ตอนที่ ๙๖ ทัพเจ็ดกษัตริย์ตีทัพพระบาทหลวงแตก

๏ จะกล่าวฝ่ายเจ็ดองค์พงศ์กษัตริย์ให้ยกตัดทางมาไม่ฝ่าฝืน
แล้วรีบรัดลัดทางมากลางคืนเสียงครึกครื้นโยธาพลากร
บาทหลวงให้ยกสกัดเข้าตัดหลังพร้อมสะพรั่งกองทัพสลับสลอน
เข้ารบรับจับกุมตะลุมบอนบ้างฟันฟอนด้วยอาวุธยุทธนา
ยิงปืนตับคาบหินหม้อดินรบเข้าสมทบโลดแล่นดูแน่นหนา
พวกทัพไทยทำเป็นหนีทีระอาบาทหลวงว่าได้ทีตีประดัง
ทุกหมู่หมวดตรวจไพร่ใส่กระหนาบแกชักดาบชุลมุนคอยหนุนหลัง
ไล่ตลบทบมาดาประตังจนกระทั่งทัพกษัตริย์ขัตติยา ฯ
๏ ฝ่ายพวกไทยได้ทีให้ตีฆ้องแล้วโห่ร้องเรียกในไพรพฤกษา
ที่ซุ่มคอยฟังกันเหมือนสัญญารีบออกมาจากสุมทุมที่ซุ่มพล
ทั้งสองข้างทางสกัดเข้าตัดหลังปืนประดังยิงมาดั่งห่าฝน
พวกทัพหน้ากล้าหาญการประจญพลางไล่พลวกหลังประดังตี
เข้าโอบอ้อมพร้อมพรั่งประดังหนุนชุลมุนล้อมไว้มิให้หนี
บาทหลวงเห็นทัพอ้อมออกล้อมตีจะหลีกหนีช่องไหนไม่ได้การ
ฟังเสียงปืนครื้นครั่นควันตลบพลรบเรี่ยวแรงกำแหงหาญ
จะคอยทัพกลับไปไม่ได้การจะแหกด่านไปข้างเรือก็เหลือทน
ดูกองทัพนับแสนแน่นอเนกราวกับเมฆมืดฟ้าเวหาหน
โอ้ครั้งนี้เห็นจะยับถึงอับจนจะผ่อนปรนคิดอ่านสถานใด
แกเรียกพระมังคลาสานุศิษย์เองจะคิดตรองการสถานไหน
ทั้งสองท้าวพ่อตาเร่งว่าไปแต่พอให้พ้นตายวายชีวา
ท้าวโกสัยรายานั่งหน้าจ๋อยลงง่วงหงอยแทบจะดิ้นสิ้นสังขาร์
จึ่งว่าสุดแต่เจ้าคุณมีบุญญาจะบัญชาอย่างไรใจเจ้าคุณ
สุดแต่พ้นอาญาประจามิตรเอาชีวิตพวกบุตรช่วยอุดหนุน
ขอปัญญาฝ่าท้าวเจ้าประคุณเดชะบุญจะได้รอดตลอดไป
บาทหลวงพูดปากสั่นอยู่งันงกกูจะยกฝ่าเท้าก้าวไม่ไหว
เหวยอีตาเจ้ากรรมทำกระไรจึ่งจะไปพ้นหมู่ศัตรูปอง
ฟังสำเนียงเสียงพหลพลรบทั้งไต้คบแจจันผันผยอง
จะคิดหลบหลีกไปดั่งใจปองเที่ยวหาช่องแห่งไรก็ไม่มี ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงรมจักรสั่งให้หักหาญศึกอย่านึกหนี
จงเร่งเข้าหักโหมกระโจมตีจับไพรีเอาให้ได้ดังใจจง
ทหารหอกกลอกกลับเข้ารับรบตีตลบแตกกระจุยเป็นผุยผง
พวกกองซุ่มมรรคาชายป่าพงออกตีวงพร้อมกันประจัญบาน
ตะโกนก้องร้องแซ่จับแม่ทัพตามบังคับเร่งร้นพลทหาร
อาวุธสั้นฟันฝ่าเป็นหน้ากระดานอลหม่านวุ่นวิ่งเป็นสิงคลี
