ตอนที่ ๒๐ สินสมุทรรบกับอุศเรน

๏ พระอภัยมณีศรีสุวรรณเห็นกำปั่นโอบอ้อมเข้าล้อมหลัง
ดูมากมายซ้ายขวาดาประดังจึงตรัสสั่งสินสมุทรสุดศักดา
จงคิดอ่านการสงครามตามแต่เจ้าผู้ใดเขาเคยศึกจงปรึกษา
เอ็นดูพ่อขอแต่ลูกเจ้าลังกาอย่าเข่นฆ่าชีวันให้บรรลัย ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอดิศรฟังบิดรยินดีจะมีไหน
จึงทูลว่าอย่าประหวั่นพรั่นพระทัยลูกมิให้พระบิดรร้อนรำคาญ
แล้วทูลลามาสั่งอังกุหร่าจงตรวจตราเตรียมพหลพลทหาร
เรือลังกามาหมายจะรอนราญจะคิดอ่านรับรองทำนองไร ฯ
๏ อังกุหร่าว่าเรือเรากว้างขวางรบให้ห่างอย่าให้ถึงจึงจะได้
ฉวยรบรับสัประยุทธ์มันจุดไฟจะแก้ไขขัดสนจนปัญญา
ขอพระองค์จงออกรับกองทัพหลวงข้าทั้งปวงจะได้รับทัพซ้ายขวา
ข้างหลังไว้ให้ทหารพระเจ้าอารายรักษาแซงกันให้ทันการ
แล้วเร่งรัดหัศเกนลงเรือรบบรรจุครบเครื่องศัสตราล้วนกล้าหาญ
ใส่เสื้อหมวกพวกละพันประจัญบานเคียงขนานหนุนรับทัพลังกา
แต่คนน้อยคอยรบประจบรับแทรกสลับเปลี่ยนซ้ายย้ายไปขวา
ใส่ธงเทียวเขียวแดงดาษดาเป็นเรือห้าร้อยถ้วนกระบวนรบ
พลประจำลำทรงสินสมุทรถืออาวุธโล่เขนล้วนเจนจบ
ทั้งหน้าหลังดั้งกันก็ครันครบทหารรบเรือใหญ่ให้ประจำ
ปืนจังกาหน้าท้ายทั้งรายข้างเกณฑ์ลูกจ้างจีนไทยพวกไหหลำ
ให้ทำค่ายรายตั้งล้วนถังน้ำตลอดลำสำหรับไว้ดับเพลิง
แล้วรีบร้อนถอนสมอกำปั่นใหญ่แต่พอให้เคลื่อนคล้อยออกลอยเหลิง
ทหารโห่โกลาดูร่าเริงล้วนรู้เชิงชิงชัยทั้งไพร่นาย ฯ
๏ ครั้นพร้อมสิ้นสินสมุทรให้หยุดยั้งฟังกำลังข้าศึกเหมือนนึกหมาย
แล้วมาหาแม่เลี้ยงเข้าเคียงกายน้อมถวายอภิวันท์จำนรรจา
ฉันไปบอกออกว่าองค์พระแม่เจ้าไม่รักเข้ารีตฝรั่งชังน้ำหน้า
พระบิตุราชคาดโทษโกรธลูกยาแต่พระอาท่านช่วยเถียงไม่เพลี่ยงพลั้ง
ประเดี๋ยวนี้อุศเรนมันเกณฑ์ทัพมาคั่งคับลอยล้อมอยู่พร้อมพรั่ง
อากับพ่อก็ไม่ช่วยเป็นกำลังจะคอยนั่งดูเล่นเป็นพยาน
ลูกจัดทัพกับฝรั่งอังกุหร่าจะทูลลายกไปไล่สังหาร
นางตกใจให้เอ็นดูพระกุมารแสนสงสารโศกาแล้วว่าพลาง
น้อยหรือพระอภัยช่างใจชั่วลูกของตัวเจียวยังตัดว่าขัดขวาง
