ตอนที่ ๖๕ พระบาทหลวงพาพระมังคลาหนีทัพไปเมืองกำพลเพชร

๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชพระบาทหลวง เมื่อเสียท่วงทีทัพไม่หลับใหล
นำมังคลาพาตรงเข้าพงไพร คํ่ามืดไม่เห็นหนตำบลทาง
เที่ยวบุกป่าฝ่าหนามลงข้ามห้วย เป็นตรอกตรวยโตรกชะง่อนสิงขรขวาง
ถึงเขามฤคดึกดื่นหยุดยืนคราง พอแลเห็นเป็นสว่างข้างบรรพต
เหมือนโคมใหญ่ไฟเดินบนเนินเขา คิดว่าเข้าเขตตำบลชนบท
เขม้นดูอยู่ประเดี๋ยวเดินเลี้ยวลด ลับบรรพตแล้วสว่างรางรางมา
จะปีนขึ้นไปไต่ถามเมื่อยามดึก เห็นเหวลึกแลเวิ้งกระเพิงผา
พอโคมใกล้ไฟสว่างกระจ่างตา พระมังคลาเห็นคนบนคีรี
จะขึ้นไปไม่ถึงจึ่งร้องถาม ตำแหน่งนามแนวป่าพนาศรี
ทั้งบาทหลวงลวงล่อขออัคคี ใคร่เห็นหน้าพาทีไต่ถามความ ฯ
๏ ยุเรเด่นเป็นผู้รู้วิเศษ คิดสมเพชมังคลาที่มาถาม
จึงว่าท่านผ่านพาราสง่างาม ไม่ถือตามเยี่ยงอย่างในทางธรรม์
ครั้นผู้รู้อยู่ด้วยได้ช่วยสอน ไม่หยุดหย่อนยังจะฆ่าให้อาสัญ
หูก็ชั่วตัวก็ชาติฉกาจฉกรรจ์ ใจก็ฟั่นเฟือนคลั่งไม่ฟังดี
เขายุมั่งทั้งเขายอสู้พ่อแม่ ก็พ่ายแพ้พากันด้นซุกซนหนี
อย่าเดาเดินเกินไปทางไม่มี ไปทางปีมะโรงวันจันทวา
ฝ่ายบาทหลวงล่วงรู้ผู้วิเศษ แกล้งบอกเหตุให้เราคิดปริศนา
มะโรงงูอยู่ข้างใต้ไปคงคา จันทวาว่าจะปะกษัตรี
จึ่งพาพระมังคลาเจ้าฝาหรั่ง กลับย้อนหลังมาหนทางหว่างวิถี
เป็นทางใหญ่ไปทักษิณค่อยยินดี เหมือนผู้วิเศษแจ้งแสดงทาง
พอเดือนขึ้นชื่นใจแกได้เห็น หนทางเป็นป่าชัฏไม่ขัดขวาง
รีบเดินดุ่มพลุ่มพล่ามไปตามทาง พอสว่างเวลารุ่งราตรี
ขึ้นไปส่องกล้องดูบนภูเขา รู้ว่าเข้าแขวงเขตเมืองเศรษฐี
จึ่งบอกพระมังคลาเจ้าธานี บ้านนี้มีแต่แม่ม่ายผัววายวาง
ชื่อนางเซียมวิไลจะไปหา ได้พึ่งพาสารพัดไม่ขัดขวาง
เอ็งคอยกูอยู่ที่โขดโบสถ์วัดร้าง แล้วลงทางอ้อมมาตามหน้าเนิน ฯ
๏ ด้วยรู้หลักนักปราชญ์เป็นบาทหลวง คนทั้งปวงฝ่ายฝรั่งสังรเสริญ
เมียเศรษฐีดีใจปราศรัยเชิญ บาทหลวงเดินขึ้นบันไดมิได้ยั้ง
นั่งเก้าอี้ที่กลางตึกกว้างใหญ่ นางเซียมวิไลไหว้แล้วถามเนื้อความหลัง
เจ้าคุณมาว่ากรุงไรเล่าให้ฟัง ไม่เห็นทั้งศิษย์หามาแต่องค์ ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชพระบาทหลวง ไม่ล่อลวงเล่าความตามประสงค์
ประดักประเดิดเกิดการราญณรงค์ ต้องช่วยองค์มังคลาเจ้าธานี
ด้วยทัพแตกแยกย้ายพลัดพรายหมด เที่ยวเลี้ยวลดหลงทางกลางวิถี
เจ้าช่วยเจ้าชาวฝรั่งไว้ครั้งนี้ อย่าให้มีอันตรายถึงวายปราณ ฯ
๏ นางเซียมวิไลได้ฟังพระสังฆราช เสียดายชาติเชื้อวงศ์นึกสงสาร
จึงตอบว่าถ้าพระเห็นจะเป็นการ จะให้ฉานช่วยนั้นทำฉันใด
จะทำตามความสั่งพระสังฆราช เฉลียวฉลาดแล้วแต่จะแก้ไข
บาทหลวงว่ามาเดี๋ยวนี้ไม่มีใคร ขออาศัยสักสี่ห้าทิวาวัน
แล้วจะไปไกล่เกลี่ยเที่ยวเกลี้ยกล่อม ได้รวมรอมพร้อมพหลพลขันธ์
คิดแยบยลกลอุบายให้หลายชั้น ไม่ละกันแก้เผ็ดให้เข็ดมือ
นางแม่ม่ายหมายจะใคร่ได้ความชอบ เห็นเธอรอบรู้เหลือก็เชื่อถือ
