ตอนที่ ๘๑ ศรีสุวรรณออกรับศึกพระมังคลา

๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ ออกแท่นรัตน์รจนามุกดาหาร
กับสุดสาครนัดดาปรีชาชาญ ว่าราชการขอบเขตนิเวศน์วัง
ขุนนางพร้อมน้อมประนมบังคมบาท จึ่งทูลราชการศึกดั่งนึกหวัง
แล้วบอกสารอ่านถวายที่ในวัง ให้พระฟังเรื่องคดีที่มีมา
ว่ากำปั่นคับคั่งฝรั่งแขก มาทอดแยกเรียงรายทั้งซ้ายขวา
ล้วนเรือรบเรือเสาเหล่าชวา วิลันดาเรือทรายมาหลายคน
มาทอดท่าหน้าอ่าวแต่เช้าตรู่ สังเกตดูไม่ถนัดยังขัดสน
ถือสาตราถ้วนทั่วทุกตัวคน แต่ล้วนพลแขกชวามลายู ฯ
๏ พระทรงฟังเรื่องศึกนึกถวิล ไม่รู้สิ้นการนครจนอ่อนหู
แล้วตรัสสั่งเสนาใหญ่ให้ไปดู ทุกป้อมคูปากนํ้าที่สำคัญ
จงกะเกณฑ์กองทัพไปนับหมื่น ทหารปืนกรมแสงล้วนแข็งขัน
พวกดั่งดาบทวนง้าวสักเก้าพัน ทั้งกริชสั้นเสโล่โตมรา
ที่ปากน้ำสำคัญอยู่แห่งหนึ่ง เอาโซ่ขึงค่ายคูดูรักษา
พรุ่งนี้เช้าตัวเราจะยาตรา เอาปืนผายิงไปให้เป็นจุณ
สินสมุทรสุดสาครบวรนาถ พ่อเปรื่องปราดจงนำกลับเป็นทัพหนุน
ทั้งลูกดินขนลงไปไว้เป็นทุน เดชะบุญสวัสดีคงมีชัย
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตร ขึ้นปราสาทสั่งรำภาอัชฌาสัย
พี่จะยกแสนยารีบคลาไคล เจ้าจงไปบอกกล่าวเสาวคนธ์
ให้ดูแลรั้ววังในจังหวัด แม้นข้องขัดสิ่งไรใช้พหล
อย่าไว้ใจไพรีนีฤมล ให้ผู้คนนายหมวดตรวจระวัง ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายมังคลานราราช กับครูบาทหลวงสมอารมณ์หวัง
จะยกเข้าคราวนี้ตีประดัง ให้กระทั่งเมืองด่านชานกำแพง
ถึงโซ่ตรึงขึงตรึงตราไว้หน้าป้อม เข้าไปพร้อมช่วยกันให้ขันแข็ง
เอาน้ำกรดรดลงไปเป็นไฟแดง โซ่คงแข็งขาดป่นไม่ทนทาน
แล้วยิงปืนจังกาประดาใส่ พลไพร่ถ้วนทั่วตัวทหาร
โดดขึ้นฝั่งไล่ฟันประจัญบาน ตีเอาด่านเสียให้ได้ดังใจปอง
แกสั่งเสร็จกลับเข้าไปท้ายบาหลี ขึ้นเก้าอี้กินเหล้ากับเข้าของ
สบายใจหมายสมอารมณ์ปอง นั่งตรึกตรองนึกกระหยิ่มอิ่มในใจ ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายในลังกาอาณาจักร ทหารพรักพร้อมพรั่งนั่งไสว
คอยจอมนครินทร์ปิ่นเวียงชัย มาพร้อมในหน้าพระลานชานชลา ฯ
๏ ป่างพระจอมจักรพงศ์องค์กษัตริย์ จากแท่นรัตน์แต่งองค์ทรงภูษา
แล้วสวมเครื่องพิชัยยุทธ์บุษรา ทรงมาลาสำหรับประดับนิล
