ตอนที่ ๕๓ มังคลาครองเมืองลังกา

๏ จะกล่าวเรื่องเมืองลังกาวัณฬาราชครั้นหน่อนาถกับนัดดาใหญ่กล้าหาญ
อันองค์พระมังคลาปรีชาชาญหนุ่มประมาณชันษาสิบห้าปี
รู้วิสัยไตรเพทประเทศถิ่นภูมิแผ่นดินทั้งทวาทศราศี
ทั้งพระน้องสองนัดดาปัญญาดีเกิดร่วมปีเป็นแต่แก่เดือนตรา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราชไปหาบาทหลวงที่ตึกแล้วปรึกษา
จะเสกหน่อวรนาถราชนัดดาครองลังกานคเรศคุ้มเขตคัน
เจ้าวลายุดาปรีชาฉลาดเป็นอุปราชราชวังณรังสรรค์
ฝ่ายซ้ายขวาวายุพัฒน์เจ้าหัสกันได้ฤกษ์วันใดพระคุณกรุณา ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชพระบาทหลวงลงเลขดวงลัคน์จันทร์ดูชันษา
จึงว่าเดือนสี่ฤกษ์เบิกราชาขึ้นสิบห้าค่ำนั้นเป็นวันดี
เออนี่แน่แม่เพชรอันเตร็จตรัจสำหรับกษัตริย์ซึ่งบำรุงชาวกรุงศรี
จงจัดแจงแต่งสารการไมตรีให้เสนีที่เป็นทูตรู้พูดจา
ไปว่ากล่าวเจ้าพาราการะเวกจะภิเษกทรงยศโอรสา
ขอแม่เพชรเตร็จตรัจให้นัดดากูเห็นว่าจะได้สมอารมณ์ปอง ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงเกรงวิวาทมิเหมือนมาดขัดขวางจะหมางหมอง
จึงนบนอบตอบความตามทำนองอันสิ่งของให้เขาจะเอามา
เหมือนย้อนยอกกลอกกลับอัปยศต้องเสียยศด้วยเขาจะครหา
ในเดือนสี่นี้จะสั่งตั้งราชาแล้วกราบลาเข้าในเขตนิเวศน์วัง ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลาปรีชาฉลาดก้มกราบบาทหลวงถามถึงความหลัง
ท่านขรัวครูผู้เฒ่าเล่าให้ฟังแต่คราวครั้งเจ้าลังกาครองธานี
ขอลูกสาวเจ้าผลึกให้ลุงเจ้าถึงเดือนเก้าไปวิวาห์มารศรี
เขากลับให้เสียกับพระอภัยมณีลุงไปตีเมืองกับตาเขาฆ่าตาย
แม่จึงต้องครองวังแต่ยังสาวพึ่งรุ่นราวรบพุ่งยุ่งใจหาย
พ่อเจ้ามาราวีทั้งพี่ชายฆ่ากันตายดาษดื่นนับหมื่นพัน
นางวัณฬาพากูไปสู้รบหลายตลบเหลือการเจียวหลานขวัญ
เขาลอบลักรักใคร่จนได้กันกูไม่ทันรู้ด้วยแทบม้วยมรณ์
มาอยู่วังทั้งอาเชษฐาเจ้าแต่ว่าเขาไม่ฟังกูสั่งสอน
อันเนินเพชรเจ็ดสีที่นครเกิดด้วยก้อนเก็จแก้วดูแววไว
เมื่อลูกสาวเจ้าพาราการะเวกเอาเพชรเอกออกจากหินแผ่นดินไหว
จึงเมืองเราเศร้าหมองเสียของไปเขาเอาไว้เมืองเขาเกิดเนาวรัตน์
ถ้าแม้นหลานผ่านพาราลังกาแล้วคิดคืนแก้วโคตรเพชรอันเตร็จตรัจ
กลับมาไว้ได้อุดมโสมนัสให้สมบัติมั่งคั่งในลังกา
จงสัตย์ซื่อถือพระเยวาโหเหมือนกับโมเซสังวาสพระศาสนา
อย่าไปคิดกิจการกับมารดามันจะว่ากูสอนคอยผ่อนปรน
คิดเกลี้ยกล่อมซ้อมหัดจัดทหารให้ชำนาญการศึกค่อยฝึกฝน
หาผู้รู้ผู้วิเศษทรงเวทมนตร์ทั้งคงทนปรนปรือให้ลือชา
อันเมืองน้อยร้อยประเทศทุกเขตขอบจะนบนอบสาพิภักดิ์ด้วยหนักหนา
ทั้งแว่นแคว้นแดนฝรั่งเกาะลังกาไม่สิ้นผู้รู้ตำราวิชาการ