เคยคิดอ่านการศึกเคยฝึกปรือ เขาออกชื่อลือทั้งเมืองลังกา
จึงจัดแจงแต่งตึกตุ้งเตียงตั้ง ลับแลบังฉากฉายลายเลขา
แล้วไปเชิญเสด็จพระมังคลา ลอบเข้ามายามดึกอยู่ตึกกลาง
แล้วจัดแจงแต่งตั้งโต๊ะถวาย นางแม่ม่ายปรนนิบัติไม่ขัดขวาง
มีลูกสาวขาวสลวยสวยสำอาง อายุนางได้สิบห้าชื่อยาใจ
ให้ใช้สอยคอยระวังตั้งพระศรี ช่วยพัดวีกิริยาอัชฌาสัย
บาทหลวงมือถือกล้องจ้องจุดไฟ เคลิ้มหลับไปไม่ทันได้ฉันยา ฯ
๏ แต่องค์เจ้าชาวฝรั่งกำลังรุ่น เห็นสาวเสียวเฉียวฉุนเสนหา
ทำเหมือนเมื่อยเหนื่อยใจพลิกไปมา เรียกนางยาใจเจ้าเยาวมาลย์
พี่เจ็บป่วยช่วยนวดหน่อยเถิดเจ้า นางคุกเข่าคำนับรับบรรหาร
ขึ้นบนเตียงเคียงองค์แล้วนงคราญ ช่วยอยู่งานนวดฟั้นให้บรรทม ฯ
๏ พระมังคลาปราศรัยยาใจเอ๋ย เป็นบุญเคยเชยชิดสนิทสนม
พี่แสนโศกโรคช้ำระกำกรม ได้เชยชมโฉมนางค่อยสร่างใจ
แม้นเหมือนนึกศึกเสร็จสำเร็จแล้ว ไม่ลืมแก้วกลอยจิตพิสมัย
จะรับเจ้าเข้าไปเลี้ยงไว้เวียงชัย นะยาใจเจ้าอย่าหมองละอองนวล
พลางสวมสอดกอดเกยชมเชยโฉม ปลอบประโลมลูบต้องของสงวน
นางถอยถดลดเลื่อนเบือนกระบวน ฉันไม่ควรเคียงคู่อดสูใจ
จะขอเป็นเช่นข้าฝ่าพระบาท อย่ามุ่งมาดหมายคิดพิสมัย
พลางเบือนบิดปิดป้องทำนองใน พระเคล้นไคล้คลึงเคล้าเยาวมาลย์
ถนอมนวลชวนชิดจุมพิตพักตร์ ร่วมภิรมย์สมรักสมัครสมาน
อัศจรรย์นั้นก็ไม่ใคร่ได้การ เหมือนตำนานนางกระตั้วไม่กลัวตาย
จะแทงกระบือถือหอกทำกลอกกลับ เขย่งขยับขยั้นเขยื้อนไม่เหมือนหมาย
ได้ทีแทงแกล้งกระทุ้งถูกพุงควาย ทะลักทลายเลือดนองในท้องนา ฯ
๏ เมื่อสองสมชมชิดสนิทเสน่ห์ ไม่ขัดขวางห่างเหเสนหา
นางอิงแอบแนบนั่งพระมังคลา ประโลมยาใจหลับอยู่กับเตียง
พอล่วงสามยามดึกตึกฝรั่ง เคาะระฆังหง่างเหง่งวังเวงเสียง
บาทหลวงตื่นฟื้นนั่งตั้งตะเกียง สูบกล้องเอียงเอนเอกเขนกนึก
คิดคะนึงถึงตำหรับฉบับแบบ จะแฝงแอบแยบยลกลศึก
ดูเขตแดนแผนที่มีจารึก แล้วนิ่งตรึกตรองความตามกำลัง
คิดขึ้นได้ในตำราม้ากินสวน เห็นจะควรทำได้เหมือนใจหวัง
ตราราหูอยู่กับเราเขาคงฟัง นับถือทั้งจังหวัดปัถพี
จึงเรียกนางเซียมวีไลมาในตึก บอกตื้นลึกเล่าเหตุเมียเศรษฐี
ช่วยคิดให้ได้กำลังในครั้งนี้ จะได้มีความชอบประกอบไว้
คำบุราณท่านว่าผู้รู้แต่งเพชร ให้แจ่มเม็ดเก็จกะรัตสิ้นปัดไถม
เนื้อผ่องแผ้วแล้วจะขายจำหน่ายไป ได้กำไรร้อยส่วนก็ควรทำ
หนึ่งผู้รู้ผู้มีชื่อคือกษัตริย์ เมื่อเศร้าหมองข้องขัดช่วยอุปถัมภ์
ให้กลับฟื้นขึ้นเช่นพลอยเหมือนถ้อยคำ เป็นคุณล้ำเหลือล้นคณนา
ครั้งนี้เล่าเจ้าเมืองมาเคืองขุ่น เจ้ากับบุตรอุดหนุนคุณหนักหนา
จะขอลำกำปั่นจงกรุณา ให้มังคลาไปสักลำเป็นกำลัง
กับบ่าวไพร่ใช้สอยสักร้อยหนึ่ง เงินทองซึ่งจะได้ใช้เหมือนใจหวัง
เมืองน้อยใหญ่ใต้เหนือเคยเชื่อฟัง คงจะตั้งตัวได้ดั่งใจนึก ฯ
๏ นางคิดเห็นเป็นชอบตอบสนอง อันเงินทองของฉันมีอยู่มิตรึก
พระคิดอ่านการทำเหลือล้ำลึก คงสมนึกเหมือนหนึ่งคาดไม่คลาดคลาย
