ตอนที่ ๑๒๔ นรินทร์รัตน์ขอราเมศมาเป็นอุปราชกรุงรัตนา

๏ ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์นรินทร์รัตน์โองการตรัสให้อาลักษณ์แต่งอักษร
ไปทูลองค์พระเจ้าอาดั่งอาวรณ์ขอภูธรเมตตาได้ปรานี
จะขอน้องราเมศมาไว้ด้วยจะได้ช่วยบำรุงซึ่งกรุงศรี
พอเป็นเพื่อนชีวาอยู่ธานีขอภูมีโปรดปรานประทานมา
อาลักษณ์เขียนเรื่องสารลงลานเสร็จพระสั่งเจ็ดเสนีมียศถา
ให้รีบรัดจัดกันลงเภตราไปพารากำพลเพชรให้เสร็จการ
ขุนเสนีรับสารไปกำปั่นต่างเร่งกันต้นหนพลทหาร
ออกแล่นล่องไปในท้องนทีธารลมบันดาลพัดพาให้คลาไคล
สิบแปดวันบรรลุกำพลเพชรเสนาเจ็ดขึ้นไปแจ้งแถลงไข
กับขุนด่านธารท่าชลาลัยรีบขึ้นไปทูลองค์พระทรงธรรม์ ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราชตรัสประภาษปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
สั่งให้แห่สาราขึ้นมาพลันพระทรงธรรม์ออกนั่งบัลลังก์ทอง
เจ็ดเสนามาบังคมบรมบาทตรัสประภาษถึงเวียงชัยปราศรัยสนอง
เสวกากราบประมูลทูลละอองพระผู้ครองสวรรยาเจ้าธานี
ทรงทศพิธที่ในกิจการตัดสินชาวบุรินทร์ปรีดิ์เปรมเกษมศรี
ประชาชนในจังหวัดปัถพีก็เป็นที่สุโขมโหฬาร
พระทรงฟังยินดีแล้วมิช้าให้ขุนอาลักษณ์กวีเร่งคลี่สาร
แถลงเรื่องคำไขที่ในลานศุภสารศรีสวัสดิ์พระนัดดา
ขอบังคมสมเด็จพระทรงภพอันเลิศลบธิบดินทร์ปิ่นมหา
กำพลเพชรปิ่นเกล้าพระเจ้าอาให้ทราบฝ่าบาทบงสุ์พระทรงธรรม์
ด้วยรัตนาธานินทร์บุรินทร์รัตน์เขตจังหวัดใหญ่ยิ่งทุกสิ่งสรรพ์
จะขอน้องไปไว้ด้วยได้ช่วยกันบำรุงขัณฑเสมาในธานี
ขอพระองค์ทรงโปรดให้ราเมศเหมือนปกเกศหลานรักเป็นศักดิ์ศรี
พออุ่นใจในนิเวศน์เขตบุรีได้เป็นที่ปรึกษาว่าราชการ
ด้วยเปลี่ยวเปล่าเศร้าใจไม่มีญาติฝ่าพระบาทกรุณาเมตตาหลาน
มาเป็นที่อุปราชว่าราชการพอสำราญเห็นกันทุกวันคืน ฯ
๏ พอจบสารพระผู้ผ่านนคเรศแสนเทวษด้วยหลานยาเหลือฝ่าฝืน
ตัวคนเดียวเปลี่ยวใจไหนจะยืนไม่มีพื้นเผ่าพงศ์ในวงศ์วาน
จึ่งเอื้อนอรรถตรัสว่าเจ้าราเมศพี่เขาเจตนาให้ไปสถาน
รัตนาธานีที่สำราญช่วยว่าการนคราให้ถาวร
แม้นมิไปก็ไม่ตรงต่อวงศ์ญาติเหมือนเด็ดขาดไม่เป็นที่สโมสร
เขาก็ตัวคนเดียวแท้ไม่แง่งอนมาอ้อนวอนเจ้าจะเห็นเป็นอย่างไร ฯ
๏ พระราเมศสุริย์วงศ์พงศ์กษัตริย์ไม่อาจขัดทูลแจ้งแถลงไข
แม้นพระองค์โปรดปรานสถานใดก็ต้องไปตามรับสั่งจึ่งบังควร
ฝ่ายทรงฤทธิ์บิดาปรีชาเฉลิมก็พูนเพิ่มปรีดิ์เปรมเกษมสรวล
แม้นมิไปช่วยพี่ก็มิควรตามกระบวนรักใคร่เป็นไมตรี
แล้วพระองค์ทรงสั่งให้จัดสรรพวกกำนัลกับเหล่านางสาวศรี
ทั้งเครื่องใช้ต่างต่างที่อย่างดีทั้งมนตรีเหล่าทหารชาญณรงค์
