ตอนที่ ๖ ศรีสุวรรณรบท้าวอุเทน

๏ พอเดือนยี่มีผู้ถือหนังสือบอกชาวด่านนอกนคราพนาสัณฑ์
ทั้งเหนือใต้ฝ่ายปัจจิมมาพร้อมกันบังคมคัลทูลท้าวเจ้าพารา
ว่าบัดนี้ท้าวอุเทนเกณฑ์ทหารเป็นสามด้านข้าศึกฮึกหนักหนา
พวกนายด่านบ้านนอกบอกเข้ามาแล้ววันทาทูลแถลงแจ้งคดี
หนังสือบอกปากน้ำว่ากำปั่นสักห้าพันพลชวากะลาสี
มาทอดสู้อยู่ตรงท่าหน้าธานีห่างสักสี่สิบเส้นพอเห็นกัน
ข้างฝ่ายเหนือบอกว่าปัจจามิตรพวกฝรั่งอังกฤษกับมักกะสัน
ล้วนขี่ม้าห้าหมื่นพื้นฉกรรจ์เข้าบุกบั่นตีบ้านด่านดงมา
อันโยธามาทางตะวันตกกระบวนบกแบกพื้นล้วนปืนผา
มลายูสุระตันวิลันดาตีเข้ามาในด่านชานบุรี ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์ดำรงราชย์ฟังอำมาตย์ทูลฉลองให้หมองศรี
จึงตรัสสั่งทั้งสองเสนาบดีเร่งเตรียมกรีธาพลสกลไกร
เป็นสามทัพเกณฑ์กองละสองหมื่นให้ถือปืนถ้วนทั่วทุกตัวไพร่
ไปรบรับทัพแขกให้แตกไปอย่าให้ไพรีรุกบุกเข้ามา
ที่ปากน้ำสำคัญอยู่แห่งหนึ่งเอาโซ่ขึงค่ายคูดูรักษา
ให้ลากปืนป้อมฝรั่งขึ้นจังกาคอยยิงข้าศึกให้บรรลัยลาญ
แล้วเกณฑ์ไพร่ในเมืองขึ้นหน้าที่พวกมนตรีตรวจตราโยธาหาญ
ตำแหน่งไหนใครขาดราชการกูจะผลาญชีวันให้บรรลัย ฯ
๏ เสนารับอภิวาทกรุงกษัตริย์มาเร่งรัดเรียกกันเสียงหวั่นไหว
ครั้นพร้อมเสร็จยกทัพขับกันไปคอยชิงชัยชาวชวามลายู
พวกรักษาหน้าที่สักสี่หมื่นประจุปืนน้อยใหญ่ใส่ดินหู
บ้างขึ้นป้อมล้อมวังนั่งประตูมิให้ผู้คนเข้าละเล้าละลุม
เที่ยวร้องป่าวชาวอาณาประชาราษฎร์สั่งให้กวาดครอบครัวเข้ามั่วสุม
ทั้งเหนือใต้ไพร่ฟ้ามาประชุมตั้งชุมชนแน่นไปในกำแพง
พวกผู้ดีมีทรัพย์แลสิ่งของเอาเงินทองใส่ถังเที่ยวฝังแฝง
ทั้งเอมโอชโภชนาราคาแพงทุกเขตแขวงธานีไม่มีสบาย ฯ
๏ ฝ่ายสุรางค์นางนาฏในราชฐานแต่ทราบสารศึกใหญ่ก็ใจหาย
หลวงแม่เจ้าท้าวนางทั้งขรัวนายเที่ยวยักย้ายข้าวของทำกรองกรอย
พระญาติวงศ์พงศาคณาสนมทุกหมู่กรมตรอมอุราทำหน้าจ๋อย
ไม่ผัดหน้าทาน้ำมันกันไรรอยแต่เศร้าสร้อยโศกาทุกนารี
บ้างพูดกันว่าฉันเองอกจะแตกกลังแต่แขกเช่นเขาว่ากะลาสี
มันจับได้จะไปฆ่าผ่าเอาดีไปเขียนสีผ้าลายลูกตายจริง
บรรดาเหล่าสาวสวรรค์ให้ครั่นคร้ามคิดไปตามวิสัยน้ำใจหญิง
บ้างไปบอกเพื่อนรักที่พักพิงเราอย่าทิ้งกันหนอจนมรณา ฯ
๏ สงสารองค์นงลักษณ์อัคเรศแต่แจ้งเหตุให้วิโยคโศกหนักหนา
รีบครรไลไปปราสาทราชธิดาเข้ากอดแก้วเกษราโศกาลัย
โอ้ลูกน้อยกลอยจิตเจ้าแม่เอ๋ยกรรมเจ้าเคยสมสร้างแต่ปางไหน
กษัตริย์อื่นหมื่นแสนทุกแดนไตรมาขอเจ้าท้าวก็ไม่เป็นไมตรี
ทำจนให้อ้ายแขกที่แปลกชาติมามุ่งมาดหมายประโลมแม่โฉมศรี
ไม่ให้ปันมันมาจะราวีชาวบุรีร้อนใจดังไฟกาฬ
แม่กลัวพระบิตุรงค์จะส่งเจ้าไปให้เขาต่างประเทศเขตสถาน
เช่นนั้นแน่แม่หมายจะวายปราณแต่สงสารสายใจจะไกลกัน
กันแสงพลางต่างสะอึกสะอื้นไห้กำนัลในใหญ่น้อยพลอยโศกศัลย์
ทั้งองค์แก้วเกษราวิลาวัณย์นางก้มกันแสงให้พิไรทูล
ถึงสุดคิดบิตุรงค์จะส่งลูกจะไปผูกคอตายให้หายสูญ
ไม่ขอพบคบแขกแปลกประยูรแล้วนางพูนเทวษร่ำระกำใจ
พระมารดรสอนธิดาว่าเจ้าแม่จงอยู่แต่ปรางค์ปราอย่าไปไหน
หมั่นสวดมนต์บ่นภาวนาไปให้พ้นภัยพวกพาลชาญฉกรรจ์
แม่จะไปเฝ้าองค์พระทรงเดชให้แจ้งเหตุทุกข์ร้อนได้ผ่อนผัน
พลางจุมพิตธิดาวิลาวัณย์แล้วโศกศัลย์เสด็จมายังสามี ฯ
๏ สงสารแก้วเกษราสุดาสมรครั้นมารดรจากห้องให้หมองศรี
กลัวจะต้องตกไปแก่ไพรีนางเข้าที่ไสยาโศกาลัย
คิดคะนึงถึงพราหมณ์ทรามสวาทใจจะขาดเสียด้วยคิดพิสมัย
ได้ตอบสารการรักประจักษ์ใจจะจำไกลเนตรน้องเพราะกองกรรม
พอรู้ข่าวข้าศึกจะนึกพรั่นเพราะหมายมั่นไม่มีที่อุปถัมภ์
จะหนีไปไม่สั่งมั่งสักคำหรือจะจำคิดอ่านประการใด
จึงเรียกสี่พี่เลี้ยงมาเคียงข้างแล้วว่าพี่สี่นางจะทำไฉน
แม้นสุดฤทธิ์บิตุรงค์จะส่งไปน้องนี้ไม่ขออยู่จะสู้ม้วย ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างประโลมโฉมเฉลาแม้นแม่เจ้าวอดวายจะตายด้วย
ต่างครวญคร่ำกำสรดระทดระทวยใครจะช่วยแม่ได้ก็ไม่มี
จำจะไปไต่ถามเจ้าพราหมณ์น้อยยังติดสอยคอยครวญอยู่สวนศรี
ซึ่งสาราว่าสวาทแสนทวีประเดี๋ยวนี้จะคิดอ่านประการใด
แต่ประตูผู้คนเขาค้นคว้าจะไปมาซ่อนเร้นเห็นไม่ได้
ว่าโฉมยงจะประสงค์สุมาลัยใช้ออกไปเป็นรับสั่งจึงบังควร ฯ
