ตอนที่ ๓๙ นางสุวรรณมาลีมีสารตัดพ้อ

๏ พอข้าเฝ้าเจ้าพราหมณ์ทั้งสามทัพมาคอยรับอภิวันท์ด้วยหรรษา
ทูลเชิญพระมเหสีให้ลีลาขึ้นพลับพลาที่องค์พระทรงยศ
แท่นสุวรรณบรรจงที่ทรงเสวยเหมือนอย่างเคยพร้อมพรั่งอยู่ทั้งหมด
พระบุตรีพี่น้องสองโอรสอยู่ชั้นลดใกล้พระชนนี ฯ
๏ นางออกนั่งยังหน้าพลับพลาโถงท้องพระโรงทิวทุ่งริมกรุงศรี
แสนรำลึกตรึกตราถึงสามีจะอยู่ที่ห้องไหนหนอในวัง
เขม่นจิตคิดหึงคำนึงนึกหรืออยู่ตึกแต้มทองที่สองหลัง
เฝ้าคลึงเคล้าเช้าค่ำแต่ลำพังยิ่งแค้นคั่งเคืองขืนกลืนน้ำตา
จึงเอื้อนอรรถตรัสถามความพี่เลี้ยงอยู่พร้อมเพรียงไพร่นายทั้งซ้ายขวา
พวกฝรั่งยังไม่แจ้งแห่งเรามาจะพูดจาคิดอ่านประการใด ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์พร้อมน้อมนอบตอบสนองแล้วแต่ต้องพระปัญญาอัชฌาสัย
ด้วยเผ่าพงศ์วงศ์วานการข้างในอันพวกไพร่พรั่นพระราชอาชญา
นางเห็นจริงนิ่งตรึกจารึกสารคิดว่าขานเขียนความตามประสา
ฉบับหนึ่งถึงกษัตริย์ภัสดาแล้วตีตราพับปิดผนิดดี
ฉบับสองถึงละเวงวัณฬาราชเนื้อความพาดถึงผการำภาสะหรี
ฉบับสามถามนุชาด้วยปรานีฉบับสี่ให้โอรสยศไกร
เลือกแต่งนางช่างพูดเป็นทูตถือนำหนังสือศุภสารไปขานไข
มีเครื่องยศงดงามตามข้างในพวกสาวใช้เชิญตามให้งามยศ ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์จัดรถาแห่หน้าหลังทั้งแตรสังข์ตามธรรมเนียมตระเตรียมหมด
แล้วเชิญพานสารตั้งบัลลังก์รถมีกลิ้งกลดชุมสายถือรายเรียง ฯ
๏ ฝ่ายนารีที่เป็นทูตช่างพูดเพราะจะทะเลาะชาวลังกากินยาเสียง
มาแต่เมืองเครื่องหอมมีพร้อมเพรียงขึ้นนั่งเตียงแต่งตัวให้ยั่วยวน
ตั้งคันฉ่องส่องหวีเกศีเส้นมีขนเม่นน้อยน้อยสอยสงวน
ไรจุกดิบกริบผมพอสมควรเอาแป้งนวลผัดหน้าด้วยมาไกล
นุ่งลายอย่างช่างจีบกลีบสลับห่มสีทับทิมทองดูผ่องใส
แล้วทูลลาพาเหล่านางสาวใช้เดินออกไปที่รถาขึ้นหน้ารถ
พวกเกณฑ์แห่แตรสังข์ประดังเสียงเครื่องสูงเคียงกรรชิงทั้งกลิ้งกลด
สาวใช้นางย่างเยื้องเชิญเครื่องยศพลางแห่รถข้ามทุ่งเข้ากรุงไกร
ถึงประตูบูรีที่ประทับจึงหยุดยับยั้งแจ้งแถลงไข
แล้วบอกกล่าวข่าวสารท่านข้างในเร่งทูลให้ทราบความตามสำเนา ฯ
๏ นายประตูรู้จำเอาคำสั่งไปในวังเล่าตามเนื้อความเขา
พวกท้าวนางต่างว่าฉาวแล้วชาวเรารีบเข้าเฝ้าทูลแถลงแจ้งกิจจา
บัดนี้พระมเหสีผู้มียศกับโอรสบุตรีมียศถา
เสด็จตามข้ามฝั่งมาลังกาอยู่พลับพลาพลพร้อมล้อมพระองค์
แต่งสตรีมีชื่อมาสื่อสารจะว่าขานข้อความตามประสงค์
แม้รับเฝ้าก็จะเข้ามาเฝ้าองค์มิรับคงจะเข้ามาไม่ช้าที ฯ
๏ พระอภัยให้หาน้องกับโอรสมาพร้อมหมดทั้งวัณฬามารศรี
พลางปรึกษาว่าคงฉาวแล้วคราวนี้นางมาลีหล่อนช่างพาลูกมาตาม
จะหวงหึงดึงดื้อถือทิฐิเขาแล้วสิใจเพชรไม่เข็ดขาม
เชิญพระน้องลองออกไปบอกความช่วยห้ามปรามให้เขากลับกองทัพไป ฯ
๏ ศรีสุวรรณนั้นอายทูลบ่ายเบี่ยงแต่มาเพียงนี้นั่งยังไม่ไหว
ให้เมื่อยเหน็บเจ็บกายทุกหายใจจงโปรดให้สินสมุทรไปพูดจา ฯ
๏ สินสมุทรทรุดหมอบตอบสนองฉันยังย่องไม่ถนัดให้ขัดขา
แต่ทาไพลไม่หายหลายเวลาพลางนิ่วหน้านวดเพลาเข้ากระบวน ฯ
๏ พระอภัยได้ยินสินสมุทรกับหน่อนุชน้องนั้นแกล้งผันผวน
พลางเอนองค์ลงเสียบ้างอย่างประชวรทำปวดมวนไม่สร่างครางฮือฮือ ฯ
๏ นางวัณฬาว่าคราวนี้สิ้นที่พึ่งเขามาถึงทูนหัวกลัวเขาหรือ
เมื่อเกี้ยวพานทานบนแต่ต้นมือว่าจะถือเพศฝรั่งอยู่ลังกา
เป็นขาดญาติขาดมิตรเหมือนปลิดปลดไม่ร่วมรสร่วมชาติศาสนา
เดี๋ยวนี้เขาเอาหนังสือให้ถือมาไม่บัญชาทำประชวรแกล้งครวญคราง