ฉลององค์พื้นดำกำมะหยี่ ขัดกระบี่เพราะเพริศดูเฉิดฉิน
เสด็จประทับเกยชลาหน้าบุรินทร์ มาพร้อมสิ้นทั้งพระวงศ์พงศ์ประยูร ฯ
๏ ฝ่ายโหรามาพร้อมน้อมประณต เฉลิมยศในพระปิ่นบดินทร์สูร
พอได้ฤกษ์ตามตำรับแล้วกราบทูล พวกประยูรลั่นฆ้องกลองประโคม
พระเสด็จทรงรถาเสนาแห่ เสียงสังข์แตรก้องกึกอยู่ฮึกโหม
พวกทหารยิงปืนครึกครื้นโครม พลโหมโห่เร้าจะเอาชัย
สารถีตีม้าอาชาชาติ ระดาดาษธงธิวปลิวไสว
ตรงไปด่านธารท่าชลาลัย สองหน่อไทกระบวนหนุนเร่งขุนพล ฯ
๏ ข้างฝ่ายพระมังคลานราราช กับครูบาทหลวงสันทัดจัดพหล
ให้ออกลำกำปั่นรบสมทบพล เร่งพหลแขกชวามลายู
ให้เข้าตีเชิงชานด่านปากน้ำ ยิงปืนซ้ำเสียงลั่นสนั่นหู
เอานํ้ากรดเข้ารดสายโซ่ดู เป็นช่องคูขาดป่นไม่ทนทาน
เรือกำปั่นแล่นเข้าไปได้สะดวก แกเร่งพวกแขกชวาโยธาหาญ
ให้ขึ้นตั้งค่ายล้อมป้อมปราการ ตีเอาด่านให้จงได้เร่งไพร่พล ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายข้างพระยารักษาด่าน ขับทหารขึ้นป้อมพร้อมพหล
ให้ยิงปืนใหญ่น้อยคอยประจญ เสียงผู้คนครื้นครั่นสนั่นดัง
หลอมตะกั่วคั่วทรายเอาปรายสาด ดูเกลื่อนกลาดซ้ายขวาทั้งหน้าหลัง
พวกพหลพลชวาดาประดัง กรูขึ้นฝั่งยกล้อมป้อมกำแพง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมังคลานราราช กับครูบาทหลวงขึ้นม้าดูกล้าแข็ง
ให้ตั้งค่ายริมท่าหน้ากำแพง เอาทองแดงทำวิหลั่นกั้นลูกปืน
บาทหลวงถอยลงมาหลังคอยรั้งท้าย ทหารรายเดินแซงล้วนแข็งขืน
พวกชวากล้าหาญชำนาญปืน ยิ่งครึกครื้นเสียงดังก้องกังวาน
พวกในเมืองเปิดประตูกรูกันออก ถือดาบหอกเดินกระบวนล้วนทหาร
ตะลุมบอนฟอนฟันประจัญบาน พลทหารแขกชวาเข้าราวี
บ้างแทงฟันกันตายลงเกลื่อนกลาด สังฆราชร้องเร่งสารถี
ให้ขับรถเร็วหวาตีพาชี ไปถึงที่พวกทหารเข้าราญรอน
แกว่งกระบี่แม่ทัพสำหรับยุทธ์ แกเร่งรุดเหล่าทหารชาญสมร
ใครถอยหลังเหหันจะฟันฟอน แล้วคอยต้อนพลรบสมทบกัน ฯ
๏ ฝ่ายชาวเมืองเปลืองกำลังถอยหลังกลับ แตกย่อยยับเสียพหลพลขันธ์
ทั้งไพร่นายตายทับลงนับพัน ต้องกลับหันเข้าในด่านชานบุรี
ปิดประตูลงเขื่อนแล้วเตือนต้อน ราษฎรให้เข้าไปกรุงศรี
ตาบาทหลวงอิ่มใจเห็นได้ที เร่งให้ตีกองรบสมทบพล
เอาปืนใหญ่ยิงประตูกรูกันเข้า เอาไฟเผาเมืองด่านชานสิงหล
