ตอนที่ ๗ ศรีสุวรรณพยาบาลนางเกษรา

๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอิศเรศ กับพราหมณ์เทศอยู่บนมนเทียรสถาน
เขาพิทักษ์รักษาพยาบาล ค่อยสำราญหายเหนื่อยที่เมื่อยล้า
พอรอนรอนอ่อนแสงพระสุริยง อัสดงแดดดับลับเวหา
พระเผยแกลแลดูเดือนดารา เหมือนนวลหน้านุชน้องละอองนวล
เสียดายนักภัคินีเจ้าพี่เอ๋ย แม้นได้เชยจะประคองครองสงวน
ธุระรักหนักในใจรัญจวน ยิ่งอักอ่วนอารมณ์ให้ตรมตรอม
กำแพงวังยังกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง ไฉนจึงจะได้แอบแนบถนอม
พี่ลักลอบปลอบประโลมก็โน้มน้อม แต่กีดจอมจักพรรดิถนัดใจ
จึงปรึกษาสามพราหมณ์ตามวิตก เหมือนน้องยกเมรุมาศไม่หวาดไหว
จะปลอบมิตรคิดอ่านประการใด จึงจะได้ดอกฟ้าลงมาชม ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ตอบปลอบน้องอย่าหมองหมาง พระนุชนางปลงจิตสนิทสนม
ไม่คลาดแคล้วแล้วพ่อรออารมณ์ คงจะสมจิตน้องที่ตรองการ
เรารบสู้กู้เมืองช่วยเปลื้องทุกข์ ได้ผาสุกสืบสมบัติพัสถาน
เห็นทรงฤทธิ์บิดายุพาพาล จะประทานรางวัลเป็นมั่นคง
เราอย่ารับกลับคืนถวายไว้ จึงค่อยไขข้อความตามประสงค์
พี่คาดจิตบิตุราชมาตุรงค์ คงให้องค์พระธิดาด้วยปรานี
มาดแม้นแหนหวงทำหน่วงหนัก จึงค่อยลักกัลยาเจ้าพาหนี
ความคิดพี่นี้เห็นเป็นเช่นนี้ พ่อเห็นดีด้วยบ้างหรืออย่างไร ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสตอบว่าชอบอยู่ ทำจู่ลู่ก็จะขัดอัชฌาสัย
จะรอรั้งฟังดูภูวไนย แม้นไม่ให้โดยดีก็มิฟัง
แล้วเอนเอกเขนกนิ่งอิงเขนย หอมระเหยหวนกลิ่นถวิลหวัง
เห็นปรางค์ทองน้องนางอยู่กลางวัง คะนึงนั่งนึกหมายไม่วายครวญ ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์ นางกษัตริย์เศร้าสร้อยละห้อยหวน
นึกปรานีศรีสุวรรณยิ่งรัญจวน มาหมองนวลเหนื่อยยากลำบากองค์
ที่การศึกนั้นก็เสร็จสำเร็จทุกข์ ที่การสุขยังไม่สมอารมณ์ประสงค์
แสนเสียดายป่านฉะนี้พระโฉมยง จะโศกทรงเศร้าหมองถึงน้องน้อย
เมื่อจากกันวันนี้ที่ข้างหน้า ดูพักตราผ่านเกล้าเห็นเศร้าสร้อย
ยิ่งรำลึกนึกน้ำพระเนตรย้อย แต่หลับม่อยแล้วสะดุ้งจนรุ่งราง
จึงให้สี่พี่เลี้ยงเก็บดอกไม้ ดอกมะลิปลูกไว้ในกระถาง
ใส่ขันทองรองพานคลานมาวาง พระนุชนางกรีดก้อยร้อยมาลัย
เรียงประดับซับซ้อนค่อยสอดเข็ม เป็นพวงเต็มห่อเสร็จแล้วเด็ดใหม่
อันมาลีที่กระถางริมปรางค์ชัย พอเก็บได้คนละขันวันละพวง
ใส่พานทองตองเจียนประจงปิด ให้ทรงฤทธิ์รูปทองเป็นของหลวง
ส่วนนารีพี่เลี้ยงสิ้นทั้งปวง ต่างร้อยพวงมาลัยให้เจ้าพราหมณ์
สารภีพิกุลดอกบุนนาค ประสายากเถิดนะเจ้าเราทั้งสาม
ศรีสุดาได้ดอกเข็มเห็นเต็มงาม จะให้พราหมณ์หน่อกษัตริย์ขัตติยา
นางโฉมยงทรงตรัสว่าผลัดเปลี่ยน เป็นเวรเวียนกันไปให้บุปผา
ทูลถวายกว่าจะวายดอกมาลา วันนี้พี่ศรีสุดาไปประเดิม ฯ
๏ นางนารีศรีสุดาหน้าเป็นเหม แสนเกษมแกล้งว่าอย่ามาเสริม
มาลัยหลวงพวงหอมเป็นจอมเจิม ฉันพลอยเติมตามประสาเป็นข้าไท
แล้วเข้าห้องส่องกระจกจับกระเหม่า ขี้ผึ้งเข้าชันย้อยสอยไม่ไหว
เป็นการด่วนจวนจนต้องลนไฟ กรีดจุไรรอบเรียบระเบียบกลม
แล้วผัดหน้าทาจันทน์กระแจะแป้ง นุ่งยกแย่งพื้นตองปักทองถม
ทั้งกรองทองรองปิดให้ชิดชม ดูสวยสมเป็นบัลลังก์ที่นั่งรอง
จึงขึ้นบนมนเทียรทำเมียงมอง เจ้าพราหมณ์ร้องเชิญว่ามาข้างนี้ ฯ
๏ พี่เลี้ยงนั่งตั้งพานพวงบุปผา ไว้ตรงหน้าหมอบประณตบทศรี
แล้วว่าองค์นงนุชพระบุตรี ร้อยมาลีมะลิลามาประทาน
ดอกเข็มขาวพวงนั้นหม่อมฉันถวาย แต่กลิ่นอายคลายพร้อมไม่หอมหวาน
สารภีที่ใส่มาในพาน ของเยาวมาลย์แม่อุบลคนสำคัญ
