๕๐. พระราชกำหนดพิธีวิสาขบูชา

๏ ศุภมัศดุ ๑๑๗๙ ศก อุศุภสังวัจฉร เจตมาศกาฬปักษ์ ทุติยดฤถีครุวาร บริเฉทกาลกำหนด พระบาทสมเด็จพระบรมธรรมิกมหาราชารามาธิราช บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐ เสด็จออกณพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน พร้อมด้วยอรรคมหาเสนามาตยาธิบดี มุขมนตรีกระวีชาติ ราชปโรหิตาโหราจารย์ ทูลละอองธุลีพระบาทโดยอันดับ ทรงพระราชศรัทธาถวายสังฆภัตรทานแก่พระสงฆ์ มีองค์สมเด็จพระสังฆราชเปนประธาน ครั้นเสร็จการภุตตากิจ พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงพระราชรำพึงเถิงสรรพการกุศล เปนต้นว่าบริจาคทานรักษาศีลเจริญภาวนา ซึ่งได้ทรงบำเพ็ญมาเปนนิจกาลนั้น ยังหาเต็มพระราชศรัทธาไม่ มีพระไทยปราถนาจะใคร่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ให้มีผลวิเศษประเสริฐยิ่งที่พระองค์มิได้ทรงกระทำ เพื่อจะให้แปลกปลาด จึงมีพระปุจฉาถามสมเด็จพระสังฆราช แลพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยถวายพระพรว่า แต่ก่อนสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้า กระทำสักการบูชาพระศรีรัตนไตรยในวันวิสาขบุรณมี คือวันเดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เปนวันวิสาขนักขัตฤกษ์มหายัญญพิธีบูชาใหญ่ มีผลอานิสงษ์มากยิ่งกว่าตรุศสงกรานต์ เหตุว่าเปนวันสมเด็จพระสัพพัญญูพุทธเจ้าประสูตร ได้ตรัสรู้ ปรินิพพาน แลสมเด็จพระเจ้าภาติกราช วสักราช ดิศมหาราช เคยกระทำสืบพระชนมายุเปนเยี่ยงอย่างโบราณราชประเพณีมีมาแต่ก่อน แลพระราชพิธีวิสาขบูชาอันนี้เสื่อมสูญขาดมาช้านานแล้ว หามีกระษัตริย์พระองค์ใดกระทำไม่ ถ้าได้กระทำสักการบูชาพระศรีรัตนไตรยในวันนั้นแล้ว ก็จะมีผลอานิสงษ์มากยิ่งนัก อาจสามารถปิดประตูจตุราบายภูมิทั้ง ๔ แลเปนที่จะดำเนินไปในสุคติภพเบื้องน่า อาจให้เจริญทฤฆายุศิริสวัสดิพิพัฒมงคล รำงับทุกข์โทษอุปัทวอันตรายไภยต่าง ๆ ในบริเฉทกาลปัจจุบัน เปนอนันตคุณานิสงษ์วิเศษนัก จะนับประมาณมิได้ ครั้นได้ทรงฟังเกิดพระราชปีติโสมนัส ตรัสเห็นว่าวิสาขบูชานี้ จะเปนเนื้อนาบุญราศีกองพระราชกุศลเกิดขึ้นอิกแห่ง ๑ เปนแท้ จึงทรงพระราชศรัทธาจะยกรื้อวิสาขบูชามหายัญญพิธีอันขาดประเพณีมานั้น ให้กลับคืนเจียรฐิติกาลปรากฎสำหรับแผ่นดินสืบไป จะให้เปนอัตตัตถประโยชน์ แลปรัตถประโยชน์ ทรงพระราชศรัทธาจะให้สัตวโลกข้าขอบขัณฑเสมาทั้งปวงจำเริญอายุแลอยู่เย็นเปนศุข ปราศจากทุกข์ภัยในชั่วนี้แลชั่วน่า จึงมีพระราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า แต่นี้สืบไปเถิงณวันเดือน ๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ แรมค่ำ ๑ เปนวันพิธีวิสาขบูชานักขัตฤกษ์ใหญ่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวจะทรงรักษาพระอุโบสถศีล ปรนิบัติพระสงฆ์ ๓ วัน ปล่อยสัตว ๓ วัน ห้ามมิให้ผู้ใดฆ่าสัตวตัดชีวิตรเสพสุราเมรัยใน ๓ วัน ถวายประทีปตั้งโคมแขวนเครื่องสักการบูชาดอกไม้เพลิง ๓ วัน ให้เกณฑ์ประโคมเวียนเทียนพระพุทธเจ้า ๓ วัน ให้มีพระธรรมเทศนาในพระอารามหลวงถวายไชยทาน ๓ วัน ส่วนพระบรมราชวงษานุวงษ์แลข้าทูลลอองธุลีพระบาทไพร่ฟ้าอาณาประชาราษฎรลูกค้าวานิชสมณะชีพราหมณ์ทั้งปวง จงมีศรัทธาปลงใจลงในการกุศล อุส่าห์กระทำวิสาขบูชาให้เปนประเพณียั่งยืนไปทุกปีอย่าให้ขาด ฝ่ายฆราวาศนั้นจงรักษาอุโบสถศีลถวายบิณฑบาตทาน ปล่อยสัตวตามศรัทธาทั้ง ๓ วัน ดุจวันตรุศสงกรานต์ เพลาเพนแล้วมีพระธรรมเทศนาในพระอาราม ครั้นเพลาบ่ายให้ตกแต่งเครื่องสักการบูชาพวงดอกไม้มาลากระทำให้วิจิตรต่าง ๆ ธูปเทียนชวาลาทั้ง (ธง) ผ้าธงกระดาษออกไปยังพระอาราม บูชาพระรัตนไตรย ตั้งพนมดอกไม้ แขวนพวงดอกไม้ธูปเทียนธงใหญ่ธงน้อยในพระอุโบสถพระวิหาร ที่ลานพระเจดีย์แลพระศรีมหาโพธิ แลผู้ใดจะมีเครื่องดุริยดนตรีมโหรีพิณพาทย์เครื่องเล่นสมโภชประการใด ๆ ก็ตามแต่ใจศรัทธา ครั้นเพลาค่ำให้บูชาพระรัตนไตรย ด้วยเครื่องบูชาประทีปโคมตั้งโคมแขวนจงทุกน่าบ้านร้านโรงเรือนแลเรือแพทุกแห่งทุกตำบล ให้ฆราวาสทำดังกล่าวนี้จงถ้วนครบ ๓ วัน แลณวันเดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำนั้น เปนวันเพ็ญบุรณมี ให้ข้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชวังหลวงในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ประชุมกันถวายฉลากภัตรแก่พระสงฆ์ แลให้มรรคนายกทั้งปวงชักชวนสัปรุษทายก บรรดาที่อยู่ใกล้เคียงอารามใด ๆ ให้ทำฉลากภัตรถวายพระสงฆ์ในอารามนั้น ๆ เพลาบ่ายให้เอาหม้อใหม่ใส่น้ำลอยด้วยดอกอุบลบัวหลวงวงสายสิญจน์สำหรับเปนน้ำปริตไปตั้งที่พระอุโบสถ พระสงฆ์ลงพระอุโบสถแล้วจะ ได้สวดพระพุทธมนต์จำเริญพระปริตธรรม ครั้นจบแล้วหม้อน้ำของผู้ใดก็ให้เอาไปกินอาบประพรมรดเย่าเรือนเคหาบำบัดโรคอุปัทวไภยต่างต่าง ฝ่ายพระสงฆ์สมณนั้น ให้พระราชาคณะถานานุกรมประกาศให้ลงพระอุโบสถแต่เพลาเพนแล้วให้พร้อมกัน ครั้นเสร็จอุโบสถกรรมแล้ว เจริญพระปริตธรรมแผ่พระพุทธอาชญาไปในพระราชอาณาเขตร รำงับอุปัทวไภยทั้งปวง