ตอนที่ ๔๑ นางสุวรรณมาลีหึงหน้าป้อม

๏ ส่วนสุวรรณมาลีศรีสมร สุดสาครคลาดคล้อยเฝ้าคอยหา
แต่ราตรีมิได้วายฟายน้ำตา อยู่พลับพลาริมทุ่งจนรุ่งเช้า
นั่งชะแง้แลตะลึงรำพึงคิด หรือไปติดปมเชือกตามเถือกเถา
หรือพระจะแกล้งพรากไปจากเรา ยิ่งคิดเศร้าเสียใจอาลัยแล
ไม่แต่งองค์ทรงเสวยให้เลยอิ่ม ความแค้นปริ่มเป็นฝีเขาตีแผล
แต่กลืนน้ำช้ำพระศอให้ท้อแท้ เหมือนอยู่แต่กายสิ้นซึ่งวิญญาณ์ ฯ
๏ พอเหลือบเห็นหัสไชยมาใกล้ทัพ นางแลรับลูกเธอชะเง้อหา
ไม่เห็นหนจนกุมารคลานเข้ามา บนพลับพลากราบก้มบังคมคัล
แล้วทูลความตามเข้าไปมิได้แก้ พระพี่แพ้ผู้หญิงทิ้งหม่อมฉัน
ไปสมสู่อยู่กับอีลาลีวัน แล้วรำพันถึงเสน่ห์ทำเล่ห์กล ฯ
๏ มเหสีตีทรวงเสียงผางผาง น้ำเนตรพร่างพรายพร้อยดังฝอยฝน
ชิชะอีฝรั่งมันขลังมนต์ เหมือนผูกคนขังไว้ที่ในกรง
โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของเมียเอ๋ย กระไรเลยฟั่นเฝือเห็นเหลือหลง
ให้พลอยทุกข์ลูกเต้าทั้งเผ่าพงศ์ ทั้งเสียองค์ไอศวรรย์เพราะวัณฬา
ทีนี้หมดมดหมอไม่หลอเหลือ เห็นสิ้นเชื้อสุริย์วงศ์เผ่าพงศา
แม้มิห่วงดวงจิตด้วยธิดา จะกลืนยาพิษให้บรรลัยลาญ
อยู่เป็นคนทนอายนั้นหลายอย่าง ธุระพ่างเพียงระบมด้วยคมขวาน
ยิ่งคิดแค้นแม้นกายจะวายปราณ คำโบราณว่าเอาชื่อให้ลือชา
จะดื้อดึงถึงสถานพระผ่านเกล้า ตบอีเจ้ายาแฝดแพศยา
มิให้ปะก็จะพังเมืองลังกา เข้าไปหาให้ได้พบประสบองค์
แม้ไม่เลี้ยงเที่ยงแท้แล้วแม่นี้ ถวายชีวีตามความประสงค์
จะเชือดคอให้ตายทำลายลง จำเพาะตรงพักตราพระสามี ฯ
๏ แล้วสั่งพราหมณ์สามนายอยู่ค่ายใหญ่ เราจะไปรบพุ่งชาวกรุงศรี
ทหารเราชาวผลึกล้วนฝึกดี ช่วยกันตีชาวลังกาอย่าช้านาน
พวกผู้หญิงยิงธนูเคยสู้รบ แต่งสมทบทัพด้วยช่วยทหาร
ทั้งสาวสาวเหล่ากำนัลพนักงาน ที่จัดจ้านเอาไปด้วยได้ช่วยกู
จะฝีมือหรือฝีปากไม่อยากพรั่น มึงช่วยกันรุมทะเลาะให้เพราะหู
ให้เลื่องลือชื่อเราชาวชมพู คงจะสู้ทนเจ็บจนเย็บตา ฯ
๏ ฝ่ายหญิงชายชาวพหลพลผลึก อึกทึกแต่งกายทั้งซ้ายขวา
ถือทวนง้าวหลาวแหลนแสนสาตรา แล้วผูกม้าพระที่นั่งบัลลังก์รถ
อภิรุมชุมสายลายจำรัส มยุรฉัตรกรรชิงทั้งกลิ้งกลด
พวกสตรีสี่ร้อยคอยประณต อยู่ริมรถถือธนูเป็นคู่เคียง
ทั้งสามสาวเจ้าคารมหาส้มเปรี้ยว ไปขับเคี่ยวคอแห้งได้แต่งเสียง
ล้วนจ้านจัดหัดซ้อมไว้พร้อมเพรียง ทหารเรียงรายริ้วเป็นทิวธง ฯ
๏ ฝ่ายสุวรรณมาลีศรีสวัสดิ์ ให้กษัตริย์สามพี่น้องเข้าห้องสรง
ประดับเครื่องเรืองอร่ามทั้งสามองค์ ส่วนนางทรงเครื่องเก่าเศร้าวิญญาณ์
ชวนบุตรีพี่น้องกับหน่อนาถ ขึ้นทรงราชรถแก้วแววเวหา
พระหน่อน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา นั่งอยู่หน้ารถก้มประนมกร
ให้เดินทัพขับพลพหลโห่ ทหารโล่เขนดั้งหน้าหลังสลอน
ประโคมฆ้องกลองแห่สังข์แตรงอน เสียงสะท้อนสะท้านทุ่งมากรุงไกร ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังกาบนหน้าที่ เห็นโยธีธงทิวปลิวไสว
เป็นทัพศึกกึกก้องมีกลองชัย พวกนายไพร่ขึ้นพร้อมป้อมเสมา
ปิดประตูบูรีคลี่ธงรบ เตรียมอยู่ครบครั่นครื้นเครื่องปืนผา
คอยรับสู้หมู่หมวดเที่ยวตรวจตรา ให้เขามารบก่อนจึงรอนราญ ฯ
๏ ฝ่ายทัพพระมเหสีถึงที่ป้อม สะพรั่งพร้อมซ้ายขวาโยธาหาญ
หยุดรถทรงตรงพลับพลานอกปราการ สั่งกุมารหน่อกษัตริย์หัสไชย
พ่อเคยเข้าเฝ้าองค์พระทรงฤทธิ์ ช่วยทูลกิจจาแจ้งแถลงไข
จะขอเข้าเฝ้าพระภูวไนย แม้นมิให้พบพระองค์จะสงคราม ฯ
๏ กุมาราว่าขอรับอภิวาท ลงจากราชรถเสด็จไม่เข็ดขาม
บอกฝรั่งนั่งประตูต่างรู้ความ ไม่ห้ามปรามเปิดให้เข้าในวัง
ตรงขึ้นบนมนเทียรทูลฉลอง ให้ทราบสองกษัตริย์ตามเนื้อความหลัง
ไม่ให้เฝ้าคราวนี้ก็มิฟัง จะรบพังประตูเข้าบูรี
พระอภัยใหลหลงทรงพระสรวล เฝ้ารบกวนเกเรมเหสี
ให้พวกเราเข้าสู้ดูสักที ไหนจะตีเข้ามาได้ในประตู ฯ
๏ นางละเวงเกรงศึกที่ฮึกหึง จะอื้ออึงอัปยศให้อดสู
คิดผ่อนปรนกลศึกฝึกต่อครู จะลองสู้ศึกรักให้หักทบ
ออกรับหน้าพาผัวไปยั่วเล่น ขี้หึงเห็นใจจะหมองต้องสลบ
แล้วเสแสร้งแกล้งว่าเขามารบ จะใคร่พบภูวไนยจงไปรับ
แม้จะรักครองสัตย์จงตัดเขา มิโปรดเกล้ายั่งยืนจงคืนกลับ
จะตามไปให้เห็นกายนางนายทัพ ได้ยินกับสองหูดูกับตา
หรือว่าพระจะไม่ไปอย่างไรเล่า พลางหยิกเพลาเป่ามนต์ดลคาถา
พระโอนอ่อนผ่อนผันตามวัณฬา ไปสิพากันไปล้อให้พอการ ฯ
๏ นางรับสั่งบังคมประนมน้อม มาสั่งพร้อมแสนสาวชาวทหาร
ข้าหลวงเหล่าเจ้าคารมมานมนาน ไปออกงานเสียด้วยกันประชันโรง
แล้วก็มาอ่าองค์สรงน้ำกลั่น เจิมน้ำมันจันทน์ทาให้อ่าโถง
มุ่นกระหมวดกวดเกล้าเป็นเงาโง้ง ปักปิ่นโปร่งกระจ่างจับประดับพลอย
ทรงภูษาค่าเมืองเรืองจำรัส คาดเข็มขัดเพชรพริ้งเหมือนหิ่งห้อย
ฉลององค์ทรงนางเสื้ออย่างน้อย แล้วสอดสร้อยสังวาลประสานทรง
เฉลิมช้องป้องพักตร์จำหลักเพชร กรรเจียกเก็จนกอย่างเช่นหางหงส์
ทองกรเพชรเตร็จตรัจกระหวัดวง ธำมรงค์รายพระหัตถ์จำรัสเรือง
แล้วร่ายมนต์ดลจิตให้พิศเพ่ง ดูปลั่งเปล่งผิวผ่องละอองเหลือง
เสร็จแต่งองค์เอี่ยมอร่ามงามประเทือง แล้วย่างเยื้องมายังองค์พระทรงยศ ฯ
๏ เข้าหมอบเมียงเอียงแก้มแล้วแย้มยิ้ม พระเชยชิมชื่นใจดอกไม้สด
นางเชิญองค์สรงชลสุคนธรส ทรงเครื่องยศอย่างฝรั่งเจ้าลังกา
ล้วนเครื่องดำสำคัญวันอาทิตย์ ตามจริตศักราชพระศาสนา
