ตอนที่ ๓๐ พระอภัยมณีตีเมืองใหม่

๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเจ้าไตรจักร จึงสั่งอัครชายามารศรี
เจ้ายกทัพขับทหารออกต้านตี ผู้ใดมีความชอบประกอบการ
จงรางวัลชั้นแต่ไพร่ให้ได้ถ้วน พอสมควรยศศักดิ์อัครฐาน
ที่วายวางกลางณรงค์ให้วงศ์วาน รับประทานถ้วนทั่วทุกตัวคน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์มิ่งมเหสี ทำบาญชีไว้แต่หลังยังฉงน
ให้สาวใช้ไขตู้อยู่ชั้นบน บาญชีคนมาถวายจดหมายไว้
พระทรงอ่านบาญชียินดีหนัก ด้วยนงลักษณ์แสนปัญญาอัชฌาสัย
โสมนัสตรัสล้ออรไท นี่หากได้ยอดทหารผลาญไพรี
สู้รบรับทัพท้าวเก้าประเทศ ไม่เสียเขตขอบแขกกลับแตกหนี
ถูกธนูสู้ทนเป็นคนดี ก็ไม่มีของประทานพานอาภัพ
นางแย้มยิ้มพริ้มพรายสบายจิต แล้วทรงคิดของบำเหน็จให้เสร็จสรรพ
หาเสนามาพร้อมน้อมคำนับ ประทานทรัพย์เสื้อผ้าเงินตรากราว ฯ
๏ ฝ่ายทหารพลเรือนได้เลื่อนที่ เจียดกระบี่ยศศักดิ์เครื่องปักขาว
เงินภาษีปีละแสนทั้งแดนดาว ให้ยกคราวเมื่อศึกมาถึงธานี
ถึงโยธาการะเวกเมืองรมจักร ได้เงินทองของรักเป็นศักดิ์ศรี
พลทมิฬสินสมุทรฝีมือดี ได้ของที่ต้องใจทั้งไพร่นาย ฯ
๏ ฝ่ายเสนาการะเวกเอกอำมาตย์ เชิงฉลาดคาดการประมาณหมาย
สังเกตดูภูวไนยพระทัยสบาย จึงถวายบังคมทูลมูลความ
พระปิ่นปักนัคราการะเวก คิดถึงเอกโอรสหมดทั้งสาม
วางพระทัยให้ข้าพยายาม เที่ยวติดตามกว่าจะปะกับพระองค์
แล้วให้ข้าฝ่าละอองฉลองบาท ถวายราชไมตรีที่ประสงค์
บังคมขอหน่อนาถบาทบงสุ์ ให้สืบพงศ์ผ่านสมบัติกษัตรา
ประการหนึ่งซึ่งพระองค์ประสงค์สนิท บาทบพิตรภูวเรศเหมือนเชษฐา
แม้นบอกไปได้ความจะตามมา ร่วมสุธาสันธมิตรสนิทใน ฯ
๏ พระฟังคำอำมาตย์ฉลาดแหลม จึงยิ้มแย้มยกย่องสนองไข
โอรสามาแถลงให้แจ้งใจ ว่าพระทัยทรงธรรม์กรุณา
เราขอบจิตคิดจะใคร่ไปรู้จัก บำรุงรักในพระองค์เหมือนวงศา
จะบอกไปให้พระน้องนั้นต้องมา ดูดังว่าถือยศไม่งดงาม
เราจะไปให้ถึงจึงจะชอบ เหมือนรักตอบตามสุภาพไม่หยาบหยาม
จะหยุดยั้งฟังงานการสงคราม อีกสักสามสี่เวลาจึงคลาไคล ฯ
๏ พอปากน้ำนำผู้ถือหนังสือลับ มาคำนับทูลแจ้งแถลงไข
ว่าบุตรท้าวเจ้าพาราสุลาไล ฝรั่งใหญ่ยกมาตั้งอยู่ลังกา
กับบุตรท้าวเจ้าพาราสุลาไล ฝรั่งใหญ่ยกมาตั้งอยู่ลังกา
กับบุตรท้าวเจ้าระเด่นนั้นเป็นแขก ล้วนรุ่นแรกรักผู้หญิงชิงอาสา
จะรบกันขันสู้ดูศักดา นางวัณฬาลวงล่อให้พอใจ
แม้นแล้งลงคงจะมาไม่ช้านัก ให้ทรงศักดิ์ทราบกระแสคิดแก้ไข
พระฟังข่าวผ่าวร้อนถอนฤทัย นึกสงสัยไต่ถามพราหมณ์พฤฒา
เมืองทมิฬถิ่นประเทศทุกเขตแคว้น ในภูมิแผนที่มีกี่ภาษา
ได้ฟังถามพราหมณ์เฒ่าเจ้าตำรา จึงวันทาทูลความตามโบราณ
อันวิสัยไตรเพทประเทศถิ่น บูรพ์ทักษิณปัจจิมทิศและอิสาน
แผ่นดินงอกออกทุกวันเป็นสันดาน เขาสร้างบ้านสร้างเมืองเนื่องกันไป
อันแว่นแคว้นแดนดินถิ่นมนุษย์ ไม่รู้สุดสิ้นอย่างต่างวิสัย
เป็นหมื่นแสนแผนที่ซึ่งมีไว้ จนถึงใกล้เขตถิ่นเมืองกินรา
ยังนอกนั้นตะวันตกยกขึ้นเหนือ พูดเหมือนเนื้อนกคล้ายหลายภาษา
แต่พวกเขาเหล่าฝรั่งข้างลังกา เคยไปค้าขายถึงทางครึ่งปี
ที่ยังนอกออกไปนั้นหลายเพศ ว่าเขตเปรตอสุรกายและพรายผี
ซึ่งทราบความตามอ่านพระบาลี ในคัมภีร์ภูมิประเทศเขตสุธา ฯ
๏ พระอภัยได้สดับกลับวิตก ศึกจะยกข้ามเมืองเนื่องหนักหนา
จึงปรึกษาข้าเฝ้าเหล่าเสนา นางวัณฬายังเป็นสาวสิบเก้าปี
จะเชิญท้าวด้าวแดนทั้งแสนภพ มารุมรบเมืองผลึกดังศึกผี
ฉวยประมาทพลาดพลั้งเหมือนครั้งนี้ ชาวบุรีราษฎรจะร้อนรน
เราตรองตรึกนึกว่าน่าจะข้าม ไปปราบปรามแว่นแคว้นแดนสิงหล
ล้อมลังกาฆ่านายให้วายชนม์ เหมือนตัดต้นเสียแล้วปลายก็ตายตาม
แต่เสนาการะเวกเอกอำมาตย์ จงพาราชโอรสหมดทั้งสาม
ไปพาราถ้าสำเร็จเสร็จสงคราม เราจะตามไปเหมือนคำที่รำพัน
แล้วให้หาอาลักษณ์จำลองสาร ล้วนอ่อนหวานเพราะพริ้งทุกสิ่งสรรพ์
ใส่ลานทองกล่องแก้วอันแพรวพรรณ ทั้งเครื่องบรรณาการประทานไป
แล้วสั่งพระอนุชาเสนาผลึก ล้วนเคยศึกสงครามตามวิสัย
จงเตรียมคนพลรบให้ครบไว้ จะข้ามไปลังกาไม่ช้าการ
แล้วชวนบุตรสุดสาครบวรนาถ ขึ้นปราสาทแสนวิโยคโศกสงสาร
สถิตแท่นแว่นฟ้าโอฬาฬาร กอดกุมารโศกาด้วยอาลัย
โอ้ลูกแก้วแววตาบิดาเอ๋ย ได้ชมเชยชื่นจิตพิสมัย
จะแลลับกลับเป็นลูกเขาอื่นไป เหมือนดวงใจพ่อนี้พรากไปจากทรวง
จะขัดขวางอย่างไรก็ไม่ชอบ ด้วยเธอมอบรักใคร่มาใหญ่หลวง