ดอกพิกุลคุณจงกลเป็นคนร้อย ประภาน้อยดอกบุนนาคเขาฝากฉัน
ให้สามพราหมณ์ตามมีไมตรีกัน แกล้งรำพันพ้อให้ในทำนอง ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสตอบว่าขอบจิต จะได้ชิดชมพลางต่างเจ้าของ
หยิบบุปผามาลัยมาใส่ลอง พอได้สองหัตถาเป็นขวาซ้าย
จึงตรัสว่าดอกเข็มนี้เต็มรัก จะเคียงพักตร์พี่ไว้มิให้หาย
นางฟังคำทำเมินสะเทิ้นอาย ทั้งสามนายยิ้มแย้มกระแอมไอ
เจ้าสานนนั่งชมดมบุนนาค อุบลฝากมาให้ชิดพิสมัย
เจ้าวิเชียรเชยพิกุลฉุนอาลัย ถึงสายใจเจ้าจงกลเป็นคนเคย
เจ้าโมราดมสารภีรื่น ช่างหอมชื่นเช่นประภานิจจาเอ๋ย
ต่างประคองของคู่ขึ้นชูเชย ไฉนเลยหลบหน้าไม่มาเยือน
แล้วต่างสั่งศรีสุดาว่าช่วยบอก ถึงได้ดอกไม้ไว้ก็ไม่เหมือน
แม้นเมตตาอีกสักห้าหกเจ็ดเดือน ขอเชิญเชือนมาบ้างอย่าหมางเมิน ฯ
๏ ศรีสุดาว่าคิดจะไปว่า ให้ได้มาแนบข้างไม่ห่างเหิน
หน่อกษัตริย์ตรัสล่อให้พอเพลิน ค่าเชิงเดินคงจะได้เป็นไรมี
ช่วยทูลแก้วเกษราเถิดหนาเจ้า พี่นอนเฝ้าฝันว่าพากันหนี
จะขอคำทำนายร้ายหรือดี รุ่งพรุ่งนี้นะจงออกมาบอกกัน ฯ
๏ ศรีสุดาอภิวาทฉลาดพูด เทวทูตท่านมาเตือนจนเฟือนฝัน
ข้ากับเจ้าคราวยากจะจากกัน กระหม่อมฉันนึกหมายจะวายวาง ฯ
๏ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายตรัส เห็นไม่พลัดพรากน้องอย่าหมองหมาง
เจ้าร่วมจิตชิดใช้อยู่ในนาง คงเคียงข้างคู่กันจนวันตาย ฯ
๏ ศรีสุดาดีใจใครจะเหมือน แต่ไหลเลื่อนลืมตนอยู่จนสาย
ก็ลาพระโฉมงามกับสามนาย คอยนาดกรายกลับหลังเข้าวังใน
นางทูลความตามสั่งมาทั้งหมด แล้วซ้ำปดเติมแต่งแถลงไข
ครั้นรุ่งเช้าสาวน้อยร้อยมาลัย ลอบไปให้ชู้ชายไม่วายวัน ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์พงศ์กษัตริย์ พูนสวัสดิ์วายวิโยคที่โศกศัลย์
ครั้นรุ่งแสงสุริย์ฉายขี้นพรายพรรณ จะรางวัลโยธาที่ราวี
จึงออกนั่งยังท้องพระโรงหลวง พร้อมกระทรวงเสนาบดีศรี
หน่อกษัตริย์กับสามเจ้าพราหมณ์ชี มาอยู่ที่เฝ้าพร้อมน้อมประณต
ต่างบังคมบดินทร์สูรทูลถวาย ว่าศึกฝ่ายนอกที่มาล่าไปหมด
สมเด็จท้าวทศวงศ์ทรงพระยศ จึงเผยพจนารถประภาษพลัน
ให้เอาเงินเสื้อผ้ามาประทาน เหล่าทหารชาญกำแหงแข็งขยัน
พวกนายมุลขุนนางได้รางวัล ทั้งบ่าวบรรดาได้ไปสงคราม
แม้พระองค์ทรงตรัสกับข้าเฝ้า บุรีเราราบเตียนที่เสี้ยนหนาม
จะรางวัลฉันใดให้เจ้าพราหมณ์ จะสมตามความชอบประกอบการ ฯ
๏ ฝ่ายอำมาตย์เสนาพฤฒามาย์ เฝ้าพระบาทดาษดาอยู่หน้าฉาน
ทูลสนองต้องตามความโบราณ พระอวตารพูนบำเหน็จเมื่อเสร็จทัพ
ให้เสนาพานรินทร์ไปกินเมือง ได้เจียดทองรองเรืองเครื่องประดับ
ซึ่งเจ้าพราหมณ์รบแขกให้แตกยับ ก็ต้องกับมีในพระอัยการ
ควรจะให้ไปรักษาอาณาเขต ครองประเทศธานินทร์เป็นถิ่นฐาน
ทั้งเครื่องทรงมงกุฎสร้อยสังวาล ควรประทานให้เจ้าพราหมณ์ตามทำนอง ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าบุรินทร์บดินทร์สูร ได้ฟังทูลถูกระบอบตอบสนอง
ซึ่งปรึกษาเหมือนเรานึกที่ตรึกตรอง จะให้ครองจันตประเทศเป็นเขตคัน
มีเครื่องอานพานพระศรีที่ลูกหลวง ทุกกระทรวงเร่งรัดไปจัดสรร
ตาบประดับทับทรวงสังวาลวรรณ ให้ครบครันเครื่องทรงอลงการ ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ฟังบังคมบรมนาถ เชิงฉลาดผันผ่อนให้อ่อนหวาน
ซึ่งพระองค์ทรงศักดิ์จักรพาล จะประทานบ้านเมืองแลเครื่องทรง
ขอคืนไว้ในท้องพระคลังหลวง ข้าทั้งปวงพี่น้องไม่ต้องประสงค์
ซึ่งอาสามาประจญรณรงค์ หวังพระองค์ทรงฤทธิ์เหมือนบิดา
ด้วยท่องเที่ยวเปลี่ยวอกเหมือนนกไร้ ไม่มีไม้รวงรังเป็นฝั่งฝา
อันโฉมงามพราหมณ์น้อยผู้น้องยา ขอฝากไว้ใต้ฝ่าบาทบงสุ์
