๕๔

ฝ่ายหลีแบถอง อ๋องเอ๊ก ลีเซง เอียวฮี เอียวบู๊ ครั้นเห็นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องตายแล้ว ก็ชวนกันเข้าตัดเอาศีรษะพระเจ้าฌ้อปาอ๋องไปให้แก่ฮั่นอ๋อง ฮั่นอ๋องก็มีความยินดีนัก จึงให้รางวัลแก่นายทหารทั้งห้าคน ตั้งหลีแบถองเป็นจ๋งจุยเฮ้า ตั้งอ๋องเอ๊กเป็นเต้าสุดเฮ้า ตั้งเอียวฮีเป็นเฉียจัวเฮ้า ตั้งเอียวบู๊เป็นโงฮองเฮ้า ตั้งลีเซ่งเป็นฮองเอียงเฮ้า เป็นที่ขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายทหาร แล้วฮั่นอ๋องสั่งให้ก่อตึกขึ้นริมแม่น้ำโอกั๋ง เอาศพพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเข้าไว้ที่นั้น เกณฑ์คนให้ไปรักษาอยู่มิได้ขาด ถ้าถึงวันที่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องตายนั้นก็ให้เอาธูปเทียนแลเครื่องเซ่นไปเซ่นวักทุกวัน ฮั่นอ๋องก็ยังตั้งค่ายประทับอยู่ที่นั่น

ฝ่ายเตียวเหลียงจึงพาตัวห้างเป๊กเข้าไปหาฮั่นอ๋อง แล้วเตียวเหลียงจึงว่าแก่ฮั่นอ๋องว่า ไตสุมาห้างเป๊กนี้มาพึ่งบุญท่านจะขอทำราชการอยู่ด้วย ไตสุมาห้างเป๊กก็ได้มีความชอบไว้อยู่ ทั้งนี้สุดแต่ท่านจะกรุณาเถิด ฮั่นอ๋องจึงว่าแก่เตียวเหลียงว่า อันไตสุมาห้างเป๊กนี้ได้มีคุณไว้แก่เราเป็นอันมาก แล้วก็เป็นเกี่ยวดองกันอยู่ด้วย เมื่อขณะทหารพากันหนีฌ้อปาอ๋องไปนั้น เรามีความวิตกถึงไตสุมาห้างเป๊กนัก กลัวว่าจะพลอยหนีหลบหลีกไปอื่น คิดว่าจะให้คนเที่ยวสืบเสาะอยู่อีก แลบัดนี้มาหาเรามีความยินดีนัก ฮั่นอ๋องจึงให้รางวัลแก่ห้างเป๊กเป็นอันมาก ตั้งห้างเป๊กให้เป็นเซียเอียงเฮ้าที่ขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายพลเรือนแล้วให้ห้างเป๊กเป็นแซ่เล่าแซ่เดียวกันกับฮั่นอ๋อง ห้างเป๊กก็มีความยินดีเต็มใจสามิภักดิ์ต่อฮั่นอ๋องโดยสุจริต

ฝ่ายฮั่นอ๋องก็สั่งให้ยกกองทัพจะกลับมา ณ เมืองลกเอี๋ยง เตียวเหลียงจึงว่าแก่ฮั่นอ๋องว่า ซึ่งท่านจะด่วนถอยทัพไปนั้นข้าพเจ้ายังไม่เห็นด้วย ครั้งนี้ถึงสำเร็จราชการฌ้อปาอ๋องแล้วก็จริง แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าแผ่นดินยังหาราบคาบไม่ ด้วยเมืองเล่าก๊กซึ่งขึ้นแก่ฌ้อปาอ๋องอยู่ริมเมืองชัวตั๋งนั้นยังเป็นเสี้ยนหนามในแผ่นดินอยู่ ถ้าท่านไม่รีบตีเสียให้สำเร็จนานไปก็จะได้รับความลำบากอีก ฮั่นอ๋องจึงว่าอันเมืองเล่าก๊กเป็นเมืองน้อยนิดหนึ่งเท่านี้ เหตุไรท่านจึงคิดวิตกเห็นว่าจะต้องลำบากไปเล่า เตียวเหลียงจึงว่าอันเมืองเล่าก๊กนั้นเป็นเมืองน้อยก็จริง แต่รอบคอบมั่นคงนัก ผู้คนก็มาก แล้วเป็นเมืองพระเจ้างี่เต้ประทานให้ฌ้อปาอ๋อง แต่เมื่อยังเป็นหลอก๋องอยู่นั้น ฌ้อปาอ๋องก็ได้ไปอยู่ช้านาน บรรดาคนในเมืองเล่าก๊กก็นับถือฌ้อปาอ๋องว่าเป็นเจ้านายของตัวมีกตัญญูซื่อตรงนัก ถ้ารู้ว่าท่านฆ่าฌ้อปาอ๋องเสียก็จะมีใจเจ็บแค้นแข็งเมืองขึ้น คอยจะทำอันตรายแก่ท่าน ถึงจะมีรี้พลมากก็เห็นจะตีมิได้โดยง่าย

ฮั่นอ๋องได้ฟังเตียวเหลียงว่าดังนั้น ก็เห็นชอบด้วย จึงว่าถ้าซินแสไม่เตือนสติข้าขึ้น ข้าก็จะประมาทไป แล้วฮั่นอ๋องก็ให้ตรวจเตรียมทหาร ยกข้ามไป ณ เมืองเล่าก๊ก ครั้นถึงก็ล้อมเข้าไว้ทั้งสี่ด้าน สั่งทหารให้รีบตีกระหนาบเข้าไป

ฝ่ายชาวเมืองเล่าก๊กก็ปิดประตูเมือง ขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้มั่นคง มิได้มีความสะดุ้งตกใจ ชวนกันร้องรำทำเพลงอยู่ ฮั่นอ๋องยกทหารเข้าหักเอาเมืองถึงห้าวันก็มิได้ แล้วได้ยินเสียงผู้คนในเมืองร้องรำทำเพลงก็โกรธ จึงสั่งให้ทหารเอาพลุแลคบเพลิงผูกเกาทัณฑ์ระดมยิงเข้าไป เตียวเหลียงจึงห้ามฮั่นอ๋องว่า ซึ่งท่านจะให้ทำดังนั้นไม่ควร อันแซ่เมืองเล่าก๊กนี้เป็นคนซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนัก แล้วก็เชื้อสายของจิวก๋อง ซึ่งเป็นอาจารย์ของบุนอ๋องนั้น แลเมืองเล่าก๊กนี้ก็เป็นหลักแผ่นดิน แต่บรรดาอาจารย์ที่คนทั้งปวงได้เล่าเรียนหนังสือตำรับตำราสิ่งใดก็เกิดไปแต่เมืองนี้ก่อน อันท่านจะมาทำให้เมืองเล่าก๊กฉิบหายเสียมิชอบ ซึ่งท่านได้ยินชาวเมืองร้องรำทำเพลงอยู่ ก็เพราะชาวเมืองมีน้ำใจกตัญญูต่อพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง หมายจะสู้ตายด้วยเจ้านายของตัว จึงหาคิดย่อท้อสะดุ้งตกใจไม่ ท่านเอาศีรษะฌ้อปาอ๋องมาเกลี้ยกล่อมเถิด เห็นจะได้เมืองโดยง่าย ฮั่นอ๋องได้ฟังเตียวเหลียงว่าดังนั้น จึงใช้คนให้เอาศีรษะพระเจ้าฌ้อปาอ๋องมาเสียบไว้ที่ริมเชิงกำแพงเมือง แต่บรรดาคนในเมืองรู้ว่าศีรษะพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ร้องไห้ เตียวเหลียงจึงให้ทหารร้องประกาศว่าฌ้อปาอ๋องเป็นขบถฆ่าพระเจ้างี่เต้เสีย แต่บรรดาหัวเมืองทั้งปวงมีน้ำใจโกรธแค้นฌ้อปาอ๋องเป็นอันมาก คิดถึงคุณพระเจ้างี่เต้จึงชวนกันมาประชุมช่วยฮั่นอ๋องกระทำศึกกำจัดฌ้อปาอ๋องจนสำเร็จ ครั้งนี้ชาวเมืองเล่าก๊กเหตุไรจึงไม่คิดถึงคุณพระเจ้างี่เต้เลย ยังนับถือฌ้อปาอ๋องซึ่งเป็นขบถอยู่อีกเล่า