อร่ามเรืองเครื่องสำหรับประดับประดา พระมาลาสวมสอดใส่ยอดเพชร
ทรงรองบาทชาติฝรั่งนวมหนังนุ่ม พระชงฆ์หุ้มคลุมสนับแล้วสรรพเสร็จ
กระบี่ทรงองค์กุดั่นกัลเม็ด แล้วเสด็จนำนางจากปรางค์ทอง
พวกห้ามแหนแสนสุรางค์นางเชิญเครื่อง ค่อยยาตรเยื้องยอบก้มประนมสนอง
ข้าหลวงเหล่าเถ้าแก่ออกแซ่ซ้อง มาตามท้องทางใหญ่ที่ในวัง
ขึ้นตรวจพลบนเชิงเทินพระเดินหน้า นางวัณฬาเหล่าหม่อมห้ามเดินตามหลัง
ท่านท้าวนางกางกลดให้บดบัง จนกระทั่งถึงประทับที่พลับพลา
เห็นกองทัพนับหมื่นดูดื่นดาษ วรนาฏนางกษัตริย์ทรงรถา
เห็นลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา พระชลนาแนวนองจะร้องทัก
กลับเคลิ้มองค์หลงลืมพระลูกแก้ว รู้จักแล้วแล้วก็ดูไม่รู้จัก
นางเสแสร้งแกล้งเมียงเข้าเคียงพักตร์ ทำชี้ชักชวนให้ดูหมู่โยธา
แกล้งเยาะเย้ยมเหสีที่ทรงรถ ยุดทรงยศเหยียดกรป้อนสลา
แล้วยืนดูอยู่ตรงทัพที่พลับพลา แกล้งรอเรียงเคียงหน้าพระสามี ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงนงลักษณ์อัคเรศ ทอดพระเนตรบนพลับพลาหลังคาสี
ไม่รู้จักพักตร์พระอภัยมณี ด้วยภูมีเหมือนฝรั่งเมืองลังกา
นึกว่าใครไหนหนอมาคลอหญิง ดูเย่อหยิ่งกั้นกลดมียศถา
สองนงเยาว์เข้าชิดทูลกิจจา พระบิดานะพุคะพระชนนี
นางสงสัยให้เคลื่อนรถพระที่นั่ง ไปหยุดยั้งใกล้พลับพลาหลังคาสี
เห็นประจักษ์พักตราพระสามี อัญชลีแล้วสะอื้นกลืนน้ำตา
ยิ่งแสนแค้นแน่นอัดตรัสไม่ออก เหมือนเสี้ยนยอกเนตรสลายทั้งซ้ายขวา
สุดจะขืนกลืนกลั้นตันอุรา ทรงโศกากรรมเอ๋ยไม่เคยเป็น
รู้ฉะนี้มิเป็นคนทนเทวษ จะควักเนตรเสียมิให้ได้มาเห็น
พระชลนัยน์ไหลซกตกกระเซ็น เจียนจะเป็นบ้าหลังคลั่งอารมณ์ ฯ
๏ พระอภัยได้เห็นพักตร์อัคเรศ ยังชื่นเนตรนึกคิดสนิทสนม
พอลูกสาวเจ้าลังกาเป่าอาคม เคลิ้มอารมณ์รื้อค้อนว่างอนเกิน
กระต่ายแก่แร่ข้ามมาตามติด ช่างไม่คิดขวยอายระคายเขิน
เขาเบื่อใจไม่อยู่จนสู้เมิน มาก้ำเกินดูเบาเพราะเมามัว
มาตามข้าว่ากระไรใครเป็นหนี้ หรือเดิมทีช่วยไถ่ไว้เป็นผัว
หรือข้าเป็นขอเฝ้ามาเอาตัว ข้านี้กลัวเจ้าแล้วเจ้านางเฒ่ารึง
ได้เริศร้างต่างคนก็ต่างอยู่ ยังมิรู้สึกตัวมามัวหึง
ชะร้องไห้ไม่ฟื้นสะอื้นอึง ชาติหน้าจึงจะช่วยปลอบให้ชอบใจ ฯ
๏ มเหสีตีทรวงเข้าฮักอัก อกมิหักแล้วหรือกรรมจะทำไฉน
นางแสนแค้นแสนละห้อยน้อยพระทัย สลบไปเป็นครู่แล้วรู้องค์
สะอื้นพลางทางว่านิจจาเอ๋ย กระไรเลยภูวไนยช่างใหลหลง
เสียแรงน้องปองจิตเหมือนบิตุรงค์ รักพระองค์อุสาห์ตามข้ามคงคา
ไม่มีโทษโกรธตรัสถึงตัดขาด เหมือนพระบาทฟาดฟันบั่นเกศา
แต่ลูกน้อยสร้อยสุวรรณจันทร์สุดา มาวันทาพระไม่ทักเลยสักคำ
เคยพึ่งบุญทูลกระหม่อมเหมือนฉัตรแก้ว ไม่มีแล้วใครจะชุบอุปถัมถ์
จะสู้ตายมิให้เป็นซึ่งเวรกรรม แต่อย่าซ้ำแนมเหน็บให้เจ็บใจ
อันฝรั่งลังกาเป็นข้าศึก ไม่เคยนึกว่าพระองค์จะหลงใหล
แม้พวกอื่นหมื่นแสนทั้งแดนไตร น้องมิได้ข้องขัดพระอัชฌา
นี่ศัตรูงูพิษมันคิดคด ให้เสียยศเสียชาติพระศาสนา
เสียโอรสหมดทั้งพระอนุชา แต่ธิดาเด็กนิดยังคิดชัง ฯ
๏ พระฉุนรักพักตร์สลดกำสรดเศร้า ละเวงเป่ามนต์เสียวกลับเหลียวหลัง
หลงรักข้างนางวัณฬาว่าไม่ฟัง น้อยหรือนั่งร่ำไห้พิไรครวญ
จนแก่เฒ่าเง้างอดทำออดแอด ลูกฝาแฝดของเจ้าจงเฝ้าสงวน
เขาไม่มาดปรารถนาอย่ามากวน เจ้ากระบวนล้นเหลือจนเบื่อฟัง ฯ
๏ ส่วนลูกสาวเจ้าลังกาออกมาขวาง ชิชะนางโฉมงามลืมความหลัง
แกล้งใส่หน้าว่าเสียดน่าเกลียดชัง ชาติฝรั่งนี่แลเจ้าเขาเล่าลือ
ว่าคบชู้สู่หาแกล้งฆ่าผัว อันความชั่วตัวปิดสนิทหรือ
มาเลียมลามปามไปดังไฟฮือ แต่ก่อนถือว่าเป็นพี่ศรีสะใภ้
ประเดี๋ยวนี้ดีแตกแหลกแล้วคะ เขาไม่ละลดดอกจะบอกให้
พระตัดขาดศาสนาไม่อาลัย อย่าร่ำไรสำออยตะบอยวอน ฯ
๏ นางฟังคำซ้ำแค้นยิ่งแสนแสบ ความเจ็บแทบถึงกระดูกดังลูกศร
น้อยหรือเสียงเปรี้ยงแปร้นมันแสนงอน กลับมาค่อนขอดขุดถึงอุศเรน
พระพานเกล้าเคล้าคลึงถึงขนาด จนเลือดฝาดขึ้นหน้าดังทาเสน
มายืนดูคู่เคียงส่งเสียงเกน เห็นเอียงเอนสมนึกแล้วฮึกไป
ว่าเดิมทีพี่ตัวเป็นผัวรัก ไม่รู้จักน้ำหน้าว่าคนไหน
พระชนนีภิเษกให้ภูวไนย ข้ามิได้ดื้อตะครุบเอางุบงิบ
แต่รุ่นราวสาวแส้จนแก่เฒ่า ไม่เหมือนเจ้าองค์เอกภิเษกดิบ
ได้สุคนธ์มนต์เจือดังเนื้อทิพย์ ขึ้นจนลิบลอยเหลิงกว่าเชิงเทิน
แต่ก่อนไรไม่หลงก็ทรงโปรด ไม่พิโรธเริศร้างระคางเขิน
เหตุเพราะมึงพระจึงได้ละเมิน ถึงก้ำเกินก็ไม่ว่าเป็นสามี
มาแต้มเติมเสริมความตามพระโอษฐ์ นางตัวโปรดเปรื่องประสิทธิ์เพราะฤทธิ์ผี
แต่กระดาษวาดรูปจูบเป็นปี ประเดี๋ยวนี้องค์เธอบำเรอเอง
ถึงออกโรงโจ่งครึ่มเป็นทึมทึก แต่สาวฝึกฉอเลาะไว้เหมาะเหมง
ร้อยภาษามาสู่เคยรู้เพลง นางละเวงแต่ละว่าชาละวัน
แต่เพียงพี่แล้วมิหนำยังซ้ำน้อง โอรสสองแทรกเจือเหลือขยัน
เหมือนไหมย้อมปลอมเส้นเบญจพรรณ จึงต้องฟั่นเฝือผดุงบำรุงบำเรอ
ข่มเหงเขาเจ้าของจองหองเหิม ยุส่งเสริมสารพันอีปั้นเจ๋อ
ไม่เจียมกายอายเหนียมทำเทียมเธอ ขึ้นเสมอแม่เจ้าเอ๋ยเคยเคล้าคลอ
มิเกรงพระจะไปจับมาสับเชือด ให้สิ้นเลือดสิ้นเนื้อไม่เหลือหลอ
ถึงตัวตายก็จะหมายมาหักคอ เป็นคนขอแก้แค้นอีแสนเพลง ฯ
๏ นางวัณฬาว่าเหม่มเหสี ขึ้นอ้ายอีออกทะเลาะล้วนเหมาะเหมง