กับเครื่องต้นตามอย่างทั้งพระแสงเธอจัดแจงของดีที่ประสงค์
กับนารีรูปร่างสำอางองค์ร้อยอนงค์กับกำนัลกัลยา
แล้วพระองค์ทรงสั่งให้เขียนสารไปทูลการกับสมเด็จพระเชษฐา
ในกรุงไกรนครังเมืองลังกาว่าหลานยามาขอหน่อนรินทร์
เจ้าราเมศน้องชายไปไว้ด้วยพอชูช่วยรักษาวังดังถวิล
เป็นเพื่อนกันพี่น้องครองแผ่นดินพระภูมินทร์จะโปรดปรานสถานใด
พอทำสารเสร็จให้ใช้กำปั่นไปให้ทันข้ามมหาชลาไหล
เสนารับสั่งพลันในทันใดก็รีบใช้ใบมาในสาคร
ขอตัดความวารินกระสินธุ์สมุทรไม่ยั้งหยุดถึงลังกาหน้าสิงขร
ขึ้นหาพวกขุนด่านชานนครเป็นการร้อนถือสารามาบังคม
ขุนด่านแจ้งบอกเข้าไปในนิเวศน์ให้ทราบเหตุเหมือนทุกครั้งอย่างประถม
พอเสร็จออกข้าเฝ้าเข้าบังคมพระบรมกษัตริย์ขัตติยา
แล้วกราบทูลเรื่องยุบลกำพลเพชรขุนนางทั้งเจ็ดมาประนมก้มเกศา
กับราชสารพระผู้ผ่านนครามาเฝ้าฝ่าบาทบงสุ์พระทรงชัย ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมลังกามหากษัตริย์โองการตรัสสั่งเสนาอัชฌาสัย
ให้ไปรับราชสารมาทันใดต่างก็ไปจัดกระบวนถ้วนทุกนาย
แล้วออกจากธานินทร์บุรินทร์รัตน์เร่งกัณฐัศว์จรจรัลให้ผันผาย
เชิญราชสารขึ้นรถาเสนานายรีบผันผายแห่มาถึงหน้าวัง
แล้วเชิญสารมาจากรถมีกลดกั้นขุนนางนั้นตามไปต่อภายหลัง
แล้วพากันเข้าไปถึงในวังเอาพานตั้งบนบัลลังก์ที่นั่งรอง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมลังกามหากษัตริย์ออกแท่นรัตน์ขุนนางเข้าเฝ้าสนอง
บังคมคัลวันทาฝ่าละอองที่ในท้องพระโรงคัลมิทันนาน ฯ
๏ ป่างพระจอมนครินทร์ปิ่นกษัตริย์โองการตรัสสั่งเสนีให้คลี่สาร
อาลักษณ์กราบบังคมแล้วก้มกรานพลางอ่านสารถวายพลันด้วยทันที
ศุภลักษณ์อักขรานุชาราชบังคมบาทบงกชบทศรี
พระเชษฐานรารักษ์ด้วยภักดีพระหลานมีสารไปในกำพล
ขอราเมศน้องชายไปไว้ด้วยจะได้ช่วยในจังหวัดพิพัฒน์ผล
ว่าเปลี่ยวเปล่าเหงาใจในมณฑลมีแต่คนอื่นใช่วงศ์พงศ์ประยูร
จะโปรดเกล้าอย่างไรจะได้จัดขอทราบอรรถในพระปิ่นบดินทร์สูร
พอจบสารมังคลาให้มาทูลพระเพิ่มพูนโสมนัสดำรัสพลัน
ว่าดีแล้วอนุชาให้มาแจ้งถูกตำแหน่งคิดไว้ในใจฉัน
พระจึ่งสั่งเครื่องประทานสังวาลวัลย์ให้ครบครันทั้งมงกุฎบุษรา
พระแสงอาญาสิทธิ์ฤทธิ์รุทรเครื่องอาวุธครบอย่างทั้งมหา
มาลาเบี่ยงตามเยี่ยงอย่างกันมากับดวงตราทองคำอันจำรูญ
ให้อาลักษณ์ลงแผ่นสุพรรณบัฏตามกษัตริย์ธิบดินทร์ปิ่นไอศูรย์
ให้พระหลานราเมศเกศประยูรรับบัณฑูรฝ่ายหน้าพาราเดิม
แล้วสั่งให้ตอบสารกำพลเพชรครั้นสรรพเสร็จแห่แต่ดึกเสียงฮึกเหิม
อีกข้าวของอย่างดีมีเพิ่มเติมข้าหลวงเดิมจัดให้ไปในเภตรา