ฝ่ายชาวเมืองได้แจ้งดังนั้น ก็คิดโกรธพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนัก จึงปรึกษากันว่าฮั่นอ๋องนี้มีกตัญญูต่อแผ่นดินควรเป็นเจ้า เราจะออกไปอ่อนน้อมจึงจะชอบ ชาวเมืองคิดดังนั้นแล้ว แต่บรรดาผู้ใหญ่ก็ชวนกันเปิดประตูออกมาเชิญฮั่นอ๋องเข้าไปในเมือง

ฝ่ายฮั่นอ๋องครั้นได้เมืองเล่าก๊กแล้ว ก็เกลี้ยกล่อมอาณาประชาราษฎร์ให้อยู่เย็นเป็นสุข ทำมาหากินอยู่ตามภูมิลำเนา กำชับทหารทั้งปวงมิให้เบียดเบียนเลย ฮั่นอ๋องยกเข้าตั้งพักอยู่ในเมืองนั้น จึงให้เอาศพพระเจ้าฌ้อปาอ๋องไปก่อตกแต่งการตามธรรมเนียมฝังไว้นอกเมืองเล่าก๊ก ทางประมาณร้อยห้าสิบเส้น แล้วเขียนหนังสือจารึกไว้ที่ตึกนั้น ให้เรียกชื่อพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเป็นหลอก๋องตามคำพระเจ้างี่เต้ตั้งไว้แต่แรก อยู่เวลาวันหนึ่งฮั่นสินแลขุนนางหัวเมืองทั้งปวงเข้าไปหาฮั่นอ๋อง ณ ที่ออกขุนนางพร้อมกัน ฮั่นอ๋องจึงสั่งแก่ขุนนางหัวเมืองว่า ท่านทั้งปวงชวนกันกลับไปรักษาบ้านเมืองก่อนเถิด ถ้าเรากลับไปเมืองลกเอี๋ยงแล้ว เราจะปูนบำเหน็จท่านทั้งปวงตามซึ่งได้มีความชอบนั้น แต่บรรดาขุนนางหัวเมืองทั้งปวงต่างคนก็กระทำคำนับลาฮั่นอ๋องกลับไปสิ้น

ฝ่ายฮั่นอ๋องจึงคิดแต่ในใจว่า เราให้ฮั่นสินไปเป็นเจ้าอยู่ ณ เมืองเจ๋มีเมืองขึ้นถึงเจ็ดสิบหัวเมือง แล้วฮั่นสินก็มีสติปัญญาเคยเป็นแม่ทัพกระทำศึกชำนาญนัก ถ้าฮั่นสินมีน้ำใจกำเริบคิดขบถขึ้น เราก็ไม่มีความสุข ครั้นจะถอดเสียจากเจ้าเมืองเล่า ฮั่นสินก็ไม่มีความผิด กระทำความชอบไว้เป็นอันมาก จำจะให้ฮั่นสินไปอยู่เมืองฌ้อ ถึงมาตรว่าจะคิดขบถก็จะหาสำเร็จไม่ ด้วยผู้คนในเมืองฌ้อเบาบางนัก ฮั่นอ๋องคิดดังนั้นแล้วจึงว่าแก่ฮั่นสินว่า ซึ่งเรากระทำศึกกับหลอก๋องจนสำเร็จราชการแลได้แผ่นดินทั้งนี้ ก็เพราะปัญญาของท่าน ครั้งนี้ท่านกระทำความชอบไว้แก่เรามากมายนัก เราคิดถึงความชอบของท่านอยู่มิได้ขาด หมายจะชุบเลี้ยงท่านไปจนเราจะหาชีวิตไม่ แต่เรามีความวิตกอยู่หน่อยหนึ่งซึ่งท่านจะกลับไปอยู่เมืองเจ๋นั้น เราเห็นว่าคนในเมืองเจ๋มักเป็นคนโลภเกลือกจะชวนกัน ยุยงท่าน ให้ท่านตัดทางไมตรีเราเสีย ถึงท่านจะมีน้ำใจคิดกรุณาเราอยู่ ถ้าประมาทล่วงการทั้งปวงไปก็จะเป็นไปบ้าง เราจึงคิดวิตกเสียดายเห็นว่าท่านกับเราเสียแรงได้รักกันแล้วแลจะมิได้อุปถัมภ์กันไปจนตราบเท่าสิ้นชีวิตได้ เราจึงคิดว่าท่านก็เป็นเชื้อสายเกิดอยู่ในเมืองฌ้อนั้น จะใคร่ให้ท่านไปเป็นเจ้าเมืองฌ้อ จะได้บำรุงญาติพี่น้องให้อยู่เป็นสุขสืบเชื้อสายต่อกันไป ซึ่งเราว่าทั้งนี้ใช่จะชิงชังท่านแล แกล้งถอดถอนให้ถอยจากยศศักดิ์นั้นหามิได้ ท่านอย่าคิดน้อยใจเราเลย ฮั่นสินได้ฟังฮั่นอ๋องว่าดังนั้นก็สะดุ้งตกใจ จึงแก้เอาตราแม่ทัพส่งคืนให้ฮั่นอ๋อง แล้วว่ากับฮั่นอ๋องว่า เดิมท่านโปรดให้ข้าพเจ้าไปอยู่เมืองเจ๋นั้นข้าพเจ้าเอาบารมีของท่านไปปกป้องบำรุงแผ่นดินโดยปกติ คนทั้งปวงก็สำคัญว่าข้าพเจ้าจะได้อยู่เมืองเจ๋ จึงนับถือกระทำตามถ้อยคำข้าพเจ้ามิได้มีผู้ใดล่วงเกิน เพราะบุญของท่านปกป้องอยู่ แลบัดนี้ท่านจะให้ข้าพเจ้าไปอยู่ ณ เมืองฌ้อราษฎรในเมืองเจ๋จะมิเข้าใจว่าท่านไม่กรุณาข้าพเจ้าเหมือนแต่ก่อนแล้วหรือ ฮั่นอ๋องได้ฟังฮั่นสินว่าดังนั้นก็ทอดใจใหญ่ จึงว่าซึ่งท่านเจรจาดังนี้ก็เห็นจะผิดกับความคิดเราแล้ว ด้วยเดิมเรากับหลอก๋องยังกระทำศึกติดพันกันอยู่ เห็นว่าคนในเมืองเจ๋น้ำใจไม่ยั่งยืนมักกลับกลอกกลัวว่าจะเอาใจออกหากเสีย เห็นท่านมีสติปัญญาพอจะเกลี้ยกล่อมข่มขี่ได้ เราจึงตั้งท่านให้ไปบำรุงบ้านเมืองไว้กว่าจะปกติ บัดนี้ก็สำเร็จราชการศึกบ้านเมืองก็เป็นสุขแล้ว เราเห็นว่าท่านเป็นชาวเมืองฌ้อ จึงจะให้ไปอยู่ตามเชื้อสายได้สืบแซ่ไปอีก ท่านอย่าถืออยู่ว่ามากแล น้อยเลย ถ้าชีวิตเรายังอยู่แล้วก็คงจะชุบเลี้ยงท่านให้อยู่เย็นเป็นสุข ฮั่นสินได้ฟังฮั่นอ๋องว่าก็เสียใจ แต่มิอาจที่จะออกปากได้จึงเอาตราเจ๋อ๋องส่งคืนให้ฮั่นอ๋อง ๆ ก็เอาตราฌ้ออ๋องมอบให้แก่ฮั่นสิน ๆ ก็กระทำคำนับลาฮั่นอ๋องไปเป็นฌ้ออ๋องอยู่เมืองฌ้อ เวลาวันหนึ่งฮั่นสินจึงให้คนไปสืบเอาตัวแม่หญิง ซึ่งฮั่นสินได้อาลัยกันมาแต่ก่อน กับอักเชียวเลียนซึ่งเป็นคนพาลเที่ยวอยู่ในเมืองนั้น ทหารก็หาตัวคนทั้งสองเข้าไปได้