ลำกำปั่นนั้นก็มีแล้วดีฉัน จะจัดสรรให้ได้สมอารมณ์หมาย
ว่าแล้วลามานั่งที่เก้าอี้ลาย ร้องเรียกนายรองมาค่อยพาที
ให้แต่งลำกำปั่นรำพันสั่ง ต้นหนทั้งล้าต้ากะลาสี
ใส่ข้าวปลาสารพัดจัดให้ดี เงินสักสี่พันชั่งใส่ถังไป
นายรองรับกลับออกมาบอกบ่าว ไปปากอ่าวแต่งลำกำปั่นใหญ่
ใส่ข้าวน้ำลำเลียงพร้อมเพรียงไว้ ทั้งต้นหนคนใช้เคยไปมา ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อวรนาถกับบาทหลวง ค่อยสร่างทรวงสมมาดปรารถนา
ทั้งสองนางต่างไปส่งลงนาวา พระจดหมายใส่ศิลาจารึกไว้
ความชอบของสองนางเป็นอย่างยิ่ง เขียนแล้วทิ้งไว้ที่ท่าชลาไหล
พอฤกษ์ดีมีลมมาสมใจ ใช้ใบไปไกลฝั่งฟากลังกา
บาทหลวงนั่งตั้งเข็มออกเล็มแล่น ไปตามแผนที่ทางต่างภาษา
แล้วพระฝรั่งทั้งพระมังคลา อยู่ท้ายบาหลีตามความสบาย ฯ
๏ จะกล่าวผู้รู้ซึ่งพาวลานั้น กับวายุพัฒน์หัสกันลอบผันผาย
ได้พึ่งพามาเมื่อคราวเป็นเจ้านาย ต่างเลี้ยวลัดพลัดพรายแยกย้ายไป
เจนธนูผู้พาวลานั้น เดินสารกำปั่นอังกฤษไปทิศใต้
ถึงเขตพราหมณ์นามบุรินทร์เมืองสินชัย ขึ้นอาศัยวัดพราหมณ์อยู่ตามจน
อันเจนธนูรู้เวทวิเศษขลัง รู้กำลังลมคล่องรู้ล่องหน
รับจ้างเขาเช้าเย็นเที่ยวเล่นกล ได้เลี้ยงตนปรนนิบัติกษัตรา
สุริยันนั้นก็พาวายุพัฒน์ ไปทางปัศจิมทิศถิ่นมิจฉา
ขึ้นเมืองเซ็นเป็นคู่ชังกับลังกา มีวิชาบังเหลื่อมหลบเลื่อมไป
กับลูกศิษย์คิดเช่าตึกเขาอยู่ ทำหมอดูรู้วิธีคัมภีร์ไสย
ทายผู้ใดไม่ผิดเขาติดใจ ได้เงินใช้ซื้อเสบียงพอเลี้ยงกัน
สุบันเยเร่เที่ยวลดเลี้ยวลัด พาพระหัสกันไปในไพรสัณฑ์
ขึ้นฝ่ายเหนือไปกับเรือกปิตัน ถึงเขตขัณฑ์แขกทมิฬเมืองอินทรา
เช่าตึกที่ยิหว่านอยู่บ้านแขก ด้วยแต่แรกรุ่นมาอยู่รู้ภาษา
เคยเที่ยวมากพากเพียรเรียนวิชา บังนิทราปรากฏได้ทดลอง
ทำหมอยาผ่าฝีหุงสีผึ้ง ใครมาถึงชายหญิงให้สิ่งของ
ใครเจ็บมาหาไปให้เงินทอง อยู่แต่สองคนกับพระหัสกัน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลาเจ้าฝาหรั่ง เสียเวียงวังวิโยคเศร้าโศกศัลย์
สิ้นห้ามแหนแสนสุรางค์นางกำนัล ทุกคืนวันว้าเหว่อยู่เอกา
กำปั่นใช้ใบเปลี่ยวลำเดี่ยวโดด ให้ลิงโลดเหลียวแลชะแง้หา
คิดคะนึงถึงพระน้องสองนัดดา อยู่ไกลตาตายเป็นไม่เห็นกัน
ใคร่แจ้งความถามฝรั่งพระสังฆราช พระน้องนาถนัดดาจะอาสัญ
หรือจะต้องจองจำทำโทษทัณฑ์ จะพบกันหรือจะสูญตระกูลไป
บาทหลวงนับจับยามบอกความว่า มีผู้พาผันแปรช่วยแก้ไข
ยังอยู่ดีชีวันไม่บรรลัย คงจะได้พบกันเป็นมั่นคง
พระนิ่งนั่งฟังครูเคยดูแน่ ตะลึงแลลานจิตพิศวง
ถึงเคราะห์ร้ายพรายนํ้าขึ้นลำทรง พอพลบลงลมกล้าสลาตัน
เสียงตึงตึงฮึงฮือกระพือพัด หางเสือสะบัดพลัดเพล่เรือเหหัน
ใบฉลีกฉีกขาดคลื่นฟาดฟัน โยนกำปั่นโงงเงงโคลงเคลงคลอน
เสียงลมลั่นครั่นครึกจนดึกดื่น ทะมื่นทื่นคลื่นกลิ้งเท่าสิงขร
เรือก็โผนโยนโขยกกระโดกกระดอน คนขึ้นนอนเปลแกว่งพลิกแพลงโยน
ยิ่งดึกดื่นคลื่นลมระดมหนัก หางเสือหักกรอบกระเด็นเรือเผ่นโผน