เมื่อรบพุ่งกรุงผลึกเป็นศึกใหญ่ได้ใช้อ้ายย่องตอดยอดทหาร
เจ้าครองวังลังกาไปช้านานจงคิดอ่านเอามาเลี้ยงไว้เวียงชัย
แม้คนดีมีมากไม่ยากจิตจึงค่อยคิดปราบปรามตามวิสัย
ไปขอเพชรเตร็จตรัจถ้าขัดไว้จึงยกไปคืนเอาของเรามา
แม้ตามติดคิดรับให้ยับย่อยจะเลิศลอยลืออำนาจวาสนา
อย่านึกขลาดชาติกษัตริย์นะนัดดาพระมังคลารับคำจะทำตาม
แล้วว่าหลานผ่านพาราลังกาแล้วจะกวาดแผ้วเสียให้เตียนที่เสี้ยนหนาม
พอจวนค่ำอำลาจากอารามขี่คานหามแห่ไปเข้าในวัง ฯ
๏ ครั้นสว่างนางพระยาวัณฬาราชออกนั่งอาสน์อำไพด้วยใจหวัง
พวกขุนนางต่างเข้ามาหน้าบัลลังก์ยืนสะพรั่งฟังรสพจมาน
นางเอื้อนอรรถตรัสสั่งเสนาใหญ่มหาดไทยกับทั้งนายฝ่ายทหาร
เราครองวังลังกามาช้านานจะแต่งงานอภิเษกเอกโอรส
ให้ทรงตราราหูคู่ทวีปรักษาชีพชาติฝรั่งสิ้นทั้งหมด
เจ้าวลายุดาน้องให้รองลดเป็นฝ่ายหน้าปรากฏยศไกร
เจ้าหัสกันนั้นเป็นฝ่ายซ้ายกษัตริย์วายุพัฒน์ฝ่ายขวาอัชฌาสัย
จงสั่งความตามธรรมเนียมตระเตรียมไว้วันเพ็ญให้พร้อมกันทันเวลา ฯ
๏ ขุนนางพร้อมน้อมคำนับอภิวาทเขียนประกาศบาดหมายแจกซ้ายขวา
ให้เมืองน้อยร้อยเอ็ดเขตลังกามาเปลี่ยนตราถือน้ำตามธรรมเนียม
แล้วแต่งตั้งบัลลังก์ราชาภิเษกที่องค์เอกอุปราชสะอาดเอี่ยม
ทั้งขวาซ้ายฝ่ายเป็นกรมลาดพรมเจียมบ้างตระเตรียมแตรสังข์กังสดาล
บ้างเทียบรถกลดกั้นสุวรรณรัตน์เกณฑ์แห่หัดเดินกระบวนล้วนทหาร
ทำแถวทางพ่างพื้นรื่นสำราญที่โปรยทานเรียบรอบขอบบุรี
ถึงวันฤกษ์เบิกอรุณพูนสวัสดิ์อโณทัยไตรตรัจจำรัสศรี
พวกเสนาพฤฒามาตย์ราชกวีมาพร้อมที่พระโรงรัตน์ชัชวาล ฯ
๏ นางละเวงวัณฬาบัญชาตรัสให้หน่อกษัตริย์สี่พระองค์สรงสนาน
ประดับเครื่องเรืององค์อลงการแก้วประพาฬเพชรพลอยแพรวพรอยพราย
แล้วต่างองค์ทรงมหามาลาแฉล้มมณีแนมเนาวรัตน์จำรัสฉาย
สวมฉลองพระบาทแล้วนาดกรายมาถวายบังคมพระชนนี
นางวัณฬาพาพระหน่อวรนาถขึ้นนั่งอาสน์อดิเรกภิเษกศรี
ให้วลายุดานั้นอัญชลีขึ้นนั่งที่อุปราชอาสน์โอฬาร์
เจ้าหัสกันนั้นให้นั่งบัลลังก์ซ้ายเจ้าวายุพัฒน์พี่ชายนั่งฝ่ายขวา
นางมอบตราราหูคู่พาราให้องค์พระมังคลาปรีชาชาญ
ทั้งพระแสงแต่งตั้งสั่งประกาศให้ครองราชนิเวศน์ประเทศสถาน
ฝ่ายเสนาข้าบาทในราชการต่างก้มกรานกราบช่วยอำนวยชัย
ชาวประโคมก็ประโคมเสียงโครมครึกมโหระทึกทั้งดนตรีปี่ไฉน
เป่าสังข์แตรแซ่ซ้องลั่นฆ้องชัยตามวิสัยเสกกษัตริย์ขัตติยา ฯ
๏ ฝ่ายพวกพระเยวาโหปุโรหิตยืนแปดทิศถือบวชสวดคาถา
แล้วขุนนางต่างจับจอกสุราถวายพระมังคลาเจ้าธานี
พระทรงรับกลับประทานพวกข้าเฝ้าต่างกินเหล้าลูบหน้าเป็นราศี
แล้วตรัสสั่งตั้งอำมาตย์ราชกวีให้เลื่อนที่ถือน้ำตามอัตรา
