ตอนที่ ๔๘ นางเสาวคนธ์หนี

๏ จะกลับกล่าวเจ้าพาราการะเวก หวังภิเษกลูกรักเป็นศักดิ์ศรี
ด้วยเดือนเจ็ดเสร็จพระอภัยมณี มาบุรีเริ่มงานการวิวาห์
พอเดือนหกตกแรมดำรัสสั่ง ให้แต่งวังที่ประทับรับวงศา
เป็นสามแห่งแต่งไว้ใกล้คงคา เสร็จคอยท่าเกี่ยวดองทั้งสองเมือง
หน่อกษัตริย์หัสไชยไปกำกับ ทำวังรับเมืองผลึกตึกฝาเฝือง
ล้วนก่ออิฐปิดทองดูรองเรือง มุงกระเบื้องโบกปูนทั้งพูนดิน ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลโฉม เป็นทุกข์โทมนัสในฤทัยถวิล
แต่ทูตถือหนังสือมาถึงธานินทร์ นางทราบสิ้นศุภสารการวิวาห์
ครั้นจะอยู่สู้ดื้อด้วยถือสัตย์ สุดจะขัดบิตุรงค์พระวงศา
วิบากกรรมจำหนีพระพี่ยา นางตรึกตราเตรียมการมานานครัน
คิดความลับกับกะเทยที่เคยใช้ ชื่อมาลัยมาลาปัญญาขยัน
อยู่ในวังทั้งสองพี่น้องกัน เลี้ยงเป็นชั้นคนสนิทช่วยคิดการ
ให้ลอบทำสำเภายาวเก้าเส้น สำหรับเล่นทะเลลึกฝึกทหาร
เลือกล้าต้าต้นหนพวกคนงาน ล้วนชำนาญนาวาในสาชล
พวกนารีที่เป็นข้าทั้งห้าร้อย เคยใช้สอยการศึกได้ฝึกฝน
จะไปด้วยช่วยเจ้าเมื่อคราวจน ทั้งพวกพลขอเฝ้าตามเจ้านาย
ขนข้าวน้ำลำเลียงเสบียงไพร่ บรรทุกไว้ในเรือนั้นเหลือหลาย
กำหนดนัดจัดแจงไม่แพร่งพราย ทั้งไพร่นายพันร้อยรอคอยฟัง ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยใช้ใบแล่น เรือแห่แหนซ้ายขวาทั้งหน้าหลัง
ทั้งทัพพระอนุชาดาประดัง ลำที่นั่งสินสมุทรอยู่สุดท้าย
ได้เดือนหนึ่งถึงพาราการะเวก ต้นหนเอกหยั่งดิ่งให้ทิ้งสาย
ทอดสมอรอเคียงอยู่เรียงราย เสนานายนำข่าวทูลท้าวไท ฯ
๏ ฝ่ายปิ่นปักนัคราการะเวก จึงสั่งเอกเสนาอัชฌาสัย
จัดเกณฑ์แห่แตรสังข์เรือดั้งไว้ เราจะไปรับกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ ฯ
๏ ฝ่ายขุนนางต่างตำแหน่งจัดแจงเสร็จ พระเสด็จจรลีเข้าที่สรง
ครั้นเสร็จสรรพกับโอรสยศยง ต่างลงทรงเรือที่นั่งบัลลังก์ทอง
ไปเชิญพระอภัยเจ้าไตรจักร เรือคู่ชักดั้งกันผันผยอง
ประโคมทั้งสังข์แตรเสียงแซ่ซ้อง ทั้งฆ้องกลองก้องมาถึงธานี
ประทับท่าหน้าแพเกณฑ์แห่แหน ชุนนางแน่นแนวทางกลางวิถี
เชิญเผ่าพงศ์วงศ์กษัตริย์สวัสดี มาพร้อมที่ปรางค์มาศปราสาทชัย
เชิญนั่งที่ยี่ภู่ซึ่งปูลาด ตรัสประภาษพูดจาอัชฌาสัย
ทั้งเผ่าพงศ์วงศ์พระสุริโยไทย บังคมพระอภัยศรีสุวรรณ
ด้วยอ่อนกว่าสององค์ลงเป็นน้อง กษัตริย์สองอวยชัยเจ้าไอศวรรย์
ส่วนสามพราหมณ์มเหสีบุตรีนั้น ต่างคำนับรับกันจำนรรจา ฯ
๏ กษัตริย์สุริโยไทยปราศรัยสนอง ขอบคุณสองทรงเดชพระเชษฐา
สู้ล้าเลื่อยเหนื่อยเหน็ดเสด็จมา ในมรรคาข้ามสุดสมุทรไท
อันเสนีรี้พลพหลทหาร ร้อนรำคาญเคืองเข็ญเป็นไฉน
หรือพร้อมมูลพูนสวัสดิ์กำจัดภัย ทั้งนายไพร่พร้อมพรั่งหรือยังมา ฯ
๏ สองกษัตริย์ตรัสสนองว่ากองทัพ มาเสร็จสรรพพร้อมกันต่างหรรษา
เดชะสัตย์ปัถพีจะปรีดา กลางชลาลมคลื่นรื่นสำราญ
เหมือนจะส่งตรงมากรุงการะเวก ช่วยอภิเษกสืบสมบัติพัสถาน