หรือจะใคร่ให้หม่อมฉันไปกรานกราบโปรดให้ทราบสารพัดไม่ขัดขวาง
จะให้เขาเข้ามาหึงจนถึงปรางค์ก็ผิดอย่างยิ่งจะช้ำระกำกรม
เป็นอันขาดชาตินี้แล้วชีวิตไม่ขอคิดสักเท่าซีกกระผีกผม
แต่เจ็บใจได้ทะนงเพราะหลงลมนางซบก้มพักตราโศกาลัย ฯ
๏ พระดูนางรางควานให้ลานรักประคองพักตร์ผูกจิตพิสมัย
ปลอบประโลมโฉมละเวงด้วยเกรงใจนี่คือใครทิ้งสัตย์เฝ้าขัดเคือง
ทุกวันนี้พี่ก็ว่าเป็นฝรั่งให้ชิงชังชาวชมพูเบื่อหูเหือง
แต่เขารื้อดื้อดึงมาถึงเมืองให้มีเรื่องสารามาพาที
จึงสู้นิ่งชิงชังไม่ฟังสารเพราะขี้คร้านพบปะสละหนี
ยังโกรธเกรี้ยวเขี้ยวเข็ญไม่เห็นดีจะให้พี่คิดอ่านประการใด
ดวงสมรสอนสั่งมั่งสิเจ้าจะขับเขาหรือจิตจะคิดไฉน
อันตัวพี่นี้ไม่ห้ามจะตามใจว่าอย่างไรคงจะช่วยว่าด้วยกัน ฯ
๏ นางว่าชะพระองค์ช่างทรงสัตย์ไม่อาจขัดแต่งแก้ให้แปรผัน
ถ้ามิเลี้ยงเที่ยงแท้แน่กระนั้นให้สาวสรรค์ไปเอาสารมาอ่านฟัง
จึงตัดรอนค่อนว่าให้สาหัสแม้ขืนขัดขู่ขับให้กลับหลัง
เมื่อหวงหึงถึงหม่อมฉันดันทุรังก็ไม่ฟังจะขอฝากฝีปากไป ฯ
๏ พระพลอยว่าถ้าสู้สองต่อสองคงแพ้น้องมั่นคงไม่สงสัย
จะฟังคำทำตามน้องทรามวัยให้ใครไปรับสารมาอ่านดู ฯ
๏ นางรับรสพจมานพระผ่านเกล้าจึงสั่งเถ้าแก่ว่าน่าอดสู
ช่วยพาเหล่าสาวใช้ไปประตูพูดกับผู้ที่ถือหนังสือมา
ว่ารับสั่งบังคับให้รับสารเข้ามาอ่านที่ในวังด้วยกังขา
เถ้าแก่รับเสาวนีย์ชลีลาแล้วเรียกข้าหลวงออกไปนอกวัง
เห็นรถทรงราชสารทหารแห่อยู่เซ็งแซ่ซ้ายขวาทั้งหน้าหลัง
จึงบอกทูตพูดเสียงสำเนียงดังมีรับสั่งให้มาถามตามโบราณ
ว่าสารามาเดี๋ยวนี้กี่ฉบับโปรดให้รับไปปราสาทราชฐาน
ท่านอยู่ทิมริมวังคอยฟังการส่งแต่สารมาให้เราจะเอาไป ฯ
๏ ฝ่ายนารีที่เป็นทูตเห็นพูดผิดจึงแกล้งคิดเอาให้เก้อเออไฉน
ส่วนสารเจ้าเราแห่มาแต่ไกลตามวิสัยกษัตราทุกธานี
ควรหรือใช้ให้ขี้ข้าออกมารับไม่มีเครื่องสำหรับรับสารศรี
ไม่ยำเยงเกรงอาญาฝ่าธุลีหรือเชื่อดีที่ว่าได้ไว้ในมือ
เจ้าของกูเป็นคู่ราชาภิเษกไม่เป็นเอกยิ่งกว่าลังกาหรือ
ชาติฝรั่งฟังเขาพูดเล่าลือว่าด้านดื้อได้มาเห็นเหมือนเช่นมึง
ทั้งเจ้านายหมายสมอารมณ์คิดจะแกล้งปิดปักกะตูเขารู้ถึง
ไม่ต่ำต้อยน้อยหรือทำดื้อดึงหรือพวกมึงหมายว่าไม่ใช่เชลย
ไม่แห่รับนับถือหนังสือสารราชการกูเป็นสูญจะทูลเฉลย
หยิบหนังสือถือเอาไปกูไม่เคยอย่าช้าเลยไปแถลงให้แจ้งความ ฯ
๏ นางฝรั่งคั่งแค้นแสนสาหัสจะตอบตัดตามติดก็คิดขาม
จึงว่าทูตพูดอะไรฟังไม่งามลิ้นลมลามเหลือตัวไม่กลัวเกรง
อย่าพูดมากปากจะอมส้มไม่ได้กูมิใช่ชาติเชลยเคยข่มเหง
อย่าประมาทชาติฝรั่งใส่กังเกงจะเท้งเต้งตัวเปล่าตามเจ้านาย
แล้วหน้าเง้าเข้าในวังกำลังโกรธต่างกล่าวโทษทูลตามความทั้งหลาย
นางโฉมยงทรงทราบที่หยาบคายสั่งขรัวนายช่วยประกอบให้ชอบที
จัดพานทองรองสารใส่คานหามให้สมตามยศพระมเหสี
ไม่เคยแห่แต่โบราณสารสตรีแม้นมันมิให้รับขับมันไป
อีพวกเราเจ้าคารมมีถมอยู่ออกไปสู้เขาสิวะเป็นไฉน
เจ้าขรัวนายหมายสั่งพวกข้างในจัดวอใหม่ผูกม่านตั้งพานทอง
แล้วเลือกเหล่าสาวสำอางที่คางเพชรไปแก้เผ็ดนางพวกทูตพูดจองหอง
ให้โขลนหามตามแห่มาแซ่ซ้องครั้นถึงร้องเรียกทูตพูดสำทับ
นี่แน่เจ้าชาวผลึกเป็นปึกแผ่นเครื่องแห่แหนสารศรีมีสำหรับ
ส่งสารามาเถิดเจ้าเรามารับหรือไม่ให้จะได้ขับเจ้ากลับไป ฯ
๏ ทูตผลึกฮึกเหิมว่าเริ่มแรกเจ้าเจ้าแปลกเมืองผลึกแล้วนึกได้
ให้วอทองรองพานเชิญสารไปพอจะให้ตามอย่างทางโบราณ
แต่พวกเจ้าเหล่านี้อีขี้ข้ามิเข้ามาอภิวาทราชสาร
ใส่ด้วยบทกฎหมายถึงวายปราณเร่งกราบกรานรับพระเสาวนีย์
