๓๗. เรื่องเขมรตีเมืองพัตบอง

ปีกุญสัปตศก จุล ๑๑๗๗ พ.ศ. ๒๓๕๘ ฝ่ายข้างเมืองเขมร ในเวลานั้นญวนให้องโปโหเปนข้าหลวงขึ้นมากำกับเมืองเขมรอยู่ สมเด็จพระอุไทยราชาปฤกษากับองโปโหว่า เมืองพัตบองแต่ก่อนก็เปนเมืองขึ้นของกรุงกัมพูชา พึ่งตกไปเปนเมืองขึ้นของไทย ๆ ได้เมืองพัตบองเปนที่พักกองทัพแลเสบียงอาหาร จึงสามารถทำการรบพุ่งในเมืองเขมรได้ ถ้าเขมรได้เมืองพัตบองกลับคืนไปเสียแล้ว ไทยก็จะหมดที่มั่น เขมรไม่ต้องเกรงทัพศึกที่จะมาจากทางเมืองไทยต่อไป องโปโหเห็นชอบด้วย แต่แนะนำว่า การที่จะเอาเมืองพัตบองคืนนั้น ให้เปนเขมรต่อเขมรทำกันเอง ญวนจะทำไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องด้วย ให้สมเด็จพระอุไทยราชายกเหตุ แต่งคนไปขอเก็บน้ำนมศิลาแลมูลค้างคาวในแขวงเมืองพัตบอง ตามประเพณีซึ่งเคยทำมาแต่ก่อน แต่ให้แต่งเปนกองทัพเข้าไป ถ้าเห็นพลเมืองพัตบองกลัวเกรงอำนาจกองทัพ ก็ให้เลยตีเอาเมืองพัตบองทีเดียว ถ้าเห็นว่าที่เมืองพัตบองจะต่อสู้มั่นคงอยู่ จะตีเอาไม่ได้ ก็อย่ารบพุ่ง ให้เปนแต่ไปเก็บน้ำนมศิลาแลมูลค้างคาว สมเด็จพระอุไทยราชาเห็นชอบด้วย จึงแต่งให้สมเด็จเจ้าพระยา (ติ) เปนแม่ทัพ พระยาสังคโลกน้อง เปนทัพน่า คุมกองทัพบกยกมาทาง ๑ ให้พระยายมราช พระยาโยธาสงคราม คุมกองทัพเรือยกมาอิกทาง ๑ ในเวลานั้นพระยามรามกำแหงเปนข้าหลวงอยู่ที่เมืองพัตบองกับพระยาอภัยภูเบศร์ผู้ว่าราชเมือง เมื่อได้ทราบว่าเขมรยกกองทัพล่วงเขตรแดนเข้ามาสามทาง มาตั้งประชุมทัพอยู่ที่บ้านโอระแวง พระยารามกำแหง พระยาอภัยภูเบศร์จึงแต่งคนให้ไปห้ามกองทัพเขมร ๆ ก็ไม่ฟัง ว่าจะเข้าไปเก็บน้ำนมศิลาแลมูลค้างคาวตามเคย จะให้ไปก็จะไป หรือมิให้ไปก็จะไป แล้วก็ยกกองทัพล่วงเลยเข้ามาตั้งค่ายที่หนองจอก ๔ ค่าย ตัวสมเด็จเจ้าพระยา (ติ) ตั้งที่บ้านอันลงกูบ พระยาเอกราชตั้งค่ายที่ริมวัดเขาบานน เขมรยกล่วงเข้าไปทางบ้านสลึง ตั้งปิดหลังทางเมืองโตนดอิกทาง ๑ พระยาอภัยภูเบศร์จึงให้พระยาวงษาธิราชคุมกำลังออกมาตั้งรักษาบ้านนายตำราไว้ ครั้งนั้นพวกกองทัพเขมรที่ยกเข้ามาในแขวงเมืองพัตบอง เที่ยวปล้นสดมเก็บทรัพย์สิ่งของราษฎรชาวบ้านเรื่อยมา จนพวกที่มาทางเขาบานนมาปะทะกับกองทัพพระยาวงษาธิราชเกิดรบกันขึ้น พวกกรุงกัมพูชาสู้พวกเมืองพัตบองไม่ได้ เจ้าพระยา (ติ) เห็นจะตีเอาเมืองพัตบองไม่ได้ ก็ให้ถอยกองทัพกลับไปตั้งอยู่เมืองโพธิสัตว