มิให้ไปไพร่พลคนทั้งปวง จะลามล่วงติโทษว่าโหดไร้
จึงจำส่งองค์เจ้าเพราะเท่านั้น โอ้มิ่งขวัญพ่ออย่าหมองจงผ่องใส
พลางสวมสอดกอดโอรสระทดใจ สะอื้นให้อยู่บนที่ศรีไสยา ฯ
๏ สุดสาครอ่อนองค์ลงอภิวาท จับพระบาทภูวไนยใส่เกศา
พระปิ่นเกล้าเจ้าประคุณกรุณา มิใช่ว่าลูกนี้จะลืมคุณ
แต่พ่อเลี้ยงเที่ยงธรรม์ได้พันผูก เหมือนพ่อลูกล้นเหลือที่เกื้อหนุน
อันหนึ่งน้องสองราก็การุญ ได้ทำบุญร่วมกันมามั่นคง
ลูกขอลาฝ่าพระบาทบิตุเรศ ไปทูลเหตุมูลความตามประสงค์
แล้วจะลาพาพลมารณรงค์ ช่วยพระองค์รบพุ่งกรุงลังกา ฯ
๏ พระฟังบุตรสุดสวาทฉลาดฉลอง กรประคองรับขวัญด้วยหรรษา
พลางกอดจูบลูบหลังพระลูกยา พ่ออย่าปรารมภ์จิตถึงบิดร
ศึกเพียงนี้มิสู้ยากลำบากนัก เพราะพร้อมพรักนายทหารชาญสมร
ล้วนเรียนรู้ครูประสิทธิ์ฤทธิรอน จะผันผ่อนได้สิ้นดังจินดา
เจ้าไปอยู่บุรีให้มีสุข พ่อมีทุกข์จึงจะให้เขาไปหา
แล้วก็เปลื้องเครื่องทรงอลงการ์ ให้ลูกยาสวมทรงเป็นมงคล ฯ
๏ สุดสาครซ้อนนอกหนังเสือเหลือง เป็นสามเครื่องเรียบร้อยใส่สร้อยสน
แล้วกราบทูลมูลความตามยุบล เหมือนเรื่องต้นตั้งสัตย์ปฏิญาณ
มิได้กลับอภิวาทบาทดาบส น้อมประณตแม่มัจฉาเหมือนว่าขาน
ก็ไม่เปลื้องเครื่องครองของอาจารย์ ขอประทานโทษาอย่าราคิน ฯ
๏ พระอภัยได้สดับก็รับขวัญ เห็นกตัญญูจิตคิดถวิล
ยิ่งรำพึงถึงมัจฉายุพาพิน มิรู้สิ้นรักใคร่อาลัยลาน
แล้วจึงว่าถ้าแม้พบกับแม่เจ้า จงบอกเล่าว่าพ่อคิดพิษฐาน
ไปชาติหน้าขอให้พบยุพาพาล กับประการหนึ่งนั้นทุกวันนี้
แม้นมิตายหมายใจจะได้พบ ไม่ล้างลบลืมมัจฉามารศรี
สั่งโอรสพจนาในราตรี จนรวีวรรณสว่างสำอางองค์
แล้วจัดเครื่องเรืองระยับประดับเพชร มงกุฎเก็จเกี้ยวกระหนกวิหคหงส์
ทั้งภูษาค่าเมืองเครื่องณรงค์ ประทานองค์พระพี่น้องสองกุมาร
แล้วโลมลูบจูบพักตร์รักเหมือนบุตร ล้วนแสนสุดซื่อตรงน่าสงสาร
เมื่อเติบใหญ่ไหนก็คงเป็นวงศ์วาน กอดกุมารรับขวัญกลั้นโศกา
แล้วสอนให้ไหว้อาลาพระพี่ ทั้งชนนีนั่งรายทั้งซ้ายขวา
สามกุมารนั่งเรียงเคียงกันมา ชลีลาอัคเรศเกศสุรางค์ ฯ
๏ นางรับขวัญสรรเสริญเจริญรัก จุมพิตพักตร์พี่น้องแล้วหมองหมาง
พิไรร่ำพร่ำว่าโศกาพลาง ไปเหินห่างห้องแม่จะแลลับ
นิจจาเอ๋ยเคยเห็นทุกเย็นเช้า เมื่อไรเจ้าสายใจจะได้กลับ
โอ้อนาถวาสนาแม่อาภัพ ได้ลูกแก้วแล้วจะกลับครรไลไป
สุดสาครจรมาหาแม่มั่ง พ่อเหมือนดังดวงจิตอย่าคิดไฉน
แม่รักน้องของเจ้านั้นเท่าไร ก็รักใคร่ตัวเจ้านั้นเท่ากัน
ขอฝากน้องสองหญิงอย่าทิ้งขว้าง ให้เหมือนอย่างร่วมอุทรให้ผ่อนผัน
ประภาษพลางนางประทานสังวาลวรรณ ให้เหมือนกันทั้งพระน้องสองกุมาร ฯ
๏ แล้วคลานเข้าเฝ้าอาขอลากลับ พระอารับขวัญจูบโลมลูบหลาน
ธำมรงค์วงละแสนแหวนโบราณ ถอนประทานให้ทั้งสามตามอาลัย
แล้วคลานมาหาสินสมุทรพี่ อัญชลีอำลาน้ำตาไหล
สินสมุทรสุดสวาทเพียงขาดใจ จึงว่าพี่นี้อะไรก็ไม่มี
แต่จะผูกลูกสิงโตสองตัวนั้น ช่วยทำขวัญให้พระน้องทั้งสองศรี
มันหนังเหนียวเขี้ยวทองแดงเรี่ยวแรงดี จะได้ขี่เข้าณรงค์ทำสงคราม
สุดสาครสอนให้น้องสองคำนับ เคารพรับเรียบราบไม่หยาบหยาม
จะครวญคร่ำร่ำว่าจะช้าความ ครั้นเสร็จสามกุมาราก็คลาไคล
มาลงลำกำปั่นสุวรรณมาศ ออกเกลื่อนกลาดตามมหาชลาไหล
พอลมดีคลี่สายระบายใบ แล่นไปในแดนน้ำทุกค่ำคืน ฯ
๏ พระอภัยใจหายเสียดายบุตร คิดถึงสุดสาครถอนสะอื้น
แต่ข่าวทัพขับขันต้องกลั้นกลืน ทุกวันคืนคิดการจะราญรอน
เตรียมเรือรบครบล้วนกระบวนศึก ดูพิลึกหลายทัพสลับสลอน
ทั้งซ้ายขวาหน้าหลังเหมือนมังกร จะราญรอนรับรองดูว่องไว
ให้สินสมุทรกับพระน้องเป็นกองหน้า ยกโยธาธงทิวปลิวไสว
พอแลลับทัพหลวงล่วงครรไล พระอภัยคุมทัพกำกับมา
พราหมณ์วิเชียรเรียนรู้ธนูแม่น คุมเรือแล่นเรียงหลีกเป็นปีกขวา
ข้างปีกซ้ายฝ่ายพราหมณ์นามโมรา คุมโยธาเสียดข้ามไปตามทาง
เจ้าสานนมนต์ขลังอยู่รั้งท้าย เรียกพระพายผาดพัดไม่ขัดขวาง
ได้ลมคล่องล่องน้ำออกท่ามกลาง ไปตามทางถึงสิบห้าทิวาวัน ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังการักษาด่าน สังเกตการกองทัพเห็นขับขัน
จึงรีบใช้ใบกลับมาฉับพลัน แล้วพากันขึ้นไปเฝ้าทูลเจ้านาย
เห็นเรือเหล่าชาวผลึกมาคึกคัก มีธงปักหน้าเรือดูเหลือหลาย
ยังแลหลามข้ามเคียงมาเรียงราย ตะวันบ่ายเห็นจะมาถึงหน้าเมือง ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังกาวัณฬาน้อย นางเศร้าสร้อยซูบศรีฉวีเหลือง
