ตอนที่ ๔ ศรีสุวรรณพบนางเกษรา

๏ สงสารนางแก้วเกษราธิดาท้าวเมื่อครั้งคราวจะได้คู่สู่สงวน
สถิตอยู่แท่นสุวรรณให้รัญจวนแต่อักอ่วนป่วนใจไม่ไสยา
พอหลับลงทรงซึ่งสุบินนิมิตประหวัดจิตนุชนาฏหวาดผวา
ตื่นสะดุ้งรุ่งแสงพระสุริยาพระธิดานึกแหนงแคลงฤทัย
จึงเรียกสี่พี่เลี้ยงมาเคียงข้างนุชนางเล่าแจ้งแถลงไข
ฉันฝันว่าวาสุกรีอันเกรียงไกรเข้าในแท่นสุวรรณอันบรรจง
เกี่ยวกระหวัดรัดรอบอุราน้องฉันร่ำร้องอยู่บนเตียงจนเสียงหลง
ให้ร้อนรุ่มกลุ้มจิตพิษภุชงค์หมายว่าปลงชีวานิคาลัย
จนเดี๋ยวนี้นึกกลัวยังตัวสั่นอันความฝันพี่เห็นเป็นไฉน
พี่เลี้ยงฟังนั่งนึกแต่ในใจยิ้มละไมในหน้าแล้วว่าพลัน
ลักษณะพระสุบินนิมิตแม่ครั้นจะแก้กลัวจะโกรธพิโรธฉัน
สมุดมีอยู่ริมที่แท่นสุวรรณตำราฝันทรงดูให้รู้ความ
จะได้ลาภหรือกระไรก็ไม่ช้าด้วยเวลานั้นก็ล่วงเข้ายามสาม
พี่จะช่วยอวยพรพะงางามให้สมความปรารถนาไม่ช้าวัน
ทูลพลางทางพลิกสมุดถวายถูกที่ทายงูขบสบกับฝัน
ยุพยงทรงอ่านอักษรพลันมีสำคัญว่างูหมู่กุมภา
แม้นขบกัดรัดใครในนิมิตจะได้ชมสมสนิทเสน่หา
แม้นงูร้ายฝ่ายคู่ภิรมยาวาสนาฟุ้งเฟื่องเรืองเจริญ
นางฟังเรื่องเคืองขัดปัดสมุดให้แสนสุดอับอายระคายเขิน
สี่พี่เลี้ยงเคียงข้างเห็นนางเมินต่างอวยชัยให้เจริญพระชนมาน ฯ
๏ พระบุตรีโกรธตรัสด้วยขัดแค้นพี่นี้แสนเล่ห์ลมประสมประสาน
เห็นว่าเกลียดแล้วมาแสร้งแกล้งประจานชวนให้อ่านแต่ตำรับที่อัปรีย์
นี่หากเห็นเป็นผู้ใหญ่ยังไว้หน้าหาไม่จะว่าเสียให้อายกับสาวศรี
แล้วผันผินพักตราไม่พาทีทำเข้าที่ไสยาสน์บนอาสน์ทอง ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างคนเห็นเคืองขัดชุลีหัตถ์นบนอบไม่ตอบสนอง
ครั้งสุริย์ฉายสายแสงขึ้นเรืองรองออกจากห้องไสยาปรึกษากัน
พระบุตรีนิมิตผิดประหลาดที่เราคาดนั้นก็งามกับความฝัน
แสนสงสารเจ้าพราหมณ์ก็ครามครันจะโศกศัลย์อยู่ในสวนรัญจวนใจ
เราออกไปถามดูให้รู้แจ้งอยู่ตำแหน่งนคเรศประเทศไหน
ลวงกำนัลกัลยาว่าจะไปเก็บดอกไม้มาถวายพระบุตรี
เห็นพรักพร้อมยอมใจเข้าในห้องเปิดคันฉ่องส่องตะบอยสอยเกศี
กระเหม่าจีนจับซ้ำให้ดำดีกรีดสำลีเรียบร้อยที่รอยไร
แล้วผัดหน้าทาจันทน์กระแจะฟุ้งต่างคนนุ่งยกทองล้วนผ่องใส
ห่มกรองทองรองแสดเป็นซับในเรียกสาวใช้คนรักมาชักชวน
ให้ถือซองสลาผ้าเช็ดปากแล้วออกจากประตูข้างทางฉนวน
ทำกรีดชายกรายก้อยเที่ยวลอยนวลตรงไปสวนมาลีด้วยปรีดา ฯ
๏ ฝ่ายสองเฒ่าเฝ้าผลัดกันนอนนั่งเวียนระวังพราหมณ์น้อยในเคหา
ครั้นรุ่งรางสร่างแสงพระสุริยาอียายเฒ่าจึงว่าแก่ตาพลัน
บ่าวเรามีสี่คนล้วนหนุ่มหนุ่มตาเอ๋ยคุมออกไปใช้ในสวนขวัญ
ทั้งจอบเสียมมีดพร้าหาให้มันให้ช่วยกันถางหญ้ากว่าจะเย็น
ตาเฒ่าผัวหัวเราะว่าจริงอยู่ปัญญากูมืดมิดคิดไม่เห็น
เสียแรงมีบ่าวไพร่ใช้ไม่เป็นนิ่งให้มันนอนเล่นเสียทั้งวัน
จึงร้องเรียกเจ้าพราหมณ์ตามบ้านนอกเด็กเอ๋ยออกมานี่ขมีขมัน
