๕๕. เรื่องขยายเขตรพระบรมมหาราชวัง

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสร้างพระบรมมหาราชวังเวลาแรกประดิษฐานกรงรัตนโกสินทรนั้น โปรดให้สร้างวังเจ้านาย แลให้เสนาบดีสร้างบ้านเรือนอยู่รักษาการรายรอบพระราชวัง                                                          ฝ่ายข้างด้านใต้ระหว่างกำแพงพระบรมมหาราชวังไปจนจดเขตรวัดพระเชตุพน เมื่อในรัชกาลที่ ๑ นั้นโปรดให้เสนาบดีสร้างบ้านเรือนอยู่ ครั้นต่อมาเมื่อสร้างพระนครสำเร็จ มีผู้คนพลเมืองมาตั้งบ้านเรือนบริบูรณ์มั่งคั่งขึ้น เสนาบดีชุดเก่าถึงอสัญกรรมล่วงไป เสนาบดีที่เปนขึ้นใหม่ ก็อยู่บ้านเรือนห่างพระราชวังออกไป บ้านเสนาบดีที่อยู่ริมกำแพงพระราชวังครั้งรัชกาลที่ ๑ คงมีแต่บุตรหลานเชื้อวงษ์ของเสนาบดีนั้น ๆ อาไศรยอยู่ มาถึงรัชกาลที่ ๒ พระราชวงษ์แลข้าราชการฝ่ายใน ที่ต้องอยู่ในพระบรมมหาราชวัง รวมเปน ๒ รัชกาล จำนวนคนมากขึ้น ที่ภายในพระบรมมหาราชวังคับแคบ ที่สร้างตำหนักแลเรือนข้าราชการฝ่ายในไม่พอ ในปีขาลสัมฤทธิศกนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดให้จัดหาที่พระราชทานแลกที่บ้านเสนาบดี แล้วสร้างกำแพงขยายเขตรพระราชวังออกไปข้างด้านใต้ ให้ทำถนนสาย ๑ ขึ้นในระหว่างเขตรพระราชวังกับวัดพระเชตุพน (ซึ่งเรียกว่าถนนท้ายวังบัดนี้) แลสร้างประตูสกัดใต้สกัดเหนือ ชื่อว่าประตูทักษิณบวร ประตูสุนทรพิศาล (ซึ่งปากตลาดเรียกกันว่า ประตูแดง ในครั้งนั้นด้วย)

ที่พระบรมมหาราชวังซึ่งขยายออกไปข้างด้านใต้ในครั้งรัชกาลที่ ๒ จะพึงสังเกตได้ในเวลานี้ คือ ข้างด้านตวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ป้อมอนันตคิรีลงไปจนป้อมมณีปราการ ที่อยู่มุมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ส่วนด้านตวันตกเฉียงใต้นั้น ตั้งแต่ป้อมสัตตบรรพตลงไปจนป้อมภูผาสุทัศน์ ที่ประตูทักษิณบวรสกัดใต้

