ตอนที่ ๕ ศรีสุวรรณเกี้ยวนางเกษรา

๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีกรุงกษัตริย์มาถึงวังยังประหวัดถวิลหา
เห็นเจ้าพราหมณ์งามติดนัยน์ตามาเข้าไสยายามค่ำยิ่งรำจวน
คิดสงสารป่านฉะนี้เจ้าพราหมณ์น้อยจะอยู่คอยหรือจะไปเสียไกลสวน
เมื่อเดินมาพอพ้นต้นลำดวนทำแย้มสรวลเหมือนจะชวนจำนรรจา
หุตุไฉนไม่ตรัสหรือขัดข้องจะหนีน้องไปเสียแล้วกระมังหนา
เป็นพราหมณ์เทศพรหมจรรย์จรัลมาหรือกษัตริย์ขัตติยาอยู่เมืองไกล
ทำปลอมแปลงแกล้งจู่มาดูน้องหรือจะต้องประสงค์ที่ตรงไหน
จะมาเดียวหรือจะมาด้วยข้าไทจะกลับไปหรือจะอยู่ไม่รู้เลย
เสียดายนักหนักทรวงดวงสมรสะอื้นอ้อนอิงแอบแนบเขนย
ไม่แต่งองค์ทรงเล่นเหมือนเช่นเคยลืมเสวยลืมสรงหลงรำพึง ฯ
๏ สี่พี่เลี้ยงเมียงมองตามช่องฉากแล้วบุ้ยปากให้กันดูด้วยรู้ถึง
ต่างปรึกษาหารือไม่อื้ออึงเราก็พึ่งเห็นรักประจักษ์ใจ
แต่ดูกันห่างห่างสิอย่างนี้พระบุตรีตรอมจิตพิสมัย
แม้นได้เรียงเคียงข้างจะอย่างไรรำคาญใจจะใคร่ปลอบให้ชอบที
ทั้งสี่นางต่างเข้าเคียงบรรจถรณ์ทำทูลวอนพระธิดามารศรี
แม่เป็นไรไสยาไม่พาทีหรือวานนี้ไปสวนประชวรมา
จะเจ็บปวดเป็นไฉนก็ไม่ตรัสจะได้จัดมดหมอมารักษา
หรือพระน้องต้องรุกขเทวาซึ่งอยู่ค่าคบลำดวนสวนดอกไม้
แล้วแสแสร้งแกล้งทำปรนนิบัติศรีสวัสดิ์สว่างจิตพิสมัย
พระบุตรีแกล้งตรัสเหมือนขัดใจไฮ้อะไรนี่เล่ามาเฝ้ากวน
จึงอยู่น้องต้องเทวดาด้วยจึงเจ็บป่วยเป็นไข้เพราะไปสวน
พี่เคยได้ไปบนต้นลำดวนทำกระบวนมิได้บอกออกให้ตรง
จะสังเวยสิ่งไรจะได้จัดสารพัดสิ่งของต้องประสงค์
หรือจะคิดติดสินบนท่านคนทรงให้เชิญองค์อารักษ์ที่ทักทาย
ทั้งสี่นางต่างยิ้มแล้วเยื้อนว่าจะรักษาทรามวัยเสียให้หาย
อันต้องเทพารักษ์ขี้มักร้ายให้กระวนกระวายละอายใจ
จะขับกล่อมจอมขวัญให้บรรทมอย่าปรารมภ์ร้อนจิตพิสมัย
พลางแย้มยิ้มหยิบกรับแล้วขับไปให้ต้องในน้ำจิตพระธิดา ฯ
๏ ว่าปางหลังยังมีเจ้าพราหมณ์น้อยโฉมแฉล้มแช่มช้อยดังเลขา
ทั้งผิวเหลืองเรืองรองดังทองทาเที่ยวเสาะหานุชนางมาทางไกล
เวลาค่ำน้ำค้างลงพร่างพร้อยพ่อโฉมงามพราหมณ์น้อยจะนอนไหน
สตรีงามสามภพไม่สบใจจะใคร่ได้ดอกฟ้าลงมาเชย
ถ้าแม้นเหมือนหมายมาดไม่คลาดแคล้วดังดวงแก้วแกมทองเจียวน้องเอ๋ย
น่าน้อยใจที่ไม่ไว้อาลัยเลยแล้วลงเอยอภิวันท์อัญชลี ฯ
๏ พระธิดาฟังขับให้จับจิตจะปกปิดป้องปัดก็บัดสี
จึงแสร้งว่าน่าแค้นแสนทวีน้อยหรือพี่ช่างคิดประดิษฐ์ครวญ
เหมือนฟื้นฝอยหาตะเข็บให้เจ็บจิตสมคบคิดกันพาข้าไปสวน
แล้วเป็นใจให้พราหมณ์มาลามลวนเห็นสมควรแล้วหรือพี่ทั้งสี่คน
จะกราบทูลบิตุรงค์ให้ทรงซักใครย้อนยักแยบคายเป็นสายสน
หรือพราหมณ์น้อยกลอยใจให้สินบนถ้าบอกจริงจึงจะพ้นที่โทษทัณฑ์ ฯ
๏ พี่เลี้ยงรู้จักใจไม่วิตกทำลูบอกอนิจจามาว่าฉัน
จะบอกความตามจริงทุกสิ่งอันเจ้าพราหมณ์นั้นเขาจะมาเป็นข้าไท
ให้พวกพี่นี้พามาถวายแต่ดีร้ายยังไม่เห็นเป็นไฉน
ถ้าไล่เลียงเที่ยงแท้แน่แก่ใจจึงจะได้ทูลความแม่ทรามเชย
น้อยไปหรือดื้อดึงไปถึงสวนจะแกล้งกวนก่อความเจ้าพราหมณ์เอ๋ย
แม่เมตตาอย่าทูลฉลองเลยเหมือนทรามเชยช่วยหลังไว้ครั้งนี้
ฉันผัดพอเช้าตรู่ประตูเปิดฟ้าผี่เถิดจะไปว่าน่าบัดสี
ไม่เจียมตัวกลัวเกรงพระบุตรีทำท่วงทีเหมือนกระต่ายตะกายดิน
มาพบแม่แต่ตัวเจ้าพราหมณ์น้อยหรือพี่พลอยองอาจประมาทหมิ่น