ครั้นเสร็จสรรพจับพระแสงสำหรับยศไปทรงรถพรรณรายแห่ซ้ายขวา
โปรยเงินทองสองข้างตามทางมาชาวพาราคั่งคับคอยรับทาน
ต่างชื่นช่วยอวยพรถาวรสวัสดิ์ให้สืบวงศ์ทรงสมบัติพัสถาน
เลียบกรุงไกรไปจนรอบขอบปราการแสนสำราญรัถยาพอสายัณห์
เข้าสู่วังนั่งกลางปรางค์ปราสาทพร้อมพระญาติวงศ์เฝ้าทั้งสาวสรรค์
วลายุดาวายุพัฒน์เจ้าหัสกันสามองค์นั้นต่างไปเขตนิเวศน์วัง
อันไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินสิ้นทั้งหลายทั้งหญิงชายชื่นชมด้วยสมหวัง
ทุกถิ่นฐานบ้านช่องฆ้องกลองดังพวกฝรั่งเริงรื่นทุกคืนวัน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลาปรีชาฉลาดบำรุงราษฎร์ราชัยมไหศวรรย์
จะทำศึกตรึกตรองคิดป้องกันที่ขอบขัณฑ์เขตแคว้นแดนลังกา
ถึงฤกษ์ดีปีใหม่ชัยโชคต้องโฉลกเฉลิมวันชันษา
ให้ชุมนุมอำมาตย์มาตยาตั้งโต๊ะเรียงเลี้ยงสุราปรึกษาการ
แต่ก่อนมาธานีเรามีศึกเมืองผลึกรมจักรมาหักหาญ
เผาเมืองใหม่ไล่บุกเที่ยวรุกรานเสียดงตาลด่านเขาเจ้าประจัญ
จะก่อป้อมซ่อมแปลงกำแพงใหม่ให้สูงใหญ่ไว้เหมือนเป็นเขื่อนขัณฑ์
ให้พระน้องครองด่านชั้นในกันดงตาลนั้นนัดดาวายุพัฒน์
ที่เมืองใหม่ให้หัสกันอยู่ทำค่ายคูจัดแจงแขวงจังหวัด
ฝึกพหลพลขันธ์ให้สันทัดคอยปราบศัตรูให้บรรลัยลาญ
อนึ่งเล่าเราจะทำคำหนังสือให้คนถือไปทุกเขตประเทศสถาน
เกลี้ยกล่อมผู้รู้ตำราวิชาการที่เชี่ยวชาญช่วยบำรุงกรุงลังกา
ผู้ใดมาสาพิภักดิ์ก็จักเลี้ยงให้ชื่อเสียงสมขนาดวาสนา
เราคิดเห็นเช่นแถลงแจ้งกิจจาแต่บรรดาขุนนางเห็นอย่างไร ฯ
๏ พวกข้าเฝ้าเคารพอภิวาทชมฉลาดเหลือดีจะมีไหน
จะลือชาปรากฏพระยศไกรเหมือนร่มไทรซึ่งจะผ่อนให้หย่อนเย็น
ด้วยเดชะพระปัญญาอานุภาพจะเรียบราบบ้านเมืองไม่เคืองเข็ญ
ทั้งศึกเสือเหนือใต้จะวายเว้นควรจะเป็นปิ่นจังหวัดปถพี ฯ
๏ พระทรงฟังสั่งให้ทำคำประกาศพวกนักปราชญ์เปรียบเหมือนเพชรทั้งเจ็ดสี
ไม่มีทองรองรับเป็นเรือนมณีรัศมีไม่สว่างกระจ่างตา
เหมือนคนดีมีครูซึ่งรู้รอบไม่ทำชอบช่วยกษัตริย์ขัดยศถา
ต้องตกอับลับชื่อไม่ลือชาดังจินดาไร้เรือนก็เหมือนกัน
อันตัวเราเจ้าลังกาอาณาจักรบำรุงรักษ์นัคเรศขอบเขตขัณฑ์
จะเลี้ยงผู้รู้วิชาสารพันให้ควรกันกับความชอบประกอบการ
ประการหนึ่งซึ่งผู้รู้ตำรับเป็นแม่ทัพทำศึกฝึกทหาร
รู้กลแก้แพ้ชนะรู้ประมาณรู้รอนราญราวีให้มีชัย
อนึ่งเรียนกลอุบายให้ตายจิตปัจจามิตรลุ่มหลงไม่สงสัย
รู้แอบอ้อมปลอมพลสกลไกรเข้าเป็นไส้ศึกสังหารผลาญไพรี
รู้ย่องเบาเป่ามนต์ให้คนหลับลอบฆ่าแต่แม่ทัพแล้วกลับหนี
รู้ทายลางทั้งหลายจะร้ายดีรู้แผนที่ทิศทางต่างตำบล
อนึ่งรู้ดูชาตาโหราศาสตร์รู้จักคาดเวลาลมฟ้าฝน