แต่ข้าสามพราหมณ์พี่จะลีลาศ เที่ยวประพาสหิมวาป่าระหง
ควรมิควรข้อใดที่ใจจง ขอพระองค์ออกโอษฐ์ช่วยโปรดปราน ฯ
๏ พระฟังคำทำเชือนเบือนพระพักตร์ รู้ว่ารักพระธิดาไม่ว่าขาน
แต่นิ่งนึกตรึกตราอยู่ช้านาน จะคิดอ่านเอาใจฉันใดดี
ครั้นจะให้พระธิดายุพาพักตร์ จะเสียศักดิ์กษัตราน่าบัดสี
แม้นมิให้ก็ไม่อยู่ในบุรี เสียดายฝีมือณรงค์ทรงกำลัง
จะเล้าโลมเอาใจเขาไว้ก่อน ค่อยคิดผ่อนเพทุบายต่อภายหลัง
จึงว่าเจ้าข้าวของให้คืนคลัง เพราะเยาว์ยังมิได้อยู่กับคู่ครอง
เป็นไรมีที่ประสงค์จำนงนึก เราก็ตรึกอยู่ดอกเจ้าอย่าเศร้าหมอง
จะเลี้ยงไว้ในบูรีทั้งพี่น้อง เป็นบุตรของบิดาอย่าอาดูร
ทั้งแว่นแคว้นแดนสุธาอาณาจักร เจ้าจงรักสิ่งใดมิให้สูญ
เว้นแต่ดาวดวงตะวันอันจำรูญ จงเพิ่มพูนผาสุกทุกเวลา
พ่อนึกหวังตั้งจิตคิดปรารถ จะได้ฝากซากศพโอรสา
พระโอนอ่อนผ่อนผันจำนรรจา แล้วลีลากลับหลังเข้าวังใน ฯ
๏ ฝ่ายเสนาข้าเฝ้ากับเจ้าพราหมณ์ ต่างไต่ถามพูดจาอัชฌาสัย
ที่รู้เท่าเย้าหยอกให้ยวนใจ พ่อคงได้สิ่งของที่ต้องการ ฯ
๏ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายสบายจิต ขึ้นสถิตแท่นวิเชียรมนเทียรสถาน
พราหมณ์พี่เลี้ยงเคียงสำรวลชวนสำราญ พระโปรดปรานเปรื่องนักหนานุชาเรา
แต่เดือนสามห้ามฤกษ์มงคลราช จะต้องคลาดแคล้วเคลื่อนไปเดือนเก้า
น่าหัวเราะเคราะห์กระไรไม่บรรเทา แกล้งหยอกเย้ายวนยีศรีสุวรรณ ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสว่านิจจาเอ๋ย อย่าพักเย้ยยิ้มเยาะหัวเราะฉัน
ถึงอกพี่ที่เป็นก็เช่นกัน ต่างสรวลสันต์สนทนาสุขาใจ ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าบุรีรมจักร กับองค์อัครชายาอัชฌาสัย
ครั้นพลบค่ำย่ำปฐมยามชัย สถิตในแท่นทองทั้งสององค์
กรุงกษัตริย์ตรัสเล่าถึงเจ้าพราหมณ์ ที่ทูลความเกี่ยวข้องต้องประสงค์
เห็นท่วงทีศรีสุวรรณนั้นจำนง ในโฉมยงยุพเรศเกษรา
นี่แน่เจ้าเราจะทำกระไรได้ วิสัยไพร่กับกษัตริย์ขัดหนักหนา
สายสมรผ่อนผันด้วยปัญญา จะพูดจาคิดอ่านประการใด ฯ
๏ นางโฉมยงทรงฟังรับสั่งตรัส ชุลีหัตถ์ยิ้มย่องสนองไข
เพราะพระพามาถึงปรางค์ที่ข้างใน แล้วซ้ำให้เสกสะเดาะเคราะห์ธิดา
อันลูกสาวท้าวไทถ้าใครเห็น ไม่วายเว้นหวังสวาทปรารถนา
แต่พราหมณ์น้อยน่ารักลักขณา สมกับแก้วเกษราวิลาวัณย์
น้องพิศดูภูษาจินดาประดับ เครื่องสำหรับพงศ์กษัตริย์ล้วนจัดสรร
ทั้งกิริยาพาทีก็ดีครัน เหมือนพงศ์พันธุ์ท้าวพระยามาแต่ไกล
แต่สามพราหมณ์นั้นแลงามเป็นพราหมณ์แท้ กระนี้แน่แล้วพระองค์อย่าสงสัย
คุณของเขาเล่าก็อยู่กับภูวไนย พระตรึกไตรตรองความดูตามควร ฯ
๏ พระฟังนางอย่างจะให้มิได้ห้าม เห็นรักพราหมณ์ลุ่มหลงทรงพระสรวล
จึงว่าพี่นี้คะเนยังเรรวน สงสารนวลลูกน้อยจะถอยยศ
แม้นเชื้อวงศ์พงศ์เผ่าเหมือนเจ้าว่า จะเสกสองครองพาราให้ปรากฏ
จะค่อยลอบปลอบถามให้งามงด แล้วทรงยศไสยาในราตรี ฯ
๏ ครั้นรุ่งเช้าท้าวออกพระโรงรัตน์ แกล้งทรงตรัสไต่ถามความกรุงศรี
ศรีสุวรรณนั้นเฝ้าฟังคดี ถึงสิบสี่สิบห้าทิวาวัน
จะโปรดให้หรือไม่ให้ไม่ได้ข่าว ไปเฝ้าท้าวเธอก็ชวนแต่สรวลสันต์
เสด็จขึ้นคืนมาปรึกษากัน ศรีสุวรรณว่าฉันเห็นไม่เป็นการ
พวกในวังฟังข่าวก็เปล่าหมด เห็นจะปดแต่หากว่าปากหวาน
จะลักแก้วเกษรายุพาพาล ไปสำราญแรมป่าพนาลัย
พี่จัดแจงแต่งผูกสำเภาน้อย พาล่องลอยไปตามแม่น้ำไหล
เจ้าพราหมณ์ตอบปลอบน้องให้ต้องใจ ถึงจะไปก็ให้งามตามธรรมเนียม
ด้วยชนกชนนีเป็นที่รัก ทำหาญหักโฉมฉายจะอายเหนียม
คิดเพลงยาวน้าวโน้มประโลมเลียม ว่ากรมเกรียมตรอมอุราจะลาจร
