๖๐

เมืองโซโล

วันที่ ๗ กรกฎาคม

ตื่นขึ้นเขาบอกว่าสุสุนันให้ประบูวิยาหยากับอริโยมตารำเอาของมาให้ ยังง่วงเต็มทีเพราะกลางคืนรบยุงไม่ไหวต้องมาหลับสนิทเอาเช้า ของที่เอามาให้นั้นคือรูปสุสุนันปักกุภูโนที่ ๙ กับเมีย รูปตัวเองแลรตู กฤชฝักประดับเพชร์มีฝักเปลี่ยนสำหรับเปนทองคำฝัก ๑ ฝักเขียน ๑ กฤชนี้ตามประบูวิยาหยาว่าเปนของทำใหม่สุสุนันทำเอง แต่สุสุนันว่าตัวเหล็กไม่ใช่ของใหม่ คือเปนเหล็กที่ตกลงมาจากบนฟ้า จะตกลงหรือไม่ตกงดเสียที แต่งามไม่เคยเห็นกฤชอันใดเหมือน มีชื่อตั้งเรียกว่ามังกุรัฐ แปลว่าทรงไว้ฤๅถือไว้ซึ่งพระนคร ทวนคอผูกภู่ไหมทองกับแดงแทนขนจามรี อย่างนี้ใช้ได้แต่สุสุนัน ชื่อว่าโตโรตาซี แปลว่าเพื่อนตัว ๑ ดาบด้ามงาเปนรูปหัวนกแก้วประดับเพชร์พลอย ฝักลงรักดำเครื่องทองคำ เปนดาบโบราณคร่ำคร่า ว่าเปนดาบเจ้าแผ่นดินมายาพหิสในครั้ง ๖๐๐ ปีล่วงมาแล้ว ได้ตกลงในวงศมตารำชื่อว่าซาบาดัดฟันแล้วไม่มีรอด ๑ ประบูวิยาหยาเองแลอริโยมตารำ แลพวกปเงรันอื่น ๆ คือ กุนโตสิวาโยจักรโกรโนโกโรให้ของต่าง ๆ อาวุธเปนพื้นอีกหลายคน ส่วนของแม่เล็กนั้น คุณท้าวผู้ใหญ่กับท้าวนางเถ้าแก่อีก ๗ - ๘ คน แต่งตัวใส่เสื้อสักลาดแดงปักทองเหมือนเสื้อผู้ชายนำมา ขอเข้าไปหาข้างในต่างหาก พูดจาไล่เลียงถึงการในรั้วในวังเก่าแก่ ให้การเลื่อนเปื้อน เล่าถึงครั้งแผ่นดินนั้นแผ่นดินนี้อย่างไทย ๆ ให้ผ้ากายน์เขียนทอง ๔ ผืน ผ้ากายน์พระภูษาอีก ๖ ผืน รตูเก่าก็มีมาให้เหมือนกัน เจ้าหญิงอื่น ๆ ให้น้ำมันบ้าง เครื่องหอมบ้างหลายคน มังกุโนโกโรให้พี่ชายเอานกเพ็ชร์เปนเครื่องทับหนังสือฐานแก้วผลึก มือนกจับไข่มุกเม็ดใหญ่มาให้ เราสิ้นตำราที่จะหาอะไรตอบ เพราะเขาเล่นมือหนักเกินกว่าที่เราเตรียมไป ต้องขอผัดมาบางกอกจึงจะหาของส่งไปให้

เวลาเย็นไปวังน่า รับกันที่ปันดโปอย่างวันก่อน แล้วพาเดิรเข้าไปดูประตูกำแพงสกัดส่วนที่ปันเปนข้างน่าข้างใน ชนิดเดียวกับประตูพรหม เดิรเข้าไปตามถนน มีรั้วกั้นโรงโกงอะไรอยู่ภายนอก แล้วไปเลี้ยวเข้าประตูกำแพงข้างขวามือถึงสวนเลี้ยงสัตว์ เปนที่ย่อม ๆ จะโตกว่าสวนขวาสักหน่อยหนึ่ง มีเรือนไม้ย่อม ๆ ปลูกอยู่กลางสระปลา