ทั้งเสาใบไพล่เพลี่ยงเอนเอียงโอน พยุโยนยามดึกเสียงครึกครื้น
พวกไพร่พลบนลำล้มควํ่าหงาย หมายว่าตายหลับตาไม่ฝ่าฝืน
ไปแต่ลำกำปั่นหลายวันคืน คนได้กลืนแต่ข้าวตังประทังทน
ถึงสามเดือนเคลื่อนคล้อยลมค่อยสร่าง ดูอ้างว้างกลางทะเลระเหระหน
คลื่นส่งเข้าอ่าวเพชรเมืองกำพล เป็นเขตคนพ้นถิ่นแผ่นดินแดง
วิสัยเขาชาวบุรินทร์ไม่กินสัตว์ กินสารพัดผลผลาล้วนกล้าแข็ง
เมืองนั้นตั้งฝั่งนํ้าก่อกำแพง เรือนตึกแต่งตั้งรอบข้างขอบริม
ภูมิ์ประเทศเพชรนิลนากทองเกิด เหล็กก็เลิศเหลือดีไม่มีสนิม
ชาวบุรีสีเหมือนกับเม็ดทับทิม อยู่ทิศใต้ไปถึงริมหิมพานต์
พอเรือพลัดซัดเข้าปากอ่าวใหญ่ ขึ้นอาศัยอยู่กินตั้งถิ่นฐาน
อังกฤษฝรั่งทั้งแขกแตกวงศ์วาน สืบลูกหลานหลายแสนอยู่แน่นนันต์
อันองค์ท้าวเจ้าเมืองเรืองพระยศ มีเหล็กกรดแดงกํ่าทำพระขรรค์
ฟันที่ไหนไฟโพลงโขมงควัน ทุกเขตขัณฑ์ขามขยาดฤทธิ์สาตรา
อันพระองค์ทรงนามรามเดช อัคเรศร่วมจิตชื่อกฤษณา
อายุท้าวเก้าสิบเก้าเฒ่าชรา นางพระยาแปดสิบพอดิบพอดี
ด้วยเมืองกำพลเพชรเพศพิสัย จำเพาะให้คู่ครองกันสองศรี
แต่เป็นคู่อยู่มากว่าห้าสิบปี มิได้มีหน่อนาถราชธิดา ฯ
๏ ฝ่ายเรือพระมังคลามาถึงฝั่ง พวกฝรั่งลงมาถามตามภาษา
ครั้นรู้ว่าฝรั่งเมืองลังกา ต่างพูดจาปราศรัยเป็นไมตรี ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระสังฆราชผู้บาทหลวง รู้ดูดวงทวาทศราศี
เคยแจ้งเรื่องเมืองกำพลค้นคัมภีร์ ได้แผนที่คลี่ดูก็รู้ความ
เจ้าเมืองนี้มีพระขรรค์นั้นเป็นกรด จึงปรากฏทศทิศต่างคิดขาม
แต่นิ่งนึกตรึกตรองสักสองยาม เห็นดาวอร่ามรายเร่ขึ้นเมฆิน
ดูดวงดาวเจ้าเมืองเรืองริบหรี่ ตกริมที่เธอสำนักทิศทักษิณ
จับยามดูรู้ว่าดาวเจ้าแผ่นดิน จะสูญสิ้นชันษาในห้าวัน
แล้วดูดาวเจ้าเกาะลังกาทวีป ดังประทีปรัศมีเป็นสีสัน
แม้นได้กำพลเพชรเป็นเขตคัน ก็เหมือนกันกับลังกาอยู่ฝ่ามือ
แม้นท้าวตายฝ่ายพระมเหสี จะแทนที่บังคับคนนับถือ
จะรบหญิงชิงเมืองให้เลื่องลือ เห็นเหลือมือจะไม่ได้ดังใจปอง
ถึงสาวแก่แต่สตรีเป็นวีสัย ถ้าแม้นม่ายมีผัวคงมัวหมอง
แม้นรักใคร่ได้เป็นชู้เป็นคู่ครอง คงได้ของอื่นสิ้นเหมือนกินทิพ
แต่มังคลาอายุได้สิบเก้า ฝ่ายอีเฒ่าแก่แรดได้แปดสิบ
เปรียบเหมือนอย่างห่างแหแลลิบลิบ แต่ว่าหยิบไม่เป็นผงคงเป็นการ
ด้วยสามัญตัณหามันตาบอด เป็นอย่างยอดอยู่เพียงรักสมัครสมาน
คนแก่มักรักหนุ่มตุ่มน้ำตาล มันคงหวานเฉื่อยชิมไม่อิ่มใจ
จึ่งปลุกพระมังคลาสานุศิษย์ เข้านั่งชิดชี้แจงแถลงไข
เจ้าเมืองนี้ชีวันจะบรรลัย เมียจะได้ครองเมืองรุ่งเรืองยศ
เองเกี้ยวพาราสีเอาอีเฒ่า เถิดจะเอาอะไรคงได้หมด
เหมือนขยำนํ้าตาลให้ทานมด มันไม่อดได้ดอกวะคงจะรวย ฯ
๏ พระมังคลาน่าเกลียดรังเกียจจิต จะเชยชิดแก่เกินให้เขินขวย
ไม่ชอบในใจเธอไม่เอออวย บาทหลวงช่วยสั่งสอนให้อ่อนใจ
เราเสียทัพยับย่อยต้องน้อยหน้า ไม่มีสุขทุกเวลาน้ำตาไหล