พวกชาวเมืองต่อต้านไม่ทานทน ก็แตกย่นจากด่านชานนคร
บ้างฉวยได้เชิงกรานทิ้งบ้านช่อง ที่เก็บของเรียกลูกแบกฟูกหมอน
ของสำคัญเก็บเอาไปจะได้นอน แม่ลูกอ่อนผัวพาเข้าป่าไป ฯ
๏ บาทหลวงตีได้ด่านชานสมุทร เข้ายั้งหยุดโยธาได้อาศัย
จึงให้หาพวกทหารอันชาญชัย ทั้งนายไพร่พร้อมหน้ามาหารือ
เราจะยกเข้าไปชิงเอาสิงหล พวกคงทนแขกฝรั่งมีบ้างหรือ
อยู่อาวุธสาตราจงหารือ จะให้ถือแหลนหลาวกับง้าวทวน
เป็นเสือป่าแมวเซาเข้าสมทบ ตีประจบวิ่งกลมเหมือนลมหวน
สำหรับตีตัดทอนต้อนกระบวน ให้ถี่ถ้วนสารพัดตัดเสบียง
เสนาแขกรับว่าอย่าวิตก เปรียบเหมือนนกกลางหาวบินก้าวเฉียง
พวกชวาเคยสันทัดตัดเสบียง ไม่หลีกเลี่ยงเคยประจญรณรงค์
บาทหลวงเฒ่าเจ้าความคิดสมจิตหมาย จะอุบายเอาให้สมอารมณ์ประสงค์
คิดเอาเมืองให้ได้ดั่งใจจง ถึงจะลงทุนไว้ก็ให้ปัน
ไปเบื้องหน้าหากำไรคงได้ดอก ถึงเสียจอกนานไปคงได้ขัน
คิดเอาใจเหล่าทหารชาญฉกรรจ์ ให้เค็มมันถึงใจคงได้การ ฯ
๏ จะกล่าวกลับทัพพระศรีสุวรรณราช ระดาดาษเดินพหลพลทหาร
รู้ว่าเสียปากนํ้ายิ่งรำคาญ ทั้งอาหลานเร่งรัดจัตุรงค์
ถึงชายป่าหยุดยั้งให้ตั้งค่าย โดยพิชัยสงครามตามประสงค์
พยัคฆ์นามสามค่ายริมชายดง ปักเทียวธงเสือคำรามตามตำรา
แล้วสั่งให้พวกทหารชำนาญรบ เร่งสมทบหลายหมื่นถือปืนผา
ทั้งปลัดหัสกันวิลันดา พวกอาสาเกณฑ์หัดเร่งจัดแจง
พรุ่งนี้เช้าฤกษ์ดีจะตีด่าน ฟังอาการข้าศึกอย่านึกแหนง
จะรบสู้ในระหว่างที่กลางแปลง แม้ต่อแย้งมีชัยแก่ไพรี
แล้วสั่งพวกม้าใช้ให้ไปนัด จงเร่งรัดออกมารบอย่าหลบหนี
พวกม้าเร็วรีบไปบอกไพรี ครั้นถึงที่เมืองด่านชานนคร
บอกกับพวกเฝ้าประตูให้รู้เรื่อง ว่าบาทเบื้องบพิตรอดิศร
ให้เรามานัดการจะราญรอน จงรีบร้อนเข้าไปแจ้งแสดงความ ฯ
๏ นายประตูรีบเข้าไปที่ในด่าน แล้วแจ้งการตามกระทรวงบาทหลวงถาม
ว่าเขามาอยู่ที่ไหนเร่งไปตาม แกเรียกล่ามออกมาไว้จะได้แปล ฯ
๏ ฝ่ายเสนามาบอกพวกม้าใช้ พาเข้าไปแล้วก็นั่งฟังกระแส
บาทหลวงเป็นผู้ถามให้ล่ามแปล ครั้นรู้แน่นัดรบแกตบมือ
หัวร่อร่าว่าไปอย่าได้ช้า ยกออกมาแล้วอย่าชิงกันวิ่งตื๋อ
ไปบอกกับพวกลังกาเร่งหารือ มารับมือกูไม่กลัวเจ้าตัวดี ฯ
๏ พวกม้าใช้กลับมาทูลมูลเหตุ ให้ทรงเดชทราบเบื้องบทศรี
บาทหลวงแกขู่ขับทับทวี พูดเป็นทีเยาะหยันจำนรรจา ฯ
