๔๔

เมืองการุต

วันที่ ๒๑ มิถุนายน

นอนไม่ใคร่หลับไม่ใช่เพราะร้อนเพราะหนาวอยู่ในประมาณ ๗๕ นอนไม่ต้องห่มผ้า เปนเพราะเมื่อย เช้าโมงครึ่งปลุกค่อนจะอยู่ข้างตาเหลือก ตาลีตาลานหมายว่าจะไปเที่ยวไกล ๒ โมงได้ออกรถเที่ยวดูบ้านเมือง มีเจ้าพวกกลองประโคมเสียอย่างใหญ่เรียกว่า เรยัก วนไปวนมาถึงสเตชัน ๓ โมงเศษเล็กน้อย จะต้องรอถึง ๔๐ มินิตกว่า เขาคิดกันว่าจะให้กลับขึ้นไปอยู่บนเรือนก่อน เห็นย้อนไปย้อนมาลำบาก ตกลงยอมนั่งเปนอยู่ที่สเตชัน เอาแตรมาเป่าหนวกหูเปนกำลัง รอดตัวที่ได้พูดกับเรสิเดนต์บาลี เขาเปนคนเคยเที่ยวทั่วชวา แลพูดภาษาอังกฤษดี ตามลงไปส่งด้วยดูค่อยเพลิน ออกจากสเตชันสุขภูมิเวลา ๓ โมง ๕๐ ริเยนต์จันยอมาในรถด้วย รู้เรื่องเลือดลงตีนกันแล้วเปิดเตียงนอนให้นั่งขัดสมาธิ อิดเอื้อนอยู่เทือกกลัวต่ำสูง ตกลงเปนไปนั่งเสียด้วยกันเรื่อยมาตลอดทาง หลวงปฏิพากย์เปนล่าม คงได้ความว่าที่จันยอนี้ แต่ก่อนเปนที่เรสิเดนต์อยู่มีฝรั่งอยู่มาก ครั้นเมื่อมีรถไฟขึ้นแล้ว ย้ายเรสิเดนต์ไปอยู่บันดอง คนก็กระจายไปอยู่บันดองบ้าง อยู่สุขภูมิบ้างอยู่การุตบ้าง น้อยไปกว่าแต่ก่อน เดิมวิลันดาไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดในเรื่องค่านายอากร ตัวแกคงเก็บอยู่เองจนประมาณสัก ๒๐ ปีเศษ วิลันดาจึงเข้ารับเก็บเอาที่แผ่นดินเปนของคอเวอนเมนต์หมด ในการแลกเปลี่ยนนั้นคือคิดเงินให้ปีละ ๔๐๐๐๐ เหรียญ บรรดากาแฟที่ออกจากเมืองนี้รวมทั้งสุขภูมิด้วย คิดให้หาบละเหรียญ แกว่าได้อยู่ในประมาณ ๑๕๐๐๐ เหรียญ แต่บางคนเขาพูดว่าแกเคยได้บางปีถึงล้านเหรียญ แต่เห็นจะประมาณอย่างหยาบ ๆ มากเกินไป ส่วนที่แกบอกเองก็เห็นจะเปนปีที่น้อยที่สุด แต่อย่างไร ๆ คงเข้าใจได้ว่าแกเปนเศรษฐีมั่งมีมากกว่าริเยนต์อื่น ๆ หลายเท่า ลองถามดูว่าอย่างไรจะได้มากกว่ากัน แกว่าเก็บเองเห็นจะได้มากกว่า แต่ก็มีถ้าเสียมาก แลเก็บเปนตัวเงินได้น้อยกว่าเปนสิ่งของมาก เพราะเก็บเสมอกันหมด แต่วิลันดาเขาเก็บแบ่งเปน ๓ ชั้น ตามที่ดีที่เลวไม่เสมอกัน เขาเก็บได้ตัวเงินมาก การที่บ้านเมืองเจริญขึ้นวิลันดาคงเก็บได้มากกว่าที่แกเก็บหลายเท่า แต่ดูก็ดีเพราะถึงปีก็ได้เงินสด ไม่ต้องใช้จ่ายอไรนอกจากการของตัว ข้อนี้พวกฝรั่งเขากระซิบบอกว่า คงจะได้แต่ตัวแกคนเดียว ต่อไปคงจะเปนเดือนละ ๑๒๕๐ ถามถึงการใช้สอยผู้คน แกว่าคนในบ้านแกมี ๗๐ คน เขางดให้ไม่กะเกณฑ์แลเก็บอันใด ได้รับคนจ่ายเดือนละ ๔๐ คน ถ้ามีการงารอันใดก็ขอแรงได้อีก แต่แกจ่ายเงินให้ทุกคราว แกทำราชการมา ๔๐ ปีแล้ว แต่เปนภูปติมาได้ ๒๕ ปี มีลูกชายคนหนึ่งก็ตายเสียแล้ว ยังเหลือแต่หลานที่แต่งงาร เราถามว่าใครจะเปนแทนตัวต่อไป แกว่าไม่ทราบว่าจะเปนอย่างไร เมียนั้นเปนเคราะห์ร้าย มีตายร่ำไป เมียคนนี้เปนที่ ๔ มีเมียคนเดียวเสมอมา ดูแกรักหลานเปนอย่างยิ่ง พูดถึงร่ำไป จนแหวนที่เราให้ก็ว่ารักนักกลัวหลานมันจะแย่งเสีย เราถามถึงเรื่องซาออฟรัสเชียแลแครนดุกออฟออศเตรียมา แกว่าคนแรกมาพักที่สเตชัน แกมาคอยเผ้าเขากันไว้ห่าง ถึงแอสสิสตันเรสิเดนต์ก็ไม่ได้เข้า มีแต่เรสิเดนต์บัตเตเวียคนเดียวได้เข้าใกล้ชิด เดิรตรงไปตรงมาไม่ได้พูดกับใครเลย แต่คนหลังนั้นมาพักบ้านแกถึง ๒ วัน เข้าเช้าแกก็เลี้ยงเองทั้ง ๒ วัน ไปยิงสัตว์ก็ป่าของแก ที่จำเปนจะต้องรักษาไว้รับฝรั่ง ใคร ๆ บอกเราหลายคนว่าเมื่อขามานั้นกวดขันนัก เพราะมีคนคอยตามมาจะทำร้าย ถ้าถึงสเตชันแห่งใดเอาคนรายก่อนจึงขึ้น ที่การุตก็มีคนคอยห้ามปรามกวดขัน ใครเดิรผ่านที่อยู่ไม่ได้ แลไม่พูดจากับใครเลย โปรดแต่เรสิเดนต์บัตเตเวีย ที่เวลานั้นเปนแอสสิสตันเรสิเดนต์ได้รับตราถึงคอมมานเดอ พูดกันถึงการอื่น ๆ จนถึงจันยอจึงลาลงจากรถไป แม่เล็กฝากหมากไปให้เมียเอาห่อผ้าไปด้วย บอกว่าเมียกินหมากไม่หยุดปากเลย ถึงบันดองเรสิเดนต์กับเมียแลกรมการอื่น ๆ มารับให้ดอกไม้แม่เล็ก แลเอากฤชที่เราจะซื้อมาส่งด้วย เห็นเปนกฤชดีซื้อไว้ทั้ง ๒ เล่ม ในการที่จะไปการุตเข้ากลางวันต้องกินบนรถ เขาหากับเข้าแขกใส่ปิ่นโตมาให้กินทุกวัน ถึงการุตเวลาบ่าย ๕ โมง เรสิเดนต์กับเมียภูปติกับเมียไปคอยรับ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