แต่เสียท้าวเจ้าละมานรำคาญเคือง ทั้งเสียเมืองอื่นซ้ำระยำยับ
ใครยกไปไพรีก็ตีแตก ช่างเหลวแหลกหลายหมื่นไม่คืนกลับ
สิบเก้าเมืองเปลื้องปลดกำหนดนับ เดี๋ยวนี้ทัพข้ามมาถึงธานี
อันไพร่นายฝ่ายเขาชาวผลึก ชำนาญศึกสามารถดังราชสีห์
เราชิงชัยไม่สันทัดเป็นสตรี จะต่อตีต้านทานประการใด
แล้วนิ่งนึกตรึกตรองว่าสองทัพ จะรบรับหรือว่าจิตคิดไฉน
มาหึงหวงหน่วงนานรำคาญใจ จะยุให้สององค์ออกสงคราม
ดำริพลางนางสั่งฝรั่งเศส กับแขกเทศพวกระเด่นที่เป็นล่าม
ไปทูลสองกองทัพให้ทราบความ ว่าศึกข้ามฟากมาถึงธานี
จะเอ็นดูอยู่ด้วยช่วยกันรบ หรือจะหลบหลีกไฉนก็ให้หนี
เราจะได้ให้ทหารออกต้านตี อยู่ที่นี่ก็จะพลอยยับย่อยไป
แขกฝรั่งฟังนางต่างคำนับ มากองทัพที่ริมท่าชลาไหล
ทูลฉลองสองโอรสยศไกร เหมือนทรามวัยว่ามาสารพัน ฯ
๏ ฝ่ายบุตรท้าวเจ้าระเด่นชื่อเซ็นระด่ำ แปลเป็นคำไทยว่าเจ้าฟ้าสวรรค์
จะใคร่รบตบพระหัตถ์แล้วตรัสพลัน ชะแม่วัณฬาว่าเป็นน่าอาย
แน่อำมาตย์ชาติเราเหล่าระเด่น ถึงป่นเป็นภัศม์ธุลีไม่หนีหาย
นี่หากเคราะห์เพราะมาพ้องกันสองราย หาไม่นายเสร็จการแล้วป่านนี้
จะเข้าไปในวังฟังให้แน่ สุดแล้วแต่พระธิดามารศรี
แม้นให้เราเข้าหน้าจะราวี ให้ไพรีหายฉิบในพริบตา
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องเรืองจำรัส หนุ่มกำดัดดูงามตามภาษา
ทรงเหน็บกริชฤทธิไกรแล้วไคลคลา แขกชวาวิ่งตามไปหลามทาง ฯ
๏ ฝ่ายมะหุดบุตรท้าวเจ้าฝรั่ง เมื่อได้ฟังฝีปากเขาถากถาง
ยิ่งเหิมฮึกนึกมานะไม่ละวาง ไฉนนางทรงสั่งมาดังนี้
จะยกไปหลายครั้งฝรั่งห้าม จนศึกข้ามเขตคุ้งมากรุงศรี
จะต่อว่าถ้ามิให้รบไพรี จะพลอยตีเมืองลังกาให้สาใจ
แล้วแต่งองค์ทรงเสื้อเครือกระหนก หมวกขนนกเหน็บแนมแซมไสว
ถือกระบี่ลีลาเหล่าข้าไท ทั้งนายไพร่พรั่งพร้อมห้อมล้อมมา
ถึงในวังทั้งระเด่นเซ็นระด่ำ ขุนนางนำเข้าไปตึกที่ปรึกษา
ทั้งสองข้างต่างถึงถลึงตา พวกเสนาแลดูรู้ทำนอง
เชิญให้นั่งตั้งที่เก้าอี้รับ มีฉากลับแลบังอยู่ทั้งสอง
นางสาวสรรค์พนักงานเชิญพานทอง ถวายกล้องเครื่องพระศรีที่น้ำชา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงเกรงจะโกรธ ทำขอโทษทอดเทเสน่หา
ซึ่งน้องให้ไปถามตามสงกา เพราะเห็นว่าขึ้งเคียดรังเกียจใจ
ประเดี๋ยวนี้มีทัพมาคับคั่ง น้องก็หวังจิตว่าจะอาศัย
แต่สององค์ทรงฤทธิ์คิดอย่างไร จงโปรดให้ทราบความแต่ตามจริง
อันตัวน้องครองสัตย์สันทัดเที่ยง อุตส่าห์เสี่ยงวาสนาประสาหญิง
แต่สององค์ทรงระแวงแคลงประวิง จะทอดทิ้งเสียแล้วน้องก็ต้องอาย
ประภาษพลางทางชม้อยคอยสังเกต ให้สบเนตรหน่อนาถเหมือนมาดหมาย
พอแลสบหลบเลี่ยงเมียงชม้าย แกล้งประปรายโปรดให้แต่นัยนา ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งทั้งแขกล้วนแรกรุ่น ทั้งหมกมุ่นมนต์เล่ห์รูปเลขา
ได้ฟังรสพจมานหวานวิญญาณ์ ยิ่งปะตาต่างตะลึงคะนึงใน
จะเกี้ยวนางต่างสองขึ้นพ้องเสียง สวนสำเนียงไม่รู้ว่าภาษาไหน
เสียงฝรั่งประดังแขกแทรกขึ้นไป เหมือนสวดมาลัยรับวัดสันทัดกัน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงเกรงวิวาท เชิงฉลาดแยบคายลวงชายขยัน
เขียนฉลากลงให้เห็นเป็นสำคัญ แล้วปนกันให้สุรางค์ไปวางไว้
พลางสัญญาว่าจะหยิบกลีบลำเจียก จงสำเหนียกในหนังสืออย่าถือไฉน
ใครได้ก่อนผ่อนกันองค์นั้นไป แม้ปลงใจจึงค่อยหยิบกลีบผกา ฯ
๏ สองกษัตริย์ตรัสตอบว่าชอบแล้ว ต่างผ่องแผ้วยิ้มหยิบกลีบบุปผา
ฝรั่งใหญ่ได้หนังสือเหมือนถือตรา หัวร่อร่าร้องว่าแน่แล้วแม่คุณ
ทำไมกับทัพผลึกศึกเท่านี้ เหมือนแมลงหวี่โว้เว้เดรฉุน
จะขยี้บี้เล่นให้เป็นจุณ เปรียบเหมือนฝุ่นฝอยไหม้ในไฟกาฬ
แล้วลามาท่าน้ำลงกำปั่น สั่งให้ลั่นปืนสัญญาโยธาหาญ
ให้โห่ภาษาผรั่งดังสะท้าน ยกออกต้านตั้งมั่นป้องกันเมือง ฯ
๏ น่าสงสารฝ่ายระเด่นเซ็นระด่ำ ทรวงระกำแก้หน้าดูฝาเฝือง
แค้นมะหุดสุดแสนจะแค้นเคือง แลชำเลืองลานุชพระบุตรี
แล้วตรัสว่าฝรั่งไปตั้งรับ แม้ถอยกลับทวนทบตลบหนี
เข้ามายังฝั่งน้ำจะซ้ำตี ให้สาที่ถือตัวไม่กลัวใคร
แล้วลงมาท่าน้ำสั่งตำมะหงง ให้ยกธงทัพชวาโยธาไสว
พร้อมพหลพลรบสงบไว้ ทั้งนายไพร่พร้อมพรั่งริมฝั่งชล ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังกาวัณฬาหญิง ยังเกรงกริ่งเกลือกวิบัติจะขัดสน