ฝรั่งรับทัพไทยไล่พิฆาตระดะดาดเต็มประดาต้องล่าหนี
พวกทัพไทยไล่โหมกระโจมตีแล้วร้องชี้บอกกันสนั่นดัง
ว่านั่นแน่แม่ทัพมันขับรถจับให้หมดแต่บรรดาทั้งหน้าหลัง
ใส่เสื้อสีตากุ้งดูรุงรังบาทหลวงนั่งตกใจไม่ได้การ
ลงจากรถเล็ดลอดพลางถอดเสื้อวิ่งจนเหงื่อแตกด้นปนทหาร
แล้วถอดหมวกทิ้งพลันมิทันนานพวกทหารเก็บได้ไล่กระพือ
ท้าวโกสัยมังคลารายาแขกพลางวิ่งแหกริมตลิ่งแล้ววิ่งตื๋อ
กับบาทหลวงวิ่งพลางร้องครางฮือแตกกระพือพลัดพรายกระจายไป
ที่เหลือตายหลายหลากมากนักหนาจะพรรณานาก็มิอาจจะหวาดไหว
ที่หนีลอดรอดตายที่หายไปที่พวกไทยจับมัดไปอัดแอ
บ้างเก็บได้รถาทั้งผ้าเสื้อก็ล้นเหลือทิ้งรายชายกระแส
เครื่องอาวุธธงเทียวไม่เหลียวแลเที่ยววิ่งแซ่ชอกซอนสัญจรไป
ทั้งสองเท้าเจ้าพาราชวาฉวีกับเสนีไพร่พลทนไม่ไหว
หนีกระจัดพลัดพรายรายกันไปเข้าพงไพรซอกซอนตามดอนดง
บาทหลวงกับมังคลาพากันวิ่งเข้าแอบอิงเขาไม้ไพรระหง
พอพบกับเสนาในป่าดงพากันหลงไม่รู้แห่งตำแหน่งทาง
ครั้นพบปะเจ้านายค่อยคลายร้อนพากันจรเดินมุ่งพอรุ่งสาง
บาทหลวงแกเคยอยู่รู้หนทางพาไปข้างเขาเขินเนินคิรี
แล้วลัดแลงแฝงเงาเข้าไปได้ถึงที่ในแถวทางกลางวิถี
พอถึงเขาเจ้าประจันเข้าทันทีเข้าไปที่ตึกใหญ่ทั้งไพร่นาย ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อเทวสินธุ์นรินทร์รัตน์สามกษัตริย์จรจรัลรีบผันผาย
มาถึงพร้อมแต่บรรดาเสนานายพลนิกายย่อยยับอัปรา
ข้าวโกสัยไพร่พลก็ป่นปี้ไม่เป็นที่ยับยั้งเป็นฝั่งฝา
เหลียวไปดูพวกท้าวเจ้าชวาก็อัปราเหมือนกันเป็นพรรค์เดียว
แลดูหน้าสังฆราชก็ฝาดเฝื่อนละม้ายเหมือนลิงป่าทั้งหน้าเขียว
ไม่พูดจาแต่สักสิ่งจริงจริงเจียวลงนั่งเคี้ยวขี้ฟันสั่นระรัว
แกเสียใจหลายอย่างครางกระหึมให้เศร้าซึมป่วนปั่นทั้งคันหัว
เหลือความคิดอิดออดลงทอดตัวเปรียบเหมือนวัวเสือทับอัปรา
แต่คิดการมาแต่หลังไม่อย่างนี้มาป่นปี้แทบชีวังจะสังขาร์
ไม่รอดชั่วตัวก็กลับอัปราคิดก็น่าตีหัวของตัวเอง
พระเยซูผู้เป็นเจ้าของเราเอ๋ยช่างเฉยเมยให้มันรุมกันคุมเหง
นี่ศาสนาของตัวมากลัวเกรงมันข่มเหงแทบจะตายวายชีวง
ข้าพเจ้าเล่าอุตส่าห์มาเหนื่อยยากแสนลำบากแทบชีวามาผุยผง
หมายจะเอาเมืองคืนให้ยืนยงจะได้ทรงศาสนาให้ถาวร