เสียเวียงวังลังกาเสียข้าไท ต้องต่ำไร้ไม่มีที่พึ่งพา
แม้นได้นางอย่างนี้เป็นที่พึ่ง ก็เหมือนหนึ่งได้แก้วแววเวหา
ได้กลับไปได้ทั้งเมืองลังกา ได้แก้หน้าปรากฏยศไกร
ถึงแก่เฒ่าเล่าก็ดีกว่าอีสาว ได้ยืดยาวอย่างนี้จะมีไหน
เหมือนเกลือเค็มเต็มกลืนต้องขืนใจ มันก็ไม่สึกหรอหัวร่อพลาง ฯ
๏ พระเห็นควรสรวลสันต์ว่าฉันนี้ คุณเห็นดีสารพัดไม่ขัดขวาง
แต่แสนยากหากว่าจะพบปะนาง จะพูดอย่างไรดีฉันมิเคย
พระฝรั่งยังไม่รู้เกี้ยวผู้หญิง จนใจจริงนิ่งเอกเขนกเฉย
จึงว่ากูครูเฒ่าก็เปล่าเลย ยังไม่เคยเลยเจียววะมังคลา
แต่คิดเห็นเป็นเด็กยังเล็กอยู่ เป็นลูกเลี้ยงเลี่ยงดูไปสู่หา
ช่วยนวดฟั้นหมั่นดูชายหูตา ทั้งอุตส่าห์สอพลอเข้าคลอเคลีย
ถึงแก่เฒ่าเข้าเชิงละเลิงหลง มันก็คงแย้มยิ้มอะลิ้มเอลี่ย
เรียกแม่แม่แต่ที่ลับกลับเป็นเมีย มันไม่เสียได้ดอกเห็นจะเป็นการ
พลางสำรวลสรวลสันต์รำพันสอน หายหาวนอนผ่อนทุกข์สนุกสนาน
ด้วยเคยสนิทศิษย์หากับอาจารย์ นั่งคิดอ่านจนเวลารุ่งราตรี ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้ากรุงบำรุงราษฎร์ ชะตาขาดขุ่นข้องให้หมองศรี
พอลุกยืนขึ้นก็ล้มสิ้นสมประดี ประชวรสี่ห้าวันสวรรคต
นางพระยาอาดูรพูนเทวษ เหมือนกรเกศกายหลุดสุดสลด
ทั้งเสนามาพร้อมน้อมประณต ต่างกำสรดแซ่เสียงทั้งเวียงวัง
แล้วเชิญพระศพเข้าไปไว้ในถํ้า เหมือนเคยทำเยี่ยงอย่างแต่ปางหลัง
ครั้นเสร็จกิจปิดถํ้าที่กำบัง แล้วแต่งตั้งนางพระยาครองธานี ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงนงลักษณ์อัคเรศ อยู่นิเวศน์วังราชปราสาทศรี
สะอื้นโอ้โศกาทุกราตรี ถึงสามีมรณาสี่ห้าวัน
เมื่อผู้ชายหมายคิดพิศวาส เข้าไสยาสน์หลับสนิทนิมิตฝัน
ว่านาคาน่ากลัวตัวหนึ่งนั้น หางยังพันผูกฝั่งข้างลังกา
เศียรกระหวัดรัดนางในปรางค์มาศ เลื้อยลีลาศลอยเร่ขึ้นเวหา
พอรู้สึกนึกดูรู้ตำรา อันนาคาคนรักประจักษ์ใจ
เมื่อคราวสาวท้าวไทจะไปหา ก็ฝันว่างูขบสลบไสล
นึ่ก็แก่แต่ชีวันจะบรรลัย จะมีใครเหมือนเมื่อคราวสาวสำรวย
หรือฝรั่งลังกาจะมามั่ง คะนึงนั่งนึกสะเทิ้นให้เขินขวย
แม้นเหมือนครั้งยังหนุ่มกระชุ่มกระชวย จะเห็นด้วยฝันเห็นเคยเป็นมา
ถึงเฒ่าแก่แต่ไม่ตายทั้งชายหญิง ไม่สิ้นสิ่งสังวาสปรารถนา
ลืมร้องไห้ใคร่ครวญจวนเวลา ออกนั่งหน้าแท่นสุวรรณบนบัลลังก์
นางตรัสถามความอาณาประชาราษฎร์ ช่วยชี้ขาดขัดขวางเหมือนปางหลัง
ความแผ่นดินสิ้นข้อยังรอฟัง ล่ามฝรั่งทูลเรื่องเมืองลังกา
พระมังคลาอายุได้สิบเก้า ซึ่งเป็นเจ้าสิงหลภาษา
เสียบ้านเมืองเคืองขัดพลัดพารา เหลือแต่ตราราหูคู่นคร
บาทหลวงพามาถึงกรุงเพราะมุ่งมาด พึ่งพระบาทบุญฤทธิ์อดิศร
แม้นข้าศึกฮึกหาญมาราญรอน จะวายร้อนเพราะพระคุณกรุณา
แม้นโปรดรับดับเข็ญให้เย็นอก เหมือนชนกชนนีที่รักษา
แม้นขัดข้องสองเสด็จไม่เมตตา จะขอลาไปเสียให้พ้นไพรี ฯ
๏ นางฟังความหวามไหวฤทัยถวิล เหมือนสุบินจินตนามารศรี
มิรับรักผลักไสก็ไม่ดี ด้วยว่าหนีร้อนจึ่งมาพึ่งเย็น