ให้ตรวจตราหน้าที่ต้อนรี้พล ขึ้นอยู่บนป้อมรอบขอบบุรี
แล้วชวนเหล่าสาวสุรางค์นางน้อยน้อย ขึ้นตึกลอยล่องฟ้าหลังคาสี
เคยนั่งเล่นเห็นถนัดถึงนที จะดูฝีมือทหารที่ราญรอน ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรฤทธิรุทร สินสมุทรทัพหน้านาวาสลอน
พอจวนเย็นเห็นกำปั่นเที่ยวสัญจร เป็นตอนตอนตั้งกระบวนจะสวนรบ
ไม่รอรั้งสั่งทหารให้ขานโห่ ไล่เรือโล้เข้าประจัญหันตลบ
แล้วตีฆ้องกลองระดมเร่งสมทบ เข้ารุมรบเรือฝรั่งเมืองลังกา ฯ
๏ ฝ่ายมะหุดบุตรท้าวเจ้าฝรั่ง ตีระฆังขานรับทัพซ้ายขวา
แล้วตั้งโห่โล้หลีกเป็นปีกกา ตามสัญญายิงปืนเสียงครื้นครึก
ระดมดังตังตึงกึงกึงก้อง ทั้งปิดป้องปืนรับทัพผลึก
โห่กระหึ่มครึมครั่นลั่นพิลึก อึกทึกถูกล่มถล่มทลาย
ทั้งพวกพลคนยับลงนับหมื่น ด้วยว่าปืนป้องกันมันไม่หาย
สุดแต่ลูกถูกใครทั้งไพร่นาย คนนั้นตายตับปอดตลอดไป
แต่สินสมุทรสุดกล้าออกหน้าทัพ หมายจะจับฝรั่งยังไม่ใกล้
พอลูกท้าวเจ้าพาราสุลาลัย ทรงปืนใหญ่ยิงหมายเอานายพล
เสียงตึงลูกถูกสินสมุทรผลุง จำเพาะพุงผึงกระเด็นไม่เห็นหน
ตกในน้ำสำลักประดักชล จมลงจนถึงดินสิ้นกำลัง
พอนายหายฝ่ายไพร่ตกใจร้อง ตลบล่องแล่นหาข้างหน้าหลัง
ฝรั่งใหญ่ได้ทีตีประดัง เสียงตึงตังติดตามแล่นหลามมา ฯ
๏ ศรีสุวรรณกันทัพให้รับรบ เรือตลบแล่นรายทั้งซ้ายขวา
พอมืดค่ำคล้ำลงในคงคา ด้วยลมกล้ากลางคืนเป็นคลื่นตี
ปะทะทัพสับสนอลหม่าน ฝรั่งต้านต่อรบไม่หลบหนี
ระดมปืนครื้นครั่นกันไพรี แต่ลมตีเข้าฝั่งข้างลังกา
พระอภัยได้ลมเร่งสมทบ ล้วนเรือรบเรียงแล่นเข้าแน่นหนา
ฝ่ายฝรั่งตั้งโห่เป็นโกลา ยิงปืนหน้าเรือลั่นสนั่นดัง ฯ
๏ ฝ่ายระเด่นเซ็นระด่ำเห็นค่ำพลบ เอาเรือรบรายทางออกข้างหลัง
ด้วยโกรธขึ้งหึงผู้หญิงคิดชิงชัง ยิงฝรั่งเรือแตกต้องแยกรับ
พวกกองหนุนวุ่นวายฝ่ายกองหน้า ก็พะว้าพะวังถอยหลังกลับ
ศรีสุวรรณลั่นฆ้องเร่งกองทัพ เข้าคั่งคับขึ้นกำปั่นไล่ฟันแทง
ฝรั่งตายย้ายแยกแขกออกรบ ล้วนแกว่งคบหอกดาบกำซาบแผลง
สลุบสลัดสกัดทางไว้กลางแปลง แต่รับแรงเรือกระทบหลบไม่ทัน
เข้าถึงฝั่งทั้งแขกพลอยแตกซ้ำ บ้างลงน้ำขึ้นตลิ่งวิ่งถลัน
เหล่าทัพแตกแขกฝรั่งล้วนชังกัน เข้าแทงฟันเฝ้าแต่ซ้ำกันร่ำไป
พวกพหลพลผลึกยิ่งฮึกโห่ กึกก้องโกลาลั่นเสียงหวั่นไหว
เข้าถึงฝั่งยั้งหยุดเที่ยวจุดไฟ เพลิงก็ไหม้เรือฝรั่งพลุ่งพลั่งโพลง
ติดสลุบวุบตึงถึงทัพแขก ตุ่มดินแตกตึงลั่นควันโขมง
เลยลุกไหม้ใบเพลาเสากระโดง ยิ่งพลุ่งโพล่งเพลิงสว่างดังกลางวัน ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังกาเห็นข้าศึก พลผลึกหลายทัพดูขับขัน
ฝรั่งแขกแตกยับทบทับกัน บางพวกเข้าเผากำปั่นเสียงครั่นครื้น
ให้คร้ามจิตคิดจะล่าโยธาทัพ แล้วนึกกลับกลั้นแกล้งทำแข็งขืน
เรียกฝรั่งพรั่งพร้อมขึ้นป้อมปืน ดูดาษดื่นเดินไขว่กันไปมา
ยกกระบัตรหัศเกนตระเวนตรวจ ทุกหมู่หมวดมุลนายทั้งซ้ายขวา
ข้างฝั่งน้ำสำคัญนางวัณฬา ให้โยธาขึ้นสมทบบรรจบกัน
แล้วให้หาข้าเฝ้าเหล่าทหาร มาคิดการแก้ไขไอศวรรย์
เมืองผลึกฮึกโหมเข้าโรมรัน จะป้องกันแก้ไขฉันใดดี ฯ
๏ ฝ่ายเสนาฝรั่งอยู่พรั่งพร้อม ประณตน้อมนางวัณฬามารศรี
ต่างทูลว่าข้าพเจ้าอยู่เหล่านี้ คงต่อตีกว่าชีวันจะบรรลัย
แต่ศึกเสือเหลือกำลังฝรั่งแขก ก็ตื่นแตกต่างต้านทานไม่ไหว
เรารอรั้งตั้งมั่นประจัญไว้ แต่พอให้รุ่งแจ้งแสงตะวัน
เห็นชนะจะเข้ารบสมทบทัพ สกัดจับเข่นฆ่าให้อาสัญ
ถ้าไพรีมีกำลังตั้งประจัญ จึงผ่อนผันถ่ายเทด้วยเล่ห์กล
ขอบุญญาบารมีศรีสวัสดิ์ เป็นชั้นฉัตรชายหญิงชาวสิงหล
ช่วยโปรดเกล้าเหล่าอาณาประชาชน คิดผ่อนปรนปราบศึกทรงตรึกการ ฯ
๏ นางฟังคำอำมาตย์ให้หวาดหวั่น แต่แกล้งกลั้นกลับว่าเหมือนกล้าหาญ
ให้ปกป้องกองละหมื่นปืนชำนาญ ไปตั้งต้านต่อณรงค์ริมคงคา
จะได้รับทัพแตกแขกฝรั่ง ที่อยู่ฝั่งฝ่ายเราคงเข้าหา
รับแต่ไพร่ไว้บำรุงกรุงลังกา แต่ตัวนายขายหน้าอย่าเอาไว้
ครั้นสั่งเสร็จเสด็จมาอยู่หน้าป้อม ข้าหลวงล้อมแต่ล้วนปืนยืนไสว
พวกกองนอกออกไปตั้งระวังภัย ทั้งนายไพร่พร้อมพรั่งริมฝั่งชล ฯ
๏ ฝ่ายมะหุดบุตรท้าวเจ้าฝรั่ง เรือที่นั่งอับปางลงกลางหน
ทหารแขกแบกว่ายมาหลายคน พาขึ้นบนฟากฝั่งข้างลังกา
พอเห็นไฟไหม้กำปั่นควันตลบ ไม่พานพบพวกคนเที่ยวค้นหา
ด้วยกลางคืนตื่นแตกแปลกโยธา ไม่รู้ว่าอยู่หนตำบลใด