๏ พระบุตรีศรีสวัสดิ์จึงตรัสว่ากระนั้นพี่ศรีสุดาจงไปสวน
แล้วซักไซ้ไต่ถามตามกระบวนให้ถี่ถ้วนด่วนมาอย่าช้าที ฯ
๏ ศรีสุดาดีใจเข้าในห้องเปิดคันฉ่องส่องเสยเกศีหวี
แล้วผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย์ให้ทาสีถือกระจาดแล้วนาดนวล
บอกกับชายนายประตูผู้กำกับบัดนี้รับสั่งใช้ให้ไปสวน
นางโฉมยงจะประสงค์ดอกลำดวนบอกแล้วด่วนรีบรุดไปอุทยาน
พอเห็นหน่อกษัตริย์สามพราหมณ์พี่เลี้ยงมายืนเคียงคอยท่าน่าสงสาร
จึงหยุดยั้งนั่งประณตบทมาลย์ไม่ว่าขานค้อนพราหมณ์ทั้งสามคน
แล้วเสแสร้งแจ่งข้อหน่อกษัตริย์ถ้าคิดปัดเสียแล้วเห็นไม่เป็นผล
บัดนี้ท้าวอุเทนเขาเกณฑ์พลมาประจญจะให้ส่งองค์ธิดา
ทูลกระหม่อมจอมกษัตริย์ต้องจัดทัพไปตั้งรับรบพุ่งยุ่งหนักหนา
ถ้าเพลี่ยงพล้ำจำส่งองค์พะงากัลยาหมายมั่นจะบรรลัย
จึงใช้ข้ามาถามเป็นความลับพระจะดับยุคเข็ญเป็นไฉน
แม้นสุดฤทธิ์สุดรู้ภูวไนยจะบรรลัยเสียให้ลับอัประมาณ ฯ
๏ พระฟังข่าวผ่าวร้อนถอนสะอื้นแล้วกลั้นกลืนชลนาน่าสงสาร
จึงตอบคำศรีสุดายุพาพาลแม้นเกิดการโกลาถึงธานี
ท้าวจะส่งองค์นางเหมือนอย่างว่าจะอาสาสู้ศึกไม่นึกหนี
ถวายตัวเป็นทหารออกต้านตีให้โยธีทัพแขกแตกกระจาย
ทั้งพวกพี่สี่คนไม่เข็ดขามจะสงครามชิงนางเหมือนอย่างหมาย
แม้นดวงเนตรเกษราชีวาวายจะขอตายตามสัตย์ที่ปฏิญาณ
วันนี้เจ้าเอาข่าวมาบอกพี่เป็นไมตรีตราบเท่าอวสาน
ทำไฉนพี่จะได้ทำราชการช่วยคิดอ่านเพ็ดทูลอย่าสูญใจ ฯ
๏ ศรีสุดาหน้าม่อยชม้อยชม้ายทำเอียงอายอ่อนคอแล้วพ้อให้
น่าหัวเราะทั้งทุกข์สนุกใจพระจะไปเป็นทหารสงสารจริง
อันศึกเสือเหนือใต้มิใช่ง่ายไม่สบายเหมือนหนึ่งเที่ยวเกี้ยวผู้หญิง
ถึงกล้าหาญชาญชัยจะไปจริงก็เห็นมิ่งเยาวมาลย์จะทานทัด
ซึ่งโปรดไว้ใยเยื่อเมื่อตะกี้เหมือนมณีหรือจะผูกกับลูกปัด
ไม่คู่เคียงเรียงเม็ดเพชรรัตน์อย่าแกล้งตรัสแยบคายภิปรายเปรย ฯ
๏ พระแย้มยิ้มพริ้มพักตร์พจนารถอย่าเพ่อขาดไมตรีเจ้าพี่เอ๋ย
ไม่เห็นรักหนักในน้ำใจเลยทั้งเยาะเย้ยย้อนว่าสารพัน
ถึงผอมซูบรูปร่างเหมือนอย่างพี่ถ้าต่อตีเรี่ยวแรงแข็งขยัน
แต่สี่คนพลอื่นสักหมื่นพันจะห้ำหั่นเสียให้ยับลงกับมือ
ครั้นจะออกอาสาเหมือนว่ากล่าวก็กลัวท้าวจะไม่รับไม่นับถือ
จึงรอรั้งฟังข่าวเขาเล่าลือถ้าเหลือมือศึกมาถึงธานี
จะไปรับโฉมงามทรามสวาทจากปราสาทมาสงวนไว้สวนศรี
แม้นสงครามตามมาจะราวีให้ไพรีย่อยยับอัปรา
เจ้าเข้าไปในวังจงฟังข่าวได้เรื่องราวรีบออกมาบอกหนา
แล้วเด็กดอกสุมาลีให้ศรีสุดานางคำนับรับบุปผาลาครรไล
ทั้งสามพราหมณ์ถามข่าวถึงคู่ชื่นสำราญรื่นหรือว่าน้องไม่ผ่องใส
ศรีสุดาว่าข้าเจ้าไม่เข้าใจว่าข้างในจะอยู่สุขหรือทุกข์ร้อน
มีธุระจะสั่งไปมั่งหรือจะช่วยสื่อศุภสารสมานสมร
นางพ้อตัดขัดเคืองชำเลืองค้อนแล้วรีบร้อนกลับหลังเข้าวังใน
ถึงปรางค์ทองย่องย่างเข้าข้างที่อัญชลีเล่าแจ้งแถลงไข
หน่อกษัตริย์ตรัสสั่งมาอย่างไรรำพันให้แจ้งจิตพระธิดา ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์รู้รหัสว่าพระคอยละห้อยหา
คิดถึงองค์ทรงเดชให้เวทนาจะอาสาสงครามเพราะความรัก
เมื่อรูปทรงองค์เอวก็อ้อนแอ้นยังขืนแค่นคิดการจะหาญหัก
น่าสงสารผ่านฟ้าหนักหนานักนางซบพักตร์ไห้สะอื้นกลืนน้ำตา
พระยอดรักรูปทองของน้องเอ๋ยเมื่อไรเลยน้องจะได้ออกไปหา
แม้นบ้านเสียเมืองแตกแขกเข้ามาจะอุตส่าห์ไปให้พบประสบองค์
ขอวายวางข้างบาทบทเรศพระปิ่นเกศกษัตริย์ชาติราชหงส์
ถึงชาตินี้มิได้อยู่เป็นคู่คงขอพบองค์ภูวนาถทุกชาติไป
อันชายอื่นหมื่นแสนทั้งแผ่นภพไม่ขอคบขอคิดพิสมัย
นางครวญคร่ำรำพึงตะลึงตะไลด้วยจิตใจอยู่ที่ศรีสุวรรณ ฯ
๏ สี่พี่เลี้ยงเคียงข้างบรรจถรณ์แท่นต่างก็แสนคร่ำครวญถึงสวนขวัญ
ข้ากับเจ้าเศร้าโศกเสมอกันไม่เว้นวันโหยไห้อาลัยลาน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายนายทัพอุเทนราชพบอำมาตย์รมจักรเข้าหักหาญ
ทั้งยิงแย้งแทงฟันประจัญบานไทยไม่ทานมือแขกก็แตกยับ
พลชวามลายูทั้งมูหงิดก็ตามติดหักโหมเข้าโจมจับ
ชาวบุรีหนีหลบไม่รบรับจนกองทัพโอบอ้อมเข้าล้อมเมือง ฯ
๏ สงสารท้าวทศวงศ์พงศ์กษัตริย์โทมนัสทุกข์ตรอมจนผอมเหลือง
เสนาในไพร่นายก็ตายเปลืองเห็นบ้านเมืองแม่นมั่นจะอันตราย
