสารพัดไม่ขัดขวาง
ตรัสจนค่ำย่ำฆ้องมาห้องกลาง แต่สองนางพี่น้องอยู่ห้องใน
กับทั้งหน่อวรนาถร่วมอาสน์รัตน์ นั่งนวดพัดพี่ยาอัชฌาสัย
ต่างพูดพลอดกอดรัดพระหัสไชย พระลูบไล้โลมประคองเคียงสองนาง
ถนอมเชยเคยชมโสมนัส ยังข้องขัดอยู่นิดด้วยกีดขวาง
ที่ความในให้เผอิญเขินระคาง ด้วยพี่น้องสองนางไม่ห่างไกล
พระแกล้งเฉยเลยหลับนิ่งตรับเสียง เงียบสำเนียงนึกว่าหลับขยับไหว
จะโลมพี่มิทันต้องนางน้องไอ พระตกใจจำค้างคิดหมางเมิน
ครั้นพี่หลับกลับประคองเคียงน้องสาว พอพี่หาวหันจามก็ขามเขิน
แต่เคล้าเคล้นเล่นนอกเฝ้าหยอกเอิน ไม่ห่างเหินเพลินพระทัยเมื่อไสยา
ยามกลางวันนั้นไปตรวจหมวดทหาร ป้อมปราการไพร่นายทั้งซ้ายขวา
แล้วหยุดยั้งนั่งประทับบนพลับพลา พระตรึกตราตรองความถึงทรามเชย
จะผ่อนผันฉันใดไฉนหนอ มาคร่อมตอเสียอย่างนี้เจ้าพี่เอ๋ย
ถึงร่วมเตียงเคียงใกล้เมื่อไรเลย จะได้เชยชมชิดสนิทใน
คะนึงความยามรักยิ่งหนักอก เหมือนอย่างยกเมรุมาศไม่หวาดไหว
หวนระลึกนึกสะท้อนถอนฤทัย เสด็จไปปรางค์มาศปราสาททอง
ระทวยองค์ลงบนแท่นแสนระทด นางประณตแนบนั่งอยู่ทั้งสอง
พระพาดพิงอิงเอียงเคียงประคอง ต่างยิ้มย่องยียวนรัญจวนใจ ฯ
๏ ส่วนวาโหมโสมนัสเดินดัดดั้น จากด่านชั้นเชิงเทินเนินไศล
พอพ้นดงตรงมาชลาลัย ถึงเมืองใหม่รู้ว่าไปป่าตาล
รีบติดตามสามคืนถึงค่ายตั้ง เข้าไปนั่งน้อมกายถวายสาร
พระอภัยได้หนังสือรื้อรำคาญ คลี่ออกอ่านอักขระดูฉะฟัน ฯ
๏ ในสาราว่าละเวงกลัวเกรงกราบ อิสรภาพจอมวังนรังสรรค์
ด้วยโอรสยศยงเผ่าพงศ์พันธุ์ ไม่เหมือนกันกับฝรั่งทั้งลังกา
จะเหมือนใครก็ไม่ทราบทำหยาบหยาม เที่ยวลวนลามญาติวงศ์เผ่าพงศา
ไปตีทัพจับกษัตริย์ขัตติยา มากักขังยังแต่ว่าจะฆ่าฟัน
ตามไปขอก็ไม่ให้ใช้ทหาร ออกรอนราญเข่นฆ่าคนอาสัญ
ได้สองท้าวสาวสุรางค์พี่นางนั้น กับสร้อยสุวรรณจันทร์สุดามาธานี
ถนอมไว้ในวังที่บังร่ม ทั้งแดดลมมิได้ต้องให้หมองศรี
จะรีบส่งนงลักษณ์ด้วยภักดี มันคอยตีตัดทางอยู่กลางไพร
จึงจนจิตคิดสงสารพระผ่านเกล้า จะเปลี่ยวเปล่าเศร้าหมองไม่ผ่องใส
เพราะลูกเต้าเจ้ากรรมให้ช้ำใจ ช่างกระไรไม่เหมือนแม่แต่สักคน
จึงขัดขวางทางเดินต้องเนิ่นช้า จะไปมาสารพัดก็ขัดสน
ต่อหัสไชยไปแถลงแจ้งยุบล จึงทราบว่าฝ่ายุคลคุมพลมา