แต่ทัพบกยกออกตั้งฝรั่งแขก เที่ยวตื่นแตกต่างมาเข้าอาศัย
แต่บุตรท้าวเจ้าพาราสุลาลัย หลีกเข้าไปตรงพลับพลาหน้าเชิงเทิน
เห็นโฉมยงองค์ละเวงดูเปล่งปลั่ง ขยั้นยั้งยืนชะเง้อไม่เก้อเขิน
ช่างขาวผ่องสองแก้มแจ่มเจริญ ให้เพลิดเพลินพลางยิ้มทำพริ้มเพรา
เห็นไพร่พลคนตื่นเสียงครื้นครึก กลับรู้สึกเสียใจดังไฟเผา
ตะโกนก้องร้องว่าองค์แม่นงเยาว์ ช่วยให้เขาเปิดรับพี่ฉับไว ฯ
๏ นางละเวงเพ่งพักตร์รู้จักแจ้ง ด้วยว่าแสงเพลิงกระจ่างสว่างไสว
ให้สาวสรรค์ชั้นนอกตะคอกไป ว่าพวกไอ้ปีศาจฉกาจจริง
เขาฆ่าตายร้ายร้องคะนองหลอก มาเรียกออกอื้ออึงจะพึ่งหญิง
แล้วขู่ขับจับปืนจะยืนยิง มะหุดวิ่งล้มลุกตะคุกคลาน ฯ
๏ ฝ่ายระเด่นเซ็นระด่ำกับตำมะหงง เที่ยวเวียนวงวิ่งหาโยธาหาญ
พอเพลิงฮือรื้อหนีตะลีตะลาน ไม่ต่อต้านแตกมาถึงหน้าวัง
เห็นลูกสาวเจ้าลังกาอยู่หน้าป้อม งามละม่อมแม่คุณเป็นบุญหลัง
ได้เห็นหน้าพาพี่มีกำลัง ช่างเปล่งปลั่งปลดเปลื้องเหลืองลออ
นวลละอองสองแก้มดูแย้มยิ้ม ชะได้ชิมเชยชิดสักนิดหนอ
กระแอมไอให้เสียงสำเนียงคอ เขาหัวร่อรู้สึกนึกรำคาญ
ให้พวกพ้องร้องว่าเซ็นระด่ำ กับทั้งตำมะหงงฝ่ายนายทหาร
จะขอเข้าพึ่งองค์นางนงคราญ เปิดทวารไวไวอย่าได้ช้า ฯ
๏ นางละเวงเกรงใจใช้แต่ล่าม ให้ตอบตามคำแขกแปลกภาษา
ว่าระเด่นเป็นผีหนีเข้ามา ยังหลอนหลอกกลอกหน้าทำตาวาว
จะถือบวชตรวจน้ำทำนบี ไปถึงผีทัพแขกแตกตาขาว
เห็นศึกมาตาเหมี่ยววิ่งเกรียวกราว สิ้นทั้งบ่าวทั้งนายตายไม่ดี ฯ
๏ ฝ่ายระเด่นเห็นเขาแคลงจึงแกล้งร้อง โอ้แม่น้องวัณฬาผินหน้าหนี
ขอหยุดยั้งตั้งรับทัพโยคี มิใช่ผีดอกระเด่นได้เอ็นดู ฯ
๏ สาวสุรางค์ต่างกลับขับตะคอก ยังหลอนหลอกแลบลิ้นจะกินหมู
อ้ายผีแขกแยกเขี้ยวมาเกี้ยวชู้ เฝ้าแลดูพระธิดาทำตาโพลง
พลางจ้องปืนยืนขยับแล้วขับไล่ ไม่ถอยไปหรือจะต้องเป็นสองโหง
ทหารเห็นเผ่นโผนโจนตะโพง ออกวิ่งโทงทิ้งนายพลัดพรายไป
แต่ระเด่นเซ็นระด่ำละล่ำละลัก ด้วยความรักเหลือรักสู้ตักษัย
เห็นลูกสาวเจ้าลังกาตัดอาลัย ร่ำร้องไห้โฮโฮยืนโซเซ
สะอื้นพลางทางว่าฆ่าเสียเถิด คงจะเกิดกอดนางไม่ห่างเห
ถึงชาตินี้มิได้ชมสมคะเน ไปเป็นเทวดาจะมาเชย
แล้วลืมองค์หลงยิ้มจิ้มลิ้มเหลือ เป็นนวลเนื้อเหลือละมุนแม่คุณเอ๋ย
เขาถากถางอย่างไรไม่ไปเลย เฝ้าแหงนเงยดูนางไม่วางตา ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยได้ชนะ แต่เสียพระลูกน้อยละห้อยหา
ให้ทอดสู้อยู่ริมฝั่งตั้งประดา ต้อนโยธาลงในน้ำนั้นคล่ำไป
เที่ยวค้นคว้าหาศพไม่พบปะ สงสารพระลูกยาน้ำตาไหล
ทั้งองค์พระอนุชาเสนาใน ต่างร้องไห้หาพลางในกลางคืน
ไม่เห็นองค์ทรงยศโอรสราช ต่างอนาถนิ่งนึกสะอึกสะอื้น
แต่ก่อนตายหลายครั้งก็ยังฟื้น นี่ถูกปืนใหญ่ยับไม่กลับเป็น
พระอภัยใจหายเสียดายบุตร ให้หาสุดสายกระแสไม่แลเห็น
พระทัยหายตายแน่ตั้งแต่เย็น แม้นกลับเป็นดึกดื่นคงคืนมา
ยิ่งเศร้าหมองตรองตรึกสะอึกสะอื้น จนดึกดื่นเดือนคล้อยเฝ้าคอยหา
แล้วสงสัยไต่ถามพราหมณ์โหรา พระลูกยายังจะรอดหรือวอดวาย ฯ
๏ โหรารับจับยามตามสังเกต พิเคราะห์เหตุหารคูณไม่สูญหาย
จึงทูลความตามตำรับไม่กลับกลาย ยังไม่ตายแต่ว่ายากลำบากครัน
ต้องตกไปไกลที่ถึงสี่โยชน์ เดี่ยวสันโดษดังชีวาจะอาสัญ
ต่อเช้าตรู่สุริย์ฉายขึ้นพรายพรรณ พระพุธนั้นถึงพฤหัสสวัสดี
จะได้ลาภปราบศึกให้กึกก้อง ได้สิ่งของมาประณตบทศรี
ในสองโมงคงจะมาไม่ช้าที ประเดี๋ยวนี้ยังอยู่ในใต้คงคา
แล้วพราหมณ์เฒ่าเล่าถวายว่าสายสมุทร พิลึกสุดสายชลวนหนักหนา
ข้างเหนือใต้ฝ่ายกลางหว่างคงคา ในตำราเรียกชื่อสะดือทะเล
ทั้งสามแหล่งแอ่งอ่าวเหล่าสิงหล น้ำนั้นวนเวียนกำปั่นให้หันเห
จะทอดทิ้งดิ่งสายหมายคะเน ว่าทะเลลึกล้ำน้ำเพียงไร
แต่สายนั้นพันวาสิบห้าเส้น เช้าจนเย็นหย่อนลงด้วยสงสัย
ไม่ถึงดินสิ้นสุดสมุทรไท อยู่เหนือใต้ใกล้ฝั่งข้างลังกา
แต่วนกลางห่างตลิ่งข้างสิงหล ตรงตำบลปากน้ำสำปันหนา
เดี๋ยวนี้เราเข้าในอ่าวแต่เช้ามา สายคงคาเขตวนชลธี
ครั้นน้ำลงตรงออกไปนอกอ่าว เวลาเช้าน้ำขึ้นจะคืนที่
คงมาได้ในรุ่งวันพรุงนี้ ถ้าแม้นมิเหมือนสัญญาให้ฆ่าฟัน
พระฟังความพราหมณ์ทายค่อยคลายจิต ทั้งทรงคิดเห็นจริงทุกสิ่งสรรพ์
สั่งพระน้องกองหน้าซ้ายขวานั้น ให้ป้องกันตรวจตราในราตรี ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบดินทร์สินสมุทร ด้วยเป็นบุตรนางมารหลานฤๅษี