ฝ่ายแม่หญิงครั้นเข้าไปถึงก็คุกเข่าลงคำนับฮั่นสินแล้วยืนนิ่งอยู่ แต่อักเชียวเลียนนั้นได้กระทำผิดไว้แก่ฮั่นสินแต่ก่อน กลัวว่าฮั่นสินจะมีความโกรธแค้นอยู่ อักเชียวเลียนยืนก้มหน้ามิได้แลดูฮั่นสินเลย ฮั่นสินจึงให้เงินพันตำลึงแก่แม่หญิง แลอักเชียวเลียนนั้นตั้งให้เป็นจงอุยที่ขุนนางนายทหาร อักเชียวเลียนจึงว่าแก่ฮั่นสินว่า ตัวข้าพเจ้าเป็นคนผิด แต่ท่านไม่ประหารชีวิตเสียก็มีพระคุณนักหนาอยู่แล้ว อันซึ่งจะตั้งให้ข้าพเจ้าเป็นขุนนางนั้น ไม่ควรที่ข้าพเจ้าจะเข้ารับเอายศศักดิ์ของท่าน ฮั่นสินจึงว่าท่านอย่าได้คิดวิตกถึงความผิดนั้นเลย เราจะได้มีความโกรธแค้นพยาบาทท่านนั้นหามิได้ เราคิดถึงท่านว่าได้มีคุณไว้แก่เราอีก ซึ่งเราได้ดีขึ้นทั้งนี้ก็เพราะตัวท่าน ๆ จงรับเอาที่ขุนนางทำราชการด้วยเราเถิด อักเชียวเลียนก็มิใคร่จะยอม ฮั่นสินซ้ำว่าถึงสองสามครั้งจึงรับ แล้วอักเชียวเลียน กับหญิงผู้นั้นก็คำนับลาฮั่นสินกลับไปที่อยู่ ฮั่นสินจึงทูลกับขุนนางทั้งปวงว่า อันอักเชียวเลียนเป็นคนมีฝีมือนัก แต่ก่อนเรายังไม่ตั้งตัวได้ กระทำหยาบช้าข่มเหงเราต่าง ๆ เราก็สู้อดโทโสเสียไม่กระทำตอบโต้เลย ถ้าคิดหุนหันเข้ากระทำแก่อักเชียวเลียน แม้นเรามีอันตรายลงที่ไหนจะได้มียศศักดิ์ถึงเพียงนี้ ขุนนางทั้งปวงได้ฟังฮั่นสินว่าดังนั้นก็ยกมือขึ้นคำนับแล้วว่า อันน้ำใจท่านนี้ยั่งยืนนัก แล้วก็ไม่มีความพยาบาทเลย อักเชียวเลียนกระทำถึงเพียงนั้นก็ยังอดโทโสได้ แล้วกลับเอามาตั้งขึ้นเป็นขุนนางอีกเล่า คุณท่านหาที่สุดมิได้ ฮั่นสินครั้นออกว่าราชการได้เวลาแล้ว ก็ลุกเข้าไปที่ข้างใน

ฝ่ายฮั่นอ๋องครั้นเสร็จราชการศึกแล้ว ก็กลับมาอยู่ ณ เมืองลกเอี๋ยงบำรุงอาณาประชาราษฎร์ให้อยู่เย็นเป็นสุข ครั้นถึงเดือนสามตรุษจีนขึ้นปีใหม่ ฮั่นสินแลขุนนางหัวเมืองทั้งปวงก็เข้ามาคำนับฮั่นอ๋องพร้อมกันตามธรรมเนียม ขุนนางทั้งปวงจึงปรึกษากันว่า บัดนี้แผ่นดินก็ราบคาบเป็นปกติแล้ว เราจะตั้งฮั่นอ๋องขึ้นเป็นพระเจ้าฮั่นเต้ ผู้ใดจะเห็นผิดแลชอบประการใดบ้าง ขุนนางทั้งปวงก็เห็นพร้อมกันสิ้น จึงพากันเอาเนื้อความเข้าไปแจ้งแก่ฮั่นอ๋อง

ฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงว่า ซึ่งท่านทั้งปวงจะตั้งให้เราเป็นฮั่นเต้นั้นยังไม่ควรก่อน ด้วยเราได้ยินคำโบราณว่ามาอยู่ว่า ที่ฮั่นเต้นี้สูงนัก ต่อผู้ใดมีบุญมากแลสติปัญญาลึกซึ้ง รู้รักษาแผ่นดินแลบำรุงราษฎร์ทั้งปวงให้อยู่เย็นเป็นสุข จึงจะเป็นฮั่นเต้ได้ ตัวเราเป็นคนบุญน้อยแล้วสติปัญญาก็น้อย มิได้รู้การลึกซึ้งไปได้ ถึงท่านจะตั้งเราขึ้นไว้เป็นฮั่นเต้ก็เหมือนเอาแต่ชื่อมาตั้งฝากไว้แก่เรา ซึ่งตัวเราจะได้สมควรกับที่นั้นหามิได้ ขุนนางผู้ใหญ่จึงว่าแก่ฮั่นอ๋องว่า ซึ่งได้อ๋องว่าเป็นคนบุญน้อยแลหาสติปัญญามิได้ ข้าพเจ้าทั้งปวงยังไม่เห็นด้วย เดิมไต้อ๋องก็มีกำลังน้อยนักหาควรที่จะกระทำศึกตั้งตัวได้ถึงเพียงนี้ไม่ เหตุทั้งนี้ก็เพราะท่านเป็นคนมีบุญบารมีมาก จึงกระทำการแผ่นดินได้สำเร็จ ข้าพเจ้าทั้งปวงนี้ ถึงแต่แรกก็เห็นว่าท่านเป็นคนมีบุญ น้ำใจก็อารีรอบคอบนัก ควรจะเป็นที่พึ่งได้ จึงสู้อุตส่าห์กระทำศึกมิได้คิดชีวิต หมายจะให้ท่านได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ครั้งนี้ก็สำเร็จราชการแล้ว แลไต้อ๋องมิได้ยอมเป็นใหญ่บิดพลิ้วอยู่ฉะนี้ ก็จะให้ข้าพเจ้าไปเอาผู้ใดที่ดีกว่าไต้อ๋องมาตั้งขึ้นเป็นที่พึ่งเล่า

ฮั่นอ๋องได้ฟังขุนนางว่าดังนั้นก็แกล้งบิดพลิ้วอยู่ ขุนนางทั้งปวงอ้อนวอนถึงสองสามครั้ง ฮั่นอ๋องจึงยอม ขุนนางผู้ใหญ่ก็หาวันฤกษ์ดีที่จะตั้งฮั่นอ๋อง ครั้น ณ วันเดือนสี่ขึ้นห้าค่ำก็ตั้งฮั่นอ๋องเป็นพระเจ้าฮั่นเต้อยู่ ณ เมืองลกเอี๋ยง แล้วให้แต่งกฎหมายประกาศไปทุกหัวเมืองทั้งปวงเป็นใจความว่า เดิมแผ่นดินนี้พระเจ้าจี๋นอ๋องได้เป็นกษัตริย์สืบพระวงศ์มาจนพระเจ้าจี๋นซีฮองเต้ แลยี่ซีฮองเต้ ซาซีฮองเต้ จนถึงหลอก๋องได้เป็นกษัตริย์อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงก็มิได้อยู่เย็นเป็นสุข มีแต่ได้ความเดือดร้อนนัก ฮั่นอ๋องคิดกรุณาแก่คนทั้งปวงจึงสู้อุตส่าห์กระทำศึกกำจัดหลอก๋อง ซึ่งเป็นคนหากตัญญูมิได้นั้นเสียครั้งนี้ก็สำเร็จราชการแล้ว ครั้นจะจัดเอาเชื้อพระวงศ์กษัตริย์แต่ก่อนมาตั้งขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินก็หามีผู้ใดไม่ หลอก๋องฆ่าเชื้อสายกษัตริย์เสียสิ้นแล้ว แลบัดนี้ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวง ปรึกษาพร้อมกัน เห็นว่าฮั่นอ๋องควรเป็นกษัตริย์รักษาแผ่นดินได้ จึงตั้งฮั่นอ๋องเป็นพระเจ้าฮั่นเต้ ตั้งไทก๋งผู้บิดาเป็นไทเสียงหองที่พระวงศ์ผู้ใหญ่ ตั้งเล่าเอ๋งบุตรฮั่นอ๋องเป็นมหาอุปราช ตั้งนางหลีหงวนฮองเฮาเป็นพระอัครมเหสี ครองราชสมบัติอยู่ ณ เมืองลกเอี๋ยง ซึ่งกฎหมายเก่ามีอยู่ ณ เมืองฌ้อ เมืองจี๋นแลเมืองใดก็ดี ให้เลิกเสียเอากฎหมายใหม่บังคับกิจราชการแผ่นดินตามซึ่งมีไปนั้น ครั้นแต่งเสร็จแล้วก็แจกไปทุกหัวเมืองใหญ่น้อยทั้งปวง พระเจ้าฮั่นเต้จึงสั่งให้แต่งโต๊ะเลี้ยงขุนนางที่ตำหนักลำกะหยงอยู่ข้างท้ายวังฝั่งตะวันออก ในขณะเมื่อพระเจ้าฮั่นเต้แลขุนนางทั้งปวงนั่งกินโต๊ะอยู่นั้น พระเจ้าฮั่นเต้จึงว่า เรามีความสงสัยอยู่ข้อหนึ่ง จะถามท่านทั้งปวงให้ว่าแต่ตามจริงทุกคน ขุนนางทั้งปวงได้ฟังพระเจ้าฮั่นเต้ว่าดังนั้น ก็นิ่งคอยฟังอยู่สิ้น พระเจ้าฮั่นเต้จึงว่า เหตุไรเราจึงทำศึกได้แผ่นดิน หลอก๋องเหตุอย่างไรจึงเสียแผ่นดินแก่เรา อ๋องหลินกับโกคีจึงทูลพระเจ้าฮั่นเต้ว่า ซึ่งพระองค์ได้แผ่นดินทั้งนี้เพราะมีน้ำใจโอบอ้อมมีความกรุณาแก่คนนัก ถึงมาตรว่าพระองค์จะใช้ทหารรบพุ่งแลกระทำมิเหมือนใจไต้อ๋อง ๆ โกรธขึ้นมาก็มิได้เอาโทษ ถ้าผู้ใดกระทำความชอบก็ปูนบำเหน็จ คนทั้งปวงจึงมีน้ำใจสามิภักดิ์ถรักไต้อ๋องโดยสุจริต ไต้อ๋องจึงกระทำการใหญ่ได้สำเร็จ อันหลอก๋องนั้นน้ำใจก็ร้ายกาจ มิได้มีความเมตตาแก่คน ถ้าเห็นผู้ใดมีสติปัญญาอยู่ก็มักแคลง ถึงจะทำความชอบได้เป็นอันมาก ถ้าผิดลงครั้งหนึ่งก็ฆ่าเสีย แล้วประการหนึ่งหลอก๋องได้เป็นกษัตริย์ก็ไม่ปูนบำเหน็จทแกล้วทหารให้ถึงขนาด คนทั้งปวงจึงหาเต็มใจทำราชการไม่ หลอก๋องจึงเสียแผ่นดินแก่ไต้อ๋อง

