๔๖

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องอยู่ ณ เมืองแพเสีย ตรองการที่จะทำสงครามกับฮั่นอ๋องไม่สมคิด ลองโจเป็นแม่ทัพไปช่วยเมืองเจ๋ก็ตายในที่รบ หมูเสียบไปว่ากล่าวแก่ฮั่นสินก็ไม่สมคะเน เมืองเจ๋ก็เป็นของฮั่นสิน สลดพระทัยลง จึงคิดว่าป่านนี้เห็นฮั่นสินจะยกทัพใหญ่ไปบรรจบทัพฮั่นอ๋อง ครั้นจะให้นายทหารผู้ใดเป็นแม่ทัพไปเห็นจะสู้ฮั่นสินไม่ได้ จำเราจะยกทัพใหญ่ไปตีเมืองเอ๊กเอี๋ยงจับฮั่นสินมาฆ่าเสีย จึงสั่งให้ตระเตรียมทหารขบวนทัพหลวงพร้อมแล้ว พอเป็นวันฤกษ์ดีก็ยกทัพออกจากเมืองหลายวัน ล่วงด่านชั้นในใกล้เมืองเอ๊กเอี๋ยงห่างประมาณห้าร้อยเส้น เห็นที่ชอบกลแห่งหนึ่งตั้งค่ายมั่นคงไว้ ใช้ให้ขุนนางเข้าไปแจ้งความแก่ฮั่นอ๋องว่า แต่รบกันหลายสิบครั้งยังไม่เห็นฮั่นอ๋องออกรบ การแผ่นดินเกิดรบพุ่งทั้งนี้ก็เพราะเราสองคน พาทหารมาตายเสียเป็นอันมาก เรามานี้หมายแต่จะรบกับฮั่นอ๋อง

ฝ่ายขุนนางก็คำนับลาไปบอกนายทหารรักษาประตูว่า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องใช้มาเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง นายทหารซึ่งกำกับประตูก็เข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องก็สั่งให้ออกไปรับเข้ามา ขุนนางซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องใช้ก็เข้าไปเฝ้าคุกเข่าลงคำนับ แล้วทูลความตามพระเจ้าฌ้อปาอ๋องสั่งมาทุกประการ

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องได้ทราบจึงตรัสว่า อันประเพณีกษัตริย์จะทำศึกเอาชัยชนะด้วยฝีมือทหาร ซึ่งจะคิดกลอุบายนั้นจึงเป็นธุระของกษัตริย์ แลซึ่งฌ้อปาอ๋องตั้งใจมาจะรบแต่กับเรานั้นเป็นแต่ฝีมือทหาร ท่านเร่งกลับไปบอกแก่ฌ้อปาอ๋อง ขุนนางซึ่งเข้ามาแต่กองทัพก็คำนับลาไป พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงปรึกษาว่าฌ้อปาอ๋องยกทัพใหญ่มาครั้งนี้ เราจะได้ผู้ใดออกไปรับกำลังศึกได้ เสียวโหจึงว่าลุยหวนรักจะทำศึกแต่ยังเป็นคนใหม่ แม้นได้อ๋องหลินไปช่วยเห็นพอจะรับกำลังฌ้อปาอ๋องได้ กว่าไต้อ๋องจะยกทัพกองทัพไปสมทบทัพทัน พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงสั่งให้ลุยหวนอ๋องหลินจิวพุนคุมทหารออกไปตั้งค่ายรับนอกเมืองทางประมาณสองร้อยเส้น ทั้งกองทัพหลวงก็เตรียมไว้พร้อมจะยกออกไปตี ฌ้อปาอ๋องจึงจัดแจงทหารอยู่รักษาเมืองเป็นสามารถ

ฝ่ายลุยหวนอ๋องหลินจิวพุน ก็คำนับลาออกไปตั้งค่ายตามรับสั่งทุกประการ พระเจ้าฮั่นอ๋องก็ยกกองทัพไปอยู่ค่ายนอกเมืองจะดูทีฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายขุนนางซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องใช้เข้าไปในเมืองนั้น กลับไปทูลตามคำฮั่นอ๋องทุกประการ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็โกรธ สั่งให้จงลิมวยคุมทหารเกาทัณฑ์หมื่นหนึ่งไปซุ่มทัพไว้ตามป่าใกล้ทางริมเมือง แล้วให้เตงก๋งยงคีควั่นฌ้อหงอจูกี๋สี่นายคุมทหารเป็นทัพหน้ายกไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ยกทัพหลวงเดินไปตามทาง พระเจ้าฮั่นอ๋องรู้ว่ากองทัพฌ้อปาอ๋องยกมา ใช้ม้าเร็วไปสั่งให้ลุยหวนออกตีกองหน้า

ฝ่ายลุยหวนถือง้าวขึ้นม้าพาทหารออกไปรบกับทหารฌ้อปาอ๋อง เตงก๋งยงคีควั่นฌ้อหงอจูกี๋ก็ไล่ทหารเข้าระดมรบ ลุยหวนผู้เดียวรับรองป้องกันทหารสี่นายได้หกสิบเพลง ยังไม่ถอยกำลัง ไล่ทหารสี่นายเข้าไปจนหน้าทัพฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายกี๋โป้โลหวนเตียวอวดห้างหงง ซึ่งอยู่ซ้ายขวาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ขับม้าพาทหารออกรบลุยหวน ๆ มิได้ครั่นคร้าม อ๋องหลินกับจิวพุนเห็นลุยหวนรบกับทหารฌ้อปาอ๋องถึงสองผลัดเกือบจะเพลี่ยงพลํ้าจึงขับม้าเข้าช่วยลุยหวนรบ ทหารฌ้อปาอ๋องเห็นอ๋องหลินจิวพุนขับทหารระดมรบเข้ามาก็ชักม้าหนี ลุยหวนได้ทีหนีบง้าวไว้ชักเกาทัณฑ์ออกยิงสี่ที ถูกโลหวนเตียวอวดตกม้าลง กี๋โป้หลบลูกเกาทัณฑ์ได้หมอบขับม้าหนี ห้างหงงก็ถูกลูกเกาทัณฑ์ที่หน้าผากยกมือขึ้นชักอยู่ อ๋องหลินขับม้าเข้าใกล้ได้ทีก็ฟันถูกห้างหงงคอขาดตายตกม้าลง ลุยหวนไล่ฟันพวกทหารแตกกระจายกันไปจนถึงหน้าม้าฌ้อปาอ๋อง ๆ เห็นทหารฮั่นอ๋องจะยิงฌ้อปาอ๋อง ๆ โกรธร้องตวาดด้วยเสียงดังดุจฟ้าผ่าภูเขา ม้าที่ลุยหวนขี่ก็ตกใจกระโดดถอยหลังออกไปประมาณสี่ย่าง ลุยหวนไม่ทันยิงก็ชักม้าเข้าในกระบวนทัพถอยกลับมา พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ทีก็ขับม้าไล่ลุยหวนกับพวกทหารไปถึงหน้าค่ายพระเจ้าฮั่นอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องรู้ว่าฌ้อปาอ๋องไล่ลุยหวนมา จึงขับทหารออกช่วยลุยหวน บรรดานายทหารออกช่วยระดมรบต้านทานฌ้อปาอ๋องไว้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องหยุดม้าร้องเรียกฮั่นอ๋องให้ออกมาพูดกัน พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ยินขับม้าพาทหารที่มีฝีมือออกมาหน้าค่าย