แม้นจ้วงจาบหยาบช้าเป็นราคินจะขับไปเสียให้สิ้นทั้งสี่นาย ฯ
๏ พระธิดาได้ความว่าพราหมณ์น้อยตามติดสอยสมจิตที่คิดหมาย
จึงกล่าวแกล้งแสร้งเสเพทุบายสักกี่ชายนั้นฉันไม่ทันดู
เห็นคนเดียวเที่ยวเดินเด็ดดอกรักเป็นเชิงชักปริศนาน่าอดสู
จะหม่อมน้องหรือหม่อมพี่ก็มิรู้ไปถามดูเถิดอย่าซักฉันนักเลย
มิเสียทีพี่คบพอครบถ้วนเป็นสี่ส่วนสมหน้าเจ้าข้าเอ๋ย
อุปถัมภ์ทำคุณจนคุ้นเคยจึงล่วงเลยลามมาเป็นน่าชัง
ถ้าพรุ่งนี้พี่ไปจะไต่ถามจงห้ามปรามสั่งสอนหล่อนเสียมั่ง
แม้นว่ากล่าวคราวนี้เธอมิฟังทำทีหลังแล้วจะทูลให้วุ่นวาย ฯ
๏ สี่พี่เลี้ยงเบี่ยงบิดประดิษฐ์แก้ฉันเป็นแต่จะช่วยพามาถวาย
ที่ผิวเหลืองเรืองรองนั้นน้องชายสมเป็นนายขอเฝ้าถึงเจ้ากรม
แต่พราหมณ์ใหญ่ไม่งามเหมือนพราหมณ์น้อยถ้าใช้สอยมะละกอก็พอสม
ถึงว่าฉันคบค้าสมาคมก็จะก้มหน้ารับอัประมาณ
แต่อย่าให้พราหมณ์น้อยนั้นพลอยผิดเธอตั้งจิตมาเป็นข้าน่าสงสาร
จงยกโทษโปรดไว้ใช้ราชการเมื่อเกียจคร้านจึงค่อยลดปลดบาญชี ฯ
๏ นางฟังคำทำเคืองชำเลืองค้อนยังกลับย้อนยักว่าน่าบัดสี
ถ้าขืนขัดก็อย่าเฝ้ามาเซ้าซี้หรือเห็นดีแล้วไม่ห้ามตามอารมณ์
แล้วสั่งให้ไขหีบหยิบสมุดนางทรงอ่านอุณรุทเมื่ออุ้มสม
สี่พี่เลี้ยงเคียงข้างแท่นบรรทมชวนกันชมสุรเสียงสำเนียงนาง ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อนฤเบศร์เกศกษัตริย์ดึกกำดัดยามสองยิ่งหมองหมาง
เผยพระแกลแลชมนภาภางค์จันทร์กระจ่างส่องฟ้าสุราลัย
พระดูเดือนเหมือนวงนลาฏน้องสัมผัสผ่องพาจิตพิสมัย
รื่นรื่นกลิ่นลำดวนรัญจวนใจเหมือนเข้าใกล้กลิ่นนางเมื่อกลางวัน
ให้เคลิ้มเคล้นเห็นเงาเสาตำหนักว่านงลักษณ์ลงขยับไปรับขวัญ
ไฉนน้องมองเมียงอยู่เพียงนั้นขอเชิญขวัญเนตรนั่งบัลลังก์รัตน์
แล้วเคียงเข้าเล้าโลมนางโฉมฉายพระกรกรายกอดเสาเข้าถนัด
เห็นผิดนางหมางฤทัยให้ฮึดฮัดจะใคร่ตัดเสาสับให้ยับเยิน
ได้ยินพราหมณ์สามคนเขาหัวร่อในใจคอคิดอายระคายเขิน
ทำเหลียวแลแก้เก้อไปตามเกินชม้ายเมินเมียงมาศาลากลาง
แกล้งลดเลี้ยวเที่ยวเดินดูไม้ดัดสารพัดสรรใส่ในกระถาง
พระเพ่งพิศคิดถึงคะนึงนางไม่เสื่อมสร่างอารมณ์สมประดี
เสียงจักจั่นจังหรีดวะหวีดแว่วเหมือนเสียงแก้วเกษรามารศรี
เที่ยวผันแปรแลหาแล้วพาทีขึ้นมานี่เถิดนะเจ้าเยาวมาลย์ ฯ
๏ ทั้งสามพราหมณ์ตามมองเห็นน้องรักละล่ำละลักลุ่มหลงน่าสงสาร
เข้าเคียงข้างทางปลอบประโลมลานพ่อเที่ยวป่านนี้ไยไม่ไสยา ฯ
๏ ศรีสุวรรณนั้นยังกำลังหลงคิดว่าองค์มิ่งมิตรขนิษฐา
ประโลมรูปรับขวัญจำนรรจาวาสนาเราทั้งสองเคยครองกัน
พราหมณ์หัวร่อพ่อแปลกพี่แล้วหรือพระหดมือเมินพักตร์แล้วผินผัน
ทำแก้เก้อเออพี่ที่ตรงนั้นปีศาจมันหลอนข้าตาวาววาว ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ว่าน่ากลัวแล้วหัวร่อพี่เห็นต่อจะเป็นผีสตรีสาว
ประจำองค์อนุชามาแต่เช้าจนดึกราวสองยามมาตามกวน ฯ
๏ เจ้าโมราว่าผีไม่มีดอกที่หลอนหลอกนั่นแหละเงาเจ้าของสวน
พอพรุ่งนี้พี่จะบนต้นลำดวนให้ช่วยชวนชาววังมาดังใจ ฯ
๏ พระฟังคำทำเมินดำเนินหนีมานั่งที่แท่นทองอันผ่องใส
เห็นสามพราหมณ์ตามมาจึงว่าไปประหลาดใจจริงน้องเหมือนต้องมนต์
ให้เห็นเขาเจ้าของห้องตำหนักมาถามทักแล้วก็หายไปหลายหน
พี่เอ็นดูฉันด้วยช่วยกันค้นนฤมลจะมาแฝงอยู่แห่งไร ฯ
๏ พราหมณ์ฟังเห็นยังเฟือนช่วยเตือนน้องเจ้าของห้องมิได้มาอย่าสงสัย
