ตอนที่ ๗๙ วลายุดา วายุพัฒน์และหัสกันลามารดากลับไปเมือง

๏ อันเรื่องพระกฤษณาขอช้าไว้จะกล่าวไปถึงพระองค์ทรงสิกขา
พระอภัยมณีศรีโสภาทั้งวันฬาสุมาลีพวกชีไพร
ส่งนัดดาแล้วเสร็จเสด็จกลับไปประทับนคราที่อาศัย
ขึ้นทรงราชรถาให้คลาไคลเสด็จไปเนินสิงคุตรที่กุฎี
พร้อมพระวงศ์พงศาคณาญาติก็ตามราชรถไปในวิถี
ส่งเสด็จเสร็จไปถึงกุฎีเข้านั่งที่โรงฉันในศัลลา ฯ
๏ พระอภัยมณีฤๅษีสิทธ์สำรวมจิตแจ้งเหตุเทศนา
พระไตรลักษณ์ชักเรื่องเนื่องกันมาอนิจจาทุกขังไม่ยั่งยืน
เกิดแล้วตายว่ายวงในสงสารทางกันดารมรรคาไม่ฝ่าฝืน
คิดก็เป็นอนิจจังไม่ยั่งยืนเป็นแต่พื้นเน่าจมถมแผ่นดิน
เกิดมาแล้วก็คงตายวายชีวาตม์อย่าหมายมาดรักใคร่ใฝ่ถวิล
เพราะกิเลสเจตนาจึ่งราคินให้สัตว์ดิ้นอยู่ในบ่วงคือห่วงมาร
ติดในธรรมกรรมฐานนิพพานเถิดจะประเสริฐหนักแน่นเป็นแก่นสาร
อันตัวเราเล่าประโยชน์โพธิญาณหมายนิพพานภาคหน้าสถาวร
อันโลโภโทโสแลโมหะจงสละเชื่อฟังเราสั่งสอน
เกิดมาในสงสารต้องราญรอนชิงนครบ้านเมืองเรื่องอบาย
ให้เขาพลัดญาติวงศ์เผ่าพงศาอนิจจาอนิจจังสิ้นทั้งหลาย
ต้องรบราฆ่าฟันกันล้มตายตกอบายเสียเปล่าเปล่าไม่เข้ายา
ได้แต่ความทุกขังเกิดสังเวชกองกิเลสผูกพันเพราะตัณหา
เราเบื่อหน่ายในจิตคิดศรัทธาบรรพชาเสียให้พ้นทนทรมาน
หมายประโยชน์โปรดสัตว์สันทัดเที่ยงจึ่งหลีกเลี่ยงจากห่วงบ่วงสงสาร
เป็นฤๅษีชีไพรใจสำราญสมาทานยึดมั่นในขันตี ฯ
๏ พอจบธรรมกรรมฐานการสิกขาพระยถาสำรวมจิตกิจฤๅษี
พวกเผ่าพงศ์วงศาบรรดามีอัญชลีกราบก้มประนมกร
แล้วทูลลากลับหลังยังนิเวศน์ออกจากเขตเขาเขินเนินสิงขร
ชมวิหคเหมหงส์ในดงดอนถึงนครเวลาพอสายัณห์
เสด็จเข้าวังลังกาอาณาจักรอยู่พร้อมพรักกันที่ในไอศวรรย์
วลายุดาวายุพัฒน์หัสกันมาพร้อมกันทูลลาไปธานี ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์สั่งให้จัดแจงเหล่านางสาวศรี
ที่แรกรุ่นชันษาสิบห้าปีลูกผู้ดีมิใช่คนพลเมือง
ทั้งเครื่องอานพานพระศรีสำหรับยศกระบี่กรดฝักทองละอองเหลือง
ประดับเพชรเม็ดงามอร่ามเรืองกับทั้งเครื่องสร้อยสุวรรณพรรณราย
มงกุฎเก็จเพชรประดับสลับสีแกมมณีเนาวรัตน์จำรัสฉาย
ฉลององค์ตาดปักจำหลักลายประทานสายสุดาสวาทราชนัดดา
สินสมุทรสุดสาครบวรนาถก็พระราชทานของโอรสา
ทั้งเครื่องทรงมงกุฎบุษราทั้งอนุชาที่จะไปก็ให้ปัน ฯ
๏ ทั้งสามองค์น้อมคำนับอัภิวาทแม้นมีราชการร้อนจงผ่อนผัน
จะมาเฝ้าบาทบงสุ์พระทรงธรรม์ให้พร้อมกันทั้งสามตามสัญญา
แล้วไปเฝ้าชนนีที่ปราสาททั้งสามนาฏรับขวัญด้วยหรรษา
แล้วสอนสั่งเจ้าจงฟังคำมารดาจงรักษาญาติวงศ์พงศ์ประยูร
อย่าทำให้ขัดเคืองในเบื้องบาทชนกนาถที่เป็นปิ่นบดินทร์สูร
ศรีสวัสดิ์พัฒนาอย่าอาดูรจงเพิ่มพูนภิญโญเดโชชัย ฯ