จึ่งบัญชาว่าฝรั่งสังฆราช พาหน่อนาถหนีทุกข์เกิดยุคเข็ญ
จะช่วยรับดับร้อนอย่าซ่อนเร้น นึกเหมือนเช่นเป็นตระกูลประยูรวงศ์
ด้วยตกยากบากหน้าจะมาพึ่ง ให้สมซึ่งสุจริตคิดประสงค์
ให้หายเหนื่อยเมื่อยล้าจึงพาองค์ ผู้ดำรงนครามาพาที
เสนารับสรรพเสร็จเสด็จกลับ เข้าห้องหับแกลทองให้หมองศรี
ยามรำลึกตรึกตราถึงสามี ก็โศกีกำสรดสลดใจ
ครั้นรำพึงถึงฝันกระสันสวาท จะเหมือนคาดหรือจะผิดคิดสงสัย
ด้วยเฒ่าแก่แม่ม่ายแล้วภายใน มักเหมือนไกกลฝรั่งกำบังตา ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชพระบาทหลวง เห็นได้ท่วงทีจะได้เข้าไปหา
ไม่หลับนอนสอนสั่งพระมังคลา ให้เอาตราไปถวายธิบายวอน
บอกเสน่ห์เล่ห์กลทั้งมนตร์เวท ประสมเนตรผูกจิตประสิทธิ์สอน
หน่อนรินทร์ยินดีชุลีกร เหมือนไก่อ่อนจะไปสู้ไอ้อูโต
ขอสมมาดปรารถนาสาธุสะ ด้วยเดชะพระมหายะวาโห
ได้บ้านเมืองเรืองฤทธิ์อิศโร จะเชือดโคควายบูชาสิบห้าวัน
พอเช้าสายฝ่ายพระหน่อวรนาถ ขึ้นนั่งอาสน์อ่าองค์สรงน้ำกลั่น
ทรงสุคนธ์ปนทองคำเจืออำพัน กระแจะจันทน์น้ำกุหลาบรินอาบองค์
ตั้งคันฉ่องส่องพระหัตถ์ผัดนลาฏ เป็นนวลเนื้อเชื้อชาติราชหงส์
สวมสนับจับกระหวัดจัดประจง แล้วสอดทรงเสื้อสุวรรณพรรณราย
สวมพระมาลาสลับประดับเพชร แต่ละเม็ดเก็จกะรัตจำรัสฉาย
ใส่เกือกเพชรเก็จแก้วแพรวพรอยพราย กระสันสายรัดองค์อลงการ์
ครั้นเสร็จสรรพกับทั้งฝรั่งล่าม กับบ่าวตามถือกล้องพานรองสลา
ผ่ายพระองค์ทรงประคองหีบรองตรา กับดอกไม้ใช้ปัญญามณฑาทอง
แต่ดอกเดียวเจียวจะได้ไปถวาย ให้คิดเห็นเป็นอุบายไม่หมายสอง
ไปหน้าวังทั้งล่ามตามทำนอง ทูลฉลองนางพระยาให้มารับ
ขึ้นเฝ้าองค์นงคราญที่ชานพัก อยู่พร้อมพรักสาวแส้เถ้าแก่กำกับ
พระมังคลาฝรั่งนั่งคำนับ นางต้อนรับเรียกให้นั่งบัลลังก์ทอง
ดูเหมือนหุ่นรุ่นหนุ่มกะนุ่มกะนิ่ม นั่งแย้มยิ้มอิ่มเอี่ยมไม่เทียมสอง
พระเห็นเฒ่าเจ้าเมืองชำเลืองลอง พอเนตรต้องเนตรนางชายหางตา
พลางยิ้มเยื้อนเอื้อนอ่อนวอนว่าขาน เสียถิ่นฐานสุริย์วงศ์เผ่าพงศา
มาเฝ้าพระชนนีมีแต่ตรา กับมณฑาดอกเดียวด้วยเปลี่ยวใจ
ขอถวายหมายมาดว่าชาตินี้ พระเป็นที่พึ่งพักจนตักษัย
พลางนบนอบยอบองค์ตรงเข้าไป ชูดอกไม้ยื่นถวายชายชำเลือง ฯ
๏ นางแม่รับกับพระหัตถ์แล้วตรัสว่า ดอกมณฑากลีบแซมแฉล้มเหลือง
ให้พ่อได้ไอศูรย์จำรูญเรือง อย่าขัดเคืองเบื้องหน้าจงถาวร
พระคำนับรับสั่งนั่งท้าวแขน อยู่ริมแท่นที่สุวรรณบรรจถรณ์
ดูงามคมสมคนแก่ไม่แง่งอน สงสารอ่อนหล่อนคนซื่อไม่ถือยศ
น่าเอ็นดูอยู่กับแม่แน่แล้วหนา ได้เห็นหน้ากว่าชีวิตจะปลิดปลด
จะถนอมกล่อมเกลี้ยงเพียงโอรส อย่าระทดทุกข์ใจเวียนไปมา
แล้วสั่งเหล่าเถ้าแก่หลวงแม่เจ้า อ่อนจะเข้าเมื่อไรไปมาหา
อย่าห้ามปรามตามถนัดตามอัชฌา แล้วว่าตราราหูคู่แผ่นดิน
เอามาให้ไม่ควรสงวนไว้ จะได้ใช้สอยสมอารมณ์ถวิล
พระคงได้ไปลังกาครองธานินทร์ บุญไม่สิ้นดอกอย่าได้เสียใจเลย