เพราะปากกล้าว่าผัวไม่กลัวเกรง จึงเท้งเต้งต้องอดเหมือนมดตนอย
ชะจะเชือดเลือดเนื้อเถือกระดูก อย่าดูถูกชาวลังกาไม่ล่าถอย
สักหน่อยหนึ่งก็จะพาเลือดตาย้อย กูก็คอยจะใคร่เชือดเอาเลือดเนื้อ
ไปเซ่นศพอุศเรนกับบิตุเรศ ใครต้นเหตุอยู่ที่ไหนมิให้เหลือ
ชะลูกสาวเจ้าผลึกทึมทึกเทื้อ มิเต็มเรื้อหรือจึงข้ามมาตามทวง
ประทานโทษโปรดปรานเถิดผ่านเกล้า ช่วยคลึงเคล้าคลอเคลียเหมือนเสียขวง
ได้ดับทุกข์ยุคเข็ญให้เย็นทรวง อย่าให้ง่วงงุ่นง่านทะยานทะเยอ ฯ
๏ นางโฉมยงทรงฟังยิ่งคั่งแค้น มันตอบแทนทับทวีตีเสมอ
เพราะผ่านเกล้าเข้าด้วยพลอยอวยเออ ได้ท้ายเธอปรักปรำยิ่งซ้ำเติม
กันแสงพลางทางว่าอีฝาหรั่ง มึงขึ้นซังสมนึกทำฮึกเหิม
อันข้อพ่อพี่ชายตายแต่เดิม ว่ากูเริ่มเหตุผลแต่ต้นมือ
แค้นแต่กูภูวไนยมึงไม่แค้น เธอทดแทนถึงที่กลับดีหรือ
อีแสนกลคนเขาออกเล่าลือ ไม่พ้นมือกูดอกวะอีละเวง
แล้วโศกาว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว ไม่เลี้ยงแล้วให้เมียน้อยคอยข่มเหง
เพราะให้ท้ายหมายได้จึงไม่เกรง อีละเวงมันจองหองกับน้องนัก
มิเมตตาฆ่าเมียเสียให้ม้วย แต่อย่าช่วยเสริมซ้ำมาปรำปรัก
เสียแรงน้องรองบาทาสาพิภักดิ์ พระเหมือนหลักโลกเที่ยงอย่าเอียงเอน ฯ
๏ พระอภัยใหลหลงทรงพระสรวล ถึงบทครวญแล้วหรือเจ้าไม่กราวเขน
เมื่อตะกี้นี้ออกเปรี้ยงขึ้นเสียงเกน เดี๋ยวนี้เบนเบือนหน้ามาหารือ
ช่างเป็นไรไยมิตายอยู่ขายหน้า เดี๋ยวนี้ข้าได้เป็นผัวของตัวหรือ
เจ้ากับข้าสารพัดไม่ฟัดครือ ข้าก็ถือเมียของข้าว่าไม่แพ้
นางวัณฬาว่าชอบเขาตอบโต้ ตัวโมโหที่เขาถากถูกปากแผล
ยิ่งแสนงอนอ่อนคอทำท้อแท้ ไม่เจียมแก่เกะกะเที่ยวระรั้ว ฯ
๏ นางฟังคำซ้ำแค้นยิ่งแสนเจ็บ เมียน้อยเหน็บแล้วมิหนำยังซ้ำผัว
ส่วนฝ่ายข้างนางละเวงพระเกรงกลัว เห็นเมามัวมนต์มันอีวัณฬา
ทั้งลูกเต้าเล่าก็พลอยขาดลอยหมด ใครจะปลดเปลื้องมนต์ดลคาถา
จะลืมองค์หลงคลั่งอยู่ลังกา สุดปัญญายิ่งระย่อท้อระทด
ด้วยทุกข์ร้อนซ้อนซมระดมทับ จนลมจับนงลักษณ์พักตร์สลด
ล้มสลบทบทับอยู่กับรถ เจียนจะปลดเปลื้องชีวานิคาลัย ฯ
๏ สร้อยสุวรรณจันทร์สุดาผวาหวีด ร้องกราดกรีดกอดแม่เข้าแก้ไข
ต่างนวดฟั้นสั่นเพลาสักเท่าไร มิหวาดไหวกายายิ่งจาบัลย์
นางกรีดก้องร้องทูลพระบิตุเรศ พระทรงเดชโปรดด้วยช่วยหม่อมฉัน
เร็วเร็วพระชนนีสิ้นชีวัน พลางทรงกันแสงสงสารพระมารดา ฯ
๏ นางละเวงเกรงองค์จะสงสาร แกล้งว่าขานด้วยจิตริษยา
มเหเสือเหลือการเจ้ามารยา พระพลอยว่าจริงหนอเจ้าเฝ้าสำออย
เธอร้องตอบบุตรีว่าขี้หึง นั่นแหละจึงลมจับลงพับผอย
ชักไปเผาเอากระดูกเถิดลูกน้อย อย่ามาพลอยเรียกพ่อมิขอพบ
นางวัณฬาหน้าเปรมเป็นเหมฮึก เห็นสมนึกนิ่งเกลือกเสือกสลบ
แกล้งเชิญองค์ลงมาหน้าหอรบ พอจวนพลบกลับเข้าไปเสียในวัง ฯ
๏ สองบุตรีตีทรวงสะอื้นอ้อน โอ้บิดรเด็ดเดี่ยวไม่เหลียวหลัง
เรียกเท่าไรไม่หยุดสุดกำลัง ทรุดลงนั่งนวดเพลาพระเสาวนีย์
ร้องเรียกเหล่าสาวสุรางค์ขึ้นข้างรถ ต่างกำสรดด้วยพระมเหสี
ทั้งโยธาข้าเฝ้าเศร้าโศกี พระบุตรีกรีดกราดเพียงขาดใจ
เจ้าประคุณทูลกระหม่อมของลูกแก้ว สิ้นเสียแล้วลมริกริกไม่พลิกไหว
พอเหลียวเห็นหน่อกษัตริย์หัสไชย ยืนบนใบเสมาร้องว่าวอน
ลมจับพระชนนีเจ้าพี่จ๋า รู้หยูกยาอย่างไรมั่งช่วยสั่งสอน
พระพี่ช่วยด้วยเถิดคะพระบิดร ท่านตัดรอนเสียแล้วไม่เห็นใครเลย ฯ
๏ หน่อกษัตริย์หัสไชยตกใจวิ่ง ด้วยรักจริงอยากจะใคร่ได้เป็นเขย
มาสั่งให้ไขประตูเขารู้เคย ไม่ห้ามเผยให้เธอออกนอกกำแพง
ขึ้นรถทรงตรงเข้านวดพระเพลาพลาง เห็นสองนางจาบัลย์พลอยกันแสง
จนโพล้เพล้เวลาท้องฟ้าแดง ค่อยมีแรงริกริกนางพลิกฟื้น
พิมเสนผงทรงดมรอลมถวาย ระทวยกายกัลยาไม่ฝ่าฝืน
ด้วยเจ็บช้ำน้ำจิตดังพิษปืน ถอนสะอื้นวรองค์ทรงฤทัย
ให้เลิกทัพกลับมาพลับพลาพัก แต่นงลักษณ์ลุกนั่งยังไม่ไหว
ยุดพระศอหน่อกษัตริย์หัสไชย ค่อยแข็งใจจากที่นั่งบัลลังก์รถ
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดาอยู่ขวาซ้าย เจ้าขรัวนายห้อมล้อมมาพร้อมหมด
ขึ้นพลับพลาอาศัยฤทัยระทด โศกกำสรดไสยาสน์เหนืออาสน์ทอง
พอมืดค่ำคล้ำคลุ้มชอุ่มฝน ยิ่งมัวหม่นมุ่นในฤทัยหมอง
ประโคมขับตรับฟังแตรสังข์ซ้อง เสียงฆ้องกลองกลุ้มใจกระไรเลย
ให้สาวใช้ไปปรามห้ามแซ่เสียง สะอื้นเอียงอ่อนองค์ไม่สรงเสวย
ให้ร้อนรนคนผลัดพัดรำเพย ด้วยไม่เคยขัดข้องให้หมองมัว
อันโศกอื่นหมื่นแสนในแดนโลก มันไม่โศกลึกซึ้งเหมือนหึงผัว
ถึงเสียทองของรักสักเท่าตัว ค่อยยังชั่วไม่เสียดายเหมือนชายเชือน
ถึงสมบัติวัตถาบรรดาศักดิ์ ลูกที่รักร่วมใจก็ไม่เหมือน
ทั้งแสนแค้นแสนรักคอยตักเตือน จนฟั่นเฟือนใฝ่ฝันถึงวัณฬา
ละเมอเห็นเป็นว่าพบนางตบต่อย ข่วนเป็นรอยร้องกรีดหวีดผวา
ร้องเรียกเหล่าสาวใช้ริมไสยา จิกหัวมาตบซ้ำให้หนำใจ ฯ
๏ ฝ่ายสาวสาวเจ้าสั่งระวังผิด ใครนั่งชิดฉุดคร่าไม่ปราศรัย
บ้างทุ่มเถียงเสียงก้องทั้งห้องใน นางกลับได้คิดห้ามปรามทั้งปวง
จะบรรทมกรมฤทัยมิใคร่หลับ ด้วยทุกข์ทับเทียมเท่าภูเขาหลวง
เหมือนเสี้ยนยอกชอกช้ำระกำทรวง ให้งุบง่วงงีบสะดุ้งจนรุ่งราง
กำเริบโรคโศกรักสลักจิต ด้วยสุดคิดสารพัดจะขัดขวาง
เห็นบุตรีพี่น้องทั้งสองนาง นั่งอยู่ข้างแท่นรัตน์กับหัสไนย
จึงตรัสถามความองค์พระทรงศักดิ์ ซึ่งลูกรักได้ไปเห็นเป็นไฉน