นางโฉมยงคงจะตามเจ้าพราหมณ์น้อย อย่าเศร้าสร้อยทรงประดิษฐ์คิดอักษร
พระฟังความสามนายค่อยคลายร้อน จึงเขียนกลอนแกล้งไว้อาลัยลาน
ครั้นเสร็จสรรพพับผนิดติดขี้ผึ้ง พอประภามาถึงมนเทียรสถาน
ถวายพวงมาลัยที่ในพาน แล้วก้มกรานคอยฟังจะสั่งความ ฯ
๏ ศรีสุวรรณรันทดถอนใจใหญ่ แล้วว่าใจฉันนี้เจ็บดังเหน็บหนาม
สู้เหนื่อยยากพากเพียรพยายาม ไม่สมความปรารถนาน่าเสียดาย
ไม่ขออยู่สู้ซนไปจนม้วย หนังสือนี้พี่ช่วยเอาไปถวาย
ส่งให้นางพลางทำระทวยกาย ทั้งสามนายแกล้งสะท้อนถอนฤทัย
นางประภาพิศดูไม่รู้เท่า สงสารเจ้าโมราน้ำตาไหล
จะไต่ถามขามเขินสะเทิ้นใจ ถอนใจใหญ่แล้วลาเข้ามาวัง
ถึงพระนุชบุตรีที่ในห้อง ทูลฉลองเล่าตามเนื้อความหลัง
พระโฉมยงทรงโศกเพียงทรวงพัง แล้วหยิบหนังสือถวายสายสุดใจ ฯ
๏ ยุพยงทรงสดับรับกระดาษ นึกประหลาดหลากจิตคิดสงสัย
ธุระเรื่องเคืองเข็ญเป็นอย่างไร แล้วทรามวัยคลี่สารออกอ่านกลอน ฯ
๏ ในสาราว่าพระองค์ทรงสวัสดิ์ ขอเสี่ยงสัตย์ศุภลักษณ์เป็นอักษร
ให้ดวงเนตรเกษราพะงางอน ด้วยอาวรณ์หวังสวาทไม่ขาดวัน
เมื่ออยู่สวนครวญถึงคะนึงน้อง แม้นจะรองชลนาก็กว่าขัน
คราวสะเดาะเคราะห์พบประสบกัน กับเมื่อวันสงครามเป็นสามครั้ง
ครั้นกลับทัพลับนุชสุดสวาท ใจจะขาดคิดหมายไม่วายหวัง
ถึงอยู่นอกแต่น้ำใจอยู่ในวัง จะนอนนั่งในอารมณ์ให้กรมกรอม
โอ้อนาถวาสนาพี่หาไม่ จึงมิได้ชิดเชื้อแม่เนื้อหอม
เหมือนมดแดงแฝงพวงมะม่วงงอม เที่ยวไต่ตอมเต็มอยู่ไม่รู้รส
พี่รักเจ้าเอาชีวาเข้ามาแลก ช่วยรบแขกแตกทัพกลับไปหมด
มาอยู่วังตั้งเดือนดูเหมือนมด ละอายอดสูใจกระไรเลย
เมื่อเสร็จศึกนึกจะสมอารมณ์มาด พระบิตุราชรู้แจ้งก็แกล้งเฉย
ชะรอยเคราะห์เพราะบุญไม่คุ้นเคย ขอลาเลยล่วงสวรรคครรไล
จะขืนอยู่สู้โศกก็สุดปล้ำ ในทรวงช้ำเช่นเขาเชือดให้เลือดไหล
เหลือกำลังจะประทังฤทัยไป พี่จำไกลกลอยสวาทในชาตินี้
เมื่อชาติหน้าอย่าให้แคล้วกับแก้วเนตร ให้กอดเกษราชมประสมศรี
เป็นมนุษย์ครุฑาวาสุกรี ขอให้พี่พิศวาสทุกชาติเอย ฯ
๏ นางอ่านจบตบอกตกประหม่า อนิจจาพระทองของน้องเอ๋ย
ที่คับแค้นแสนเข็ญไม่เห็นเลย ขืนว่าเฉยเชือนช้าไม่ปรานี
กรรมเอ๋ยกรรมซ้ำร้ายอายอดสู จะมีคู่คู่ก็อางขนางหนี
ไหนจะทุกข์ไหนจะตรมระทมทวี ทรวงเท่านี้หรือจะรับอัประมาณ
จะจากจริงทิ้งน้องหรือลองจิต โอ้คิดคิดถึงพระองค์น่าสงสาร
จะบรรลัยเสียให้พ้นทนทรมาน พิษฐานขอครองกับน้องน้อย
ทุกข้อคำร่ำว่าน่าสมเพช ชลเนตรหยดเหยาะลงเผาะผ็อย
พระละห้อยคอยน้องน้องก็คอย โอ้บุญน้อยน้อยใจกระไรเลย
สะอื้นอ้อนอ่อนอารมณ์จนลมจับ สลบหลับแน่นิ่งอิงเขนย
ทั้งสี่นางต่างแลชะแง้เงย เอะทรามเชยเป็นไฉนไม่ไหวติง
เข้าประคองร้องหวีดเสียงกรีดกราด ใจจะขาดซบเสือกลงเกลือกกลิ้ง
ทุกข์ระทมลมปะทะศีรษะวิง สลบนิ่งอยู่กับที่ทั้งสี่นาง ฯ
๏ ฝ่ายแสนสาวชาวแม่มาแลเห็น น้ำตากระเด็นค่อนทรวงเข้าผางผาง
แม่ปิ่นเกล้าเจ้านายมาวายวาง สาวสุรางค์ร้องเรียกกันเพรียกไป
บ้างโศกีตีอกชกศีรษะ สงสารพระธิดาน้ำตาไหล
บ้างรีบไปทูลฉลองสองท้าวไท พระตกใจจับภูษาละล้าละลัง
ลงจากปรางค์ต่างองค์ทรงกันแสง ทุกตำแหน่งนางห้ามมาตามหลัง
ถึงปราสาทราชบุตรไม่หยุดยั้ง ขึ้นบรรลังก์เห็นพี่เลี้ยงเคียงลูกยา
ไม่ไหวติงนิ่งแน่แลสลด ต้องกำสรดซบกายทั้งซ้ายขวา
พระมารดรช้อนเกศกอดธิดา ทรงโศกาสองกรเข้าข้อนทรวง ฯ
๏ กรุงกษัตริย์ตรัสเร่งให้เรียกหมอ วิ่งกันสอเสียงดังทั้งวังหลวง
นางโขลนจ่าพาพวกแพทย์ทั้งปวง ทุกกระทรวงมาพร้อมน้อมประณต
กรุงกษัตริย์ตรัสว่าบรรดาหมอ อย่ารั้งรอเร่งรักษาหาโอสถ
หมอคำนับจับถ้วยสุธารส ละลายบดยาถวายให้หายฟื้น ฯ
