๘๐. เรื่องอังกฤษรบกับพม่าครั้งที่ ๑

เมื่อเดือน ๔ ปีมแมเบญจศก จุลศักราช ๑๑๘๕ พ.ศ. ๒๓๖๖ นั้น อังกฤษกับพม่าเกิดรบกันขึ้น ด้วยมีสาเหตุกันมาช้านาน มูลเหตุแห่งการสงครามนั้น เปนด้วยเรื่องแย่งอำนาจกันในประเทศน้อย ๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองพม่ากับเมืองอินเดียของอังกฤษ ประเทศน้อย ๆ เหล่านั้น ที่เขตรแดนต่อติดกับพม่า แต่ใต้ขึ้นไปเหนือ คือ เมืองยะไข่ ๑ เมืองจิตตกอง ๑ เมืองมณีบุระ ๑ ต่อนั้นออกไป ยังมีเมืองอัสสัม แลเมืองกระแซอิก ๒ เมือง รวมเปน ๕ เมือง ในเวลาเมื่ออังกฤษแรกออกมาตั้งในอินเดีย ยังไม่ทันที่จะมีอำนาจ แลข้างฝ่ายเมืองพม่าก็ยังแยกตอนใต้เปนเมืองรามัญ ตอนเหนือเปนเมืองพม่าเปนอิศรแก่กันอยู่นั้น เมืองทั้ง ๕ ที่กล่าวมา ต่างก็อยู่เปนอิศร เว้นแต่เวลาใดพม่าเอาเมืองมอญไว้ใด้ในอำนาจ เช่นครั้งพระเจ้าหงษาวดีบุเรงนองเปนต้น เมืองเล็ก ๆ เมืองใดที่อยู่ติดต่อกับแดนพม่า เกรงพม่าจะยกไปรบ ก็ยอมเปนประเทศราชขึ้นต่อเมืองพม่า เวลาใดพม่าอ่อนอำนาจลง เมืองเหล่านั้นก็กลับตั้งตัวเปนอิศรอิก เปนดังนี้มาจนถึงราชวงษ์พระเจ้าอลองพญาได้ครองเมืองพม่า ปราบปรามหัวเมืองมอญฝ่ายใต้ไว้ได้ในอำนาจสิทธิขาด ถึงแผ่นดินพระเจ้าปะดุง พม่าตีได้เมืองยะไข่ เมืองจิตตกอง เมืองมณีบุระ แลจะขยายราชอาณาจักรออกไปถึงเมืองกระแซ, เมืองอัสลัม จึงเริ่มเกิดเหตุเปนอริกับอังกฤษแต่นั้นมา แต่เปนเวลาที่อังกฤษยังมีกำลังไม่มากนัก ซ้ำประจวบเวลาที่กำลังทำศึกกับฝรั่งด้วยกันเอง อังกฤษจึงต้องเอาใจดีต่อพม่า จนกองทัพพม่าล่วงเลยเข้าไปในเขตรแดนอังกฤษ แลว่ากล่าวข่มขู่ต่าง ๆ อังกฤษก็ผ่อนผันพูดจาแต่โดยดี ครั้นต่อมาถึงแผ่นดินพระเจ้าจักกายแมง พม่ามีความประมาทหมายว่าจะทำได้อย่างครั้งพระเจ้าปะดุงผู้เปนไอยกา จึงตีเมืองน้อยที่ต่อเขตรแดนออกไปทางข้างอินเดียของอังกฤษ จนเมืองกระแซแลเมืองอัสลัม เวลานั้นอังกฤษเสร็จการสงครามแล้ว แลเชื่อว่ามีกำลังพอที่จะรบพม่าได้ จึงประกาศทำสงครามกับพม่า ชั้นแรกอังกฤษส่งทหารมาทางบก รบกองทัพพม่าที่ออกไปตั้งอยู่ณเมืองจิตตกอง เมืองยะไข่ แต่ครั้นพม่าถอยกลับเข้ามาในเขตรพม่า อังกฤษจะยกติดตามเข้ามาทางบก เห็นทางที่จะข้ามเขาบันทัดกันดารนัก จึงเปลี่ยนเปนยกกองทัพเรือเข้ามาตีทางปากน้ำ ตีได้เมืองร่างกุ้งแล้ว พอเข้าฤดูฝน จะยกกองทัพต่อขึ้นไปอิก ขัดสนด้วยกำลังพาหนะเสบียงอาหารแลไพร่พลก็เกิดไข้เจ็บ อังกฤษจึงต้องทำศึกกับพม่าอยู่คราวนั้นหลายปี