พระเจ้าฮั่นเต้ได้ฟังอ๋องหลินกับโกคีว่าดังนั้นก็ยิ้มอยู่ จึงว่าท่านทั้งสองรู้การแต่อย่างเดียว หารู้การถึงสามอย่างไม่ ซึ่งเรากระทำการใหญ่ได้สำเร็จครั้งนี้ เพราะประกอบด้วยกำลังศึกสามประการ ประการหนึ่งคือเตียวเหลียงรู้กลอุบายลึกซึ้ง คิดอ่านป้องกันภัยทั้งปวงไปถึงพันโยชน์ ก็เป็นกำลังประการหนึ่ง ประการหนึ่งคือเสียวโหซึ่งไปรักษาเมืองห้ำเอี๋ยง รู้เกลี้ยกล่อมคนให้ทำไร่ไถนาได้ข้าวปลาอาหารได้บริบูรณ์ เรากระทำศึกจึงไม่ขาดเสบียงอาหาร ก็เป็นกำลังศึกสองประการ ประการหนึ่ง คือฮั่นสินชำนาญในพิชัยสงคราม รู้ตั้งค่ายแลจัดแจงกองทัพ ถึงมาตรว่าคนสักร้อยหมื่นสองร้อยหมื่น ฮั่นสินก็เป็นแม่ทัพคุมไว้ได้ อันคนสามคนนี้คือกำลังศึกของเรา จึงทำการใหญ่ได้สำเร็จ อันหลอก๋องนั้นมีฟัมแจ้งเป็นกำลังศึกอยู่คนหนึ่งก็เลี้ยงมิได้ หลอก๋องจึงเสียแผ่นดินแก่เรา ขุนนางทั้งปวงได้ฟังพระเจ้าฮั่นเต้ว่าดังนั้นก็กราบลงทุกคน จึงว่าซึ่งไต้อ๋องว่าทั้งนี้ข้าพเจ้าทั้งปวงคิดไม่ถึงแล้ว พระเจ้าฮั่นเต้ก็มิได้ว่าประการใด ชวนขุนนางทั้งปวงกินโต๊ะเสพสุราสนุกสบายไป

ฝ่ายฮั่นสินเห็นได้ทีจึงทูลพระเจ้าฮั่นเต้ว่า เมื่อข้าพเจ้าหนีจากหลอก๋องจะเข้าไปทำราชการด้วยไต้อ๋องในเมืองโปต๋งนั้น ข้าพเจ้าหนีไปทางป่าเจี๋ยนต่อเข้าทางมิถูก จึงพบชายผู้หนึ่งตัดฟืนอยู่ ข้าพเจ้าเข้าไปไต่ถามได้ความแล้ว จึงคิดว่าเกลือกหลอก๋องจะใช้ทหารให้ไปตามข้าพเจ้า แลจะรู้ข่าวว่าไปทางนั้น ข้าพเจ้าจึงฆ่าคนตัดฟืนเสีย แล้วเดินไปถึงเชิงเขาโกฮุนสาร พบชาวบ้านคนหนึ่งชื่อสินกี ได้รักใคร่สบถเป็นพี่น้องกันกับข้าพเจ้า ขณะเมื่อข้าพเจ้ายกกองทัพออกมาจากเมืองโปต๋ง สินกีก็ได้เข้ามาอาสาทำการศึกด้วย แต่มาตายเสียเมื่อรบกับหลอก๋อง ณ เมืองกองบู๊นั้น อันคนทั้งสองนี้ได้มีความชอบไว้ ครั้นข้าพเจ้าจะมิแจ้งแก่ไต้อ๋อง ความชอบของคนทั้งสองก็จะลับไปเสีย

พระเจ้าฮั่นเต้ได้ฟังฮั่นสินว่าดังนั้น จึงว่าท่านอย่าว่าเลย แต่บรรดาผู้ที่กระทำความชอบไว้ ถ้าเรารู้แล้วก็จะปูนบำเหน็จรางวัลตามสมควรทุกคน พระเจ้าฮั่นเต้จึงสั่งให้ก่อกุฏิใส่ศพคนตัดฟืนแลสินกี แล้วเขียนหนังสือจาริกไว้ที่กุฏิศพสินกีนั้น ตั้งชื่อสินกีเป็นเกี้ยนจงเหาที่ขุนนาง ให้คนไปอยู่รักษาศพด้วย แต่บรรดาญาติพี่น้องของสินกีแลคนตัดฟืนก็ให้เงินทองเสื้อผ้าตามสมควร แล้วมีตราคุ้มห้ามไปถึงสี่ชั่วโคตร เตียวเหลียงจึงทูลพระเจ้าฮั่นเต้ว่า หันอ๋องซึ่งหลอก๋องฆ่าเสียนั้นก็ได้มีความชอบอยู่ แลบัดนี้ยังมีหลานอยู่คนหนึ่งชื่อชิน ข้าพเจ้าคิดว่าจะขอให้ตั้งขึ้นเป็นที่แทนหัวอ๋องกินเมืองเอ๊กเอี๋ยงตามเชื้อสายขุนนางสืบกันมา พระเจ้าฮั่นเต้ก็โปรดให้ตามถ้อยคำเตียวเหลียง อ๋องหลินจึงทูลพระเจ้าฮั่นเต้ว่า ศพมารดาข้าพเจ้านั้นก็หาได้ฝังไม่ ข้าพเจ้าขอก่อกุฏิให้มารดาข้าพเจ้าด้วย พระเจ้าฮั่นเต้จึงว่าแก่อ๋องหลินว่า มารดาของท่านรู้ว่าเราจะมีบุญเป็นแท้จึงฆ่าตัวเสียหมายจะให้สิ้นกังวลอยู่ทำราชการไปหน้าเดียวด้วยเรา อันความชอบของมารดาท่านมีกับเราเป็นอันมาก พระเจ้าฮั่นเต้ว่าดังนั้นก็สั่งให้ไปก่อตึกแต่งการศพมารดาอ๋องหลินฝังเสียตามธรรมเนียม แล้วประทานธูปเทียนแลเครื่องเซ่นให้คนไปรักษาศพอยู่มิได้ขาด คนทั้งปวงเห็นพระเจ้าฮั่นเต้กระทำดังนั้นก็ชวนกันสรรเสริญพระเจ้าฮั่นเต้จึงตั้งงอแปะซึ่งเป็นทหารเอกเป็นเฮงซันฮองเจ้าเมืองเฮงสาร หยินโป้กับแพอวดนั้นให้กลับไปเป็นเจ้าเมืองซุยลํ้าแลเมืองไตเหลียงอยู่ดังเก่า จึงตั้งจ๋งแต๋เป็นเอี๋ยนอ๋องเจ้าเมืองเอี๋ยน ตั้งเสียวโหเป็นก๋องเหาเจ้าเมืองหํ้าเอี๋ยง แต่เล่าเก๋ากับข้าราชการทั้งปวงที่เป็นแซ่เล่านั้นพระเจ้า ฮั่นเต้ตั้งให้เป็นที่ตำแหน่งเชื้อพระวงศ์สิ้น บรรดาข้าราชการนอกนั้นผู้ใดมีความชอบมากแลน้อยก็ตั้งเป็นขุนนางมียศศักดิ์ตามสมควร ผู้ที่พึ่งเข้ามาสามิภักดิ์แลยังมิได้กระทำความชอบ พระเจ้าฮั่นเต้ก็ยังไม่ตั้ง คนเหล่านั้นจึงพูดกระซิบกันนินทาพระเจ้าฮั่นเต้ต่าง ๆ พระเจ้าฮั่นเต้นั่งอยู่บนโต๊ะสูงแลไป เห็นจึงค่อยถามเตียวเหลียงว่า คนเหล่านี้เขาประชุมกันว่ากล่าวเราประการใด เตียวเหลียงจึงแลไปดู แล้วทูลพระเจ้าฮั่นเต้ว่า คนทั้งปวงนั้นเห็นว่า ไต้อ๋องตั้งแต่งขึ้นแต่คนที่มีความชอบมาแต่ก่อน กับที่เป็นเชื้อสายของไต้อ๋อง มิได้ตั้งแต่งคนเหล่านั้นให้เป็นขุนนาง จึงชวนกันนินทาจะเอาใจออกหากเสีย พระเจ้าฮั่นเต้จึงว่า จะทำประการใดจึงจะให้หายนินทาเราได้ เตียวเหลียงจึงทูลว่า ไต้อ๋องชังผู้ใดอยู่แลที่คนทั้งปวงรู้อยู่ด้วย ก็เอาคนที่ไต้อ๋องชังนั้นมาตั้งขึ้นเป็นขุนนางเถิด เห็นคนเหล่านี้จะไม่ชวนกันนินทาได้ พระเจ้าฮั่นเต้ก็เห็นชอบด้วย จึงเอายงคีมาตั้งเป็นจับบุนเหาฝ่ายทหาร ครั้นคนทั้งปวงเห็นพระเจ้าฮั่นเต้ตั้งยงคีเป็นขุนนาง ก็เข้าใจว่า ถ้าเราทำราชการนานไปก็เห็นพระเจ้าฮั่นเต้จะชุบเลี้ยงเราเหมือนกัน ต่างคนก็มิได้คิดระส่ำระสายเป็นปกติไปดังเก่า เตียวเหลียงจึงทูลพระเจ้าฮั่นเต้ว่า บัดนี้ ข้าพเจ้าคิดขึ้นได้เห็นว่าเสี้ยนหนามในแผ่นดินยังมีอยู่แห่งหนึ่ง คือเตียนหวยซึ่งเป็นเชื้อสายของเจ๋อ๋องที่พาครอบครัวหนีออกไป ณ เกาะหายเอ๋านั้น เตียนหวยคนนี้เป็นคนใจใหญ่อยู่ แล้วก็มืสติปัญญาหลักแหลม คนทั้งปวงก็นับถือเตียนหวยอยู่มาก ซึ่งเตียนหวยหนีไปอยู่ ณ เกาะหายเอ๋า ก็เห็นจะคอยรับทราบเอากิตติศัพท์เราอยู่ ถ้าไต้อ๋องยังมีอายุยืนไปก็เห็นจะยังหาคิดเข้ามากระทำอันตรายไม่ แม้นไต้อ๋องสิ้นอายุลงแล้วยังแต่เชื้อสายพระวงศ์อยู่ภายหลัง เห็นเตียนหวยจะซ่องสุมผู้คนคิดมาตีเอาเมืองเราเป็นมั่นคง ขอให้เร่งคิดอ่านกำจัดเตียนหวยเสียแต่ยังพร้อมมูลกันฉะนี้เถิด