หนึ่งเรียนรู้สู้ณรงค์อยู่คงทนรู้แต่งพลโรมรันไม่อันตราย
หนึ่งเรียนรู้ดูดาวสำแดงเหตุรู้มนต์เวทปลุกเสกเมฆฉาย
รู้ดูดินถิ่นที่จะดีร้ายรู้อุบายเกลี้ยกล่อมให้พร้อมใจ
รู้สืบข่าวราวเรื่องบ้านเมืองอื่นหนึ่งคนตื่นเซ็งแซ่รู้แก้ไข
หนึ่งรู้ดำน้ำทนห้ามฝนไฟทำกลไกอาวุธยุทธนา
หนึ่งผู้รู้ดูลักษณะแน่เป็นหมอแก้เจ็บป่วยช่วยรักษา
รู้อุบายหลายอย่างฝึกช้างม้ามีวิชาเป็นช่างต่างต่างกัน
รู้จัดการบ้านเมืองเครื่องประดับรู้ตำรับดีร้ายทำนายฝัน
รู้สังเกตเท็จจริงทุกสิ่งอันรู้แก้กันผีสางขับรางควาน
หนึ่งรู้เรียนเขียนหนังสือลายมือเอกลูกคิดเลขนับประมูลคิดคูณหาร
รู้วิสัยไตรภูมิพงศาวดารรู้จักว่านยาสิ้นระบิลไม้
หนึ่งผู้รู้อักษรกาพย์กลอนกล่าวเรียบเรียงรายเรื่องความตามวิสัย
รู้กฎหมายฝ่ายขุนนางฝ่ายข้างในรู้พิชัยสงครามตามกระทรวง
รู้ตั้งค่ายหลายชั้นป้องกันศึกรู้ตื้นลึกแลคะเนทะเลหลวง
รู้แปลความตามภาษาทั้งปวงรู้ล่อลวงราวีให้มีชัย
หนึ่งชำนาญปืนใหญ่ยิงไวแน่แก้อาถรรพณ์ผันแปรแก้คุณไสย
รู้เล็ดลอดสอดแนมสืบความในทำนาได้ผลดีรู้ที่ทำ
อันวิชาห้าสิบประการนี้ผู้ใดมีเราจะชุบอุปถัมภ์
แต่อย่างเดียวเจียวถ้าแม้นรู้แม่นยำดังคัดคำเขียนหมึกจารึกไว้
จะรางวัลนั้นให้ควรแก่ความชอบแม้รู้รอบหลายประการชำนาญไฉน
จะให้เจียดเกียรติยศปรากฏไปแล้วสั่งให้เขียนลงที่แผ่นศิลา
ไว้ประตูบูรีทั้งสี่ด้านให้คนอ่านแจ้งจิตทุกทิศา
แจกเมืองน้อยร้อยเอ็ดเขตลังกาปิดไว้หน้าเมืองรอบทั้งขอบคัน
แล้วแต่งผู้รู้เกลี้ยกล่อมปลอมพาณิชไปทุกทิศทุกประเทศทุกทุกเขตขัณฑ์
ใครได้ผู้รู้วิชาสารพันจะรางวัลความชอบให้ตอบแทน
แล้วเกณฑ์ไพร่ให้พระน้องกับสองหลานไปสร้างด่านสามตำบลคนละแสน
ต่อกำปั่นพันลำประจำแดนสำหรับแล่นลาดตระเวนที่เกณฑ์การ ฯ
๏ แล้วพระองค์ทรงยศก็อตส่าห์ออกนั่งหน้าจักรวรรดิ์หัดทหาร
ฝึกพหลพลนิกรให้รอนราญชำนิชำนาญหนีไล่ทั้งไพร่นาย ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งลังกาประชาราษฎร์ต่างรู้ความตามประกาศเหมือนมาดหมาย
ที่มีผู้รู้วิชาบรรดาชายมาถวายตัวกับพระมังคลา
ให้ทดลองต้องตามมีความรู้ให้ที่อยู่ยศศักดิ์รวยหนักหนา
ฝ่ายองค์พระวลายุดานุชาคุมโยธาทำที่ด่านปราการใน
ให้ก่อป้อมคร่อมทางปิดหว่างเขาจำเพาะเข้าออกเดินเนินไศล
ปีกกานั้นชั้นบนล้วนกลไกที่ล่อไล่ล้วนสังหาญผลาญไพรี
ถึงโยธามาสักยี่สิบแสนจะตอบแทนทำศึกไม่นึกหนี
ทั้งฝึกไพร่ให้ชำนาญการราวีรู้ไล่หนีตีประชุมตะลุมบอน ฯ
๏ ฝ่ายวายุพัฒน์นัดดาปรีชาหาญอยู่ดงตาลด่านกลางหว่างสิงขร
ป้อมกำแพงแต่งการไว้ราญรอนเป็นมังกรกินปลาตำราเรียน
แล้วฝึกไพร่ให้ชำนาญในการรบรู้หลีกหลบเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