แล้วรีบรัดจัดจอบให้คนละอันมาช่วยกันถากหญ้าจะพาไป ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ขัดแค้นคำอ้ายเฒ่าจะใคร่เอาจอบสับให้ตักษัย
พี่เลี้ยงพราหมณ์สามคนเข้ายุดไว้แล้วแก้ไขบอกเล่าเฒ่าชรา
น้องข้าเจ้าเจ็บอยู่อย่าจู้จี้เกณฑ์หน้าที่สักเท่าไรจงใช้ข้า
จะถากทำแทนกันไม่ฉันทาตรงไหนหญ้าจะให้ทำจงนำไป ฯ
๏ ส่วนตาเฒ่าเหย่าย่างมาข้างสระเห็นระยะหญ้าแพรกแตกไสว
จึงวัดวาหน้าที่ให้ทันใดใครทำให้ค้างอยู่กูไม่ฟัง
แล้วตาเฒ่าเข้าใต้ต้นชมพู่เอาผ้าปูปัดผงลงเอนหลัง
ระหวยหิวหาวนอนอ่อนกำลังลืมระวังพราหมณ์น้อยม่อยหลับไป ฯ
๏ ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามนายชายฉลาดเห็นหน่อนาถมัวหมองไม่ผ่องใส
จึงเลือกเด็กดอกลำดวนที่ยวนใจมายื่นให้อนุชาแล้วพาที
ถึงมาตรแม้นตกยากต้องถากหญ้าจะอาสาแทนน้องอย่าหมองศรี
เรารอรั้งฟังกันดูวันนี้ถ้าแม้นพี่คาดผิดจึงคิดการ
ธรรมดามาเที่ยวเกี้ยวผู้หญิงต้องอ้อยอิ่งอดเปรี้ยวไว้กินหวาน
เราอุตส่าห์พยายามตามโบราณคงเป็นการมั่นคงอย่าสงกา
ว่าพลางทางจับเอาจอบสวนเริงสำรวลชวนกันเข้าฟันหญ้า
ไม่เคยทำซ้ำสับแผ่นสุธาแต่เปลี่ยนซ้ายย้ายขวาอยู่สามคน ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ขัดเคืองชำเลืองค้อนสะท้อนถอนหฤทัยพิไรบ่น
เสน่หาตาบอดไม่รอดตนต้องทุกข์ทนถากหญ้าประดาตาย
ถึงจะชักนางฟ้าลงมาให้ที่จะใช้ถากหญ้านั้นอย่าหมาย
พระฮึดฮัดขัดใจไม่สบายทั้งสามนายเมินหน้าถากหญ้าไป ฯ
๏ ฝ่ายพี่เลี้ยงพระธิดามาถึงสวนแสนรัญจวนผูกจิตพิสมัย
ทำเสสั่งสาวสวรรค์กำนัลในจะลุมเล้าเข้าไปก็ไม่ควร
จงรอรั้งนั่งท่าอยู่ที่นี่เราทั้งสี่จะเข้าไปข้างในสวน
แล้วเสแสร้งแต่งจริตกระบิดประบวนทำชี้ชวนกันเก็บมาลามา
แต่มือปลิดจิตนึกถึงพราหมณ์น้อยเนตรชม้อยแลลอดชำเลืองหา
มามองเมียงเพียงทับยายกับตาไม่เห็นหน้าพราหมณ์น้อยละห้อยใจ
ทั้งสี่นางต่างว่าประหลาดแล้วพ่อรูปทองน้องแก้วข้าไปไหน
หรือเที่ยวเก็บบุปผาสุมาลัยสงสัยใจย่างย่องมามองเมียง
พอใกล้สระโกสุมปทุมชาติเสียงจอบฉาดฟัดดินได้ยินเสียง
อยู่ที่นี่แล้วกระมังฟังสำเนียงค่อยมองเมียงเลี่ยงแลอยู่แต่ไกล
เห็นเจ้าพราหมณ์สามคนก่นถากหญ้าเวทนากรรมกรรมจะทำไฉน
แค้นอ้ายเฒ่าเฝ้าสวนแสนจัญไรมันแกล้งใช้กรากกรำให้ทำการ
แล้วแลดูพราหมณ์น้อยเห็นสร้อยเศร้าเข้าแฝงเงาพฤกษาน่าสงสาร
ทั้งสี่นางต่างว่าน่ารำคาญจะคิดอ่านแก้ไขอย่างไรดี
นางประภาว่าเราจะพูดด้วยก็คิดขวยวิญญาณ์น่าบัดสี
เราออกไปให้เขาเห็นพอเป็นทีฟังไมตรีเขาก่อนจึงผ่อนปรน
ปรึกษาพลางทางเดินเด็ดดอกไม้เข้ามาใกล้สระน้ำแล้วทำบ่น
ทำไฉนจึงจะได้ดอกอุบลแล้วทำกลแวดชายชม้ายเมียง ฯ
๏ เจ้าโมราสานนพราหมณ์วิเชียรกำลังเพียรฟันดินได้ยินเสียง
พอเหลียวมาเห็นหน้านางพี่เลี้ยงเอาจอบเหวี่ยงไว้กับที่ด้วยดีใจ
มาบอกความพราหมณ์น้อยค่อยกระซาบคงตายราบมั่นคงอย่าสงสัย
พ่อไปพูดกับเขาเล่นก็เป็นไรดูท่าทางนางในจำนรรจา ฯ
๏ ศรีสุวรรณสั่นพักตร์ไม่รักคบอย่าเร้ารบไปเลยน้องไม่ปรารถนา
พี่รักเขาก็จงเข้าไปพูดจาที่ถากหญ้านี้น้องจะทำแทน