๏ พระบุตรีพี่เลี้ยงค่อยรู้สึก ทรวงสะทึกถอนใจไห้สะอื้น
เป็นโรครักปักจิตดังพิษปืน อุตส่าห์ฝืนองค์นั่งประทังกาย
ทั้งหิวโหยโดยมิได้จะไสยาสน์ เตโชธาตุหย่อนยิ่งสวิงสวาย
ผิดสังเกตเนตรนางก็พร่างพราย ให้คลับคล้ายเคลิ้มอารมณ์ไม่สมประดี
เหมือนหนึ่งในใจจะขาดประหวาดหวั่น ว่าศรีสุวรรณกับสามเจ้าพราหมณ์หนี
ยิ่งแสนโศกโรคทับกลับทวี ไม่พาทีซวนซบสลบไป ฯ
๏ พระบิตุราชมาตุรงค์พระองค์สั่น หมอทั้งนั้นเซ็งแซ่เข้าแก้ไข
ไม่ฟื้นองค์สงสารสายสุดใจ ร่ำร้องไห้แซ่เสียงทั้งเวียงวัง
พระชนนีตีทรวงสะอื้นอ้อน โอ้ขวัญอ่อนแม่ไม่ฟื้นคืนมามั่ง
แต่ร่ำเรียกลูกน้อยสักร้อยครั้ง ไม่เหลียวหลังมาทางแม่บ้างเลย
เมื่อมดหมอก็สุดฝีมือแล้ว สงสารแก้วเกษรานิจจาเอ๋ย
มีอันเป็นเช่นนี้ยังมิเคย นางบ่นเบยครวญคร่ำร่ำพิไร ฯ
๏ พระบิดาอาดูรพูนเทวษ ชลเนตรหยดย้อยละห้อยไห้
เสียดายบุตรสุดสวาทจะขาดใจ พอคิดได้เหลียวหลังสั่งกำนัล
ไปเชิญพราหมณ์ที่ข้างหน้าเข้ามานี่ เขาล้วนมีมนต์เวทวิเศษขยัน
พวกผู้หญิงวิ่งมาข้างหน้าพลัน อภิวันท์แจ้งความให้พราหมณ์ฟัง ฯ
๏ ศรีสุวรรณขวัญหายหมายว่าม้วย จะไปช่วยฉุดเจ้าพราหมณ์มาตามหลัง
ไม่รอรั้งวิ่งเหย่าเข้าในวัง เห็นคนพรั่งพร้อมกันกลั้นน้ำตา
ขึ้นปรางค์ทองมองเมียงอยู่เพียงฉาก ไม่เห็นซากศพมิตรขนิษฐา
กรุงกษัตริย์เห็นพราหมณ์ตามกันมา จึงบอกว่าบุตรีมีอันเป็น
ครั้นแก้ฟื้นคืนแล้วกลับสลบ ไม่เคยพบพ่อเอ๋ยไม่เคยเห็น
ทั้งกายาหน้าหลังยังไม่เย็น จะกลับเป็นหรือจะม้วยพ่อช่วยดู ฯ
๏ ศรีสุวรรณนั้นจะใคร่เข้าใกล้น้อง จึงว่าต้องเทวดาพระราหู
เคยแก้หายหลายคนด้วยมนต์ครู จะขอดูกายายุพาพาล ฯ
๏ พระทรงฟังสั่งให้ไขวิสูตร พอม่านรูดแลเห็นองค์น่าสงสาร
พระพักตร์ผ่องหมองคล้ำเพราะรำคาญ ทั้งซ้ำอ่านอักขราก็พาเฟือน
ศรีสุวรรณนั้นหลงทรงกันแสง โอ้เสียแรงรักใคร่ใครจะเหมือน
สู่อุตส่าห์พยายามมาสามเดือน เจ้าพราหมณ์เตือนตกใจกระไรเลย
พระบิตุราชมาตุรงค์พลอยสงสาร ไม่ว่าขานขวยเขินทำเมินเฉย
พวกแสนสาวชาวแม่ชะแง้เงย ไฉนเลยพราหมณ์น้อยพลอยโศกา ฯ
๏ หน่อกษัตริย์อัดอั้นกลั้นสะอื้น น้ำตาชื้นพรั่งพรายทั้งซ้ายขวา
แข็งพระทัยให้เอาน้ำอบมา ภาวนานึกความไปตามจน
ขอเทวัญชั้นฟ้าสุธาทิพย์ อันลอยลิบเหาะเหินเที่ยวเดินหน
ทั้งปู่เจ้าเขาหลวงข้าบวงบน ขอนิมนต์มาด้วยช่วยชีวี
แม้นแก้วเนตรเกษรากับข้าบาท เคยร่วมอาสน์เชยชมประสมศรี
ขอให้น้ำในขันสุวรรณนี้ ดังวารีท้าวสุทัศน์สหัสนัยน์
แล้วเข้าเคียงเตียงสุวรรณบรรจถรณ์ เห็นนิ่งนอนนึกน่าน้ำตาไหล
ค่อยปัดเป่าพรมพรำน้ำดอกไม้ ชายสไบโบกปัดช่วยพัดวี
เดชะสัตย์อธิษฐานสำราญรื่น ค่อยพลิกฟื้นกายามารศรี
เห็นพราหมณ์น้อยเคียงข้างนางยินดี อัญชลีแล้วก็หลบซบพักตรา ฯ
๏ พระบิตุราชมาตุรงค์ตรงเข้าใกล้ ประคองให้ทรงกายทั้งซ้ายขวา
เจ้าพราหมณ์น้อยถอยหลังหลีกออกมา นั่งอยู่หน้าม่านทองที่ห้องกลาง
สองกษัตริย์ตรัสปลอบพระลูกแก้ว ไม่ม้วยแล้วนวลละอองอย่าหมองหมาง
แม่เป็นไรกายสั่นทั้งสรรพางค์ อย่าครวญครางบอกแม่จะแก้กัน ฯ
๏ สงสารนุชบุตรีศรีสมร กำเริบร้อนโรคาเพียงอาสัญ
ได้เห็นคู่ชูชื่นขึ้นครันครัน อภิวันท์ทูลฉลองสองพระองค์
ลูกฟั่นเฟือนเหมือนกับจะดับจิต ให้มืดมิดมึนตึงตะลึงหลง
สุดจะฝืนขืนแข็งแรงดำรง หากพระองค์ช่วยรอดไม่วอดวาย ฯ
๏ สองกษัตริย์ตรัสแจ้งแถลงเล่า เพราะมนต์เจ้าพราหมณ์น้อยจึงค่อยหาย
แต่โรคร้ายภายในยังไม่คลาย จงสบายบรรทมอย่าก้มกราน
หลังสั่งสี่พี่เลี้ยงจงโลมเล้า ให้กินข้าวกินปลากระยาหาร
พวกสาวสาวเหล่านางพนักงาน เอาอาการคอยออกไปบอกความ
แล้วลีลามายังบัลลังก์รัตน์ โองการตรัสเรียกศรีสุวรรณถาม