ความยินดีที่ว่าจะพึ่งพระเดช ช่วยโปรดเกศแก้คดโอรสา
จะสั่งสอนผ่อนผันสุดปัญญา จึงยกมาหมายจะจับช่วยสับฟัน
พวกฝรั่งมังคลารักษาด่าน ออกต่อต้านทานรับที่คับขัน
สุลาลีตีได้เขาเจ้าประจัญ เข้าตั้งมั่นกั้นหลังข้างลังกา
ขอพระองค์จงเข้าตีตัดศีรษะ เป็นของพระบิตุราชนาถนาถา
อันพวกพ้องของหม่อมฉานเป็นมารดา จะแล่ผ่าอกล้วงเอาดวงใจ
จะได้ส่งองค์พระมเหสี คืนบุรีร่วมห้องให้ผ่องใส
ข้าทั้งสี่นี้จะช่วยกันอวยชัย สิ้นห่วงใยอยู่ประสาเป็นนารี ฯ
๏ พอจบคำรำพันเหลือกลั้นสรวล ฟังสำนวนรู้เล่ห์มเหสี
พระอนุชาว่าถึงหึงก็ดี ไม่เหมือนพี่นางผลึกเหลือครึกโครม
ต่างแย้มสรวลชวนสบายพอคลายจิต แล้วทรงฤทธิ์ตรึกตราสั่งวาโหม
ไปอยู่กำกับทัพพาราวาหุโลม คอยรุมโรมรบระวังข้างลังกา
วาโหมรับอภิวันท์แล้วผันผาย ทั้งบ่าวนายรีบเดินตามเนินผา
พระอภัยให้พระอนุชา เป็นทัพหน้าพาทหารเข้าราญรอน
สินสมุทรให้กำกับกองทัพหนุน ล้วนหนุ่มรุ่นราญศึกเคยฝึกสอน
เสาวคนธ์มณฑาสุดสาคร คุมนิกรเกียกกายตั้งรายเรียง
ได้ฤกษ์ดีตีฆ้องฆาตกลองศึก ทหารฮึกโห่ลั่นสนั่นเสียง
ต่างขับไพร่ไล่ล้อมเข้าพร้อมเพรียง ฝรั่งเรียงรายทัพออกรับรบ
เจ้าหัสกันนั้นเป็นหนุ่มคุมทหาร เกณฑ์ละหม่านห้าพันเข้าบรรจบ
ทั้งกองร้อยคอยระดมช่วยสมทบ ออกตั้งรบรับกันประจัญบาน ฯ
๏ ฝ่ายบุตรพราหมณ์ตามติดพระกฤษณา ขับโยธารมจักรเข้าหักหาญ
ต่างแหกค่ายไล่บุกเข้ารุกราน ฝรั่งต้านต่อแย้งทิ่มแทงฟัน
ทั้งสองฝ่ายตายล้มพวกรมจักร ยิ่งหนุนหนักหักโหมโถมถลัน
ผลาญฝรั่งทั้งหลายวายชีวัน หัสกันกระชั้นทัพเข้ารับรบ
พวกละหม่านหาญกล้าต้องอาวุธ ล้มแล้วผุดลุกอีกไม่หลีกหลบ
ไล่โยธีตีกลมล้มกระทบ ต่างถอยรบรับปืนเสียงครื้นครึก
พวกฟันเสี้ยมเหี้ยมห้าวถือหลาวเเหลน ทะลวงแล่นไล่ล้างมากลางศึก
เป็นกลุ่มกลมรมจักรแตกคักคึก ทัพผลึกไล่ทหารเข้าราญรอน
สินสมุทรขับสิงห์วิ่งกระโดด ทะลวงโลดไล่ละหม่านชาญสมร
บ้างรบรับจับกุมตะลุมบอน สุดสาครเสาวคนธ์ช่วยพลรบ
บ้างรุกโรมโหมหักยักษ์ละหม่าน บ้างต่อต้านตายยับซับซ้อนศพ
เจ้าหัสกันหันกลับขับสินธพ ทหารหลบล้มตายแตกพรายพลัด
พลผลึกครึกโครมไล่โหมหัก ทั้งรมจักรพรักพร้อมล้อมสกัด
นางเสาวคนธ์วนเที่ยวไล่เลี้ยวลัด พอเห็นหัสกันบุตรสุดสาคร