พออย่าให้อ้ายเฒ่ามันหยามหยาบฉันเหม็นสาบหนังเนื้อมันเหลือแสน
ไม่รักมีชู้สาวเมื่อคราวแกนอย่าขืนแค่นเลยพี่พราหมณ์เป็นความจริง
พระว่าพลางทางลุกขึ้นถากหญ้าแล้วเมินหน้าเสียไม่ดูข้างผู้หญิง
พี่เลี้ยงพราหมณ์สามคนเข้าช่วงชิงพ่อนั่งนิ่งอย่าทำให้รำคาญ
ต่างวางจอบตอบน้องแล้วย่องย่างเข้าใกล้นางกัลยาแล้วว่าขาน
หม่อมทั้งสี่นี้หรือขาตระลาการเมื่อเย็นวานนี้ให้พาฉันมาคุม
เขาฟ้องหาว่ากระไรไม่ไต่ถามให้คุมความร้อนใจดังไฟสุม
ทั้งอดนอนยังรุ่งด้วยยุงชุมท่านผู้คุมเล่าก็ร้ายทั้งยายตา
แต่เช้าตรู่ขู่เข็ญจะเฆี่ยนขับมากำกับกรำกรากให้ถากหญ้า
ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยตัวทั่วกายาสู้อุตส่าห์ทำไปทั้งไม่เคย
สารพัดจะไม่มีบุหรี่หมากความเปรี้ยวปากเหลือแหล่แม่คุณเอ๋ย
ไม่เมตตาทารกรรมแต่จำเลยยังไม่เคยพบเห็นพึ่งเป็นความ
มาหยุดยั้งนั่งนี่หน่อยเถิดหม่อมฉันแสนตรอมตรมใจจะไต่ถาม
กรุณาปรานีกับชีพราหมณ์อย่ามีความกินแหนงแคลงวิญญาณ์ ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างอายระคายเขินชม้ายเมินยิ้มละไมอยู่ในหน้า
จึงตอบความตามธรรมดามาฉันมิใช่เป็นสุภาตระลาการ
ความข้างในให้คุมไว้เพียงสวนเป็นสำนวนแล้วจะส่งไปโรงศาล
เขากราบทูลพระธิดายุพาพาลเมื่อเย็นวานนี้จึงให้ไปเอาตัว
อีกระจงแจ้งความว่าพราหมณ์น้อยมาติดสอยสมสู่เป็นชู้ผัว
เมื่อคบค้ากันเองไม่เกรงกลัวถึงดีชั่วก็เขาเป็นชาววัง
น่าสมเพชเวทนาหนักหนานักช่างไม่รักเจ็บอายเสียดายหลัง
นี่หากฉันอนุกูลทูลประทังจึงรับสั่งให้มาถามเอาความจริง
ว่าพราหมณ์น้อยกับข้างนี้เป็นพี่น้องหรือพวกพ้องเพื่อนเที่ยวเกี้ยวผู้หญิง
ใครชื่อไรเร่งว่าอย่าประวิงเอาความจริงให้ทั่วทุกตัวคน
ต้องคุมกันวันเดียวว่าเปรี้ยวปากบุหรี่หมากสารพัดจะขัดสน
ถ้าเช่นนั้นฉันจะให้ไว้สักคนใครกังวลอะไรมั่งก็สั่งไป
ราคาหมากกับบุหรี่สักกี่เบี้ยพอสู้เสียซื้อหาเอามาให้
แต่จะถามตามจริงอย่านิ่งไว้จึงจะได้กรุณาเหมือนพาที ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ฟังนั่งนึกเห็นลึกแหลมช่างเหน็บแนมล้วนละเมียดทั้งเสียดสี
ต่างยิ้มแย้มเยื้อนว่ากับนารีมิเสียทีเป็นสุภาตระลาการ
แม้นน้องฉันคบหากับข้าหลวงผิดกระทรวงลามลวนควรประหาร
ถ้าแม้นนางชาววังทำจังฑาลมาเกี้ยวพานเข้าบ้างจะอย่างไร
พราหมณ์น้อยนี้ดีนักอย่าพักว่าถึงเอาพร้าคัดปากไม่อยากไหว
จริงนะหม่อมย่อมรู้อยู่เต็มใจอย่างสงสัยเสียเปล่าเปล่าไม่เข้ายา
ซึ่งองค์พระบุตรีมีรับสั่งให้ถามทั้งนามวงศ์แลพงศา
จะแถลงแจ้งอรรถแต่สัจจาอันพวกข้าเหล่านี้เป็นพี่ชาย
ชื่อโมราสานนพราหมณ์วิเชียรหม่อมอย่าเปลี่ยนชื่อเสียงช่วยเรียงถวาย
โน่นพราหมณ์น้อยศรีสุวรรณพรรณรายเป็นน้องชายชันษาสิบห้าปี
สำเภาซัดพลัดเมืองมาพี่น้องขึ้นเที่ยวท่องชมแต่บุรีศรี
จะเกี้ยวพานท่านผู้ใดก็ไม่มีจริงนะขาฟ้าผี่เถิดไม่ลวง
ฉันเป็นชาวบ้านนอกดอกคะหม่อมไม่อ้อมค้อมพูดจาเหมือนข้าหลวง