ล่อศึกให้ไล่หลงเลี้ยววงเวียนคอยผลัดเปลี่ยนแทรกแซงโถมแทงฟัน ฯ
๏ เจ้าหัสกันนั้นตั้งอยู่เมืองใหม่ก่อป้อมใหญ่แปดป้อมล้อมเขื่อนขัณฑ์
กำแพงหินศิลาปีกกากันชื่อกลจั่นจับพยัคฆ์ดักกุญชร
ที่เนินทรายชายฝั่งให้ตั้งค่ายหอรบรายเรียงรับสลับสลอน
กำปั่นรบครบพันกันนครตั้งฝึกสอนสงครามตามทำนอง
กระบวนครุฑยุดนาคมีปากปีกทั้งหางหลีกเลี้ยวหันผันผยอง
แล้วย้ายตั้งดังพระยาเหราคะนองขึ้นลอยล่องลัดเลี้ยวแล่นเกี้ยวกัน
แล้วยักอย่างหางปากเป็นนาคราชเลื้อยลีลาศเลี้ยวกระหวัดสะพัดผัน
แล้วตั้งรายค่ายเพชรเป็นเจ็ดชั้นกองกำปั่นพันลำล้วนชำนาญ
ได้ลัทธิบาลีปีโปฝึกรู้กลศึกสารพัดหัดทหาร
แต่งเรือใช้ไปไม่ขาดสืบราชการตระเวนด่านฟังเหตุทุกเขตคัน ฯ
๏ ฝ่ายข้าเฝ้าเจ้าลังกาปลอมพาณิชไปทุกทิศจนถึงยักษ์มักกะสัน
เที่ยวหาผู้รู้วิชาสารพันเมืองสุตันเมืองชลามะดาวิล
เมืองฉ่ามะหรุ่มอุ่มไบ่ไสมโขไอคุปโตโกสัมพีระดีระดิ่น
กะนาอันบันดระเมืองกะรินเมืองกบิลพัสดุ์เมืองมัดชนะ
เมืองมะหุดกุสสราตวิลาศละหม่านกริบสว่านเหมือนสังกัสหัสสละ
เมืองโกบิลสินธุ์ทะเลเมืองเอละเมืองกุเหร่ามะเกามะกะเมืองละวน
ได้จีนจามพราหมณ์ฝรั่งแขกอังกฤษล้วนหาญจิตเจนศึกได้ฝึกฝน
ทั้งผู้รู้ผู้วิเศษทรงเวทมนตร์รู้ทำกลต่างต่างช่างชำนาญ
พาไปเฝ้าเจ้าลังกาสาพิภักดิ์ให้ยศศักดิ์พร้อมสิ้นทั้งถิ่นฐาน
ตั้งฝึกฝนพลนิกรรู้รอนราญล้วนเชี่ยวชาญชั้นเชิงละเลิงใจ ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระหัสกันด่านชั้นสุดตระเวนสมุทรกลับมาแจ้งแถลงไข
ว่าธิดาการะเวกหนีเสกไปทั้งโอรสยศไกรไปด้วยกัน
ทั้งได้ข่าวเจ้าผลึกรมจักรสองทรงศักดิ์ยกพหลพลขันธ์
ไปจังหวัดรัตนาพารานั้นอยู่ดูแลแต่สุวรรณมาลี
จึงบอกความสามเมืองตามเรื่องหลังขึ้นไปลังกาประณตบทศรี
ฝ่ายองค์พระมังคลาเจ้าธานีเห็นได้ทีทำศึกที่ตรึกตรา
ไปปราสาทมาตุรงค์ทรงพระยศน้อมประณตบังคมก้มเกศา
พรุ่งนี้เช้าเกล้ากระหม่อมจะทูลลาไปตรวจตราแดนด่านชานนคร ฯ
๏ ขณะนั้นวัณฬามารดานาถอนุญาตหน่อกษัตริย์แล้วตรัสสอน
พ่อเอาใจไพร่พหลพลนิกรให้ถาวรพูนสวัสดิ์กำจัดภัย
พระรับสั่งบังคมก้มศิโรตม์สมประโยชน์ยินดีจะมีไหน
ออกที่นั่งสั่งมหาเสนาในจงเตรียมพลสกลไกรจะไคลคลา
ประเทียบเหล่าสาวสรรค์กำนัลนาฏจะประพาสเข้าในไพรพฤกษา
ครั้นสั่งเสร็จเสด็จไปห้องไสยาพวกเสนารีบรัดไปจัดแจง
เกณฑ์กระบวนล้วนฝรั่งกำลังหนุ่มใส่เสื้อหุ้มเกราะกระสันล้วนขันแข็ง
ทั้งหน้าหลังดั้งดาบกำซาบแซงตามตำแหน่งแต่งถ้วนกระบวนทัพ
รถที่นั่งหลังคาฝากระจกเกริ่นกระหนกกระหนาบเตร็จเพชรประดับ
ใส่สามงอนอ่อนแอกแปรกรับเทียบอาชามาประทับกับเกยลา