พี่บอกแล้วไม่เชื่อนั้นเหลือใจหนักอะไรจะเหมือนรักหนักอุรา
หลงอะไรจะเหมือนหลงทรงมนุษย์ที่โศกสุดเศร้าแสนเสน่หา
จนลืมตัวมัวหมองเพราะต้องตาต้องตรึกตราตรอมจิตเพราะปิดความ
บุราณว่าถ้าเหลือกำลังลากให้ออกปากบอกแขกช่วยแบกหาม
แม้นพ่อบอกออกบ้างไม่พรางความจะเป็นล่ามแก้ไขให้ได้การ ฯ
๏ พระฟังปลอบชอบชื่นค่อยฝืนพักตร์กำลังรักลืมอายหมายสมาน
จึงว่าพี่มีปัญญาปรีชาชาญช่วยคิดอ่านอนุกูลอย่าสูญใจ
เหมือนหนึ่งน้องต้องศรเสียบสลักจะฉุดชักก็ไม่อาจจะหวาดไหว
พี่ช่วยถอนศรโศกที่เสียบใจน้องจะได้ผ่อนพ้นทนทรมา ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ว่าอย่าทุกข์ไปเลยพ่อนางนกต่อของเรามีดีนักหนา
พรุ่งนี้เช้าเขาคงจะออกมาพ่อพูดจาฉอเลาะให้เราะราย
จะสอนสั่งสิ่งเดียวเกี้ยวผู้หญิงถ้าถึงจริงก็มักช้าประดาหาย
ให้หวานหวานไว้สักหน่อยค่อยสบายนี่แยบคายเจ้าชู้แต่บูราณ
พ่อรู้แต่งหนังสืออยู่หรือไม่จงแก้ไขคิดกลอนอักษรสาร
แม้นตอบต่อก็พอเห็นจะเป็นการอันพวกฉานนี้ไม่วางนางพี่เลี้ยง
แต่กีดขวางอย่างเดียวดอกเดี๋ยวนี้ด้วยหญิงสี่ชายสามเป็นความเถียง
พ่อโปรดด้วยช่วยเปรียบให้เรียบเรียงใครจะเคียงควรคู่กับผู้ใด ฯ
๏ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายตอบพี่ว่าชอบชี้ทางสว่างไสว
ทำไมกับกาพย์กลอนอย่าร้อนใจจะว่าให้ปลื้มจิตพระธิดา
อันชายสามหญิงสี่นี้ก็ยากจับฉลากนั้นแลพี่ดีนักหนา
สำรวลพลางทางหยิบกลีบจำปาเอานขาเขียนหนังสือเป็นชื่อนาง
แล้ววางไว้ให้สามพราหมณ์พี่เลี้ยงเจ้าพราหมณ์เสี่ยงทายขอที่คู่สร้าง
หยิบจำปามาพลิกขึ้นอ่านพลางเจ้าวิเชียรได้นางจงกลนี
ดูฉลากเลขาเจ้าสานนได้โฉมตรูอุบลรัศมี
ที่ของเจ้าโมราประภาวดีเหลือแต่ศรีสุดาน่าเสียดาย
ต่างหัวเราะเยาะหยอกว่านอกส่วนเราก็ควรจะประมูลทูลถวาย
แล้วสรวลเสเฮฮาประสาชายพระยิ้มพรายอายใจด้วยไม่เคย
จนยามสามพราหมณ์เตือนให้ไสยาสน์พระขึ้นอาสน์อิงแอบแนบเขนย
นึกประดิษฐ์คิดกลอนไม่นอนเลยพอลงเอยก็พอแจ้งแสงตะวัน
ให้ปั่นป่วนชวนพราหมณ์ทั้งสามพี่ไปอยู่ที่ต้นลำดวนในสวนขวัญ
คอยพี่เลี้ยงแลหาปรึกษากันเกษมสันต์สมคะเนด้วยเล่ห์ลม ฯ
๏ ฝ่ายพี่เลี้ยงพระธิดาเวลารุ่งต่างบำรุงราศีนั่งหวีผม
ค่อยสะกิดกรีดกริบตะไกรคมแล้วนุ่งห่มต่างต่างละอย่างกัน
เรียกบ่าวถือหีบหมากออกจากฉนวนพอถึงสวนฉายแสงพระสุริย์ฉัน
แกล้งส่งเสียงเคียงคลอจรจรัลทำเชิงชั้นกรีดกรายชม้ายเมียง
พอทั้งสามพราหมณ์แลประสบพักตร์ชิงกันทักเยาวมาลย์ประสานเสียง
เชิญมานี่หน่อยเถิดคะพระพี่เลี้ยงร่มพุมเรียงราบเลี่ยนเตียนสบาย ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างคำนับนั่งพับเพียบได้ระเบียบอยู่มิให้สไบขยาย
แล้วต่างยิ้มแย้มพลางทางภิปรายหม่อมสบายอยู่ด้วยกันหรือฉันใด
ฉันอยู่หลังตั้งแต่เสด็จกลับนอนไม่หลับหลากจิตคิดสงสัย
พ่อพราหมณ์น้อยพลอยเจ็บเป็นไข้ใจเคราะห์กระไรร้ายรวบประจวบกัน
แม้นหม่อมมีหยูกยาเมตตาด้วยเหมือนชุบช่วยชีวานุชาฉัน
ถ้าตลอดรอดฝั่งได้ดังนั้นจะส่งขวัญข้าวหมอให้พอการ ฯ
๏ พี่เลี้ยงยิ้มพริ้มพรายชม้ายค้อนทำเสียงอ่อนอนิจจาน่าสงสาร
จะทูลขอหมอหลวงมาอยู่งานแต่อาการเป็นอย่างไรจะใคร่รู้ ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์น้อยนึกสะเทินแล้วเมินหน้าจะพูดจามิใคร่ได้ให้อดสู