คิดจะใคร่ไต่ถามตามกระทรวงหม่อมทั้งปวงก็เป็นใหญ่อยู่ในวัง
อันทุกวันฉันไม่มีที่จะเห็นอยากจะเป็นขอเฝ้ากับเขามั่ง
ขอถามตามสุจริตอย่าปิดบังหม่อมมานั่งถามความนี้นามใด ฯ
๏ สี่พี่เลี้ยงเอียงอายชม้ายชม้อยทำชดช้อยพูดจาอัชฌาสัย
นี่หรือชาวบ้านนอกมาหลอกใครเขาเข้าใจอยู่ดอกหม่อมทำปลอมพล
ซึ่งสงสัยไต่ถามถึงนามฉันแต่เพียงนั้นพอจะแจ้งแห่งนุสนธิ์
โน่นประภาวดีนี่จงกลนั่นอุบลคนนี้ศรีสุดา
ซึ่งหม่อมรักจักใคร่เป็นขอเฝ้าจะต้องเหลาไม้กลัดจัดบุปผา
ถ้าทำได้ไม่คิดระอิดระอาไปปีหน้าฟ้าใหม่คงได้ดี
ถ้าขี้เกียจขืนเที่ยวเกี้ยวชู้สาวทำฉาวฉาวเช่นนั้นฉันบัดสี
ให้เจ้านายขายหน้าทั้งตาปีก็จะมีคนว่าชั่วฉันกลัวอาย ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ว่าอย่าเย้ยไปเลยหม่อมไม่อ้อมค้อมพูดเล่นเหมือนเช่นหมาย
ถ้ารักใคร่ใครแล้วก็สู้ตายไม่กลับกลายแกล้งว่าสัจจาจริง
นี่เที่ยวเล่นโดยดีประสีประสาควรหรือมาต้องเกาะเพราะผู้หญิง
ด้วยจนใจไม่มีที่พึ่งพิงจึงต้องนิ่งนึกเจียมเสงี่ยมใจ
ครั้นฉันจะถวายตัวก็กลัวอยู่ยังไม่รู้กิริยาอัชฌาสัย
หนึ่งพระรูปร่างเจ้าสักคราวใครน้ำพระทัยร้ายหรือดีก็มิรู้
ฉันพลัดบ้านเมืองมาอนาโถเหมือนคนโซสิ้นแกนแสนอดสู
แม้นว่าหม่อมอุปถัมภ์ช่วยค้ำชูจะได้อยู่พึ่งบุญเหมือนมุลนาย
อันลูกเมียก็ไม่มีฟ้าผี่เถิดประดักประเดิดโดยจนต้องขวนขวาย
แม้นได้มีที่พึ่งพอฝากกายตัวไม่ตายก็ไม่ทิ้งจริงจริงเจียว ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างรู้ในเชิงรักแกล้งหน่วงหนักพจนารถฉลาดเฉลียว
แม้นไม่มีที่กลัวตัวคนเดียวจะท่องเที่ยวทารกรรมไปทำไม
จงอยู่เป็นข้ารองละอองบาทองค์พระราชธิดาอัชฌาสัย
จะช่วยทูลให้ท่านเห็นว่าเข็ญใจให้อยู่ในสวนศรีที่นี่พลาง
ตำหนักจันทร์นั้นก็มีทั้งสี่หลังไปนอนนั่งเล่นเถิดคะค่อยกว้างขวาง
อีกสักวันฉันจะเชิญเสด็จนางมาเล่นกลางสวนสอยสุมามาลย์
จึงเมียงหมอบลอบแลแต่พอเห็นไม่สมเป็นเจ้าข้าจึงว่าขาน
หรือใจจิตคิดขลาดราชการจะหนีบ้านบวชเรียนก็เพียรไป ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ยิ้มพริ้มพรายภิปรายตอบช่างรู้รอบกิริยาอัชฌาสัย
สมเป็นหม่อมมุลนายอยู่ฝ่ายในความจริงใจฉันนี้แน่ไม่แชเชือน
แต่พราหมณ์น้อยน้องรักนี้หนักแน่นในพื้นแผ่นปัถพีไม่มีเหมือน
ถ้าเห็นงามความรักมาตักเตือนจะค่อยเคลื่อนคลายโศกที่โรครัด
ช่วยเชิญองค์พระธิดามาให้เห็นจะได้เป็นขอเฝ้าเหลาไม้กลัด
พรุ่งนี้นะคะหม่อมให้เหมือนนัดฉันจะหัดทูลฉลองให้ว่องไว
ซึ่งหม่อมช่วยแนะนำที่สำนักให้ตำหนักพระธิดาอยู่อาศัย
จะได้นอนผ่อนกายสบายใจไม่บรรลัยแล้วคงต้องสนองคุณ ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างตอบว่าขอบจิตถ้าสิ้นคิดขาดเหลือจะเกื้อหนุน
มิใช่ฉันมั่นหมายเป็นนายมุลจะทำคุณด้วยเป็นข้ากรมเดียวกัน
แล้ววางซองหมากลงที่ตรงหน้ากินสลาเล่นเถิดนายอย่าอายฉัน
ต่างพูดพลอดทอดสนิทเชิงติดพันจนตะวันบ่ายเบี่ยงพี่เลี้ยงลา