ขุนเสนีทูลลามากำปั่นพระรางวัลทั่วหมดตามยศถา
แล้วชวนกันลงไปในเภตราออกนาวาแล่นไปหมายกำพล ฯ
๏ ขอยกเรื่องราวทางกลางสมุทรแล้วรีบรุดพร้อมพรั่งทั้งพหล
สองเดือนครึ่งมาถึงเพชรกำพลช่วยกันขนของประทานขึ้นด่านพลัน
พวกม้าใช้รีบไปในจังหวัดเฝ้ากษัตริย์จอมวังนรังสรรค์
ทูลแถลงแจ้งตามเนื้อความพลันว่ากำปั่นกลับมาถึงธานี
พระทรงฟังสั่งให้ไปรับสารมาสถานนคเรศบุรีศรี
พวกเสนารับโองการไปทันทีจรลีลงกำปั่นมิทันนาน
กระบวนแห่แตรสังข์มาคั่งคับสำหรับรับยานมาศใส่ราชสาร
แล้วเชิญให้ขุนอาลักษณ์พนักงานเชิญเอาพานทองตั้งบัลลังก์ทอง
เดินกระบวนทวนธงมยุรฉัตรเข้าจังหวัดชูเชิดระเหิดระหง
ถึงทวารเวียงชัยดั่งใจจงพอพระองค์ออกนั่งยังพระโรง
ขุนอาลักษณ์เชิญพานสารอักษรบทจรขึ้นไปตั้งบัลลังก์โถง
พวกเสนาคลานเข้าไปในพระโรงล้วนโอ่โถงแต่งกายละม้ายกัน ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานรารัตน์โองการตรัสปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
แล้วให้อ่านสารองค์พระทรงธรรม์อาลักษณ์นั้นกราบงามลงสามที
หยิบลานทองเปิดกล่องอ่านถวายตามภิปรายบทกลอนอักษรศรี
สารสมเด็จลังกาปิ่นธานีจำเริญราชไมตรีพระอนุชา
เมื่อแรกเริ่มเดิมจิตก็คิดไว้แต่เกรงใจน้องรักเป็นหนักหนา
หวังจะขอหน่อกษัตริย์พระนัดดาไปรัตนาโดยจำนงตามพงศ์พันธุ์
แต่ตัวพี่ผู้ใหญ่ไม่บังคับนี่ลูกกับหลานร้อนเขาผ่อนผัน
ก็สมกับใจจริงทุกสิ่งอันขอเชิญขวัญอนุชาพาเอาไป
ภิเษกหลานฉันให้เป็นอุปราชให้สิทธิ์ขาดฝ่ายหน้าอัชฌาสัย
ทั้งข้าวของกับมหาเสนาในพี่จัดให้ไปทุกอย่างอย่าหมางเมิน
อันตัวพี่นี้จะไปต่อภายหลังพ่อไปตั้งเสียให้สุขกันฉุกเฉิน
จงรีบไปรัตนาให้จำเริญให้หลานเพลินวายวิตกในอกใจ ฯ
๏ พอจบสารพระผู้ผ่านกำพลเพชรเห็นสิ้นเสร็จการพะวงไม่สงสัย
จึ่งสั่งพวกเสนาจะคลาไคลไปกรุงไกรจังหวัดรัตนา
จัดกำปั่นตามที่สักสี่ร้อยเครื่องใช้สอยบรรทุกไปให้หนักหนา
จะได้เลี้ยงในงานการพาราเร็วอย่าช้าจัดให้เสร็จในเจ็ดวัน
ขุนเสนีที่รับสั่งมาตั้งหมายให้จับจ่ายเหล่าพหลพลขันธ์
เครื่องใช้สอยเงินทองของสำคัญเอาลงบรรทุกเสร็จสำเร็จดี
ตั้งต้นหนคนการชำนาญยุทธ์เครื่องอาวุธแต่บรรดากะลาสี
ลงประจำลำเภตราอย่าช้าทีคอยภูมีนคเรศเพชรกำพล ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราชยุรยาตรแวดล้อมพร้อมพหล
ตั้งราเมศพวกมหาประชาชนจรดลลงกำปั่นด้วยทันที
พระเทวสินธุ์เทพจินดาทั้งสองอยู่ปกครองบำรุงซึ่งกรุงศรี
แต่ไปส่งจอมกษัตริย์สวัสดีแล้วจรลีกลับหลังเข้าวังเวียง ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานรารัตน์ออกล่องลัดจากอ่าวแล่นก้าวเฉียง