พี่เลี้ยงเตือนเชือนแลชำเลืองดูต่อเป็นครู่แล้วจึงตอบว่าขอบใจ
อันโรคของน้องนี้ไม่มีแผลให้เป็นแต่ขัดข้องไม่ผ่องใส
กลางคืนหนาวเช้าร้อนอ่อนฤทัยแม้นหม่อมไม่ชุบช่วยคงม้วยมิด
ถ้าทูลขอหมอหลวงได้เหมือนว่าเห็นโรคาจะค่อยคลายสบายจิต
แม้นแก้ไขไม่ตายวายชีวิตไม่ลืมคิดคุณพี่ทุกวี่วัน ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างว่าน่าสงสารช่างอ่อนหวานวอนวิงทุกสิ่งสรรพ์
วิบากกรรมจำเพาะเป็นเคราะห์ครันจนพวกฉันพลอยผิดเพราะปิดบัง
เมื่อวานนี้พระธิดาออกมาเล่นแลเขม้นเหมือนจะเถือเอาเนื้อหนัง
จึงกริ้วโกรธกลับไปเสียในวังแล้วตรัสสั่งให้ขอเฝ้าเข้ามาค้น
ฉันทูลแกล้งว่าจะมาสาพิภักดิ์นางโฉมยงทรงซักเอาเหตุผล
ว่าลูกเมียหม่อมมีสักกี่คนฉันก็จนจึงมาถามพ่อพราหมณ์น้อย
แม้นพรั่งพร้อมยอมอยู่เป็นขอเฝ้าจะให้เข้าเวรไว้ได้ใช้สอย
หรือมีห่วงบ่วงใยใครจะคอยมาหยุดพักสักหน่อยแล้วจะไป ฯ
๏ ศรีสุวรรณชั้นเชิงฉลาดแหลมทำยิ้มแย้มเยื้อนว่าอย่าสงสัย
ฉันพี่น้องท้องเดียวมาเที่ยวไกลอันห่วงใยยังไม่มีทั้งสี่คน
หมายพระนุชบุตรีเป็นที่พึ่งคิดรำพึงสารพัดจะขัดสน
เสด็จมาเที่ยวเล่นเห็นชอบกลนฤมลมองหาสุมาลี
ฉันเด็ดได้ดอกรักจักถวายนางชม้ายเมียงเมินดำเนินหนี
เสียน้ำใจเจ็บมาแต่ราตรีเดี๋ยวนี้พี่ว่าจะช่วยค่อยชื่นใจ
ช่วยทูลองค์พระธิดาว่าดีฉันจะผูกพันพึ่งพักจนตักษัย
ซึ่งโฉมยงทรงระแวงแคลงฤทัยฉันจะให้ทัณฑ์บนไว้จนตาย
พระว่าพลางทางตัดใบตองอ่อนมาเขียนกลอนกล่าวประโลมนางโฉมฉาย
จนลงเอยอ่านต้นไปจนปลายไม่คลาดคลายถูกถ้วนแล้วม้วนตอง
เอาโศกแซมแกมรักสลักหนามเหมือนบอกความรักนางว่าหมางหมอง
พี่เลี้ยงรับพับใส่ไว้ในซองแล้วว่าน้องหวังพี่เป็นที่อิง
ทุกวันนี้มีผ้าจำเพาะผืนถ้ากลางคืนหนาวก็ได้แต่ไฟผิง
ถ้าแม้นหม่อมกรุณาเมตตาจริงช่วยว่าวิงวอนทูลพระธิดา
ประทานสีที่ห่มมาชมสวนควรมิควรขอประทานซึ่งโทษา
แล้วถอดธำมรงค์ครุฑบุษราฝากถวายพระธิดาวิลาวัณย์ ฯ
๏ พี่เลี้ยงรับแหวนน้อยชม้อยยิ้มเห็นหงิมหงิมลิ้นลมช่างคมสัน
จึงแกล้งว่าช้าสักสองสามวันถ้าแม้นฉันได้ช่องจะลองทูล
ปรารถนาผ้าผ่อนแต่เพียงนี้เห็นท่วงทีก็จะได้คงไม่สูญ
ค่อยอยู่เถิดฉันจะลาอย่าอาดูรได้กราบทูลแล้วจะออกมาบอกความ
แล้วสี่นางต่างจัดซองสลาทอดผ้าป่าเรียงวางไว้กลางสนาม
พลางยิ้มพรายชายตาลาเจ้าพราหมณ์เรียกบ่าวตามกลับหลังเข้าวังใน ฯ
๏ ขึ้นปราสาทพระบุตรีทั้งสี่นางเข้าเคียงข้างแท่นทองอันผ่องใส
ถวายแต่ส้มพวงดวงดอกไม้แล้วใส่ไคล้ทูลความถึงพราหมณ์น้อย
ไปพบที่ต้นลำดวนในสวนขวัญฉันรุมกันต่อว่าจนหน้าจ๋อย
ไม่ทุ่มเถียงทำแต่แลชม้อยช่างเรียบร้อยราบคาบไม่หยาบคาย
ว่าที่จริงนั้นจะมาสาพิภักดิ์ได้ดอกรักจักใคร่ได้ถวาย
แม้นแม่ไม่เมตตาก็ท่าตายขอถวายชีวาไม่อาลัย
ดูท่วงทีกิริยามารยาทมิใช่ชาติพราหมณ์เทศข้างเพศไสย
ชะรอยหน่อกษัตรามาแต่ไกลเพราะจะใคร่เป็นขอเฝ้าเยาวมาลย์
จะขับไล่ไปเสียให้พ้นสวนเธอคร่ำครวญวอนว่าน่าสงสาร
จะให้อยู่ที่นี่ก็ขี้คร้านจะโปรดปรานเป็นไฉนจะใคร่รู้ ฯ
๏ พระบุตรีฟังเล่าก็เศร้าสร้อยกลัวโฉมงามพราหมณ์น้อยจะอดสู
เธอแก้ไขไม่เป็นน่าเอ็นดูจึงว่าพี้นี้ไปขู่เขาทำไม
เป็นชีพราหมณ์หยามหยาบก็บาปปากเพระพวกมากเธอจึงต้านทานไม่ไหว
ซึ่งพี่ว่าเป็นกษัตริย์สันทัดใจคิดสำคัญฉันใดจะใคร่ฟัง
ว่าจู้จี้ขี้คร้านฉานสงสัยหรือว่าใครกล่าวขวัญถึงฉันมั่ง