เจ้าพราหมณ์เด็ดดอกรักหักเต่าร้างให้สี่นางแจ้งจิตเป็นปริศนา
ทั้งสองข้างต่างชม้อยชายหางตาแล้วลุกมาจากที่ทั้งสี่นาง
ทำเมียงเมินเดินกรายชายชม้อยดูพราหมณ์น้อยนุชน้องเห็นหมองหมาง
พิโรธเรียกยายตามาด่าพลางใช้เธอถางถากหญ้านี้ว่าไร
ไม่แลดูรูปร่างท่านบ้างหรือแต่จะถือจอบเจียนจะไม่ไหว
ทีนี้อย่าใช้สอยจงปล่อยไปให้อาศัยสำนักตำหนักจันทร์
แม้นมิฟังยังทำให้เธอโกรธจะลงโทษยายตาถึงอาสัญ
สั่งสองเฒ่าเฝ้าสวนแล้วชวนกันมาเรียกบ่าวเหล่านั้นเข้าวังใน ฯ
๏ ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามนายสบายจิตมานั่งชิดอนุชาแล้วปราศรัย
เมื่อตะกี้พี่ไปเกี้ยวประเดี๋ยวใจท่านข้างในให้หมากมาฝากน้อง
แล้วกล่าวโฉมพระธิดาว่าน่ารักประเสริฐศักดิ์กษัตรีย์ไม่มีสอง
เห็นจะสมคะเนนึกที่ตรึกตรองพระน้องลองเล่นชู้ดูสักคราว ฯ
๏ ศรีสุวรรณว่าไม่พอใจเกี้ยวแต่มาเที่ยวซื่อซื่อยังอื้อฉาว
ถ้าเกี้ยวจริงยิ่งจะมีราคีคาวเหมือนเรื่องราวบุราณร่ำคำภิปราย
ผู้ใดหลงลมหญิงทิ้งทำเนียบไม่ราบเรียบแรงรักมักฉิบหาย
นางพี่เลี้ยงเหล่านี้ไม่มีอายมาชวนชายจะให้งงหลงระเริง
ฉันช่วยเตือนตามจิตสนิทสนมกลัวต้องลมแล้วจะหาวเหมือนว่าวเหลิง
สลาตันต้องปีกจะฉีกเปิงทำร่าเริงรางแตกจะแหลกลง ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ยิ้มพริ้มพรายภิปรายตอบพ่อว่าชอบอยู่มิใช่จะใหลหลง
ซึ่งเกิดความหนามเสี้ยนเพราะซื่อตรงจึงต้องบ่งด้วยหนามตามตำรา
อันหนึ่งพ่อหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์จากสมบัติมาลำบากยากนักหนา
แม้นองค์พระบุตรีมีเมตตาได้พึ่งพาแต่พอผ่อนที่ร้อนรน
อนึ่งจะให้ไพร่ฟ้ารู้จักชื่อตลอดลือเล่าแจ้งทุกแห่งหน
แม้นพระพี่มิตายในสายชลมีผู้คนบอกความจะตามมา
ถึงพวกเราเล่ามิใช่จะไม่คิดคงจะติดตามแสวงทุกแห่งหา
แต่พบลาภขุมทองต้องตำราจะหลับตาเสียไม่ขุดก็สุดอาย ฯ
๏ ศรีสุวรรณรันทดถอนใจใหญ่แต่เกรงใจเจ้าพราหมณ์สามสหาย
จึงว่าน้องตรองความตามนิยายเห็นจะเป็นเช่นกระต่ายที่หมายจันทร์
เมื่อตัวต่ำน้ำใจจะใฝ่สูงเหมือนนกยูงมุ่งเมฆเมืองสวรรค์
ต้องซูบผอมกรอมใจด้วยไกลกันด้วยหมายมั่นมุ่งมิตรให้ผิดทาง
เรายากจนคนจรเที่ยวร่อนเร่นึกเสน่ห์นางกษัตริย์เห็นขัดขวาง
ฉวยว้าวุ่นขุ่นเคืองด้วยเรื่องนางจะต้องร้างนคราเข้าป่าไป ฯ
๏ พี่เลี้ยงพราหมณ์สามนายภิปรายตอบให้ชื่นชอบวิญญาณ์อัชฌาสัย
พ่อไม่รักรูปงามก็ตามใจจะไปไหนไปด้วยจนม้วยมรณ์
เวลานี้จวนค่ำไปสำนักที่ตำหนักพระบุตรีมีฟูกหมอน
เสียแรงเขาชาววังสั่งให้นอนล้วนอ่อนอ่อนอุ่นใจจงไคลคลา
พลางสำรวลชวนศรีสุวรรณน้องเดินประคองเคียงกายทั้งซ้ายขวา
ขึ้นตำหนักผลักเผยทวาราทัศนาที่ในห้องทุกช่องชั้น
มีฉากพับลับแลมู่ลี่แขวนบรรจถรณ์แท่นที่บรรทมภิรมย์ขวัญ
ต่างแย้มสรวลชวนศรีสุวรรณพลันขึ้นบนบรรจถรณ์แท่นแสนสบาย
ส่วนเจ้าพราหมณ์สามคนอยู่ข้างที่พอราตรีเดือนแจ่มกระจ่างฉาย
เผยพระแกลแลชมดารารายต้องพระพายพัดพานสำราญใจ ฯ