แม้สามเมืองเคืองขัดขอปฏิญาณ ให้มีสารทราบด้วยจะช่วยกัน
เจ้าพาราการะเวกก็รับสัตย์ โสมนัสตรัสชวนกันสรวลสันต์
ฝ่ายห้ามแหนแสนสุรางค์นางกำนัล ล้วนรู้ชั้นเชิงฉลาดราชการ
เวลาเลี้ยงเมียงหมอบคอยนอบน้อม เชิญเครื่องพร้อมทั้งพระเต้าของคาวหวาน
เทียบถวายรายองค์พระวงศ์วาน นางอยู่งานที่เสวยล้วนเคยใช้
ช้อยจริตกรีดกระหวัดปัดพระแส้ ชำเลืองแต่หางตาอัชฌาสัย
นางสำหรับขับร้องทำนองใน ก็ท้าทับขับไม้มโหรี
ร้องลำนำทำนองพระทองหวน เสนาะสำนวนนิ้วกรีดเพลงดีดสี
ซอประสานหวานเสียงสำเนียงดี ดังดนตรีไกรลาสสังวาสวอน
นางสำหรับจับระบำก็ทำบท น้อมประณตน่าเอ็นดูด้วยครูสอน
ใส่จริตกรีดกรายถวายกร ชะอ้อนอ่อนเอวองค์ตีวงเวียน
ไว้จังหวะประท้าวก้าวสกัด ประคองเกี้ยวเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
ดูช้อยชดบทแบบช่างแนบเนียน เหมือนนางเขียนคิ้วค้อมละม่อมละไม
สามกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ประจงเสวย นางรำเพยพัดประคองให้ผ่องใส
ฟังขับลำคำร้องทำนองใน เพลินพระทัยทุกองค์พระวงศ์วาน
บ้างกรายกรีดดีดเพลงกระจับปี่ รับซอสีเสียงเอกวิเวกหวาน
จนอิ่มหนำสำรวลสรวลสำราญ ดูงานการฟ้อนรำระบำบรรพ์ ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเห็นใกล้พลบ ลาปิ่นภพภูวไนยเจ้าไอศวรรย์
มาอยู่วังตั้งทัพลำดับกัน ศรีสุวรรณอัคเรศเกษรา
นางโฉมยงองค์อรุณรัศมี ไปอยู่ที่บิตุเรศหนีเชษฐา
สินสมุทรหยุดประทับอยู่พลับพลา คอยวิวาห์หวังใจจะได้พลอย
หน่อกษัตริย์หัสไชยไปอยู่ที่ สุมาลีอาศัยให้ใช้สอย
พอพูดเล่นเห็นสองพระน้องน้อย ด้วยรักสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา
พระบิตุราชมาตุรงค์ก็ปลงให้ แกล้งทำไม่รู้ความตามประสา
หน่อกษัตริย์จัดตุ๊กตางา ให้น้องยาหลากหลากฉากเล็กเล็ก
นางเกล้าจุกตุ๊กตาตัดผ้าถุง ให้ลูกนุ่งเหมือนหนึ่งลาวสาวเด็กเด็ก
หน่อกษัตริย์จัดแจงแต่งเป็นเจ๊ก ตัวเล็กเล็กเล่นกับลาวลูกสาวนาง
แต่เปรียบเทียบเลียบเเละกระแชะชิด จะมอบมิตรไม่ถนัดยังขัดขวาง
พูดกับพี่ทีน้องข้องระคาง ครั้นปลอบนางน้องทีข้างพี่ชัง
ต้องของ้อของอนวิงวอนปลอบ จะชวนชอบชิดชมไม่สมหวัง
จนราตรีมิได้ไปที่ในวัง อยู่เล่นฟังขับร้องกับน้องยา ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลสมร จะจำจรจากประเทศหนีเชษฐา
คิดอาลัยในพระอนุชา ทั้งบิดามารดรจะร้อนรน
ครั้นจะอยู่บุรีร่วมภิเษก ไม่เป็นเอกอายหญิงชาวสิงหล
ยิ่งตรึกตราอาวรณ์ยิ่งร้อนรน สายสุชลเนตรนางลงพร่างพราย
เพราะเพลงยาวคราวลังกาเก็บมาไว้ อ่านทีไรแค้นเดือดไม่เหือดหาย
เป็นมนุษย์สุดจะรับความอับอาย ไปสู้ตายเสียให้พ้นคนนินทา
จึงตรัสสั่งทั้งหลายฝ่ายข้าหลวง ให้ทั้งปวงปิดความใครถามหา
บอกว่าเราเข้าบำเพ็ญภาวนา ไม่พูดจากว่าจะเสร็จสักเจ็ดวัน
แล้วเขียนคำอำลาสมาโทษ ตามประโยชน์อยากจะใคร่ไปสวรรค์