นึกจะส่งองค์ธิดาให้ข้าศึกแล้วกลับนึกอดสูไม่รู้หาย
หวนมานะกษัตราปรีชาชายถึงเป็นตายไว้ชื่อให้ลือชา
จึงแต่งองค์ทรงขอขึ้นคอช้างพวกขุนนางแห่แหนไปแน่นหนา
เที่ยวตรวจไตรไพร่พหลพลโยธาให้รักษาหน้าที่เชิงเทินไว้
แม้นข้าศึกฮึกฮึกมาหักหาญจะต่อตีนปีนสะพานขึ้นด้านไหน
หลอมตะกั่วคั่วทรายปรายลงไปยิงปืนใหญ่แย้งรับให้ยับเยิน
แล้วเกณฑ์ไพร่ในบุรีไว้สี่หมื่นฉวยค่ำคืนการขุกจะฉุกเฉิน
จะได้เพิ่มเติมคนบนเชิงเทินเสด็จเดินช้างตรวจทุกหมวดมา ฯ
๏ ฝ่ายทหารท่านท้าวอุเทนราชสี่อำมาตย์ตัวนายทั้งซ้ายขวา
เข้าตั้งค่ายรายกำแพงแย่งปีกกาแล้วปรึกษาคิดอ่านการณรงค์
จำจะให้ทูตถือหนังสือสารไปว่าขานข้อความตามประสงค์
แม้นเจ้าเมืองรมจักรยังรักองค์ให้เร่งส่งพระธิดาอย่าช้านาน
เห็นพร้อมใจให้เสมียนเขียนหนังสือให้ผู้ถือสาราที่กล้าหาญ
ขึ้นขี่ม้าโบกธงตรงทวารชูแต่สารไว้ให้เห็นเป็นสำคัญ ฯ
๏ ข้างพวกไทยให้ล่ามไปถามซักแจ้งประจักษ์ความจริงทุกสิ่งสรรพ์
จึงเสนาเข้าเฝ้าพระทรงธรรม์บังคมคัลทูลแถลงแจ้งกิจจา ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ให้กลับไปรับสารเอามาอ่านพร้อมขุนนางที่ข้างหน้า
หนังสือสี่มนตรีซึ่งมีมาว่าเมตตาทูลท้าวเจ้านคร
พระปิ่นเกล้าชาวชวาอาณาจักรประสงค์รักพระบุตรีศรีสมร
ได้งอนง้อขอสู่กับภูธรก็ตัดรอนมิได้รับให้อัประมาณ
จึงตรัสใช้ให้เรามาเอาโทษให้สิ้นโคตรขัตติยามหาศาล
บัดนี้เราเข้ามาล้อมป้อมปราการชีวิตท่านเหมือนลูกไก่อยู่ในมือ
แม้นบีบเข้าก็จะตายคลายก็รอดจะคิดลอดหลบหลีกไปอีกหรือ
แม้นโอนอ่อนงอนง้อไม่ต่อมืออย่าดึงดื้อเร่งส่งองค์บุตรี
จะนำนางไปถวายถ่ายชีวิตให้พ้นผิดอยู่บำรุงซึ่งกรุงศรี
ไม่ส่งมาถ้าเราได้เข้าตีชาวบุรีก็จะตายวายชีวา ฯ
๏ พระทรงฟังหนังสือรื้อเป็นทุกข์จึงถามมุขมนตรีที่ปรึกษา
หนังสือสี่มนตรีเขามีมาพวกเสนาใครจะเห็นเป็นอย่างไร ฯ
๏ ฝ่ายข้าเฝ้าเข้าชื่อหารือพร้อมแล้วทูลจอมกษัตริยาอัชฌาสัย
มิอ่อนน้อมยอมยิงจะชิงชัยก็เห็นไม่พ้นอาญาปัจจามิตร
แม้นทรงธรรม์กรุณาประชาราษฎร์อนุญาตยอมถวายให้หายผิด
เหมือนให้เหล่าชาวบุรีมีชีวิตขอพระองค์ทรงคิดให้ควรการ ฯ
๏ พระฟังคำปรึกษาพวกข้าเฝ้ายิ่งร้อนเร่าราวกับไฟประลัยผลาญ
แต่นึกตรึกตราอยู่ช้านานมีโองการสั่งมหาเสนาใน
จงปล่อยทูตผู้ถือหนังสือสารไปแจ้งการบอกกับแม่ทัพใหญ่
ซึ่งให้คิดผิดชอบเราขอบใจขอตรึกไตรตรองความสักสามวัน ฯ
๏ อำมาตย์รับกลับออกมาบอกทูตต่างคนพูดนัดหมายแล้วผายผัน
ท้าวทศวงศ์ลงจากอาสน์สุวรรณเข้าสู่บรรจถรณ์แท่นแสนรำคาญ
บรรทมนิ่งอิงแอบแนบเขนยไม่สรงเสวยโภชนากระยาหาร
เสียงอึงอื้อรื้อออกนอกพระลานพระวงศ์วานพร้อมพรั่งคอยฟังความ ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีกับพี่เลี้ยงได้ยินเสียงกึกก้องท้องสนาม
ให้คนใช้ไปสืบข่าวสงครามมาทูลความว่าเขาล้อมป้อมปราการ
นางโฉมยงองค์สั่นพระขวัญหายก็ฟูมฟายชลนาน่าสงสาร
สี่พี่เลี้ยงเคียงโฉมประโลมลานเยาวมาลย์อย่ากันแสงแข็งพระทัย
หน่อกษัตริย์ตรัสว่าจะมารับถ้าถึงอับจนแท้จะแก้ไข
เห็นพระองค์คงจะมาเหมือนว่าไว้อย่าเสียใจเลยพระน้องจะหมองนวล
อันชาตินี้พี่ไม่ขอเป็นข้าแขกถึงเมืองแตกจะไปตายอยู่ปลายสวน
นางฟังคำรำพันที่รัญจวนให้ปั่นป่วนใจอยู่ไม่รู้วาย ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นเห็นปัจจามิตรมาตั้งติดกรุงไกรก็ใจหาย
จึงปรึกษาว่ากับพราหมณ์ทั้งสามนายน้องเสียดายพระธิดายุพาพาล
พี่ไม่ห่วงบ่วงใยใครดอกหรือจึงกอดมือเมินหน้าไม่ว่าขาน
เขาตั้งค่ายรายล้อมป้อมปราการไม่สงสารสามนางหรืออย่างไร ฯ
๏ พี่เลี้ยงพราหมณ์สามคนว่าจนจิตหรือพ่อคิดเห็นจะคล่องทำนองไหน
รณรงค์สงครามก็ตามใจไม่ไปไกลบาทาฝ่าธุลี ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสว่าถ้าเช่นนั้นจะพากันไปเฝ้าเจ้ากรุงศรี
เราเดินทางหว่างค่ายพวกไพรีให้โยธีกองทัพออกจับตัว
จึงฟันฝ่าข้าศึกสะอึกไล่เอาหัวไอ้ชาวพลไปคนละหัว
แทนธูปเทียนดอกไม้ถวายตัวให้เห็นทั่วจะได้ลือฝีมือเรา ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ฟังสรรเสริญเกินฉลาดสมเป็นชาติเชื้อชายไม่อายเขา
แม้นไม่ให้ใครรู้จะดูเบาด้วยรูปเรานั้นไม่น่าจะราวี ฯ
๏ พระแย้มสรวลชวนสามพราหมณ์พี่เลี้ยงจะทุ่มเถียงกันอยู่ไยไปหรือพี่