ถือพระมนต์ทนคงทรงอินทรีย์ ถอดชีวีไว้ที่ในไตรโลกา
ถึงตัวตายสายธาตุไม่ขาดสิ้น คือธาตุดินธาตุน้ำร่ำรักษา
ถ้าลมแดดแผดส่องต้องกายา จะแกล้วกล้ากลับเป็นเหมือนเช่นกัน
เมื่อตกน้ำค่ำพลบสลบนิ่ง จึงจมดิ่งดึ่งไปจนไก่ขัน
พอน้ำขึ้นคลื่นคลั่งประดังกัน ให้กายนั้นขึ้นยังฝั่งคงคา
เข้าเกยหาดธาตุลมระดมต้อง ตกถึงห้องนาสิกพลิกผวา
พอแดดถูกปลุกชีวิตด้วยฤทธา ยิ่งแกล้วกล้ากลับฟื้นขึ้นยืนดู
เห็นเปลวไฟไหม้กำปั่นควันตลบ พลรบโห่ลั่นสนั่นหู
กองทัพเราเข้าถึงไหนก็ไม่รู้ จะใคร่ดูทางบกวิ่งหกมา
พอเลี้ยวหลังวังใหม่เห็นไพร่พร้อม กำแพงป้อมปืนรายทั้งซ้ายขวา
พวกทัพแตกแขกฝรั่งเมืองลังกา ยังวิ่งหากันออกอึงคะนึงไป
แล้วแลดูผู้คนพลผลึก กระหึมฮึกโห่ลั่นเสียงหวั่นไหว
ยังรออยู่รู้ทีว่ามีชัย แกล้งเลี้ยวไปดูรอบขอบบุรี
พอแลเห็นเซ็นระด่ำกับตำมะหงง ยืนอยู่ตรงพลับพลาหลังคาสี
สังเกตตาว่าระเด่นเป็นผู้ดี ได้ท่วงทีทำเป็นเมียงเคียงเข้ามา
เห็นสะอื้นยืนชะอ้อนวอนผู้หญิง เฝ้าอ้อยอิ่งออกความตามภาษา
ดูบนป้อมพร้อมพรั่งพวกลังกา นางวัณฬานั่งอยู่ที่เก้าอี้ทอง
เหมือนรูปร่างนางเขียนไม่เพี้ยนผิด ยิ่งเพ่งพิศผิวฉวีไม่มีสอง
กำดัดงามทรามสงวนนวลละออง ดูผุดผ่องพิศไปใจรัญจวน
แม้นได้นางอย่างนี้เป็นที่รัก จะฟูมฟักเฝ้าประคองของสงวน
นี่สาวใหญ่ได้แต่ดูไม่คู่ควร ให้ปั่นป่วนเป็นเพราะมนต์เข้าดลใจ
ด้วยแป้งทาตามนุษย์บุรุษเห็น มิได้เว้นหวังจิตพิสมัย
แต่สินสมุทรสุดดีนี่กระไร อายุได้ถึงสิบเก้าก็เปล่าดาย
เมื่ออยู่วังยังไม่รู้รักชู้สาว ล้วนลูกท้าวลูกพระยาเอามาถวาย
เขาคอยเข้าเฝ้าแหนให้แสนอาย ไม่ให้กรายแกล้งหนีทุกวี่วัน
ถ้าเสร็จศึกนึกจะบวชจนหนวดขาว ที่ชู้สาวสิ่งไรไม่ใฝ่ฝัน
เสน่หามาทะลุปัจจุบัน ให้อัดอั้นอ้ำอึ้งตะลึงตะไล ฯ
๏ ฝ่ายมะหุดบุตรท้าวเจ้าฝรั่ง เธอเคลิ้มคลั่งลืมองค์ให้หลงใหล
แต่เช้าตรู่จู่มาด้วยอาลัย หมายจะได้ดูลูกสาวเจ้าลังกา
พอแลเห็นเซ็นระด่ำรำกระบี่ เข้าต่อตีตามติดริษยา
เซ็นระด่ำรำกริชด้วยฤทธา ปะทะท่าแทงฟันประจัญบาน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงเกรงจะวุ่น จึงใช้ขุนนางนายฝ่ายทหาร
เปิดประตูพรูออกนอกปราการ ช่วยว่าขานแขกฝรั่งไม่ฟังกัน ฯ
๏ สินสมุทรหยุดคิดพินิจนึก ด้วยเกิดศึกเข่นฆ่ากันอาสัญ
เพราะลูกสาวเจ้าลังกาวิลาวัณย์ แม้นฆ่าฟันเสียให้ตายก็หายความ
ครั้นแลเห็นเอ็นดูว่าผู้หญิง งามจริงจริงจิตใจให้ไหวหวาม
จะฆ่านางวางวายเสียดายงาม แต่สงครามคราวนี้ได้ทีนัก
ถ้าปลอมทัพจับเป็นเห็นจะได้ แต่พอให้ปรากฏเป็นยศศักดิ์
ด้วยยังห้ามปรามศึกกันคึกคัก เขาเปิดปักกะตูไว้เห็นได้ที
จึงวิ่งผลุนหมุนมวยพวยขึ้นป้อม เห็นคนล้อมแต่ล้วนเหล่านางสาวศรี
ถึงปะทะกะเกะปะเตะตี ชิงกระบี่ฟันตายลงก่ายกัน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงรู้เพลงรบ เลี้ยวตลบหลีกลัดวิ่งผัดผัน
เข้าปนเหล่าสาวสุรางค์นางกำนัล พัลวันเวียนอ้อมบนป้อมปืน
ด้วยบุญญาบารมีเป็นที่สุด ให้สินสมุทรแลเห็นเป็นคนอื่น
พวกตีนป้อมล้อมวังบ้างนั่งยืน ต่างแตกตื่นตกใจทั้งไพร่นาย ฯ
๏ นางละเวงเกรงกลัวจนตัวสั่น เห็นจวนทันสุดที่จะหนีหาย
ยังแต่ตราราหูอยู่กับกาย กระหวัดสายทรงแกว่งเป็นแสงไฟ
ฟาดพระศอหน่อนรินทร์สินสมุทร ความเจ็บสุดซวนซบสลบไสล
เขารุมจับกลับฟื้นตื่นตกใจ เห็นเป็นไฟล้อมลูกสาวเจ้าลังกา
ลุกทะลึ่งตึงตังถอยหลังกลับ ไม่อาจจับด้วยอำนาจวาสนา
กระโดดออกนอกกำแพงแผลงศักดา พิฆาตฆ่าคนตายลงก่ายกอง
แล้วเลี้ยวกลับจับมะหุดบุตรฝรั่ง รวบไว้ทั้งแขกระเด่นได้เป็นสอง
คนละมือถือโลดโดดคะนอง โถมลงท้องสมุทรไทไปเภตรา
พวกกองทัพรับขึ้นเรือที่นั่ง วางฝรั่งแขกให้ไพร่รักษา
ฝ่ายว่าพระบิตุรงค์องค์พระอา เสด็จมาเยี่ยมถามตามยินดี
สินสมุทรทรุดซบอภิวาท แทบพระบาทบงกชบทศรี
แล้วทูลความตามตายวายชีวี จนมาตีเมืองใหม่ได้ศัตรู
แล้วทูลว่าตราสำคัญหม่อมฉันเห็น เขาแกะเป็นดวงหน้าพระราหู
ครั้นเข้าชิดฤทธิไกรเป็นไฟฟู นางถืออยู่กับกายมีสายพัน
เมื่อหวดถูกลูกยาเหมือนฟ้าฟาด เจียนจะขาดชีวาถึงอาสัญ
จะจับนางขวางขัดเป็นอัศจรรย์ หาไม่วันนี้ก็เสร็จสำเร็จการ ฯ
๏ สองพระองค์ทรงพระสรวลว่าด่วนได้ ไม่บอกให้รู้แจ้งแต่งทหาร
ขึ้นไปด้วยช่วยกันประจัญบาน นี่ทำการเกินกำลังจึงดังนั้น
เพราะนางนี้มีคุณการุญราษฎร์ ยังไม่ขาดชันษาถึงอาสัญ