เมื่อก่อนอังกฤษจะรบพม่านั้น เรือเหราข้ามสมุทบรรทุกสินค้าไปขายที่เมืองสิงคโปร์ เมื่อปลายปีมแมเบญจศก ครอเฟิดผู้รักษาเมืองสิงคโปร์บอกขุนสุรภาษานายเรือให้เข้ามาเรียนต่อเสนาบดีไทยว่า อังกฤษเห็นจะเกิดรบกับพม่าเปนแน่แล้ว เพราะพม่าดูหมิ่นอังกฤษมาช้านาน จนอังกฤษทนไม่ได้จึงต้องรบ ครอเฟิดคัดหนังสือจดหมายเหตุ ซึ่งเลขานุการของผู้สำเร็จราชการอินเดียของอังกฤษ ได้เรียบเรียงชี้แจงเหตุการณ์ที่ได้มีมาในระหว่างอังกฤษกับพม่า จนถึงเกิดเหตุที่จะต้องรบกัน มอบให้ขุนสุรภาษาถือเข้ามาให้เสนาบดีไทยด้วยฉบับ ๑ ด้วยในเวลานั้นอังกฤษก็เข้าใจอยู่ว่า ไทยเปนศัตรูกับพม่ามาแต่เดิม คงจะไม่ช่วยพม่ารบ แต่ก็ไม่ไว้ใจไทยทีเดียว ด้วยฝ่ายไทยลงไปตีได้เมืองไทรบุรี ตั้งปกครองอยู่ใกล้ชิดติดแดนทางเกาะหมาก เกรงจะเอาเปรียบในเวลาอังกฤษติดการสงครามประการ ๑ อิกประการ ๑ อังกฤษรู้อยู่ว่ามอญเข้าข้างไทย แลมีมอญที่อพยพหลบหนีพม่าเข้ามาอยู่เมืองไทยมาก อังกฤษตีเมืองพม่าจำต้องตีขึ้นไปทางข้างฝ่ายใต้ ซึ่งเปนเมืองมอญอยู่ก่อน อังกฤษอยากจะได้กำลังมอญทั้งที่อยู่ในเมืองไทยแลที่อยู่ในเมืองมอญช่วยอังกฤษรบพม่าด้วย จึงได้คิดอ่านผูกพันทาบทามไว้โดยทางไมตรี[๑]

ปีวอกฉศก จุล ๑๑๘๖ พ.ศ. ๒๓๖๗ เมื่อเดือน ๕ ปีวอกฉศก กองอาทมาตออกไปสืบราชการทางแดนพม่า ได้ความมาว่าอังกฤษกับพม่าเกิดรบกันขึ้นแล้ว ทรงพระราชดำริห์ว่า การศึกที่เกิดขึ้นใกล้ชิดติดต่อกับพระราชอาณาเขตร ไม่ควรจะไว้ใจแก่เหตุการณ์ จึงมีท้องตราสั่งหัวเมืองชายแดนให้จัดการรักษาด่านทาง แลสืบสวนเหตุการณ์ให้ถ้วนถี่ขึ้น แลทรงพระราชดำริห์ให้เตรียมกองทัพที่จะยกออกไปตั้งฟังเหตุการณ์ที่ปลายแดน แต่ยังหาได้ยกไม่



[๑] ความที่กล่าวมานี้ จะปรากฎต่อไปในพระราชพงษาวดารรัชกาลที่ ๓ อนึ่งบันทึกจดหมายเหตุซึ่งครอเฟิดคัดสำเนาส่งมานั้นได้แปลออกเปนภาษาไทย แลลงไว้ในหนังสือพระราชพงษาวดาร ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงษ์เต็มสำเนา เปนหนังสือกว่าเล่มสมุดไทย ๑ ข้าพเจ้าได้อ่านตรวจแลสอบดูกับหนังสือพงษาวดารพม่า ซึ่งเซออาเทอแฟรอังกฤษเปนผู้แต่ง ตัวเรื่องพงษาวดารที่กล่าวทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ตรงกันทีเดียว เพราะหนังสือบันทึกจดหมายเหตุแต่งขึ้นสำหรับแต่จะกล่าวโทษพม่า ประสงค์จะให้ผู้อ่านเห็นว่าเปนการสมควรที่อังกฤษจะรบ ไม่เปนประโยชน์ในทางพงษาวดาร ข้าพเจ้าจึงคัดออกเสีย ไม่เอามาลงไว้ในพระราชพงษาวดารฉบับนี้

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