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นฮั่นอ๋องจึงร้องว่า ทำศึกมาหลายปีฝีมือทหารก็ดีทั้งสองฝ่าย แต่ตายเสียหลายสิบหมื่นยังมิได้แพ้ชนะกัน ครั้งนี้ท่านกับเรารบกันตัวต่อตัวจะได้เห็นชั่วแลดีให้ทหารดูเล่นเป็นขวัญตา อย่าให้ได้ความลำบากแก่คนทั้งปวงเลย

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตอบว่า ผู้ใดจะตั้งตัวเป็นกษัตริย์ชอบแต่จะอยู่ในยุติธรรมไม่ให้ราษฎรเดือดร้อน บัดนี้ท่านไม่ทำตามประเพณีไปย่ำยีไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน เทพยดาจึงดลใจให้หัวเมืองทั้งปวงมาเข้ากับเราคิดกำจัดท่าน เรามิได้คิดจะทำอันตรายแก่ท่านก่อน ซึ่งท่านว่าจะรบกับเรานั้น เรามิใช่เป็นทหารสำหรับใช้ แล้วโทษท่านมีถึงสิบประการ เราจะว่าให้ทหารทั้งปวงฟัง ข้อหนึ่งยินถอง เจ้าเมืองก้วยกี๋เห็นราษฎรเดือดร้อน ปรึกษากันจะไปกำจัดพระเจ้ายี่ซีฮองเต้หมายจะแก้ทุกข์ของชาวเมือง ท่านจะคิดขบถต่อเมืองหลวงฆ่ายินถองเสีย ชิงเอาเมืองก้วยกี๋จึงได้ตั้งตัวมา ข้อสองท่านชวนเราจะไปตีเมืองเตียว ท่านได้เป็นแม่ทัพหน้าก็ไม่บอกเรา ไปแต่ท่านถึงกลางทางกลับฆ่าซองงีซึ่งเป็นแม่ทัพเสีย ครั้นท่านเป็นแม่ทัพไปมีชัยแก่เจียงหำ แล้วริบเอาสิ่งของทุกหัวเมืองจนประชาราษฎร์ได้รับความยากแค้น ข้อสามเจียงหำพาทหารไปเข้าด้วยยี่สิบหมื่น ครั้นไปถึงเมืองซินเสียทหารพูดนินทาท่านแต่สองคน ท่านโกรธฆ่าพวกทหารทั้งปวงซึ่งไม่มีผิดเสียสิ้นยี่สิบหมื่น ข้อสี่พระเจ้างี่เต้ตรัสว่าผู้ใดตีเมืองห้ำเอี๋ยงได้ก่อน จะได้เป็นเจ้าครองเมือง ท่านก็ยอมถวายสัจจะ ครั้นเราได้เมืองห้ำเอี๋ยงไว้ก่อน ท่านมาภายหลังละความสัตย์เสียตั้งตัวเป็นเจ้า ให้เราไปอยู่เมืองโปต๋ง ข้อห้าจูหยินซึ่งเป็นซาซีฮองเต้ออกมาสามิภักดิ์เราโดยดี ท่านก็ฆ่าเสียทั้งญาติวงศ์แลคนซึ่งร้องไห้รักจูหยิน ข้อหกท่านเผาตำหนักอาปงจ๋งไฟไหม้เรือนราษฎรถึงสามเดือน ข้อเจ็ดท่านไปขุดศพพระเจ้าจี๋นซีฮองเต้ เก็บเอาทรัพย์สิ่งของเครื่องประดับศพเป็นอาณาประโยชน์ ข้อแปดท่านชิงเอาเมืองหลวงไว้แล้ว จะใคร่ไปอยู่เมืองแพเสีย ขับพระเจ้างี่เต้ให้ไปอยู่เมืองปินจิว แล้วชิงเอาเมืองหันเมืองหลวงว่าเขตแดนของตัว ข้อเก้าท่านไม่มีกตัญญูใช้ทหารไปฆ่าพระเจ้างี่เต้เสียที่หน้าเมืองกังหลำ ข้อสิบท่านตั้งตัวเป็นเจ้าแล้วไม่อยู่ในยุติธรรมให้คนทั้งพิภพเจ็บแค้น คิดประชุมจะกำจัดท่านเสียจากแผ่นดิน ท่านเป็นคนชั่วนัก เราไม่ควรจะรบกับท่าน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังฮั่นอ๋องยกโทษสิบประการขึ้น มีความละอายโกรธนัก ขับม้าเข้าไปใกล้เงื้อทวนจะแทงฮั่นอ๋อง ๆ ชักม้าหนี ทหารทั้งปวงช่วยป้องกันพระเจ้าฮั่นอ๋องไป

ฝ่ายจงลิมวยซุ่มทหารถือเกาทัณฑ์คอยอยู่นั้น ครั้นเห็นทัพฮั่นอ๋องแตกหนีมาจะเข้าเมือง ก็จุดประทัดสัญญาณขึ้น ทหารก็ระดมยิงเกาทัณฑ์ดังผึ้งบิน ถูกฮั่นอ๋องที่อกตลอดเกราะชั้นนอกเข้าไป แต่เกราะทองคำชั้นในกันอยู่มีความเจ็บด้วยช้ำในอุระ หากมานะขืนพระทัยบอกทหารว่าถูกอาวุธที่มือไม่เป็นอะไรนัก ทหารทั้งปวงเห็นพระเจ้าฮั่นอ๋องต้องเกาทัณฑ์ก็มิได้ตั้งใจรบ ช่วยกันป้องกันพระเจ้าฮั่นอ๋องเข้าเมืองได้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นได้ทีก็ไล่ตีเข้าไปจนหน้าเมือง พอมีคนมาทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าฮั่นสินยกทัพมาใกล้เมืองเซงโก๋ แล้วแพอวดตีสกัดตัดลำเลียงซึ่งมาส่งไว้สิ้น ทหารทั้งปวงครั้นได้ยินต่างคนต่างเสียใจ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องแจ้งความแล้วให้ถอยทัพกลับไปค่าย