เล่าแถลงแจ้งจิตอย่าปิดบังจะขอฟังลิ้นลมคารมพราหมณ์ ฯ
๏ พี่เลี้ยงฟังโฉมยงเจ้าทรงซักทำเยื้องยักยำเยงเหมือนเกรงขาม
แล้วแกล้งว่าอดสูดูไม่งามเป็นควันวามกลัวจะปิดไม่มิดเปลว
ถ้าทราบถึงบิตุรงค์ให้ลงโทษเสียประโยชน์หญ้าแพรกจะแหลกเหลว
ซึ่งเห็นความว่ามิใช่เป็นไพร่เลวเพราะองค์เอวอ้อนแอ้นระโอดองค์
ช่างระทวยสวยทรงสังวาลรัตน์เครื่องกษัตริย์สุริย์ชาติราชหงส์
นึกจะทูลโฉมงามแต่ตามตรงกลัวจะทรงกริ้วโกรธลงโทษทัณฑ์ ฯ
๏ พระธิดาว่าน้อยไปหรือพี่พูดเช่นนี้น่าเบื่อไม่เชื่อฉัน
ทำย้อนยอกหลอกลวงเพราะหวงกันเถิดเช่นนั้นแล้วก็ไม่พอใจฟัง
ฉวยบุปผามาลีขยี้ทิ้งพี่เลี้ยงชิงไปเสียสิ้นก็ผินหลัง
ทั้งสี่นางต่างเข้าเคียงบัลลังก์แล้วว่าตั้งแต่นี้ไปฉันไม่พราง
ถึงตื้นลึกหนักเบาจะเล่าแจ้งอย่านึกแหนงเลยพระน้องจะหมองหมาง
เจ้าพราหมณ์น้อยนึกถึงคะนึงนางวันนี้ร่างเรื่องสารให้ฉานมา
กับธำมรงค์วงน้อยเพชรรัตน์เป็นกษัตริย์แล้วนะแม่แน่หนักหนา
แล้วหยิบของสองสิ่งที่ซ่อนมาทูลถวายพระธิดาพะงางาม ฯ
๏ นางโฉมยงทรงหยิบใบตองอ่อนเห็นโศกซ้อนแกมรักสลักหนาม
ก็แจ้งจิตปริศนาปัญญาพราหมณ์แกล้งนิ่งความคลี่สารออกอ่านพลัน
ในสารศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์บุรีรัตนามหาศวรรย์
สวาทหวังพระธิดาวิลาวัณย์สู้เดินดั้นดงแดนแสนกันดาร
พยายามข้ามมหามหรณพหวังประสบวรนุชสุดสงสาร
มาอาศัยในสวนอุทยานบุญบันดาลดลจิตพระธิดา
เผอิญให้โฉมงามทรามสวาทมาประพาสชมพรรณบุปผา
พี่ยลยอดเยาวเรศเกษราช่างโสภานิ่มน้องละอองนวล
ประไพพริ้มนิ่มน้อยกลอยสวาทดังนางในไกรลาสมาเล่นสวน
เสด็จกลับลับไปให้รัญจวนเฝ้าอักอ่วนอาวรณ์ร้อนฤทัย
ด้วยยามยากจากเมืองมามุ่งหมายดังกระต่ายเต้นแลดูแขไข
ครั้นเดือนดับลับเหลี่ยมเมรุไกรโอ้อาลัยเหลือแลชะแง้คอย
เหมือนอกพี่ที่แสนเสน่ห์นุชเห็นสูงสุดที่จะได้สิ่งใดสอย
ถ้าได้ดวงดอกฟ้าลีลาลอยก็จะค่อยประคองนวลสงวนเชย
จึงแต่งสารเสี่ยงทายถวายแหวนใบตองแทนแผ่นทองพระน้องเอ๋ย
ถ้าแม้นมาตรชาติก่อนเป็นคู่เคยขอให้เผยพจนารถประภาษมา
แม้นแม่ไม่อนุกูลสูญสวาทเห็นสิ้นชาติชีวังจะสังขาร์
จะเอากรุงรมจักรนัคราเป็นป่าช้าสุมเพลิงเชิงตะกอน
ขอเชิญนุชบุตรีปรานีสนองอย่าหม่นหมองหมางรักในอักษร
ช่วยชี้ชอบตอบถ้อยสุนทรวอนให้วายร้อนที่วิตกในอกเอย ฯ
๏ พี่เลี้ยงฟังอ่านสารหวานเสนาะช่างฉอเลาะเหลือดีเจ้าพี่เอ๋ย
ไม่หยามหยาบราบเรียบช่างเปรียบเปรยพระน้องเอ๋ยทรงตอบให้ชอบกล
แล้วว่าโศกแซมรักสลักหนามของพ่อพราหมณ์ทำมาน่าฉงน
ทำซักไซ้ไต่ถามทั้งสามคนนฤมลหมางเมินสะเทิ้นที
ว่าไม่รู้หรือขาปริศนาพราหมณ์เขาบอกความโศกสลักว่ารักพี่
นางหยิบแหวนมาดูรู้ว่าดีน้ำมณีใสสุดบุษรา
เอาสวมใส่นิ้วนางพลางดำรัสเพชรรัตน์วงนี้ดีหนักหนา
น้องจะขอซื้อไว้ให้ราคาเป็นเงินตราสักเท่าไรไม่เสียดาย
แต่เพลงยาวหยาบช้าฉันน่าแค้นจะตอบแทนเสียให้สมอารมณ์หมาย
พลางคลี่สารอ่านซ้ำคำภิปรายแล้วบ่นว่าน่าอายอดสูใจ ฯ
๏ ทั้งสี่นางต่างปลอบตอบสมรเธอทุกข์ร้อนเล่าแจ้งแถลงไข
ชอบมิชอบตอบเล่นก็เป็นไรไว้อาลัยล่อลวงดูท่วงที
อันธำมรงค์วงนั้นฉันถวายไม่ซื้อขายขอเปลี่ยนภูษาศรี
ที่ทรงไปอุทยานเมื่อวานนี้เหมือนให้พี่ผ่อนพ้นทนทรมา
นางโฉมฉายอายใจทำไขสือพี่รักหรือจะให้ห่มให้สมหน้า
แต่จะขอคำมั่นจงสัญญาอย่าเอาผ้าฉันไปให้ใครเลย