ให้แสนแค้นแน่นในฤทัยนางกันแสงพลางอุตส่าห์ฝืนกลืนน้ำตา
แล้วว่าแม่นี้เป็นหญิงก็จริงอยู่แต่ได้รู้กลศึกลึกนักหนา
จะไปด้วยช่วยกันรบกับลูกยาจะน้อยหน้าพระอภัยทำไมมี
กุมาราว่าจริงหรือพระแม่เช่นนั้นแน่แล้วก็ลูกไม่หลีกหนี
ถ้าได้เหมือนแม่ผีเสื้อแล้วเหลือดีถึงไพรีสักเท่าไรก็ไม่กลัว
นางดีใจไปจริงนะลูกแก้วแม่อายแล้วชาตินี้ไม่มีผัว
ไม่แต่งองค์สรงน้ำให้คล้ำมัวนางแต่งตัวให้โอรสยศยง
สอดสนับเพลากระหนกนุ่งยกแย่งช่วยจัดแจงจีบวางไว้หางหงส์
ทั้งผ้าทิพย์ขลิบทองฉลององค์กระสันทรงสายสอดพิรอดรัด
ใส่ห้อยหน้าตาชุนชายกระหนกชายแครงปกเพลาพรายปลายสะบัด
คาดปั้นเหน่งเปล่งเม็ดเพชรรัตน์ประจงจัดเจียระบาดตาดเงินงาม
ใส่กรอบนวมสวมประดับสำหรับยุทธ์สังวาลบุษราเรืองเหลืองอร่าม
ทองกรเพชรเจ็ดคู่ล้วนดูงามเครื่องสงครามครบอย่างสำอางตา
แล้วกวดเกล้าเมาลีให้ลูกรักเสียบปิ่นปักเกี้ยวกุดั่นกันเกศา
ธำมรงค์คงกระพันกันศัสตราใส่กรอบหน้าเหน็บตรีกระบี่กราย
แล้วโฉมยงทรงเครื่องพิชัยยุทธ์อย่างบุรุษรัดกระสันให้ถันหาย
ใส่เสื้อกลีบจีบเอวสำอางกายสังวาลสายสร้อยสลับประดับเพชร
คาดเข็มขัดรัดแน่นเหน็บกระบี่โกร่งมณีเนาวรัตน์ดูตรัจเตร็จ
เสียบพระแสงกริชสั้นกัลเม็ดใส่เกราะเพชรโพกผ้าเหมือนมลายู
พระลูกน้อยพลอยชมสมทหารแล้วว่านานไปพระแม่จะเกลียดหมู
นางสั่งลูกว่าอย่าให้ผู้ใดรู้ถึงแลดูก็จะแปลกว่าแขกจริง
กุมาราว่าพระกายเหมือนชายแท้เว้นเสียแต่แก้มคางเหมือนอย่างหญิง
ถ้าติดหนวดใส่เคราเห็นเพราพริ้งเป็นชายจริงเจียวนะพระมารดา
นางยิ้มพลางทางชวนโอรสราชพ่อเชื้อชาติชายเชิญออกเดินหน้า
แล้วโฉมยงทรงกั้นหยั่นกันกายาตามกันมาใครไม่ทันสำคัญแคลง
เที่ยวเดินดูหมู่พหลพลรบแซงสมทบหมู่ทหารชาญกำแหง
กระบวนตั้งดังพระยาเหราแรงจะวัดแว้งไพรีไม่หนีทัน
แล้วแลดูโยธาลังกาตั้งเป็นกำลังนาคราชจะผาดผัน
มีหัวหางวางเขี้ยวดูเกี่ยวกันคอยรัดพันไพรินดังจินดา
ด้วยโฉมตรูรู้พิชัยสงครามครบกระบวนรบเห็นจะแพ้โอรสา
ด้วยนาคีมีแต่กายฝ่ายเหรามีบาทาราวีคงมีชัย
พินิจพลางทางเดินตามโอรสเที่ยวเลี้ยวลดรอบลำกำปั่นใหญ่
พวกโยธีรี้พลสกลไกรไม่มีใครสงกาว่านารี