แกนั่งบ่นพึมพำทำหนังสือแล้วเขียนชื่อแขวนคำนำอักษร
เป็นคำบนสนธยายดั่งให้พรทั้งอ้อนวอนพระวิญญาณเป็นการดี ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายนายทัพกลับเข้าด่านพร้อมทหารเข้าไปเฝ้าเจ้ากรุงศรี
ถวายเครื่องเก็บมาบรรดามีหอกกระบี่รถฝรั่งโล่ดั้งปืน
ทั้งเสื้อผ้าสังฆราชชาติอังกฤษผ้าตะบิดแขกชวาสี่ห้าผืน
พระตรัสปรึกษาไปจะให้คืนทั้งหอกปืนขนไปให้กับมัน
แต่บรรดาลูกทัพที่จับได้คืนไปให้มันเสียก่อนคิดผ่อนผัน
ดูปัญญามันจะขึงคิคดึงดันหรือจะหันเหกลับมารับรอง
แล้วตรัสสั่งขุนเสมียนให้เขียนสารกับทหารผู้คนให้ขนของ
จัดขุนนางหมื่นขุนทูลละอองให้คุมของไปที่เขาเจ้าประจัน
เองเอาไปให้พระมังคลาราชกับตาบาทหลวงไปรีบผายผัน
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จจรจรัลมาพร้อมกันทั้งพระวงศ์พงศ์ประยูร
อีกเสนาข้าทูลละอองบาทปรึกษาราชการในมไหสูรย์
อันสิงหลธานีบรีบูรณ์เป็นเค้ามูลของฝรั่งตั้งมานาน
เพราะอีตาสังฆราชพระบาทหลวงมันจาบจ้วงเฉโกด้วยโวหาร
คิดถ่ายเทเล่ห์กลอ้ายคนพาลจนลูกหลานตกยากลำบากกาย
เราคิดว่าถ้าหย่อนมาอ่อนน้อมก็จะยอมให้ปันเหมือนมั่นหมาย
อยู่ด้วยกันพี่น้องสองสามชายอย่าวุ่นวายกันไปทำไมมี
มันก็เกิดมาในเครือเป็นเชื้อไขไปตกไร้อัปลักษณ์เสียศักดิ์ศรี
ถึงมันยกกันมาตั้งราวีก็ป่นปี้มาแต่หลังทุกครั้งครา
ถึงจับได้จะประหารผลาญชีวิตก็ยังคิดพูนเทวษถึงเชษฐา
ทั้งโฉมยงองค์ฤๅษีพี่วัณฬาจะเข่นฆ่ามันไม่ได้ดั่งใจปอง ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์ทรงดำริเธอตรองตริตราไปพระทัยหมอง
พวกเสนาแต่บรรดาทูลละอองก็ปรองดองทั้งพระวงศ์พงศ์ประยูร ฯ
๏ ป่างพระองค์ทรงภพจบจังหวัดจะคิดตัดศึกใหญ่ในไอศูรย์
บรรดาพวกพงศ์เผ่าเหล่าประยูรก็กราบทูลแล้วแต่องค์พระทรงธรรม์ ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถทูลพระบาทจอมวังนรังสรรค์
มิใช่อยากได้นิเวศน์ขอบเขตคันสิงหลนั้นใช่จะปองไม่ต้องการ
พระชนนีให้บำรุงกรุงประเทศมอบนิเวศน์ธานินทร์ทั้งถิ่นฐาน
ใช่จะอยากครอบครองไม่ต้องการอันถิ่นฐานไม่นิยมมีถมไป
แม้นมังคลามาดีศรีสวัสดิ์หลานไม่ขัดดอกพระองค์อย่าสงสัย
ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ประการใดคงจะให้ขอบเขตนิเวศน์วัง
เป็นความสัตย์วัจนังอย่างฉลองแม้นปรองดองแล้วคงสมอารมณ์หวัง
ไม่เกียดกันฉันทาดั่งวาจังจะได้ตั้งถิ่นฐานเป็นว่านเครือ ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์โองการตรัสหลานนี้อารีเหลือ
อันธานินทร์ถิ่นฐานล้วนว่านเครือไว้ใยเยื่อดีแล้วหลานการนินทา
อย่าให้มีที่เราเหล่าผู้ใหญ่ให้เห็นใจสุจริตไม่อิจฉา
พ่อก็คิดเหมือนนิสัยน้ำใจอากันนินทาเสียให้สิ้นมลทินตัว
ถึงสิงหลเดิมทีใช่ตีได้เพราะผู้ใหญ่ไกล่เกลี่ยเป็นเมียผัว
ทำสงครามความชอบได้ครอบครัวก็รู้ทั่วอยู่ด้วยกันเช่นนั้นเอง ฯ
๏ สินสมุทรจึ่งประมูลทูลฉลองว่าพี่น้องใครเขารุมกันคุมเหง
เมื่อคบพาลการชั่วใส่ตัวเองเที่ยวครื้นเครงไปทุกเมืองจนเลื่องลือ
เพราะตาเฒ่าสังฆราชท่านบาทหลวงมันล่อลวงพาไปมิใช่หรือ
ไปเกลี้ยกล่อมกองทัพมารับมือจะไว้ชื่อให้ชั่วทั่วนคร ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายคนถือหนังสือสารออกจากด่านรีบไปในสิงขร
พอถึงเขาเจ้าประจันตะวันรอนพักนิกรหน้าเขาลำเนาไพร
เห็นฝรั่งนั่งอยู่ประตูเขาจึงบอกเล่าชี้แจงแถลงไข
ว่าพระองค์ผู้ดำรงภพไกรรับสั่งใช้ให้เราถือหนังสือมา
ถวายพระมังคลานราราชตามพระราชประสงค์ในวงศา
กับสิ่งของอาวุธยุทธนาแต่บรรดาเก็บได้ให้มาคืน ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งฟังว่าเรียกม้าใช้ให้รีบไปแจ้งกิจจาอย่าฝ่าฝืน
พวกม้าใช้ไปตามทางเป็นกลางคืนไม่ดึกดื่นพอไปถึงซึ่งศาลา
แจ้งเนื้อความตามเรื่องชาวเมืองบอกขุนนางออกมาฟังไม่กังขา
เอาข้อคำนำทูลพระมังคลาตามกิจจาผู้มาบอกออกเนื้อความ ฯ
๏ บาทหลวงนั่งซบเซาบนเก้าอี้แว่วคดีลุกขึ้นมองแล้วร้องถาม
เร่งไปรับมาดูให้รู้ความแกสั่งล่ามไวไวจงไปพลัน
ขุนนางรับกลับออกมาศาลาใหญ่ร้องเรียกไพร่เร็วรี่ขมีขมัน
รีบออกมาจากเขาเจ้าประจันรับพวกบรรดาขุนนางไปข้างใน
กับสิ่งของปืนผาทั้งผ้าเสื้อที่ล้นเหลือหมวกรถอันสดใส
กับหนังสือว่าขานการเวียงชัยบาทหลวงได้เห็นแค้นแน่นอุรา
น้อยหรือมันแกล้งจำเพาะมาเยาะเย้ยนิจจาเอ๋ยแค้นใจกระไรหนา
แกจึ่งรับหนังสือที่ถือมาแล้วฉีกตราอ่านไปตามใจความ ฯ
๏ ในเรื่องราวของพระองค์ดำรงภพขจรจบทั่วประเทศเขตสยาม