อันโรคแก้วเกษราพะงางาม ใจเจ้าพราหมณ์เห็นจะรอดหรือวอดวาย ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางบังคมบรมนาถ อันโรคราชธิดาจะช้าหาย
ถึงจะแก้แต่ไข้ก็ไม่คลาย ด้วยโรคร้ายรวนเรรำเพรำพัด
ให้พวกแพทย์หมอยารักษาด้วย จะได้ช่วยแรงเขาข้างเป่าปัด
หม่อมฉันกับหมอขอค้างอยู่ปรางค์รัตน์ จะได้ผลัดนอนนั่งฟังอาการ
ถ้าทีนี้มีอันเป็นเหมือนเช่นนั้น แก้ไม่ทันถึงตัดอัติสาร
จะลงยันต์กันไว้ทุกใบบาน อ่านโองการแก้กันอันตราย ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์ทรงสดับ เจ้าพราหมณ์รับอาสาว่าช้าหาย
ก็รู้เท่าเข้าใจในอุบาย อันแยบคายคิดจะอยู่ดูธิดา
เดิมก็หวังตั้งใจจะให้เขา เดี๋ยวนี้เล่าเขาก็กลับรับรักษา
ตามกุศลผลกรรมที่ทำมา วาสนาลูกน้อยกลอยฤทัย
จึงแกล้งตรัสกลบเกลื่อนเหมือนไม่รู้ เออเอ็นดูเราด้วยช่วยแก้ไข
แล้วสั่งเหล่าชาวที่บรรทมใน จงจัดให้หลับนอนผ่อนสบาย
ศรีสุวรรณกันเองอย่าเกรงขาม กับสามพราหมณ์อยู่รักษากว่าจะหาย
แล้วถามถึงลูกน้อยว่าค่อยคลาย ชวนกำนัลผันผายไปสู่ปรางค์ ฯ
๏ ฝ่ายชาวที่ทอดยี่ภู่ปูบรรจถรณ์ ให้พราหมณ์นอนผาสุกที่มุขขวาง
สุจหนี่ยี่ภู่ปูสำอาง เอาฉากกางกั้นห้องตรงช่องแกล
ที่หมออยู่ปูพรมให้สมหน้า กับเครื่องยาเอามาวางไม่ห่างแห
พวกโขลนจ่ามาอยู่คอยดูแล กับเถ้าแก่ที่สำหรับกำกับกัน ฯ
๏ สงสารเจ้าเกษราธิดาราช ทรงไสยาสน์ยามวิโยคให้โศกศัลย์
ทั้งไข้ใจไข้ฉลุประจุบัน ให้ป่วนปั่นปวดเศียรอาเจียนลม
หมอประกอบยาถวายหลายขนาน พระอาหารกลั้วกลืนยังขื่นขม
ให้หิวโหยโรยราในอารมณ์ นิ่งบรรทมพอประทังกำลังองค์
สี่พี่เลี้ยงเคียงข้างไม่ห่างโฉม ปลอบประโลมทรามสงวนนวลหง
นางชูชื่นขืนแข็งแรงดำรง ถามถึงองค์หน่อไทไปหรือยัง ฯ
๏ พี่เลี้ยงยิ้มพริ้มพรายค่อยคลายโศก จะดับโรคในอารมณ์ให้สมหวัง
ค่อยกระซิบเบาเบาเล่าให้ฟัง พระองค์ยังอยู่รักษาพยาบาล
เขาจัดให้ไสยาตรงหน้ามุข เป็นผาสุกร่วมปราสาทราชฐาน
แต่แรกรู้ดูรีบมาลนลาน น่าสงสารโศกาต่อหน้าคน ฯ
๏ นางฟังคำร่ำเล่าถึงทรงเดช ชลเนตรหยดย้อยดังฝอยฝน
แต่ค่อยชื่นฝืนกำลังประทังทน บรรทมบนแท่นรัตน์ชัชวาล ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอดิสร ยามสมรมีโรคโศกสงสาร
คอยเรียกเหล่าสาวสรรค์พนักงาน ถามอาการกัลยาทุกนารี
ที่นึกรักซักไซ้มิใคร่จบ ชำเลืองพบสาวน้อยชม้อยหนี
ครั้นโพล้เพล้เพลาจะราตรี แสงอัคคีโคมสว่างดังกลางวัน
สำเนียงนางครางครวญหวนละห้อย พระเศร้าสร้อยพลอยทรงกันแสงศัลย์
แสนรัญจวนป่วนใจด้วยไกลกัน สุดจะกลั้นกลัวความเมื่อยามร้อน
จึงเสแสร้งแกล้งว่าเวลาค่ำ จะต้องทำกันกายสายสมร
ถือใบตาลกระบองเพชรเสด็จจร ไปบรรจถรณ์แท่นสถิตพระธิดา ฯ
๏ พี่เลี้ยงน้อมพร้อมพรั่งเชิญนั่งอาสน์ พระหน่อนาถนิ่งพินิจขนิษฐา
ดูเผือดผิวหิวโหยเห็นโรยรา ทั้งนวลหน้าน้องรันทดสลดลง
แล้วผอมซูบรูปองค์ทรงสัณฐาน แสนสงสารทรามสงวนนวลหง
เงียบระงับหลับอยู่ไม่รู้องค์ พระเคลิ้มหลงลูบนางทางประโลม ฯ
๏ พระธิดาว้าหวั่นกระสันเสียว ชำเลืองเหลียวเห็นองค์พระทรงโฉม
มานั่งเรียงเคียงข้างสว่างโคม ที่ทุกข์โทมนัสนั้นค่อยบรรเทา
อุตส่าห์ทรงองค์ขยับอภิวาท น้องไสยาสน์ยกโทษจงโปรดเกล้า
ด้วยหนาวเหน็บเจ็บปวดให้รวดร้าว พระมาเฝ้าอยู่ไยไม่ไสยา ฯ
๏ พระรับขวัญขวัญใจวิไลลักษณ์ เพราะความรักพี่จึงอยู่สู้รักษา
ให้น้องน้อยค่อยสบายคลายโรคา จึงจะลาโฉมเฉลาเยาวมาลย์
ซึ่งซูบกายสายสมรเพราะร้อนโรค พี่พลอยโศกซูบลงเพราะสงสาร
แม่เจ็บไข้พี่ก็ไข้ใจรำคาญ เยาวมาลย์ม้วยหมายจะตายตาม
พี่รักน้องสองกษัตริย์ก็ทราบสิ้น ยุพาพินเจ้าอย่าหมางระคางขาม