ด้วยผู้คนมากมายหลายภาษาสำคัญว่านายหมวดตรวจหน้าที่
ถึงเก๋งก่อต่อท้ายสบายดีนางเทวีหยุดนั่งทั้งโอรส
แขกฝรั่งอังกฤษนายทหารมากราบกรานนอบน้อมอยู่พร้อมหมด
นางเมินเมียงเคียงกระซิบสอนโอรสเห็นเมฆหมดลมตั้งกำบังบน
ยกออกรับทัพลังกาอย่าให้ชิดฉวยเพลิงติดลมพัดจะขัดสน
ให้รบสู้ดูกำลังลำพังตนต่ออับจนเจ้าจึงโจมออกโรมรัน
โอรสรับจับชุดจุดปืนไฟเสียงฟับไฟฟูฟูมตูมสนั่น
โยธาทัพรับโห่ขึ้นพร้อมกันออกกำปั่นเป็นกระบวนชวนชิงชัย ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังกาล้วนกล้าหาญเห็นได้การเกิดลมพายุใหญ่
โห่สนั่นสัญญายิงปืนใหญ่ต่างลดใบโบกธงเข้ายงยุทธ์
ยิงประดังตังตึงเสียงผึงผางทั้งสองข้างคั่งคับสัประยุทธ์
ปล่อยมณฑกนกสับปืนคาบชุดชนวนฟุดไฟวุบเสียงฟุบตึง ฯ
๏ พลทมิฬสินสมุทรจุดปืนหลักบ้างเยื้องยักยิงบ้างเสียงผางผึง
แต่คลื่นโยนโดนดังเสียงปังปึงโลดทะลึ่งล่มทลายลงหลายลำ
บ้างแยะแยกแตกปรุทะลุโล่งกระดานกระโดงหักผ่าเภตราคว่ำ
ทั้งสองข้างต่างตายบ้างว่ายน้ำบ้างกอดปล้ำกันจนปลาคร่าเอาไป
พลลังกาหนาแน่นแล่นตลบเข้ารุกรบรับกันเสียงหวั่นไหว
พวกโจรน้อยถอยรบไม่หลบไกลยิงปืนใหญ่แย้งกันสนั่นดัง ฯ
๏ อุศเรนเห็นทหารข้างด้านเหนือไม่เผาเรือใหญ่ได้เหมือนใจหวัง
ให้เกียกกายซ้ายขวาดาประดังลำที่นั่งหนุนรุกเข้าคลุกคลี ฯ
๏ สินสมุทรนุชนางอยู่ข้างท้ายเห็นแพ้พ่ายพลน้อยจะถอยหนี
ข้างเรืออุศเรนรุกมาทุกทีพระบุตรีตรัสสั่งกุมารา
พระลูกรีบไปด้วยได้ช่วยรบให้สมทบหน้าท้ายทั้งซ้ายขวา
ในเรือใหญ่ไว้ธุระของมารดาจะรักษาไว้ให้มั่นไม่อันตราย ฯ
๏ สินสมุทรสุดสนุกลุกขึ้นโลดแกว่งดาบโดดลงกำปั่นแล้วผันผาย
ให้โบกธงลงข้างขวามาข้างซ้ายสัญญานายเรือรบสมทบทัพ
พอลมกล้าฝรั่งข้างอุศเรนล้วนจัดเจนจ้องชุดจุดปืนตับ
สินสมุทรสุดคะนองร้องว่ารับปะทะทัพอุศเรนเจนประจญ ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีเห็นทีรบกลับตลบเข้ามาใกล้ไล่พหล
ให้รักษาหน้าที่ต้อนรี้พลคอยประจญจ้องอาวุธยุทธนา
แล้วให้ยิงปืนใหญ่ออกไปช่วยทหารฉวยชุดจ้องมองซ้ายขวา
เห็นมั่นคงตรงเรือชาวลังกายิงประดาโด่งดังเสียงตังตึง