กับเพลงยาวคราวลังกาเก็บมานั้น ไว้บนบรรจถรณ์สถิตปิดทวาร
สลักในใส่ซ้ำพอค่ำพลบ ค่อยหลีกหลบลงปราสาทราชฐาน
กับพวกหญิงสิงห์ทรงของนงคราญ ออกไปชานชายทะเลลงเภตรา
ให้ใช้ใบไปทางทิศพายัพ ออกลึกลับลำเดียวเปลี่ยวหนักหนา
หมายจะเข้าอ่าวสินธุ์มิถิลา สายคงคายมนาแนวสาชล
ด้วยโฉมยงทรงเพียรเรียนตำรับ ได้ฉบับโลกเชษฐ์แจ้งเหตุผล
ดูแผนที่มีสังเกตเขตตำบล กับพวกพลพันร้อยแล่นลอยไป ฯ
๏ จะกลับกล่าวเจ้าพาราการะเวก จวนอภิเษกฤกษ์แรมอันแจ่มใส
แต่บุตรีศรีสวัสดิ์กับหัสไชย ไปไหนไม่เห็นหายหลายเวลา
มเหสีอัญชลีสนองถ้อย พระหน่อน้อยนั้นเห็นรักเขาหนักหนา
ไปสิงสู่อยู่ที่น้องสองสุดา ไม่เข้ามาในวังกำลังเพลิน
อันบุตรีมิได้ออกข้างนอกห้อง เห็นทำนองนั้นจะอายระคายเขิน
แต่ทัพกลับกับพี่ทีสะเทิน เรียนเจริญบำเพ็งเห็นเคร่งครัน
แล้วสั่งเหล่าสาวใช้ให้ไปหา มาทูลว่าห้ามกำกับกันขับขัน
ปิดทวารบานบังเสียทั้งวัน เข้าผลักดันดูข้างในก็ใส่ดาล
พระบิตุรงค์ทรงพระสรวลว่าครวญใคร่ เห็นน้ำใจเจ้าสาวจะร้าวฉาน
หน่อยจะคิดบิดเบือนให้เลื่อนงาน ไปว่าขานเกลี่ยไกล่เสียให้ดี
นางคำนับรับรสพจนารถ มาปราสาทพระธิดามารศรี
ผลักทวารบานติดเห็นผิดที ให้หาพี่เลี้ยงทั้งหลายก็หายไป
เห็นผิดอย่างนางกษัตริย์จึงตรัสสั่ง ให้ชาวคลังเปิดทวารลูกดาลไข
สลักเลื่อนเคลื่อนคล่องเข้าห้องใน ไม่เห็นใครในปราสาทประหลาดนัก
ดูบนที่มีหนังสือหยิบถืออ่าน ได้ทราบสารแสนวิตกเพียงอกหัก
จะเสกลูกปลูกฝังกำลังรัก มาลับพักตร์หนีหายไปหลายวัน
วิบากกรรมจำเป็นไม่เว้นว่าง ให้อ้างว้างวิญญาณ์เพียงอาสัญ
ระทวยองค์ลงบนที่บุตรีนั้น สะอื้นอั้นอ่อนซบสลบไป ฯ
๏ ฝ่ายแสนสาวท้าวนางต่างเข้าแก้ เห็นนิ่งแน่จึงว่ากรรมจะทำไฉน
ไปทูลท้าวเจ้านครร้อนฤทัย เสด็จไปสู่ปราสาทราชบุตรี
เข้าเคียงนางข้างแท่นเห็นแผ่นกระดาษ ภูวนาถนิ่งอ่านดูสารศรี
ทราบพระทัยในอารมณ์ไม่สมประดี มิรู้ที่คิดอ่านประการใด
ทั้งเกี่ยวดองสองเมืองมาเนืองแน่น ความอายแสนสุดจิตคิดไฉน
สงสารท้าวหาวหวอดทอดฤทัย สลบไปเป็นครู่ไม่รู้องค์ ฯ
๏ พวกผู้หญิงวิ่งเพรียกร้องเรียกหมอ ให้ผูกคอกรมวังกำลังหลง
บ้างไปทูลพระโอรสยศยง ทราบถึงองค์พระอภัยไหววิญญาณ์
ชวนพระน้องสองพระมเหสี ทั้งบุตรีพร้อมหมดโอรสา
ตามกษัตริย์หัสไชยรีบไคลคลา ขึ้นมหาปรางค์ทองเข้าห้องกลาง
พอสององค์ทรงฟื้นลุกขึ้นนั่ง เห็นพร้อมพรั่งเกี่ยวดองยิ่งหมองหมาง
ท้าวถวายลายมือหนังสือนาง ให้อ่านกลางสุริย์วงศ์พงศ์ประยูร ฯ
๏ ข้าพเจ้าเสาวคนธ์วิมลสมร ชลีกรกราบปิ่นบดินทร์สูร
ซึ่งพระองค์ทรงพระอนุกูล จะเพิ่มพูนอภิเษกเป็นเอกองค์
อายฝรั่งลังกาเหมือนข้าชั่ว ไปชิงผัวเขามาตามความประสงค์
จึงจำลาฝ่าพระบาทญาติวงศ์ ไปเที่ยวทรงศีลวัตรตามศรัทธา
เป็นอันขาดชาตินี้ไม่มีคู่ จะบวชสู่สุขสวรรค์ให้หรรษา
ด้วยเพลงยาวคราวครั้งเมืองลังกา เหมือนศัสตราตรึงประจำให้ช้ำใจ
ขอพระองค์จงสละอนุญาต อย่ากริ้วกราดเคลือบแคลงแหนงไฉน