แล้วสั่งให้ไปจัดสุพรรณภาชน์ มะตูมมะตาดผลไม้มาให้เสวย
ข้าวตอกข้าวเม่าข้าวต้มคลุกนมเนย พระอิ่มเลยลามาพอสายัณห์
ลงเรือใหญ่ไหว้พระบาทหลวงถาม จึงเล่าความตามจริงทุกสิ่งสรรพ์
ถึงเฒ่าแก่แต่เขาว่าเช่นปลามัน ดวงตรานั้นไม่เอาไว้กลับให้คืน
จะเข้านอกออกในมิได้ห้าม สั่งว่าตามแต่ถนัดไม่ขัดขืน
แต่ก่อนเกลือเหลือเค็มเห็นเต็มกลืน จะต้องฝืนใจดื่มไม่ลืมตา ฯ
๏ พระหัวร่อพ่อเองมีอีผีเสื้อ ต้องชิดเชื้อเมื่อไปอยู่ในคูหา
เองจงจำคำไพร่ชาวไร่นา มันพูดจากันเล่นก็เห็นจริง
จะดักลอบดักลันจงหมั่นกู้ จะเกี้ยวชู้ก็อุตสาห์ไปหาหญิง
แม้นเริศร้างห่างเหประเวประวิง เหมือนน้ำกลิ้งใบบอนจำสอนใจ ฯ
๏ ฝ่ายนางแก่แม่ม่ายรักชายหนุ่ม เหมือนเพลิงรุมกลุ้มจิตพิสมัย
จนยามดึกนึกคะนึงตะลึงตะไล ชมดอกไม้มณฑาชื่นอารมณ์
ว่าดอกเดียวเจียวมาให้วางในหัตถ์ เหมือนแกล้งตรัสปริศนาจะมาสม
จะยอมตัวกลัวแต่พระจะไม่ชม จะนิยมอย่างแม่ด้วยแก่เกิน
จะชวนไว้ให้อยู่เช่นชู้ผัว จะหมองมัวกลัวจะหมางจะห่างเหิน
เดชะบุญคุณพระอย่าละเมิน ช่วยชวนเชิญชอบชิดสนิทใน
นางนิ่งนึกดึกดื่นสะอื้นอั้น สู้กลืนกลั้นกลิ้งกลับไม่หลับใหล
จนเช้าสายยายแก่แลอาลัย สักเมื่อไรหนอจะมาตั้งตาคอย ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อวรนาถขยาดหญิง จนใจจริงจะต้องไปไห้ใช้สอย
จึ่งแต่งองค์ทรงแฉล้มดูแช่มช้อย หนุ่มน้อยน้อยน่ารักลักขณา
เดินเข้าไปในวังหญิงทั้งหลาย ต่างชม้ายชายชม้อยละห้อยหา
ที่สาวแส้แลไปปะพอประตา ทำมารยายิ้มแย้มกระแอมไอ
พระขึ้นบนมนเทียรวิเชียรรัตน์ นางกษัตริย์เห็นหน้าตรัสปราศรัย
พระนบนอบยอบองค์ตรงเข้าไป หมอบอยู่ให้ใกล้เคียงริมเตียงทอง
จึงแกล้งว่าถ้าฉันไปไม่ได้เฝ้า จะแลเหลียวเปลี่ยวเปล่าให้เศร้าหมอง
ได้เฝ้าแหนแสนสบายค่อยวายตรอง จะได้สนองพระคุณคิดอุ่นใจ ฯ
๏ นางกษัตริย์ตรัสตอบว่าขอบจิต แสนสนิทชิดเชื้อเหมือนเนื้อไข
แม้นไม่มีธุระการอะไร มาอยู่ในราชฐานกับมารดา
ด้วยตัวแม่แก่เฒ่าเฝ้าแต่ป่วย พ่ออยู่ด้วยช่วยพิทักษ์ได้รักษา
แม่หมายฝากซากผีฝากชีวา ช่วยมารดาว่าขานการนคร
พระทูลว่ามาอยู่วังแม้นพลั้งพลาด ขอพระบาทมาตุรงค์ช่วยทรงสอน
อย่าปลดเปลื้องเคืองขัดถึงตัดรอน จนม้วยมรณ์มิให้ขาดราชการ
นางว่าพ่อก็อุตส่าห์สามิภักดิ์ จะฝังปลูกลูกรักไม่หักหาญ
แล้วสั่งเหล่าสาวสรรค์พนักงาน แต่งเครื่องอานถวายพระมังคลา
อยู่ในวังดั่งเนื้อหน่อวรนาถ สุดสวาทขาดจิตนางกฤษณา
ฝูงค่อมเค้าสาวสรรค์กัลยา ไม่สงกาว่าจะชิดสนิทใน
ด้วยหนุ่มแก่แลเห็นคราวเหลนหลาน ดูเกินการห่างเหินเกินสงสัย
แต่ฝ่ายชายหมายเอาของที่ต้องใจ หญิงจะใคร่ได้ผัวจึ่งพัวพัน
พระมังคลาฝรั่งช่างฉอเลาะ ประโลมประเหลาะลิ้นลมก็คมสัน
อยู่ข้างแท่นแสนสบายมาหลายวัน ค่อยรู้ชั้นเชิงชนเป็นคนเคย
แต่ฝ่ายข้างนางพระยาชรารัก เหมือนจั่นดักปักษาเปิดฝาเผย
ไม่เข้าไปในจั่นไม่ลั่นเลย ต่อเหยียบเกยไกหับจึ่งจับกาย ฯ
๏ ครั้นเพลาราตรีศรีไสยาสน์ พระหน่อนาถก้มกรานอยู่งานถวาย