แต่ละลูกถูกเรือลังกาแตกบ้างแยะแยกคลื่นโยนโจนทะลึ่ง
พระหน่อไทได้ทีตีตะบึงจนเรือถึงกันหมดไม่ลดละ
ทหารโจรโยนโซ่เอาขอสับขึ้นไล่จับฟันฝรั่งดังฉัวะฉะ
บ้างรับรบล้มกลิ้งวิ่งปะทะข้างเรือพระหน่อไทไล่เลี้ยวลด
ฝรั่งรับจับแหลนหลาวทวนพุ่งถูกข้างพุงสินสมุทรหลุดไปหมด
ไม่เจ็บช้ำรำเย้ยเหวยอ้ายมดพอเรือจดลำทรงองค์อุศเรน
โจนขึ้นได้ไล่ฟาดเสียงฉาดฉับฝรั่งรับรอบข้างทั้งดั้งเขน
พระฟันตายก่ายกองนองระเนนอุศเรนรำทวนเข้าสวนแทง
สินสมุทรชำนาญการกระบี่ปะทะทีโถมฟันด้วยขันแข็ง
อุศเรนเผ่นฟาดก็พลาดแพลงแล้วพลิ้วแทงถูกกุมารจนซานองค์ ฯ
๏ สินสมุทรผุดลุกขึ้นไล่จับทหารรับป้องกันฟันผุยผง
แผลงศักดากล้าหาญชาญณรงค์รวบได้องค์ลูกท้าวเจ้าลังกา
เอาเชือกมัดรัดมือแล้วถือไว้พลไพร่พรั่นตัวกลัวหนักหนา
ทิ้งอาวุธหยุดกราบทั้งเภตรากุมาราเรียกไพร่ให้เข้ารับ
เอาตัวอุศเรนลงลำทรงได้แล้วสั่งให้ขานโห่โยธากลับ
พลทมิฬยินดีได้ทีทัพสกัดจับเรือฝรั่งชาวลังกา ฯ
๏ อุศเรนเผ่นโผนโจนจะม้วยทหารฉวยฉุดกายทั้งซ้ายขวา
ถึงเรือใหญ่ให้พยุงจูงขึ้นมาตรงไปหาชนนีด้วยดีใจ
ค่อยค่อยว่าฆ่าเสียเถิดหรือคะนางว่าพระบิดาจะว่าได้
แล้วโฉมยงสงสารรำคาญใจจะดูไม่เต็มเนตรเวทนา ฯ
๏ ฝ่ายพระอภัยมณีกับศรีสุวรรณวิ่งมาทันขอโทษโอรสา
เข้าสวมสอดกอดลูกเจ้าลังกาชลนาไหลหลั่งลงพรั่งพราย
แล้วแก้มัดตรัสเรียกขึ้นร่วมอาสน์พจนารถมิให้ช้ำระส่ำระสาย
ไม่พอที่วิวาทกันวุ่นวายให้คนตายเสียเปล่าเปล่าไม่เข้าการ
อันใจพี่นี้ไม่หวงไม่ลวงหลอกแต่พี่บอกน้องรักขืนหักหาญ
จึงให้น้องลองสู้กับกุมารเดี๋ยวนี้ท่านเล่าก็แพ้แก่โอรส
เราขอไว้ไม่เอาทั้งข้าวของคืนสนองคุณให้ท่านไปหมด
แล้วเหลียวหลังมาอ้อนวอนโอรสขอแทนทดคุณท่านโดยสารมา ฯ
๏ สินสมุทรนบนอบตอบสนองลูกจำต้องตีทัพรับอาสา
ซึ่งชิงชัยได้ชนะพระเจ้าอาพระมารดาดอกสันทัดท่านจัดการ
แล้วให้ยิงปืนใหญ่ออกไปช่วยจึงได้ด้วยพระปัญญาปรีชาหาญ
แล้วหันหน้ามาประณตบทมาลย์ยกให้ท่านเสียเถิดนะพระมารดา ฯ
๏ นางเมียงเมินเขินอายซังตายตอบตามระบอบเปรียบประชดโอรสา
เราคิดอ่านการศึกช่วยตรึกตราเพราะเห็นว่ายังเด็กเล็กเหลือใจ