แม้พระพี่มีคู่แล้วรู้ไป จึงจะได้คืนมาเยี่ยมธานี
อย่าควรคิดติดตามด้วยความยาก จงบริจาคให้ลูกถือเป็นฤๅษี
ขอพระคุณมุลิกาฝ่าธุลี จงเปรมปรีดิ์โปรดช่วยอำนวยพร ฯ
๏ พอจบคำซ้ำให้อ่านสารฝรั่ง ต่างทรงฟังศุภลักษณ์ในอักษร
ว่าสารศรีพี่ยาสุดสาคร เจริญพรโฉมเฉลาเสาวคนธ์
เมื่อแรกเริ่มเดิมทีเราพี่น้อง หมายจะครองความรักเป็นพักผล
บุญหาไม่ให้พี่จากนีรมล เป็นต่างคนขาดกันแต่วันมา
เดี๋ยวนี้พี่มีคู่ที่ชูชื่น อันหญิงอื่นตัดขาดไม่ปรารถนา
ซึ่งน้องตามข้ามฝั่งมาลังกา พระบิดาจะให้อยู่เป็นคู่ครอง
เดี๋ยวนี้เราเข้ารีตฝรั่งแล้ว จึงคลาดแคล้วเสาวคนธ์อย่าหม่นหมอง
จะรับเจ้าเข้าไปเลี้ยงเคียงประคอง ฝรั่งสองเมียห้ามบอกตามจริง
จึงออกมาหาให้พบประสบพักตร์ พอสมรักร่วมห้องแม่น้องหญิง
จงกลับหลังยังนครอย่าวอนวิง อุส่าห์นิ่งนอนอยู่ในบูรี
คงได้คู่สู่ขอหน่อกษัตริย์ ครองสมบัติการะเวกภิเษกศรี
นี่เป็นหญิงวิ่งมาเหมือนกาลี จะไม่มีใครสู่เป็นคู่ครอง
หรือรักเราเจ้าไม่กลับจะรับเลี้ยง อย่าทุ่มเถียงทะเลาะเขาเป็นเจ้าของ
จงวันทาลาลีเป็นที่รอง จะเลี้ยงลองไว้สักครั้งที่ลังกา ฯ
๏ พอจบเรื่องเคืองจิตบิตุเรศ จึงว่าเหตุนิดหนึ่งมาหึงสา
หนังสือนี้อีลีวันใช้ปัญญา ประดิษฐ์แต่งแกล้งว่าสุดสาคร
แต่ลูกเราเฉาโฉดหลงโกรธขึ้ง ไม่รู้ถึงกลศึกที่ฝึกสอน
มาปลดเปลื้องเคืองขัดถึงตัดรอน จะง้องอนเอามาไว้ทำไมมี
สู้กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกจะปลูกฝัง ว่าไม่ฟังแล้วมิหนำยังซ้ำหนี
ให้เสียงานการค้างถึงอย่างนี้ ก็เสียทีเลี้ยงไว้จนใหญ่มา ฯ
๏ พระอภัยให้ระทดกำสรดเศร้า สงสารเสาวคนธ์น้อยละห้อยหา
ทั้งพระน้องสองนางต่างโศกา เวทนานงเยาว์เสาวคนธ์
จึงทูลท้าวเจ้าพาราการะเวก จะอภิเษกศรีสวัสดิ์ยังขัดสน
ซึ่งบุตรีหนีไปกับไพร่พล เพราะอายคนขอจงโปรดซึ่งโทษทัณฑ์
จะตามหาว่ากล่าวค่อยน้าวโน้ม ปลอบประโลมทรามวัยมาไอศวรรย์
ถึงเร็วช้ากว่าจะได้พร้อมใจกัน ไม่เดียดฉันท์โฉมเฉลายังเยาว์ความ
ไว้ธุระจะขอลาพาพระน้อง รีบยกกองทัพไปเที่ยวไต่ถาม
แม้โฉมตรูอยู่ไหนจะไปตาม ให้ได้ทรามสวาทมายังธานี
ขอพระองค์ทรงพระอนุญาต อย่ากริ้วกราดโกรธามารศรี
จะสืบวงศ์พงศ์กษัตริย์สวัสดี ไม่ราคีเคืองระคางที่ค้างงาน ฯ
๏ กษัตริย์สุริโยไทยได้สดับ น้อมคำนับรับสุนทรด้วยอ่อนหวาน
ซึ่งทรงธรรม์กรุณาบัญชาการ กระหม่อมฉานมิได้ขัดพระอัชฌา
จะทำตามพระประสงค์จำนงสนอง ด้วยหวังสองทรงเดชเป็นเชษฐา
แม้ตามไปได้องค์ธิดามา จะวิวาห์เสกสองให้ครองกัน ฯ
๏ สุดสาครถอนสะอื้นสู้ฝืนพักตร์ ทูลทรงศักดิ์ตามจริงทุกสิ่งสรรพ์
อันหนังสือคืออีลาลีวัน กระหม่อมฉันมิได้ทราบที่หยาบคาย
เพราะเหตุนี้ศรีสวัสดิ์จึงขัดข้อง เป็นกรรมของลูกจึงช้ำระส่ำระสาย
แม้นงเยาว์เล่าแจ้งให้แพร่งพราย มันหยาบคายควรว่าจะฆ่าตี
นี่ทรามวัยไม่แถลงให้แจ้งเรื่อง มาขัดเคืองคิดอางขนางหนี