ครั้นเพลาค่ำเปนวันโอกาศแห่งพระสงฆ์สามเณรกระทำสักการบูชาพระศรีรัตนไตรยที่พระอุโบสถแลพระวิหารด้วยธูปเทียนโคมตั้งโคมแขวนดอกไม้แลประทีปเปนต้น พระภิกษุที่เปนธรรมกถึกจงมีจิตรปราศจากโลภโลกามิศ ให้ตั้งเมตตาศรัทธาเปนบุเรจาริก จงสำแดงธรรมเทศนาให้พระสงฆ์สามเณรแลสัปรุษฟังโดยอันควรแก่ราตรีวันนั้นทุกอาราม ให้กระทำตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมานี้เสมอไปทุกปีอย่าให้ขาด ถ้าฆราวาศแลพระสงฆ์สามเณรรูปใดเปนพาลทุจริตจิตรคะนองหยาบช้าหามีศรัทธาไม่ กระทำความอันมิชอบให้เปนอันตรายแก่ผู้กระทำวิสาขบูชาในวันนักขัตฤกษ์นั้น ก็ให้ร้อยแขวงนายบ้านนายอำเภอกำชับตรวจตราสอดแนมจับกุมเอาตัวผู้กระทำผิดให้จงได้ ถ้าจับกระหัษฐได้ในกรุงฯ ให้ส่งกรมพระนครบาล นอกกรุงฯ ส่งเจ้าเมืองกรมการ ถ้าจับพระสงฆ์สามเณรได้ในกรุงฯ ส่งสมเด็จพระสังฆราช พระพนรัตน์ นอกกรุงฯ ส่งเจ้าอธิการ ให้ไล่เลียงไถ่ถาม ได้ความเปนสัตย์ให้ลงโทษลงทัณฑกรรมตามอาญาฝ่ายพระพุทธจักรแลพระราชอาณาจักร จะได้หลาบจำอย่าให้ทำต่อไป แลให้ประกาศป่าวร้องอาณาประชาราษฎรลูกค้าวานิช สมณชีพราหมณ์ ให้รู้จงทั่ว ให้กระทำดังพระราชบัญญัติดังกล่าวมานี้จงทุกประการ ถ้าผู้ใดมิฟัง จะเอาตัวผู้กระทำผิดเปนโทษโดยโทษานุโทษ ๚

พิธีวิสาขบูชาที่ทำในกรุงเทพฯ เมื่อรัชกาลที่ ๒ ปรากฎว่ามีการเหล่านี้[๑] คือ ทำโคมปิดกระดาษ ชักเสาไม้ไผ่ยอดผูกฉัตรกระดาษพระราชทานไปปักจุดเปนพุทธบูชาตามพระอารามหลวงวัดละสี่เสาอย่าง ๑ ให้อำเภอกำนันป่าวร้องราษฎรให้จุดโคมตามประทีปตามบ้านเรือนเปนพุทธบูชาอย่าง ๑ หมายแผ่พระราชกุศลแก่ข้าราชการให้ร้อยดอกไม้มาแขวนเปนพุทธบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดารามทั้ง ๓ วันอย่าง ๑ มีดอกไม้เพลิงของหลวงตั้งจุดเปนพุทธบูชาที่น่าวัดพระศรีรัตนศาสดารามอย่าง ๑ นิมนต์พระสงฆ์ให้ให้อุโบสถศีลแลแสดงพระธรรมเทศนาแก่ราษฎรตามพระอารามหลวงฝั่งตวันออก ๑๐ วัด ฝั่งตวันตก ๑๐ วัด เครื่องกัณฑ์เปนของหลวงพระราชทาน แลให้อำเภอกำนันป่าวร้องตักเตือนราษฎร ให้ไปรักษาศีลฟังธรรมแลห้ามการฆ่าสัตวตัดชีวิตรอย่าง ๑ ทำธงจระเข้ไปปักเปนพุทธบูชาตามพระอารามหลวงวัดละคันอย่าง ๑ เลี้ยงพระสงฆ์ในท้องพระโรง พระราชทานสลากภัตร แล้วสดัปกรณ์พระบรมอัฐิอย่าง ๑



[๑] เรื่องลักษณทำพิธีวิสาขบูชาเมื่อในรัชกาลที่ ๒ แลที่ได้แก้ไขในรัชกาลต่อมา มีพระบรมราชาธิบายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้โดยพิศดาร แจ้งอยู่ในหนังสือเรื่องพระราชพิธี ๑๒ เดือน

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