โห่สนั่นลั่นฆ้องซ้องสำเนียงออกแล่นเรียงตามกันมิทันนาน
ล่วงประเทศเขตชวาพาราสุหรัดลมก็พัดใบสะบัดแล่นฉัดฉาน
พวกสาวสาวเหล่านางพนักงานทำเครื่องอานสารพัดจัดประจง
มาตามทางกลางมหาชลาสินธุ์จอมนรินทร์สองกษัตริย์ราชหงส์
ปรนนิบัติกษัตรานราพงศ์ทั้งสององค์มาในทางกลางทะเล
ข้ามละเมาะเกาะแก่งทุกแห่งหนประชาชนทั้งกระบวนต่างสรวลเส
ไม่ลำบากยากใจในทะเลหมายคะเนรัตนากรุงธานินทร์
เรื่องชมเกาะชมปลาว่ามามากจะซ้ำซากบทกลอนอาวรณ์ถวิล
ขอตัดรอนรีบมาถึงธานินทร์ประเทศถิ่นรัตนาพาราเดิม
เรือที่มาพากันเข้าทอดด่านแสนสำราญก้องกึกเสียงฮึกเหิม
ฝ่ายข้าเก่าเหล่าประชาข้าหลวงเดิมต่างฮึกเหิมดีใจใครจะปาน
รีบไปทูลเจ้าแผ่นดินนรินทร์รัตน์จอมกษัตริย์ปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
จึ่งสั่งพวกเสนาข้าราชการพนักงานตามตำแหน่งแต่งโยธี
เราจะไปรับพระอานุชาราชให้จัดราชยานทองละอองศรี
ทั้งรถรัตน์จัดมาเทียมพาชีสารถีขับรถบทจร ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์นรินทร์รัตน์หน่อกษัตริย์สุริย์วงศ์พระทรงศร
เสด็จทรงกัณฐัศร์อัสดรแล้วรีบจรลงไปเฝ้าพระเจ้าอา
เชิญเสด็จประเวศวังเข้าจังหวัดขึ้นรถรัตน์แห่แหนมาแน่นหนา
กับทั้งราเมศพระอนุชาเข้าพาราพร้อมวงศ์พงศ์ประยูร ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราชตรัสประภาษปราศรัยเจ้าไอศูรย์
พ่อมีสารไปถึงอาหาประยูรอาไปทูลพระเชษฐาสุดสาคร
เธอยินดีปรีดาด้วยราเมศพระทรงเดชบพิตรอดิศร
แล้วประทานเครื่องทรงอลงกรณ์พระแสงศรคู่กษัตริย์ขัตติยา
กับทหารชาญณรงค์เครื่องยงยุทธ์พร้อมอาวุธสองหมื่นทั้งปืนผา
กับอนงค์สาวสรรค์กัลยาแล้วให้อากับเจ้าเสกเผ่าพงศ์
เป็นอุปราชฝ่ายหน้าเหมือนว่าขานอันการงานที่พ่อปองต้องประสงค์
ก็สมเจตนาคิดดั่งจิตจงจะประสงค์ฤกษ์พาเวลาใด
แล้วแต่หลานจะทำการภิเษกน้องจะปรองดองตามชอบอัชฌาสัย
อาก็มอบให้เป็นสิทธิ์ตามจิตใจชอบอย่างไรแล้วแต่พ่อหน่อนรินทร์ ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงค์บุรีรัตน์ประสานหัตถ์ชื่นชมสมถวิล
จึ่งเอื้อนอรรถตรัสถามท่านพรหมินทร์การฟ้าดินฤกษ์พาเวลาใด
จะเสกน้องครองวังกึ่งจังหวัดเป็นกษัตริย์ฝ่ายหน้าอัชฌาสัย
ท่านพฤฒาหาฤกษ์ไปทันใดดูที่ในตำราพยากรณ์
แล้วจึงตั้งดิถีในปีนั้นพุธกับจันทร์จรถึงศุกร์สโมสร
อังคารเสาร์เข้าตำราพยากรณ์ราหูจรมาเป็นอุตม์สุดจะดี
ขึ้นเก้าค่ำเดือนสี่นั้นมีโชคต้องโฉลกอดิเรกภิเษกศรี
ควรจะใช้ในงานการพิธีเฉลิมศรีจัตุรงค์วันธงชัย
แล้วกราบทูลแก่พระองค์ผู้ทรงเดชฤกษ์วิเศษในตำหรับฉบับไข