แล้วเปลี่ยนเปลื้องริ้วทองออกกองไว้ฉันห่มไปผืนนี้แหละพี่เอ๋ย
พี่เลี้ยงรับพับจีบแล้วชมเชยเป็นบุญเคยทำไว้เห็นไม่ตาย
ถึงน้ำค้างพร่างพรมแลลมว่าวอนาถหนาวห่มผ้าก็ท่าหาย
นางโฉมยงยิ้มเมินสะเทิ้นอายค่อยเลียบชายถามไถ่มิให้ดัง
ครั้นค่ำลงทรงกลอนอักษรสนองเขียนจำลองลงแผ่นกระดาษหนัง
ให้หักใบเต่าร้างที่กลางวังมาห่อทั้งดอกรักอักขรา ฯ
๏ พอรุ่งแจ้งแสงทองส่องสว่างทั้งสี่นางนุ่งสุหรัดแล้วผัดหน้า
เอาสารซ่อนใส่กลีบในหีบงากับทั้งผ้ากรองทองของสำคัญ
ร้องเรียกหาข้าสาวแต่เช้าตรู่ออกประตูเดินด่วนไปสวนขวัญ
พอประสบพบพราหมณ์อยู่พร้อมกันศรีสุวรรณยิ้มย่องแล้วร้องเชิญ
พวกพี่เลี้ยงเรียงนั่งริมต้นแก้วคำนับแล้วยิ้มพรายระคายเขิน
กำลังฉันหิวโหยแต่โดยเดินพอเชื้อเชิญชื่นใจกระไรเลย
แต่ก่อนไซร้ไม่เห็นเหมือนเช่นนี้มิพอที่หนีนั่งเอนหลังเฉย
ทั้งสี่นางต่างหัวเราะทำเยาะเย้ยพลางเปรียบเปรยบอกความเจ้าพราหมณ์พลัน
ธำมรงค์วงนั้นฉันถวายนางโฉมฉายซักไซ้จนไก่ขัน
จึงประทานกรองทองของสำคัญเป็นรางวัลที่ที่พ่อมาสาพิภักดิ์
แล้วเปิดหีบหยิบของออกส่งให้จะลาไปก่อนแล้วคะธุระหนัก
ทั้งสามพราหมณ์ตามส่งด้วยจงรักแล้วชวนชักนารีทั้งสี่คน
เที่ยวชมสวนชวนเก็บบุปผชาติเดียรดาษดอกดวงเป็นพวงผล
ดอกชงโคโยทะกาเจ้าสานนช่วยเก็บให้นางอุบลบังอร
เจ้าโมรากรีดเล็บเก็บจำปีให้ประภาวดีศรีสมร
เจ้าวิเชียรเก็บกระถินกลิ่นขจรกับพุดซ้อนตามส่งให้จงกล
ศรีสุดานั้นไม่ได้ดอกไม้ด้วยดูเขินขวยคิดเห็นไม่เป็นผล
นางค้อนเพื่อนเคืองพราหมณ์ทั้งสามคนออกเดินบ่นเบือนหน้าไม่พาที
ทั้งสามพราหมณ์ตามเด็ดดอกไม้ให้นางแค้นใจฉวยฉีกแล้วหลีกหนี
นางประภาอุบลจงกลนีต่างยินดีเดินกรายเที่ยวร่ายไป ฯ
๏ พี่เลี้ยงพราหมณ์ตามนางไม่ห่างเหินแล้วหยอกเอินรอเรียงเข้าเคียงไหล่
เห็นลับลับจับต้องทำลองใจนางผลักไสข่วนหยิกทำพลิกแพลง
ศรีสุดาหน้าเง้าเที่ยวเซ้าซี้จะอยู่นี่แล้วหรือเจ้าจึงเฝ้าแฝง
เที่ยวเก็บเล็มเต็มห่อให้พอแรงยังจะแกล้งชักช้าน่ารำคาญ
ทั้งสามนางต่างว่าน่าหัวร่อเพราะไม่พอจึงได้วุ่นเที่ยวงุ่นง่าน
อย่าเปรียบเปรยเลยแน่แม่แหพานจะต้องการก็มาเอาของเราไป
ศรีสุดาว่าเจ้าเอาเถิดแม่ข้าเป็นแต่นอกส่วนไม่ควรได้
จงแบ่งปันกันชมให้สมใจดิฉันไม่ชิงช่วงอย่าหวงกัน
คอหอยเดียวเจียวหม่อมช่างพร้อมหน้าออกรุมท้าคารมล้วนคมสัน
ยังอยู่อีกไหนเล่าหรือเท่านั้นมาช่วยกันเถียงเล่นก็เป็นไร
น่าเจ็บอกยกแรกสิแปลกเพื่อนจะตักเตือนฉุดลากไม่อยากไหว
เจ้าค่อยอยู่เถิดข้าจะลาไปมาเรียกหาข้าไทแล้วไคลคลา
ทั้งสามนางต่างว่าต่อหน้าพราหมณ์คงเกิดความแล้วนะแม่แน่หนักหนา
นี่เนื้อเคราะห์เพราะหลงด้วยมาลาพระธิดารู้เรื่องจะเคืองครัน ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ว่าน่าแสนสงสารน้องถ้าแม้นต้องโทษพี่จะทำขวัญ
เอ็นดูด้วยช่วยกระเตื้องที่เรื่องนั้นให้ถึงกันเสียรู้แล้วเถิดแก้วตา
ทั้งสามนางต่างว่าอย่าปรารภจะให้สบสมมาดปรารถนา
น่ารำคาญป่านนี้ศรีสุดาจะไปว่าอย่างไรที่ในวัง
ค่อยอยู่เถิดฉันจะลาช้าไม่ได้จะสงสัยซ้ำร้ายเมื่อภายหลัง
แล้วลุกมาหาบ่าวพวกชาววังไม่รอรั้งรีบไปจะให้ทัน ฯ
๏ ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามนายสบายจิตผู้หญิงติดต่างชวนกันสรวลสันต์
บ้างบ่นว่าถ้าแม้นมิกีดกันจะได้ฉันหวานหวานสำราญใจ