๏ พระทรงฟังสั่งสุดสาครหลาน จงเตรียมการไว้แต่ดึกเร่งปรึกษา
กับอาจารย์พรหมพักตร์จักรา จะตรึกตรากะการสถานใด ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถ อภิวาทออกมาแจ้งแถลงไข
กับท่านครูผู้ประสิทธิ์ฤทธิไกร เสนาในทวยหาญชาญณรงค์ ฯ
๏ ฝ่ายท่านพราหมณ์ผู้ชำนาญในทางเวท จึงแจ้งเหตุตั้งรับเป็นทัพหงส์
แล้วสั่งพวกเกณฑ์หัดจัตุรงค์ ในถือธงสี่หมู่เป็นคู่กัน
ทั้งเขียวแดงดำม่วงล่วงไปก่อน อาวุธซ่อนไว้กับกายเร่งผายผัน
พวกปืนแดงแซงประทับสำหรับกัน เหล่ากริชสั้นเสโล่โตมรา
พวกตั้งเขนเกณฑ์ไว้รับพวกทัพหนุน ขวานญี่ปุ่นทัพชเลยเคยอาสา
จัดกระบวนล้วนทุกหมวดแล้วตรวจตรา คอยเวลาเจ้าพิภพจบสกล ฯ
๏ ป่างพระจอมนรินทร์ปิ่นกษัตริย์ ครั้นไตรตรัจสุริยาเวหาหน
สรงวารีชำระประนํ้ามนต์ ทรงเครื่องต้นตามสีรวีวัน
จับพระแสงเนาวรัตน์ประภัสสร บทจรนาดกรายค่อยผายผัน
มาทรงรถพรรณรายลายสุวรรณ โหราลั่นฆ้องชัยดังใจจง
ให้เดินทัพแสนยาโยธาหาญ ก้องสะท้านครบถ้วนกระบวนหงส์
เสียงแตรสังข์ดังลั่นสนั่นดง แล้วโบกธงโห่ร้องก้องกังวาน ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงมังคลานราราช พร้อมอำมาตย์แขกชวาโยธาหาญ
ให้ยกทัพรีบออกนอกปราการ จากเมืองด่านเดินพหลพลชวา
พอถึงทางกลางย่านให้หยุดพัก เอาธงปักเรียงรายทั้งซ้ายขวา
บาทหลวงเห็นทัพไทยในลังกา ยกออกมาหลายหมื่นพื้นฉกรรจ์
จึงว่ากับมังคลาสานุศิษย์ เองจงคิดแยกพหลพลขันธ์
เป็นสองทางแม้เข้ารบสมทบกัน แล้วผ่อนผันตัดหลังอย่ารั้งรอ
แกสั่งให้ทัพหน้าบรรดาแขก ตีให้แตกช้าอยู่ไยไฉนหนอ
ปืนนกสับคาบชุดอย่าหยุดรอ ต่างวิ่งสอยิงลั่นสนั่นดัง ฯ
๏ ข้างฝ่ายพวกลังกาเห็นข้าศึก ก็โหมฮึกรุกไปดั่งใจหวัง
ปล่อยปืนตับผางผึงเสียงตึงตัง พวกฝรั่งหนุนแน่นเอาแหลนแทง
ข้างพวกไทยคอยระวังเอาดั้งรับ วิ่งขยับเข้าไล่ฟันด้วยขันแข็ง
ชุลมุนวุ่นวางกันกลางแปลง บ้างทิ่มแทงกันตายลงหลายพัน
ทั้งสองฝ่ายตายกลาดลงดาษดื่น บาทหลวงยืนเร่งพหลพลขันธ์
แขกชวากล้าแข็งเข้าแทงฟัน วิ่งถลันรำกริชไม่คิดตาย
ทหารไทยป้องกันฟันด้วยง้าว แตกเป็นเหล่าวิ่งวุ่นบ้างสูญหาย
ทหารไทยไล่ฆ่าบรรดานาย แตกกระจายยับย่นไม่ทนทาน ฯ
๏ บาทหลวงเห็นทัพหน้าโยธาแขก พากันแตกยับย่นพลทหาร
เสียน้ำใจไม่รู้แห่งจะแจ้งการ ดูทหารก็น้อยถอยกำลัง