ฝรั่งรุมทุ่มเถียงขึ้นเสียงแซ่ตัวถือแต่สารพระมเหสี
เราถือรับสั่งลังกาพระสามีไม่ต้องที่คำนับรับสารา
นางทูตเถียงเยี่ยงอย่างแต่ปางก่อนเจ้านครมีกำหนดด้วยยศถา
นี่ตัวเป็นเช่นแต่ไพร่เจ้าใช้มาไม่วันทาโทษมีตีให้ยับ ฯ
๏ นางฝรั่งบ้างก็แพ้บ้างแก้คล้อยถึงผู้น้อยก็ต้องทำตามตำรับ
แม้ส่งสารมาเมื่อไรเราได้รับจะคำนับหนังสือไม่ถือตัว
นี่ท่านทูตพูดจาชักหน้าเง้าดูมัวเมามึนตึงเหมือนหึงผัว
หรือผู้ชายรายเรือเขาเบื่อตัวต้องยกครัวข้ามฝั่งมาลังกา
เร็วเร็วเข้าเราจะรับราชสารพูดป่วยการเก่งกาจไม่ปรารถนา
บ้างก็ว่าแต่ชั้นสารก็มารยายังมีหน้าอภิเษกเป็นเอกองค์ ฯ
๏ ทูตผลึกฮึกเหิมซ้ำเติมตอบจนหิวหอบเสียงแห้งเป็นแป้งผง
คะข้าเจ้าเปล่าทรวงให้ง่วงงงชายไม่ปลงจิตหมายเพราะร้ายแรง
จึงอุส่าห์หาหมอขอเสน่ห์อุปเท่ห์ร้อยแปดยาแฝดแฝง
จนหลงใหลไม่คลาดไม่ขาดแคลงถึงปลอมแปลงเปลี่ยนหน้าสารยำ
เป็นผู้หญิงชิงผัวเขายั่วเย้าเหมือนแกงข้าวขอชิมไม่อิ่มหนำ
ต้องเจ็บอกยกครัวตัวเจ้ากรรมต้องระยำยุ่งเก๋เหมือนเทครัว
เราโกรธขึ้งหึงคู่เพราะผู้หญิงไม่เหมือนชิงผัวเขาเถียงเจ้าผัว
ไม่อดสูรู้สึกสำนึกตัวเขาลือชั่วชาติทมิฬลิ้นลังกา
แล้วเชิญสารใส่พานทองประคองตั้งพวกฝรั่งบังคมก้มเกศา
รับขึ้นวางกลางวอแล้วรอราต่างตอบว่าฝรั่งนี้ยังมีอาย
เขาขอสู่อยู่กับที่จึงมีผัวมิใช่ตัวดิ้นรนเที่ยวขวนขวาย
ก็ชายทิ้งหญิงตะกลามเที่ยวตามชายไม่มีอายดอกหรือไรจะใคร่รู้
อันฝรั่งลังกาใครมาเกี้ยวก็ผัวเดียวเมียเดียวเจียวทุกคู่
มิฟั่นเฟือนเหมือนเหล่าชาวชมพูประเดี๋ยวชู้ประเดี๋ยวผัวดูพัวพัน ฯ
๏ นางทูตตอบชอบอยู่ชมพูภพเป็นคู่คบร่วมชีวาจนอาสัญ
ด้วยเมียชู้คู่ความย่อมตามกันจึงผูกพันภัสดาด้วยอาลัย
ใครชิงคู่สู้ตามไม่ขามเข็ดคงแก้เผ็ดมันให้สาเลือดตาไหล
ถึงเสียทองเท่าตัวเสียหัวไปแต่มิให้เสียผัวสู้ตัวตาย
ดูเยี่ยงเขาชาวลังกาไม่หาผัวเพราะล้อมรั้วรักเพื่อนซ่อนเงื่อนสาย
แต่เขารู้อยู่ว่าตับเจ้ากลับกลายไม่ง้อชายเชื่อเพื่อนก็เหมือนกัน
จนเมืองอื่นตื่นมาอาสารบเจ้าเคยคบทุกทิศไม่บิดผัน
พอพบเห็นเป็นจำนำแล้วกำนัลนั่นแล้วนั่นนั่นแลเจ้าข้าเข้าใจ
ประเดี๋ยวนี้ที่มาอยู่ชู้หรือผัวจะออกตัวหรือจะปิดคิดไฉน
หรือผูกขาดมาดหมายไม่ขายใครไม่อายใจเจ้าของบ้างหรือนางงาม ฯ
๏ พวกฝรั่งสั่งลำว่าน้ำหน้ามันจะมาแก้เผ็ดไม่เข็ดขาม
เที่ยวหึงหวงล่วงว่าเป็นบ้ากามไยมิล่ามเชือกผัวของตัวไว้
ทั้งผู้ดีขี้ข้าก็หน้าแห้งออกเต้นแร้งเต้นกาเลือดตาไหล
ทะเลาะพลางนางฝรั่งเข้าวังในตามกันไปปรางค์มาศปราสาททอง
จึงเชิญพานสารศรีทั้งสี่ฉบับขึ้นคำนับบาทมูลทูลฉลอง
แล้วเล่าความตามพูดทูตเป็นรองนางยิ้มย่องหยิบสารบนพานมา
มีตรานอกบอกตรงขององค์นั้นสารสำคัญจะใคร่ฟังที่กังขา
จึงแจกไปให้โอรสอนุชาแล้ววัณฬาถวายองค์พระทรงธรรม์
แต่ของนางวางไว้ยังไม่อ่านเห็นจะพานเผ็ดร้อนค่อยผ่อนผัน
พระอภัยได้สารทรงอ่านพลันว่าหม่อมฉันอภิวาทบาทมูล
คอยเสด็จเจ็ดปีเข้านี่แล้วจะกวาดแผ้วไพรินให้สิ้นสูญ
ชาวชมพูสุริย์วงศ์พงศ์ประยูรได้เพิ่มพูนพึ่งพาพระบารมี
เหตุไฉนไม่กลับทัพทหารคืนไปผ่านพิภพอยู่ชมพูศรี
พระศาสนาสามัญทุกวันนี้ก็ไม่มีใครบำรุงให้รุ่งเรือง
พฤฒามาตย์ราษฎรเดือดร้อนสิ้นอกแผ่นดินจะเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง
ทั้งประเทศเขตแดนให้แค้นเคืองก็เพราะเรื่องรบพุ่งกรุงลังกา
เดี๋ยวนี้พระจะมาอยู่กับชู้ชื่นเหมือนกับฟื้นโลกธาตุศาสนา
อันลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดากับสุดสาครเศร้าทุกเช้าเย็น