ถือดวงตราราหูคู่ชีวัน ประกอบกันจึงได้ปลอดรอดภัยพาล
ซึ่งตัวเจ้าเข้าไปจับให้อัปยศ ก็ปรากฏฤทธาที่กล้าหาญ
แต่เพียงนี้ดีล้นพ้นประมาณ จะทำการกลศึกค่อยตรึกตรอง
แล้วแลดูหน้าฝรั่งกับทั้งแขก ล้วนรุ่นแรกราวโอรสหมดทั้งสอง
มาชิงชู้สู้ศึกนึกคะนอง จนตัวต้องติดโซ่เพราะโลกีย์
ชะรูปร่างนางละเวงวัณฬาเอ๋ย กระไรเลยล่อชายตายเป็นผี
แต่เรายังคลั่งถึงเป็นครึ่งปี หนุ่มเช่นนี้แล้วก็มัวจนตัวตาย
พลางตรัสถามตามภาษาชวาแขก ว่าแต่แรกรักอย่างไรจึงไม่หาย
เซ็นระด่ำซ้ำแค้นด้วยแสนอาย ถ่มน้ำลายแล้วก็กลับนั่งหลับตา
พระเสแสร้งแกล้งถามความฝรั่ง เขาชิงชังไยจึงรักเขาหนักหนา
มะหุดฟังคั่งแค้นแน่นอุรา ถลึงตาเต็มอดสะกดใจ
พระรู้เท่าเซ้าซี้ทีจะวุ่น จึงสั่งขุนเสนาอัชฌาสัย
จงคุมขังทั้งสองอยู่ห้องใน แต่ว่าให้กินอยู่ดูระวัง
แม้นบิดามาง้อขอโอรส จะเปลื้องปลดปล่อยไปเหมือนใจหวัง
ด้วยเป็นเคราะห์เพราะผู้หญิงใช่ชิงชัง พระร่ำสั่งเสนาด้วยปรานี ฯ
๏ สินสมุทรสุดซื่อรื้อกำชับ จะยกทัพรบพุ่งเอากรุงศรี
ร้ายกว่าเสือเหลือรู้สู้สตรี การโลกีย์พระก็รู้อยู่แต่ไร
แม้นขึ้นรบพบผู้หญิงชาวสิงหล อย่าแปดปนทำเป็นมิตรพิสมัย
จะมัวเมียเสียการรำคาญใจ ใครเห็นให้ฆ่าฟันเสียทันที ฯ
๏ ศรีสุวรรณกลั้นยิ้มพริ้มพระพักตร์ เห็นหนักนักไปแล้วว่าน่าบัดสี
หรือไปเห็นเป็นแก่ตัวต้องกลัวดี จะเลือกที่เป็นดอกบอกจริงจริง
มิใช่ใครไม่เคยเป็นบุรุษ มันจะยุดใครอยู่กับผู้หญิง
แต่เกาะติดชิดปากเหมือนทากปลิง ยังปลิดทิ้งไปเสียได้กระไรเลย ฯ
๏ พระอภัยให้สัญญาว่าข้านี้ รู้ท่วงทีกันเสียแล้วลูกแก้วเอ๋ย
แต่นี้ไปไม่เป็นเหมือนเช่นเคย อย่าคิดเลยลูกน้อยจงคอยดู
ถ้าจับได้ไว้บิดาจะผ่าอก หญิงโกหกเห็นพยศไม่อดสู
แต่รุ่นราวสาวน้อยสักร้อยชู้ ไม่ควรคู่คบหาขายหน้าเรา
จะขึ้นบกยกย่ำค่ำวันนี้ ระดมตีเมืองใหม่เอาไฟเผา
กำชับไพร่ให้รู้อย่าดูเบา คอยตามเจ้าสินสมุทรคอยจุดไฟ
ข้าเฝ้าฟังบังคมบรมนาถ ออกเกลื่อนกลาดกลับมาที่อาศัย
สั่งให้คนพลรบสมทบไว้ ทั้งนายไพร่พร้อมพรั่งระวังการ ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช คิดขยาดอยู่ด้วยศึกเห็นฮึกหาญ
มาหักโหมโจมจับให้อัประมาณ มันทนทานแทงฟันไม่บรรลัย
แล้วแลดูหูตาดังทาชาด ช่างองอาจอ้ายคนนี้อยู่ที่ไหน
แล้วมิหนำซ้ำจับแม่ทัพไป เสียน้ำใจให้สะอื้นกลืนน้ำตา
แต่คนเดียวเจียวยังทำให้ช้ำจิต ปัจจามิตรเหมือนหนึ่งไฟไหม้เวหา
เหลือกำลังนั่งนึกนิ่งตรึกตรา ตามตำราเรียนร่ำในคัมภีร์
พอคิดได้ในอุบายพระบาทหลวง ให้ล่อลวงล้างศึกอย่านึกหนี
อันกลหมูสู้เสือนั้นเหลือดี ไม่ต่อตีต้อนส่งเข้ากรงตรึง
แล้วตรองตรึกปรึกษาพวกข้าเฝ้า เดี๋ยวนี้เราก็ไม่มีที่จะพึ่ง
จะผ่อนปรนกลศึกให้ลึกซึ้ง รบให้ถึงแพ้ชนะปะทะทัพ
ด้วยเห็นว่าข้าศึกมาฮึกโหม จะจู่โจมจุดไฟเข้าไล่จับ
เหมือนไฟป่ามาใกล้จุดไฟรับ จึงจะดับเพลิงได้ดังใจนึก
ให้โยธีตีเหล็กตารางล้อม ทุกที่ป้อมคนอยู่ประตูตึก
ทำกลไกใครเข้าหันให้ลั่นคึก ขังข้าศึกเสียให้ไฟมันไหม้ตาย
ทำรถทรงกงกลถ้าคนขึ้น ให้หักครืนครอบไว้เหมือนใจหมาย
ทำรูปร่างอย่างเราเป็นเจ้านาย ขึ้นรถรายไปทุกทัพกำกับพล
อ้ายตัวกล้ามาเห็นจะเผ่นจับ คงติดกับรายทางอยู่กลางหน
เขาเผาเราเราเผาบ้างจงสั่งพล เร่งให้ขนฟืนตองมากองไว้ ฯ
๏ พวกขุนนางต่างบังคมชมฉลาด ซึ่งทรงคาดคิดดีจะมีไหน
แล้วทูลลามาจัดเหมือนตรัสใช้ กำกับไพร่ตรวจตราจนราตรี
นางโฉมยงทรงเครื่องพิชัยยุทธ์ เหน็บอาวุธรอบกายามารศรี
ขึ้นอยู่ป้อมพร้อมบรรดาฝูงนารี คอยดูทีทัพผลึกนั่งตรึกตรา ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเจ้าไตรภพ พอค่ำพลบโพล้เพล้ในเวหา
ให้ยิงปืนครื้นครั่นเป็นสัญญา เจ้าพราหมณ์สานนอ่านโองการมนต์
ร้องเรียกลมสมทบจบจังหวัด ให้กลับพัดเข้าตลิ่งข้างสิงหล
เสียงครึกครึกครื้นโครมโพยมบน ให้พวกพลโห่สนั่นเป็นสัญญา
เคลื่อนเรือรบครบถ้วนกระบวนทัพ ดูคั่งคับคึกคักกันหนักหนา
ที่หนุนหลังยังหลามตามกันมา ยิงปืนหน้าเรือระดมตามลมฮือ ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งตั้งรายอยู่ชายตลิ่ง ต่างแย่งยิงปืนล้อลูกหวอหวือ
แต่ลมหวนป่วนปัดพัดกระพือ มันยังดื้อยิงประดังไม่ฟังปืน
พอเรือเสยเกยตลิ่งวิ่งขึ้นรบ ล้วนถือคบคั่งคับคนนับหมื่น
ต่างโห่ร้องก้องกึกเสียงครึกครื้น ไม่ยิงปืนพากันไล่ฟันแทง