แล้วแต่งองค์ทรงงามเป็นพราหมณ์ชีเหน็บกระบี่ถือกระบองของอาจารย์
พี่เลี้ยงพราหมณ์สามตะพายสายกำซาบถือทั้งดาบสองข้างอย่างทหาร
พระนำหน้าพากันออกนอกอุทยานแกล้งเดินผ่านริมค่ายพวกไพรี ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งอังกฤษคิดประหลาดพราหมณ์บังอาจเดินมุ่งเข้ากรุงศรี
จะจับไว้ไต่ถามความบุรีพวกโยธีพรูพร้อมออกล้อมพราหมณ์
พระโฉมยงทรงกระบองของวิเศษสำแดงเดชชิงชัยในสนาม
สามพี่เลี้ยงเคียงหน้ากล้าสงครามคอยเดินตามฟันแขกแตกกระจาย
หน่อกษัตริย์กวัดแกว่งกระบองฟาดบ้างคอขาดแขนกระเด็นไม่เห็นหาย
ตัดศีรษะโยธาที่ฆ่าตายทั้งสามนายหิ้วมาหน้าประตู
พวกรักษาหน้าที่ก็มี่ฉาวทั้งนายบ่าวบอกกันสนั่นหู
เห็นพราหมณ์หิ้วหัวแขกแตกกันดูเปิดประตูให้เจ้าเข้าในเมือง
แล้วเสนีที่เป็นใหญ่จึงไต่ถามเจ้าหนุ่มพราหมณ์งามเหลือดูเนื้อเหลือง
พ่อพากันฟันฝ่าเข้ามาเมืองธุระเรื่องราชการสถานใด ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ว่าข้าพเจ้าสำเภาแตกเป็นแต่แขกเมืองมาอยู่อาศัย
เห็นเขาล้อมป้อมปราการรำคาญใจไม่มีใครรบรับกับทมิฬ
จึงเข้ามาว่าจะขอออกต่อต้านสังหารผลาญพวกแขกให้แตกสิ้น
สนองพระเดชพระคุณท้าวเจ้าแผ่นดินให้เพิ่มภิญโญยศปรากฏไป ฯ
๏ พวกเสนาว่าแน่กระนั้นหรือเจ้าพราหมณ์รื้อรับว่าอย่าสงสัย
สมคะเนเสนีก็ดีใจพาเข้าไปทูลแถลงแจ้งกิจจา ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าบุรีรมจักรเพ่งพระพักตร์ดูพราหมณ์งามหนักหนา
เจ้าหนุ่มน้อยนวลละอองเหมือนทองทาดูดวงหน้าเนตรขนงดังวงเดือน
ทั้งสามพราหมณ์งามราวดาวประดับถูกสำรับกันกระไรใครจะเหมือน
ลูกผู้ดีมิใช่คนพลเรือนดำริพลางทางเอื้อนโองการทัก
นี่แน่เจ้าเผ่าพราหมณ์นามไฉนจะชิงชัยช่วยสังหารผลาญปรปักษ์
ซึ่งฟันฝ่าเข้ามาได้ขอบใจนักแต่จะหักศึกเสือเห็นเหลือมือ
ด้วยตัวเจ้าเยาว์ยังกำลังน้อยเหมือนไก่ต้อยจะไปสู้อ้ายอูหรือ
จะแจ้งเหตุเภทผลแต่ต้นมือมีหนังสือเสนามาวันนี้
ให้เราส่งองค์ราชธิดาถวายจะเคลื่อนคลายกองทัพกลับกรุงศรี
เราปรึกษาข้าเฝ้าเหล่าเสนีเขาเห็นดีจะให้ส่งองค์ธิดา
แม้นเจ้าออกชิงชัยไม่ชนะก็เห็นจะชุลมุนวุ่นหนักหนา
ซึ่งจะปราบศัตรูกู้พาราด้วยวิชาความรู้หรือสู้รบ ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ฟังบังคมบรมนาถข้าพระบาทพากเพียรได้เรียนจบ
ชำนาญในไตรเพทวิเศษครบจะรุกรบราวีให้มีชัย
ซึ่งจะส่งองค์พระบุตรีนั้นทมิฬมันจะประมาทพระบาทได้
เป็นเหตุผลต้นความด้วยทรามวัยขอจงให้นางสะเดาะพระเคราะห์นาม
จะช่วยทำน้ำทิพมนต์ถวายพระเคราะห์คลายข้าศึกจะนึกขาม
จะอาสาพระองค์ทำสงครามช่วยปราบปรามปัจจามิตรที่ติดเมือง
ขอแต่ม้าพาชีสีต่างต่างเป็นสี่อย่างขาวเขียวกะเลียวเหลือง
ที่เคยศึกฝึกสันทัดไม่ขัดเคืองประดับเครื่องสำหรับรบให้ครบครัน
แล้วโปรดให้ไปนัดนายกองทัพให้ออกรับรบสู้เป็นคู่ขัน
จะสังหารผลาญนายวายชีวันแล้วไล่ฟันพวกไพร่ให้เป็นเบือ ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์ทรงสดับเจ้าพราหมณ์รับอาสาเห็นกล้าเหลือ
รู้วิชาสามารถเป็นชาติเชื้อพระหลงเชื่อชื่นใจใครจะปาน
จึงตรัสว่าถ้าเสร็จสำเร็จศึกเราจะนึกว่าเหมือนบุตรสุดสงสาร
แล้วตรัสสั่งเสนาปรีชาชาญเกณฑ์ทหารให้เจ้าพราหมณ์ดูตามบุญ
เอาม้าทรงโรงในมาให้ขี่แล้วเสนีจงกำกับเป็นทัพหนุน
เห็นเพลี่ยงเราเข้าช่วยให้ชุลมุนเดชะบุญก็จะแพ้แก่เจ้าพราหมณ์
ให้นัดนายทัพชวาว่าพรุ่งนี้ให้มาที่ทุ่งกว้างกลางสนาม
จะชิงชัยไว้ยศให้งดงามแพ้สงครามจึงจะส่งองค์ธิดา
บนเชิงเนินทำให้มีที่ประทับไว้สำหรับดูเล่นเป็นสง่า
เร่งจัดห้องท้องพระโรงรจนาให้เจ้าพราหมณ์ตามประสาสบายใจ
แล้วปลอบถามพราหมณ์น้อยกลอยสวาทเจ้ารู้สาตราเวทข้าเพศไสย
จะสะเดาะเคราะห์นางนั้นอย่างไรช่วยขับไล่ผ่อนผันให้บรรเทา ฯ
๏ หน่อกษัตริย์สมคะเนจึงเสแสร้งจะต้องแต่งเตียงพิธีเป็นสี่เสา
สำหรับทำน้ำสรงนางนงเยาว์แล้วเสกเป่าปัดเคราะห์สะเดาะไป ฯ
๏ ฝ่ายท้าวทศวงศ์ก็หลงซื่อด้วยเชื่อถือมั่นคงไม่สงสัย
จึงว่าเชิญโฉมงามเจ้าพราหมณ์ไปที่ข้างในจะได้ช่วยอำนวยการ
แล้วนำหน้าพาพราหมณ์ตามลีลาศเข้าในวังนั่งอาสน์มุกดาหาร
มเหสีสาวสรรค์พนักงานมาหมอบกรานกราบก้มบังคมคัล