ฝ่ายเตียวเหลียงตันแผงกับนายทหาร ชวนกันเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง ณ ที่ข้างในเห็นประชวรดำรงกายมิได้ เตียวเหลียงจึงทูลว่าทัพเจ๋อ๋องฮั่นสินยกมาถึงเมืองเซงโก๋แล้ว ทัพแพอวดก็ตัดลำเลียงไว้ได้ ศึกฌ้อปาอ๋องถ้าช้าอยู่จนสามวันจะอ่อนลงเห็นจะถอยทัพไป ไต้อ๋องรีบรักษาพระองค์ก็จะได้ยกไปประชุมทัพ ณ เมืองเซงโก๋ ปรึกษากับเจ๋อ๋องฮั่นสินตีทัพฌ้อปาอ๋องให้ยับเยิน คิดเชิญพระบิดาให้คืนมาจงได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องดีพระทัยนักลุกขึ้นตรัสแก่ทหารทั้งปวงว่า เราไม่เป็นไรแล้วท่านอย่าวิตกเลย เตียวเหลียงจึงพูดกับนายทหารว่า ฌ้อปาอ๋องก็เสียลำเลียงสิ้นถอยทัพกลับไปแล้ว เราจะไปประชุมทัพ ณ เมืองเซงโก๋ ท่านทั้งปวงจึงค่อยเดินให้เป็นขบวนทัพตามสบาย นายทหารได้ฟังคำเตียวเหลียงก็รื่นเริงทุกตัวคน

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงปรึกษาห้างเป๊กจงลิมวยว่า บัดนี้ทัพเราขัดเสบียงลงฮั่นสินก็ยกทัพมาถึงเมืองเซงโก๋แล้ว ซึ่งเราจะอยู่เมืองเอ๊กเอี๋ยงนี้เห็นจะหาเสบียงอาหารได้โดยยาก เราคิดจะถอยไปตั้งอยู่กองบู๊จะได้ส่งเสบียงกันใกล้ จงลิมวยจึงทูลว่าตรัสดังนี้เห็นชอบ เวลาค่ำจำจะเลิกทัพไป ขอไต้อ๋องจัดทหารไปซุ่มอยู่ทิศใต้ กับให้จัดทหารไว้รั้งหลังเกลือกฮั่นอ๋องจะติดตาม พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังเห็นชอบ จึงจัดแจงทหารไปตามคำจงลิมวยว่า ครั้นเวลาค่ำพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็เลิกทัพกลับไปตั้งอยู่กองบู๊

ฝ่ายคนที่นั่งทางเอาความไปแจ้งในเมืองเอ๊กเอี๋ยงว่า บัดนี้กองทัพฌ้อปาอ๋องถอยไปสิ้นแล้ว เตียวเหลียงได้แจ้งความจึงเข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องมีความยินดีสั่งให้กำหนดทัพจะยกไปเมืองเซงโก๋ เตียวเหลียงจึงออกมาใช้คนไปสืบทัพฌ้อปาอ๋องอยู่สามวัน ไม่ได้ข่าวว่ามีกองทัพซุ่มจึงสั่งให้เตรียมรถ แล้วเชิญเสด็จพระเจ้าฮั่นอ๋องขึ้นรถออกจากเมืองเอ๊กเอี๋ยง

ฝ่ายเจ๋อ๋องฮั่นสินยกทัพมา ครั้นถึงเมืองเซงโก๋รู้ว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องเสด็จมา จึงให้แฮเฮาหยินกับจิ๋วซกคุมทหารหมื่นหนึ่งมารับเสด็จพระเจ้าฮั่นอ๋อง แฮเฮาหยินจิ๋วซกคำนับลาออกมาขึ้นม้าออกจากเมืองเดินตามทางไปพบทัพหลวง แฮเฮาหยินจิ๋วซกก็ลงจากม้าเข้าไปคำนับพระเจ้าฮั่นอ๋องตรงหน้ารถ แล้วทูลความตามซึ่งเจ๋อ๋องฮั่นสินสั่งมาทุกประการ

พระเจ้าฮั่นอ๋องได้แจ้งดังนั้น มีความยินดีรีบมาใกล้เมืองเซงโก๋

ฝ่ายเจ๋อ๋องฮั่นสินรู้ว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องยกมา ก็พาทหารทั้งปวงออกไปคำนับเชิญเสด็จเข้าเมือง พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสบอกเจ๋อ๋องฮั่นสินว่า บัดนี้ฌ้อปาอ๋องยกมาตีเรา ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง รู้ว่าท่านยกมาฌ้อปาอ๋องจึงถอยไป ซึ่งท่านตีหัวเมืองได้หลายสิบเมืองก็มีความชอบอยู่แล้ว แต่เรายังวิตกถึงพระบิดากับฮองเฮาซึ่งตกอยู่ในเงื้อมมือข้าศึก ท่านจงช่วยแก้ไขให้คืนมา จะจารึกความชอบท่านไว้ในแผ่นทองให้ลือชื่อไปหมื่นชาติ เจ๋อ๋องฮั่นสินจึงทูลว่ากองทัพข้าพเจ้าได้ยกบรรจบทัพไต้อ๋องเป็นสองทัพ แล้วคิดจะให้ฌ้อปาอ๋องอ่อนกำลังลง แล้วจึงจะตีให้แตกยับเยินเห็นจะส่งพระบิดาให้ง่าย อย่าทรงพระวิตกเลย พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังชอบพระทัยเสด็จมาลูบหลังเจ๋อ๋องฮั่นสิน แล้วถอดเสื้อทรงประทานให้ ตรัสว่าเราตั้งใจคอยท่าท่านเห็นจะสมคิดครั้งนี้ เจ๋อ๋องฮั่นสินได้รับพระราชทานมีความยินดี จึงทูลว่าข้าพเจ้าจะขอลาออกไปอยู่นอกเมือง ซ้อมหัดทหารทั้งสองทัพให้ชำนาญเพลงอาวุธแล้วจะเชิญเสด็จไต้อ๋องไปตีทัพฌ้อปาอ๋อง แล้วก็ออกนอกเมืองเห็นที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง จึงให้ตั้งค่ายใหญ่ฝึกทหารอยู่มิได้ขาด