อนึ่ง เมื่อมาสอบแผนที่แลชื่อป้อมรอบพระบรมมหาราชวังพิเคราะห์ดู เข้าใจว่าเมื่อแรกสร้างพระบรมมหาราชวังในรัชกาลที่ ๑ เห็นจะมีป้อมรอบพระบรมมหาราชวังแต่ ๘ ป้อม เปนป้อมมุม ๔ ป้อมกลางย่าน ๔ แต่ข้างด้านตวันตกป้อมเหล่านี้อยู่กับกำแพงเมือง ด้วยด้านนั้นกำแพงเมืองอยู่ชิดกับกำแพงพระบรมมหาราชวัง รูปป้อมที่สร้างในรัชกาลที่ ๑ เปนแปดเหลี่ยม แลมีชื่อคล้องกันทั้ง ๘ ป้อม คือ ป้อมอินทรังสรรค์ ๑ ป้อมขันธ์เขื่อนเพ็ชร 9 ป้อมเผด็จดัษกร ๑ ป้อมสิงขรขัณฑ์ ๑ ป้อมอนันตคิรี ๑ ป้อมมณีปราการ ๑ ป้อมพิศาลสีมา ๑ ป้อมมหาโลหะ ๑ เมื่อขยายเขตรพระราชวังในรัชกาลที่ ๒ เข้าใจว่ารื้อป้อมมณีปราการเดิม ซึ่งอยู่ย่านกลางข้างด้านใต้ออกมาสร้างตามแนวกำแพงที่ขยายใหม่ แลสร้างป้อมมุมพระบรมมหาราชวังด้านใต้ขึ้น แล้วจึงจัดรเบียบชื่อป้อมเสียใหม่ เอาชื่อป้อมมณีปราการเดิมมาเปนชื่อป้อมมุม ป้อมย่านกลางด้านใต้ซึ่งสร้างใหม่ใช้ชื่อว่า ป้อมพิศาลสีมา เอาชื่อป้อมภูผาสุทัศน์มาใช้เปนชื่อป้อมมุมด้านตวันตกเฉียงใต้ที่สร้างใหม่ เปลี่ยนชื่อป้อมพิศาลสีมาเดิมเปนป้อมสัตตบรรพต แก้ไขป้อมย่านกลางด้านตวันตกเปน ๒ ป้อม อยู่ ๒ ข้างประตูฉนวน ชื่อป้อมโสฬศศิลาป้อม ๑ ป้อมมหาโลหะป้อม ๑ รูปป้อมที่สร้างในรัชกาลที่ ๒ ทำเปนรูปหอรบ ไม่ใช้รูปแปดเหลี่ยมอย่างรัชกาลที่ ๑ ดังจะเห็นได้จนทุกวันนี้[๑]



[๑] ที่กล่าวมาด้วยเรื่องชื่อป้อมนี้ กล่าวตามความสันนิฐานของข้าพเจ้าเอง ถ้าหากว่าชื่อป้อมรอบพระบรมมหาราชวังอย่างเรียกกันทุกวันนี้ มาขนานใหม่ในรัชกาลที่ ๒ หรือรัชกาลที่ ๓ ทั้งนั้น ความสันนิฐานก็อาจจะผิดได้ ต่อมาถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้สร้างป้อมรอบพระบรมมหาราชวังเติมขึ้นอิก ๓ ป้อม พระราชทานชื่อแทรกให้คล้องกับของเดิม คือ ป้อมสัญจรใจวิง ตรงถนนบำรุงเมือง อยู่ระหว่างป้อมเผด็จดัษกร กับ ป้อมสิงขรขัณฑ์ป้อม ๑ ป้อมขยันยิงยุทธ อยู่ริมพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ข้างด้านเหนือ ต่อป้อมสิงขรขัณฑ์ป้อม ๑ ป้อมฤทธิรุดโรมรัน อยู่ริมพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ข้างด้านใต้ ต่อป้อมอนันตคิรี ป้อม ๑ ต่อมาในรัชกาลที่ ๕ แต่แรกจะสร้างปราสาทบนกำแพงพระนครข้างด้านตวันตก ตรงประตูรัตนพิศาล อย่างพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ สำหรับทอดพระเนตรพยุหเสนากระบวนเรือ เรียกว่าพระที่นั่งทัศนานิกร พอยกโครงปราสาทขึ้นแล้ว การค้างอยู่ ภายหลังเลิกการที่จะสร้างปราสาท จึงแก้เปนป้อม เรียกว่าป้อมทัศนานิกร มีอยู่จนทุกวันนี้ ต่อมาเมื่อทำถนนใหญ่นอกกำแพงด้านตวันตก ในรัชกาลปัจจุบันนี้ ป้อมอินทรังสรรค์ ที่มุมกำแพงด้านตวันตกเฉียงเหนือป้อม ๑ ป้อมสัตตบรรพต อยู่ท้ายสนมด้านตวันตกป้อม ๑ กีดขวางแนวถนน จึงรื้อเสีย ๒ ป้อม

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