๏ ฝ่ายนารีพี่เลี้ยงมาถึงวังจะนอนนั่งนึกพะวงให้หลงใหล
คิดถึงพราหมณ์สามนายที่หมายไว้จะเป็นใครคู่สร้างยังคลางแคลง
แต่พราหมณ์น้อยนุชน้องเป็นของหลวงย่อมทราบทรวงสุดสิ้นไม่กินแหนง
แต่ชายสามหญิงสี่ทีระแวงครั้นจะแบ่งออกเป็นตัวไม่ทั่วกัน
แต่นึกนึกตรึกตรองให้ข้องจิตไม่ลืมคิดคร่ำครวญถึงสวนขวัญ
พอโพล้เพล้เวลาจะสายัณห์มาพร้อมกันสี่นางเหมือนอย่างเคย
ปลอบประโลมพระธิดายุพาพักตร์ให้นงลักษณ์แต่งองค์สรงเสวย
ถึงยามค่ำเข้าบรรทมทำชมเชยบ้างรำเพยพัดวีด้วยปรีดา
แล้วทำพูดกันกับเพื่อนว่าเดือนนี้ฤดูดอกมาลีแล้วหนอจ๋า
ฉันอยากใคร่ได้ดอกมะลิลามาร้อยมาลัยถวายให้หลายพวง
บ้างบ่นว่ามาลีที่ในสวนแก้วกุหลาบลำดวนจวนจะร่วง
แล้วทูลแก้วเกษราธิดาดวงไปสวนหลวงเล่นสักวันหรือขวัญตา ฯ
๏ พระบุตรีดีใจไปสิพี่เก็บมาลีเลือกหักให้หนักหนา
เวลาเฝ้าเช้าฉันจะทูลลาพี่สั่งข้าหลวงเหล่าขอเฝ้าไว้ ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างรับคำนับน้อมแล้วขับกล่อมกลอนประดิษฐ์พิสมัย
มะโหรีเรื่อยร้องทำนองในวังเวงใจแจ้วเสียงเมื่อเที่ยงคืน
ครั้นยามดึกพระธิดาไสยาหลับจนเดือนลับเลื่อนฟ้าไม่ฝ่าฝืน
อโณทัยใสสว่างนภางค์พื้นพี่เลี้ยงตื่นลุกมานั่งสั่งกำนัล
บอกให้พวกขอเฝ้าเหลาไม้สอยมาเตรียมคอยข้างพลับพลาสุทธาศวรรย์
พวกข้าหลวงล้วนเหล่าสาวสกรรจ์ผู้ใหญ่นั้นมิให้ใครออกไปตาม
แล้วเรียกวอช่อฟ้าเข้ามาไว้พวกข้างในนางโขลนเป็นคนหาม
หมากบุหรี่ที่จะไปให้เจ้าพราหมณ์คนละสามซองซ่อนใส่หีบมา ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์จิตกำหนัดนึกคะนึงถึงบุปผา
บรรทมตื่นแต่งองค์อลงการ์ผลัดภูษาจัดจีบกลีบประจง
ทางสะพักสไบกรองลายทองริ้วสัมผัสผิวพระนลาฏวาดขนง
สร้อยสังวาลบานพับประดับองค์ดังอนงค์นางสวรรค์ชั้นโสฬส
ครั้นเสร็จใส่ฉลองบาทแล้วยาตรย่างกำนัลนางแวดล้อมมาพร้อมหมด
นางสาวสาวชาววังนั่งประณตทรงพระกลดคันสั้นกั้นกางมา
ขึ้นปราสาททรงฤทธิ์บิตุเรศนางก้มเกศอภิวันท์ด้วยหรรษา
ทูลสนองสองกษัตริย์ขัตติยาลูกจะลาออกไปเล่นอุทยาน ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์ดำรงราชย์แสนสวาทรับขวัญแล้วบรรหาร
เจ้าไปสวนสอยบุปผาสุมามาลย์มาสักพานฝากพ่อจะขอชม
ประโลมลูกลูบหลังแล้วสั่งสอนแม้นแดดร้อนก็จงเล่นอยู่ร่มร่ม
จะครั่นตัวมัวหมองต้องแดดลมไปเชยชมแต่พอชื่นแล้วคืนมา
พระมารดรสอนสั่งสี่พี่เลี้ยงตะวันเที่ยงแล้วให้นอนเสียก่อนหนา
ฤดูนี้ขี้มักเป็นโรคาเอาหมอยาออกไปบ้างอย่าวางใจ ฯ
๏ พระบุตรีพี่เลี้ยงประณตน้อมทูลลาจอมกษัตราอัชฌาสัย
จากประสาทเสด็จหน้าพลับพลาไชยกำนัลในแห่ห้อมมาพร้อมกัน
นางโฉมยงทรงวอสุวรรณรัตน์พวกโขลนหามสามผลัดหัดขยัน
สี่พี่เลี้ยงเคียงวอจรจรัลฝูงกำนัลติดตามมาหลามทาง
พวกผู้ชายรายเรียงอยู่ริ้วนอกถือดาบหอกแห่ห้ามคนกีดขวาง
เสด็จตามฉนวนกั้นในชั้นกลางเถ้าแก่กางกั้นพระกลดให้บดบัง
พอสายแสงสุริยามาถึงสวนต้นลำดวนที่ประทับก็คับคั่ง
พวกตำรวจตรวจไตรระไวระวังออกรายนั่งล้อมรอบเป็นขอบคัน ฯ