ไม่มีผู้ชูช่วยจะม้วยมอดเมื่อเจ้ารอดแล้วก็ตามอัชฌาสัย
แล้วเมินเมียงเลี่ยงหลีกลีลาไปเข้าเสียในห้องหับให้ลับตา ฯ
๏ พระอภัยไม่ทันพิศคิดว่าแขกด้วยแปลงแปลกรูปจริตขนิษฐา
ครั้นรู้แน่แลยิ้มพริ้มพักตราพอสุดาเดินกลับไปลับองค์ ฯ
๏ อุศเรนเห็นวับไปลับพักตร์กำเริบรักร้อนจิตพิศวง
ให้แสนแค้นแสนอายซังตายตรงเดินไปลงเรือกลับไปลับลำ
ทอดสมอรอท่าโยธาหาญจะคิดอ่านรุกรบต่อพลบค่ำ
ครั้นโยธามาพร้อมเข้าล้อมลำให้นับกำปั่นใหญ่ดังใจปอง
ได้หกร้อยย่อยยับเสียเกือบกึ่งยิ่งโกรธขึ้งหมกมุ่นให้ขุ่นหมอง
เรียกสุรามาเสวยสามขันทองแล้วตรึกตรองเตรียมการจะราญรอน ฯ
๏ สงสารองค์พระอภัยวิไลลักษณ์แต่ยลพักตร์พุ่มพวงดวงสมร
ถวิลหวังนั่งรำพึงถึงบังอรจะพาจรไปจังหวัดรัตนา
จะได้เสกเอกองค์นางนงลักษณ์ให้เป็นอัคเรศร่วมเสน่หา
พลางกอดจูบลูบหลังพระลูกยาพ่อแกล้วกล้าการณรงค์ทรงกำลัง
บัดนี้เล่าเจ้าก็พาอามาพบทั้งรุกรบมีชัยดังใจหวัง
ไปพาราย่าปู่ขึ้นสู่วังให้พร้อมพรั่งวงศาเสนาใน ฯ
๏ พระหน่อน้อยถามองค์พระทรงเดชจะโปรดเกศลูกยาพาไปไหน
ข้าสงสารมารดาได้ว่าไว้ถ้าแม้นไม่พบปะพระบิดา
ให้ลูกยาพาไปเมืองผลึกด้วยรำลึกถึงพระแม่แลวงศา
แล้วจะมอบขอบขัณฑเสมาให้ลูกยาอยู่สำราญผ่านบุรี
พระบิดาว่าจะไปกรุงไกรก่อนลูกจงวอนพระมารดามารศรี
ไปพาราย่าปู่แม้นอยู่ดีแล้วลูกนี้จึงจะลามากับนาง ฯ
๏ ศรีสุวรรณกลั้นยิ้มพระหลานรักไม่รู้จักใจกษัตริย์ทูลขัดขวาง
กุมาราลาสองกษัตริย์พลางมาหานางนอบนบอภิวันท์
แล้วเชยชมชนนีว่าดีแท้เสียดายแต่ขาวขำไม่ล่ำสัน
แม่ผีเสื้อเนื้อตัวนั้นโตครันดูมั่นตั้นตึงตังกำลังแรง
แม่เดี๋ยวนี้มีแต่งามกับความคิดหรือมีฤทธิ์อยู่กระมังยังไม่แผลง
หรือพระแม่แก่หัดแต่จัดแจงแล้วเสแสร้งสรวลสันต์จำนรรจา ฯ
๏ นางกอดจูบลูบหลังสินสมุทรช่างแสนสุดซื่อถามตามภาษา
จึงว่าแม่แต่อยู่กับอัยกาอ่านตำราข้างที่มิได้เว้น
ด้วยไม่มีพี่น้องเป็นชายชาติจะหมายมาดช่วยทุกข์เมื่อขุกเข็ญ
จึงเรียนเผื่อเมื่อธุระจะจำเป็นพอพบเห็นเข้าก็ได้แก้ไขกัน
เออเมื่อแม่เดินมาอากับพ่อพูดหัวร่อว่ากระไรที่ไหนนั่น