ใบบอกพระยารามกำแหงแลพระยาอภัยภูเบศร์ บอกเรื่องเขมรยกกองทัพล่วงแดนพัตบองเข้ามา มาถึงกรุงเทพฯ เมื่อเดือน ๖ ปีกุญสัปตศก จุลศักราช ๑๑๗๗ พ.ศ. ๒๓๕๘ ได้ทรงทราบความทรงแคลงพระไทยอยู่ เหตุด้วยพวกกรุงกัมพูชาเคยแต่งคนเข้ามาเก็บน้ำนมศิลากับมูลค้างคาวเปนประเพณีมาแต่ก่อน เกรงพวกเมืองพัตบองจะเห็นการเลก็เปนการใหญ่เกินไปกว่าเหตุ จึงโปรดให้พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองกับพระพรหมบริรักษ์เปนข้าหลวงรีบออกไปสืบเหตุการณ์ให้ได้ความจริง ก็ได้ความสมกับใบบอกเมืองพัตบอง จึงโปรดให้เกณฑ์กองทัพกรุงเทพฯ สมทบกับกองทัพเมืองนครราชสิมา ให้เจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์เปนแม่ทัพยกลงไปตั้งรักษาเมืองพัตบองไว้ แล้วโปรดให้เสนาบดีมีศุภอักษรแจ้งความไปยังเสนาบดีเมืองญวนให้ทูลแก่พระเจ้าเวียดนามยาลองให้ทราบเหตุการณ์ที่ข้าหลวงญวนมายุยงให้เขมรกำเริบขึ้น

ครั้นปีชวดอัฐศก จุลศักราช ๑๑๗๘ พ.ศ. ๒๓๕๙ เสนาบดีญวนมีศุภอักษรตอบเข้ามาว่า พระเจ้ากรุงเวียดนามได้ให้หินโปดังกวานเจ้าเมืองไซ่ง่อนเปนข้าหลวงขึ้นไปไต่สวนที่กรุงกัมพูซา ได้ความว่าสมเด็จเจ้าพระยา (ติ) กับพระยาสังคโลกน้อง ได้ยกเข้าไปในแดนเมืองพัตบองจริง แต่ไปเพื่อจะเก็บน้ำนมศิลาแลมูลค้างคาวตามประเพณีที่เคยทำมาแต่ก่อน กำลังแลไพร่พลมีไปก็แต่พอสมควร ทั้งได้บอกความแก่นายด่านให้แจ้งความไปให้ผู้ว่าราชการเมืองพัตบองทราบด้วยแล้ว ครั้นพวกกรุงกัมพูชายกเข้าไปถึงด่าน พวกนายด่านเมืองพัตบองหน่วงเหนี่ยวไว้ ไม่ยอมให้พวกกรุงกัมพูชาเข้าไปเก็บน้ำนมศิลาแลมูลค้างคาวดังแต่ก่อน ทำให้พวกกรุงกัมพูชาเกิดความสงสัย สมเด็จเจ้าพระยา (ติ) จึงให้พวกพระยาพระเขมรคุมกำลังเข้าไปตั้งที่บ้านอันลงกูบก่อน แล้วเกรงจะเกิดเหตุการณ์ สมเด็จเจ้าพระยา (ติ) จึงติดตามเข้าไป หาได้คิดทำร้ายอย่างใดไม่ เพราะเหตุที่พวกนายด่านเมืองพัตบองได้อนุญาตแล้ว แลภายหลังกลับกีดกันห้ามปรามพวกกรุงกัมพูชา จึงได้เกิดเปนปากเสียงกันขึ้น พวกเมืองพัตบองกลับยกกองทัพออกรบพุ่งพวกกรุงกัมพูชาบาดเจ็บล้มตายเปนกันมาก ทั้งเก็บริบเอาช้างแลเกวียนไปสิ้น แล้วยังไล่ติดตามพวกกรุงกัมพูชาลงไปจนถึงบ้านพระกำเบียน กวาดต้อนครอบครัวราษฎรในเขตรกรุงกัมพูชาไปกว่า ๔๐ บ้าน เปนจำนวนชายหญิง ๑,๔๐๐ คนเศษ เจ้าเมืองไซ่ง่อนได้ใช้ให้ขุนนางไปตรวจดูทุกบ้าน ก็เห็นแต่เรือนเปล่า ไต่ถามคนที่ยังเหลืออยู่ ได้ความว่าพวกเมืองพัตบองกวาดต้อนเอาผู้คนไป ยังพวกออกญาสังคโลกน้องสมเด็จเจ้าพระยา (ติ) นั้นก็หายไป จะตายหรือพวกเมืองพัตบองจะจับไปได้ก็หาได้ความไม่ เจ้าเมืองไซ่ง่อนไต่สวนได้ความดังนี้ ซึ่งพระยารามกำแหง พระยาอภัยภูเบศร์มีใบบอกเข้าไปกราบทูลว่า พวกกรุงกัมพูชายกล่วงแดนเข้าไปสามทาง ได้ห้ามปรามให้กลับไปก็ไม่ฟัง