พระเจ้าฮั่นเต้จึงว่า เตียนหวยหนีไปอยู่ ณ เกาะหายเอ๋ากลางทะเล เราจะยกทัพเรือออกไปรบพุ่งทำประการใดจึงจะจับตัวเตียนหวยได้ เตียวเหลียงจึงว่า เทศกาลนี้ก็เป็นหน้าลมกำลังคลื่นกล้านัก อันจะยกเป็นกระบวนทัพออกไปนั้นไม่ได้ ข้าพเจ้าคิดว่าจะให้แต่งคนถือหนังสือออกไปว่ากล่าวเกลี้ยกล่อม ยกโทษที่เตียนหวยได้กระทำผิดไว้แต่ก่อนนั้นเสีย บอกว่าจะให้ตัวเข้ามาทำราชการเป็นเจ้าเมืองเจ๋สืบเชื้อสายไปดังเก่า เห็นเตียนหวยก็จะยอมเข้ามาโดยง่าย พระเจ้าฮั่นเต้ก็เห็นชอบด้วย ครั้นกินโต๊ะแล้วจึงแต่งหนังสือให้เสียงไต้หูเล็กแกถือไปถึงเตียนหวย เล็กแกกระทำคำนับลาพระเจ้าฮั่นเต้กับคนใช้ประมาณเก้าคนสิบคน ลงเรือแล่นออกไปกลางทะเล หมายจะไป ณ เกาะหายเอ๋าเข้าทางมิถูกหลงวนเวียนอยู่ เล็กแกจึงแวะเข้าจอดอยู่ริมทะเล พอแลเห็นชาวบ้านผู้ใหญ่คนหนึ่งเดินลงมา เล็กแกจึงถามหาทางจะไป ณ เกาะหายเอ๋านั้น ชาวบ้านจึงบอกว่าเกาะ หายเอ๋าอยู่ฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ หลังเมืองเจ๊กเบ๊กกวน มีเกาะใหญ่ล้อมอยู่รอบมีทางแต่จำเพาะเข้าทางเดียว ถ้าถึงเกาะหายเอ๋าแล้วขึ้นเดินไปประมาณยี่สิบเส้น จะถึงค่ายเตียนหวยที่ตั้งอยู่นั้น แล้วชาวบ้านจึงว่า เรือท่านเล็กเท่านี้ที่ไหนจะแล่นฝ่าคลื่นออกไปได้ เล็กแกได้แจ้งดังนั้นก็เปลี่ยนเรือเสียใหม่ จึงใช้ใบบากตรงไปตามถ้อยคำชาวบ้านบอกไว้นั้น ไปประมาณวันหนึ่งก็ถึงเกาะหายเอ๋า เล็กแกจึงเข้าจอดเรืออยู่ริมตลิ่ง

ฝ่ายคนใช้ซึ่งเตียนหวยให้มาคอยสอดแนม ก็เอาเนื้อความเข้าไปบอกแก่เตียนหวยว่า ข้าพเจ้าเห็นเรือประหลาดมาจอดอยู่ริมตลิ่งลำหนึ่ง มีคนประมาณเก้าคนสิบคน เตียนหวยได้แจ้งดังนั้น ก็สั่งทหารให้แต่งตัวใส่เกราะถืออาวุธออกมายืนรักษาประตูค่าย