เห็นทัพไทยไล่กระชั้นยิ่งครั่นคร้าม พยายามเห็นไม่สมอารมณ์หวัง
ถอยเข้าด่านชานชลาละล้าละลัง ไทยประดังปืนรบสมทบกัน
พังประตูกรูไล่เข้าในด่าน เหล่าทหารฟันแทงล้วนแข็งขัน
แต่ฆ่าพวกแขกตายลงหลายพัน ศรีสุวรรณเร่งรถบทจร
เข้าในด่านธารท่าชลาสินธุ์ สมถวิลบพิตรอดิศร
พลางเร่งพวกโยธาพลากร เข้าราญรอนเคี่ยวขับจับคนพาล
สังฆราชมังคลามาให้ได้ จะตั้งให้เป็นใหญ่ฝ่ายทหาร
ต้อนพหลพลขันธ์ประจัญบาน อลหม่านทัพแขกแตกกระจาย ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงมังคลานราราช ให้หวั่นหวาดคิดไปแล้วใจหาย
ลงจากรถรีบไปทั้งไพร่นาย วิ่งกระจายรีบออกนอกประตู
พวกทัพไทยไล่จับสังฆราช พระหน่อนาถหยิบตราพระราหู
ขึ้นกวัดแกว่งแสงปลาบลุกวาบวู เป็นไฟฟู่แสงสว่างกระจ่างตา
ทหารไทยไล่รุดต้องหยุดยั้ง ยืนสะพรั่งดูไปทั้งซ้ายขวา
เป็นควันพลุ่งรุ่งโรจน์โชตินา อำนาจตราบังกายทั้งไพร่พล ฯ
๏ บาทหลวงวิ่งไม่ใคร่ไหวใจจะขาด ถึงชายหาดแล้วสำเหนียกเรียกต้นหน
ให้พยุงจูงลงเรือกูเหลือทน หนีให้พันข้าศึกได้ตรึกตรอง
แขกฝรั่งทั้งนั้นรีบผันผาย พาเจ้านายวุ่นวิ่งทิ้งข้าวของ
ลงเรือได้ให้ตรวจทุกหมวดกอง เสียข้าวของคนตายลงหลายพัน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายทัพบกที่ยกไล่ ติดตามไปเร่งพหลพลขันธ์
ลากปืนใหญ่ขึ้นป้อมพร้อมด้วยกัน ยิงกำปั่นโจนลงในคงคา
ที่ถูกเสาเพลาใบหักสะบั้น คนเหล่านั้นดับชีวังสิ้นสังขาร์
ที่จมน้ำมิได้เหลือเป็นเหยื่อปลา พวกลังกายิงกระหน่ำพอคํ่าลง
บาทหลวงกับมังคลาสานุศิษย์ เป็นสุดคิดเสียใจเร่งไต้ก๋ง
ให้ออกเรือรีบไปดั่งใจจง แล่นไปตรงรีบออกนอกสันดอน
พอลมตรงส่งท้ายออกได้หมด ให้แล่นลดเลียบตลิ่งริมสิงขร
เอาเข็มตั้งไปให้ชิดทิศอุดร หมายนครใช้ใบไปกำพล ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายลังกาอาณาจักร ก็พร้อมพรักเลิกทัพกลับสิงหล
ชนะศึกจับได้ทั้งไพร่พล ให้แบกขนเครื่องอาวุธยุทธนา ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ เข้าจังหวัดพร้อมวงศ์เผ่าพงศา
ให้รางวัลเสนีผู้ปรีชา แต่บรรดาไปณรงค์ทำสงคราม
ทั้งพหลพลไพร่นายทหาร ได้ประมาณทั่วทุกกองทั้งสองสาม
ที่เลื่อนที่มียศดูงดงาม สมกับความชอบทั่วทุกตัวคน ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