๏ นางโฉมยงทรงใส่ฉลองบาทยุรยาตรนาดนวลเข้าสวนขวัญ
พระพี่เลี้ยงเคียงคลอจรจรัลชวนชมพรรณบุปผาระย้าย้อย
เห็นพิกุลชวนกันขึ้นสั่นต้นให้ดอกดวงร่วงหล่นลงผ็อยผ็อย
พวงพะยอมหอมรื่นดูชื่นช้อยนางโฉมยงทรงสอยกระชากชัก
พวกข้าหลวงหน่วงน้าวกิ่งสาวหยุดบ้างแย่งยุดชิงกันเก็บจนเล็บหัก
บ้างเด็ดดอกโศกแซมแกมดอกรักให้ประจักษ์แจ้งเพื่อนว่าเหมือนใจ
บ้างเด็กช่อชุมแสงมดแดงกัดเต้นตะปัดตะป่องจะร้องไห้
บ้างเดินร้อยสร้อยสนสุมาลัยจะเอาไปฝากน้องของสำคัญ
พระบุตรีกรีดเล็บเก็บกาหลงบรรจงทรงแซมเกล้าให้สาวสรรค์
นางข้าหลวงน้อยน้อยสอยลูกจันทน์ต่างชวนกันเก็บอึงคะนึงไป ฯ
๏ ศรีสุวรรณกับสามพราหมณ์พี่เลี้ยงได้ยินเสียงอึกทึกนึกสงสัย
ค่อยเมียงมองตามช่องบัญชรชัยเห็นนางในนับร้อยเที่ยวลอยนวล
เจ้าพราหมณ์เชิญศรีสุวรรณให้ผันผายว่าดีร้ายพระธิดาออกมาสวน
จะนิ่งอยู่อย่างนี้ก็มิควรว่าแล้วชวนกันลงจากตำหนักจันทร์
ค่อยลัดแลงแฝงไม้ใบชอุ่มมาถึงพุ่มต้นลำดวนที่สวนขวัญ
ด้วยนัดแนะสี่นางไว้อย่างนั้นค่อยพูดกันซุบซิบกระหยิบตา ฯ
๏ ศรีสุวรรณนั้นชังไม่นั่งใกล้ไปนั่งใต้ต้นจำปีประสีประสา
พราหมณ์พี่เลี้ยงแลลอดสอดนัยนาดูบรรดาสาวสาวนางชาววัง
ล้วนลอยชายกรายกรีดทำดีดดิ้นขัดขมิ้นเหลืองเหลือในเนื้อหนัง
หมายว่าลับขับรำเล่นลำพังบ้างซุ่มนั่งแนบเพื่อนเหมือนผู้ชาย
บ้างคาดพุงนุ่งผ้าเกี้ยวคอไก่เป็นไฝใต้เต้างามเจ้าพราหมณ์หมาย
บ้างก็ว่าข้าหลวงยังแยบคายเป็นเจ้านายท่านจะดีกว่านี้ครัน
พอเห็นสี่พี่เลี้ยงเคียงซ้ายขวาพระธิดาเดินกลางดั่งนางสวรรค์
ตะลึงหลงงงงวยไปด้วยกันดูผิวพรรณผ่องเหมือนดังเดือนเพ็ง
ทั้งกายกรอ่อนละมุนพึ่งรุ่นสาวอายุราวสักสิบสี่ปีมะเส็ง
ไม่เหลียวหลังตั้งแต่จะแลเล็งดูปลั่งเปล่งปลาบปลื้มลืมพริบตา ฯ
๏ ฝ่ายนารีพี่เลี้ยงเมียงชม้ายเห็นสามนายนั่งซุ่มพุ่มพฤกษา
แกล้งสั่งบ่าวสาวใช้ให้ไคลคลาเที่ยวเก็บมาลาถวายรายกันไป
แล้วทำใบ้ไต่ถามพราหมณ์พี่เลี้ยงว่าคู่เคียงพระบุตรีอยู่ที่ไหน
เจ้าพราหมณ์บุ้ยปากชี้ตรงนี้ไปพี่เลี้ยงให้ซองหมากแล้วจากมา
แกล้งชักชวนโฉมตรูยูรยาตรเที่ยวประพาสชมพรรณบุปผา
นางโฉมยงหลงเพลินดำเนินมาพี่เลี้ยงพาเที่ยวไปจนใกล้พราหมณ์ ฯ
๏ ศรีสุวรรณนั้นนั่งผินหลังนิ่งเสียงผู้หญิงหวั่นไหวฤทัยหวาม
ชำเลืองเห็นพระธิดาพะงางามให้มีความพิศวาสจะขาดใจ
ด้วยคู่สร้างปางหลังแล้วอย่างนั้นพอเห็นกันก็ให้คิดพิสมัย
จนลืมองค์หลงแลตะลึงไปเหมือนนางในดุสิดาลงมาดิน
ดูจิ้มลิ้มพริ้มเพราดังเหลาหล่อพระทรวงศอสองขนงดังวงศิลป์
นวลละอองสองปรางอย่างลูกอินช่างงามสิ้นสารพางค์สำอางองค์
ยิ่งพินิจพิศเพ่งให้เปล่งปลั่งใจกำลังรุ่นหนุ่มให้ลุ่มหลง
กระแอมพลางทางออกให้เห็นองค์ดูโฉมยงอยู่แต่ไกลมิให้เคือง ฯ
๏ พระบุตรีแว่วเสียงสำเนียงชม้อยเห็นพราหมณ์น้อยสีเนื้อนั้นเหลือเหลือง
นางหลีกเลี่ยงเอียงอายชายชำเลืองดูทรงเครื่องเหมือนพราหมณ์งามวิไล
พอเนตรน้องต้องเนตรหน่อกษัตริย์หวนประหวัดหวาดจิตคิดสงสัย