๏ สามกษัตริย์ขัตติยานราราชฟังพระมาตุรงค์ว่าน้ำตาไหล
ลูกจะขอทูลลามารดาไปเพราะว่าได้มีคู่อยู่ด้วยกัน
แล้วก็ได้พาราราชาภิเษกในเศวกระฉัตรชัยไอศวรรย์
ลูกจะขอเชิญให้ไปด้วยกันจะได้วันทารองฉลองคุณ
ทั้งสามนางต่างว่ามารดานี้ดาบสินีขาดเหลือได้เกื้อหนุน
แล้วก็มีท้องไส้ไม่เป็นคุณจะไปวุ่นวายอยู่ดูไม่ดี
พ่อไปเถิดให้เป็นสุขอย่าทุกข์ร้อนถึงมารดรเลยจงมุ่งไปกรุงศรี
นางจัดเครื่องสำอางที่อย่างดีฝากให้ศรีสะใภ้ด้วยแม่อวยพร ฯ
๏ สามกษัตริย์ทูลลามารดาแล้วค่อยผ่องแผ้วภิญโญสโมสร
เสร็จมาลงเรือที่นั่งลำมังกรสามนครแยกย้ายรายกันไป
แต่กษัตริย์หัสกันนั้นปั่นป่วนให้เรรวนร้อนจิตพิสมัย
ออกกำปั่นแล่นล่องตีฆ้องชัยให้ใช้ใบเลยมาในสาคร
พระนั่งแนบแอบวันชายาน้องค่อยประคองโฉมฉายสายสมร
นางอิงแอบแนบเคล้าเฝ้าวิงวอนบนบรรจถรณ์ท้ายบาหลีพระปรีดิ์เปรม
แต่ยังเยาว์เคยเคล้าคลึงพระพี่เข้าเซ้าซี้ปลํ้าปลุกสุขเกษม
สนิทสนมชมพี่ยิ่งปรีดิ์เปรมนางอิ่มเอมซื่อตรงเหมือนวงศ์วาน
แต่องค์พระหัสกันจิตรันทดเหลือจะอดออมรักสมัครสมาน
ค่อยอิงแอบแนบโฉมประโลมลานให้เสียวซ่านอยู่ในจิตแต่คิดอาย ฯ
๏ พระสุริยงเย็นพยับลงลับฟ้าพระจันทราแจ่มกระจ่างสว่างฉาย
เผยพระแกลแลชมดารารายพระพายชายเฉื่อนฉํ่าในอัมพร
พระปลอบนางทางอุ้มขึ้นใส่ตักจุมพิตพักตร์ค่อยประโลมโฉมสมร
นางพาซื่อถือว่าพี่ชุลีกรพลางทูลวอนกล่อมฉันให้บรรทม
พระว่าแน่แม่วันชายาน้องจะให้ต้องกล่อมอย่างป่างประถม
นี่ก็จนเป็นสาวคราวประทมจะให้ชมเชยถนอมทั้งกล่อมไกว
จะมิต้องผูกเปลขึ้นเห่ช้าในเภตราจนจิตผิดวิสัย
มาเถิดมาแม่มาจะพาไปบรรทมในแท่นรัตน์ชัชวาล
พลางจูงกรกัลยาพาไปห้องขึ้นแท่นทองรจนามุกดาหาร
มียี่ภู่ปูลาดดาดเพดานพระชวนมิ่งเยาวมาลย์ให้นิทรา
เผยพระแกลแขส่องมาต้องพักตร์กำเริบรักรวนเรเสน่หา
พระอิงแอบแนบขวัญวันชายาค่อยต้องเต้าเต่งอุราสุดาดวง
พึ่งครัดเคร่งเต่งตั้งกำลังรุ่นเพราะว่าคุ้นเคยตามไม่ห้ามหวง
พระสวมสอดกอดประทับไว้กับทรวงจนเลยล่วงม่อยหลับระงับไป ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์หัสกันพี่ร้อนฤดีพลิกกลับไม่หลับใหล
พิศดูขวัญวันชายายิ่งอาลัยคิดจะใคร่ปลอบประโลมนางโฉมยง
แต่นางนั้นสัตย์ซื่อถือว่าพี่ก็เป็นที่จนจิตพิศวง
ให้รุ่มร้อนถอนจิตคิดพะวงพิศดูทรงแล้วสะท้อนถอนฤทัย
นึกจะปลุกกัลยาสุดาโฉมค่อยประโลมปลอบน้องให้ผ่องใส
ฉวยนางร้องวุ่นวายก็อายใจทำกระไรแสนวิตกโอ้อกรา
แล้วหุนหวนป่วนปั่นกระสันเสียวชำเลืองเหลียวอกใจดั่งไฟเผา
แล้วหักจิตคิดความตามลำเนาผิดก็เข้าปลํ้ากันเท่านั้นเอง
พลางหวนฮึกนึกคิดจิตขยับฉวยตื่นกลับท้าคารมว่าข่มเหง
คิดยักย้ายหลายความไปตามเพลงชาตินักเลงเจ้าชู้รู้กระบวน