ทูลกระหม่อมจอมทวีปประทีปแก้วมาลับแล้วก็ไม่มีที่จะเห็น
แม้ตัดชาติขาดเสร็จเด็ดกระเด็นใครจะเป็นปิ่นกษัตริย์ในปัถพี
จึงออกแขกแบกหน้าตามมาเฝ้าแม้โปรดเกล้ากลับไปอยู่ชมพูศรี
โอรสาข้าพระบาทราชบุตรีจะได้มีผาสุกสิ้นทุกคน
อันครั้งนี้มิกลับไม่นับเนื้อจะถือเชื้อชาติหญิงในสิงหล
โปรดประทานผลาญชีวิตให้วายชนม์จึงจะพ้นเคืองขัดพระหัทยา
แม้ชีวีมีอยู่เป็นผู้หญิงสุดจะทิ้งทูลเกศพระเชษฐา
ถ้าตัวตายหมายจะฝังไว้ลังกาแม้เมตตาแล้วจงกลับกองทัพไป ฯ
๏ พระทรงอ่านสารสิ้นถวิลหวังจะกลับหลังแล้วพะวงให้หลงใหล
เห็นโฉมยงองค์ละเวงยิ่งเกรงใจถอนฤทัยเศร้าทรวงให้ง่วงงง ฯ
๏ ศรีสุวรรณนั้นก็อ่านสารอักษรว่าอวยพรภูวนาถดังราชหงส์
ควรสิงสู่คูหารักษาองค์หรือมาหลงแกมกาที่สาธารณ์
นางห้ามแหนแสนสนมในรมจักรล้วนอุดมสมศักดิ์อัครฐาน
มาคบหาทาสีสตรีพาลไม่สงสารอัคเรศเกษรา
แรกพระองค์ลงเรือมารบด้วยหมายจะช่วยชูเดชพระเชษฐา
ยังมิหนำซ้ำมาจัดให้นัดดาเสวยฝาหรั่งพลอยอร่อยใจ
จะอยู่จริงทิ้งเพศประเทศถิ่นไม่ถือศิลเสียแล้วหรือมาถือไสย
ขอทราบความตามประสงค์จำนงในจะบอกไปรมจักรนัครา ฯ
๏ พอจบคำรำลึกนึกขึ้นได้ตกพระทัยกลัวจะขาดพระศาสนา
นึกประเดี๋ยวเฉียวฉุนด้วยคุณยารักรำภาพูดแก้ที่แผลเป็น
พี่สุวรรณมาลีนี้ขี้หึงสักหน่อยหนึ่งก็จะนำมาทำเข็ญ
แต่พวกเรานี้วิสัยเขาใจเย็นหึงไม่เป็นปากก็หง่อยดังหอยปู ฯ
๏ นางรำภาว่าแต่ศรีพี่สะใภ้ยังเสียวไส้เหลือแล้วถึงแก้วหู
แม้นงลักษณ์อัคเรศสังเกตดูจะข่มขู่ให้ช้ำระกำตรม
คงออกฉาวคราวนี้ไม่ลี้ลับจะสมกับตรัสไว้หรือไม่สม
พระตอบคำร่ำว่าอย่าปรารมภ์มิให้ข่มเหงเราชาวลังกา ฯ
๏ สินสมุทรคลี่สารออกอ่านมั่งว่าแม่ตั้งแต่จะคอยละห้อยหา
จึ่งพาน้องสองพระอนุชาติดตามมาหมายจะพบประสบกัน
เห็นแต่พ่อหน่อนาถแล้วชาตินี้จะเผาผีมารดาเมื่ออาสัญ
จะปลูกฝังตั้งจิตคิดทุกวันให้สืบพันธุ์พงศ์กษัตริย์สวัสดี
ที่ควรคู่สุริย์วงศ์พงศ์กษัตริย์แม่หมายจัดไว้เป็นเอกภิเษกศรี
อย่าปนแปดแพศยาหญิงกาลีจะราคีขัดข้องไม่ต้องการ
เอ็นดูแม่แต่ให้สมอารมณ์หวังได้ปลูกฝังฟักฟูมเป็นภูมิฐาน
เข้าอยู่วังลังกาก็ช้านานมาหามารดามั่งจะนั่งคอย ฯ
๏ พออ่านสิ้นสินสมุทรสุดสังเวชน้ำพระเนตรหยดเหยาะลงเผาะผอย
สงสารน้องสองสุดานุชาน้อยพากันพลอยเหนื่อยยากลำบากมา
กลับรู้สึกนึกคิดผิดทุกสิ่งมารักหญิงยาแฝดแพศยา
ลุกขยับกลับใจจะไคลคลานางผกากุมพระหัตถ์สะบัดมือ
ครั้นเห็นหน้ายามนต์เข้าดลจิตให้กลับคิดรักใคร่ทำไขสือ
จะไปห้องน้องนุชเฝ้าฉุดมือแล้วก็รื้อหมอบกรานแอบม่านบัง ฯ
๏ นางยุพาว่าหม่อมฉันเห็นกันแสงนึกว่าแปลงเปลี่ยนสัตย์พลัดเป็นถัง
พระราชสารมารดาฉันน่าฟังจะปลูกฝังฝากผีพิรี้พิไร
จะหาคู่สุริย์วงศ์พระองค์เอกอภิเษกปีนี้หรือปีไหน
เมื่อไรจ๊ะพระเจ้าพี่ฉันดีใจที่ตรัสไว้เห็นจะกลายเมื่อปลายมือ ฯ
๏ สินสมุทรยุดหยอกบอกว่านี่มิใช่พระมเหสีของพี่หรือ
คนเขารู้อยู่ทั้งเมืองออกเลื่องลือคือหล่อนชื่อแม่ยุพาพะงางอน
รูปก็งามนามก็เพราะฉอเลาะเหลือแก้มก็เจือจันทน์จรุงปรุงเกสร
แต่ว่าเขาชาวฝรั่งนะบังอรนางคมค้อนขวยเขินสะเทินที ฯ
๏ นางละเวงเกรงความจะหยามหยาบแต่อยากทราบทรงอ่านดูสารศรี
ว่าโฉมยงองค์สุวรรณมาลีเจริญราชไมตรีนีฤมล
ถึงโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราชกษัตริย์ชาติเชื้อหญิงในสิงหล
เหมือนจามรีที่รู้จักรักษ์สกนธ์ไม่แปดปนต่างภาษาเป็นราคี
ไปรบพุ่งกรุงผลึกเป็นศึกสู้คนเขารู้เฟื่องฟุ้งทั้งกรุงศรี
ได้ภิเษกเอกฉัตรสวัสดีหรือไม่มีการเมืองให้เลื่องลือ