ทหารม้าฝรั่งออกคั่งคับ ปะทะทัพถึงกันล้วนขันแข็ง
รบสกัดลัดทางไปกลางแปลง ต่างต่อแย้งแทงฟันประจัญบาน ฯ
๏ สินสมุทรสุดกล้าออกหน้าทัพ อากำกับขึ้นไปด้วยช่วยทหาร
เข้าตีทัพยับย่นไม่ทนทาน อลหม่านมืดฟ้าสุธาดล
พระอภัยให้เทียบเรือที่นั่ง ยกขึ้นฝั่งคั่งคับดูสับสน
พราหมณ์วิเชียรโมราเจ้าสานน ต่างยกพลขึ้นบกทั้งหกทัพ
ล้วนถือคบรบฝรั่งแลอังกฤษ กระชั้นชิดฉะฟาดเสียงฉาดฉับ
พลลังการารอคอยล่อรับ ให้กองทักตามติดชิดกำแพง
พามาถึงต้นทางไปข้างเขา จะคอยเผาทัพเรือเหมือนเสือแฝง
ฝ่ายพวกพลบนหอรอจุดคบแดง ต่างต่อแย้งยิงสู้ดูศักดา ฯ
๏ หน่อนรินทร์สินสมุทรไม่หยุดยั้ง กับไพร่พรั่งพรูพร้อมเข้าป้อมขวา
ต่างเผ่นโผนโยนโซ่สวมเสมา โยทะกาเกี่ยวปราการขึ้นราญรอน
ฝรั่งแทงแย้งฟันกันหน้าที่ ออกต่อตีต้านรับสลับสลอน
เอาไฟฟาดสาดน้ำมันเป็นควันร้อน บ้างปอกปอนป่วยกายบ้างวายชนม์
สินสมุทรฉุดโซ่โผล่ทะลึ่ง พลัดตกผึงโผนกลับขึ้นสับสน
มันรุมกันฟันแทงก็แกล้งทน ขึ้นถึงบนใบเสมาไล่ฆ่าฟัน
ฝรั่งแขกแตกวิ่งทิ้งอาวุธ สินสมุทรเลี้ยงลัดสกัดผัน
ขึ้นจุดไฟไหม้หอรบตลบควัน ศรีสุวรรณต้อนไพร่ขึ้นไปตาม
เสียงปึงปังพังประตูเข้าพรูพรั่ง ดูคับคั่งผู้คนออกล้นหลาม
เที่ยวจุดไปไหม้โขมงพลุ่งโพลงพลาม กองหนุนตามกันเข้าไปในกำแพง ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งต้องกองสิบสองทัพ ยิงปืนรับสู้กันล้วนขันแข็ง
ต่างยกออกนอกเมืองเยื้องทแยง แล้วกลับแกล้งเลี้ยวลดล้อมรถกล
พลผลึกฮึกฮักเข้าหักหาญ ขึ้นตึกกว้านเก็บทรัพย์ดูสับสน
ประตูปิดติดคุกวิ่งซุกซน จะขึ้นบนลงล่างตารางล้อม
ศรีสุวรรณนั้นพาโยธาหาญ ช่วยหนุนหลานไล่พลขึ้นบนป้อม
ประตูปิดติดขังอยู่พรั่งพร้อม ล้วนเหล็กล้อมทุกทิศติดตาราง
จนเพลิงไหม้ใกล้ถึงเสียงอึงอื้อ จะแย่งยื้อขุดคัดก็ขัดขวาง
ตโกนร้องพร้องเพรียงเรียกกันพลาง คนข้างล่างหลบวิ่งเป็นสิงคลี ฯ
๏ สินสมุทรจุดไฟไล่ฝรั่ง เห็นรูปนั่งหน้าพลับพลาเหมือนมารศรี
โลดทะลึ่งถึงคว้ารูปนารี กลเก้าอี้หันหกตกในกรง
เหมือนตราตรึงตึงตัวดิ้นดั้วเดี้ย รู้ว่าเสียชั้นเชิงละเลิงหลง
แต่พลิกผลักหักเหื่อโซมเสื้อทรง ทำลายกรงก็ไม่หลุดสุดกำลัง ฯ
๏ ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามคนคุมพลพร้อม แยกกันอ้อมโอบทางไปข้างหลัง
เห็นกองล่อรอรถพระกลดบัง รูปนางนั่งนึกหมายว่านายพล
เจ้าโมราฝ่าฟันกระชั้นชิด ไล่ตามติดตีทัพมาสับสน
ถึงรถทรงตรงถลันขึ้นชั้นบน พอรวบคนหัวหกตกตะกาย
เข้าติดกรงกงกำเหมือนสำทับ ฝรั่งกลับล้อมไล่ไพร่ทั้งหลาย
พลผลึกครึกครื้นตื่นกระจาย ด้วยตัวนายติดรถหมดทุกคน ฯ
๏ ทัพฝรั่งทั้งสิบสองกองสมทบ ตีตลบไล่ล้างมากลางหน
ฝ่ายเสือป่าฝรั่งริมฝั่งชล เห็นทัพบนบกตื่นเสียงครื้นครึก
บ้างจุดคบครบมือถือลงน้ำ เที่ยวเผาลำเรือเหล่าชาวผลึก
พอเพลิงไหม้ไฟกระพือฮือฮือฮึก เสียงคึกคึกคนวิ่งเป็นสิงคลี
เหล่าพวกพลบนเรือที่เหลือหลอ ตัดสมอใหญ่น้อยแล้วถอยหนี
ฝรั่งห้อมล้อมลัดสกัดตี ปัถพีเพียงจะล่มถล่มพัง ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยตกใจวับ เห็นศึกกลับโอบอ้อมเข้าล้อมหลัง
ข้างพวกเขาเผาเรือเหลือกำลัง ฝ่ายฝรั่งรบรุกมาทุกที
ดูทัพหน้าขวาซ้ายหายไปหมด เขาล้อมรถทรงไว้มิให้หนี
ตกพระทัยในอารมณ์ไม่สมประดี จึงทรงปี่เป่าห้ามปรามณรงค์
วิเวกหวีดกรีดเสียงสำเนียงสนั่น คนขยั้นยืนขึงตะลึงหลง
ให้หวิววาบซาบทรวงต่างง่วงงง ลืมณรงค์รบสู้เงี่ยหูฟัง
พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต ให้คนคิดถึงถิ่นถวิลหวัง
ว่าจากเรือนเหมือนนกมาจากรัง อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแง้คอย
ถึงยามค่ำย่ำฆ้องจะร้องไห้ ร่ำพิไรรัญจวนหวนละห้อย
โอ้ยามดึกดาวเคลื่อนเดือนก็คล้อย น้ำค้างย้อยเย็นฉ่ำที่อัมพร
หนาวอารมณ์ลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยชื่น ระรวยรื่นรินรินกลิ่นเกสร
แสนสงสารบ้านเรือนเพื่อนที่นอน จะอาวรณ์อ้างว้างอยู่วังเวง
วิเวกแว่วแจ้วเสียงสำเนียงปี่ พวกโยธีทิ้งทวนชนวนเขนง
ลงนั่งโยกโงกหงับทับกันเอง เสนาะเพลงเพลินหลับระงับไป
จังหรีดหริ่งสิงห์สัตว์สงัดเงียบ เย็นระเยียบหย่อมหญ้าพฤกษาไสว
น้ำค้างพรมลมสงัดไม่กวัดไกว ทั้งเพลิงไฟโซมซาบไม่วาบวู ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