พระบอกองค์นงลักษณ์อัคเรศเจ้าพราหมณ์เทศทั้งสี่ดีขยัน
เห็นฝรั่งอังกฤษมาติดพันจึงบุกบั่นฟันฝ่ามาหาเรา
จะอาสาฆ่าแขกให้แตกยับถ้าเสร็จสรรพแล้วจะแทนพระคุณเขา
อันองค์แก้วเกษราธิดาเราข้างฝ่ายเจ้าพราหมณ์เห็นว่าเป็นเคราะห์
ประเดี๋ยวนี้พี่ก็พาเขามาด้วยให้เขาช่วยรดน้ำทำสะเดาะ
เดชะบุญลูกน้อยค่อยละเลาะให้สิ้นเคราะห์สิ้นโศกสิ้นโรคภัย ฯ
๏ มเหสีฟังสารโองการตรัสนางกษัตริย์ยินดีจะมีไหน
ดูรูปพราหมณ์งามพร้อมละม่อมละไมจึงปราศรัยสนทนาด้วยการุญ
น่าเอ็นดูผู้ใดเป็นพี่น้องนวลละอองรูปร่างเหมือนอย่างหุ่น
ช่วยรบแขกแตกแตนจะแทนคุณจงการุญราษฎรร้อนอุรา
ซึ่งเจ้าจะสะเดาะพระเคราะห์น้องต้องการของสิ่งใดจะได้หา
ศรีสุวรรณอภิวันท์จำนรรจาจงเอาผ้าขาวลาดดาดเพดาน
ให้โฉมยงนงเยาว์เข้ามณฑลรดน้ำมนต์มุรธากระยาสนาน
จัดบัลลังก์ตั้งเครื่องนมัสการจะได้อ่านมนต์สะเดาะพระเคราะห์นาง ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงฟังไม่กังขาให้จัดหาสารพัดไม่ขัดขวาง
ทุกกระทรวงหลวงแม่เจ้าทั้งท้าวนางรีบไปปรางค์พระธิดายุพาพาล
ทูลแถลงแจ้งความว่าพราหมณ์เทศผู้วิเศษจะมาทำน้ำสนาน
ภูวไนยใช้ข้ามาจัดการให้เยาวมาลย์เข้ามณฑลพิธี ฯ
๏ นางฟังความซักถามประจักษ์แจ้งว่าพระแกล้งจะมาหามารศรี
จึงว่าตามรับสั่งเถิดครั้งนี้แล้วเทวีเข้าในห้องไสยา
สี่พี่เลี้ยงเคียงข้างต่างวิตกเออก็อกเอ๋ยอาจออกอาสา
นางโฉมยงทรงสะอื้นกลืนน้ำตาคิดว่าว่าเล่นเล่นมาเป็นจริง
เมื่อรูปทรงองค์เอวจะเด็ดขาดกิริยามารยาทเหมือนผู้หญิง
จะสู้เขาเอาชีวิตมาปลิดทิ้งยิ่งคิดยิ่งสงสารพระผ่านฟ้า
แม้นมาถึงปรางค์ทองน้องจะห้ามมิให้พระโฉมงามออกอาสา
ถึงอับจนผลกรรมได้ทำมาจะก้มหน้าหนีไปในไพรวัน
พี่เลี้ยงว่าน่าแค้นทั้งสามพราหมณ์ไม่ห้ามปรามน้องชายให้ผายผัน
มาถึงนี่พี่จะว่าให้สารพันปรึกษากันต่างแลชะแง้คอย ฯ
๏ ฝ่ายท้าวนางต่างแต่งตามรับสั่งพระเต้าตั้งน้ำมนต์ปนส้มป่อย
ประทีปธูปเทียนบูชาระย้าย้อยให้เตรียมคอยเสร็จสรรพแล้วกลับไป
ทูลฉลองสองกษัตริย์ว่าจัดเสร็จเชิญเสด็จโดยจินดาอัชฌาสัย
สองกษัตริย์ตรัสชวนพราหมณ์ครรไลกำนัลในนางห้ามก็ตามมา
ขึ้นปราสาทพระบุตรีศรีสวัสดิ์เห็นที่จัดแจงพร้อมหอมบุปผา
ให้พราหมณ์นั่งยั้งอยู่ดูเวลาพระมารดาเข้าห้องทองบรรทม
เห็นลูกน้อยสร้อยเศร้าเฝ้ากันแสงจึงบอกแจ้งจูบเกล้าทั้งเผ้าผม
พระบิดาพาผู้รู้อาคมเป็นพราหมณ์พรหมจารีทั้งสี่คน
จะสะเดาะเคราะห์ร้ายสายสวาทให้แคล้วคลาดโรคาสถาผล
สายสุดใจไปเข้าที่มณฑลจะได้พ้นภยันต์อันตราย ฯ
๏ นางกราบกรานมารดาประหม่าจิตให้เขินคิดอดสูไม่รู้หาย
ทำบิดเบือนเชือนช้าระอาอายหมอบชม้ายเบือนหน้าไม่พาที
พระมารดาว่าองค์พระทรงเดชบิตุเรศคอยท่ามารศรี
จะเคืองขัดอัธยาฝ่าธุลีนางพวกพี่เลี้ยงมาพาออกไป
สี่พี่เลี้ยงเคียงประคองทั้งสองข้างมิใคร่ย่างบาทาลีลาได้
ค่อยแหวกม่านคลานเคียงเลี่ยงออกไปเข้าไปในมณฑลบนบัลลังก์
ให้ทั้งสี่พี่เลี้ยงอยู่เคียงข้างพวกห้ามแหนแสนสุรางค์อยู่ข้างหลัง
สมเด็จท้าวทศวงศ์ดำรงวังจึงตรัสสั่งพี่พราหมณ์อย่าขามใคร
จงพลีบัตรปัดเคราะห์สะเดาะนามไม่ห้ามปรามตามตำราอัชฌาสัย
เหมือนพงศ์พันธุ์กันเองอย่าเกรงใจสุดแต่ได้ฤกษ์พาเวลาดี ฯ
๏ ศรีสุวรรณรับรสพจนารถขึ้นนั่งอาสน์ตรงหน้ามารศรี
พราหมณ์พี่เลี้ยงเคียงนั่งบังอัคคีพอพาทีกันเบาเบาแต่เก้าคน
แล้วจุดธูปเทียนบูชาสมาธิตั้งสติตาจับกันสับสน
เสียงพึมพำทำอุบายว่าร่ายมนต์พอให้คนเขาได้ยินไม่กินใจ ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ทัศนานุชน้องนวลละอองผ่องพักตร์เพียงแขไข
ดูจิ้มลิ้มพริ้มพร้อมละม่อมละไมดังนางในดุสิดาลงมาดิน
พระลืมองค์หลงขยับจะรับขวัญแล้วคิดทันถอยหลังหวังถวิล
ค่อยพาทีมิให้ใครได้ยินขอเชิญผินพักตร์น้องอย่าหมองนวล
พี่อุตส่าห์มาสะเดาะพระเคราะห์ให้หวังจะได้แจ้งความทรามสงวน
ให้เห็นรักหนักในใจรัญจวนจึงกล้าชวนกันเข้ามาอาสารบ
แม้นม้วยมอดวอดวายสายสวาทนุชนาฏนงเยาว์ช่วยเผาศพ
พี่คิดถึงจึงอุตสาห์มาให้พบอย่าแกล้งซบซ่อนพักตร์ไม่ทักทาย ฯ
๏ นางโฉมยงทรงสดับอภิวาทกัมปนาทนึกพรั่นพระขวัญหาย
องค์ระทวยขวยเขินสะเทิ้นอายขืนซังตายตอบรสพจมาน
ซึ่งอาสาสงครามเพราะความรักพระคุณหนักยิ่งกว่าสุธาสถาน
แม้นมีชัยไพรินทมิฬมารจะสำราญเริงรื่นทุกคืนวัน