ค่อยปลอบปลุกลุกเถิดสมรมิ่งประหลาดจริงหนาวอารมณ์เป็นลมหวน
เจียนจะเจ็บจับไข้ให้รัญจวนขอเชิญนวลนุชเจ้าลำเพาพาล ฯ
๏ ฝ่ายโฉมวันชายาผวาตื่นนางพลิกฟื้นวิงวอนด้วยอ่อนหวาน
พระประชวรเป็นไฉนให้รำคาญเยาวมาลย์ทูลถามตามธรรมเนียม
พระปลอบพลางทางชวนสมัครสมานเยาวมาลย์รู้อุบายนึกอายเหนียม
พระก็ค่อยสอดประคองทำลองเลียมนางฟุบเฟี้ยมเอียงอายภิปรายเปรย
แกล้งทูลพระหัสกันว่าฉันนี้ดูพระพี่ชิงชังนิ่งนั่งเฉย
หรือขัดเคืองเรื่องอะไรพระไม่เคยทำเฉยเมยมิใคร่ตรัสน่าอัศจรรย์
พระอุ้มนางวางเพลาว่าเจ้าพี่อย่าพาทีขึ้งเคียดคิดเดียดฉันท์
พี่รักเจ้าเท่าเทียมกับชีวันขอเชิญขวัญนัยนาจงปรานี
พระจุมพิตกนิษฐายุพาพักตร์ขอฝากรักแม่อย่าอางขนางหนี
พลางอิงแอบแนบทรวงดูท่วงทีประเวณีไม่ต้องสอนเหมือนกลอนเพลง
แต่พอมาตาหูรู้ว่ารักไม่ต้องชักชิดชมต้องข่มเหง
ถึงปากปิดมิดเม้นก็เป็นเองกระบวนเพลงบทนี้ไม่มีครู
พระสวมสอดกอดมิ่งนางนิ่งเฉยตระกองเกยวิงวอนแทบอ่อนหู
เหมือนอุบลเมื่อยังตูมกระพุ่มพูอันเรณูยังไม่เผยระเหยนวล
แมงภู่ผึ้งคลึงเคล้าจะเอากลิ่นเที่ยวโบกบินเวียนชมเมื่อลมหวน
เข้าเฟ้นฟอนในเกสรเรณูนวลยังไม่ควรที่จะแย้มแกมผกา
เหมือนเรือน้อยถอยค้ำเมื่อนํ้าแห้งพลิกคะแคงเสือกกระทั่งเกยฝั่งฝา
พิรุณโรยโปรยปรายกระจายมาในธารท่าห้วยเหวเป็นเปลวไฟ
สุนีบาตฟาดเปรี้ยงเสียงสนั่นพิลึกลั่นโกลาสุธาไหว
ทะเลลมยมนาคงคาลัยเป็นคลื่นใหญ่ครื้นเครงละเวงวน
อากาศกลุ้มคลุ้มมัวทั่ววิถีในถิ่นที่ท้องฟ้าเวหาหน
ไม่เห็นดวงจันทราดารากลเป็นแต่ฝนตกพรํ่าเป็นนํ้าพราว
ฟ้าก็แลบแปลบปลาบวาบสว่างพื้นนภางค์แดงจ้าเวหาหาว
เป็นหมอกมัวทั่ววิถีไม่มีดาวบังเกิดหนาวเย็นฉํ่าทั้งลำเรือ
พวกนายท้ายไต้ก๋งหลงประเทศไม่แจ้งเหตุว่าจะไปข้างใต้เหนือ
ชลธีท่วมนองในท้องเรือลงจานเจือชื่นชุ่มทุกพุ่มพวง
สองสนิทพิศวาสบนอาสน์อ่อนจนเกสรบานทั่วกลีบบัวหลวง
ชื่นอารมณ์สมรักประจักษ์ทรวงเปรียบดั่งดวงสุริยันกับจันทร
ไม่ห่างคู่อยู่ในท้ายบาหลีกับพระพี่หัสกันบนบรรจถรณ์
ปรนนิบัติกษัตราไม่อาวรณ์ยิ่งกว่าก่อนหลายเท่าทั้งเคล้าคลึง
เมื่อแรกเริ่มเดิมยังไม่เดียงสาครั้นวัฒนาหาเปรียบไม่เทียบถึง
เพราะความรักผูกจิตดั่งกริชตรึงเปรียบเหมือนหนึ่งน้ำตาลที่หวานมัน
ได้เชยชิมลิ้มลองที่ของสดโอชารสซาบเนื้อเหลือขยัน
ไม่ห่างองค์พงศ์กษัตริย์หัสกันอยู่บนบรรรถรณ์สบายท้ายเภตรา ฯ
๏ จะกล่าวถึงวลายุดากับวายุพัฒน์ออกแล่นลัดเร็วพลันด้วยหรรษา
แต่ออกจากฟากฝั่งเมืองลังกานับทิวาเดือนครึ่งถึงบุรี
เมืองของใครเล่าก็ไปอยู่เป็นสุขไม่มีทุกข์ปรีดิ์เปรมเกษมศรี
พระหัสกันวันชายากุมารีมาถึงที่บ้านเมืองเนื่องกันไป ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