ถือพระศรีสุวรรณวงศ์ทรงพระนามมาปราบปรามลังกาในสามัญ
มิใช่จะอยากได้ให้พวกพ้องมาครอบครองกรุงไกรไอศวรรย์
แต่ดาบสพี่น้องเธอรางวัลยกให้ปันกับนัดดาสุดสาคร
เดี๋ยวนี้อามาอยู่เป็นผู้ใหญ่จะคิดไปกับพระหลานชาญสมร
อย่ารบสู้หมู่อาณาประชากรจะม้วยมรณ์เสียเปล่าเปล่าไม่เข้าการ
อันสิงหลนคราของตาเจ้าอาก็เข้าใจสิ้นทุกถิ่นฐาน
มาไปเฝ้าบิตุรงค์พร้อมวงศ์วานอันศฤงคารในลังกาทั้งสากล
จะยกให้หลานยาราชาภิเษกมอบเศวกฉัตรชัยในสิงหล
ไม่ล่อหลอกดอกอย่าแหนงระแวงวนเหมือนนิพนธ์มาในสารใช่มายา
จะเคี่ยวเข็ญรบสู้ในหมู่ญาติให้เสียชาติเสียวงศ์เผ่าพงศา
เจ้าก็เป็นเชื้อกษัตริย์ขัตติยาจงตรึกตราตรองความตามแต่ใจ ฯ
๏ พอจบสารแกยิ่งแสนจะแค้นจิตทั่งกรดกริชแทงซ้ำในคำไข
มันแกล้งว่าเย้ายวนกวนน้ำใจทั้งไยไพหยาบหยามพูดลามลวน
ถึงเสียทัพยับย่นเพราะพลน้อยมันจึ่งพลอยร่ำไรมาไต่สวน
พูดเหมือนอย่างปรานีตีสำนวนทั้งลามลวนแนมเหน็บให้เจ็บใจ
จึ่งว่ากับมังคลาสานุศิษย์เองจะคิดการงานสถานไหน
ส่งหนังสือให้พลันด้วยทันใดเขาจะให้ถิ่นเขตนิเวศน์วัง
ทำมารยาข้าศึกมันฮึกฮักหมายจะดักบ่วงวงเข้ากรงขัง
มิฉะนั้นมันจะปิดให้ติดตังเองคอยฟังเถิดหนาไม่ช้านาน
แล้วแกเรียกสองท้าวมาเล่าเรื่องที่บทเบื้องหารือหนังสือสาร
ฟังเล่ห์ลิ้นทรชนเหล่าคนพาลช่างว่าขานเองจะเห็นเป็นอย่างไร
ธรรมดาข้าศึกเหมือนงูพิษคงแผลงฤทธิ์มั่นคงอย่างสงสัย
กูรู้แน่ตระหนักประจักษ์ใจมันมิได้ด้วยร้อนคิดผ่อนปรน
เอาน้ำเย็นลูบไล้พอให้เชื่องครั้นสิ้นเรื่องกูก็เห็นไม่เป็นผล
เองจงช่วยตรึกตรองทั้งสองคนจะแก้กลคิดกำจัดพวกศัตรู
จำจะต้องตอบความไปตามเรื่องที่บทเบื้องของมันมาระอาหู
ทั้งมันทำกลไกหลายประตูที่ตรงกูนั้นไม่หลงอย่าสงกา
แล้วจึ่งเรียกเสมียนมาเขียนสารเป็นข้อขานหยาบคายร้ายนักหนา
แล้วให้ห่อเสร็จสรรพประทับตราเอาหีบงาใส่สารมีพานรอง
ส่งให้พวกเสนาที่มาอยู่แล้วแกดูม้ามิ่งกับสิ่งของ
ให้ฉุนแค้นแสนอายหลายทำนองแล้วก็ร้องด่าพลางทางสำนวน
กูขอบใจนักหนาไม่ช้าดอกอย่ามาหลอกขายมะพร้าวกับชาวสวน
กูรู้สิ้นเสียทุกอย่างทางสำนวนอย่าก่อกวนไปเลยเองไม่เกรงมือ
รีบไปบอกท่านผู้อยู่สิงหลกูก็คนใช่วิฬาร์เอาปลาถือ