ในสระนั้นมีปลาทอง มีกรง ๘ เหลี่ยมหรือ ๖ เหลี่ยม ตั้ง ๔ มุม ตามริมกำแพงมีกรงสัตว์รอบ มีสัตว์ต่าง ๆ มากอย่าง ๆ ละ ๒ ตัว เปนต้นว่า หมูป่า หมาป่า ออรังอุตัง ดูเลี้ยงเรียบร้อยดี ท้ายสวนเปนที่เสี้ยว ในระหว่างกำแพงชั้นนอกชั้นในก่อภูเขามีลำธาร ที่ปลายเสี้ยวมีพลับพลาเล็ก ๆ พื้นเสมอหลังกำแพงเปนที่น้ำตก มีบันไดขึ้นไปนั่งบนนั้นได้ แลเห็นนอกวังมีถนนแลลำแม่น้ำด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเห็นในวังซึ่งเปนที่ผู้หญิงอยู่ดูท่าทางเปนเรือนฝรั่งแถว ๆ แต่ต้องเข้าใจว่าฝรั่งวิลันดา กลับลงมาจากนั้นเลี้ยวไปข้างซ้ายเข้าประตูกำแพงอีกชั้นหนึ่ง ที่ริมประตูนี้มีพระพุทธรูป ๔ องค์ เราชมว่างามเขาก็ให้๕๙ ประตูนั้นเข้าไปตกชลาข้างเรือนใหญ่ ต้องเดิรไปออกประตูอีกชั้นหนึ่ง จึงถึงเรือนที่ตัวอยู่เปนเรือนหลังย่อม ๆ แต่งหมดจดดี อยู่ข้างจะเปนอย่างฝรั่งหรือไทยอย่างสอาด ๆ ชลาแคบมีกำแพงคั่นที่ชลานั้นอีก ออกไปถึงสวนที่เลี้ยงนกอยู่น่าเรือนแม่ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเปนเรือนพวกหม่อม ๆ เปนเรือนโถงมีเฉลียงกว้าง ๆ มีเรือนที่นั่งเล่นเล็ก ๆ หลังหนึ่งหรือ ๒ หลังรูปต่างกัน มีกรงนกต่าง ๆ ตั้งเรียงรายไป นกที่เปนอย่างประหลาดก็คือมีไก่สีแดงเปนชาดแต่ไม่มีขนเลย อยู่ดีกินดีสบาย ว่าสวนนี้เปนที่สำหรับแม่นั่งเล่น ออกประตูไปอีกชั้นหนึ่งเปนสวนกว้างยาวกว่าทั้งปวง พอออกประตูถึงเรือนหลังใหญ่ ก่ออิฐทำเปนตึกฝรั่งที่นั่งเล่น ถ้าจะอยู่ก็พอสบายได้ ท่วงทีห้องหับก็ดีอย่างตึกวิลันดามีเครื่องตกแต่งน่าสบาย น่าตึกนั้นไปเปนสวนทางเดิรลดเลี้ยว มีกรงนกเลี้ยงไก่ฟ้ามีเพศพรรค์ต่าง ๆ แลนกการเวกก็มีหลายตัว มีเรือนไม้เล็ก ๆ เปนที่พักอีกสองหลัง เราไปนั่งอยู่ที่เรือนไม้หลังหนึ่งกินน้ำชา มีโรงพิณพาทย์อยู่ข้างน่าทำพิณพาทย์แลขับร้อง มังกุโนโกโรนี้ไม่กินเหล้าว่าเปนโรคในอก สนทนากันถึงเรื่องครั้งพ่อแลที่ได้ไปพบปะกันแต่ก่อน แล้วกลับมาทางน่าเรือนแม่แลเรือนตัวเอง ไปออกทางข้างกำแพงเรือนใหญ่ แล้วพาขึ้นไปบนเรือนให้พบแม่ ระเด่นอายูคนนี้รูปร่างอ้วนแต่เตี้ยอายุ ๗๐ เศษเปนง่อย