ถ้าเสียทัพอัปราปัจจามิตรพระทรงฤทธิ์มรณาจะอาสัญ
มิขออยู่สู้ตายวายชีวันพลางก้มกันแสงสะอื้นกลืนน้ำตา ฯ
๏ พระรับขวัญขวัญอ่อนสมรมิ่งแม่เป็นหญิงยอดมนุษย์สุดจะหา
เพราะรักนางอย่างยิ่งกว่าชีวาจึงอาสาบิตุรงค์ออกสงคราม
แขกฝรั่งอังกฤษไม่คิดพรั่นจะฟาดฟันให้วินาศกลาดสนาม
แต่เสร็จศึกขอให้เสร็จสำเร็จความจะได้งามพักตราในธาตรี ฯ
๏ นางฟังคำทำเคืองชำเลืองค้อนยิ่งทุกข์ร้อนก็ยิ่งว่าน่าบัดสี
แม้นต่อตีมีชัยจะได้ดีคงเป็นที่เจ้าพระยาอย่าปรารมภ์
เมื่อเอวองค์ทรงฤทธิ์นิดเท่านั้นจะประจัญกับศัตรูดูไม่สม
เข้ารบกันมันผลักก็จักล้มน้องปรารมภ์ร้อยอย่างไม่วางใจ ฯ
๏ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายเห็นตายราบกระซิบกระซาบสั่งมิตรพิสมัย
พรุ่งนี้เช้าเจ้าตามเสด็จไปดูชิงชัยบนพลับพลาหน้าเชิงเทิน
พอให้พี่มีแรงได้แผลงฤทธิ์ให้อังกฤษทัพแขกแตกกระเพิ่น
ศรีสุดาว่าพุคะไม่ละเมินถึงไม่เชิญก็ไปดูจะสู้ตาย
สามพี่เลี้ยงต่างงดอดไม่รอดกระซิบสอดว่าเจ้าพราหมณ์สามสหาย
ช่างขันสู้แขกเหรื่อเบื่อจะตายดูรูปกายก็ไม่น่าอาสารบ
ถ้าเสียทีชีวีฉันทั้งสามจะต้องตามหม่อมตายลงหลายศพ
แม้นชวนองค์ทรงฤทธิ์คิดอพยพดีกว่ารบร้อยเท่าทั้งเบามือ ฯ
๏ พราหมณ์พี่เลี้ยงเบี่ยงบ่ายภิปรายตอบเจ้าว่าชอบกลเหลือจะเชื่อถือ
ช่วยรบกู้สู้เมืองให้เลื่องลือไปปลายมือเห็นจะเป็นเหมือนเช่นนึก ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสห้ามสามพี่เลี้ยงอย่าถุ้งเถียงต่อสำนวนจะจวนดึก
อันถ้อยคำร่ำว่าจะจารึกที่ตื้นลึกก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์เกรงกษัตริย์สองพระองค์จะสงสัย
กระซิบว่าน่าเบื่อนี่เมื่อไรจึงจะได้สำเร็จเสร็จพิธี
ช่างลวงล่อหมอเอกเสกสะเดาะน่าหัวเราะถ้าเขารู้ดูบัดสี
แกล้งให้น้องต้องมานั่งอยู่อย่างนี้พระชนนีบิตุรงค์จะสงกา ฯ
๏ พระฟังคำจำใจไกลสวาทใจจะขาดเสียด้วยรักนั้นหนักหนา
กระซิบสั่งสายใจอาลัยลาแม่ดวงเนตรเกษราจงถาวร
พี่ขอฝากความรักที่หนักอกช่วยปกปิดไว้แต่ในน้ำใจสมร
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้าแลสาครอย่าม้วยมรณ์ไมตรีของพี่เลย
ขอฝากความเสน่หาสาพิภักดิ์ภิรมย์รักร่วมเรียงเคียงเขนย
ถึงตัวไปใจอยู่เป็นคู่เชยเมื่อไรเลยจึงจะสมอารมณ์เรียม ฯ
๏ นางฟังคำร่ำว่าน่าสังเวชชลเนตรฟูมฟายไม่อายเหนียม
ประณตนอบตอบความตามธรรมเนียมน้องทุกข์เทียมเท่าฟ้าสุธาธาร
แม้นมิกีดบิตุราชมาตุรงค์จะเชิญองค์ไว้ปราสาทราชฐาน
บรรทมที่ยี่ภู่ช่วยอยู่งานให้สำราญร่มเกล้าทุกเพรางาย
นี่จนใจได้แต่ใจนี่ไปด้วยเป็นเพื่อนม้วยภูวนาถเหมือนมาดหมาย
แม้นเมตตาอย่าให้น้องต้องได้อายนางฟูมฟายชลนาด้วยอาลัย
บรรดาเหล่าสาวสุรางค์ทั้งปรางค์รัตน์กับกษัตริย์สององค์ไม่สงสัย
เสียงงึมงึมพึมพำร่ำพิไรสำคัญไปว่าบ่นพระมนตรา
จนจวนรุ่งเทียนชัยจะใกล้หมดพระกำสรดสั่งมิตรขนิษฐา
ทั้งสองข้างต่างสะอื้นกลืนน้ำตาพระลีลาจากบัลลังก์ทั้งพี่เลี้ยง
มานบนั่งบังคมบรมนาถอยู่ริมอาสน์เบื้องซ้ายฝ่ายเฉลียง
พระบุตรีสี่นางอยู่ข้างเคียงค่อยคลานเลี่ยงเข้าที่มูลี่บัง ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ตรัสว่าเจ้าพราหมณ์เทศต้องอ่านเวทช้านานพานเจ็บหลัง
จงกลับไปหลับนอนผ่อนกำลังอยู่ที่นั่งพระโรงรัตน์ชัชวาล
ให้ท้าวนางข้างในออกไปส่งส่วนพระองค์มาปราสาทราชฐาน
ฝ่ายขุนนางข้างหน้าข้าราชการเกณฑ์ทหารไว้แต่ดึกเสียงครึกครื้น
พอรุ่งเช้าผู้คนก็พร้อมพรั่งทั้งหน้าหลังซ้ายขวาสักห้าหมื่น
ผูกพาชีสี่ม้าล้วนกล้าปืนจูงมายืนเตรียมอยู่ประตูวัง ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีในนิเวศน์แต่ลับเนตรหน่อกษัตริย์ประหวัดหวัง
กับทั้งสี่พี่เลี้ยงเคียงบัลลังก์ไม่นอนนั่งสนทนาด้วยอาลัย
จนรุ่งแจ้งแต่งองค์สรงสนานคิดรำคาญขุ่นข้องไม่ผ่องใส
ชวนพี่เลี้ยงสาวสรรค์กำนัลในขึ้นเฝ้าไทบิตุราชมาตุรงค์ ฯ
๏ สองกษัตริย์ตรัสทักแล้วซักถามแม่โฉมงามทรามสงวนนวลหง
ขึ้นมาไยไม่อุตส่าห์รักษาองค์หรือโฉมยงขัดขวางเป็นอย่างไร ฯ
๏ พระธิดาอาดูรทูลฉลองเสียงกึกก้องโกลาสุธาไหว
ไม่เห็นองค์ทรงธรรม์ให้พรั่นใจจะไปไหนลูกน้อยจะพลอยตาม ฯ
๏ พระบิดาว่าพ่อก็ไม่ขัดวันนี้นัดชิงชัยในสนาม