ควรจะตั้งแต่งการงานเวียงชัยเสวยไอศวรรยาครองธานี
พระจึ่งสั่งเสนาพฤฒามาตย์ให้หมายบาดการดิเรกภิเษกศรี
เครื่องแห่แหนทางจังหวัดปัถพีตั้งให้มีครบอย่างทางบุราณ ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลาปรีชาเฉลิมให้เพิ่มเติมเครื่องเสบียงเลี้ยงทหาร
ตั้งโรงใหญ่ในวังอลังการทำคาวหวานเป็ดไก่ใช้พ่อครัว
พวกผู้หญิงจัดแจงแต่งสำรับทั้งคั่วสับเลี้ยงเหล่าพวกเจ้าสัว
สุกรแกะแพะพะแนงแกงเนื้อวัวให้พ่อครัวแขกชวาเข้ามาทำ
มัสมั่นข้าวกาหรี่เสียงมี่ฉาวแกงเกาเหลาตับเล็กเจ๊กไหหลำ
แม่ครัว่ไทยไก่พะแนงแกงต้มยำจะแต่งร่ำเรื่องกับข้าวจะยาวไป
ถึงวันดีมีฤกษ์ให้ตั้งแห่ทั้งสังข์แตรธงทิวปลิวไสว
มยุรฉัตรพัดโบกเป็นหลั่นไปบังสุริย์ใสกลดทองละอองตา
อภิรุมชุมสายรายระยับเดินคั่งคับทหารหมื่นถือปืนผา
ฝ่ายโฉมยงองค์พระมิ่งมังคลาให้ลูกยาทรงเครื่องเรืองจำรูญ
คาดปั้นเหน่งเปล่งเม็ดเพชรรัตน์อย่างกษัตริย์เจ้าแผ่นดินปิ่นไอศูรย์
ทรงภูษาค่าเมืองเรืองจำรูญสนับเพลารูปอสูรเครือสุวรรณ
เจียระบาดตาดปักเป็นรักร้อยชายแครงห้อยพรอยพรายสายกระสัน
ฉลององค์โหมดเทศกระหนกพันเฟื่องกุดั่นฝังทับทิมดูพริ้มพราย
ทรงมาลาค่าเมืองเรืองจำรัสเพชรรัตน์พรายเพริศดูเฉิดฉาย
ปักขนนกวายุภักษ์จำหลักลายเสร็จผันผายจากวังอลังกรณ์
ขึ้นทรงยานุมาศทองเสียงฆ้องลั่นโห่สนั่นจากเวียงชัยดั่งไกรสร
กระบวนแห่แลสะพรั่งทั้งนิกรเป่าแตรงอนแตรฝรั่งตีกังสดาล
แห่ไปยังวังราชปราสาทใหม่ประทับไพชยนต์มาศราชฐาน
ประโรหิตโหราพฤฒาจารย์ถวายพานเครื่องต้นสุคนธา
พราหมณ์ถวายน้ำสังข์ตั้งภิเษกเป็นองค์เอกอุปราชตามวาสนา
ผ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นรัตนากับพระอาพลางช่วยอำนวยพร
ให้อายุยาวยืนหมื่นพรรษามีเดชาโตใหญ่ดั่งไกรสร
ให้ลือเลื่องเมืองแมนแดนนครฤทธิรอนเฟื่องฟุ้งบำรุงกัน ฯ
๏ พระราเมศสุริย์วงศ์ทรงสดับน้อมคำนับบิตุเรศเจ้าเขตขัณฑ์
พระเชษฐาก็ประทานสังวาลวัลย์กับเครื่องราชกกุธภัณฑ์อันบรรจง
มอบนิเวศน์เขตแคว้นแดนจังหวัดตามกษัตริย์สืบสกุลประยูรหงส์
แล้วประทานนารีสิบสี่อนงค์พระแสงทรงอัษฎาค่าบุรินทร์ ฯ
๏ ฝ่ายราเมศสุริย์วงศ์ทรงสวัสดิ์ประสานหัตถ์ขึ้นบังคมสมถวิล
พระเชษฐามอบประเทศเขตบุรินทร์ก็เพิ่มภิญโญยศปรากฏนาม
แล้วตั้งกองเลี้ยงดูหมู่พหลประชาชนพวกบำรุงกรุงสยาม
ทั้งตระกูลเสนาพฤฒาพราหมณ์คำรบสามวันเสร็จเจ็ดเวลา ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงกำพลเพชรครั้นการเสร็จสมมาดปรารถนา
จึ่งว่าพ่อนรินทร์รัตน์กษัตราอาจะลาไปนิเวศน์เพชรกำพล
จงปกป้องครองบุรีทั้งพี่น้องแม้นขัดข้องสิ่งไรใช้พหล