ขอฟูมฟักรักษาพะงางาม ให้สมความรักใคร่อาลัยลาน
แม่แก้วเนตรเกษราอุตส่าห์เสวย อย่าละเลยโภชนากระยาหาร
นางคำนับรับรสพจมาน พระสงสารรับขวัญให้บรรทม
คอยระวังนั่งเฝ้าแต่เป่าปัด สองกษัตริย์สุจริตสนิทสนม
ไม่เดียงสาน่าเอ็นดูเหมือนคู่ชม นางบรรทมพระประทับให้หลับไป ฯ
๏ ฝ่ายโขลนจ่าข้าหลวงที่ล่วงรู้ สังเกตดูมั่นคงไม่สงสัย
ต่างปรึกษาว่ากรรมทำอย่างไร ถ้าใครใครเขามาเห็นไม่เป็นการ
เจ้าพราหมณ์น้อยพลอยเข้าไปอยู่ในห้อง เคียงประคองพระธิดาน่าสงสาร
ดูสนิทชิดเชื้อเหลือประมาณ จะมินานแล้วกระมังจึงอย่างนี้
บ้างบ่นว่าถ้าทราบถึงทรงเดช พวกเรานี้มิวิเสทก็โรงสี
บางคนว่าน่าชมสมกันดี เราจะมีผิดไยมิใช่การ
พวกท้าวนางต่างห้ามให้ความหาย อย่าวุ่นวายว่ากล่าวให้ร้าวฉาน
นางประชวรส่วนเธอมาพยาบาล น่าสงสารสงสัยทำไมมี ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอดิศร สู้อดนอนมารักษามารศรี
เห็นนางหลับจับพัชนีวี อยู่ข้างที่แท่นทองจนสองยาม ฯ
๏ ฝ่ายทั้งสี่พี่เลี้ยงเคียงบรรจถรณ์ ต่างว่าวอนทรงฤทธิ์ด้วยคิดขาม
เข้าฟูมฟักรักษาชะล่าลาม ท้าวทราบความเคืองขุ่นจะวุ่นวาย
คำโบราณท่านว่าอย่าละโมบ ถ้าหลงโลภลาภน้อยจะพลอยหาย
พวกแสนสาวท้าวนางเจ้าขรัวนาย รู้ระคายเขาจะว่าน่ารำคาญ ฯ
๏ พระเคืองคำทำตอบว่าชอบอยู่ พี่ไม่รู้หรือว่ารักสมัครสมาน
ได้ทูลขอรอมาก็ช้านาน ไม่เป็นการย่อมรู้อยู่ด้วยกัน
เพราะเจียมตัวกลัวผิดจึงปิดป้อง แทบพระน้องเกษราจะอาสัญ
เดชะบุญหนุนมารักษาทัน จะให้ฉันทิ้งนางเสียอย่างไร
ถึงผิดพลั้งครั้งนี้เมื่อวิบาก จะจรจากแก้วตาอย่าสงสัย
ไม่ว่าเล่นเป็นไรก็เป็นไป ได้เจ็บใจแล้วไม่คิดชีวิตเลย
พอแปดทุ่มพระธิดาผวาผวาด พระหน่อนาถนั่งประคองรองเขนย
ปลอบประโลมโฉมงามว่าทรามเชย เชิญเสวยโอสถสะกดลม ฯ
๏ นางคำนับรับจอกจากพระหัตถ์ ไม่ข้องขัดอุตส่าห์กลืนทั้งขื่นขม
สงสารองค์ทรงยศอดบรรทม พลอยปรารมภ์ร่ำว่าสารพัน
พระผ่านเกล้าเฝ้านั่งระวังน้อง จะหม่นหมองมีพระโรคให้โศกศัลย์
เสด็จไปไสยาสน์อาสน์สุวรรณ พอแก้กันครหาไม่ราคิน
ด้วยแสนสาวท้าวนางในปรางค์มาศ จะประหลาดหลากจิตคิดถวิล
ถึงมิชั่วก็เหมือนชั่วมั่วมลทิน เขาจะนินทาทำให้รำคาญ
ถึงชนกชนนีจะมิว่า เห็นแก่หน้าน้องรักอย่าหักหาญ
คำผู้ใหญ่ย่อมว่าช้าเป็นการ ยิ่งเนิ่นนานก็ยิ่งเห็นจะเป็นคุณ
พระรักน้องน้องก็รู้อยู่ว่ารัก แต่คิดหักหน่วงเหนี่ยวอย่าเฉียวฉุน
มาฟูมฟักรักษาเพราะการุญ ขอบพระคุณควรคิดเหมือนบิดา
แม้นชีวิตน้องมิตายก็หมายมาด จะรองบาทบทเรศพระเชษฐา
แม้นผิดองค์ทรงเดชของเกษรา ถึงลอยฟ้ามาก็ไม่อาลัยแล
ยังมิดมิดอยู่ก็ปิดไว้ก่อนเถิด อย่าเพิ่งเปิดให้เขาเห็นว่าเป็นแผล
ใช่ไกลใกล้ไปมาเพียงหน้าแกล ไม่ห่างแหเห็นกันทุกวันคืน
อดบรรทมลมล่อยจะพลอยจับ ไปนอนหลับผ่อนพักเสียสักตื่น
เข้ายามสามย่ำประโคมอยู่โครมครื้น พระมาขืนเนตรนั่งไม่บังควร ฯ
๏ พระรับขวัญขวัญอ่อนอย่าร้อนเร่า ไม่ขัดเจ้าโฉมงามทรามสงวน
พี่เหมือนหมอขอช่วยด้วยประชวร ใช่จะกวนแก้วตาให้ราคี
อย่าตรึกตราปรารมภ์บรรทมเถิด โรคจะเกิดกวนน้องให้หมองศรี
พลางปลอบให้ไสยาด้วยปรานี แล้วช่วยคลี่คลุมบรรทมห่มให้นาง
เห็นม่อยหลับกลับหลังมายังอาสน์ อิงเขนยเผยสิงหาสน์ให้กว้างขวาง
เล่าแถลงแจ้งความให้พราหมณ์พลาง พระนุชนางน้องน้อยเห็นค่อยคลาย ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ยิ้มพริ้มเพราเข้ากระซิบ วางยาทิพย์แล้วเป็นไรจะไม่หาย
ประเดี๋ยวนี้พี่ก็พลอยค่อยสบาย ด้วยกลิ่นอายเกสรขจรมา
แล้วเลียมลูบจูบหัตถ์ทั้งสองข้าง น้อยหรือช่างหอมกระทั่งพระมังสา