แล้วกล่าวแกล้งแสร้งเสเพทุบาย เป็นผู้ชายอายเหลือน่าเบื่อใจ
เป็นสตรีดีมากอยากเป็นหญิง แล้วแกล้งนิ่งจะให้ถามตามสงสัย
นางฟังคำล้ำลึกยิ่งตรึกไตร ไม่แจ้งใจไต่ถามตามสงกา
ไฉนหนอพ่อจะใคร่ได้เป็นหญิง อยากเป็นจริงหรือประดิษฐ์ปริศนา
พระนบนอบตอบรสพจนา หม่อมฉันว่าหวังจะใคร่ใกล้พระองค์
ปรนนิบัติพัดวีบนที่แท่น จะได้แทนพระคุณตามความประสงค์
เป็นผู้ชายหมายพระบาทมาตุรงค์ ไม่จำนงปลงพระทัยสงสัยชาย
นางว่าพ่อก็เป็นบุตรสุดสวาท ควรร่วมอาสน์แอบชิดเหมือนคิดหมาย
กลัวลูกรักจักรังเกียจจะเกลียดอาย จึ่งเจียมกายฝ่ายข้างแม่นี้แก่ตัว
แม้นจริงจังหวังจิตสนิทสนม มาบรรทมเถิดพ่อคุณพ่อทูนหัว
อย่าพ้อตัดขัดข้องอย่าหมองมัว อย่าเกรงกลัวเลยพ่อมาเหมือนอารมณ์ ฯ
๏ พระแช่มชื่นขึ้นบนแท่นทำแสนรัก กอดสะพักจุมพิตสนิทสนม
ฉันดีใจได้มาเรียงเคียงบรรทม ได้เชยชมชนนีฉันมีบุญ
ฉันเป็นลูกผูกจิตพิศวาส อย่ากริ้วกราดโกรธเกรี้ยวอย่าเฉียวฉุน
ถึงพระแม่แก่เฒ่าเจ้าประคุณ ยังหอมกรุ่นอุ่นใจกระไรเลย
นางแม่ม่ายชายต้องประคองกอด ไม่พูดพลอดท้วงติงทำนิ่งเฉย
พระหน่อหนุ่มกลุ้มจิตใคร่ชิดเชย ทำก่ายเกยกอดนางเพียงกลางองค์
นางพระยาว่าเห็นใจหรือไม่เล่า แม่รักเจ้าจึ่งไม่ห้ามตามประสงค์
เช่นนี้ใครได้มาปะจึงจะตรง เขาก็คงว่าเป็นชู้อดสูใจ ฯ
๏ พระมังคลาว่าพระคุณการุญรัก เห็นประจักษ์จริงแจ้งไม่แหนงไฉน
หากว่าลูกถูกต้องทำนองใน จะตามใจหรือจะโกรธลงโทษทัณฑ์
นางแย้มยิ้มพริ้มพรายชม้ายค้อน ทำนิ่งนอนหลับใหลพอไก่ขัน
พระรู้กลปรนนิบัติถึงอัศจรรย์ กระต่ายผันโผนขึ้นนั่งบนหลังช้าง
เสียงฮูมแปร๋นแปร้นแปร๋แม่ปะแหรก ไม้ไล่แหลกลุยตะโกรงผึงโผงผาง
กระต่ายตกผงกผงะไม่ละวาง ฉวยหางช้างฉุดรั้งขึ้นนั่งท้าย
เหลือกำลังรั้งฉุดไม่หยุดหย่อน ขยักขย่อนคลอนแคลนง่อนแง่นหงาย
พอถูกฝนขนเปียกตะเกียกตะกาย ตัวกระต่ายตกช้างสว่างวัน
เหมือนหนุ่มแก่แม่เลี้ยงร่วมเรียงหมอน พอตื่นนอนนางผู้หญิงรับมิ่งขวัญ
อันเมืองเพชรกำพลพวกคนธรรพ์ ก็หมายมั่นพันผูกว่าลูกเลี้ยง
เห็นเข้านอกออกในนางไม่ถือ ยิ่งฟุ้งเฟื่องเลื่องลือออกชื่อเสียง
ต่างชวนชอบนอบน้อมด้วยพร้อมเพรียง นางแม่เลี้ยงจึ่งปรึกษาเสนาใน
อันองค์พระมังคลาเจ้าฝาหรั่ง เสียเวียงวังลังกามาอาศัย
เป็นลูกเราก็รักรู้จักใจ จะมอบให้ว่าขานการพารา
ด้วยตัวเราเฒ่าแก่แต่จะม้วย เธอได้ช่วยชุบเลี้ยงไม่เดียงสา
ด้วยซื่อตรงทรงธรรม์ไม่ฉันทา พวกเสนาใครจะเห็นเป็นอย่างไร
พวกขุนนางต่างยอมเห็นพร้อมพรั่ง ควรแต่งตั้งมังคลาอัชฌาสัย
นางชื่นชมสมประสงค์จำนงใจ จึ่งสั่งให้โหราหาฤกษ์ดี
ภิเษกหน่อวรนาถชาติกษัตริย์ ผ่านสมบัติบำรุงชาวกรุงศรี
ทรงสัจธรรม์กรุณาประชาชี ปิ่นโมลีโลกเฉลิมเป็นเจิมจอม
ก่อตึกใหญ่ให้พระสังฆราช เป็นเอกบาทหลวงสบายค่อยหายผอม
แขกฝรั่งอังกฤษเป็นศิษย์พร้อม ตั้งเกลี้ยกล่อมรอมพลหาคนดี ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