แต่เพราะเหตุที่เราถามถึงเมื่อวันแรกแลนับว่าเปนสหายของผัวจึงได้ออกมารับ นังบนเตียงดูเอน ๆ ข้างหลังน่ากลัวหกล้ม แต่ยิ้มย่องผ่องใสทักทายให้พรรับรองดูเปนที่ชื่นชมยินดี สนทนาอยู่พอควรเวลาแล้วรีบลากลับ เพราะมีที่จะต้องไปบ้านระเด่นอธิปติงูสีน้ำตาล เขาว่าเปนที่พิเศษควรชม ไปทางถนนในมังกุโนโกรันออกถนนใหญ่ซึ่งเปนทางข้างบ้าน แล้วไปถึงแดนต่อแดนวังหลวงกับวังน่า เปนที่ตึกแถวพวกจีนอยู่ ดูคนเดิรไปมาค้าขายกันแน่นหนา เวลาค่ำแล้วยังครึกครื้นเหมือนที่สิงคโปร์ ถ้าไม่ต้องทำยศก็จะเที่ยวดูเล่น ท่าทางคงจะสนุกมาก ผู้ที่เขาได้เที่ยวหาว่าโซโลสนุกกว่าที่อื่น ๆ แต่เปนพ้นวิไสยที่เราจะได้เห็น มาบ้านระเด่นอธิปติเลี้ยวเข้าจากถนนใหญ่ไกลจึงถึงประตูชั้นนอก มีศาลาที่เปนออฟฟิศอยู่ในกลางชานน่าบ้าน แล้วเข้าประตูไปอีกชั้นหนึ่งจึงถึง ปันดโปโตกว่าที่ในวังสุสุนัน แต่ย่อมกว่าที่วังมังกุโนโกโรหน่อยหนึ่ง ลดยศกันเพียงไม่มีเขียนหรือสลักลายเพดานพื้นไม่ปูศิลาอ่อน แต่ล้างแลขัดเช็ดทุกวันจนเปนเงาเหมือนปูศิลา มีรย้าแก้วแขวนมาก เครื่องตกแต่งก็ค่อนจะอยู่ข้างเยี่ยมกว่าในกราตน ว่าเปนเรือนของสุสุนันทำมากว่า ๑๔๐ ปีแล้ว แต่ชำรุดซุดโซมมาซ่อมแซมขึ้น เรือนหลังในทำขึ้นใหม่ทีเดียวเปนตึกทั้งสิ้น เปนหลังยาวขวางหลังปันดโป แล้วมีมุขยื่นออกไปสามมุข คล้ายโฮเต็ลที่เมาส์ ท่วงทีที่จัดบ้านเรือนคล้าย ๆ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ใช้ที่นอนโถง ๆ ในหลังยาวข้างน่ามีห้องนอน ๒ ห้อง กลางเปนห้องพหูรักษา บรรดาเตียงโต๊ะตู้ทั้งปวงเปนของฝีมือจีนทำเองที่โซโลทาสีปิดทองบ้าง ทาน้ำมันปิดทองบ้าง ที่แต่งตัวของเมียมีโถตั้งแป้งขมิ้นน้ำมันเขม่า ห้องผ้านุ่งก็มีตู้กระจกใส่เครื่องแต่งตัว บรรดาพรมที่สำหรับนั่งโรยบุหงาทุกแห่ง ห้องกลางมีโต๊ะตั้งของกินเปนขนมต่าง ๆ เต็มทั้งโต๊ะหลายสิบอย่าง เปนขนมอย่างชวาทั้งสิ้น มีที่ถูกกับเราก็โดยมาก เมียเปนคนช่างทำกับเข้าแลทำขนมนัก เข้าอย่างหนึ่งซึ่งทำมีเครื่องปรุงหลายอย่างวางเปนหย่อม ๆ มาบนน่าใส่จานใหญ่ เรียกว่านาสิประจิดกินอร่อยนัก แต่ในบ้านนี้ไม่ได้ใช้เก้าอี้ เลยนั่งกับพื้นกันทั้งนั้น