รถสุรางค์ข้างใสล้วนใส่ม่านกระจกบานพับประกอบตรึงกรอบฝา
ทุกหมู่หมายนายหมวดวิ่งตรวจตราพอแสงทองส่องฟ้าพร้อมหน้ากัน ฯ
๏ ฝ่ายห้ามแหนแสนสุรางค์นางฝรั่งที่ในวังวิ่งไขว่แต่ไก่ขัน
รีบแต่งตัวกลัวว่าไปจะไม่ทันอาบน้ำกลั่นกลิ่นฟุ้งจรุงรวย
กระจกใหญ่ไฟส่องมองเขม้นกระจายเส้นผมนางหวีสางสวย
แล้วกวดเกล้ายาวเฟื้อยเลื้อยละลวยกระหมวดมวยแซมดอกไม้ไหวระยับ
แป้งปรัดผัดนวลล้วนแฉล้มยาฟันแต้มติดฟันเป็นมันขลับ
นุ่งล้วนแต่แพรจีบจัดกลีบพับเสื้อสลับสีกระจ่างสำอางตา
ใส่สร้อยนวมสวมสะอิ้งดังหิ่งห้อยตุ้มหูพลอยเพชรพรายทั้งซ้ายขวา
ทองปลายแขนแหวนสำหรับประดับประดาล้วนอย่างดีมีราคาทุกนารี
ครั้นรุ่งรางนางห้ามตามทำเนียบขึ้นประเทียบรถาหลังคาสี
บรรดาเหล่าสาวสรรค์พวกขันทีมาพร้อมที่คอยเสด็จสำเร็จการ ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลาอยู่ปราสาทตื่นไสยาสน์อ่าองค์สรงสนาน
น้ำกุหลาบซาบสกนธ์สุคนธารพนักงานงามงอนกรายกรพัด
พระแต่งองค์ทรงสำอางอย่างฝรั่งสอดสวมกังเกงประพาสคาดเข็มขัด
แล้วใส่เสื้อเครือสุวรรณกระสันรัดขัดดุมเพชรเตร็จตรัจจำรัสเรือง
คาดผ้าทิพย์ขลิบทองกรองศอทับเพชรประดับดังดาวเขียวขาวเหลือง
ทรงมหามาลาค่าควรเมืองมณีเนื่องเนาวรัตน์ชัชวาล
เหน็บพระแสงแฝงองค์ประจงจัดกระทัดรัดพรรณรายสายประสาน
หุ้มพระชงฆ์ทรงเกือกแก้วประพาฬแล้วห่มส่านสีทับทิมดูพริ้มพราย ฯ
๏ ครั้นสรรพเสร็จจึงเสด็จยุรยาตรออกทรงราชรถาฝาพระฉาย
โห่สนั่นลั่นเลื่อนให้เคลื่อนคลายพลนิกายเกณฑ์แห่เสียงแซ่ซ้อง
ทหารม้าพาชีขับขี่แข่งเป็นคู่แซงซอยเต้นเผ่นผยอง
เป่าสังข์แตรแห่โหมประโคมกลองเสียงกึกก้องโกลาจากธานี
เข้าป่าสูงฝูงมฤคถึกเถลิงตื่นกระเจิงกระจัดกระจายพลัดพรายหนี
สะเทื้อนสะท้านดานดงเป็นผงคลีเดินโยธีตามทางหว่างบรรพต
เป็นเดือนสามยามหนาวคราวน้ำค้างพฤกษาสล้างแลชอุ่มชื้นชุ่มสด
ทรงดอกดวงพวงห้อยดูช้อยชดเสาวรสรวยรื่นชื่นอารมณ์
นางสาวสาวน้าวกิ่งชิงดอกไม้ต่างเด็ดได้ยิ้มแย้มสอดแซมผม
พระมังคลาเยี่ยมหน้าบัญชรชมเพิงพนมเนินผาโอฬารึก
แลสลับซับซ้อนชะง่อนเงื้อมบ้างลายเลื่อมตละแววแก้วผลึก
บ้างเหมือนก่อต่อติดพินิจนึกเหมือนเตียงตึกแต่งตั้งน่านั่งนอน
ที่เนินสูงวุ้งเวิ้งเป็นเพิงชะโงกชะงุ้มโกรกกรวยกรอกซอกสิงขร
พฤกษาออกดอกช่ออรชรภู่ผึ้งร่อนคลึงเคล้าเสาวคนธ์
ดูน่ารักปักษาคณานกบ้างเกาะกกกิ่งไม้บ้างไซ้ขน
บ้างเคล้าคู่ชูชื่นบ้างตื่นคนเห็นพวกพลโผผินขึ้นบินโบย
ตะวันบ่ายฝ่ายชะนีผีโขมดเสียงอุโฆษร่ายไม้ร้องไห้โหย
เรียกคู่ครองของตัวผัวผัวโวยวิเวกโหวยโหยเสียงแอบเมียงมอง
ฝูงมฤคถึกกระทิงสิงหนัทต่างตื่นตัดหน้าฉานผ่านผยอง