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องรู้ความว่าฮั่นอ๋องกับฮั่นสินรวมบรรดาหัวเมืองมีคนมากจะยกมาทำศึก จึงปรึกษาห้างเป๊กจงลิมวยว่าเสบียงเมืองแพเสียมาส่งก็ไม่ทันที แม้นศึกติดพันจะมิจนเสียหรือ ถึงจะมีทหารต่อสู้เห็นจะทำการไปไม่ตลอด ท่านจะคิดประการใด ห้างเป๊กจึงทูลว่า ซึ่งฮั่นอ๋องจะยกทัพใหญ่มาครั้งนี้ข้าพเจ้าหาเกรงไม่ ด้วยไทก๋งยังอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ ถ้าไต้อ๋องใช้คนไปรับมา ให้ไทก๋งมีหนังสือไปถึงฮั่นอ๋องเห็นจะเลิกทัพไป แม้นฮั่นอ๋องไม่เลิกทัพไปก็จะเป็นอกตัญญู ถ้าสมคิดดังนี้ดีกว่าทหารมารบฮั่นอ๋องสักร้อยหมื่น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังเห็นชอบ สั่งทหารให้ไปเมืองแพเสียเอาตัวไทก๋งมา คนใช้รับสั่งแล้วรีบไปได้ตัวไทก๋งมา พาเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ เห็นไทก๋ง จึงว่าเล่าปังบุตรของท่านเชื่ออ้ายฮั่นสินจะชิงสมบัติเรา โทษท่านก็ถึงตาย แต่เอ็นดูเป็นคนชราจึงงดโทษไว้ครั้งหนึ่งก่อน ท่านจงมีหนังสือไปว่ากล่าวเล่าปังอย่าให้มาทำศึกกับเรา ๆ จะให้ท่านกับนางหงวนฮองเฮาคืนไปอยู่กับเล่าปัง ไทก๋งจึงว่าบุตรข้าพเจ้าคนนี้แต่ก่อนเป็นคนนักเลงสุราหาทรัพย์มิได้ เที่ยวหาแต่สตรี ครั้งนี้ตั้งตัวเป็นใหญ่มีสมบัติแลทหารมากจึงมีจิตโลภกำเริบขึ้น ลืมข้าพเจ้าผู้เป็นบิดาเสียดังผู้อื่น ซึ่งไต้อ๋องจะให้มีหนังสือไปถึงเล่าปังที่ไหนจะเชื่อข้าพเจ้า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่า ถ้าเล่าปังไม่เชื่อท่านเราจึงค่อยคิดต่อภายหลัง ไทก๋งก็ออกมาแต่งหนังสือแล้วเข้าไปอ่านถวาย เสร็จแล้วผนึกส่งให้พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ รับหนังสือมาจึงว่าถ้าเล่าปังรู้ข้อความนี้แล้วไม่ถอยทัพกลับไป ขืนจะสู้กับเราก็มิใช่คนเป็นสัตว์เดียรัจฉาน จึงส่งหนังสือให้ซงจู๋เหลียนถือไปให้ฮั่นอ๋อง ซงจู๋เหลียนคำนับรับหนังสือแล้วรีบไปเมืองเซงโก๋ บอกแก่นายประตูว่า เราถือหนังสือไทก๋งมาแต่ค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง จะเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง นายประตูรู้ความก็พาซงจู๋เหลียนเข้าไปนั่งอยู่ภายนอก แล้วเจ้าพนักงานก็ไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่า ซงจู๋เหลียนถือหนังสือพระบิดามาแต่ค่ายฌ้อปาอ๋องจะมาเฝ้า

พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้น จึงปรึกษาเตียวเหลียงตันแผงว่า ฌ้อปาอ๋องให้พระบิดามีหนังสือมา เห็นจะว่าด้วยอันใดสักข้อหนึ่งเป็นมั่นคง เตียวเหลียงจึงทูลว่าซึ่งมีมานี้ความคิดฌ้อปาอ๋องจะให้ไต้อ๋องคิดถึงพระบิดาถอยทัพไป แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าฌ้อปาอ๋องจะเอาพระบิดาไว้แก้ตัวเมื่ออับจน ด้วยฌ้อปาอ๋องยังกลัวบุญไต้อ๋องอยู่ แม้นจะฆ่าพระบิดาเสียแล้วไต้อ๋องก็สิ้นธุระจะคิดการทำศึกถ่ายเดียว ซึ่งจะแก้ไขพระบิดาให้มานั้นเป็นธุระข้าพเจ้า แล้วกระซิบบอกอุบายให้พระเจ้าฮั่นอ๋องตรัสแก่ซงจู๋เหลียนทุกประการ พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังเตียวเหลียงทูลดังนั้น จึงให้ไปรับคนถือหนังสือเข้ามา นายทหารออกไปรับซงจู๋เหลียน ๆ มาถึงคุกเข่าลงคำนับแล้วถวายหนังสือพระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ ทำเป็นเมาสุรา รับหนังสือมาอ่านได้ความว่า หนังสือไทก๋งให้มาถึงเล่าปังผู้บุตร ว่าเราได้ยินครั้งแผ่นดินพระเจ้าซุนเต้เป็นกษัตริย์ครองสมบัติในเมืองหงอ มีกตัญญูต่อบิดามารดา ๆ จะว่าประการใดก็เชื่อฟัง ไม่ยินดีในสมบัติ ครั้งนี้เจ้าคิดหาความสุขใส่ตัวมิได้คิดถึงเราผู้เป็นบิดาซึ่งทนเวทนาแต่แม่น้ำโปจุย หากพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเมตตาอยู่ บำรุงรักษาไม่ฆ่าเสียจึงรอดชีวิต นางหงวนฮองเฮาคิดถึงบุตร ร้องไห้น้ำตามิได้หยุดทั้งกลางวันกลางคืน เจ้าก็คิดทำศึกตีบ้านเมืองไปถ่ายเดียว ไม่เหลียวหลังมาดูเราแลนางหงวนฮองเฮา ซึ่งตกอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ตัวเจ้าเกิดมาแต่ไหนจึงทำใจเหมือนหลักเหล็กแลแผ่นศิลา บัดนี้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเอาตัวเรามาไว้ ณ เมืองกองบู๊ ชีวิตเราครั้งนี้นับวันจะตายอยู่แล้ว ถ้าเจ้าไม่เลิกทัพกลับไปพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะตัดศีรษะเราเสียบไว้ ณ เมืองเซงโก๋ คนทั้งปวงจะลือชื่อเจ้าไปว่าไม่มีกตัญญู เราอ้อนวอนขอชีวิตพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงให้มีหนังสือมาถึงเจ้า ถ้ารักบิดาอยู่แจ้งในหนังสือแล้วอย่าทำศึกกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเลย จะได้มารับเรากลับไปพ่อลูกจะได้เห็นหน้ากัน ถ้าขืนจะทำสงครามถึงเจ้าจะได้เป็นเจ้าแผ่นดิน คนทั้งปวงก็ไม่สรรเสริญจะว่าเจ้าฆ่าเราเสีย พระเจ้าฮั่นอ๋องทราบหนังสือแล้วมีความวิตกอยู่ แต่ขืนพระทัยตรัสว่า ฌ้อปาอ๋องกับเราเป็นข้าพระเจ้างี่เต้ได้สาบานเป็นพี่น้องกัน บิดามารดาของเราก็เหมือนบิดามารดาฌ้อปาอ๋อง ถ้าฌ้อปาอ๋องฆ่าบิดาเราเสียคนทั้งปวงจะนินทาแต่เราเมื่อไรมี ฌ้อปาอ๋องจะต้องนินทาด้วยสาบานต่อกัน แล้วฌ้อปาอ๋องให้ทหารไปฆ่าพระเจ้างี่เต้เสีย ไพร่บ้านพลเมืองแตกตื่นมาอยู่กับเราจึงทำศึกกัน ท่านจงกลับไปแจ้งความแก่บิดาว่าอยู่ค่ายฌ้อปาอ๋องก็เหมือนอยู่กับเรา จะให้พระบิดาคอยอยู่ตามสบายใจ