ไปให้รู้ถึงประเทศเพชรกำพลอาจะขวนขวายมาอย่าอาดูร
สองกษัตริย์กราบก้มบังคมบาทนราราชภพไกรเจ้าไอศูรย์
แล้วสั่งพวกพลไกรอันไพบูลย์ให้พร้อมมูลส่งเสด็จไปเขตคัน
ขุนเสนามาจัดกระบวนเสร็จส่งเสด็จจอมวังนรังสรรค์
สองพระองค์ตามส่งเสด็จพลันถึงกำปั่นลำที่นั่งอลังกรณ์
ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราชพร้อมอำมาตย์กับทหารชาญสมร
ให้ใช้ใบแล่นมาในสาครข้ามสิงขรแหลมสุหรัตจังหวัดตรง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนรินทร์รัตน์กับราเมศกลับนิเวศน์เวียงวังดั่งประสงค์
เสด็จเข้าปรางค์ทองทั้งสององค์เสด็จดำรงไพร่ฟ้าประชาชี
ทั้งสององค์ปลงจิตไม่ผิดผันดั่งร่วมครรภ์รักใคร่ไม่หน่ายหนี
เหมือนสุริยันจันทราหมดราคีสว่างศรีอิ่มใจทั้งไพร่พล ฯ
๏ จะกล่าวข้างกำปั่นสุวรรณมาศแล่นลีลาศล่วงทางมากลางหน
สองเดือนครึ่งก็ถึงเพชรกำพลภูวดลเข้าเขตนิเวศน์วัง
ขึ้นมนเทียรวิเชียรรัตน์ตรัสประภาษทั้งสองนาฏยินดีเป็นที่หวัง
กับพระจอมนคเรศนิเวศน์วังไปแต่งตั้งหน่อเนื้อเป็นเยื่อใย ฯ
๏ จะกล่าวกลับจับเรื่องเมืองเหมราชคิดหวั่นหวาดเศร้าหมองไม่ผ่องใส
ด้วยข้าศึกล้อมรอบขอบเวียงชัยองค์ท้าวไทกัมพลรัตน์อัดอุรา
ออกสู้รบสองครั้งไพร่ทั้งหลายก็ล้มตายชุลมุนวุ่นหนักหนา
แต่ยังไม่ปลกเปลี้ยเสียพาราศึกก็กล้าโรมรุกขึ้นทุกที
มาร้องท้าหน้าประตูบูรพทิศจะไม่คิดรบร้าพากันหนี
หรือจะคิดแยบยลหาคนดีมาต่อตีก็ให้ว่าอย่าช้าการ
แม้นไม่สู้ก็ออกมาสามิภักดิ์เอานงลักษณ์มาถ่ายเขตประเทศสถาน
จึ่งจะพ้นอาญาอย่าช้าการจะรอนราญก็ให้บอกยกออกมา ฯ
๏ ฝ่ายเสนีเข้าประมูลทูลฉลองพระตรึกตรองเห็นข้าศึกฮึกหนักหนา
จำจะยกออกไปสู้ดูศักดาเหวยเสนาเกณฑ์พหลพลไกร
พระสั่งพลางทางเสด็จยุรยาตรขุนอำมาตย์เกณฑ์กันเสียงหวั่นไหว
พลรบครบสรรพทุกทัพชัยมาเตรียมไว้หน้าพระลานชานชลา ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมภูวดลกัมพลรัตน์จอมกษัตริย์แต่งองค์ทรงภูษา
เสด็จขึ้นนั่งยังคอไอยราขุนเสนารีบเดินดำเนินพล
เปิดประตูกรูออกนอกนิเวศน์พระทรงเดชตรวจทัพขับพหล
จัตุรงค์แสนยาพลาพลเข้าประจญศัตรูหมู่อรินทร์ ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าบุรีทั้งเจ็ดทัพเข้ารบรับทีละเหล่าอย่างกล่าวถวิล
แม้นกองไหนได้นิเวศน์เขตบุรินทร์ทั้งยุพินก็จะได้ดั่งใจจง
เป็นศึกสู้คู่แข่งแย่งผู้หญิงหมายจะชิงให้กระจุยเป็นผุยผง
พลางขับพวกเกณฑ์หัดจัตุรงค์ให้โบกธงปืนผาดาประดัง ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าพาราเห็นข้าศึกเหี้ยมหาญฮึกขับโยธาทั้งหน้าหลัง