ทั้งลูกสาวบ่าวไพร่ได้ภิเษกร่วมเสวกฉัตรเดียวกันเจียวหรือ
ล้วนรุ่นราวสาวทึนทึกได้ฝึกปรือเป็นชักสื่อสายสนล้วนคนเคย
ร้อยภาษามาประชุมล้วนหนุ่มแน่นไม่เป็นแก่นสารปละสละเฉย
เดี๋ยวนี้ปะพระอภัยกระไรเลยเธอช่างเชยชอบเชิงละเลิงลืม
สมคะเนเทครัวเข้ามั่วสุมเป็นรักรุมรวมรักเฝ้าปลักปลื้ม
เที่ยวชิงรักหักดิบไม่หยิบยืมจะทำลืมเสียแล้วหรือด้วยถือตัว
ธรรมดานารีผู้ดีไพร่เมียน้อยไหว้กราบเขาเจ้าของผัว
นี่เห็นถูกหยูกยาหูตามัวจึงตั้งตัวสูงเสริมเห็นเหิมฮึก
อันเป็นหญิงชิงคู่เขาชูชื่นเหมือนกล้ำกลืนของสำลักมักสะอึก
ช่วยเตือนใจให้จำรู้สำนึกจงตรองตรึกรับพระเสาวนีย์
แม้คิดทราบบาปบุญที่คุณโทษอย่าตอบโกรธกราบประณตบทศรี
จะไว้หน้าตามประสาเป็นนารีถ้าเกินดีก็จะได้ผิดใจกัน ฯ
๏ นางฟังเรื่องเคืองคำชุบน้ำฉีกช่างตีปีกค่อนขอดยอดขยัน
แล้วทูลองค์ทรงยศประชดประชันเขาว่าฉันชิงผัวไม่กลัวเกรง
พระผ่านเกล้าเล่าก็ตรัสให้สัตย์ไว้ว่ามิให้ชาวผลึกฮึกข่มเหง
เดี๋ยวนี้เล่าเขาก็ขืนมาครื้นเครงแม้มิเกรงภูวไนยก็ไม่ลด
จะตอบต่อข้อความให้งามหน้าให้เลือดตาตกเผาะเหยาะเหยาะหยด
น้อยหรือชะจะให้ไปไหว้ประณตมาไว้ยศยังกะว่าเป็นข้าไท
นี่เนื้อเคราะห์เพราะพระองค์จึงหลงถ้อยต้องเป็นน้อยนึกน่าน้ำตาไหล
จะออกโอษฐโปรดปรานประการใดจะกลับไปหรือจะอยู่พระภูธร ฯ
๏ พระว่าพี่นี้ไม่เข้ากับเขาดอกเขามันนอกรีตฝรั่งไม่ฟังสอน
เฝ้ารบกวนจวนจะแก่ยิ่งแง่งอนเจ้าคิดค่อนขอดว่าให้สาใจ
พี่จะทำคำตัดสลัดสละไม่ปนปะเป็นมิตรพิสมัย
แล้วสั่งพระอนุชาพากันไปคิดแก้ไขคำตอบให้ชอบเชิง ฯ
๏ พระรับรสพจนาทั้งอาหลานตาลีตาลานลืมองค์ด้วยหลงเหลิง
ต่างเข้าห้องทองบรรทมภิรมย์เริงนางรู้เชิงชวนชิดสนิทใน ฯ
๏ ฝ่ายนางพวกช่างพูดทูตผลึกต่างเหิมฮึกมาพลับพลาที่อาศัย
ทูลแถลงแจ้งความนางทรามวัยเหมือนดังได้ด่าฝรั่งแล้วบังคม ฯ
๏ ฝ่ายสุวรรณมาลียินดีด้วยข้าหลวงช่วยด่าว่าให้สาสม
โปรดประทานส่านสุหรัดแล้วตรัสชมเจ้าคารมรู้หึงให้ถึงใจ
จะคอยฟังครั้งนี้อีฝรั่งมันจะตั้งปึ่งชาว่าไฉน
นางนึกแค้นแสนขัดหัดสาวใช้ให้เข้าใจหึงผัวทุกตัวคน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาสมรปิ่นนิกรเกศหญิงในสิงหล
ไม่เคยทราบหยาบคายซังตายทนยิ่งอั้นอ้นโอ้ว่ากรรมช่างจำเป็น
ประดาเสียเมียน้อยนี่ร้อยชาติเป็นอันขาดไม่ขอคบก็พบเห็น
ความเจ็บแสบแทบพาเลือดตากระเด็นถ้าใครเป็นเช่นข้าจะว่าจริง
เมื่อคราวชื่นกลืนฉ่ำดังน้ำวุ้นคราวเฉียวฉุนเช่นกับยามหาหิงคุ์
เจ็บคารมคมปากเหมือนทากปลิงเขาว่าชิงผัวเขาให้เราอาย
แต่ความในใจจริงก็ชิงเขาเนื้อความเรามันจึงเสียเขาเบี้ยหงาย
จะเกลื่อนกลบทบทับให้กลับกลายพอแก้อายหมู่อำมาตย์ราษฎร
จึงคิดทำคำตอบประกอบแก้ให้เป็นแต่ไฟสุขุมเหมือนสุมขอน
แล้วแอบองค์ทรงฤทธิ์คิดชะอ้อนทรงอักษรตอบประทานหม่อมฉานชม ฯ
๏ พระอภัยใจปลื้มไม่ลืมอิ่มแต่เฝ้าชิมเชยชิดสนิทสนม
เสนหาพาเหิมเคลิ้มอารมณ์รู้สึกสมประดีกลับจับกระดาน
ประดิษฐ์คำทำร่างให้นางชอบเป็นความตอบตัดรักหักประหาร
นางแต่งแต้มแซมซ้ำคำประจานพระโปรดปรานเขียนความให้ตามใจ
จนเสร็จสรรพพับส่งให้นงลักษณ์ประคองพักตร์เชยชิดพิสมัย
พูดภาษาฝรั่งช่างพิไรเฝ้าลูบไล้เลียมรักสะพักพิง ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอนุชาเวลาค่ำยิ่งรักรำภาสะหรีด้วยผีสิง
นางนั่งแนบแอบชะอ้อนเฝ้าวอนวิงแม่โปรดจริงพระจงทำคำสารา
ให้สมตรัสตัดให้ขาดทั้งญาติมิตรจะสนิทถนอมรักให้หนักหนา
พระเขียนความตามคำให้รำภาแล้วตรัสว่าพี่ก็ปละสละทิ้ง