ฝ่ายสตรีข้างในน้อย ๆ ก็ออกมาพยุงพระเจ้าฮั่นอ๋องเข้าไปที่ข้างใน

ฝ่ายซงจู๋เหลียนเห็นดังนั้น ความซึ่งคิดไว้จะทูลก็จนใจอยู่ เตียวเหลียงตันแผงก็ให้ซงจู๋เหลียนออกไปกินโต๊ะภายนอก ซงจู๋เหลียนจึงว่าพระบิดาสั่งมาก็ไม่ได้ทูล พระเจ้าฮั่นอ๋องจะเลิกทัพไปหรือไม่ก็ยังหารู้ไม่ จะนำความสิ่งใดไปบอกแก่บิดาเล่า เตียวเหลียงตันแผงจึงว่าเราเป็นผู้น้อย พระเจ้าฮั่นอ๋องไม่ตรัสประการใดไม่รู้ที่จะพูดกับท่าน ๆ ได้ความท่านจงบอกแต่ตามรู้ ซงจู๋เหลียนคอยอยู่จนสิ้นเวลา ไม่เห็นพระเจ้าฮั่นอ๋องเสด็จออกก็ลาเตียวเหลียงตันแผงกลับไป ครั้นถึงกองบู๊เข้าไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ทูลความตามฮั่นอ๋องสั่งทุกประการ แล้วว่าเมื่อขณะสั่งนั้นเมาสุราจนผู้หญิงพยุงไป ห้างเป๊กจึงว่าฮั่นอ๋องมีแต่เมาสุรา ทำกิริยาเช่นนี้ที่ไหนจะคิดทำการใหญ่ได้ อันตรายจะมีถึงตัวเป็นมั่นคง ไต้อ๋องจงจัดแจงทหารไว้สู้รบเห็นจะมีชัยแก่ฮั่นอ๋อง

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงว่าเล่าปังเป็นคนชั่วกินแต่สุรา ซึ่งบิดาแลภรรยานั้นไม่มีอาลัยเอื้อเฟื้อ ทิ้งไว้เหมือนหนึ่งท่อนฟืนแลสวะ ซงจู๋เหลียนจึงทูลว่าเมื่อขณะอ่านหนังสือนั้น ฮั่นอ๋องกำลังเมามิได้อาลัย ตัวไทก๋งนั้นคุมไว้ในค่ายนี้ก่อน แม้นขัดสนจะได้แก้ตัวต่อภายหลัง แล้วจัดทหารได้ยี่สิบหมื่น จัดแจงให้แยกไปตั้งล้อมค่ายหลวงไว้เป็นสามารถหมายจะรับกองทัพฮั่นอ๋อง

ฝ่ายฮั่นสินซ้อมทหารชำนาญแล้ว ก็เข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่าฌ้อปาอ๋องตั้งอยู่กองบู๊นานแล้ว ข้าพเจ้าจะขอยกไปก่อน เชิญเสด็จยกกองทัพตามไปภายหลัง พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังมีความยินดี จึงตรัสว่าการศึกครั้งนี้ตามแต่ท่านจะจัดแจง

ฝ่ายฮั่นสินคำนับลาออกมาจัดทหารพร้อมแล้ว พอเป็นฤกษ์ดีก็ยกออกจากเมืองเซงโก๋ ครั้นยกมาใกล้กองบู๊ ตั้งค่ายมั่นคงลงไว้ห่างค่ายฌ้อปาอ๋องประมาณสามร้อยเส้น จึงว่ากับทหารทั้งปวงว่ากองเรามาแต่ทางไกลอย่าไว้ใจแก่ข้าศึก แล้วสั่งแก่กวนหยินว่าการศึกครั้งนี้เข้มแข็งนัก เราจะมีที่ไป จงอยู่รักษาค่ายอย่าประมาท จงตรวจตราให้กวดขัน แล้วเรียกทหารม้าที่สนิทมาหลายสิบม้าออกจากค่ายไปตามทิศตะวันออกเฉียงใต้

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องก็รีบยกกองทัพตามไป ครั้นถึงจึงให้ตั้งค่ายใกล้ค่ายฮั่นสินทางประมาณห้าสิบเส้น ครั้นเวลาเย็นจวนพลบ จึงเรียกเสียวโหเตียวเหลียงตันแผงเข้ามาคิดราชการ แล้วให้ทหารไปหาฮั่นสินจะปรึกษาซึ่งจะไปตีทัพฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายทหารก็คำนับลาไปถึงค่ายรู้ว่าฮั่นสินไม่อยู่ ทหารซึ่งไปนั้นกลับมาแจ้งความว่าไม่เห็นฮั่นสินอยู่ในค่าย แต่ทหารบอกว่าเวลาค่ำขึ้นม้าพาทหารออกจากค่ายไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่รู้ว่าจะไปแห่งใด พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังตกพระทัย จึงตรัสว่าฮั่นสินเป็นแม่ทัพบังคับทหารหลายสิบหมื่นยกมาตั้งใกล้ข้าศึก เหตุใดเวลาป่านนี้จึงไม่อยู่ค่าย กลัวข้าศึกจะหนีไปหรือ ๆ จะรู้กับฌ้อปาอ๋องลวงให้เรามา แกล้งให้ฌ้อปาอ๋องทำอันตราย เรามีความสงสัยนัก ท่านจะเห็นประการใด เสียวโหเตียวเหลียงตันแผงสงสัยอยู่ไม่รู้ที่จะทูลได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงให้เสียวเกียวไปสืบ ๆ ไปถึงค่ายฮั่นสินแล้วกลับมาทูลว่า ในค่ายนั้นฆ้องยามก็ตีตามกำหนด ผู้คนก็แน่นหนา ตรวจตรากวดขันนักอยู่ แต่ไม่รู้ว่าแม่ทัพไปแห่งใด พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงสั่งให้เสียวเกียวไปคอยฟังกว่าจะได้ข่าวจึงกลับมาบอกความเรา เสียวเกียวก็ไปคอยอยู่