ให้ยิงปืนครื้นครั่นสนั่นดังทหารทั้งสองข้างต่างราวี
พลง้าวต่อง้าวก้าวถลันเข้าฟอนฟันยับย่อยไม่ถอยหนี
พลทวนต่อทวนเอาทวนตีเข้าราวีล้มตายลงก่ายกอง
ขุนเสนานายทัพขับสินธพเข้ารุกรบฟาดฟันผันผยอง
กษัตริย์ข้างข้าศึกฮึกลำพองพลางก็ร้องเยาะหยันจำนรรจา
เหวยเสนีที่มารบจงนบนอบการผิดชอบกูจะงดอดโทษา
แม้นรักตัวกลัวตายวายชีวาให้พระยาออกมาง้อขออภัย
เพราะประมาทอาจองทะนงศักดิ์พูดหาญหักถือดีจะมีไหน
ถึงเองก็อย่าฮึกอย่านึกไปจะบรรลัยแหลกป่นไม่ทนทาน
ว่าพลางทางขับอาชาชาติเผ่นผงาดออกมาหน้าทหาร
เข้าถาโถมโรมรันประจัญบานเสนาชาญชัยขยับเข้ารับรอง
เอาทวนฟาดฉาดฉับต่างรับรบม้าเข้าขบผัดผันกันทั้งสอง
ฝ่ายเสนาคนรู้ดูทำนองทั้งแคล่วคล่องอาวุธยุทธนา
สู้กับท้าวจักรวรรดิไม่พลาดเพลี่ยงต่างหลบเลี่ยงแคล่วคล่องว่องหนักหนา
ท้าวจักรวรรดิตีต้อนอ่อนระอาเห็นเสนาคนนี้มันดีครัน
จำจะต้องเลิกทัพกลับขยายหาอุบายเข่นฆ่าให้อาสัญ
เสวกาคนนี้มันดีครันขืนโรมรันเล่าก็เห็นจะเป็นรอง
แล้วร้องว่าฮ้าเฮ้ยจวนจะพลบเราเลิกรบโรมรันกันทั้งสอง
พรุ่งนี้เช้าจึ่งค่อยกลับมารับรองทัพทั้งสองเลิกไปมิได้นาน ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงอาณาเขตเข้านิเวศน์เวียงชัยอันไพศาล
ให้เลี้ยงดูหมู่พหลคนชำนาญที่ไปการสงครามตามสบาย
ฝ่ายกษัตริย์พวกที่มาเป็นข้าศึกให้เหิมฮึกสมจิตที่คิดหมาย
ประชุมพร้อมทั้งบรรดาเสนานายคิดอุบายจะปลอมเข้าเผาบุรี ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนคเรศเกศกษัตริย์ให้อั้นอัดร้อนจิตดั่งพิษฝี
ด้วยศัตรูหมู่พาลามายายีออกต่อตีเล่าก็ยับอัปรา
จึ่งสั่งพวกมนตรีสี่ทหารให้ตั้งศาลเทวฤทธิ์ทุกทิศา
ตั้งเครื่องอานบัดพลีที่บูชาให้เทวดาคุ้มครองช่วยป้องกัน
แล้วหาพวกคนทรงมาลงเจ้าถามมดท้าวเรื่องกรุงไกรไอศวรรย์
หรือจะเสียนคเรศขอบเขตคันจงพากันไปตามเอาความจริง ฯ
๏ ฝ่ายเสนามาจัดตามรับสั่งแล้วไปยังศาลเจ้าท้าวผีสิง
ให้พาพวกมดท้าวที่เข้าจริงอย่าแอบอิงมีรับสั่งจะฟังการ
อียายท้าวเอาผ้าแดงมานุ่งทาแป้งปรุงห่มชมพูขึ้นอยู่ศาล
ถือธูปเทียนสารภาพพลางกราบกรานพวกตีนศาลตีโทนโยนเป็นเพลง
ประเดี๋ยวใจยายท้าวก็สั่นงกมือตบอกหลับตาว่าข่มเหง
ไปทูลท้าวเจ้าอยู่หัวอย่ากลัวเกรงมาข่มเหงยกตัวกลัวมันไย
ขุนเสนาว่าจะคิดอย่างไรเล่าขอเชิญเจ้าชี้แจงแถลงไข
จะรบสู้กู้เมืองสถานใดท่านบอกให้จะได้ทำไปตามการ
อียายมดผีสิงนิ่งสดับแล้วบังคับพูดจาพลางว่าขาน
อย่าทุกข์ร้อนคงจะเปลื้องเรื่องรำคาญไม่ช้านานพวกตระกูลจะหนุนนำ
จะมาช่วยกำจัดพวกสัตว์บาปให้ราบคาบดั่งช่วยชุบอุปถัมภ์