นางควบสิงห์วิ่งขวางหนทางถาม ตัวนายนามใดบอกอย่าหลอกหลอน
แม้บุตรลาลีวันเป็นมารดร จะหยุดหย่อนยังไม่ล้างให้วางวาย
หัสกันนั้นเห็นว่าเป็นหญิง ยืนม้านิ่งดาลเดือดไม่เหือดหาย
มาหมิ่นกูดูถูกลูกผู้ชาย นี่ดีร้ายเสาวคนธ์สุมณฑา
จึงย้อนถามนามนางบอกบ้างก่อน สุดสาครเขาเป็นผัวหรือมัวหา
พลางหุนหันฟันฟาดด้วยสาตรา นางล่อล่าลวงให้เลี้ยวไล่ทัน
หวดด้วยทวนม้วนคว่ำเอาด้ามฟาด ถูกแพลงพลาดพลิกพลัดต่างผัดผัน
ขับม้าวิ่งสิงห์สกัดจับหัสกัน พัลวันเวียนปนพลรบ
สินสมุทรสุดสาครไล่ต้อนหลัง ฟันฝรั่งตายยับกลับตลบ
หัสกันนั้นลงวิ่งทิ้งสินธพ พอค่ำพลบรบรุมตะลุมบอน
อ่อนระอาพาไพร่เข้าในด่าน บ้างเซซานซ้อนซับสลับสลอน
มิทันสิ้นสินสมุทรสุดสาคร ไล่ตีต้อนเข้าไปในกำแพง
กองทัพหน้าพาทหารเข้าด่านได้ จุดคบไฟเพลิงสว่างกระจ่างแสง
เห็นตะคุ่มรุมกันไล่ฟันแทง สกัดสแกงฆ่าฝรั่งพวกลังกา
ฝ่ายกองล้อมป้อมหอรบต่างหลบวิ่ง เห็นจวนจริงโจนกำแพงเสียเเข้งขา
หัสกันนั้นผู้รู้วิชา พาขึ้นม้าฝ่าฟันป้องกันไป
เปิดประตูพรูออกได้นอกด่าน ต่างลนลานเลี้ยววงเวียนหลงใหล
หัสกันนั้นพาพวกข้าไท รีบตรงไปเฝ้าพระมังคลา
ส่วนกองทัพพระอภัยเข้าในด่าน พร้อมทหารไพร่นายทั้งซ้ายขวา
หยุดเลี้ยงดูหมู่หมวดต่างตรวจตรา กินเหล้ายาฮาลั่นสนั่นไป ฯ
๏ ฝ่ายพระอนุชนัดดาพาทหาร เข้าตีด่านเจ้าประจัญเสียงหวั่นไหว
พวกไส้ศึกครึกครื้นจุดฟืนไฟ เปิดด่านให้ทัพล้อมเข้าพร้อมเพรียง
ฝ่ายโฉมยงองค์วัณฬารำภาสะหรี กับบุตรีหนีเพลิงลงเชิงเฉลียง
ขึ้นทรงม้าพาขอเฝ้าเหล่าพี่เลี้ยง รีบหลีกเลี่ยงหลบออกนอกกำแพง
พบโยธาวายุพัฒน์สกัดกั้น พวกลังกาฝ่าฟันล้วนขันแข็ง
ต่างพุ่งหอกกลอกทวนเข้าสวนแทง ถูกเลือดแดงดื่นตายลงก่ายกัน
นางละเวงเกรงศึกเห็นดึกดื่น พวกพลตื่นแตกไปในไพรสัณฑ์
ชวนรำภาผกาสุลาลีวัน ขับม้าดั้นด้นทางมากลางคืน
เหลือพวกพลคนตามสามสี่ร้อย ต่างคอยค่อยบุกป่าไม่ฝ่าฝืน
เสียงทัพไล่ใกล้กระชั้นโห่ครั่นครื้น พากันตื่นตัดทางไปกลางดง
พอเดือนดับลับฟ้าในป่ามืด เดินเป็นยืดชักเพื่อนฟั่นเฟือนหลง
เห็นรางรางนางวัณฬาขับม้าทรง วกเลี้ยวลงไปทางบ้านสะพานยนต์ ฯ
๏ ฝ่ายวลายุดาเจ้าวายุพัฒน์ ต่างรีบรัดจะไปชิงเอาสิงหล