ฝ่ายเจ๋อ๋องฮั่นสินเมื่อได้ดูทางที่จะลวงล่อให้ฌ้อปาอ๋องไล่ กับจะวางคนซุ่มทัพทั้งจะลัดออกทางน้อยคอยจะรบบนเนินเขาริมปากทาง เสร็จแล้วก็มาค่าย

ฝ่ายเสียวเกียวรู้ว่าแม่ทัพกลับมา จึงมาทูลพระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ จึงตรัสแก่เสียวโหว่าฮั่นสินไปครั้งนี้เราสงสัยนัก ท่านจงไปถามฮั่นสินเอามาให้เห็นจริง เสียวโหคำนับลาพาคนสนิทเดินไปใกล้ค่ายฮั่นสิน

ฝ่ายกวนหยินมาตรวจค่ายเห็นเสียงก๊กเสียวโห กวนหยินจึงถามว่าท่านจะไปข้างไหน เสียวโหจึงบอกว่าเราจะไปหาเจ๋อ๋องฮั่นสิน กวนหยินจึงบอกว่าท่านแม่ทัพยังนั่งตามเทียนอยู่ เสียวโหกับกวนหยินก็พากันเข้าไป ฮั่นสินเห็นกวนหยินกับเสียวโหก็ต้อนรับต่างคนต่างคำนับ ฮั่นสินจึงถามว่าท่านมีธุระสิ่งใดจึงมาดึกป่านนี้ มีข้อสงสัยข้าพเจ้าหรือ เสียวโหจึงว่าเวลาค่ำท่านไปข้างไหนจนป่านนี้จึงกลับมา พระเจ้าฮั่นอ๋องให้มาหาถึงสองกลับก็ไม่พบ ท่านจะมีที่ไปเหตุใดไม่สั่งทหารไว้ให้รู้ด้วย ฮั่นสินจึงว่าข้าพเจ้ามาตั้งทัพอยู่ใกล้ข้าศึกเป็นที่กลางแปลง ฌ้อปาอ๋องก็เข้มแข็งในการสงคราม ข้าพเจ้าจะเอาชัยชนะมิถนัดจึงไปเที่ยวดูที่จะวางทัพ พรุ่งนี้จะได้ให้ทหารไปอยู่ประจำที่ ซึ่งอุบายเป็นความลับอย่างนี้ถึงมาตรว่าบิดาแลบุตรก็ไม่ควรจะแพร่งพราย ท่านจงคอยดูแล้วจะได้เห็นดีแลชั่ว ข้าพเจ้าจะจับฌ้อปาอ๋องให้จงได้ เสียวโหได้ฟังดังนั้นมีความยินดี ก็ลาฮั่นสินมาทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องตามฮั่นสินบอกทุกประการ พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังเสียวโหก็สิ้นวิตก ครั้นรุ่งเช้าฮั่นสินให้หานายทหารมาพร้อม จึงจัดนายทหารเป็นนายทัพเก้ากอง คุมทหารกองละห้าพันให้ห้วนโก้ยกวนหยินไปซุ่มทัพอยู่ที่หนึ่ง จิวพุนจิวเชียงอยู่ที่สอง กินหิบโลก้วนอยู่ที่สาม หลีแบถองเตียวฮีอยู่ที่สี่ เตียวยี่เตียวฉองอยู่ที่ห้า ลุยหวนอยู่ที่หก แฮเฮาหยินอ๋องหลินอยู่ที่เจ็ด โจฉำตันบูอยู่ที่แปด หยินโป้อยู่ที่เก้า พระเจ้าฮั่นอ๋องเป็นทัพหลวง เราจะเชิญเสด็จไปอยู่ที่สิบ กำหนดเสียงประทัดเป็นสำคัญ ตัวเราเป็นกองล่อ ถ้าฌ้อปาอ๋องไล่เข้ามาตามช่องเขากองบู๊ ท่านจงขับทหารออกตีทุกระยะทาง แล้วจึงระดมล้อมพร้อมกันจับฌ้อปาอ๋องให้จงได้ จึงสั่งคนสนิทแลนายทหารให้นำทหารเก้ากองไปซุ่มทัพ

ฝ่ายคนสนิทแลนายทหารคำนับลาไปถึงที่ ก็ตั้งกองประจำอยู่ตามฮั่นสินสั่ง

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องคิดว่าฮั่นอ๋องฮั่นสินยกทัพมาตั้งอยู่กลางแปลง เราจะรีบตีทัพจับตัวมาฆ่าเสีย ครั้นรุ่งเช้าจัดแจงทหารพร้อมแล้วก็ยกออกจากค่าย

ฝ่ายฮั่นสินก็ยกทัพเดินตามทางไปพบฌ้อปาอ๋อง ทหารทั้งสองฝ่ายรอกันอยู่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องรู้ว่าฮั่นสินยกมา จึงสั่งให้กี๋โป้ให้ไปเรียกฮั่นสินออกมาพูดจากัน

ฝ่ายกี๋โป้ขับม้าขึ้นไปร้องเรียกฮั่นสิน ๆ ได้ยินก็ขับม้าถือทวนออกไปหน้าทหาร พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นฮั่นสินออกมาจึงขับม้าเข้าไปใกล้แล้วร้องว่า ท่านก็เป็นชาวเมืองฌ้อเราก็หมายจะเลี้ยง จึงใช้หมูเสียบไปว่ากล่าวให้ท่านมาอยู่กับเรา ท่านก็ถือทิฐิมิได้มางอนง้อ วันนี้ท่านกับเราจะต่อสู้กันให้ถึงแพ้แลชนะ ฮั่นสินได้ฟังจึงตอบว่า ไต้อ๋องเป็นกษัตริย์จะลำบากพระกายมาทำศึกกับข้าพเจ้านั้นไม่ควร ทหารที่มีฝีมือยังมีอยู่ ชอบแต่จะใช้มารบจึงจะไม่เสียพระเกียรติยศ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงว่าท่านดีแต่ช่างพูด ถ้าสู้กับเราได้สิบเพลงเราจะยอมแพ้ สมบัติทั้งปวงจะให้แก่ฮั่นอ๋อง ฮั่นสินจึงว่าไต้อ๋องอย่าถือพระทัยว่าองอาจมีฝีมือเข้มแข็ง ถ้าฉวยพลาดพลั้งแพ้ข้าพเจ้าลง ความดีของไต้อ๋องก็จะสูญเสีย ไต้อ๋องจงกลับไปใช้ทหารมารบกับข้าพเจ้าจึงจะควร พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังฮั่นสินเยาะเย้ยก็โกรธ ขับม้าไปใกล้เอาทวนแทงฮั่นสิน ๆ รับด้วยทวนกันไว้ได้ แล้วขับม้าหนีไปตามทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องขับม้าพาทหารไล่ตาม แล้วร้องว่าเราจะจับตัวฮั่นสิน ฮั่นสินเห็นฌ้อปาอ๋องไล่ไปในหว่างเขากองบู๊ แล้วเลี้ยวกลับมาตามทางน้อยตั้งค่ายอยู่บนเนินเขา ประโคมเครื่องเล่นครึกครื้น จงลิมวยจึงทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าไต้อ๋องไล่ล่วงเข้ามาในข้างหลังเขา ไปข้างหน้าไม่มีทางเดิน ถ้าข้าศึกยกมาปิดปากทางไว้จะมิจนเสียหรือ ขอไต้อ๋องจงหยุดคอยท่ากองหลังให้มาพร้อมกัน แล้วตั้งค่ายอยู่ที่นี่ดูกำลังข้าศึกก่อน