ด้วยสาราน่าแค้นแสนทวี เหตุทั้งนี้ก็เพราะลูกต้องถูกมนต์
พลอยพระน้องข้องขัดต้องพลัดพราก จะลำบากทางทะเลระเหระหน
ขอกราบบังคมลาฝ่ายุคล ไปตามจนจะได้พบประสบกัน
แล้วจะฆ่าลาลีเอาศีรษะ มาให้พระน้องหญิงเห็นจริงฉัน
ยิ่งฉุนแค้นแสนเสียดายทั้งอายครัน สะอื้นอั้นอ่อนซบสลบไป ฯ
๏ พระบิตุราชมาตุรงค์พงศ์กษัตริย์ เห็นอั้นอัดนิ่งแน่เข้าแก้ไข
ค่อยฟื้นกายฝ่ายพระสุริโยไทย จึงเกลี่ยไกล่ตรัสว่าสุดสาคร
อย่าโกรธาฝรั่งทำหนังสือ ไม่รู้หรือกลศึกเขาฝึกสอน
น้องสาวเจ้าเฉาโฉดถือโทษกรณ์ ปัญญาอ่อนกว่าอีลาลีวัน
อย่าเพ่อคิดติดตามคอยถามข่าว ได้เรื่องราวมั่นหมายจึงผายผัน
อันฝรั่งลังกาอย่าฆ่าฟัน เสียสัตย์ธรรม์ทศพิธผิดโบราณ ฯ
๏ สุดสาครร้อนอกวิตกนัก ด้วยน้องรักร้างเขตนิเวศน์สถาน
จึงทูลความตามใจอาลัยลาน ลูกสงสารแสนสุดด้วยนุชน้อง
แม้พบปะจะได้ให้ความสัตย์ ศรีสวัสดิ์จะสว่างที่หมางหมอง
ประการหนึ่งถึงมิอยู่เป็นคู่ครอง เป็นพี่น้องอยู่ด้วยกันจนวันตาย
ได้พบเห็นเย็นเช้าเคยเฝ้าแหน ลูกสุดแสนอาลัยจิตใจหาย
ขืนให้อยู่แล้วอุระจะทลาย พลางฟูมฟายชลนาร่ำพาที
โอ้น้องเอ๋ยเคยเห็นทุกเย็นเช้า จะเปลี่ยวเปล่าวิญญาณ์มารศรี
ทั้งเป็นหญิงทิ้งขว้างเสียอย่างนี้ จะรู้ที่ผินหน้าไปหาใคร ฯ
๏ พระบิตุราชมาตุรงค์ต่างสงสาร ทั้งวงศ์วานเวทนาน้ำตาไหล
วิบากกรรมจำจะปละสละไป จึงสั่งให้โหรทายทำนายนาง
โหรชำระพระชาตาธิดาท้าว เห็นจวบคราวเคราะห์วิบัติจึงขัดขวาง
จึงทูลความตามดิถีต้องตรียางค์ ว่าไปทางทิศพายัพจะลับนาน
แม้ตามไปในตำราว่าจะพบ แต่เกลื่อนกลบกลับกลายหลายสถาน
ต่อสิบสี่ปีเศษสังเกตกาล เยาวมาลย์จึงจะมาอยู่ธานี ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ตรัสว่าถ้าเช่นนั้น แต่งกำปั่นไปเที่ยวหามารศรี
สุดสาครวอนว่าจะช้าที ลูกจะขี่แต่พระยาม้ามังกร
ไปตามนางกลางชลามหรณพ กว่าจะพบพุ่มพวงดวงสมร
เห็นท้าวนิ่งกริ่งใจมิให้จร ชลีกรกราบก้มบังคมลา
ไปแต่งองค์ทรงไม้ท้าวของดาบส น้อมประณตนึกพระคุณอุ่นเกศา
แล้วรีบออกนอกวังไม่รั้งรา ขึ้นทรงม้าที่นั่งนิลมังกร
หมายพายัพขับใหญ่วิ่งไวว่อง ระเริงร้องเร็วรีบโถมถีบถอน
ถึงหาดทรายชายชลาลงสาคร อัสดรโดดน้ำด้วยกำลัง
ประเดี๋ยวเดียวเหลียวกลับลับประเทศ ทุกข์เทวษหวั่นทรวงเป็นห่วงหลัง
เห็นแต่ปลาสาชลกับวนวัง อุส่าห์ตั้งตามสำเภาเสาวคนธ์ ฯ
๏ หน่อนรินทร์สินสมุทรก็สุดเศร้า แต่หมอบเฝ้าฟังรหัสเห็นขัดสน
หมายว่าน้องสองสมรเข้าผ่อนปรน จะพลอยพ้นทุกข์ด้วยก็ป่วยการ
เขาซ้ำเป็นเช่นนี้แล้วที่ไหน เราจะได้ร่วมรักสมัครสมาน
จะดึงดื้อถือสัตย์ปฏิญาณ เหลือรำคาญคิดถนอมยิ่งตรอมตรม
ดูอรุณฉุนเฉียวเสียวสวาท ใจจะขาดเสียด้วยรักที่หมักหมม
กำเริบโรคโศกสะอื้นฝืนอารมณ์ จนเป็นลมจับนิ่งไม่ติงกาย ฯ
๏ สามกษัตริย์อัศจรรย์ให้หวั่นหวาด เห็นหน่อนาถนิ่งไปก็ใจหาย
ช่วยแก้ไขพอค่อยทรงดำรงกาย แกล้งอุบายบ่นว่าเคยมาพบ