ให้จุดคบครบทั่วทุกตัวคน ออกเดินพลทัพละหมื่นเสียงครื้นเครง
พบพวกหมอขอเฝ้าคนเฒ่าแก่ ริบเอาแต่ผ้าห่มทำข่มเหง
บ้างถอดเครื่องเปลื้องทั้งเสื้อกังเกง ต่างเท้งเต้งเที่ยวตะโกนเดินโดนกัน
ด้วยพลพระชนนีถึงสี่หมื่น ล้มตายดื่นดาษป่าพนาสัณฑ์
เสียหูตาขาแข้งถูกแทงฟัน เรียกเพื่อนกันครวญครางอยู่กลางแปลง
ฝ่ายวลาวายุพัฒน์เร่งรัดไพร่ จุดคบไต้ตามทางสว่างแสง
ทั้งคนม้าล้าเลื่อยด้วยเหนื่อยแรง อุส่าห์แข็งใจตามกันหลามไป ฯ
๏ ฝ่ายโยธาการะเวกวาโหมพร้อม รักษาป้อมปิดทางที่หว่างไศล
สืบเรื่องราวข่าวฝรั่งระวังระไว พอม้าใช้มาแถลงแจ้งคดี
ว่ากองทัพพระอภัยตีได้ด่าน พวกป่าตาลแตกตายพลัดพรายหนี
พวกหนึ่งมาว่าเมื่อเย็นเห็นโยธี ยกไปตีด่านเขาเจ้าประจัญ
จึงแต่งองค์ขึ้นทรงแรดที่นั่ง ยกพลพรั่งไพร่นายรีบผายผัน
เข้าหว่างเนินเดินทางกลางอรัญ พบพวกวัณฬามาในป่ารัง
เห็นโฉมยงทรงม้าพาทหาร ก้มกราบกรานทูลถามถึงความหลัง
นางเทวีดีใจเล่าให้ฟัง เสียด่านทั้งเสียทัพแทบอับจน
จะกลับวังลังกาเกรงข้าศึก จะเหิมฮึกขึ้นไปชิงเอาสิงหล
ไม่เห็นทางกลางดงเที่ยวหลงวน ท่านพาพลมาทำไมในไพรวัน ฯ
๏ วาโหมทูลมูลความตามรับสั่ง ให้ระวังลังกามหาสวรรค์
ทราบว่าศึกฮึกโหมเข้าโรมรัน จึงพากันรีบมาช่วยราวี
ซึ่งเสียด่านการศึกจะฮึกโหม ไปรุกโรมรบพุ่งถึงกรุงศรี
เชิญกลับยังลังกาพวกข้านี้ จะภักดีด้วยพระองค์ช่วยสงคราม
นางดีใจให้ทหารชำนาญป่า เป็นกองหน้านำเสด็จไม่เข็ดขาม
พบฝรั่งลังกาพากันตาม ได้สักสามพันถ้วนรีบด่วนเดิน ฯ
๏ ฝ่ายหัสกันนั้นพาโยธาหาญ จากดงตาลตัดทางหว่างเขาเขิน
ถึงค่ายตั้งมังคลาตรงหน้าเนิน ลงม้าเดินเข้าไปเฝ้าเจ้าลังกา
กราบทูลความตามด่านดงตาลแตก ทหารแยกย้ายไปไพรพฤกษา
ทัพผลึกฮึกเหิมซ้ำเติมมา พระมังคลาเหลือวิตกตันอกใจ
ตะลึงนิ่งอิงองค์ดำรงนั่ง พอฝรั่งเข้ามาแจ้งแถลงไข
ว่าองค์พระอนุชานัดดาไป เข้าตีได้ด่านเขาเจ้าประจัญ
แล้วยกทัพนับหมื่นเมื่อคืนนี้ จะรีบตีตามไปไอศวรรย์
พระทราบสิ้นยินดีที่สำคัญ พอยับยั้งตั้งมั่นประจัญบาน
จะรอรับทัพใหญ่อยู่ในป่า เราน้อยกว่าข้าศึกจะฮึกหาญ
แล้วหลีกทัพที่มาแต่ป่าตาล ไปตั้งด่านเจ้าประจัญที่มั่นคง
แล้วคิดว่าธานีจะตีได้ หรือจะไม่เหมือนจิตคิดประสงค์
สารพัดขัดขวางอยู่กลางดง จึงสั่งองค์นัดดาอย่าช้าที