จงแจ้งความตามจริงทุกสิ่งอันเธอกล่าวขวัญว่ากระไรจะใคร่ฟัง ฯ
๏ กุมาราว่าสมเด็จพระบิตุราชคิดถึงญาติย่าปู่ซึ่งอยู่หลัง
จะพาอาพาลูกไปเวียงวังต้องไปทั้งชนนีฉันดีใจ
ส่งท่านถึงจึงจะลามากับแม่ว่ากันแน่แล้วพระองค์อย่าสงสัย
นางฟังคำร่ำเล่าก็เข้าใจว่าชิชะพระอภัยกระไรเลย
หมายจะชุบมือเปิบกำเริบจิตช่างไม่คิดขายหน้านิจจาเอ๋ย
ในชาตินี้ที่จะอยู่เป็นคู่เชยหาไม่เลยแล้วพ่อคุณพ่อบุญลือ
แล้วตรัสกับสินสมุทรสุดสวาทเจ้าจะขาดรักแม่แน่แล้วหรือ
แม้นบิดาพาไปอยู่ในมือก็จะรื้อเกี้ยวพานรำคาญใจ
รักมิรักหักทำให้หนำจิตเป็นสุดคิดแล้วที่แม่จะแก้ไข
อนึ่งเล่าชาวลังกาที่ล่าไปจะรบพุ่งกรุงไกรด้วยโกรธา
แสนสงสารมารดรจะร้อนเร่ากำสรดเศร้าสิ้นญาติวาสนา
แม้นรักแม่แน่นอนเหมือนก่อนมาเชิญลูกยายกทัพไปดับร้อน
แม่จะมอบขอบเขตประเทศสถานให้พ่อผ่านภิญโญสโมสร
สำเร็จแล้วแก้วตาพาบิดรไปนครลูกน้อยจึงค่อยมา
ซึ่งเดี๋ยวนี้ที่จะให้แม่ไปด้วยคงมอดม้วยแม่นแท้แน่นักหนา
เสียแรงลูกสงสารเลี้ยงมารดาจะแกล้งฆ่าแม่แล้วก็ตามที ฯ
๏ พระหน่อน้อยพลอยว่าจริงหนาแม่มันจะแก้รบพุ่งเอากรุงศรี
จำจะไปรักษาอยู่ธานีถ้าหาไม่ไพรีจะบีฑา
แล้วลานางวางวิ่งมาหาพ่อเล่าคำข้อเคืองจิตขนิษฐา
พระอภัยไม่รู้ที่จะเจรจาจะขืนพาไปก็เห็นไม่เป็นการ
จำจะหย่อนผ่อนตามทรามสวาทให้สมมาดผันผ่อนด้วยอ่อนหวาน
ทำเพลงยาวน้าวโน้มประโลมลานคงเป็นการกูสักวันหนึ่งมั่นคง
ดำริพลางทางตอบปลอบลูกน้อยพ่อก็พลอยเห็นควรกับนวลหง
อุศเรนเห็นจะเคืองนางโฉมยงเขาก็คงคุมแค้นไปแทนทด
เจ้าบอกนางอย่างคำบิดาว่าจะพาอาเจ้าไปด้วยช่วยให้หมด
อย่าหักหาญดาลเดือดจงเงือดงดมิให้อดสูเขาชาวลังกา
พระตรัสพลางทางถามล่ามต้นหนตามตำบลแผนที่ชี้ทิศา
อันขอบคุ้งกรุงผลึกพระพาราอยู่แควขวาแขวงประจิมริมวารี
พระรู้ชัดตรัสสั่งให้ตั้งเข็มจะแล่นเล็มแหลมคุ้งไปกรุงศรี
ให้นายหมวดตรวจระวังสั่งโยธีเมื่อราตรีเกรงศัตรูจะจู่มา
ให้พร้อมพรั่งตั้งถ้วนกระบวนทัพคอยรบรับอันตรายทั้งซ้ายขวา
ครั้นเสร็จสั่งตั้งโห่เป็นโกลาพระก็ใช้ใบมาในสาคร ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