ราตรี

(อินทวสันตดิลกฉันท์)

ราตรีก็แม่นมี ขณะดีและร้ายปน
ไป่ผิดกะคนๆ คุณโทษประโยชน์ถม
ราตรีกลีกลพิโรธ หฤโหดคระหึมลม
มืดตื้อกระพือพิรุณพรม และฤเราจะแยแส ?
ราตรีดิถี[๑]สุข นิรทุกข์ประเทืองแด
ฟ้างามอร่ามแล ระกะดอกกุดั่นหาว[๒]
โสมส่องสนองชุษณปักษ์ ศุภลักษณ์ลำยอง, คราว
ยั่วยิ้มณริมพิภพ, ราว ทิพลาภบำเรอเรา[๓]
พิณฟ้าณราตรี ธรณีสุโนกเนา
ส่งเสียงประสานเสา- วสภาพพะนอสรวง[๔]
กลิ่นหล้านภาจรจะปรน สุวคนธบำบวง
เรณูดำรูรสณพวง พนพุ่มผะกาไพร[๕]
น้ำค้างพระพร่างโปรย ชลโชยชะดอกใบ
สุมทุมฉะอุ่มใส ชิพสดเสมือนหมาย
ดึกดื่นณพื้นอุทยทิศ สุริย์ฤทธิแพร่งพราย[๖]
ดาวเดือนก็เลือนรชนิ[๗]หาย ระพิ[๘]จ้าทิวาแทน
ค่ำคืนระรื่นรัก สุขจักประจักษ์แสน
ราตรีฉะนี้แดน มธุรสธำรงเรือน[๙]
จริงหรือจะรักรมยสุข นิรทุกข์ระทมเยือน​ ?
โลกียสุขสุขเสมือน สุขโลกอุดรหรือ ?[๑๐]

๑๗ พฤศจิก. ๗๓


[๑] ดิถี วันที่นับขึ้นแรมตามจันทรคติ

[๒] ......หาว ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาว

[๓] ......เรา ดาวที่ยิ้มยวนอยู่ริมโลกเป็นลาภทิพย์ของมนุษย์

[๔] ......สรวง นก ณ พื้นโลกส่งเสียงเป็นดนตรีอากาศบำเรอฟ้า

[๕] ......ไพร พน, วน ว่าป่า ทั้งบทแสดงความว่า กลิ่นหอมจากโลกขึ้นไปอบอวนอยู่ในอากาศ ราวกับการบวงสรวงเทวดา

[๖] ......แพร่งพราย เวลาจวนรุ่งแสงพระอาทิตย์ (แสงเงินแสงทอง) ทอขึ้นมาให้เห็นสว่างทางทิศตะวันออก

[๗] รชนิ รัชนี แปลว่า กลางคืน รัชนีกร ว่าพระจันทร์

[๘] ระพิ ระพี แปลว่า พระอาทิตย์

[๙] ......เรือน กลางคืนเป็นแดนแห่งรสหวานคือความรัก

[๑๐] ......หรือ? โลกียสุขมีเวลาพราก จึงเป็นเหยื่อล่อให้ต้องรับทุกข์คือความพลัดพรากจากสุข แต่โลกุตรสุขคือพระนิพานเป็นสุขแท้จริง ไม่มีสิ้นสุด ไม่ใช่เหยื่อเบ็ดแห่งทุกข์

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