มุขยาวด้านหนึ่งว่าเปนที่พ่ออยู่แลตายในบ้านนั้นเมื่อเวลาออกจากราชการแล้ว อีกด้านหนึ่งเปนที่ตัวอยู่เองแลห้องสำหรับทำงาร แคบเล็กมีโต๊ะเขียนหนังสือ มีตู้มุมฝาเปนตู้ไม้แต่เมื่อเปิดออกกลายเปนประตู เข้าทางประตูนั้นไปถึงห้องเล็กอีกห้องหนึ่ง มีเตียงนอนมีม้าวางมีกฤชแลหอกคู่หนึ่ง น่าห้องออกไปมีกำแพงกั้นรอบแคบ ๆ เปนที่แจ้ง ในห้องซอกเท่านี้ว่าเปนที่สำหรับสุสุนันคนที่ตายออกมานอนบ่าย ๆ แต่สุสุนันเดี๋ยวนี้ได้ออกมาครั้งเดียว เราสงไสยเพราะเห็นทำห้องหับลับลี้มาก ว่าจะเปนที่อย่างไรดูเสียงเจ้าพวกฝรั่งพูดกระซิบกระซาบอยู่ แต่ครั้นไล่เลียงดูก็ว่ามิใช่อย่างอื่น สำหรับออกมาปฤกษาการงารที่ลี้ลับจะไม่ให้แพร่งพราย มีประตูลับเปนตู้เช่นนั้นอีก เปิดออกไปถึงเรือนอีกหลังหนึ่งกว้างขวาง มีกำแพงสี่ด้านไม่มีน่าต่าง แต่เปิดหลังคาเปนที่แจ้งครึ่งหนึ่งปลูกต้นไม้ ส่วนที่มีหลังคาก็เจาะวงกลมข้างบนแสงแดดลงมาได้ ในนั้นปลูกต้นไม้แลมีน้ำพุพึ่งจะทำแล้วใหม่ ๆ แต่เมียแกเองก็พึ่งได้เห็น การที่ทำนั้นเปนการปิดบังทั้งสิ้น ที่มุมเรือนหลังใหญ่ชักเปนเรือนแถวยาวออกไปทั้ง ๒ ข้างมีบานกระจก ข้างหนึ่งเปนที่สำหรับเลี้ยง ไม่เล็กแลไม่เลวกว่าที่ในกราตน อิกข้างหนึ่งเปนที่สำหรับทำงาร มีเฉลียงเดิรได้ตลอดทั่วทุก ๆ หลังเรือน ออกไปที่เรือนยาวข้างทำงาร ห้องแรกเปนที่สำหรับลูกหลานเล่นการดนตรี มีดีดเปียโนแลสีซอเปาขลุ่ยประมาณสัก ๑๒ คน ทำได้ดี ๆ ทีเดียว ในพวกนั้นได้ไปยุโรป ๒ คน รู้ภาษาวิลันดาโดยมากดูหน้าตาฉลาด ๆ ถัดห้องนั้นออกไปเปนที่มีการเอกสิหิบิเชนที่เขาจัดขึ้นสำหรับให้เราดู คือมีช่างตัดสลักเขียนหนัง ช่างทำหน้าโขน ตีพิมพ์เขียนย้อมผ้ากายน์ ได้เอาผ้าเช็ดหน้าให้ตีพิมพ์แล้วฝากไว้ให้เขาเขียนผืนหนึ่ง มีช่างปั้นเครื่องดินคนโทน้ำกาแลเตา ช่างเขาทำหวี ช่างทำฝักกฤชด้ามกฤช ตั้งแต่ถากไม้ไสกบจนถึงชักเงา หีบฝ้ายปันฝ้ายทอผ้า แลมีตัวอย่างของที่แล้วเสร็จมาตั้งไว้ให้ดูทุกอย่าง เรามอบเงินไว้ให้จัดซื้อสิ่งของเหล่านั้น เพื่อจะเอามาดูเปนตัวอย่าง พาออกไปดูโรงที่ย้อม แลสวนหลังโรงนั้นออกไปเปนที่ทำใหม่ก่อภูเขาเลากาสนุก แต่มืดแลหมดเวลาไม่ได้ออกไปดูใกล้ รเด่นอธิปติคนนี้ ฝรั่งสรรเสริญกันว่าเปนคนฉลาดนัก บรรดาคนชวาทั้งหมดไม่มีใครฉลาดเท่า แต่ยังยั้งไว้ว่าฉลาดอย่างชวา เปนผู้สามารถที่จะรับใช้นาย ๒ คนให้เปนที่รักใคร่ได้ทั้ง ๒ ฝ่าย รูปพรรณขาวสูงไม่อ้วนหน้าตามีแววฉลาด เปนคนสุภาพไว้ตัวเปนขุนนาง เข้าไปในกราตนก็ไม่นั่งเก้าอี้เลย นั่งกับพื้นน่าหมู่ขุนนาง แต่ใส่หมวกโกลุกสีน้ำเงินเสมอ จะเปนเครื่องหมายยศศักดิ์หรือจะเปนแต่ทำแปลก ๆ ก็ไม่ทราบ ที่จริงแกก็เปนลูกเขยเจ้าแผ่นดิน เปนพี่เขยของสุสุนัน เมียก็เปนคนต้อนรับแขกดีนัก มีกิริยาอัชฌาไสยเหมือนไทยอย่างผู้ดี ๆ แต่รับแขกเหมือนผู้หญิงฝรั่ง อายุจะสัก ๔๐ ไปได้ แต่ผัวเห็นจะถึง ๕๐ แต่ผิวหน้าผ่องใสไม่เปนคนแก่ การที่รับรองวันนี้ทั้งผัวทั้งเมียไม่ได้นั่งเลย ไม่มีพิธีเลี้ยงน้ำซาอย่างเจ้านาย ต้อนรับอย่างผู้ใหญ่กับผู้น้อย เสียดายที่เวลาไม่พอดูการเอกสหิบิเชน ดูเปนอย่างรีบร้อนตลีตาลาน กลับเวลา ๒ ทุ่ม

ยาม ๑ ไปวังน่าอิก พบสุสุนันไปอยู่ที่นั่นแล้ว วันนี้แต่งตัวเปนเมเยอรเยเนราลทหารวิลันดา โพกผ้าดำมีเพ็ชร์เม็ดแตงขนาดใหญ่ติดอยู่ตรงแสกหน้า แขวนสายนาฬิกาเพ็ชร์มีเครื่องห้อยเปนโมโนแกรมมังกุโนโกโร ในนั้นมีรูปมังกุโนโกโร พ่อแลเมียว่าเปนของมังกุโนโกโรให้ การเกี่ยวดองกันในระหว่างมังกุโนโกโรแลสุสุนันทำให้วังหลวงกับวังน่าไปมาหาสู่กันได้ แต่เปนการภายนอกภายในว่ายังอิจฉากันเปนกำลังอยู่เช่นนั้นเอง เจ้าของบ้านดูไม่มีน่าที่ ที่จะได้รับรองอันใดตกอยู่ในสุสุนันเปนผู้มารับมาจูงเสร็จ นั่งก็นั่งข้างซ้ายเรา แปลกแต่วังน่าไปนั่งข้างขวาแม่เล็ก ระตูก็ไม่ให้มา ถามก็บอกป่วยอย่างแปลก็ว่าไม่มา ทีจะกลัวต้องมานบนอบกับวังน่าอย่างไรเพราะเปนน้อง เมื่อเข้าไปในวังพบพูดจากันก็ต้องยก ๆ มืออยู่ เขาว่าการไปมาหาสู่กันอยู่ข้างห่างเหินมาก มีฝรั่งที่เชิญไปมากด้วยกันรวมทั้งสิ้นเปนคน ๒๐๐ มีคนแปลก ๆ หน้ามาก วายังวองนั้นมีฉากกั้นข้างปันดโปซีกหนึ่ง แต่ไม่รู้เรื่องว่าเล่นอะไรกัน รู้แต่ว่าเรื่องปันหยี ขัดข้องเสียด้วยเรื่องล่าม ถามอะไรกันไม่ค่อยจะได้ความเลยทอดธุระเสีย มีการเลี้ยงกินเรื่อยกันไปเหมือนที่ยกยา