จะให้โดดโลดข้ามไปตามมือกูไม่ถือบุญญาบารมี
มึงเร่งไปบอกกันอย่ามั่นหมายเห็นจะตายเปล่าดอกไม่หลอกผี
ที่ตรงกูรู้แจ้งแห่งคดีพวกอ้ายผีล้วงตับจนคับโครง
ไปเถิดไปใครไม่เชิญมึงมาดอกพวกอ้ายหอกจัญไรมักตายโหง
ไม่คบค้าพวกพลอ้ายคนโกงจะมาโยงให้ไปตกนรกตาย ฯ
๏ ฝ่ายเสนาลากลับรับเอาสารออกจากด่านชวนกันรีบผันผาย
พร้อมสะพรั่งทั้งพหลพลนิกายทั้งไพร่นายเร่งมาไม่ช้าที
ครั้นถึงเข้าเฝ้าองค์พระทรงศักดิ์มาพร้อมพรักทั้งเสนาบดีศรี
แล้วถวายสาราไม่ช้าทีองค์พระศรีสุวรรณวงศ์ดำรงวัง
แล้วทูลความตามเรื่องบาทหลวงโกรธแกคาดโทษด่าสำทับจนกลับหลัง
ว่าแกล้งมาเยาะหยันดันทุรังไม่ขอฟังพูดจาด่าประจาน ฯ
๏ พอทูลเสร็จพระให้อ่านสารอักษรในสุนทรเรื่องราวที่ร้าวฉาน
หนังสือพระมังคลาปรีชาชาญว่าด้วยการรบพุ่งกรุงลังกา
เป็นข้อความตามใจของไทยกล่าวในเรื่องราวแจ้งจิตว่าอิจฉา
รู้หรือไม่ในประเทศเขตลังกาของเจ้าตาเจ้าลุงทั้งกรุงไกร
เพราะเสียทีที่ประมาทจึงพลาดพลั้งก็เพราะหวังว่าเป็นเชื้อในเนื้อไข
จึ่งได้ตั้งคุมเหงไม่เกรงใจทั้งขับไล่รบราจะฆ่าฟัน
ไม่ขอรับนับเนื้อในเครือญาติอย่าหมายมาดแม้นชีวาเราอาสัญ
นั่นแหละสิ้นรบราสิ้นฆ่าฟันอย่าหลอกกันเลยไม่หลงถึงงงงวย
ช่างพูดเพราะเหมาะเหมงข่มเหงเล่นมิใช่เช่นหญิงตะกลามมาตามสวย
แต่ฝีปากถากถางทางสำรวยเราไม่งวยงงดอกบอกจริงจริง
ธรรมดาศัตรูเหมือนงูงอดไม่กลัวตอดกลัวขบเหมือนคบหญิง
อันสาราเอามาให้เห็นไม่จริงท่านจงนิ่งเถิดอย่ากล่าวให้ยาวความ ฯ
๏ พอจบสารพร้อมพระวงศ์พงศ์กษัตริย์ได้ฟังอรรถไม่สุภาพทั้งหยาบหยาม
เขาก็คิดการณรงค์จะสงครามเราได้ห้ามเขาก็พ้อว่าล่อลวง
วายุพัฒน์นัดดาจึ่งว่าขานนี้อาจารย์สังฆราชตาบาทหลวง
ใช้ปัญญาผิดกับชนคนทั้งปวงแกมันล่วงรู้เหลือเบื่อระอา
ครั้งไปตีเมืองเซ็นก็เช่นนี้ครั้นเสียทีแช่งชักเอานักหนา
แล้วก็ให้ตัดขาดญาติกาแกพูดจาเอาแต่ดื้อถือว่าดี ฯ
๏ ป่างพระจอมนคเรศเกศกษัตริย์โองการตรัสกับเสนาบดีศรี
เมื่อเขาไม่รักญาติขาดไมตรีก็ตามทีเขาจะนึกจะตรึกตรอง
จงตั้งมั่นด่านทางอย่าวางจิตอ้ายต้นคิดครูเฒ่าเป็นเจ้าของ
ที่ไหนมันจะให้ศิษย์คิดปรองดองคงจะต้องรบพุ่งกันยุ่งไป ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