ทั้งเชษฐาอานั้นทำฉันใด พ่อเล่าให้ฟังความแต่ตามจริง ฯ
๏ กุมาราว่ายังกำลังหลง แต่ละองค์แอบอยู่กับผู้หญิง
อีฝรั่งนั่งชะอ้อนเฝ้าวอนวิง ทำพาดพิงพูดยั่วให้ผัวรัก
ทุกเวลานาทีไม่มีอื่น สำรวลรื่นเริงริกเสียงขิกขัก
แค้นทรงฤทธิ์บิดาหนักหนานัก ช่างแสนรักเรียกมันแม่วัณฬา ฯ
๏ นางฟังคำร่ำเล่าเศร้าสะอื้น เหมือนจะฟื้นความแค้นให้แสนสา
เสียดายองค์ทรงสวัสดิ์ภัสดา พระชลนาคลอคลอท้อพระทัย
จึงว่าแม่แลเหลียวให้เปลี่ยวจิต สุดจะคิดผันแปรที่แก้ไข
พ่อจัดแจงแต่งสารแจ้งการไป ถึงท้าวไทบิตุราชมาตุรงค์
เผื่อหมอมนต์คนดีจะมีมั่ง มาแก้คลั่งเคลิ้มคลายให้หายหลง
มิช่วยแก้แม่นี้เห็นไม่เป็นองค์ จะปลดปลงลงกระดูกด้วยถูกยา ฯ
๏ พระคำนับรับสั่งมานั่งนอก เป็นที่ออกขุนนางพร้อมข้างหน้า
ให้อาลักษณ์นักการแต่งสารตรา ไปกรุงการะเวกทูลมูลความ
ครั้นเสร็จสรรพพับให้ม้าใช้รับ ขึ้นควบขับม้าระเห็จไม่เข็ดขาม
ไปฝั่งน้ำตำบลถนนพระราม ลงเรือข้ามตัดมาตรงธานี ฯ
๏ จะกลับกล่าวเจ้าบุรีรมจักร กับองค์อัครชายามารศรี
ทั้งโฉมแก้วเกษราปิ่นนารี องค์อรุณรัศมีศรีโสภา
ต่างเศร้าสร้อยคอยศรีสุวรรณราช ทั้งพระญาติใหญ่น้อยละห้อยหา
แต่ปีขาลป่านนี้ถึงปีระกา ยังหามาเมืองไม่ทั้งไพร่พล
จะเคืองเข็ญเป็นไฉนก็ไม่รู้ ให้หมอดูบ่อยบ่อยสักร้อยหน
บนอารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ฤทธิรณ แขวนเบี้ยบนเป็นระนาวทุกเจ้านาย
ข้างครอบครัวตัวไพร่ที่ไปทัพ ผัวหากลับมาไม่ก็ใจหาย
จะนั่งนอนร้อนรนกระวนกระวาย ต่างขวนขวายเช้าค่ำด้วยจำเป็น
ที่หญิงดีมีศักดิ์รู้รักผัว ก็ซ่อนตัวมิให้ชายทั้งหลายเห็น
ถึงยามนอนหมอนฟูกกระดูกเย็น น้ำตากระเด็นดังหนึ่งกายจะวายวาง
ที่เช่นชั่วผัวต้องไปกองทัพ พอผัวลับแล้วก็เต้นออกเล่นหาง
ที่กินลึกฝึกลูกเลี้ยงไว้เคียงข้าง ถึงผัวร้างสามปีไม่มีชู้
ท่านผู้หญิงริงเรือที่เหลือโศก กลายเป็นโรคเรอหาวลมผ่าวหู
ให้บ่าวนวดปวดกระดูกถูกเส้นครู กลายเป็นงูพันกันประชันโรง
ที่ผัวไปหลายปีจึงมีท้อง เหลือจะป้องปิดกันเหมือนควันโขมง
บ้างคิดถึงหึงผัวกลัวจะโกง ไปลงโรงเรือนใหม่เหมือนไฟรุม
ด้วยเมียผัวทั่วโลกที่โศกถึง เปรียบเหมือนหนึ่งเรือร้างค้างมรสุม
ถึงตัวไปใจอยู่เป็นคู่คุม ทั้งแก่หนุ่มนึกเห็นก็เช่นกัน
พอรู้ข่าวราวเรื่องเมืองผลึก อึกทึกถามเหตุทั้งเขตขัณฑ์
บ้างว่าทัพกลับมาเวลานั้น ต่างตื่นกันวิ่งพลอยมาคอยรับ
พวกห้ามแหนแสนสุรางค์นางสนม ต่างอบรมคอยเสด็จไว้เสร็จสรรพ
จนสารตรามาถึงวังคนคั่งคับ ขุนนางรับสารเข้าเฝ้าพระองค์ ฯ
๏ อ่านแถลงแจ้งความสามกษัตริย์ ซึ่งข้องขัดเข้าเชิงละเลิงหลง
เหมือนเรื่องหลังฟังหมดท้าวทศวงศ์ หยิบสารตรงขึ้นปราสาทนั่งอาสน์ทอง
อยู่พร้อมพรั่งมเหสีบุตรีหลาน ให้อ่านสารฟังความตามสนอง
ว่าพระองค์หลงเชิงละเลิงลอง ไปครอบครองนางรำภาเจ้าป่าตาล
มเหสีมิรู้หึงตะลึงนึก ชนะศึกเสียองค์น่าสงสาร
นางฝรั่งยังจะรู้จักอยู่งาน ให้สำราญหรือจะยากลำบากองค์
โอ้พระคุณทูลกระหม่อมต้องถ่อมศักดิ์ เพราะผีชักผูกไว้จึงใหลหลง
จะมัวมอมผอมซูบทั้งรูปทรง ให้แสนสงสารสะอื้นกลืนน้ำตา ฯ
๏ พระชนนีขี้หึงเหมือนหนึ่งเสือ จึงว่าเบื่อเสียแล้วรักนั้นหนักหนา
เขาชิงผัวกลัวเขาเฝ้าโศกา ไม่รู้ด่ามันให้มั่งมานั่งเซา
อีฝรั่งลังกาอีหน้าด้าน มันคิดอ่านพันพัวลูกผัวเขา
หน่อนรินทร์สินสมุทรเหมือนบุตรเรา ล้วนพงศ์เผ่าภัสดาเจ้าอย่ากลัว
แม่มาลีพี่สะใภ้หล่อนไปแล้ว พาลูกแก้วไปกับแม่ได้แก้ผัว
แล้วทูลท้าวคราวนี้มันตีครัว ลูกเขยมัวเมียฝรั่งคิดยังไร ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์ทรงวิตก ว่าเอออกเอ๋ยกรรมจะทำไฉน
ข้าจะพาลูกยานัดดาไป ช่วยแก้ไขเขยขวัญตามปัญญา
ท่านยายอยู่บูรีเถิดขี้หึง ไปอื้ออึงวุ่นวายจะขายหน้า
แต่แรกสาวราวกับเสือเหลือระอา นึกจะหย่าเสียกับยายก็หลายครั้ง
แม่เกษราอย่าเชื่อยายเสือเฒ่า ผัวของเจ้าจะระคายเมื่อภายหลัง
ถึงหยาบช้าด่าทอค่อยรอรั้ง เมื่อหายคลั่งแล้วคงกลับมากับเรา ฯ
๏ นางพระยาว่าแม่เอ๋ยไม่เลยแล้ว ผัวเหมือนแก้วตาใครจะให้เขา
เหมือนท้าวตรัสตัดคำว่าทำเนา ให้เหมือนเต่าต้มสุกสนุกจริง
แม้มีผัวกลัววิวาทแล้วชาตินี้ มิได้มีผัวเหมือนเพื่อนผู้หญิง
สุดแต่มีอีทั้งปวงมันช่วงชิง ให้นั่งนิ่งเป็นม่ายน่าอายใจ ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงพระสรวลว่าจวนค่ำ ยังจะร่ำรื้อหึงไปถึงไหน
พระตรัสพลางทางให้หาเสนาใน มาสั่งให้จัดแจงแต่งเภตรา
ทั้งเรือใช้ใหญ่น้อยสักร้อยถ้วน ตั้งกระบวนปีกหางอย่างปักษา
จะข้ามชลวนวังไปลังกา ในเวลาตีสิบเอ็ดให้เสร็จการ ฯ
๏ เสนาทราบกราบลารีบมาสั่ง ให้เกณฑ์ทั้งมหาดไทยฝ่ายทหาร
กรมท่าพาต้นหนพวกคนงาน ลงแต่งกว้านเสารอกสายนอกใน
ที่นั่งหงส์องอาจดูผาดเผ่น เหมือนอย่างเป็นปีกหางระยางไสว
ผ้าโมรีสีชาดเอาดาดใบ มีปืนใหญ่หน้าท้ายปืนรายเรียง
มีห้องกั้นบัลลังก์ที่นั่งเล่น ประดับเป็นช่องกั้นชั้นเฉลียง
พวกเสนีรี้พลขนเสบียง ลงพร้อมเพรียงไพร่นายรายระวาง
ทอดประจำลำทรงตรงฉนวน ตั้งกระบวนแบบหัดไม่ขัดขวาง
เป็นทัพหงส์องอาจผาดนภางค์ มีปีกหางครบถ้วนกระบวนบิน ฯ
๏ ฝ่ายห้ามแหนแสนสุรางค์นางสนม ถ้วนทุกกรมรู้ทั่วเตรียมตัวสิ้น
เสื่อที่นอนหมอนรองเครื่องของกิน ล้วนใส่ปิ่นโตตั้งกำบังมิด