จงจัดทัพขับไพร่ตามไปด้วย จะได้ช่วยรบพุ่งเอากรุงศรี
พอเสร็จตรัสหัสกันอัญชลี มาเตรียมกรีธาพลสกลไกร
เกณฑ์โยธาห้าพันล้วนสันทัด ถือหอกซัดปืนดาบกำซาบไสว
แล้วแต่งองค์ทรงม้าเคลื่อนคลาไคล ขับพลไพร่พร้อมเดินขึ้นเนินทราย ฯ
๏ ฝ่ายทัพพระอนุชาวายุพัฒน์ ต่างเร่งรัดพลขันธ์รีบผันผาย
พอพ้นดงลงเนินเดินสบาย ตะวันบ่ายปลายรังถึงลังกา
เห็นพวกพลบนเชิงเทินเนินหอรบ อาวุธครบไพร่นายรายรักษา
จึงหยุดทัพยับยั้งรอรั้งรา ขับม้ามาหน้ากำแพงแจ้งคดี
พระปิ่นเกล้าเจ้าลังกาบัญชาใช้ ให้คุมไพร่มาบำรุงชาวกรุงศรี
เร็วเร็วเถิดเปิดประตูพระบูรี อย่าช้าทีโทษมึงจะถึงตาย ฯ
๏ ฝ่ายนายกองร้องว่าพระมาตุรงค์ มิให้องค์โอรสถือกฎหมาย
พระหัสไชยได้ตราว่าไพร่นาย อย่าใกล้กรายกลับไปเสียให้พ้น
พระอนุชาว่าภิเษกเอกโอรส ย่อมรู้หมดชายหญิงทั้งสิงหล
ให้พราหมณ์แขกแปลกภาษาเข้ามาปน จะพาพลไพร่นายวายชีวัน
เหวยฝรั่งพรั่งพร้อมจงยอมเข้า ด้วยปิ่นเกล้าเจ้าลังกานราสรรค์
ช่วยกันมัดหัสไชยพร้อมใจกัน จะรางวัลเงินทองที่ต้องใจ ฯ
๏ ฝ่ายขุนนางต่างเมินแกล้งเดินหนี พวกชาวที่ทูลแจ้งแถลงไข
เขาวุ่นวายฝ่ายกษัตริย์หัสไชย ไม่ห่างไกลสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา
อยู่ในห้องสองนางเคียงข้างที่ พูดเซ้าซี้สรวลสันต์ด้วยหรรษา
พระชวนน้องสององค์ทรงสกา ทอดหกห้าหูช้างได้ข้างซ้าย
นางทอดถูกลูกบาศก์เดินพลาดแต้ม ต้องปรับแถมทับเบี้ยต้องเสียหาย
ต้องถูกจูบลูบแก้มยิ้มแย้มพราย พอขรัวนายเข้ามาทูลมูลความ
ว่ากองทัพคับคั่งมาตั้งล้อม ดูพรั่งพร้อมไพร่พลออกล้นหลาม
พระหัสไชยไม่พรั่นคิดครั่นคร้าม ทูลลาสามกษัตริย์สองพระน้องนาง
พี่จะไปไล่ฆ่าอ้ายฝรั่ง อยู่ในวังเถิดน้องอย่าหมองหมาง
พลางจัดแจงแต่งองค์ทรงสำอาง ทั้งสองนางนั่งพัดพระหัสไชย ฯ
๏ พระสอดซับสนับเพลาเนากระหนก ทรงผ้ายกแย่งทองผุดผ่องใส
คาดเข็มขัดรัดหน่วงขัดควงไก แล้วสอดใส่เสื้อสวมเกราะนวมทับ
สังวาลแววแก้ววาวดังดาวช่วง ใส่ทับทรวงสายสร้อยพลอยประดับ
ทองพระกรชัชวาลผูกบานพับ มงกุฎเก็จเพชรสลับดูวับวาม
ธำมรงค์ทรงรายพรายพระหัตถ์ พระขรรค์ขัดเอวเสร็จไม่เข็ดขาม
สองน้องนุชยุดไว้วอนไปตาม กับทั้งสามกษัตริย์ปลอบหัสไชย