องค์ระทวยขวยเขินสะเทิ้นใจแฝงต้นไม้เมียงชม้อยคอยชายตา
ทั้งสี่นางต่างเมินทำเดินเฉยแกล้งแหงนเงยดูดวงพวงบุปผา
พราหมณ์พี่เลี้ยงเมียงมองเห็นสองราต่างก็ว่าเข้าช่องแล้วน้องเรา ฯ
๏ ศรีสุวรรณครั้นนางไปห่างพักตร์ด้วยรสรักร้อนฤทัยดังไฟเผา
ค่อยด้อมเดินดูองค์นางนงเยาว์จนโฉมเฉลาเลี้ยวลับขึ้นพลับพลา
ความอาลัยใจวาบให้ปลาบปลื้มตะลึงลืมหลงแลชะแง้หา
พระบุตรีลีลาศชำเลืองมาไม่เห็นหน้าพราหมณ์น้อยละห้อยใจ
พระพักตร์ผ่องหมองเหมือนเดือนพยับด้วยจิตจับถึงมิตรพิสมัย
ลืมบรรดาข้าหลวงพวงดอกไม้ถอนฤทัยทุกข์ถึงคะนึงครวญ
เจ้าพราหมณ์นี้ดีร้ายจะหมายมาดจึงองอาจแอบดูอยู่ในสวน
สี่พี่เลี้ยงก็เห็นจะเป็นชนวนจึงแกล้งชวนมาให้พบประสบกัน
จำจะกลับวังในได้ไต่ถามให้ได้ความตามจริงทุกสิ่งสรรพ์
จึงแสแสร้งสั่งสุรางค์นางกำนัลไปเรียกกันมาเถิดเจ้าเราจะไป
ครั้นเห็นสี่พี่เลี้ยงเข้าเคียงข้างทำหมองหมางเมินหน้าไม่ปราศรัย
เสด็จด้วยสาวสรรค์กำนัลในมาต้นไทรทรงวอจรจรัล
สี่พี่เลี้ยงเคียงประคองทั้งสองข้างไปตามทางนอกสวนฉนวนกั้น
ตำรวจแฝงสองข้างทางจรัลคอยป้องกันห้ามคนไปจนวัง ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ทัศนาจนลับเนตรแสนเทวษดาลดิ้นถวิลหวัง
อุรารักหนักหน่วงเพียงทรวงพังพระทรุดนั่งลงบนแท่นแผ่นศิลา
คะนึงนางพลางสะท้อนถอนใจใหญ่ทำไฉนจะได้ชิดขนิษฐา
พี่รู้ข่าวสาวสวรรค์แต่วันมาไม่รู้ว่ารูปร่างเจ้าอย่างนี้
จนพี่พราหมณ์สามคนเขาชวนชักเราตัดรักซ้ำว่าน่าบัดสี
จะผันแปรแก้ไขไฉนดีไม่พอที่พูดผิดคิดรำคาญ
พระกอดเข่าเศร้าสร้อยละห้อยหวนจนหลงครวญขับลำเป็นคำหวาน
โอ้เจ้าแก้วเกษรายุพาพาลไม่สงสารพี่บ้างหรืออย่างไร
เมื่อผันแปรแลพบก็หลบพักตร์จะเห็นรักหรือไม่เห็นเป็นไฉน
บุราณว่ามิตรจิตก็มิตรใจจะกระไรอยู่มั่งยังไม่เคย
พอเห็นพราหมณ์สามนายก็อายนักพระเมินพักตร์ผินหลังแล้วนั่งเฉย
เจ้าพราหมณ์ยิ้มพริ้มพรายภิปรายเปรยพ่อเสวยหมากเล่นก็เป็นไร
ศรีสุวรรณผันพักตร์มาซักถามเมื่อตะกี้พี่พราหมณ์อยู่ตรงไหน
หมากบุหรี่ที่ซองนี้ของใครพี่เลี้ยงให้พี่หรือจึงถือมา
มิเสียทีฝีปากช่างฝากรักจนรู้จักข้างในให้สลา
เหมือนน้องนี้โฉดเขลาเบาปัญญาไม่รู้ว่าเกี้ยวพานประการใด
เป็นบุญน้อยพลอยพึ่งแต่บุญพี่สูบบุหรี่กินหมากจนปากไหม้
จะขอถามตามจริงอย่างกริ่งใจสักเมื่อไหร่อีกเล่าเขาจะมา ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ยิ้มพริ้มพรายธิบายบอกเขาจะออกมาเยือนต่อเดือนหน้า
จะห่วงใยไปเล่าไม่เข้ายาเราจะพากันไปข้างไหนดี ฯ
๏ ศรีสุวรรณรันทดถอนใจใหญ่กลัวจะไกลพระธิดามารศรี
จึงแสแสร้งแกล้งเขาว่าปรานีพี่จะหนีหน่ายนางเสียอย่างไร
ถึงช้าวันฉันคงจะคอยท่าให้เชษฐาสมจิตพิสมัย
พลางสำรวลชวนสามพราหมณ์ครรไลเสด็จไปที่สำนักตำหนักจันทน์
ระทวยองค์ตรงบนบรรจถรณ์พอรอนรอนอ่อนแสงพระสุริย์ฉัน
คิดถึงแก้วเกษราวิลาวัณย์ให้ร้อนรัญจวนใจไม่ไสยา ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