ผู้ที่นั่งทั้งปราสาทประหลาดนัก หมายว่ารักเสาวคนธ์จนสลบ
ทั้งหัสไชยในอุราให้ปรารภ กันแสงซบโศกีถึงพี่ยา
ทั้งอาลัยในลูกสาวเจ้าผลึก จวนสมนึกจะได้ชิดกนิษฐา
จะเหินห่างร้างรักไปนัครา ยิ่งโศกาตรอมจิตดังพิษปืน
ทั้งพงศ์เผ่าเศร้าหมองจนฆ้องย่ำ ต่างกลืนกล้ำกันแสงสู้แข็งขืน
หน่อกษัตริย์หัสไชยมิใคร่ฟื้น สะอึกสะอื้นอืดอืดยังยืดยาว
เพราะรักหญิงจริงจังคนทั้งนั้น ว่าโศกศัลย์โศกีถึงพี่สาว
ฝ่ายองค์พระอภัยทูลไทท้าว พรุ่งนี้เช้าฉันจะใช้ใบเภตรา
ขอพระองค์จงสำราญผ่านสมบัติ ไม่เคืองขัดคิดคงเป็นวงศา
สามกษัตริย์ตรัสไว้อาลัยลา แล้วลงมาที่ประทับหยุดยับยั้ง ฯ
๏ กษัตริย์สุริโยไทยตามไปส่ง พร้อมพระวงศ์อวยไชยดังใจหวัง
จนดึกดื่นคืนเขตนิเวศน์วัง ยังรอรั้งอยู่แต่พระหัสไชย
ค่อยสั่งสองน้องน้อยละห้อยละเหี่ย ต่างสั่งเสียเศร้าหมองไม่ผ่องใส
นางให้ลูกตุ๊กตากับผ้าสไบ พระหัสไชยให้แหวนทดแทนกัน ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์ เห็นหน่อกษัตริย์สินสมุทรสุดโศกศัลย์
ต่อจะไม่ได้เขาเปล่าทั้งนั้น มาด้วยกันทีเดียวกรรมทำอย่างไร
เห็นท่าทางนางจะลวงแกล้งหน่วงเหนี่ยว ไม่รู้เกี้ยวก็ไม่ดื้อดอกหรือไฉน
ช่างโง่งงสงสารรำคาญใจ จำจะไปสอนสิกขาเป็นอาจารย์
จึงลงลำกำปั่นสินสมุทร เห็นอยู่สุดท้ายเภตราน่าสงสาร
เข้าห้องแนบแอบโอรสแล้วพจมาน พ่อรำคาญขัดขวางเป็นอย่างไร
หรือทุกข์โศกโรคร้อนมานอนนิ่ง บอกจริงจริงเถิดนะแม่จะแก้ไข
ความรักเจ้าเท่าชีวิตเป็นจิตใจ เห็นหม่นไหม้แม่นี้ไม่มีสบาย
ไม่อยู่ห้องน้องสาวหรือร้าวฉาน จงแจ้งการเถิดจะให้เหมือนใจหมาย
สินสมุทรทรุดคำนับแล้วกลับอาย แต่ก้มกายแกะเล็บนึกเจ็บใจ
จะมิทูลมูลความแต่ตามซื่อ ก็สุดมือมิได้ชิดพิสมัย
แต่ยิ้มเยื้อนเอื้อนอึ้งตะลึงตะไล อยากใคร่ได้แยบยลของชนนี
จึงทูลฟ้องน้องรักที่หนักหน่วง ว่าลามล่วงแล้วก็เห็นจะเป็นผี
อ้อนวอนเขาเท่าไรไม่ไยดี เหตุทั้งนี้วาสนาลูกอาภัพ
แต่กลางวันนั้นจะไปปราศรัยบ้าง ก็เมินหมางมัวหมองปิดห้องหับ
แรกลงเรืออยู่แต่สองในห้องลับ ฉวยมีดพับมาจะขอเชือดคอเอง
ถ้าขืนทำจำตายไปภายหน้า ก็จะว่าลูกรักหักข่มเหง
จึงหนีนอนซ่อนตัวด้วยกลัวเกรง เห็นสุดเพลงที่จะปลอบให้ชอบที ฯ
๏ นางฟังคำรำพันกลั้นพระสรวล ทำเบือนบ้วนโอษฐ์เลยเสวยพระศรี
จะแนะให้ไม่ถนัดเป็นสตรี แกล้งพาทีชักทำเนียบมาเปรียบปราย
อันวิสัยใจจริงหญิงมนุษย์ รักบุรษสุดรักสมัครหมาย
ซึ่งมารยาพาทีเพราะมีอาย เขาไม่ตายจริงดอกบอกให้รู้
ด้วยรุ่นราวสาวแส้แล้วแต่แรก เปรียบเหมือนแขกคิดเดียดด้วยเกลียดหมู
ต่อเมื่อไรได้เป็นเหมือนเช่นชู้ จึงกลับรู้รักชายถวายตัว
อรุณเขาเจ้ากระบวนสำนวนมาก ทั้งฝีปากคารมจะข่มผัว
ถ้าทีหลังฟังแม่ว่าเถิดอย่ากลัว เข้าถึงตัวแล้วไม่ตายสบายใจ
ถ้าแม้น้องของพ่อม้วยลงด้วยรัก แม่นี้จักไปช่วยรับที่ปรับไหม
แล้วเสสรวลจวนเวลาจะคลาไคล นางกลับไปสู่พลับพลาพระสามี