ขี้เกียจกล่าวชาววังล้วนรังแต่ง กระแจะแป้งเป็นต้นด้วยสนจิต
แหนบมีดพับกับหวีคู่ชีวิต ไปไหนติดตัวนางไม่ห่างกาย
ท่านท้าวนางต่างหาสินค้าของ ใส่สำรองปากเรือไว้เผื่อขาย
จะซื้อเครื่องเมืองฝรั่งทั้งผ้าลาย มาจำหน่ายเมืองเราเอากำไร
ต่างเรียกหาข้าคนมาขนของ จนย่ำฆ้องคบกระจ่างสว่างไสว
บ้างลืมเสื่อเสื้อผ้าบ้างมาไป ออกขวักไขว่แซ่เสียงจนเที่ยงคืน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมแก้วเกษราเวลาค่ำ ยิ่งโศกซ้ำโศกาไม่ฝ่าฝืน
คิดถึงองค์ทรงธรรม์สู้กลั้นกลืน ทุกค่ำคืนเคยอยู่เป็นคู่ครอง
โอ้ครั้งนี้อีฝรั่งมันขังรัก ให้ลับพักตร์ผ่านเกล้าจะเศร้าหมอง
เมื่อไรพระจะได้มาเห็นหน้าน้อง แต่ตรึกตรองตรมจิตไม่นิทรา
จนสิบทุ่มรุ่มร้อนอาวรณ์เทวษ น้ำพระเนตรพร่างพรายทั้งซ้ายขวา
สู้ฝืนองค์นงลักษณ์สรงพักตรา มาเตรียมคอยพระบิดาจะคลาไคล ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์อรุณรัศมี พระบุตรีมัวหมองไม่ผ่องใส
ด้วยบิตุเรศเชษฐาที่อาลัย ไปหลงใหลล้นเหลือเบื่ออารมณ์
ไปครั้งนี้อีฝรั่งช่างชะอ้อน จะขอดค่อนด่าว่าให้สาสม
แต่สู้ขืนกลืนแค้นด้วยแสนตรม นิ่งบรรทมมิใคร่หลับนึกอับอาย
จนจวนแจ้งแต่งองค์สรงสนาน พนักงานเครื่องต้นสุคนธ์ถวาย
สำอางองค์ทรงเครื่องแล้วเยื้องกราย เจ้าขรัวนายพี่เลี้ยงเคียงประคอง
ข้าหลวงเหล่าสาวสุรางค์นางน้อยน้อย เชิญเครื่องคอยกราบก้มประนมสนอง
เสด็จมาสู่หน้ามนเทียรทอง คอยท่าสองภูบาลกับมารดา ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์ดำรงราชย์ ตื่นไสยาสน์โสรจสรงทรงภูษา
ประดับเครื่องเรืองงามตามชรา ทรงมหามงกุฎแก้วดูแวววาว
มเหสีมียศยังสดชื่น นุ่งลายพื้นเขียวตองห่มกรองขาว
พระธำมรงค์วงรายพรอยพรายพราว ดูเหมือนสาวสุดสะอาดระวาดระไว
ครั้นพร้อมเสร็จเสด็จออกมานอกห้อง ตรัสชวนสองกษัตราอัชฌาสัย
พร้อมห้ามแหนแสนสนมกรมใน พระคลาไคลไปลงเรือหงส์ทอง
พระธิดานารีบุตรีนั้น อยู่ห้องกั้นบัลลังก์มีทั้งสอง
พร้อมแสนสาวชาวแม่ต่างแซ่ซ้อง อยู่ตามห้องหีบหมอนที่นอนเรียง
พอได้ฤกษ์เบิกอรุณขุนทหาร ตีฆ้องขานโห่ลั่นสนั่นเสียง
ทั้งหน้าหลังสังข์แตรแซ่สำเนียง ออกรายเรียงลำสล้างมากลางชล
ทั้งเรือใช้ใหญ่น้อยแปดร้อยถ้วน เดินกระบวนเป็นลำดับไม่สับสน
ออกชะวากปากมหาชลาวน พวกต้นหนหันเข็มตั้งไปลังกา
พอลมดีคลี่ใบขึ้นใส่รอก ต่างแล่นออกอ่าวรายทั้งซ้ายขวา
ถึงน้ำเขียวเปลี่ยวใจนัยนา เห็นแต่ฟ้าสุดสูงสิ้นฝูงนก
ออกน้ำลึกครึกครื้นด้วยคลื่นคลุ้ม กลิ้งมาทุ่มเรือกำปั่นให้หันหก
ที่นั่งหงส์กงวานสะท้านสะทก ท้าวเธอตกพระทัยกระไรเลย
เข้าในห้องร้องเตือนนางห้ามว่า ภาวนานะชาววังอย่านั่งเฉย
สาวสนมกรมในล้วนไม่เคย แม่เจ้าเอ๋ยลูกไม่รอดลงทอดตัว
บ้างซบเซาเมาทะเลโซเซล้ม พะอืดพะอมอาเจียนวิงเวียนหัว
ต่างเข้าห้องร้องไห้ด้วยใจกลัว แม้มีผัวแล้วจึงตายไม่อายเลย
มาทะเลเหลืออายต้องตายดิบ จะลอยลิบไปในน้ำแล้วกรรมเอ๋ย
เขาว่ายวางอย่างไรเราไม่เคย ที่ไหนเลยลูกจะได้กลับไปวัง
บ้างตัวสั่นงันงกตกประหม่า ภาวนาในใจจะไม่ขลัง
คุณพระช่วยด้วยเจ้าข้าว่าดังดัง ด้วยกำลังกลัวตายไม่อายใคร
พอพลบค่ำคล้ำมัวทั่วทุกทิศ ยิ่งมืดมิดมิ่งขวัญประหวั่นไหว
น้ำกระจายพรายแดงดังแสงไฟ แล่นมาในแนวคลื่นทุกคืนวัน ฯ
๏ จะกลับกล่าวเจ้าพาราการะเวก อดิเรกเรืองเดชทุกเขตขัณฑ์
ออกอมาตย์มาตยาเวลานั้น พอราชมัลนำผู้ถือหนังสือมา
ทูลแถลงแจ้งข่าวว่าหน่อนาถ บังคมบาทบอกเหตุพระเชษฐา
ทั้งสี่องค์หลงคลั่งอยู่ลังกา ทราบสาราร้อนใจดังไฟฮือ
ชะความรู้ผู้หญิงดีจริงหนอ หน่วงเอาหมอไปได้มิใช่หรือ
เราเห็นเหตุเภทผลแต่ต้นมือ ลูกอ่อนถือหนังเสือเหลืองเครื่องสิทธา
เมื่อหนุ่มสาวราวกับไฟใกล้ดินหู สุดจะสู้ศึกรักนั้นหนักหนา
พระตรัสพลางทางถามขุนโหรา ให้ชำระพระชาตาสุดสาคร ฯ
๏ โหรบังคมก้มตรึกรำลึกโฉลก ลงเลขโชควิภังค์เข้าสังหรณ์
อังคารรึงตรึงทับพระจันทร ชลีกรกราบก้มบังคมทูล
พระเคราะห์องค์ทรงยศโอรสร้าย ถึงอับอายอานุภาพเพียงสาบสูญ
ผู้ทรงธรรมสมณะจะอนุกูล ให้เพิ่มพูนภิญโญเดโชชัย ฯ
๏ พระฟังคำทำนายเคยทายแน่ สงสารแต่เดี๋ยวนี้กรรมจะทำไฉน
ยิ่งตรึกตราอาวรณ์ร้อนฤทัย กลับเข้าในมณเทียรวิเชียรพราย
จึงบอกองค์นงลักษณ์อัคเรศ เหมือนอย่างเหตุหนหลังสิ้นทั้งหลาย
มเหสีดังชีวีจะวางวาย แสนเสียดายลูกยาสุดสาคร
อยู่ที่นี่ดีจริงหล่อนนิ่งเฉย แม่เจ้าเอ๋ยอีฝรั่งมันช่างสอน
แม้ภูวไนยไม่ช่วยคงม้วยมรณ์ จะผันผ่อนโปรดปรานประการใด ฯ
๏ พระฟังนางทางว่าพี่ปรารภ ไม่เคยพบเคยเห็นเป็นไฉน
นึกจะข้ามตามไปเองก็เกรงใจ ด้วยพระอภัยเข้าไปอยู่ในบูรี
แต่นงลักษณ์อัคเรศอยู่เขตค่าย เราเป็นชายไปถึงพระมเหสี
จะพูดจาปราศรัยก็ไม่ดี ครั้นจะมิเจรจาก็น่าชัง
ซึ่งดีชั่วทั่วโลกไม่เล็งเห็น เกลือกจะเป็นรอยร้ายไปในภายหลัง
จะแต่งให้ใครข้ามตามไปฟัง ก็คิดยังไม่เห็นใครจะไปเลย ฯ
๏ ฝ่ายนางจันทวดีโศกีร่ำ โอ้กรรมกรรมใครจะแก้เจ้าแม่เอ๋ย
จะคลุ้มคลั่งอย่างไรเจ้าไม่เคย เมื่อไรเลยลูกยาจะมาวัง
แม่รักเท่าเสาวคนธ์มาจนใหญ่ หรือจะไปลิบลับไม่กลับหลัง
สะอื้นอ้อนอ่อนองค์ทรงกำลัง คิดความหลังขึ้นมาทูลสามี
ท่านทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์ ผู้วิเศษสัตย์ซื่อเหมือนฤๅษี