กิเลนโลโตเต้นเผ่นลำพองทหารจ้องปืนยิงเสือสิงห์ตาย
พลธนูคู่แห่แลเห็นนกต่างยิงตกลงทั้งฝูงเหมือนมุ่งหมาย
ล้วนแคล่วคล่องว่องไวทั้งไพร่นายลองถวายมือพลางตามทางจร ฯ
๏ จนเวลาสายัณห์หยุดประทับพระขึ้นพลับพลาสำราญชานสิงขร
ฝ่ายฝรั่งลังกาพลากรต่างหลับนอนนั่งยามตามตะเกียง
บ้างไขกลดนตรีทำปี่พาทย์ประโคมฆาตฆ้องระฆังประดังเสียง
พวกห้ามแหนแสนสุรางค์นางจำเรียงประคองเคียงข้างที่พัดวีลม
นางอยู่งานคลานเข้าเฝ้านวดฟั้นรู้เชิงชั้นใช้ชิดสนิทสนม
พอดาวเดือนเลื่อนสว่างน้ำค้างพรมเคลิ้มบรรทมหลับไปในไสยา ฯ
๏ ครั้นล่วงสามยามสงัดกำดัดดึกเสียงคึกคึกกึกก้องท้องเวหา
นภางค์พื้นครื้นครั่นลั่นโลกาเป็นสายฟ้าฝ่าเสียงเปรี้ยงเปรี้ยงดัง
บรรดาคนพลนิกายทั้งนายไพร่ตื่นตกใจจับศัสตราเหลียวหน้าหลัง
ทุกหมู่หมวดตรวจไตรระไวระวังพอเสียงดังผลุงลงตรงพลับพลา
เหมือนสีรุ้งพลุ่งพรายเป็นสายแสงเขียวเหลืองแดงดูสว่างพร่างพฤกษา
พวกไพร่พร้อมล้อมวงต่างสงกาพระมังคลาตื่นสะดุ้งพอรุ่งราง
เสียงแซ่ซ้องก้องกึกให้นึกแหนงจับพระแสงเสด็จมาชาลาขวาง
ที่รุ้งพรายหายหลบขึ้นนภางค์เห็นแต่นางเนื้อเหลืองย่างเยื้องกราย
เส้นเกศานารีเหมือนสีชาดแลประหลาดหลากยิ่งหญิงทั้งหลาย
ใส่คราบงูดูดังเสื้อเรืองเรื่อลายจักษุซ้ายขวาดำดังน้ำนิล
ยังเยาว์อยู่ดูสักสิบขวบเศษพอสบเนตรนางนั้นเดินผันผิน
พระเดินตามถามว่ายุพาพินอยู่ที่ถิ่นตำบลแห่งหนใด
จงพรายแพร่งแจ้งความอย่าขามเขินนางเมียงเมินมิได้แจ้งแถลงไข
ฝ่ายฝรั่งพรั่งพร้อมช่วยล้อมไว้ทั้งนายไพร่คั่งคับจะจับตัว
เข้าใกล้นางกางนิ้วกลายเป็นนาคหลุดออกจากหัตถาทั้งห้าหัว
ล้วนยาวเฟื้อยเลื้อยไล่นายไพร่กลัวต่างหลบตัวล้มลุกลงคลุกคลาน
แล้วนางนั่งหลังศิลาตรงหน้าถ้ำร้องลำนำฉ่ำเสียงสำเนียงหวาน
แลละห้อยคอยหาอยู่ช้านานเมื่อไรจะพานพบพระมังคลา
จะได้อยู่ชูช่วงดวงประทีปให้รอดชีพชีวันชันษา
โอ้เจ้าดาวจระเข้เทวดาอยู่ที่ไหนไม่มาหาน้องเอย ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลาโยธาทัพได้ฟังขับคำเสนาะฉอเลาะเฉลย
พิศวงสงสัยกระไรเลยยังไม่เคยพบเห็นเหมือนเช่นนี้
พระนิ่งนึกปรึกษาพวกข้าเฝ้าจะเป็นชาวชั้นฟ้าในราศี
หรือผีสางกลางป่าพนาลีใครเห็นดีร้ายบ้างเป็นอย่างไร ฯ
๏ ฝ่ายอำมาตย์ราชครูผู้ดำริรู้ลัทธิทูลแจ้งแถลงไข
อันสตรีนี้ประเสริฐเลิศไกรเห็นมิใช่ผีสางพวกรางควาน
เมื่อตะกี้ชี้นิ้วเป็นนาคราชชะรอยชาตินาคาปรีชาหาญ
พระฝึกฝนพลนิกรจะรอนราญบุญบันดาลให้คนดีสตรีมา
จะได้อยู่ชูเฉลิมเพิ่มพระยศให้ปรากฏบุญฤทธิ์ทั่วทิศา
เหมือนย่องตอดยอดทหารพระมารดาเสด็จไปได้ที่ป่ากาลวัน
แล้วเล่าความสามเมืองตามเรื่องรบให้ฟังจบแจ้งจริงทุกสิ่งสรรพ์