ฝ่ายห้วนโก้ยกวนหยินพาทหารเข้าตีตัดทหารฌ้อปาอ๋องแตกกระจายไป ไล่ฆ่าฟันทหารล้มตายเป็นอันมาก

ฝ่ายทหารกองหน้ากลับมาทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าไม่เห็นฮั่นสิน ดูข้างหน้าเป็นภูเขากั้นไม่มีทางจะไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้หยุดทหารไว้ ทหารกองหลังเหลือตายเข้าไปถึง จึงทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า ห้วนโก้ยกวนหยินทหารฮั่นอ๋องเข้าตีตัดทหารกองหลังแตกกระจัดกระจายไปครึ่งหนึ่ง บัดนี้ห้วนโก้ยกวนหยินตั้งปิดปากทางอยู่ ได้ยินแต่เสียงกลองกองทัพฮั่นสินสนั่นไปทั้งป่า จงลิมวยจึงทูลว่าข้างหน้าไม่มีทางเดิน ข้างหลังกองทัพปิดแน่นหนาอยู่ ไต้อ๋องจะตีออกไปทางหน้าไม่ได้ เร่งตีกลับออกไปช่วยกองหลังโดยเร็ว ด้วยกองทัพเราแตกกระจัดกระจายอยู่จะรวมกันยาก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่ากองทัพฮั่นอ๋องปิดปากทางแน่นหนานัก ถ้าตีออกไปไม่ได้ข้าศึกล้อมไว้ ทหารทั้งปวงจะมิล้มตายเสียเป็นอันมากหรือ เราจะไปข้างหน้าถึงภูเขาจะกั้นอยู่คงจะมีทางน้อยเป็นมั่นคง ท่านอยู่หลังจงเร่งทหารตามไปจึงจะพ้นข้าศึก ห้างเป๊กจึงทูลว่าข้างหน้าเป็นภูเขา ถึงมีทางกองทัพจะเดินก็กันดาร ขณะเมื่อยังปรึกษากันอยู่พอได้ยินเสียงประทัดอื้ออึงขึ้น เห็นกองทัพห้วนโก้ยกวนหยินมาทิศอุดร จิวพุนจิวเชียงมาทิศพายัพ หลีแบถองเตียวฮีมาทิศหรดี เตียวยี่เตียวฉองมาทิศทักษิณ แฮเฮาหยินอ๋องหลินมาทิศอาคเนย์ ลุยหวนมาทิศอีสาน กองทัพพระเจ้าฮั่นอ๋องกับนายทหารทั้งปวงระดมกันโอบเข้ามาทิศพูรพา

ฝ่ายทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นดังนั้นตกใจกลัวทุกคน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นทหารย่อท้อรวนเรอยู่ก็มีความโกรธ จึงว่าแต่เราทำศึกมายังมิได้แพ้แก่ผู้ใด เหมือนครั้งไปช่วยเมืองเตียวรบกับเจียงหำเมื่อข้ามแม่น้ำอุยโห เราหมายว่าจะไปกินข้าวในเมืองเตียวจึงให้ทหารต่อยหม้อข้าวเสีย แล้วเผาเรือไม่ให้ทหารข้ามมาได้ ครั้นไปตีเจียงหำก็แตกสมคะเน ท่านเห็นแต่กองทัพฮั่นอ๋องเท่านี้กลัวเล่า ว่าแล้วก็เร่งขับทหารเข้ารบ พอหยินโป้เป็นกิวกังอ๋องมาทิศอีสาน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นจึงว่าอ้ายขโมย อยู่กับเราแล้วยังกลับขบถ จะมีหน้ามาพบกับกูอีกเล่า ไม่กลัวฝีมือกูหรือ หยินโป้จึงว่าท่านใช้เราไปฆ่าพระเจ้างี่เต้เสีย ให้คนทั้งปวงเจ็บแค้นด่าเราทั้งแผ่นดิน บัดนี้พบท่านเราจะกำจัดท่านเสีย ให้คนทั้งปวงหายสงสัย ว่าแล้วหยินโป้เอาขวานฟันฌ้อปาอ๋อง ๆ เอาทวนรับรบกันได้ห้าสิบเพลง ลุยหวนกลัวหยินโป้จะแพ้แก่ฌ้อปาอ๋อง ลุยหวนก็ขับม้าเข้าช่วยหยินโป้รบ

ฝ่ายกี๋โป้ควั่นฌ้อเห็นลุยหวนหยินโป้เข้าระดมพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ก็ขับทหารเข้าช่วยรบ แล้วร้องว่าไต้อ๋องหยุดพักก่อน ข้าพเจ้าทั้งสองนายจะรบกับอ้ายขโมยเอง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ชักม้ากลับหลังไปหยุดอยู่บนเนินเขา ดูกี๋โป้ควั่นฌ้อรบกับลุยหวนหยินโป้ 

ฝ่ายโจฉำตันบูยืนม้าอยู่ เห็นลุยหวนหยินโป้รบกับกี๋โป้ควั่นฌ้อเกลือกจะเสียทีก็ขับทหารเข้าระดมล้อมไว้

ฝ่ายจงลิมวยไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า ขอไต้อ๋องเสด็จไปข้างหน้าถึงจะกันดารเห็นข้าศึกจะไม่มี พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังเห็นชอบก็ชักม้าพาทหารตีออกไปได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องกับทหารเก้ากองติดตามรบ ฆ่าทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องล้มตายเป็นอันมากแล้วมาอยู่ตามที่

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องหนีไปตามทางน้อยริมเขากองบู๊เป็นเวลาพลบ เห็นแสงเพลิงบนเขาสว่างอยู่ ชักม้าเข้าไปใกล้จึงเห็นค่ายแลตัวฮั่นสินนั่งเสพสุราอยู่หน้าค่าย ให้ทหารทำมโหรีปี่พาทย์รับรองอื้ออึง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องโกรธว่าฮั่นสินดูหมิ่นเรานัก จึงให้ทหารขึ้นไปจับตัวฮั่นสิน