ชันษากว่าร้อยยี่สิบปี เห็นท่วงทีท่านจะรู้เรื่องบูราณ
เชิญไปด้วยช่วยพระหน่อวรนาถ ให้หายขาดคืนเขตนิเวศน์สถาน
พระตรัสตอบชอบอยู่ครูอาจารย์ ท่านเชี่ยวชาญชาวเมืองย่อมเลื่องลือ
แล้วเป็นครูสืบวงศ์พงศ์กษัตริย์ จนถัดถัดมาถึงเราเล่าหนังสือ
อายุยืนตื้นลึกได้ฝึกปรือ ทั้งสัตย์ซื่อไม่สอพลอพูดล่อลวง
ครั้งแผ่นดินปิ่นเกล้าพระเจ้าปู่ ให้ตึกอยู่ตามควรในสวนหลวง
จะไปหามาเหมือนเหล่าเขาทั้งปวง เป็นที่ล่วงเกินครูรู้วิชา
พี่จะไปให้ถึงจึงจะชอบ ได้นบนอบตามจริตเป็นศิษย์หา
วันนี้ไปไม่ควรจวนเวลา ต่อรุ่งพระสุริยาจึงคลาไคล ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์ยิ่งหม่นหมอง คิดถึงน้องถึงพี่ป่านนี้ไฉน
นางนึกแค้นอีฝรั่งยิ่งคลั่งใจ สะอื้นไห้ฮักฮักซบพักตรา
แล้วทูลองค์ทรงฤทธิ์บิตุเรศ ลูกฟังฟังสังเวชพระเชษฐา
ได้เป็นพี่มีคุณขอทูลลา ไปพามาเสียให้พ้นพวกคนพาล ฯ
๏ ทั้งสององค์ทรงฟังพระลูกรัก ไม่รู้จักเดียงสาน่าสงสาร
ดูสัตย์ซื่อถือเหมือนสาวคราวโบราณ จะทัดทานก็เหมือนสอนให้งอนความ
อนึ่งแก้วแคล้วคลาดก็คาดอยู่ เคยรบสู้ศึกเสร็จไม่เข็ดขาม
ถ้าครั้งนี้มิให้ไปก็ไม่งาม ต้องปล่อยตามวาสนาประสาเคย
ดำริพลางทางว่าบิดานี้ มิรู้ที่พูดถูกเลยลูกเอ๋ย
ตามแต่ใจพ่อไม่ห้ามดอกทรามเชย ด้วยเจ้าเคยไปไหนไปด้วยกัน
แต่ครั้งนี้พี่เขาเห็นว่าเป็นสาว จึงว่ากล่าวแกล้งให้อยู่ไอศวรรย์
จะตามไปไกลเนตรต่างเขตคัน พ่อคิดพรั่นเพราะเป็นหญิงนี้สิ่งเดียว
จะวอนวานท่านปาโมกข์โลกเชษฐ์ ผู้วิเศษไสยศาสตร์ฉลาดเฉลียว
ไปด้วยเจ้าคราวนี้ก็ดีเจียว ร่วมลำเดียวจะได้ถามความโบราณ
แล้วท้าวหาข้าเฝ้าเข้ามาสั่ง เร่งจัดทั้งนาวาโยธาหาญ
ที่นั่งใหญ่ให้ธิดากับอาจารย์ ไปแก้การกลฝรั่งเมืองลังกา ฯ
๏ มนตรีกราบทราบความตามรับสั่ง ออกจากวังนั่งริมโรงทิมขวา
ให้เสมียนเขียนหมายจ่ายโยธา ทั้งข้างหน้าข้างในตามใหญ่น้อย
พวกขุนนางต่างทำตามตำแหน่ง บ้างเปลี่ยนแปลงเชือกใบเครื่องใช้สอย
ที่เรือใช้ไพร่ประจำลำละร้อย บ้างรีบถอยเรือแพออกแซ่ซ้อง
ทั้งนายไพร่พร้อมหน้ากันว้าวุ่น ชุลมุนเอิกเกริกเบิกข้าวของ
ที่คร่ำคร่ายาชันกันใต้ท้อง ที่เป็นช่องตอกหมันกันข้อเกร็ง
ทำห้องหับจับรั่วต่างตั้งสิว โซมตั้งอิ้วเขียนฝาหลังคาเก๋ง
ที่บ่าวไพร่ไม่มาด่าระเบง ระดมเร่งสารวัตรรีบจัดการ
ที่นั่งครุฑบุษบกยาวหกเส้น ดูผาดเผ่นเรี่ยวแรงกำแหงหาญ
ห้องสุวรรณบัลลังก์ดังวิมาน สูงตระหง่านงามสง่าในสาคร
ทั้งเรือน้อยร้อยถ้วนกระบวนแห่ มาลอยแลคั่งคับสลับสลอน
เหล่าล้าต้าต้นหนพลนิกร ล้วนเคยจรเจนทางกลางทะเล
มาทอดท่าหน้าฉนวนพอจวนค่ำ ที่ลางลำลมปั่นให้หันเห
บ้างน้ำเชี่ยวเหนี่ยวพวนอยู่รวนเร เสียงฮาเฮโห่ร้องก้องโกลา ฯ
๏ จนรุ่งสายฝ่ายพระองค์ดำรงราชย์ ตื่นไสยาสน์โสรจสรงทรงภูษา
พร้อมสุรางค์นางนาฏราชธิดา เครื่องบูชาจานทองล้วนรองพาน
ทั้งแก้วแหวนแทนข้าวตอกกับดอกไม้ ตามวิสัยกษัตรามหาศาล
ครั้นสรรพเสร็จเสด็จมาหน้าพระลาน มนตรีกรานกราบก้มบังคมคัล
พระทรงอาสน์ราชยานทหารแห่ พระแสงแส้เครื่องยศพระกลดกั้น
สองพระองค์ทรงวอจรจรัล ฝูงกำนัลแวดล้อมมาพร้อมเพรียง
มาตามทางหว่างฉนวนถึงสวนหลวง ไพร่ทั้งปวงอยู่ต่างหากห้ามปากเสียง
นางสาวสาวชาววังเที่ยวนั่งเมียง ตำรวจเรียงรายห้ามตามทำนอง ฯ
๏ จอมกษัตริย์ตรัสชวนนางนงลักษณ์ กับลูกรักพนักงานเชิญพานของ
เข้าในสวนล้วนแผ่นศิลารอง พระพาสองนางเดินดำเนินชม ฯ
๏ ฝ่ายทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์ เป็นพราหมณ์เทศเทวฤทธิ์อิศยมภุ์
มีสมบัติพัสถานพานอุดม แต่อารมณ์ไม่สู้รักด้วยมักน้อย
ตึกประทานบ้านตั้งหลังสวนหลวง ทาสทั้งปวงจัดไว้พอใช้สอย
แต่ท่านยายขายเพชรเมล็ดพลอย อายุร้อยสิบเก้าแก่คราวกัน
ดูรูปเห็นเป็นชราแต่หน้าอ่อน ฟันไม่คลอนเลยทีเดียวเคี้ยวขยัน
แต่ผมหงอกดอกจึงแลดูแก่ครัน นอกกว่านั้นดีอยู่ทั้งหูตา ฯ
๏ ออกหน้าหอตึกก่อใต้ต้นสน เสียงผู้คนมากมายมองซ้ายขวา
เห็นองค์ท้าวเจ้าประเทศเสด็จมา พราหมณ์พฤฒาดีใจลงไปรับ
เชิญพระองค์ตรงขึ้นบนตึกขวาง มีหนทางทอดทำไว้สำหรับ
พนักงานพานทองของคำนับ ตั้งลำดับเรียงกันบนบัลลังก์ ฯ
๏ สามกษัตริย์มัสการอาจารย์เฒ่า แล้วท้าวเล่าเรื่องต้นแต่หนหลัง
สุดสาครหล่อนประมาทจนพลาดพลั้ง ไปงวยงงหลงฝรั่งเมืองลังกา
ข้างบุตรีนี้เป็นน้องเฝ้าร้องไห้ จะลาไปฟังเหตุพระเชษฐา
ไม่มีใครไปช่วยคิดกับธิดา เห็นแต่อาจารย์เจ้าเหมือนเผ่าพงศ์
แม้สบายหมายจะเชิญไปด้วยหลาน ช่วยแก้การคุณไสยด้วยใหลหลง
ช่วยดูทีพี่น้องทั้งสององค์ จะสืบวงศ์ได้บ้างหรืออย่างไร ฯ
๏ ฝ่ายทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์ ทรงไตรเพทพิทยาภาษาไสย
สังเกตยามตามนวางศ์เป็นทางใน เห็นจะได้คืนคงสืบพงศ์พันธุ์
จึงเคารพนบนอบตอบสนอง พระคุณของสองกษัตริย์ดังฉัตรกั้น
ได้อยู่เย็นเป็นสุขทุกคืนวัน เพราะพระองค์ทรงธรรม์ทศพิธ
เสด็จมาหาหม่อนฉานถึงบ้านช่อง พระคุณของทรงศักดิ์เป็นอักนิษฐ์
ข้าพเจ้าเล่าก็มีแต่ชีวิต ย่อมคงคิดกตัญญูรู้พระคุณ
แต่ฝรั่งครั้งนี้ใช้ผีหญิง เข้าแทรกสิงเสียทีเดียวให้เฉียวฉุน
ลงลึกซึ้งถึงกระดูกดังถูกคุณ นี่หากบุญของพระหน่อไม่มรณา
อยู่ในวังรังควานประมาณมาก เห็นแสนยากยิ่งนักจะรักษา
แก้ไม่หายฝ่ายหมอจะมรณา จะอุสาห์สาพิภักดิ์ไปสักครั้ง