แล้วยิ้มพรายบ่ายหน้ามาหาน้องเห็นห่มกรองกริ่มจิตพิสมัย
เข้าเคียงข้างต่างว่าผ้าสไบข้าจำได้แน่นักประจักษ์ตา
นางโฉมยงทรงห่มมาชมสวนยังหวนหวนหอมกรุ่นอุ่นหนักหนา
พลางหัวเราะเยาะหยันจำนรรจาไหนสาราเล่าพ่อจะขอชม ฯ
๏ ศรีสุวรรณกลั้นยิ้มเยื้อนสนองวันนี้น้องได้แต่ผ้าออกมาห่ม
ส่วนพี่พราหมณ์ตามติดได้ชิดชมต่อจะสมปรารถนาจึงช้านาน
สำรวลพลางทางหยิบกระดาษหนังพี่จะฟังหรือกลอนอักษรสาร
คำคารมสมทรงของนงคราญแล้วทรงอ่านให้สามเจ้าพราหมณ์ฟัง ฯ
๏ ศุภสารฉานสนองใบตองอ่อนซึ่งวิงวอนว่าไม่ขาดสวาทหวัง
ก็ขอบใจไมตรีดีกว่าชังไม่ปิดบังบอกวงศ์พงศ์ประยูร
อันบุรีรัตนามหาศวรรย์สารพันโภไคยทั้งไอศูรย์
แสนสมบัติสตรีบริบูรณ์ย่อมเพิ่มพูนผาสุกทุกเวลา
ไฉนต้องท่องเที่ยวแสวงคู่น่าอดสูเสียเดชพระเชษฐา
ซึ่งเสี่ยงทายหมายมาดสวาทมามิเมตตาชีวันจะบรรลัย
ทั้งรำพันสรรเสริญเห็นเกินนักถึงจะรักก็ไม่รักจนตักษัย
ที่ข้อนั้นครั้นจะเชื่อก็เหลือใจเขาว่าไว้หวานนักก็มักรา
ถ้ารักนักมักหน่ายคล้ายอิเหนาต้องจากเยาวยุพินจินตะหรา
แม้นพระองค์ทรงเดชเจตนาจงตรึกตราตรองความตามบุราณ
เสด็จกลับกรุงไกรไอศวรรย์จึงจัดสรรทูตถือหนังสือสาร
มาทูลองค์ทรงศักดิ์จักรพาลโปรดประทานก็จะได้ดังใจจง
ซึ่งจะลอบชอบชิดพิสมัยเห็นจะไม่เหมือนจิตคิดประสงค์
ทูลแถลงแจ้งความแต่ตามตรงพระโฉมยงอย่าได้อางขนางเอย ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ฟังนั่งชมว่าคมสันดูเชิงชั้นชูเชิดไม่เปิดเผย
พ่อคิดปลอบตอบความนางทรามเชยให้หลงเลยลอยฟ้าลงมามือ ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางถามทั้งสามพี่รักเต่าร้างอย่างนี้ห่อหนังสือ
ฉันแคลงจิตปริศนาช่วยหารือจะรักหรือว่าจะร้างเป็นอย่างไร ฯ
๏ เจ้าโมราว่าพ่อให้ดอกรักนางนงลักษณ์ตอบความตามสงสัย
ว่าสมรักแล้วจะร้างให้ห่างไปพ่อแก้ไขคิดปลอบให้ชอบที ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสว่าปัญญาว่องเห็นถูกต้องปริศนาปัญญาพี่
จะตอบความทรามวัยอย่างไรดีแกล้งเซ้าซี้ซักถามทั้งสามชาย ฯ
๏ ฝ่ายนารีศรีสุดามาถึงวังยังกำลังดาลเดือดไม่เหือดหาย
เข้าในห้องตรองตรึกให้นึกอายโอ้อกกูผู้ชายไม่ชอบใจ
เสียแรงแต่งแป้งขมิ้นสิ้นสักพ้อมน้ำมันหอมน้ำมันดิบสักสิบไห
ไหนจะสู้ทนเจ็บให้เก็บไรค่าตะไกรของเขาถึงสลึงเฟื้อง
ผู้ชายไม่ชอบตาไม่น่าแต่งเอาเครื่องแป้งทิ้งขว้างเสียงปร่างเปรื่อง
ทุบตลับเล็กน้อยต่อยขวดเฟืองให้แค้นเคืองสามพราหมณ์กับสามนาง
มิคลึงเคล้าเล้าโลมอยู่แล้วหรือสนุกมือแล้วไม่มีที่กีดขวาง
คิดจะใคร่ไปฟ้องก็ต้องค้างจะอำพรางปิดงำไว้ทำไม
หุนโมโหโกรธาทำหน้าเง้าเข้าไปเฝ้าพระธิดาอัชฌาสัย
นางกษัตริย์ตรัสถามเป็นความในเป็นกระไรเร็วมากว่าทุกวัน
พี่ประภาจงกลอุบลเล่าเชือนไปไหนไม่เข้ามาหาฉัน
ศรีสุดาว่าสามนางงามนั้นยังผูกพันอยู่กับพราหมณ์ทั้งสามนาย
แต่คอยท่ากว่าสามหม้อข้าวสุกไปเที่ยวซุกซ่อนเร้นไม่เห็นหาย
ครั้นตามเตือนกลับว่าให้น่าอายช่างทำขายบาทาฝ่าธุลี ฯ
๏ นางโฉมยงทรงฟังให้คั่งแค้นจึงว่าแสนสารพัดจะบัดสี
ถ้าว่าเป็นอย่างนั้นแล้ววันนี้ให้ฟ้าผี่เถิดสินะไม่ละกัน
แล้วซักไซ้ศรีสุดาว่าให้แน่หรือเป็นแต่พูดเล่นพอเห็นขัน
ถ้าจริงจังดังว่าสารพันอย่ากลับคืนยืนยันให้มั่นคง ฯ
๏ ศรีสุดาว่าฉันไม่กลอกกลับประภากับโมราต้นกาหลง