แต่รู้จักรักรู้มีชู้สาวที่รุ่นราวคราวกันสักพันหญิง
พี่รักเขาเล่าก็มีอยู่ที่จริงแต่ไม่ยิ่งยอดอย่างนางรำภา
ถึงสมบัติพัสถานการอื่นอื่นก็ไม่ชื่นเหมือนปรางนางซ้ายขวา
พลางยิ้มยวนชวนชิดแนบนิทราจนเบื่อว่าอัศจรรย์ทุกวันคืน ฯ
๏ หน่อนรินทร์สินสมุทรก็สุดหลงเขายุยงสารพัดไม่ขัดขืน
รักยุพาฝรั่งดังจะกลืนในกลางคืนคิดทำคำสารา
ชอบใจนางอย่างไรก็ไม่ขัดเป็นความตัดเผ่าพงศ์พระวงศา
แล้วเขียนอ่านทานสอบชอบอัชฌาให้ยุพาพับปิดผนิดเนียน ฯ
๏ ครั้นรุ่งรางนางผการำภาสะหรีเอาสารศรีสองพระองค์ที่ทรงเขียน
มาถวายนางวัณฬาหน้ามนเทียรไม่ติเตียนคำตอบชอบพระทัย
จึงสั่งนางเถ้าแก่อย่าแห่แหนเป็นตอบแทนทางความตามวิสัย
บอกขุนนางข้างหน้าให้ม้าใช้เอาไปให้กองทัพแล้วกลับมา ฯ
๏ เถ้าแก่น้อมพร้อมคำนับแล้วรับสารประคองพานเยื้องย่างไปข้างหน้า
บอกสนมกรมวังสั่งกิจจาเร่งจัดม้าใช้ไปให้กองทัพ ฯ
๏ ฝ่ายม้าใช้ได้หนังสือถือรับสั่งเผ่นขึ้นหลังพาชีเตือนตีขวับ
ม้าก็เต้นเผ่นน้อยซอยยับยับมาถึงทัพเล่าแถลงแจ้งกิจจา
ให้สารศรีสี่ฉบับแล้วกลับหลังมาเวียงวังแจ้งความตามประสา
ฝ่ายพวกพ้องกองทัพรับสารามาวันทาทูลองค์นางนงคราญ ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์ให้เคืองขัดในวิญญาณ์ไม่ว่าขาน
สั่งเสนาอาลักษณ์พนักงานจงอ่านสารสินสมุทรสุดอาลัย ฯ
๏ อาลักษณ์รับอภิวาทราชสารพลางคลี่อ่านจะแจ้งแถลงไข
ว่าสารทรงองค์โอรสยศไกรให้ทราบใต้ฝ่าพระบาทมาตุรงค์
มาอยู่วังลังกาอาณาจักรได้คู่รักร่วมอารมณ์สมประสงค์
พระบุตรีศรีสวัสดิ์ขัตติยวงศ์พอสมพงศ์สมพักตร์ศักดิ์ตระกูล
อันพงศ์เผ่าที่อยู่ชมพูทวีปจนสิ้นชีพสิ้นชาติเป็นขาดสูญ
ไม่นับเนื้อเชื้อวงศ์พงศ์ประยูรจึงจำทูลเสียให้เสร็จสำเร็จการ
ขอเชิญกลับเสียเถิดประเสริฐกว่าแม้อยู่ช้าเห็นจะฉาวจนร้าวฉาน
ถ้ารักองค์จงเหือดที่เดือดดาลอย่าก่อการเกินไปจะได้อาย ฯ
๏ พอจบคำช้ำจิตผิดสังเกตน้ำพระเนตรหลั่งไหลพระทัยหาย
สินสมุทรสุดสุภาพไม่หยาบคายนี่ดีร้ายอีฝรั่งสิ้นทั้งนั้น
โอ้ลูกเอ๋ยเลยหลงลืมวงศ์ญาติเหมือนตัดขาดเกศาแม่อาสัญ
สะอื้นร่ำพร่ำว่าแล้วจาบัลย์อุสาห์กลั้นกลัวจะขาดราชการ ฯ
๏ จึงให้อ่านสารศรีสุวรรณราชว่าอุปราชลังกามหาสถาน
แจ้งพี่นางต่างมีรสพจมานด้วยหม่อมฉานฉุนคิดอนิจจัง
ชาวชมพูทั้งบูรีไม่มีสัตย์สบถสะบัดเสียประเดี๋ยวไม่เหลียวหลัง
ทั้งถือผิดคิดรังเกียจให้เกลียดชังฝ่ายฝรั่งถือศิลสิ้นทุกคน
มีผัวเดียวเมียเดียวไม่เลี้ยวลดไม่โป้ปดลวงล่อคิดฉ้อฉล
จึงมาอยู่สู่สุขสิ้นทุกคนไม่กังวลวงศ์ญาติเป็นขาดกัน
เขาจะตรงลงนรกที่หมกไหม้ฉันจะไปสู่สถานพิมานสวรรค์
จึงตัดเสียเมียลูกไม่ผูกพันเป็นขาดกันแล้วอย่าอ้างเหมือนอย่างเคย ฯ
๏ พอจบเรื่องเคืองขัดจึงตรัสว่าแม่เกษราแม่อรุณแม่คุณเอ๋ย
อยู่หาไหนไม่มาฟังเธอมั่งเลยลูกไม่เคยสุดขืนกลืนน้ำตา
จะเก็บไว้ให้ฟังสิ้นทั้งสองจะได้ร้องไห้รักให้หนักหนา
แล้วอ่านสารสำคัญของวัณฬาเจ้าลังกาปิ่นเกศนิเวศน์วัง
มาถึงพระมเหสีบุรีผลึกอย่าเหิมฮึกหึงสาเป็นบ้าหลัง
ก็ย่อมรู้อยู่ทุกสิ่งที่จริงจังเพราะเพลี่ยงพลั้งลึกซึ้งต้องถึงตัว
มิใช่ข้าหาสัดจองไปท่องเที่ยวถึงน้ำเขียวขึ้นบนเกาะเที่ยวเสาะผัว
คิดความหลังมั่งเถิดเจ้าอย่าเมามัวตัวของตัวเมื่อเป็นสาวก็ฉาวลือ
อุศเรนพี่ของเราขอเจ้าได้เจ้ามิใช่มเหสีพระพี่หรือ
กลับมีชู้สู่ผัวไม่กลัวมือยังจะถือตัวดีหรือพี่สะใภ้
ว่าชิงผัวชั่วช้าส่วนฆ่าผัวมันไม่ชั่วมั่งดอกหรือถือไฉน
จนเกิดยุครุกรบทั้งภพไตรก็เพราะใครเล่าขานางมาลี
แพศยาฆ่าคู่เขารู้ทั่วไปลักผัวนางผีเสื้อลงเรือหนี