กับท่านยายฝ่ายวิชามารยาหญิง ทราบทุกสิ่งมาแต่สาวเมื่อคราวหลัง
ไปด้วยกันนั้นจะได้เข้าในวัง ดูกำลังลมเล่ห์เสน่ห์ใน
แล้วเพ่งพิศธิดาเจ้าการะเวก เป็นองค์เอกเอี่ยมอ่องดูผ่องใส
นรลักษณ์อัคเรศเกศกรุงไกร แต่เป็นไฝแฝงโอษฐ์จะโกรธร้าย
ดูราศรีปีหน้าชาตาตก จะกระกรกกระกรำระส่ำระสาย
จึงทูลความตามตำราพฤฒาทาย พระเคราะห์ร้ายครั้งนี้ทั้งพี่น้อง
จึงเผอิญเหินห่างให้ร้างเริศ ประดักประเดิดเดินหนต้องหม่นหมอง
เมื่อปลายมือรื้อกระเดื่องจะเรืองรอง ได้ครอบครองสุริย์วงศ์สืบพงศ์พันธุ์ ฯ
๏ ท้าวฟังคำทำนายค่อยวายเศร้า ด้วยครูเฒ่าถึงเอกไม่เสกสรร
จึงว่าผู้รู้วิชาที่สามัญ ไม่เทียมทันชันษาท่านอาจารย์
จะเปรียบรู้ผู้ใดไม่มีเทียบ ปัญญาเปรียบสมุทรไทอันไพศาล
จึงรู้รอบขอบฟ้าจักรวาล ช่วยตามหลานรับมาอยู่ธานี
คุณยายได้ไปด้วยช่วยหลานสาว พึ่งรุ่นราวไม่รู้ว่าประสาประสี
ช่วยสั่งสอนหล่อนให้เรียบระเบียบดี เย็นวันนี้เชิญไปลงลำทรงนาง
แล้วโอภาปราศรัยอภัยโทษ เหมือนได้โปรดทั้งสองเมื่อหมองหมาง
แล้วท้าวลาตาพราหมณ์อวยพรพลาง พาสองนางกลับหลังเข้าวังใน ฯ
๏ ฝ่ายสาวสาวเหล่าข้าหลวงที่เลือกจัด ล้วนเคร่งครัดกิริยาอัชฌาสัย
จะได้ตามพระบุตรีต่างดีใจ บ้างลงไปคอยท่าอยู่หน้าแพ
พอบ่ายคล้อยหน่อยหนึ่งจะถึงฤกษ์ เสียงเอิกเกริกเรียกเร่งกันเซ็งแซ่
เรือที่นั่งตั้งขนัดอยู่อัดแอ ต่างคอยแลดูเสด็จให้เสร็จการ ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลโฉม สระสรงโซมมุรธากระยาสนาน
ประดับเครื่องเรืองจำรัสชัชวาล เหมือนชายชาญเชิงณรงค์ทรงสำอาง
แล้วลงมาหน้าโรงสิงโตเลี้ยง ด้วยอยู่เคียงปรางค์รัตน์ไม่ขัดขวาง
เคยป้อนข้าวเช้าเย็นไม่เว้นวาง ร้องเรียกนางสิงโตวิ่งโผมา
เข้าเคล้าเคลียเลียชงฆ์นางนงลักษณ์ ด้วยรู้จักแจ้งความตามภาษา
นางรับมิ่งสิ่งขวัญจำนรรจา น้องจะพาไปเป็นเพื่อนเหมือนชีวัน
อย่าเศร้าสร้อยน้อยใจไปกับน้อง นางสิงห์ร้องเหมือนจะรับขยับหัน
นางเรียกมาหน้าปรัศว์อัฒจันทร์ พร้อมกำนัลน้อยน้อยคอยธิดา ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงศักดิ์กับอัคเรศ บ่ายโมงเศษสระสรงทรงภูษา
พร้อมพระวงศ์พงศ์กษัตริย์ขัตติยา กับธิดามาหยุดพักตำหนักชล
คอยอาจารย์ท่านครูเป็นผู้ใหญ่ จะมาให้ฤกษ์พาสถาผล
สิงโตทรงนงเยาว์เสาวคนธ์ เข้าปะปนหมอบเมียงอยู่เคียงนาง ฯ
๏ ฝ่ายทิศาปาโมกข์ทั้งเมียผัว ต่างแต่งตัวสระหวีเกศีสาง
ถึงผมขาวเกล้ามวยสวยสำอาง ประพฤติอย่างพราหมณ์พรตดาบสนี
สวมประคำสำหรับร่ายพระเวท ห่มเศวตพัสตร์ผ่องละอองศรี
แล้วเจิมพักตร์อักขระพระศุลี เด็กถือกลี่กล่องย่ามมีสามคน
ออกเดินตามงามสง่าประสาแก่ ขึ้นขี่แคร่คนหามตามถนน
ลงฉนวนส่วนสมเด็จพระภูวดล เชิญนั่งบนเจียมรองทั้งสองรา
ต่างอำนวยอวยพรถาวรสวัสดิ์ ทั้งกษัตริย์สุริย์วงศ์เผ่าพงศา
พอฤกษ์ดีตีฆ้องสองพฤฒา นำธิดาลงบัลลังก์ที่นั่งครุฑ
ประโคมฆ้องกลองแตรอยู่แซ่เสียง ออกเรือเรียงรายสล้างกลางสมุทร
เสียงโห่ร้องก้องบุรินทร์เพียงดินทรุด ต่างล่องรุดเรียงมาตามวารี ฯ
๏ พอออกจากปากอ่าวลมว่าวส่ง ที่นั่งทรงล้วนแต่ใบแพรสี
ทั้งเรือน้อยลอยลำได้ลมดี ต่างก็คลี่ใบแล่นตามแผนทาง
พวกนายท้ายหมายเกาะลังกาทวีป ออกแล่นรีบเร็วรัดไม่ขัดขวาง
ข้าหลวงเหล่าสาวสรรค์กำนัลนาง นั่งท้าวคางบ้างก็เอกเขนกพิง
บ้างแอบเพื่อนเหมือนหนึ่งน้องประคองปลอบ ชวนชื่นชอบชมชลาประสาหญิง
บ้างเบียดผลักควักค้อนชะอ้อนอิง บ้างช่วงชิงที่นั่งทำรังแก ฯ
๏ ฝ่ายทิศาปาโมกข์อยู่ห้องท้าย ข้างท่านยายเคียงข้างไม่ห่างแห
เห็นกุ้งกั้งมังกรสลอนแล ประสาแก่กอดเข่านั่งเฝ้ามอง ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลโฉม งามประโลมเลิศสตรีไม่มีสอง
เมื่อจากพี่วิบัติพลัดพระน้อง พระพักตร์ผ่องมัวเหมือนเดือนพยับ
อยู่แท่นทองห้องกลางกระจ่างกระจก บุษบกบัลลังก์บังสลับ
พอเวลาภานุมาศลีลาศลับ ดูดังดับดวงลงในคงคา ฯ
๏ โอ้เมื่อครั้งพรั่งพร้อมพระน้องพี่ เคยชวนชี้ชมสัตว์หมู่มัจฉา
เคยคิดบอกดอกสร้อยสักวา คราวนี้มาเหงาเงียบระเยียบเย็น
น้องแลรอบขอบฟ้าสาคเรศ ทุกขอบเขตแขวงแควไม่แลเห็น
นี่เนื้อเคราะห์เพราะกรรมให้จำเป็น ต้องยากเย็นแยกย้ายพลัดพรายกัน ฯ
๏ นางครวญคร่ำรำลึกดึกสงัด น้ำค้างหยัดหยิมหยิมเมื่อคิมหันต์
โอ้อกเอ๋ยยามหนาวเมื่อคราวนั้น เคยเบียดกันบรรทมเมื่อลมเชย
นี่หนาวใจไม่มีที่จะพลอด ใครจะกอดน้องเล่าลมว่าวเอ๋ย
อย่าพัดต้องน้องรักนี้หนักเลย น้องไม่เคยนอนหนาวให้เปล่าใจ
ถึงผู้คนอักนิษฐ์ในจิตเปลี่ยว เหมือนมาเดียวดังจะพาน้ำตาไหล
โอ้พระจันทร์ดั้นฟ้าขึ้นมาไย น้องมิได้ชมจันทร์แล้ววันนี้
น้อยหรือดาววาววามอร่ามแสง กระจ่างแจ้งแจ่มฟ้าทั่วราศี
น้องอยากดูอยู่แต่ไม่มีใครชี้ โอ้พระพี่เอ๋ยช่างไม่อาลัยน้อง
ป่านฉะนี้พี่จะนึกรำลึกเหมือน หรือมีเพื่อนปรีดิ์เปรมเกษมสอง
พระเชษฐาน่าจะอยู่กับคู่ครอง แต่พระน้องจะอยู่ไหนก็ไม่รู้
แค้นพระพี่มีเมียเสียแแต่เล็ก ดูดังเด็กแข็งคดไม่อดสู
อีคนไรใครที่รักกับพี่กู จะได้ดูน้ำหน้าด่าให้ยับ
ยิ่งแค้นคั่งนั่งนึกสะอึกสะอื้น จนดึกดื่นดาวเคลื่อนทั้งเดือนดับ
ไม่หลับใหลไสยาสน์ให้หวาดวับ จนฟ้าจับแสงทองผ่องโพยม ฯ
๏ นางฟื้นองค์สรงชลสุคนธรส นั่งชั้นลดร่มรื่นให้ชื่นโฉม
คอยแลดูสุริยงดังวงโคม แย้มโพยมปริ่มน้ำขึ้นรำไร