แต่สุสุนันมีท้าวนางเถ้าแก่เตี้ยค่อมออกไปตามเสด็จเต็มที่ เครื่องที่จะตั้งก็มีมหาดเล็กออกไปเชิญไม่เกี่ยวข้องกับคนวังน่า แต่วิธีกินผิดกันกับสุลต่าน ไม่มีโต๊ะโตกอันใด เอาคนเข้ามายืนโก้งโค้งถือถาดแทนโต๊ะแล้วหั่นกินในถาด ถ้าทางอยู่ข้างเต็มที แต่เห็นจะเปนการดีแก่ตัวแกอย่างหนึ่ง ที่ได้คุยเล่นกับโต๊ะไปพลาง เรื่องที่คุยนั้นก็ดูจะไม่มีอย่างอื่นมากกว่าเรื่องตรา เพราะเห็นดู ๆ ชี้ ๆ อยู่เสมอ เรายังไม่ได้พูดถึงอีกอย่าง ๑ คือ ธรรมเนียมกระซิบข้างชวานี้เจ้านายพูดกับบ่าวทุกหนทุกแห่ง ถึงคำที่พูดจะไม่ได้ยินเลยคงได้ยินแต่ขาน “อึงเง” หรือว่า “หลิงเง” ดัง ๆ ทั้งกราบทูลก็กระซิบเช่นนั้น วันนี้มีผู้ให้แหวนเราวงหนึ่งเปนตัวหนังสือโบราณ ว่าขุดได้ที่บรัมบานันหรือบุโรพุทโธ เกิดพูดกันขึ้นกับสิเกรตารี เขารับว่าเขาจะไปให้ผู้รู้อ่านมาให้ มังกุโนโกโรรู้จึงเอาของที่ตัวมีอยู่มาให้บ้าง เราเลือกไว้แต่ที่แปลกกัน แล้วมีความประสงค์ที่จะไปดูที่อื่น เพราะแสงสว่างที่นั้นไม่พอแลต้องการอย่างอื่นด้วย สิเกรตารีไปจัดการ ฝ่ายสุสุนันก็ต้องการจะไปหาแม่ยายบอกเรสิเดนต์ มังกุโนโกโรรู้เข้าก็ไปวุ่นด้วยเรื่องที่จะจัดที่ให้เรา เรสิเดนต์ก็ให้หาแกไม่ลุกขึ้นจากที่เพราะกลัวจะต้องเดิรผ่านน่าเราไป บอกให้เรสิเดนต์ไปหาทางโน้นเรสิเดนต์ก็ไม่ไป เอะอะกันอยู่สัก ๒ เที่ยว ตกลงต้องลุกไปหาเรสิเดนต์ เมื่อสั่งอันใดแล้วเดิรไปสั่งบ่าว สุสุนันก็ลุกไปกับเรสิเดนต์ เราก็ลุกมาทางหนึ่ง มังกุโนโกโรตามมาทาง เราได้สนทนากันอยู่ช้านานจึงกลับมานั่งที่ พอสุสุนันกลับมา เรสิเดนต์บอกว่าเพราะสุสุนันไม่ได้พบแม่มงกุโนโกโรนานแล้วจึงได้ไปหา เราจึงเข้าใจว่าการที่เกี่ยวดองกันไม่สู้สนิทแท้ จะเข้าไปในเรือนมังกุโนโกโร ต้องเอาเรสิเดนต์ไปด้วยไม่ผิดอะไรกันกับเราที่เปนแขกเมืองนัก ดูอยู่จน ๒ ยามกลับมาเรื่องมังกุโนโกโรกับสุสุนัน แลเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยโซโลควรจะเล่าพงศาวดารโดยย่อในที่นี้ แต่จะช้าเวลาไปขอข้ามไปก่อน กลัวจะลืมเสียหมด

  1. ๕๙. พระพุทธรูป ๔ องค์นี้ เดี๋ยวนี้ตั้งอยู่มุมพระมณฑปในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