แม้เมฆดำยังแรขอบน้ำเงิน

ยามระทมตรมตรอมหฤทัย เหมือนชีวิตจิตต์ใจออกจากร่าง
ให้ซึมเซาเศร้าสลดหมดหนทาง กายเหมือนอย่างไม้ขอนท่อนทอดทิ้ง
เบื่อโลก เบื่อถิ่น เบื่อกินนอน แผ่นดินร้อนระงมทุกข์ถ้วนทุกสิ่ง
ในโลกนี้ไม่มีความสุขจริง ยิ่งคิดยิ่งเบื่อโลกและชีวา
จะตายร้ายตายดีก็ทีหนึ่ง ลุกทลึ่งเถลือกถลนเหมือนคนบ้า
แล้วทอดกายสยายเกล้าเศร้าโสกา แหงนดูฟ้าตาค้างอย่างสิ้นคิด
เห็นเมฆหนาตั้งมาเป็นก้อนๆ บดบังแสงทินกรเกือบสนิท
จวบโพล้เพล้เวลามาประชิด ดวงอาทิตย์ทอแสงแทงสอดไว้
อนิจจาเมฆคล้ำดำแท้ๆ อุตส่าห์แรขอบน้ำเงินเพลิดเพลินได้
อันคนเราถึงเศร้าโศกเพียงไร ก็เบาใจเมื่อเขารู้เท่าทุกข์
พอเล็งเห็นโลกธรมขำข้อนี้ ค่อยใจดียิ้มออกบอกสนุก
สติคืนเข้าแหล่งแห่งประมุข แลเห็นสุขและทุกข์เทียมคู่กัน
ทุกข์คือร้อน, ถอนทุกข์เหลือสุขเย็น ของเห็นๆ ไม่ยากพอบากบั่น
เมฆก้อนนี้จึงมีคุณอนันต์ ไม่เช่นนั้นมรณ์ภัยได้พบแล้ว

๑๕ มกร. ๗๗

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