ขอไปด้วยช่วยรับทัพฝรั่ง อยู่ในวังยังให้พรั่นประหวั่นไหว
พระทูลทัดตรัสห้ามสองทรามวัย อย่าตามไปให้ระวังเป็นกังวล
แล้ววอนน้องสองนางให้วางหัตถ์ ต่างองค์ช่วยอวยสวัสดิ์พิพัฒน์ผล
พระรับพรถอนฤทัยจากไพชนต์ ขึ้นตรวจพลบนเชิงเทินเที่ยวเดินกราย ฯ
๏ เห็นฝรั่งตั้งทัพอยู่คับคั่ง ยิ่งคิดชังดุเดือดไม่เหือดหาย
จึงเลือกสรรบรรดาเสนานาย เป็นเกียกกายซ้ายขวากล้าสงคราม
ให้คุมคนพลรบพอครบหมื่น ต่างเริงรื่นรับเสด็จไม่เข็ดขาม
กับเสนีที่สนิทเคยติดตาม ได้ฤกษ์ยามยกออกนอกกำแพง
พระทรงนั่งหลังสิงห์กั้นกลิ้งกลด เผ่นพยศแยกเขี้ยวเสียวแสยง
สี่เท้าเต้นเล่นหางมากลางแปลง ทหารแซงซ้ายขวาแกว่งอาวุธ
วลายุดาวายุพัฒน์จัดทหาร ออกต่อต้านตีทัพสัประยุทธ์
ต่างป้องกันฟันแทงต่างแย้งยุทธ์ อุตลุดตะลุมบอนไล่รอนราญ
พวกกองทัพคับคั่งประดังรบ ต่างพุ่งหลบแหลนหลาวฟาดง้าวขวาน
เข้าต่อแย้งแทงฟันประจัญบาน ต่างต้านทานหาญฮึกเสียงครึกโครม
ฝ่ายบุตรท้าวเจ้าพาราการะเวก ทหารเอกพร้อมพรักเข้าหักโหม
ไล่ห้ำหั่นฟันฟาดเลือดสาดโซม ขับสิงห์โถมฆ่าตายเรี่ยรายไป ฯ
๏ พวกกองทัพยับแยกต่างแตกตื่น ทั้งสองหมื่นครื้นครั่นเสียงหวั่นไหว
วิ่งกระจายพรายพลัดพวกหัสไชย ชวนกันไล่ลัดแลงทิ่มแทงฟัน
พระหัสไชยไล่วลาวายุพัฒน์ ต่างเลี้ยวลัดสะบัดเวียนวนเหียนหัน
พระตามติดคิดว่าจะฆ่าฟัน เป็นพงศ์พันธุ์พี่ยาสุดสาคร
นึกเกรงใจด้วยไม่ควรพอจวนค่ำ จะต้องทำมันเสียมั่งเหมือนสั่งสอน
พลางควบสิงห์วิ่งทะยานเข้าราญรอน อัสดรโดดหนีไล่ตีรัน
ถูกวลาวายุพัฒน์ต่างพลัดตก น้ำตาซกซบหน้าเพียงอาสัญ
พระยืนดูอยู่ตรงหน้าไม่ฆ่าฟัน แกล้งเย้ยหยันเยาะว่าช่างน่าอาย
ยังอ่อนแอแม่พ่อก็ต่อสู้ ตีเมืองกูรวบริบเอาฉิบหาย
หือรือโหดโทษมึงจะถึงตาย แต่กูอายแก่ใจจึงไว้มือ
ส่วนสององค์ฝืนกำลังขึ้นหลังม้า กระซิบว่าแต่เบาเบาเอาเถิดหรือ
พึ่งแรกรุ่นฉุนใจดังไฟฮือ ขับม้ารื้อรำทวนเข้าสวนแทง
พระหัสไชยไวว่องปัดป้องปิด ไล่ตามติดโรมรันด้วยขันแข็ง
วลายุดาวายุพัฒน์หลบลัดแลง ต่างพลัดแพลงพลบค่ำถูกซ้ำเติม
พวกตามไล่ไต้คบจุดรบศึก บ้างแทงฟันครั่นครึกต่างฮึกเหิม
พวกทัพหลังทั้งปวงข้าหลวงเดิม ขับพลเพิ่มเสริมไล่ล้างไพรี ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