ประหลาดจิตผิดรสสุคนธา หรือดอกฟ้าติดต้องละอองนวล ฯ
๏ พระยิ้มพลางทางตอบว่าขอบจิต กลิ่นชาววังยังติดมาแต่สวน
อย่าอาวรณ์ร้อนเร่าเฝ้าคร่ำครวญ จะช่วยชวนมาในฉากไม่ยากเย็น
พราหมณ์หัวเราะเยาะว่ามาอยู่ใกล้ เมื่อคราวใคร่ก็เป็นแต่ได้แลเห็น
ถ้าขัดข้องต้องพาน้ำตากระเด็น พูดกันเล่นอยู่จนแจ้งแสงอุทัย ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ชนนีนาถ พอภาณุมาศไตรตรัสจรัสไข
มาปราสาทพระธิดาด้วยอาลัย เข้าห้องในแท่นทองประคององค์
เห็นลูกน้อยค่อยคลายวายวิโยค ถามถึงโรคที่ประชวรนวลหง
ที่วิงเวียนเศียรสมรค่อยหย่อนลง หรือโฉมยงยังรำคาญประการใด ฯ
๏ พระบุตรีกราบก้มบังคมบาท นุชนาฏเล่าแจ้งแถลงไข
ได้โอสถรสรื่นค่อยชื่นใจ แต่ยังให้หิวโหยโรยกำลัง ฯ
๏ พระมารดาวอนว่าอุตส่าห์เสวย แม่ทรามเชยจะได้ชื่นขึ้นมานั่ง
จงหลับนอนผ่อนใจให้ประทัง รำพันสั่งบุตรีแล้วลีลา
มานั่งแท่นที่กลางปรางค์ปราสาท กำนัลนาฏหมอบรายทั้งซ้ายขวา
หน่อกษัตริย์ตรัสชวนพราหมณ์พี่ยา กับหมอมากราบกรานพระมารดร ฯ
๏ นางกษัตริย์ตรัสเล่าถึงลูกน้อย โรคาค่อยเบาทรวงดวงสมร
แต่ลุกนั่งยังไม่ตรงองค์บังอร ประเดี๋ยวร้อนประเดี๋ยวเย็นเป็นอย่างไร ฯ
๏ เจ้ากรมหมอขอรับอภิวาท สันนิบาตเพื่อเส้นเป็นกระษัย
บ้างทูลว่าอาโปนั้นหย่อนไป ทั้งติดไข้เพศเหนือเพื่อระดู
บ้างว่าลมแล่นในไม่สะดวก หมอทั้งพวกเถียงกันสนั่นหู
นางพระยาว่าเจ้าพราหมณ์มีความรู้ สังเกตดูโรคเห็นเป็นอย่างไร ฯ
๏ ศรีสุวรรณทูลว่าอย่าปรารภ ข้าเคยพบแก้หายมาหลายไข้
จะรักษาพยายามนางทรามวัย ให้หายในเดือนหน้าไม่ช้านาน ฯ
๏ นางฟังคำชำเลืองดูพราหมณ์น้อย ดูเศร้าสร้อยซูบลงก็สงสาร
เพราะจงจิตพระธิดายุพาพาล พลอยรำคาญขุ่นข้องจึงหมองนวล
พินิจพลางนางกษัตริย์ตรัสปราศรัย แม่ขอบใจแล้วเจ้าพราหมณ์ทรามสงวน
มาอยู่ด้วยป่วยไข้ก็ได้กวน พระคุณควรจะสนองให้ต้องใจ
อันทรงฤทธิ์บิดาชราภาพ จะปรามปราบยุคเข็ญเห็นไม่ไหว
เจ้าเหมือนบุตรสุดรักร่วมฤทัย พ่อคงได้แว่นแคว้นทั้งแดนดาว
ขอฝากแก้วเกษราธิดาด้วย เอ็นดูช่วยปกป้องเหมือนน้องสาว
ศรีสุวรรณนั้นเหมือนหุ่นพึ่งรุ่นราว จะคราวคราวกันกับแก้วเกษรา
แล้วถามไถ่ไล่ปีดูพี่น้อง เห็นถูกต้องคืนวันชันษา
เจ้าพราหมณ์ยิ้มพรายอายวิญญาณ์ พระมารดาซ้ำช่วยอำนวยพร
แล้วว่าเจ้าพราหมณ์มารักษาน้อง พลอยหม่นหมองไม่มีสุขสโมสร
ขืนอารมณ์ลมจะจับจงหลับนอน สายสมรนั้นแม่เห็นไม่เป็นไร ฯ
๏ ศรีสุวรรณปัญญาฉลาดแหลม ทำแช่มแช่มช่างว่าอัชฌาสัย
ถึงคับที่นอนหลับไม่คับใจ ลูกจะไว้ชีวาตม์ใต้บาทมูล
แม้นผิดพลั้งอย่างไรจงได้โปรด ประทานโทษอนุญาตให้ขาดสูญ
ถ้าชุบเลี้ยงเพียงวงศ์พงศ์ประยูร จะเพิ่มพูนผาสุกทุกเวลา
ซึ่งโฉมงามทรามสงวนประชวรโรค ลูกพลอยโศกเศร้านักจะรักษา
ไม่โหยกเหยกเสกสรรจำนรรจา พระมารดาอย่าเป็นห่วงด้วยดวงใจ ฯ
๏ นางฟังคำล้ำลึกแล้วนึกยิ้ม เห็นหงิมหงิมพูดจาจะหาไหน
สายอยู่แล้วมารดาจะคลาไคล เจ้าจงไปหลับนอนผ่อนสำราญ
แล้วถามถึงลูกน้อยว่าค่อยชื่น เสด็จคืนขึ้นปราสาทราชฐาน
แต่พิทักษ์รักษาพยาบาล กำหนดนานถึงสิบห้าทิวาวัน ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีนารีราช สุดสวาทวายวิโยคที่โศกศัลย์
ด้วยได้หมอหน่อกษัตริย์ชะงัดครัน จึงหายวันหายคืนชื่นอารมณ์
พวกพี่เลี้ยงสี่นางค่อยสร่างทุกข์ ถอนไรจุกแล้วก็ผลัดกันตัดผม
พระบุตรีมิได้จากแท่นบรรทม ทำระบมบอกป่วยด้วยมารยา
จะบอกหายฝ่ายองค์ทรงสวัสดิ์ จะพรากพลัดเสียให้ห่างเสนหา
ถึงสร่างโศกโรครักหนักอุรา เสวยยาอย่างอื่นไม่ชื่นองค์ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