ขืนยกเข้าไปตั้งค่ายอยู่หนองจอก สมเด็จเจ้าพระยา (ติ) ยกเข้ามาตั้งอยู่บ้านอันลงกูบคนประมาณ ๔๐๐๐ เศษ ยังกองทัพพระยาเอกราชยกเข้ามาตั้งอยู่บ้านสลึง ปิดหลังทางบ้านโตนด แลว่าพวกกองทัพกรุงกัมพูชากวาดต้อนโคกระบือเก็บทรัพย์สิ่งของของราษฎรไป แล้วชวนรบเอาปืนยิงพวกกองทัพเมืองพัตบองก่อนจึงเกิดรบพุ่งกัน พวกกรุงกัมพูชาจึงล้มตายบาดเจ็บนั้น หาต้องกับเรื่องที่พระเจ้ากรุงเวียดนามให้สืบสวนได้ความไม่ จะฟังว่าความฝ่ายใดเปนแน่นั้นยังไม่ได้ แต่พิเคราะห์ดูได้ความจริงที่พวกกรุงกัมพูชาถูกบาดเจ็บล้มตาย แสราษฎรในเขตกรุงกัมพูชาถูกพวกเมืองพัตบองกวาดต้อนไปเปนกันมาก อิกข้อ ๑ ที่ว่าพวกกรุงกัมพูชายกเข้าไปถึง ๒๐๐๐ - ๓๐๐๐ คน ไปก่อการรบพุ่งขึ้นก่อนนั้นจริงอยู่ ผิดกันแต่พลความ การที่สมเด็จเจ้าพระยา (ติ) ใช้ให้พวกกรุงก้มพูชายกกองทัพล่วงแดนเมืองพัตบองเข้าไปนั้น ก็ไม่ได้ทูลให้สมเด็จพระอุไทยราชาทราบ ที่ไปเกิดเหตุจนถึงผู้คนล้มตายแลต้องถูกกวาดต้อนเข้าไปจากถิ่นฐานนั้น สมเด็จเจ้าพระยา (ติ) มีความผิด ใส่ด้วยบทกฎหมาย สมเด็จเจ้าพระยา (ติ) ควรถูกเฆี่ยน ๘๐ ทีอย่าง ๑ หรือถ้าอย่างหนักเฆี่ยน ๙๐ ทีอิกอย่าง ๑ ได้มอบตัวสมเด็จเจ้าพระยา (ติ) ให้สมเด็จพระอุไทยราชา จำไว้แล้ว แต่โทษของข้าราชการผู้ใหญ่ในเมืองพัตบอง ซึ่งแต่เดิมได้อนุญาตให้พวกกรุงกัมพูชาเข้าไปแล้ว แลภายหลังให้ผู้คนมากั้นกางเสียประการ ๑ ยังโทษที่ไล่ติดตามฆ่าฟันพวกชาวกรุงกัมพูชา แลที่กวาดต้อนเอาครอบครัวผู้คนไปอิกประการ ๑ ดูมีโทษมากกว่าสมเด็จเจ้าพระยา (ติ) เสียอิก กรุงเทพมหานครศรีอยุทธยาจะชำระลงโทษข้าราชการเมืองพัตบองอย่างไร อนึ่งเมืองเขมรเปนเมืองน้อย แต่ก่อนมาก็เปนข้าขึ้นทั้งสองพระนครอันใหญ่ ได้พึ่งสองพระนครบำรุงไว้จึงได้เปนบ้านเปนเมือง ที่ไหนจะอาจทำความถึงเพียงนี้ ที่เกิดเหตุจนได้ความลำบากเดือดร้อนครั้งนี้ ก็เพราะพวกเขมรทำตามอย่างตามธรรมเนียมเดิม กับเชื่อถือว่าได้มีหนังสือบอกเมืองพัตบองไปแล้วจึงด่วนไป จนเกิดความถึงผู้คนล้มตายเสียเปล่าเปนอันมาก จะเอาความนั้นเปนโทษใหญ่อย่างไร ควรจะเอนดูโอบอ้อมต่อผู้น้อย ถ้าจะเอาเปนความผิดแก่กรุงกัมพูชาฝ่ายเดียว เกลือกสองพระนครอันใหญ่จะหมองพระไทยกัน ก็จะเหมือนเห็นกับน้อยปล่อยให้เสียใหญ่ ขอให้กรุงเทพฯ คิดแต่ที่จะให้ดีกันเสมอต้นเสมอปลายเถิด สิ้นความตามศุภอักษรเสนาบดีญวน เท่านี้ การครั้งนั้นก็สงบอยู่มิได้รบพุ่งกันอิก แลมิได้ตอบศุภอักษรญวนประการใด เปนแต่เขมรแต่งกองทัพมาตั้งขัดด่านทางอยู่

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