ไปพลับพลาหน้าประตูดูเจ้าพราหมณ์จะสงครามครั้งนี้ให้มีชัย
บรรดาเหล่าสาวสรรค์กำนัลนางจะไปบ้างก็ไม่ขัดอัชฌาสัย
แล้วสั่งเหล่าท้าวนางพวกข้างในไปสั่งให้เตรียมวอจรลี ฯ
๏ ฝ่ายท้าวนางต่างคำนับรับบรรหารชุลีคลานลงจากปราสาทศรี
มาเรียกเร่งกรมวังสั่งคดีออกอึงมี่วุ่นวิ่งทั้งหญิงชาย ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อนฤบาลชาญสนามกับสามพราหมณ์พี่เลี้ยงเห็นเที่ยงสาย
ต่างชำระสระสนานสำราญกายทั้งสามนายแต่งงามเป็นพราหมณ์ชี
พระทรงเครื่องเคยประดับสำหรับกษัตริย์เพชรรัตน์ไพฑูรย์จำรูญศรี
แล้วรั้งรอบริกรรมทำพิธีบังเกิดมีแรงกำลังดังนารายณ์
ครั้นเสร็จสรรพจับกระบองของวิเศษเจ้าพราหมณ์เทศถือดาบกำซาบสาย
มาขึ้นม้าพาชีให้คลี่คลายพลนิกายไปประทับที่พลับพลา ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์ดำรงราชย์อยู่ปราสาทพรั่งพร้อมพระวงศา
ฟังสำเนียงเสียงโห่เป็นโกลาก็รู้ว่าคลี่คลายขยายทัพ
จึงสระสรงทรงเครื่องพิชัยยุทธ์ใส่มงกุฎแก้วเก็จเพชรประดับ
ทรงพระแสงเปล่งปลาบดูวาบวับตรัสกำชับสาวสุรางค์ไม่วางใจ
ไปกับกูดูเล่นเห็นเลือดฝาดอย่าหวีดหวาดคิดพรั่นประหวั่นไหว
แล้วนำหน้าพาสนมกรมในเสด็จไปหน้าพระลานชานชลา
ทหารแห่หอกดาบกราบเดียรดาษพระทรงราชยานเดินดำเนินหน้า
สองพระองค์ทรงวอต่อกันมาถึงพลับพลาที่ริมป้อมก็พร้อมเพรียง
พระจอมพงศ์ทรงนั่งบัลลังก์รัตน์นางกษัตริย์สาวสวรรค์อยู่ชั้นเฉลียง
ดูฝรั่งตั้งค่ายอยู่รายเรียงออกแซ่เสียงสาวสาวนางชาววัง ฯ
๏ ฝ่ายเสนาข้าเฝ้ากับเจ้าพราหมณ์ก็คลานตามกันเข้ามาหน้าที่นั่ง
ศิโรราบกราบงามลงสามครั้งคอยตรับฟังพจนาบัญชาการ ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นประเทศทอดพระเนตรโยธาที่หน้าฉาน
เห็นพร้อมกันบันเทิงเริงสำราญพระเบิกบานเบือนพักตร์มาทักพราหมณ์
เดชะบุญอุ่นใจบิดานักเห็นเจ้าจักมีชัยในสนาม
อย่าประมาทอาจองในสงครามดูฤกษ์ยามยกออกนอกบุรี
เจ้าพราหมณ์พร้อมน้อมประณตบทเรศพระชายเนตรทางพลับพลาหลังคาสี
พอเห็นองค์นงนุชพระบุตรีพระยินดีดูนางไม่วางตา ฯ
๏ นางโฉมยงสงสารพระผ่านเกล้ากำสรดเศร้าสอดเนตรดูเชษฐา
ทั้งสามพราหมณ์สามนางต่างตอบตาศรีสุดาเฝ้าดูภูวไนย
ทั้งสองข้างต่างคิดพิศวาสแต่ไม่อาจออกหน้าอัชฌาสัย
สงสารแก้วเกษรายิ่งอาลัยจะใคร่ไปรบด้วยได้ช่วยกัน
ถึงบรรลัยไม่คิดชีวิตน้องจะขอรองมุลิกาจนอาสัญ
พระเปลี่ยวองค์สงสารรำคาญครันต่างกลืนกลั้นชลนาโศกาลัย ฯ
๏ ฝ่ายห้ามแหนแสนสุรางค์นางสนมพลอยปรารมภ์เศร้าหมองไม่ผ่องใส
สงสารพราหมณ์ทรามสวาทจะขาดใจช่างกระไรอาจองออกสงคราม
บ้างว่ารูปราวกับหุ่นพ่อคุณเอ๋ยยังไม่เคยเข้าศึกน้องนึกขาม
แม้นโรมรันอันตรายเสียดายงามให้มีความเสน่หาทุกนารี
บ้างนึกช่วยอวยชัยแต่ในจิตจงเรืองฤทธิ์รบแขกให้แตกหนี
พอโมงเศษสิบบาทฆาตเภรีเจ้าพราหมณ์ศรีสุวรรณก้มบังคมลา
กรุงกษัตริย์ตรัสอวยพระพรให้จงมีชัยแก่ศัตรูหมู่มิจฉา
ให้ผ่องแผ้วแคล้วคลาดซึ่งสาตราทรงศักดาดังนารายณ์วายกูณฐ์ ฯ
๏ ศรีสุวรรณกับสามเจ้าพราหมณ์พร้อมประณตน้อมนบปิ่นบดินทร์สูร
พอสบเนตรเกษรายิ่งอาดูรจำต้องทูลลามาขึ้นพาชี
ให้ทหารขานโห่ขึ้นสามหนดำเนินพลออกทวารอีสานศรี
เสียงฆ้องกลองก้องสะเทื้อนธรณีพวกโยธีเดินกระบวนล้วนทวนธง
พวกนายทัพขับม้าพยศย่างดูเหมือนอย่างหุ่นเชิดระเหิดระหง
แกล้งชักน้อยซอยเต้นเผ่นผจงผ่านมาตรงหน้าพลับพลาสง่างาม
เหล่าทหารราญรณประจญศึกกระหึมฮึกโห่ก้องท้องสนาม
ให้หยุดยั้งตั้งที่สีหนามเรียงไปตามรัถยาหน้ากำแพง ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งปังกลิมาวิชาเยนทร์สุรเหนมูรตานชาญกำแหง
เห็นชาวเมืองออกมาตั้งอยู่กลางแปลงล้วนเสื้อแดงสักหลาดดาษดา
นายทั้งสี่มีสัปทนกั้นแต่ไกลกันไม่ตระหนักรู้จักหน้า
ทั้งสี่ค่ายนายหมวดตรวจโยธาปังกลิมากองแขกแทรกสมทบ
วิชาเยนทร์เกณฑ์ฝรั่งฝ่ายอังกฤษมุรหงิดแข็งขันเข้าบรรจบ
สุรเหนเกณฑ์ชวาล้วนกล้ารบเข้าสมทบกับปิตันวิลันดา
มลายูมูรตานเป็นนายทัพสมทบกับกองฝรั่งบั้งกล่า
เป็นโยธีสี่หมู่ผู้ศักดาถือศัสตรากริชตรีกระบี่ยาว
ฝ่ายทหารฝรั่งทั้งห้าหมื่นถือแต่พื้นทวนคู่ใส่พู่ขาว
บ้างถือหอกดาบสั้นกั้นหยั่นยาวเสียงเกรียวกราวเข้าสมทบบรรจบกัน
ฝ่ายแม่ทัพทั้งสี่เสนีใหญ่ต่างสอดใส่เสื้อแดงดูแข็งขัน