อุบลกับสานนต้นประยงค์วิเชียรจงกลซุ่มพุ่มแกแล
เจ้าผู้ชายเคียงข้างนางผู้หญิงทำอ้อยอิ่งอ่อนคอประจ๋อประแจ๋
จนโอ้โลมแล้วเป็นไรจะไม่แท้ถ้าพูดแก้แล้วจะใส่เสียให้เยิน ฯ
๏ พระบุตรีเห็นจริงทุกสิ่งสิ้นยิ่งขุ่นคิ่นคิดอายระคายเขิน
จะหาญหักนักเล่าเขาคนเดินนางนิ่งเมินพักตราไม่พาที ฯ
๏ ฝ่ายสามนางกัลยามาถึงวังตรงขึ้นยังปรางค์มาศปราสาทศรี
เข้าเฝ้าองค์นงนุชพระบุตรีเห็นเทวีค้อนเคืองชำเลืองแล
ก็รู้แน่ว่าเขาฟ้องจะต้องถามแกล้งยกความศรีสุวรรณประกันแก้
พ่อพราหมณ์น้อยน่าชังทำรังแกจะมาแต่ไหนไหนมิให้มา
เฝ้าซักไซ้ไต่ถามไม่รู้จบประเดี๋ยวรบให้ช่วยทูลวุ่นนักหนา
แล้วเที่ยวเด็ดดอกระกำกับจำปาถวายมาตามจนคนเข็ญใจ ฯ
๏ พระบุตรีฟังความเจ้าพราหมณ์น้อยให้ละห้อยหวนคิดพิสมัย
ที่กริ้วโกรธกลับลืมด้วยปลื้มใจยิ้มละไมในหน้าแล้วพาที
ฉันกินน้ำสำลักถึงสามหนเพราะมีคนนินทาน่าบัดสี
ไม่รู้แล้วเลยเฝ้าแต่เซ้าซี้เธอสั่งพี่เข้ามาว่ากระไร ฯ
๏ ทั้งสามนางต่างตอบให้ชอบชื่นเธอว่าคืนนี้นอนไม่หลับใหล
คิดคะนึงถึงสร้อยสุมาลัยทำไฉนจะได้เฝ้าเยาวมาลย์
แล้วก็ว่าถ้าแม้นมิโปรดช่วยจะมอดม้วยมรณาน่าสงสาร
แม้นมาได้ก็จะมาพยาบาลช่วยอยู่งานนวดฟั้นให้บรรทม
ทั้งรำพันสรรเสริญว่ารูปโฉมงามประโลมควรถนอมเป็นจอมสนม
ทั้งสามนางต่างคิดประดิษฐ์ประดมด้วยเล่ห์ลมลวงล่อให้พอคลาย ฯ
๏ ศรีสุดานั่งอยู่นั่นกลั้นไม่ได้เขาร่ำไรเรื่องพราหมณ์จนความหมาย
นางโฉมยงหลงเชื่อเบื่อจะตายให้วุ่นวายว่านี่แน่อย่าแปรปรวน
เจ้าพราหมณ์น้อยอ่อนห้ามหรือพราหมณ์ใหญ่เข้าเคียงไหล่โลมนางอยู่กลางสวน
ทำเกลียวกลมสมยอมซ้อมสำนวนมาก่อกวนเกาแก้ที่แผลคัน
สมคะเนเล่ห์กลแม่คนโปรดถึงกริ้วโกรธกลับหยุดสุดขยัน
สามพี่เลี้ยงเถียงทุ่มช่วยรุมกันเออกระนั้นฉันแลช่างแก้ตัว
จะมีชู้ผู้ชายเขาไม่เกี้ยวจึงโกรธเกรี้ยวโกรธาเป็นบ้าผัว
แม่คนดีศรีผ่องไม่หมองมัวข้าคนชั่วช่างข้าอย่าว่าเลย ฯ
๏ ศรีสุดาเดือดใจดั่งไฟสุมชะช่างรุมกันแก้อุแม่เอ๋ย
ข้ารูปชั่วจึงผู้ชายไม่หมายเชยอย่าเปรียบเปรยเลยเจ้าข้าเข้าใจ
เจ้ารูปงามสามนางสำอางโฉมจะโอ้โลมเล่นประชันกันก็ได้
ล้วนร่วมรักร่วมรู้คู่ฤทัยไม่ถึงใจก็เห็นเจียนจะเปลี่ยนตัว ฯ
๏ พระบุตรีกริ้วกราดตวาดว่านี่ใครหามาให้พี่ตีหมากผัว
เฝ้าหวงหึงอึงไปช่างไม่กลัวไม่มีชั่วตัวดีทั้งสี่คน
อย่าทะเลาะกันที่นี่ให้มี่ฉาวไปว่ากล่าวถากถางกันกลางถนน
เหมือนไก่เห็นตีนงูเขารู้กลมาพลอยปนแปดข้าน่ารำคาญ ฯ
๏ ทั้งสามนางต่างคนเห็นกริ้วโกรธทูลขอโทษโทษาไม่ว่าขาน
ศรีสุดายังไม่เหือดที่เดือดดาลต้องรุกรานร้องไห้ฟายน้ำตา
จะพูดจริงเป็นเท็จเข็ดแล้วแม่เถิดตั้งแต่นี้ไปฉันไม่ว่า
ถึงใครใครจะทำให้ตำตาไม่พูดจาให้ทราบหลาบจนตาย
แล้วแหวกม่านคลานออกมานอกฉากยังคันปากยิบอยู่ไม่รู้หาย
เข้าในห้องหมองใจไม่สบายเอามือก่ายพักตร์นอนสะท้อนทุกข์
คิดถึงพราหมณ์สามนายที่หมายมาดมาแคล้วคลาดคลั่งใจไม่เป็นสุข
ให้หนาวหนาวร้อนร้อนนอนแล้วลุกประเดี๋ยวจุกประเดี๋ยวจับไม่หลับเลย ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์โทมนัสนึกนิ่งพิงเขนย
สงสารพราหมณ์ความค้างจะห่างเชยโอ้อกเอ๋ยอาภัพอัประมาณ
ให้คิดแค้นเคืองสี่นางพี่เลี้ยงมาทุ่มเถียงทำฉาวให้ร้าวฉาน
จะได้ใครไปแทนแสนรำคาญเยาวมาลย์ไม่สบายมาหลายวัน ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