ดอกไม้

ฉันเห็นดอกไม้ที่ไหนงาม พยายามเด็ดดมชมชื่น
ทิ้งโรยทำไมไม่ยั่งยืน รสรื่นนาสายิ่งน่าชม
จะของใครปลูกไว้ฉันไม่ว่า ดูเป็นธรรมดาหาได้ถม
ใครเพิกเฉยเลยไปไม่เด็ดดม เขากลับสมเป็นงั่งชังดอกไม้
การเก็บบุบผามาชม ฉันอบรมแต่เล็กคุ้มใหญ่
ไม่เห็นเสียหายอะไร ใครๆก็เห็นเป็นธรรมดา
ไม่ว่าของฉันหรือของใคร ดอกไม้เมื่อบานก็น่า
เก็บดมชมเล่นเป็นขวัญตา ดีกว่าทิ้งขว้างร้างโรยไป
วันหนึ่งฉันไถลไปเยือน เจ้าเยื้อนเพื่อนงานในบ้านใหญ่
เห็นบานชื่อบานจ้าน่าชื่นใจ ที่ร่องใหญ่ใกล้ทางดังเชิญชม
ฉันกรากใส่เก็บให้สมใจรัก กำลังหักยายบ้าด่าขรม
จากหน้าต่างข้างสนามสงครามลม ฟังขื่นขมฉันขยาดไม่อาจรอ
รีบเดินรี่หนีออกประตูบ้าน กำบานชื่นไม่ชื่นบานรำคาญหนอ
แต่นั้นมาได้รู้เป็นครูพอ ว่าเขาก็เราก็ย่อมเหมือนกัน
บุบผชาติปลูกไว้จะใคร่ชม อภิรมย์เริงใจในสวนขวัญ
ของสงวนควรรู้อยู่ทั้งนั้น ทำไมฉันไม่รู้?ดูน่าเคอะ
อันนารีนี้เช่นบุบผชาติ งามเกลื่อนกลาดจริงอยู่ดูเอาเถอะ!
ฉันเชื่อข้างลามปามลวนลามเลอะ จึงสะเออะเข้าที่ไหนเป็นได้การ
เพื่อนฉันชมฉันว่าเจ้าชู้ มันก็ดูเก๋ดีนะ! ท่าน
เสือผู้หญิงกรุ้งกริ่งหยิ่งทะยาน ได้รับการป้อยอก็พอดี
กำเริบใจได้ชัยซ้อนชัย หมูไม่กินก็ใครจะกินคี่?
ความรู้สึกเป็นไปได้เช่นนี้ สมุฏฐานอยู่ที่ความนิยม
ครั้นต่อมาเขาพากันคว่ำบาตร ว่าสัญชาติเจ้าชู้อย่าสู่สม
ไม่มีใครคบหาสมาคม ต้องระทมทุกข์เพลียเป็นเหี้ยไป
ความนิยมอย่างหลังย่อมยังผล ให้คนเป็นคนขึ้นได้
ตรงข้ามกับนิยมชมใช้ ให้คนใกล้สัตว์บัดสีเอย

กันย์. ๗๗

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