ฝ่ายเล็กแกก็ขึ้นจากเรือมา ณ ค่ายเตียนหวย ครั้นถึงประตูค่ายจึงบอกผู้รักษาประตูว่า เราเป็นทูตถือหนังสือมาแต่พระเจ้าฮั่นเต้ จะเข้าไปแจ้งเนื้อความแก่เตียนหวยนายประตูก็ห้ามเล็กแกไว้แต่นอก จึงเข้าไปบอกแก่เตียนหวยตามถ้อยคำเล็กแกว่านั้น เตียนหวยก็ให้พาตัวเล็กแกเข้าไป ครั้นเล็กแกเข้าไปถึงก็คำนับเตียนหวย ๆ ก็คำนับตามธรรมเนียม แล้วเชิญให้เล็กแกนั่งที่สมควร เล็กแกจึงส่งหนังสือให้เตียนหวย ๆ รับเอาไปฉีกผนึกออกอ่าน เป็นใจความในหนังสือนั้นว่า พระเจ้าฮั่นเต้ให้มีความกรุณาคิดถึงเตียนหวย เห็นว่าเตียนหวยเป็นคนมีสติปัญญา แล้วก็เคยเป็นขุนนางมาแต่ก่อน แลบัดนี้เห็นว่าเตียนหวยจะพาเอาสติปัญญาแลเชื้อสายมาสาบสูญเสียที่เกาะหายเอ๋านี้แล้ว จึงให้เสียงไต้หูเล็กแกถือหนังสือมาถึงเตียนหวย จะให้เตียนหวยกลับเข้าไปทำราชการเป็นเจ้าอยู่ เมืองเจ๋สืบเชื้อสายไปดังเก่า ซึ่งเตียนหวยได้กระทำผิดไว้นั้นเรายกโทษเสียแล้ว ให้ท่านเข้ามาทำราชการโดยดีเถิด ถ้าจะยังถือทิฐิอยู่ว่าจะไม่ทำราชการในแผ่นดินของเรา ตัวท่านก็จะต้องด้วยคำโบราณเหมือนหนึ่งเป๊กอี๋กับซกเจ๋พี่น้องสองคน ซึ่งเป็นข้าราชการพระเจ้าตี๋วอ๋องนั้น ครั้นพระเจ้าบู๊อ๋องได้ราชสมบัติเป็นใหญ่แล้ว เป๊กอี๋กับซกเจ๋ถือทิฐิว่าไม่เป็นข้าอยู่ในแผ่นดินพระเจ้าบู๊อ๋อง เป๊กอี๋กับซกเจ๋พากันออกไปอยู่ ณ เขาสิวเอี๋ยงสัน กินแต่หญ้าจนตาย คนทั้งปวงก็ชวนกันติเตียนเป๊กอี๋กับซกเจ๋ว่าเป็นคนโฉด ซึ่งถือตัวว่าไม่เป็นข้าแผ่นดินของพระเจ้าบู๊อ๋องนั้น เมื่อพระเจ้าบู๊อ๋องเป็นเจ้าแผ่นดินแล้ว ถึงมาตรว่าตัวจะไปอยู่กลางแมน้ำแลภูเขาป่าไม้ก็ดี ก็เหมือนเป็นข้าพระเจ้าบู๊อ๋องเหมือนกัน อันคนที่ถือผิดเป็นชอบเช่นนี้ใช่แต่เท่านั้น ยังมีอยู่อีก คือไกจู๋ฉุยคนหนึ่งก็ไม่ยอมเป็นข้าพระเจ้าจี๋วอ๋องหนีไปอยู่ ณ เมืองจี๋น ซึ่งเป็นแว่นแคว้นขึ้นแก่เมืองจี๋น คนทั้งปวงก็ติเตียนไกจู๋ฉุย เหมือนหนึ่งเป๊กอี๋กับซกเจ๋ฉะนั้น ครั้งนี้แผ่นดินก็เป็นของเราอยู่แล้ว แลท่านจะทำให้คนติเตียนเหมือนคนทั้งสามนั้น ดูหาควรกับที่ท่านมีสติปัญญาไม่ แล้วประการหนึ่งซึ่งท่านจะแข็งขืนอยู่เกาะหายเอ๋านี้ ถ้าเรายกทัพใหญ่ออกมา ท่านจะเอาฝูงปลาในน้ำขึ้นมาเป็นเพื่อนป้องกันไว้ได้แล้วหรือ ท่านจงดำริดูให้ควรเถิด เตียนหวยได้แจ้งในหนังสือดังนั้น จึงปรึกษากับทหารทั้งปวงว่าเราจะเข้าไปสามิภักดิ์ต่อพระเจ้าฮั่นเต้ ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด ทหารทั้งปวงจึงว่าซึ่งท่านจะยอมเข้าไปทำราชการกับพระเจ้าฮั่นเต้ ข้าพเจ้าทั้งปวงไม่เห็นด้วย อันพระเจ้าฮั่นเต้นั้นข้างภายนอกดูเป็นอารี มีความกรุณาแก่คน แต่ข้างภายในนั้นหาเหมือนกับภายนอกไม่ ซึ่งท่านจะกลับเข้าไปทำราชการในเมืองหลวง ถ้าพระเจ้าฮั่นเต้ยังมีความพยาบาทโกรธแค้นอยู่ จะพาลเอาผิดท่าน เมื่อใดแลท่านตกเข้าไปอยู่ในเงื้อมมือดังนั้น ที่ไหนจะได้กลับคืนมาเล่า ครั้งนี้ข้าพเจ้าคิดว่าท่านก็ได้กระทำการเกินมาถึงเพียงนี้แล้ว จงตั้งมั่นอยู่ ณ เกาะหายเอ๋านี้เถิด ทหารเราก็มีอยู่ห้าร้อยตั้งค่ายรายกันออกไปอีก ถึงมาตรว่าพระเจ้าฮั่นเต้จะยกทัพใหญ่มา ข้าพเจ้าทั้งปวงจะรับอาสารบพุ่งป้องกันไว้ให้ได้ ต้องการอะไรที่จะยอมเข้าไปเป็นข้าราชการหาความทุกข์ไล่ตัวอีกเล่า ทำไมกับพระเจ้าฮั่นเต้ถึงจะมีรี้พลมากมาตีเราแล้วก็เหมือนเทพยดาจะช่วยเราให้สำเร็จราชการ ได้กลับเข้าไปอยู่ในเมืองหลวงเป็นมั่นคง เตียนหวยได้ฟังทหารทั้งปวงว่าดังนั้น จึงว่าท่านจะมาหมิ่นแก่การศึกนั้นไม่ควร อันพระเจ้าฮั่นเต้มีบุญนัก แล้วก็ได้ที่ปรึกษาแลแม่ทัพมีสติปัญญารู้ในขบวนพิชัยสงครามหาผู้เสมอมิได้ ถ้าเราจะขืนแข็งเมืองอยู่แม้นเข้าฤดูคลื่นลมสงบพระเจ้าฮั่นเต้ก็จะออกมาทำศึกแก่เรา ๆ เสียทีลงเป็นประการ ใด ท่านทั้งปวงจะมิพากันตายเสียสิ้นหรือ ตัวเราแต่มาอยู่เกาะนี้ก็ยังมิได้ทำคุณแก่ท่านทั้งปวงเลย แล้วจะกลับมาพาให้คนทั้งปวงตายเสียด้วยดูหาควรไม่ จำเราจะเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นเต้ตามรับสั่งมาจึงจะชอบ ทหารทั้งปวงได้ฟังเตียนหวยว่าดังนั้นก็นิ่งอยู่สิ้น เตียนหวยจึงให้แต่งโต๊ะเลี้ยงเล็กแกตามธรรมเนียม ครั้นกินโต๊ะแล้วเตียนหวยกับคนสนิทสองคนก็ลงเรือมากับเล็กแก ครั้นมาถึงด่านกงก๋วนใกล้เมืองลกเอี๋ยงประมาณทางสามสิบเส้น เล็กแกกับเตียนหวยก็เข้าหยุดพักนอนที่นั้น