เห็นกษัตริย์หัสไชยยังไม่กลับ นั่งพูดกับพี่น้องทั้งสองศรี
รักลูกเขยเลยมานั่งพาที ชนนีนี้จะลาพ่อคลาไคล
พระลูกน้อยค่อยอยู่อย่ารู้โรค จงดับโศกเศร้าหมองให้ผ่องใส
รำลึกถึงจึงทูลลาบิดาไป หาแม่ได้เล่นกับน้องทั้งสองรา
แต่เดี๋ยวนี้พี่นางไปกลางสมุทร มิได้หยุดยั้งจะตามเที่ยวถามหา
พลางลูบหลังสั่งสะอื้นกลืนน้ำตา พอเวลาย่ำสามยามประโคม ฯ
๏ ได้ฤกษ์ดีศรีสุวรรณให้ลั่นฆ้อง เสียงแซ่ซ้องสังข์แตรพลแห่โหม
ทั้งโห่รับทัพผลึกเสียงครึกโครม พระชวนโฉมธิดาสุมาลี
ออกลำทรงหงส์บินฝ่ายสินสมุทร ออกเรือครุฑรีบล่องกลัวน้องหนี
ทั้งสองทัพรับโห่เสียงโยธี ปถพีเพียงคว่ำจะทำลาย
พอออกจากปากน้ำเกณฑ์กำปั่น ให้แยกกันไปทุกทิศเหมือนคิดหมาย
พระอนุชาลาแล่นแสนสบาย ไปฝั่งฝ่ายรมจักรนัครา
พระอภัยให้แล่นตามแผนนอก ต่างตัดออกลึกรายไปฝ่ายขวา
พระทรงส่องกล้องสว่างกลางคงคา เหมือนต่อตาช่วงโชติสามโยชน์ยาว
แลเขม้นเห็นรอบทั้งขอบเขต สาคเรศเรือใช้ใบขาวขาว
พบลูกค้ามาทุกเมืองถามเรื่องราว ไม่ได้ข่าวเลยมาในสาคร ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อวรนาถราชบุตร สินสมุทรตั้งแต่พระแม่สอน
ค่อยคิดเห็นเล่นสนุกไม่ทุกข์ร้อน ร้องละครเมื่ออิเหนาเข้ามะละกา
พระอุ้มองค์นงลักษณ์ใส่ตักไว้ ชี้ขวนให้ศรีสวัสดิ์ชมมัจฉา
หนุ่มน้อยน้อยคอยรับทับรำมะนา ค่อยช้าช้าเฉื่อยเสียงสำเนียงนวล
แล้วลืมองค์หลงร้องว่าน้องเอ๋ย อยากใคร่เชยชื่นอารมณ์เมื่อลมหวน
ได้นั่งตักสักทีจะชี้ชวน ชมแต่ล้วนเหล่าปลาในวาริน
แล้วรู้สึกนึกอายแปลงปลายบท เป็นพระรถชมสวนหวนถวิล
พลางตีทับขับเพลงบรรเลงพิณ จนพลบสิ้นสุริยงลับคงคา
ดาวสว่างกลางคืนทั้งคลื่นเงียบ ดูเรือเลียบแล่นรายทั้งซ้ายขวา
พระแต่งองค์สรงชลสุคนธา ลีลามาเข้าห้องพระน้องนาง
ขึ้นนั่งเตียงเคียงองค์นางนงลักษณ์ ยิ้มพยักคนสนิทไม่กีดขวาง
รับขวัญน้องลองลูบพระปฤษฎางค์ นางข่วนพลางผลักพลิกซ้ำหยิกตี
แล้วว่าเบื่อเมื่อสัญญาว่าเป็นแน่ สุดแล้วแต่นุชน้องทั้งสองศรี
เขายอมกันฉันจะได้รับไมตรี นี่เขาหนีไปเสียแล้วเป็นแคล้วกัน
ยังกลับมาหาสู่ทำจู้จี้ ประเดี๋ยวนี้ก็ได้วุ่นจะหุนหัน
มาทำเทียมเลียมเล่นเหมือนเช่นนั้น ผิดก็ฉันเชือดคอให้มรณา ฯ
๏ พระยิ้มเยาะเคราะห์กรรมก็จำดื้อ ไม่รู้หรือว่าพี่รักนั้นหนักหนา
ถึงพระน้องสองศรีหนีวิวาห์ เจ้าสัญญาว่าจะยอมให้พร้อมใจ
จริงไหมเล่าเจ้าว่าต่อหน้าพี่ พยานมีแม่นแท้อย่าแก้ไข
จะคอยน้องสองราอยู่ว่าไร เมื่อพี่ได้แต่งงานประทานน้อง
มิเคียงคู่อยู่ตามความรับสั่ง เหมือนชิงชังจึงไม่ชมประสมสอง
จะเคืองขัดอัธยาฝ่าละออง จึงจำต้องตามรับสั่งไม่ฟังกัน ฯ
๏ นางนิ่งนั่งฟังพระพี่ตีฝีปาก ดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อนรู้ผ่อนผัน
หรือใครสอนวอนว่าสารพัน อัศจรรย์จำจะลวงดูท่วงที
ซึ่งโปรดให้ใช่จะสั่งให้สังวาส ให้รับราชกิจการผ่านกรุงศรี