ส่วนตัวแสนแค้นว่าข้าชิงสามีส่วนฆ่าพี่เขาสิไม่ให้เขาแค้น
พระทรงยศอดสูมิอยู่ด้วยยังแร่รวยลามล่วงมาหวงแหน
แต่ผัวนางข้างหนึ่งก็หึงแทนเจ้ามันแสนสันทัดได้หัดปรือ
มาตามเก้อเธอก็ไม่ออกไปหาจะให้ข้าอุ้มพระองค์ไปส่งหรือ
มาโกรธาหน้ามืดทำฮืดฮือยังด้านดื้อว่าเป็นผัวไม่กลัวอาย
จงมาขุดอุศเรนไปเป็นคู่พระนี้ชู้มิใช่ผัวอย่ามัวหมาย
สงสารเจ้าเปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดายแม้เป็นชายจะช่วยโลมนางโฉมงาม
ให้หายเหือดเดือดดิ้นถวิลสวาทเป็นพระราชสามีอยู่ที่สาม
มิใช่เช่นเป็นเชลยไม่เคยลามยิ่งหยาบหยามยิ่งจะซ้ำระยำยับ
เหมือนหยั่งน้ำเห็นปลิงจริงนะเจ้านัยน์ตาเขาลืมได้มิใช่หลับ
พี่มาลีศรีผลึกกินลึกลับอย่าให้น้องต้องขับจงกลับไป ฯ
๏ พอสารจบสบเจ็บให้เหน็บแน่นยิ่งแสนแค้นดังเขาเชือดเอาเลือดไหล
มันเติมแต้มแนมเหน็บน่าเจ็บใจชะกระไรหนอกระนี้อีละเวง
เห็นผัวรักซักถามเอาความหลังกระทบกระทั่งทับถมจะข่มเหง
ทะเลาะเราเจ้าผัวไม่กลัวเกรงมันชั่วเองว่าเขาเป็นเหมือนเช่นตัว
ชะได้เชือดเลือดเนื้อเถือเป็นชิ้นกูจะกินเสียจริงจริงอีชิงผัว
มาอ้างความสามสองให้หมองมัวเขารู้ทั่วตัวของมันสักพันชาย
แล้วให้อ่านสารองค์พระทรงเดชจะโปรดเกศอนุกูลหรือสูญหาย
แต่เพียงนี้นี่ก็เบื่อเหลือละอายจะได้ตายเสียให้แล้วได้แคล้วกัน
พนักงานอ่านเนื้อความออกตามเรื่องพระมิ่งเมืองจอมลังกามหาสวรรย์
ด้วยทราบตามความขำที่สำคัญนางสุวรรณมาลีที่มีคาว
เหมือนเต่าใหญ่ไข่ปิดให้มิดหลุมจะคุ้ยขุมขุดรื้อออกอื้อฉาว
ยังมิหนำซ้ำแล่นข้ามแดนดาวมาว่ากล่าวนางละเวงไม่กรงกลัว
จะกรวดน้ำคว่ำขันไม่พลันคบมิขอพบขอเห็นไม่เป็นผัว
มีลูกเต้าเฒ่าแก่ก็แต่ตัวใจยังมัวเหมือนหนึ่งว่าสิบห้าปี
ข้ารับแพ้แต่เมื่ออยู่ชมพูภพยังตามรบกวนอีกต้องหลีกหนี
เป็นขาดเด็ดเสร็จสั่งเสียครั้งนี้เดือนแปดปีวอกวันจันทร์ข้างแรม
เรื่องสารศรีนี้แหละคือหนังสือหย่าอย่ามาว่าปรายเปรียบดูเฉียบแหลม
ถ้ารักตัวกลัวเจ็บอย่าเหน็บแนมขืนลอมแลมแล้วจะอายเมื่อปลายมือ
เจ้าครองกรุงรุ่งเรืองเป็นเมืองเอกอภิเษกตัวใหม่ไม่ได้หรือ
พอจบคำช้ำใจดังไฟฮือเห็นสุดมือไม่มีใครอาลัยแล
ไหนจะช้ำคำนางละเวงเล่าทั้งผ่านเกล้าเล่าก็หย่าไม่แยแส
จะพึ่งที่ศรีสุวรรณก็ผันแปรเคยเห็นแต่สินสมุทรก็หลุดลอย
ยิ่งแลเหลียวเปลี่ยวเปล่าเศร้าสังเวชน้ำพระเนตรหยดเหยาะลงเผาะผอย
สุดจะทรงองค์นั่งกำลังน้อยกำสรดสร้อยซวนซบสลบไป ฯ
๏ ฝ่ายบุตรีพี่น้องสองโอรสพลอยกำสรดเซ็งแซ่เข้าแก้ไข
ทั้งแสนสาวท้าวนางพวกข้างในร้องเรียกให้หมอบดโอสถเร็ว
หมอผู้หญิงวิ่งออกมานอกม่านหลงนวดท่านตาหมอหลอจนคอเหลว
หมอเพชรคงหลงคั้นตามบั้นเอวข้าหลวงเลวร้องหวีดกราดกรีดเกรียว ฯ
๏ ครั้นฟื้นองค์นงลักษณ์อัคเรศพูนเทวษหวั่นไหวอาลัยเหลียว
เหมือนสิ้นเหล่าเผ่าพงศ์อยู่องค์เดียวยิ่งเปล่าเปลี่ยวในใจให้วังเวง
ดูเวียงวังลังกายิ่งพาแค้นจะทดแทนเสียให้สมที่ข่มเหง
ถึงชีวันบรรลัยก็ไม่เกรงอีละเวงจะให้ยับลงกับมือ
ถึงแม้ว่าสามีจะมิเลี้ยงให้แท้เที่ยงเถิดไม่ฟังแต่หนังสือ
จะสู้ตายวายชนม์ให้คนลือคงจะดื้อเข้าไปถึงในวัง
ขอประสบพบองค์พระทรงยศสองโอรสช่วยกำกับเป็นทัพหลัง
มิให้เราเข้าไปก็ไม่ฟังจะรบพังปากประตูเข้าบูรี
อีสาวใช้ไปช่วยด้วยให้หมดให้ลือยศหญิงผลึกไม่นึกหนี
ได้เห็นหน้าข้ากับเจ้ากันคราวนี้แม้ใครมีชัยชนะกูจะเลี้ยง
นางสาวใช้ใหญ่น้อยพลอยประจบจะตีตบอีฝรั่งมันชั่งเถียง
ต่างจีบปากอยากทะเลาะให้เพราะเพรียงมาหมอบเมียงพร้อมหน้าทุกข้าไท ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอดิสรสุดสาครขัตติยาอัชฌาสัย