ฝ่ายเตียนหวยจึงคิดรำพึงว่าฮั่นเต้ฆ่าเจ๋อ๋องนายเราเสีย เราหนีไปเกาะหายเอ๋าได้จึงรอดชีวิตอยู่ บัดนี้ฮั่นเต้เป็นเจ้าแผ่นดินให้หาเราเข้ามา ถ้าเราไปถีงก็จะตั้งให้เราเป็นขุนนาง เมื่อเราอยู่ในอำนาจท่านถึงเราจะมิเต็มใจก็ต้องยอมตามรับสั่ง แม้นเราเป็นขุนนางแล้วก็เหมือนหนึ่งหามีกตัญญูต่อเจ้านายของตัวไม่ เห็นแก่ยศศักดิ์ กลับเป็นข้าฮั่นเต้ซึ่งเป็นอริฆ่าเจ้านายของตัวเสีย ความติเตียนก็จะมีแก่เราเป็นอันมาก เราจะมีชีวิตอยู่ดูหน้าคนสืบไปไยเล่า เตียนหวยคิดดังนั้นแล้วก็ชักกระบี่ออกเชือดคอตายเสีย คนสนิทเตียนหวยเห็นดังนั้นก็ตกใจร้องไห้รักเตียนหวยนัก เล็กแกจึงเอาศพเตียนหวยฝังไว้ ณ ที่นั้น แล้วเอาเนื้อความทั้งปวงเข้ามาทูลแก่พระเจ้าฮั่นเต้ทุกประการ

พระเจ้าฮั่นเต้ได้แจ้งดังนั้น จึงสั่งให้แต่งการศพเตียนหวยเหมือนเชื้อพระวงศ์ฝังไว้ในเมืองลกเอี๋ยงฝ่ายทิศตะวันออก แล้วให้หาคนสนิทของเตียนหวยทั้งสองนั้นเข้าไปตั้งเป็นเตาอุยที่ขุนนางฝ่ายพลเรือน พระเจ้าฮั่นเต้ก็เสด็จ คนทั้งสองจึงออกไปปรึกษากันว่า เตียนหวยนายของเราไม่ยอมเป็นข้าราชการกับพระเจ้าฮั่นเต้จึงตายเสีย บัดนี้เราจะมาเป็นขุนนางเล่าดูไม่สมควรเลย เราจะตายตามเตียนหวยนายเราไปจึงจะชอบ คนทั้งสองปรึกษากันแล้วก็ฆ่าตัวตายทั้งสองคน ครั้นเวลาเช้าพระเจ้าฮั่นเต้เสด็จออก ขุนนางจึงเอาเนื้อความซึ่งคนทั้งสองฆ่าตัวตายนั้นทูลพระเจ้าฮั่นเต้ ๆ จึงว่า เตียนหวยไม่ยอมทำราชการกับเราจึงฆ่าตัวเสีย แลบัดนี้คนทั้งสองก็มาพลอยตายด้วยเล่า คนเหล่านี้ก็มีกตัญญูรักใคร่ต่อเจ้านายของตัวนัก ถ้าแลคนที่ยังอยู่ในเกาะนั้นรู้ว่าเตียนหวยตายแล้ว เห็นมันก็จะมีใจเจ็บแค้นคิดขบถขึ้น จำเราจะให้คนออกไปเกลี้ยกล่อมเสียจึงจะได้ พระเจ้าฮั่นเต้จึงจัดคนที่มีสติปัญญา ออกไปเกลี้ยกล่อมทหารเตียนหวยห้าร้อยซึ่งอยู่ ณ เกาะหายเอ๋านั้น ครั้นข้าราชการออกไปถึง ทหารเตียนหวยรู้ว่าเตียนหวยตายแล้ว ก็ชวนกันร้องไห้อื้ออึงไป จึงปรึกษากันว่าเตียนหวยนายของเราตัดความทิฐิเสีย สู้เข้าไปหาพระเจ้าฮั่นเต้ เหตุทั้งนี้ก็เพราะเตียนหวยมีความกรุณาแก่เรา หมายจะมิให้พระเจ้าฮั่นเต้ขัดเคืองยกกองทัพออกมากระทำย่ำยีได้ เราทั้งปวงจะได้มีความสุข เตียนหวยคิดโอบอ้อมความกรุณาเราถึงเพียงนี้ เมื่อท่านผู้มีพระคุณของเราก็หาบุญไม่แล้ว เราทั้งปวงจะชวนกันเข้าไปเป็นข้าพระเจ้าฮั่นเต้ต้องการอะไร เราตายตามไปเป็นข้าเตียนหวยในเมืองผีดีกว่า คนทั้งปวงคิดดังนี้พร้อมกันแล้ว ต่างคนก็ฆ่าตัวเสียสิ้นทั้งห้าร้อย

ฝ่ายข้าราชการซึ่งพระเจ้าฮั่นเต้ใช้ออกไป เห็นดังนั้นก็ตกใจจึงว่า แต่เราเกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นที่บ่าวรักนายถึงเพียงนี้เลย ก็กลับเข้ามาทูลพระเจ้าฮั่นเต้ตามเนื้อความนั้นทุกประการ

พระเจ้าฮั่นเต้ได้แจ้งดังนั้นก็เอามือตบอกเข้า แล้วว่าเตียนหวยเลี้ยงคนอย่างไรจึงรักใคร่ถึงเพียงนี้ จนสู้เสียชีวิตด้วยได้ แต่บรรดาคนในแผ่นดินที่จะหานํ้าใจกตัญญูเสมอคนเหล่านี้ไม่ได้แล้ว พระเจ้าฮั่นเต้ก็สั่งให้ก่อตึกใหญ่ใส่ศพทหารเตียนหวยไว้ที่เกาะหายเอ๋านั้น จึงเขียนหนังสือจารึกไว้ที่ตึกว่า เตียนหวยเอ๋า แปลเป็นคำไทยว่าเกาะอันนี้เป็นของเตียนหวย แต่บรรดาส่วยสาอากรในเกาะอันนี้ก็ให้ขึ้นสำหรับเป็นเครืองเซ่นเตียนหวยสิ้น แล้วพระเจ้าฮั่นเต้จึงว่ากับขุนนางทั้งปวงว่า บัดนี้ เตียนหวยก็ตายเสียแล้ว เราก็พ้นวิตกออกไปข้อหนึ่ง ยังแต่กี๋โป้กับจงลิมวย จะหนีไปซุ่มซ่อนอยู่แห่งใดเราก็มิได้แจ้ง อันคนทั้งสองนี้เมื่อเราเสียทีแก่หลอก๋องที่แม่น้ำโปจุยนั้นมันว่ากล่าวหยาบช้าแก่เรานัก จำจะสืบเอาตัวมันมาดูหน้าให้จงได้ พระเจ้าฮั่นเต้ว่าดังนั้นแล้วจึงให้แต่งหนังสือเป็นใจความว่า ถ้าผู้ใดรู้เห็นว่ากี๋โป้จงลิมวยอยู่ที่ไหนแน่แล้ว เร่งเอาข่าวมาบอกจะให้เงินพันตำลึง ถ้าผู้ใดรู้เห็นว่ากี๋โป้จงลิมวยอยู่ที่ไหน แลมิได้เอาเนื้อความมาแจ้งแกล้งปกปิดไว้ จะเอาตัวผู้นั้นเป็นโทษถึงสาหัสเสมอด้วยจงลิมวยแลกี๋โป้ ครั้นแต่งหนังสือแล้วก็ตีตราประทับแจกไปทุกหัวเมืองแลด่านทางทั้งปวง ให้ประกาศป่าวร้องกันทุกตำบล

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