จึงต้องตามความรับสั่งมาดังนี้ หมายพระพี่คงจะไม่ทำไมน้อง
ถ้าขืนคิดชิดเชื้อเหนือรับสั่ง ห้ามไม่ฟังแล้วก็จะทูลฉลอง
อย่าเลียมล่อคลอเคลียใช่เมียรอง ฉันเป็นน้องไม่ใช่อย่างนางยุพา ฯ
๏ สินสมุทรพูดคล่องว่าน้องแก้ว พี่ทิ้งแล้วลูกฝรั่งชังน้ำหน้า
จะเชยชมสมสองกับน้องยา อย่าขืนว่ารักฝรั่งเหมือนอย่างนี้
จะใคร่ให้ประจักษ์ว่ารักสุด ตรงพระนุชคู่เสน่ห์มเหสี
มีรับสั่งทั้งชนกชนนี พระอัยกีอัยกาส่งมาเรือ
ให้จูบกอดยอดหญิงจริงนะน้อง พี่ก็ต้องตามคำไม่ล้ำเหลือ
พลางอิงแอบแนบสนิททำชิดเชื้อ แม่ไม่เชื่อทูลถามเถิดทรามวัย
จงโอนอ่อนผ่อนตามความรับสั่ง พลางลูบหลังนงลักษณ์นางผลักไส
เออพระพี่นี้ข่มเหงไม่เกรงใจ มาลูบไล้เลียมทำให้ช้ำมือ
หมายว่าพี่ที่พึ่งเหมือนหนึ่งพี่ ไม่ปรานีน้องแก้วแน่แล้วหรือ
จะสู้ตายวายชนม์ให้คนลือ ทำเอื้อมมือหยิบมีดจะกรีดคอ
สินสมุทรยุดแย่งแล้วแกล้งลูบ แต่ถูกจูบนิดก็เดือดจะเชือดศอ
ไว้ค่อยตายภายหลังจงรั้งรอ เดี๋ยวนี้ข้อความผิดยังติดพัน
ไม่อ่อนน้อมยอมตามความรับสั่ง พี่ก็ยังมิให้เจ้าไปสวรรค์
แม้จะใคร่ได้ตายง่ายง่ายนั้น จงผ่อนผันพอได้หว่านเป็นว่านเครือ
ให้สำเร็จเสร็จสรรพข้อรับสั่ง แล้วทีหลังจึงค่อยตายสบายเหลือ
แล้วพาดพิงอิงแอบอุ้มแนบเนื้อ นางว่าเบื่อเบือนหยิกทำพลิกแพลง
ทั้งข่วนผลักสักเท่าไรก็ไม่เจ็บ จนเสียเล็บหักหมดกำสรดกันแสง
พระสวมสอดกอดกระหวัดนางวัดแวง จนสิ้นแรงอ่อนพับนิ่งหลับตา
พระกอดเกยเชยปรางถึงอย่างยอด เสียงฟอดฟอดเฟ้นซ้ายแล้วย้ายขวา
ถนอมแนบแอบอรุณอุ่นอุรา เหมือนสายฟ้าแลบรอบขอบทะเล
สลาตันลั่นพิลึกเสียงครึกครื้น โคลงเคลงคลื่นโดนดันกำปั่นเห
กลับท้ายหกผกโผนดังโยนเปล ปลิงทะเลลอยเกลือกทั้งเงือกงู
ข้างในน้ำดำด้นไล่ชนเงือก ลงงาเกลือกเสยกลอกกระบอกหู
นาคราชผาดผยองพ่นฟองฟู เสียงซู่ซู่สายฝนปนน้ำเค็ม
สำเภาโยงโคลงเคลงเขย่งโขยด ทะลึ่งโลดเลี้ยวท้ายตามปลายเข็ม
ถูกคลื่นสาดดาดฟ้าคงคาเต็ม ต้องและเล็มแล่นกระดืดด้วยมืดมัว
เมื่อเดิมทีพี่น้องร่วมห้องหับ แล้วก็กลับได้เสียเป็นเมียผัว
นางน้องสาวคราวอ่อนวอนฝากตัว ฉันได้ชั่วดีด้วยช่วยเอ็นดู
อย่าทิ้งขว้างร้างเสียมีเมียอื่น ทั้งอย่าคืนไปที่เคยเสวยหมู
สินสมุทรสุดอุ่นคิดคุณครู คราวนี้รู้ฤทธิ์ผู้หญิงไม่วิงวอน
แม้พบปะแล้วประเดี๋ยวเกี้ยวสำเร็จ กัลเม็ดมีอยู่เหมือนครูสอน
ถ้าพบปะอนุชาสุดสาคร จะบอกหล่อนเสียให้รู้เชิงชู้เชย
แล้วชมโฉมโลมลูบเฝ้าจูบกอด พี่ไม่ทอดทิ้งแล้วน้องแก้วเอ๋ย
เนื้อละมุนอุ่นใจกระไรเลย ต่างชื่นเชยชิดเสียดเบียดกระแซะ
นาสิกสูดพูดหยอกว่าดอกไม้ ไม่ชื่นใจเหมือนหนึ่งเนื้อเจือกระแจะ
พระแนบเน้นเคล้นไคล้เฝ้าไค้แคะ ปะเหลาะปะแหละโลมเล้าคลึงเคล้ากัน ฯ
๏ อันหว่างทางถ้ากล่าวจะยาวเรื่อง ไปถึงเมืองเสียเถิดท่านอ่านขยัน
อันองค์พระอภัยมณีศรีสุวรรณ เกณฑ์กำปั่นไปทุกทิศเที่ยวติดตาม ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