ประเดี๋ยวหนึ่งครึ่งดวงขึ้นช่วงแสง เป็นดวงแดงวงกระจ่างสว่างไสว
เห็นอื่นอื่นรื่นเริงบรรเทิงใจ ชวนสาวใช้ชมปลาประสาสบาย
ด้วยสาวรุ่นฉุนเฉียวประเดี๋ยวหนึ่ง ครั้นตรัสถึงเล่นสนุกก็ทุกข์หาย
ไม่เหมือนตัวผัวเมียเขาเสียดาย บ่นน้ำลายฟูมปากด้วยอยากพบ
แล่นเภตรามากับครูผู้วิเศษ จึงหายเหตุคลื่นลมระงมสงบ
ถึงฟากฝั่งลังกามหรณพ พอบรรจบรมจักรนัครา ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ตรงขึ้นตั้งอยู่วังใหม่ ทั้งนายไพร่รมจักรอยู่รักษา
นางเสาวคนธ์ขึ้นประทับอยู่พลับพลา ต่างรู้ว่าวงศ์วานสำราญใจ
โฉมเฉลาเสาวคนธ์วิมลพักตร์ องค์เอกอัครธิดาอัชฌาสัย
จึงชวนเหล่าสาวสรรค์กำนัลใน เสด็จไปอัญชลีทั้งสี่องค์ ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าเมืองรมจักร เห็นนงลักษณ์เลิศล้วนนวลหง
จึงปราศรัยไต่ถามถึงนามวงศ์ ครั้นทราบสงสารนางอย่างนัดดา
ยังเด็กนักรักพี่เป็นที่ยิ่ง ไม่ทอดทิ้งทุกข์เทวษด้วยเชษฐา
ฝ่ายนงลักษณ์อัคเรศเกษรา ขยับมานั่งชิดด้วยคิดรัก
แม่อ่อนกว่าอรุณรัศมี จงเป็นพี่น้องกันเถิดประเสริฐศักดิ์
พลางโลมลูบจูบจอมถนอมพักตร์ ด้วยความรักร่วมจิตเหมือนธิดา
ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลสมร รู้โอนอ่อนฝากองค์เหมือนวงศา
ขอพึ่งบุญชนนีพระพี่ยา กรุณาสั่งสอนด้วยอ่อนความ ฯ
๏ ฝ่ายอรุณรัศมีอารีรัก ด้วยสมศักดิ์สุภาพไม่หยาบหยาม
ต่างปราศรัยไพเราะเสนาะความ ด้วยสองทรามรุ่นรักรู้จักกัน
จนเย็นจวนชวนน้องเข้าห้องหับ อยู่นอนหลับชื่นชวนกันสรวลสันต์
สมทบเหล่าสาวสุรางค์นางกำนัล อยู่ด้วยกันเมืองใหม่ใกล้ทรงยศ ฯ
๏ ฝ่ายห้ามแหนแสนสนมเมืองรมจักร แต่ล้วนนักเลงเพื่อนเหมือนกันหมด
ด้วยเมื่ออยู่บูรีภิรมย์รส เพราะท้าวทศวงศาไม่ว่าไร
จนเคยเล่นเป็นธรรมเนียมนางรมจักร ทั้งร่วมรักร่วมชีวิตพิสมัย
กลางคืนเที่ยวเกี้ยวเพื่อนออกเกลื่อนไป เป็นหัวไม้ผู้หญิงลอบทิ้งกัน
เห็นสาวสาวชาวเมืองการะเวก ที่เอี่ยมเอกต้องใจจนใฝ่ฝัน
แกล้งพูดพลอดทอดสนิทเข้าติดพัน ทำเชิงชั้นชักชวนให้ยวนใจ ฯ
๏ พวกพาราการะเวกไม่รู้เล่น คิดว่าเช่นซื่อตรงไม่สงสัย
ต่อถูกจูบลูบต้องทำนองใน จึงติดใจไม่หมายให้ชายเชย
หนุ่มหนุ่มเกี้ยวเบี้ยวบิดไม่คิดคบ เหตุเพราะสบเชิงเพื่อนจึงเชือนเฉย
แต่เมืองเราชาวบุรีนี้ไม่เคย อย่าหลงเลยเล่นเพื่อนไม่เหมือนจริง
อันรมจักรนัครากับการะเวก อภิเษกเสนหาประสาหญิง
ออกอื้ออึงหึงหวงเพราะช่วงชิง ถึงลอบทิ้งทุบตีเพราะที่รัก ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์ทรงวิตก จะรีบยกไปลังกาอาณาจักร
สั่งนายหมวดตรวจไพร่ให้พร้อมพรัก ชวนลูกรักนัดดาสรงวารี
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องเรืองระยับ กระจ่างจับผิวผ่องละอองศรี
พร้อมสุรางค์นางกำนัลพวกขันที เสด็จลีลาเลยมาเกยลา ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงรถกับอัคเรศ แล้วรถเกษราทรงกับวงศา
ส่วนบุตรีพี่น้องสองสุดา ร่วมรถาที่นั่งอลังกรณ์
พวกหม่อมห้ามงามยศขึ้นรถประเทียบ นั่งพับเพียบพิงพนักเยี่ยมพักตร์สลอน
ทั้งหน้าหลังตั้งถ้วนกระบวนจร เดินนิกรกองทัพสลับพล ฯ
๏ ท่านทิศาปาโมกข์กับเมียแก่ ขึ้นขี่แคร่นำทางไปกลางหน
สิงโตทรงนงเยาว์เสาวคนธ์ พลอยเดินปนชาววังตามหลังรถ
ทหารแห่แตรสังข์ประดังเสียง เครื่องสูงเรียงฉัตรกรรชิงทั้งกลิ้งกลด
ต้องขึ้นเนินเดินหว่างกลางบรรพต เสียงกงรถเหล็กดังกึงกังโกง
กระทบหินบิ่นบิบ้างลิแหลก งอนแปรกเพลาพนักแตกหักโผง
ถึงโกรกลงกงกลิ้งวิ่งโกรงโกรง ต้องแย่งโยงเชือกด้วยช่วยกำลัง
พอเข้าป่าสาลวันจักจั่นแจ้ เสียงระเบงเซงแซ่กลบแตรสังข์
สุธาพื้นรื่นร่มพนมบัง เป็นป่ารังรุกขชาติประหลาดมี
บ้างผลิตดอกออกผลทุกต้นกิ่ง บ้างตูมติ่งแตกประทับสลับสี
ประดู่ออกดอกระย้าสารภี มะลุลีลำดวนรำจวนใจ
นางสาวสาวน้าวกิ่งชิงกันเก็บ ให้นายเหน็บริมรถสดไสว
นางห้ามแหนแสนสนมกรมใน ต่างคว้าไขว่ปริงปรางไปข้างรถ
พวกขอเฝ้าเจ้าข้างในแบกไม้สอย ออกวิ่งร่อยรายหาบุปผาสด
มาส่งให้พี่เลี้ยงเคียงประณต อยู่ท้ายรถส่งถวายสายสุดใจ ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีทั้งพี่น้อง นั่งร้อยกรองตามประสาอัชฌาสัย
อรุณร้อยสร้อยอ่อนซ้อนดอกไม้ ประทานให้โฉลมเฉลาเสาวคนธ์
กนิษฐ์น้อยร้อยสังวาลแลบานพับ ถวายกับเฟื่องห้อยแลสร้อยสน
นางโฉมยงองค์อรุณร้อยกุณฑล นางเสาวคนธ์ร้อยจอนซ้อนดอกจันทน์
อรุณน้อยร้อยตาบเป็นกาบกิ่ง ประสาหญิงตรึงกลัดช่างจัดสรร
ต่างประจงทรงอวดประกวดกัน แล้วชมพรรณพฤกษาระย้าย้อย
พวงพะยอมหอมรื่นดูชื่นสด ลงระรถรวบหักไม่พักสอย
ที่สูงลิบกลีบหล่นเวียนวนลอย นกน้อยน้อยจับจิกดูพลิกแพลง
ทั้งพลับพลวงม่วงปรางลูกลางสาด มะตูมตาดแต่ละต้นพวงผลแฝง
หญ้าฝรั่นจันทน์อินส่งกลิ่นแรง สมุลแว้งแจงจวงร่วงเรณู
ฝูงนกหกผกโผนโจนโจมจับ บ้างขันรับร้องเรียกกันเพรียกหู
นกโนรีสัตวาน่าเอ็นดู เป็นคู่คู่เคล้าคลอจ้อเจรจา ฯ
๏ ทั้งสองนางต่างคะนึงถึงพระพี่ เคยพาทีไต่ถามนามปักษา
มาจากน้องต้องข้ามติดตามมา ชลนาคลอคลองทั้งสององค์
ทั้งอัคเรศเกษรามาบนรถ โศกกำสรดเศร้าจิตพิศวง
เหมือนมาเดียวเปลี่ยวใจอยู่ในดง เฝ้าซบทรงโศกาถึงสามี ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