ทูลทัดทานมารดาด้วยอาลัยพระอย่าไปปนกับกาที่สาธารณ์
เหมือนทองคำชัมพูรู่กระเบื้องจะลือเลื่องชั่วกัลปาวสาน
จงรอรั้งฟังกิจค่อยคิดการพรุ่งนี้ฉานจะขอเข้าไปเฝ้าฟัง
แม้เกี่ยวข้องต้องเสน่ห์ลมเพลมพัดจะเป่าปัดแก้กลด้วยมนต์ขลัง
รู้สึกองค์คงจะออกมานอกวังเดี๋ยวนี้คลั่งเคลิ้มองค์เหมือนหลงเดิม
หนังสือนี้ดีร้ายฝ่ายฝรั่งมันจะนั่งยุยงคอยส่งเสริม
เห็นสร่างมนต์ดลทำเฝ้าซ้ำเติมจึงพูนเพิ่มพิศวาสไม่คลาดคลา
มิควรฟังหนังสืออย่าถือโกรธประทานโทษบิตุเรศกับเชษฐา
วันนี้จวนสุริยนสนธยาพระมารดาจงระงับดับพระทัย ฯ
๏ นางฟังสุดสาครค่อยอ่อนจิตพ่อช่วยคิดผันแปรเคยแก้ไข
แต่แม่นี้วิตกในอกใจกลัวจะไปเข้าที่เป็นสี่องค์ ฯ
๏ พระโอรสอดสูว่าผู้หญิงถึงงามยิ่งอย่างไรก็ไม่หลง
หนังเสือเหลืองเครื่องไตรยังใส่องค์ไม่เปลื้องปลงเปรมปรีดิ์กับสีกา ฯ
๏ นางทรงฟังยังพรั่นให้หวั่นจิตด้วยเคยติดตังรักมันหนักหนา
จึงว่าพ่อก็วิเศษเวทวิชาคิดรักษาพระองค์ให้จงดี
ถ้าแม้เจ้าเข้าไปติดชีวิตแม่เห็นตายแท้แล้วขอฝากแต่ซากผี
นางสอนบุตรสุดสวาทราชบุตรีจงพึ่งพี่ทั้งสององค์เป็นพงศ์พันธุ์
ด้วยแสนแค้นแน่นเหน็บให้เจ็บจิตเหมือนชีวิตมารดาจะอาสัญ
พลางแนบชิดธิดายิ่งจาบัลย์สะอื้นอั้นตรอมอารมณ์ไม่สมประดี
จนพลบค่ำย่ำฆ้องยิ่งหมองเศร้าเสด็จเข้าในพลับพลาหลังคาสี
แสนรำลึกตรึกตราถึงสามีทรงโศกีกำสรดสลดใจ ฯ
๏ ฝ่ายบุตรีพี่น้องสองโอรสอยู่ชั้นลดตามประสาอัชฌาสัย
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดาร้อยมาลัยพระหัสไชยช่วยปลิดนั่งชิดกัน
พูดพุคะจ๊ะจ๋าประสารุ่นด้วยเคยคุ้นเคียงใกล้ไม่ใฝ่ฝัน
วิชาธรจรมาเวลานั้นให้ไหวหวั่นจิตกษัตริย์หัสไชย
นึกฉุนรักลักชม้ายชายชม้อยดูโฉมสร้อยสุวรรณน้องอันผ่องใส
ลอออิ่มพริ้มพร้อมละม่อมละไมงามวิไลแลเหมือนจะเยื้อนยิ้ม
ยิ่งพิศเพ่งเปล่งปลั่งกำลังรุ่นเนื้อละมุนน่าอุ้มดูนุ่มนิ่ม
อันน้องนางอย่างพี่ดังตีพิมพ์นึกอะลิ้มเอลี่ยนั่งเคลียคลอ
คิดใคร่รู้ว่าผู้ใหญ่เขาได้เสียเป็นผัวเมียกันอย่างไรที่ไหนหนอ
ไม่เข้าใจในทีต้องรีรอแต่เฝ้าคลอคิดกริ่มใคร่ชิมเชย ฯ
๏ ส่วนสองนางต่างองค์ยังหลงเล่นด้วยว่าเป็นเด็กอยู่ไม่รู้เฉย
แต่หัสไชยจะใคร่พลอดใคร่กอดเกยยังไม่เคยขามเขินสะเทินใจ
ยิ่งแลเล็งเพ่งพิศยิ่งคิดรักสุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ต้องถอยถดอดอั้นกลั้นฤทัยไปนอนใกล้เชษฐาสุดสาคร ฯ
๏ ฝ่ายสองนางต่างร้อยดอกไม้เสร็จตามเสด็จขึ้นสุวรรณบรรจถรณ์
ถวายทรงองค์ละพวงช่วยสวมกรแล้วนางนอนริมพระพี่ไม่มีแคลง
ดึกสงัดหัสไชยยังไม่หลับเห็นอัจกลับข้างที่ริบหรี่แสง
นางนอนใกล้ได้กลิ่นผินตะแคงค่อยค่อยแพลงพลิกเบียดพอเฉียดเชย
ยิ่งหอมชื่นรื่นรินกลิ่นกุหลาบยิ่งเสียวซาบทรวงริกนาสิกเสย
แต่เดิมทีนั้นมิใช่จะไม่เคยเลยก่ายเกยจูบกอดพูดพลอดกัน
แต่น้ำจิตมิได้คิดพิศวาสเหมือนอย่างญาติเย้ายอมถนอมขวัญ
ครั้นรู้รักจักเป็นดังเช่นนั้นกลับขยั้นพรั่นตัวคิดกลัวเกรง
พินิจน้องสองนางกระจ่างแจ่มงามแฉล้มอะเหลาะเฉาะล้วนเหมาะเหมง
อันโลกีย์มิต้องสอนเหมือนกลอนเพลงมันเป็นเองในอารมณ์ใคร่ชมชิม
ถ้าเชยชื่นฟื้นตัวกลัวจะร้องว่าพี่น้องเล้ารุมทำหยุมหยิม
แต่มุ่งมองสองแก้มดูแย้มยิ้มค่อยจ่อจิ้มจุมพิตยิ่งติดใจ
ด้วยมาแขกแรกเริ่มประเดิมรักไม่รู้จักจืดเปรี้ยวฉุนเฉียวไฉน
สวาทซาบปลาบปลื้มแล้วลืมไปหลับอยู่ในแท่นที่ทั้งสี่องค์ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