อันนางนี้มีศักดาดีกว่านั้นคนสำคัญควรเลี้ยงไว้เวียงชัย
ข้าฟังคำร่ำร้องต้องประสงค์ใคร่พบองค์ออกพระนามตามสงสัย
อย่าละเสียเกลี้ยกล่อมถนอมไว้จะได้ใช้ชิดพระองค์ทำสงคราม ฯ
๏ พระฟังคำอำมาตย์ฉลาดฉลองนิ่งตรึกตรองกริ่งใจจึงไต่ถาม
เราฟังคำร่ำร้องทำนองความซึ่งออกนามเราว่าพระมังคลา
แล้วเจ้าดาวจระเข้นั้นใครเล่าอารมณ์เราคิดยังให้กังขา
ฝ่ายผู้เฒ่าเล่าแถลงแจ้งกิจจาได้แก่ฝ่าบาทบงสุ์พระทรงยศ
เมื่อตั้งครรภ์ฝันว่ากลืนดาวจระเข้พระเป็นเทวดามาให้ปรากฏ
พระมาตุรงค์ทรงสวัสดิ์มธุรสให้โหรจดหมายไว้ข้าได้ดู
ประการหนึ่งถึงสตรีเป็นปีศาจก็ไม่อาจสู้ตราพระราหู
จงตรัสความตามจริงให้หญิงรู้เห็นจะอยู่เป็นข้าด้วยบารมี ฯ
๏ พระทราบสิ้นยินดีเป็นที่ยิ่งเข้าใกล้หญิงยืนตรงหน้ามารศรี
แล้วว่าเราเจ้าจังหวัดปถพีพระชนนีให้ชื่อพระมังคลา
เจ้าออกนามความประสงค์จำนงไฉนเราชอบใจให้คิดรักเจ้าหนักหนา
เชิญไปนั่งยั้งประทับที่พลับพลาได้พูดเล่นเจรจาประสาสบาย ฯ
๏ นางฟังรสพจนารทประภาษตรัสหวาดประวัติหวานหูไม่รู้หาย
พิศพระพักตร์ลักษณาดารารายทั้งกรกายพรายศรีฉวีวรรณ
รู้ว่าเจ้าดาวศีรษะจระเข้แต่แสร้งแสใส่จริตเบือนบิดผัน
แล้วว่าพระมังคลาเจ้าสามัญมีสำคัญฉันใดจะใคร่รู้ ฯ
๏ พระว่าเราเจ้าประเทศเขตจังหวัดถือศีลสัตย์ทรงตราพระราหู
แล้วหยิบตราอานุภาพปราบศัตรูให้นางดูดวงแก้วพรอยแพรวพราย ฯ
๏ นางเห็นตราราหูคู่ทวีปดังประทีปเทียนสว่างกระจ่างฉาย
คุกเคารพนบนอบนั่งยอบกายยอมถวายกายาเป็นข้าไท
พระตรัสถามนามวงศ์นางหลงเคลิ้มลืมความเดิมมิได้แจ้งแถลงไข
พระปรานีมิให้นางระคางใจชวนคลาไคลไปประทับที่พลับพลา
เลี้ยงเป็นนางข้างที่ด้วยมีฤทธิ์อยู่ใช้ชิดเชิญพระแสงตำแหน่งขวา
เครื่องนากทองของสำหรับประดับประดาทั้งเสื้อผ้าสารพัดจัดประทาน
แล้วตั้งนามตามมาเมื่อฟ้าฟาดให้ชื่อนางสุนีบาตด้วยอาจหาญ
แล้วยกทัพนับหมื่นดื่นดงตาลมาถึงด่านแดนเขาเจ้าประจัญ ฯ
๏ พระอนุชามารับคำนับน้อมเที่ยวตรวจป้อมปืนประตูคูเขื่อนขันธ์
หยุดพักพลมนตรีอยู่สี่วันสมทบกันยกมาเมืองป่าตาล ฯ
๏ เจ้าวายุพัฒน์นัดดาออกมารับหยุดประทับตรวจตราโยธาหาญ
ดูกำแพงแลงล้อมป้อมปราการที่ต่อต้านตีตลบมีครบครัน
ชอบอารมณ์ชมหลานชำนาญศึกรู้ตรองตรึกฝึกพหลพลขันธ์
แล้วเกณฑ์คนพลรบสมทบกันล้วนรู้ชั้นเชิงชำนาญการศัสตรา
แล้วยกทัพนับแสนจากแดนด่านเดินทหารแห่แหนดูแน่นหนา
ครั้นเย็นร้อนผ่อนประทับที่พลับพลาตลอดมาเมืองใหม่พร้อมไพร่นาย ฯ
๏ พระหัสกันนั้นมารับเข้ายับยั้งอยู่ในวังทั้งสุรางค์นางทั้งหลาย
พระอนุชาพาทหารกับหลานชายอยู่ค่ายรายซ้ายขวาริมสาชล ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