จงรักษาวังเวียงอย่าเพลี่ยงพล้ำมันจะทำอย่างไรทั้งไพร่พล
ก็ไม่ได้พาราอย่าเป็นทุกข์ไม่บุกรุกได้ดอกหนาอย่าฉงน
แต่ระวังฟืนไฟในมณฑลเรือนไพร่พลจากคาอย่าให้มี
พอบอกเสร็จดิ้นเทาเทาเจ้าก็ออกนัยน์ตากลอกหายวับไปกับที่
อียายท้าวหอบฮักตักวารีเสียงอู้อี้ดื่มน้ำร่ำเอาพอ
พวกเสนามาทูลพระทรงเดชให้ทราบเหตุเรื่องราวยายท้าวหมอ
แกทายว่าจะมีเจ้าในเหล่ากอเป็นเนื้อหน่อสุริย์วงศ์คงจะมา
ช่วยดับร้อนผ่อนผันอย่าหวั่นหวาดภูวนาทจะดับทุกข์ให้สุขา
พระทรงฟังเจ้าผีค่อยปรีดาแม้นเหมือนว่าจะตั้งสรวงเครื่องบวงบน
พระตรัสพลางทางปรึกษากับข้าเฝ้าอันตัวเราคิดเช่นไม่เห็นหน
ใครจะมาช่วยเราเมื่อคราวจนไม่เห็นหนว่าผู้ใดใครจะมา
พระตรัสเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตรขึ้นปราสาทมีแต่ทุกข์ไม่สุขา
พระตรึกตรองหมองพระทัยในอุราจนนิทราม่อยหลับระงับไป
ทรงสุบินว่าแผ่นดินรองปราสาทกัมปนาทโลกาสุธาไหว
แล้วบังเกิดลมแดงเป็นแสงไฟทั่วทั้งไพชยนต์เขตนิเวศน์เวียง
แล้วมีหงส์เหมรามาทั้งคู่บินมาสู่ปรางค์สุวรรณชั้นเฉลียง
ลงจับที่บรรยงก์ส่งสำเนียงดั่งจำเรียงดีดสีปี่ชวา
แล้วกางปีกโบกปัดพัดที่ร้อนอมสาครพ่นไปในทิศา
ทั้งเปลวไฟหายวับไปกับตาพื้นสุธาหวั่นไหวก็หายพลัน
พอรุ่งรางสางแสงพระสุริเยศพระลืมเนตรขึ้นดูรู้ว่าฝัน
เสด็จจากปรางค์ทองห้องสุวรรณก็ผายผันโสรจสรงพระคงคา
น้ำกุหลาบอาบอบตลบกลิ่นระรื่นรินรสสุคนธ์ปนบุปผา
แล้วทรงเครื่องเยื้องย่างจากปรางค์ปราออกเสนาพระโรงรัตน์ชัชวาล
จึ่งเอื้อนอรรถตรัสเรียกโหราเฒ่าพระตรัสเล่าเรื่องฝันแล้วบรรหาร
ตั้งแต่ต้นจนปลายให้อาจารย์จงตรองการช่วยทำนายร้ายหรือดี ฯ
๏ โหราเฒ่าเอาประนินทินออกสอบตามระบอบลัคนาในราศี
อาทิตย์จรถึงพฤหัสสวัสดีจะเปรมปรีดิ์วายร้อนผ่อนสบาย
จึ่งกราบทูลทำนายทายนิมิตซึ่งทรงฤทธิ์สุบินนี้ดีใจหาย
ว่าแผ่นดินไหวกล้าตำราทายต้องวุ่นวายเพราะศึกล้อมป้อมปราการ
ที่เพลิงแดงแสงสว่างในปรางค์มาศร้อนฉกาจกล้าแข็งสีแดงฉาน
ได้แก่พวกที่มาหวังอหังการต้องรอนราญร้อนใจทั้งไพร่พล
ซึ่งมีหงส์เหมราบินมาจับแล้วร้องรับเอาปีกบังกำลังขน
ช่วยโบกปัดพัดพาอมสาชลมาเป่าพ่นช่วยระงับดับอัคคี
คือตระกูลประยูรวงศ์ที่องค์เอกอดิเรกจักรพรรดิกษัตริย์ศรี
จะมาช่วยกำราบปราบไพรีถ้าแม้นมิเหมือนคำข้าทำนาย
ในเจ็ดวันนั่นแหละจะรู้ข่าวไม่เหมือนกล่าวคำข้อขอถวาย
ชีวิตข้าโหราผู้ทำนายข้างต้นร้ายปลายดีบริบูรณ์
พระทรงฟังพฤฒาโหรากล่าวในเรื่องราวเขาทำนายเรื่องไอศูรย์
ค่อยเสื่อมสร่างในอุราที่อาดูรพระเพิ่มพูนปราศรัยให้รางวัล ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