ฝ่ายทหารฮั่นสินซึ่งอยู่บนเนินเขาเห็นดังนั้น ก็เอาก้อนศิลาแลไม้ท่อนกลิ้งลงไป ถูกทหารฌ้อปาอ๋องเจ็บป่วยเป็นหลายคนขึ้นไปไม่ได้

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นดังนั้นก็มีความแค้นนัก จะขึ้นไปบนเขาจับตัวให้จงได้ กี๋โป้ทูลว่าเวลานี้เป็นกลางคืน เห็นจะเป็นกลฮั่นสินให้ไต้อ๋องขึ้นไป แล้วจะให้ทหารระดมยิงเกาทัณฑ์แลก้อนศิลาท่อนไม้เป็นมั่นคง ขอไต้อ๋องจงหยุดอยู่ที่นี่สักคืนหนึ่งก่อน ต่อรุ่งเช้าดูทหารข้าศึกด้านใดเบาบางจึงตีฝ่าออกไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังเห็นชอบ พอจะหยุดอยู่ได้ยินเสียงประทัดแลดูไฟลุกรอบไหม้ป่าทั้งสี่ด้าน ทหารฮั่นอ๋องหนุนกันเข้ามาดังลูกคลื่น รี้พลฌ้อปาอ๋องเห็นดังนั้นก็แตกกระจัดกระจายกันไป ยังแต่ทหารม้าซึ่งสนิทต้องล้อมอยู่กับฌ้อปาอ๋องประมาณร้อยเศษ

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นทหารฮั่นอ๋องล้อมแน่นหนา พาคนสนิทตีฝ่าออกไปจากที่ล้อมได้ชั้นหนึ่ง พอพบลุยหวนขี่ม้าถือทวนสกัดอยู่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ถือทวนรบกับลุยหวนได้สิบเพลง ลุยหวนเสียที ฌ้อปาอ๋องเอาทวนแทงถูกลุยหวนตกม้าตาย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ชักม้าจะไป พอพบตันบูกับอ๋องหลินสกัดอยู่

ฝ่ายตันบูอ๋องหลินเห็นฌ้อปาอ๋องตีฝ่าออกมา ก็ชักม้าเข้ารบกับฌ้อปาอ๋อง ฌ้อปาอ๋องก็ถอยรบมาถึงซึ่งเขาทิศใต้มืดนัก ได้ยินเสียงนํ้าข้างหน้าไหลสำคัญว่าโกรกธารเห็นจะข้ามไปไม่ได้ ข้างหลังข้าศึกก็ตามล้อมเข้ามาจะไปทางใดวิตกถึงตัวอยู่

ฝ่ายจิวอุนควั่นฌ้อรู้ว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องต้องล้อมอยู่ริมเขาทิศใต้ พาทหารฟันตีฝ่าทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องมาให้ถึงพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ ได้ยินเสียงประทัดแลเสียงคนอื้ออึงแสงไฟสว่าง จึงเห็นจิวอุนควั่นฌ้อระดมรบเข้ามา ก็ขับทหารให้ตีกระหนาบออกไปได้พอเวลาสว่าง เห็นทหารล้มตายเลือดไหลนองไปในป่า ดูทั้งซ้ายขวาหน้าหลังทั้งสี่ด้านล้วนทหารฮั่นอ๋องสิ้น สลดพระทัยนัก จึงปรึกษาจิวอุนว่าเราทำศึกมาแต่ครั้งเมืองทั้งปวงประมาณสามร้อยครั้ง ไม่เหมือนฮั่นสินรบกับเราครั้งนี้กวดขันนัก จิวอุนจึงทูลว่ากิตติศัพท์ไต้อ๋องดีมานานแล้ว ฮั่นสินจึงทำอุบายถอยหนีล่อไต้อ๋องให้ไต้อ๋องไล่เข้ามาในหุบเขาแล้วให้ทหารล้อมเข้ามาคับขันอยู่ ข้าพเจ้ามิได้คิดชีวิตจึงตามไต้อ๋อง ๆ จงตีออกไปโดยเร็ว ถ้าอยู่ช้าข้าศึกล้อมเข้ามาเห็นจะไปได้โดยยาก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงว่าเราจะหักออกไป ท่านจงเป็นกองรั้งหลัง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องถือทวนขึ้นม้าขับทหารตีออกไป

ฝ่ายทหารซึ่งล้อมอยู่ต้านทานฌ้อปาอ๋องมิได้ ต่างคนก็หลีกหนี จิวอุนควั่นฌ้อซึ่งอยู่รั้งหลัง ก็ขับทหารหนุนตามออกไปประมาณห้าสิบเส้น ได้ยินเสียงกลองอึงสนั่น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นจิวพุนจิวเชียงนำทหารเข้ามาสกัดทางไว้

ฝ่ายจิวพุนจิวเชียงเห็นฌ้อปาอ๋องมาใกล้ ร้องว่าไต้อ๋องลงจากม้ามาสามิภักดิ์พระเจ้าฮั่นอ๋องโดยดีเห็นชีวิตจะรอด พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ยินดังนั้นก็โกรธ ชักม้าเข้ารบกับจิวพุนจิวเชียงได้หลายเพลง จิวพุนจิวเชียงต้านทานกำลังมิได้ก็ชักม้าหนีไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องคิดว่าจะติดตามกลัวจะต้องกล จึงกลับไปตามทางใหญ่ทิศเหนือประมาณเจ็ดสิบเส้น

ฝ่ายทหารฮั่นสินซึ่งซุ่มอยู่ เห็นฌ้อปาอ๋องยกมาก็ให้ตีกลองสัญญาณขึ้น กินหิบโลก้วนก็ออกสกัดฌ้อปาอ๋อง ๆ ก็ขับม้าเข้ารบกินหิบโลก้วนได้หลายเพลง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องหนีบทวนไว้ หยิบกระบองเหล็กตีโลก้วนถูกบ่าซ้ายตกม้าลง ทหารเข้าป้องกันพาโลก้วนไปได้ กินหิบเห็นดังนั้นก็ขับม้าหนีไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องไม่ติดตามรีบเดินไปได้ทางประมาณห้าสิบเส้นไม่เห็นตัวคน เห็นแต่ลูกเกาทัณฑ์ยิงมาถูกทหารล้มตายหลายพันเหลือทหารอยู่พันหนึ่ง จิวอุนควั่นฌ้อติดตามฌ้อปาอ๋องถูกลูกเกาทัณฑ์หลายแห่ง แลตัวพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้นชำนาญในเพลงกระบองไม่มีผู้ใดเสมอ จึงไม่ถูกลูกเกาทัณฑ์ รีบเดินตามทางมา

ฝ่ายกี๋โป้จงลิมวยพลัดกันกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ไปพบทหารซึ่งแตกหนีมารวบรวมไว้รีบเดินสวนมาตามทางใหญ่ พบพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเข้าบรรจบเป็นกองเดียวจะกลับมาค่ายเก่า

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