คาดเข็มขัดรัดผ้าเช็ดหน้าพันสวมเกราะกันอาวุธยุทธนา
ใส่หมวกดำกำมะหยี่ล้วนมียอดขนนกสอดแซมใส่ทั้งซ้ายขวา
ครั้นเสร็จสรรพจับกระบี่ขึ้นขี่ม้าให้โยธาเดินธงตรงออกไป
ทหารรับโห่เร้าจะเอาฤกษ์เอิกเกริกโกลาสุธาไหว
เสียงกลองศึกกึกก้องทั้งฆ้องชัยพลไกรเกรียงกรูเป็นหมู่มา ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีสี่พี่เลี้ยงได้ยินเสียงคึกคักมาหนักหนา
พระองค์สั่นขวัญหนีดังตีปลาภาวนาอวยชัยให้เจ้าพราหมณ์
สาวสุรางค์ต่างเห็นแขกฝรั่งบ้างถอยหลังล้มทับกันวับหวาม
กระสับกระส่ายกายสั่นให้ครั่นคร้ามกรุงกษัตริย์ตรัสห้ามให้แข็งใจ ฯ
๏ ฝ่ายศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ทรงกัณฐัศว์องอาจไม่หวาดไหว
ม้าพี่เลี้ยงเคียงกันเป็นหลั่นไปเห็นทัพใหญ่ยกมาเป็นหน้ากระดาน
จึงให้ยกโยธีตีตลบเข้ารุมรบกลางแปลงแทงทหาร
ตะลุมบอนฟอนฟันประจัญบานฝรั่งต้านต่อแย้งแทงด้วยตรี
โยธาไทยไล่ฟันกระชั้นชิดผลาญชีวิตแขกชวากะลาสี
ทั้งไพร่นายตายล้มไม่สมประดีได้ท่วงทีบุกบันกระชั้นตาม ฯ
๏ ฝ่ายกองทัพปังกลิมาวิชาเยนทร์สุรเหนมูรตานชาญสนาม
เห็นพวกพลย่นย่อต่อสงครามต่างคุกคามขู่ทัพเข้ารับรบ
แกว่งกระบี่ขี่ม้าฝ่าทหารออกต่อต้านชาวบุรีตีตลบ
หน่อกษัตริย์สุริย์วงศ์ทรงสินธพควบเข้ารบกับฝรั่งปังกลิมา
พราหมณ์วิเชียรชิงสู้มูรตานปะทะทานทวนทบหลบถลา
วิชาเยนทร์เผ่นฟาดด้วยสาตราเจ้าโมรารับรองทำนองยุทธ์
เจ้าสานนนั้นสู้สุรเหนล้วนจัดเจนกลอกกลับสัประยุทธ์
ไม่ถอยหลังพลั้งเพลี่ยงเพลงอาวุธอุตลุดเลี้ยวไล่ในทำนอง
ฝรั่งฟาดพลาดแพลงแทงด้วยกริชเจ้าพราหมณ์ปิดป้องกันผันผยอง
หน่อกษัตริย์กวัดแกว่งพระแสงกระบองเข้าตีต้องปังกลิมาชีวาวาย
เจ้าโมราอานุภาพเอาดาบฉะตัดศีรษะสุรเหนกระเดนหาย
วิเชียรนั้นฟันมูรตานตายสานนนายพราหมณ์ฆ่าวิชาเยนทร์
พวกฝรั่งอังกฤษมุรหงิดแขกบ้างตื่นแตกต่างวิ่งทิ้งโล่เขน
โยธาไทยไล่ทันฟันระเนนที่ลุยเลนลงน้ำเที่ยวซ้ำแทง
บ้างจับได้ไพร่เหล่าที่เมื่อยล้าเอาหมวกผ้ามิได้เหลือทั้งเสื้อแสง
บ้างวิ่งบุกซุกซอนนอนตะแคงโยธาแทงฟันซ้ำระยำเยิน ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้ากรุงมุ่งเขม้นพอแลเห็นทัพแขกแตกตะเพิ่น
ทรงพระสรวลเสียงสนั่นชั้นเชิงเทินอย่ายืนเมินมนตรีเร่งตีกลอง
ให้พวกเราชาวเมืองออกไปช่วยรับคนป่วยคนเจ็บเก็บเอาของ
แล้วเพิ่มเติมออกไปให้หลายกองพระยืนร้องเร็วเข้าเอาให้ตาย ฯ
๏ พระบุตรีดีใจดังได้แก้วพระพักตร์แผ้วผ่องเหมือนดังเดือนฉาย
กำนัลในใหญ่น้อยพลอยสบายพวกผู้ชายสรวลเสเสียงเฮฮา ฯ
๏ ฝ่ายกองทัพกับเจ้าพราหมณ์ที่ตามรบฟันตลบซ้อนซับดับสังขาร์
ต้องลุยเลือดไหลนองท้องสุธาจนถึงป่าชายทุ่งนอกกรุงไกร
จึงเลิกทัพกลับหลังยังสถานเหล่าทหารโห่ลั่นสนั่นไหว
เก็บศัสตราอาวุธแลธงชัยบ้างจับได้พาชีก็ขี่มา ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์เห็นธงทัพรู้ว่ากลับพร้อมกันก็หรรษา
ส่วนพระองค์ลงจากที่พลับพลามายืนท่ากองทัพคอยรับพราหมณ์ ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นเห็นกรุงกษัตริย์ลงกัณฐัศว์เยื้องย่างมากลางสนาม
พอสบเนตรเกษราพะงางามต่างมีความชื่นชมโสมนัส
ครั้นใกล้ถึงจึงคลานค่อยกรานก้มมาบังคมธิบดินทร์ปิ่นกษัตริย์
สาวสุรางค์ต่างเบียดกันเยียดยัดคอยฟังตรัสไต่ถามเนื้อความกัน ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์ตรงเข้าใกล้จึงปราศรัยว่าเจ้าแรงแข็งขยัน
ช่วยรบแขกแตกตายวายชีวันขอเชิญขวัญนัยนาเข้าธานี
แล้วพระองค์ทรงราชยานรัตน์พร้อมขนัดแน่นสนมนารีศรี
สองพระองค์ทรงวอจรลีพวกเสนีชีพราหมณ์ก็ตามมา
ครั้นถึงวังสั่งให้จัดมนเทียรสถานนอกปราการชั้นกลางที่ข้างหน้า
ให้พราหมณ์อยู่อย่าได้ขัดอัธยาจะไปมามิให้ห้ามตามสบาย
เอาหมอนวดโรงในไปไว้ด้วยจะได้ช่วยคลึงเคล้นดูเส้นสาย
ครั้นเสร็จสั่งเสนีทั้งสี่นายพระผันผายพาสุรางค์ไปปรางค์ทอง ฯ
๏ ฝ่ายเสนามาแต่งตามรับสั่งกรมวังสับสนไปขนของ
ทอดยี่ภู่ปูปัดสลัดละอองเขนยรองเขนยข้างมาวางเรียง
ทั้งเครื่องอานพานพระศรีมีสำหรับเอาฉากพับขึงกั้นชั้นเฉลียง
ชวาลาอัจกลับสลับเรียงได้พร้อมเพรียงให้เจ้าพราหมณ์ตามโองการ ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