๓๖

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องรีบมาถึงแม่น้ำเซียงโหอิดโรยกำลังนักก็หยุดพักทหารอยู่ที่นั้น พอปกจงกุ๋นมาทันก็ลงจากม้าไปคำนับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องแล้วบอกว่าฟัมแจ้งวิตกถึงท่านนัก จึงให้ข้าพเจ้ารีบยกมาช่วยท่าน แลบัดนี้ข้าพเจ้าได้ฆ่านายทหารฮั่นอ๋องซึ่งยกตามมานั้นตายทั้งสองคน แลกองทัพนั้นก็แตกถอยไปแล้ว ซึ่งข้าพเจ้ามิได้ตามไปซ้ำข้าศึกนั้น ด้วยฟัมแจ้งกำชับข้าพเจ้ามาว่าฮั่นสินนั้นมีกลอุบายมากอยู่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงว่าแก่ปกจงกุ๋นว่า ตั้งแต่เราทำศึกมาก็นับได้ร้อยครั้ง ยังหาเสียทีแก่ผู้ใดเหมือนครั้งนี้ไม่ นี่หากว่าฟัมแจ้งให้ท่านรีบมาช่วยเราทันที หาไม่เราแทบจะไม่พ้นมือข้าศึก กี๋โป้จึงว่าซึ่งจะตั้งช้าอยู่ที่นี่ไม่ได้เกลือกฮั่นสินจะยกตามมาอีก ทหารเราอิดโรยอยู่จะเสียทีแก่ฮั่นสิน ขอเชิญท่านรีบไปให้ถึงเมืองแพเสียทีเดียวเถิด พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็เห็นชอบด้วยจึงรีบยกจากแม่น้ำเซียงโหไป ณ เมืองแพเสีย ครั้นมาถึงเมืองแพเสียอยู่ประมาณสามวันพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงสั่งให้นายหมวดนายกองทั้งปวงตรวจทหารดู ได้คนแต่สิบหมื่นเสียไปยี่สิบหมื่นเศษ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงว่าแก่ฟัมแจ้งว่า ถ้าเราเชื่อท่านแล้วที่ไหนจะเสียทหารมากถึงเพียงนี้ ท่านจะคิดประการใดจึงจะได้ทหารมาเพิ่มเติมไว้อีก จะได้เป็นกำลังศึกทำการแก้แค้นฮั่นสินสืบไป ฟัมแจ้งจึงว่างุยป่าซึ่งเป็นแม่ทัพฮั่นอ๋องยกมาเมื่อครั้งแม่น้ำโปจุยนั้น บัดนี้ไปอยู่ ณ เมืองเปงเอี๋ยงแล้วซ่องสุมผู้คนนั้นไว้เป็นอันมาก เห็นจะเอาใจออกหากฮั่นอ๋อง ด้วยฮั่นอ๋องด่างุยป่าเมื่อครั้งแม่น้ำโปจุยนั้นเป็นข้อหยาบช้านัก ถ้าท่านให้คนมีสติปัญญาไปยุยงงุยป่าให้แข็งเมืองขึ้น ถ้าฮั่นอ๋องรู้ก็เห็นจะให้ฮั่นสินไปรบงุยป่า ถ้าฮั่นสินไปรบงุยป่าแล้ว ภายหลังท่านจึงรีบไปตีเอาเมืองเอ๊กเอี๋ยงเห็นจะได้โดยง่าย ประการหนึ่งถ้างุยป่าเสียทีแก่ฮั่นสินแล้ว ก็เห็นจะมาทำราชการอยู่กับท่าน ๆ ก็จะได้ทหารงุยป่าเป็นกำลังศึก

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย จึงถามฟัมแจ้งว่าซึ่งจะให้ไปเกลี้ยกล่อมงุยป่านั้นเห็นผู้ใดจะไปได้ ห้างเป๊กจึงว่าในเมืองเปงเอี๋ยงที่งุยป่านั้น ข้าพเจ้ามีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชื่ออีซุ่น เป็นหมอดูลักษณะแล้วเป็นคนช่างพูดด้วย อีซุ่นกับงุยป่าก็ชอบอัชฌาสัยกันนัก ข้าพเจ้าจะมีหนังสือไปถึงอีซุ่นเห็นจะไม่เสียการ แลการที่ท่านคิดก็จะสำเร็จ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีนัก จึงสั่งห้างเป๊กให้มีหนังสือไปถึงอีซุ่น ห้างเป๊กก็แต่งหนังสือฉบับหนึ่งเป็นใจความว่า ให้อีซุ่นคิดพูดกับงุยป่าให้งุยป่าตั้งตัวแข็งเมืองขึ้นให้จงได้ ห้างเป๊กก็ให้คนสนิทรีบเอาหนังสือไปให้อีซุ่น ณ เมืองเปงเอี๋ยง อีซุ่นได้แจ้งในหนังสือห้างเป๊กดังนั้น จึงคิดแต่ในใจว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็มีบุญหนักแล้วห้างเป๊กก็เป็นเพื่อนชอบใจกัน จำจะทำตามหนังสือห้างเป๊กจึงจะชอบ ครั้นเวลารุ่งเช้า อีซุ่นก็เข้าไปหางุยป่า ณ ที่ออกขุนนาง งุยป่าเห็นอีซุ่นมามีความยินดีนัก จึงว่าเราคิดอยู่ว่าจะให้เชิญท่านมาให้พิเคราะห์ดูลักษณะ ซึ่งท่านมาบัดนี้สมกับความคิดเรานัก ท่านจงช่วยพิเคราะห์ดูลักษณะในตัวเราว่าจะมีบุญขึ้นไปอีกหรือ ๆ จะดีร้ายประการใด อีซุ่นได้ฟังงุยป่าถามก็มีความยินดี จึงว่าเชิญออกไปนั่งที่สว่างข้าพเจ้าจะพิเคราะห์ดูลักษณะท่าน งุยป่าก็ออกไปนั่งที่สว่าง

ฝ่ายอีซุ่นครั้นพิเคราะห์ลักษณะงุยป่าเห็นเส้นโลหิตที่หน้านั้นประกอบด้วยโทษแลธาตุหาปกติไม่ จึงคิดว่าถ้าจะทายตามจริงบัดนี้งุยป่าก็จะเสียใจ การซึ่งห้างเป๊กให้หนังสือมาก็จะไม่สมคิด อีซุ่นจึงบอกกับงุยป่าว่า ข้าพเจ้าพิศดูเส้นโลหิตแลราศีท่านก็ประกอบไปด้วยลักษณะดีนักต้องด้วยตามตำรา ทายว่าท่านจะมีบุญเป็นเจ้าแผ่นดินหาผู้ใดจะเสมอมิได้ แลในปีนี้ท่านจะไปทำศึกที่ใดก็จะมีชัยชนะ

งุยป่าได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงว่าถ้าเรามีบุญเหมือนคำท่านว่าแล้ว เราจะสนองคุณท่านให้ถึงขนาด อีซุ่นจึงว่าแต่ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูที่บ้านท่านอยู่ก็เป็นรัศมีประหลาดช้านานอยู่แล้ว ข้าพเจ้าจึงมาหาท่าน ครั้นท่านให้ข้าพเจ้าดูลักษณะแลราศีก็เห็นท่านจะมีบุญโดยแท้ งุยป่ามิได้รู้ในกลอุบายอีซุ่นสำคัญว่าจริงก็ยิ่งมีใจกำเริบหนัก จึงว่าแก่อีซุ่นว่าเราจะใคร่เชิญท่านไปข้างใน จะให้ท่านพิเคราะห์นางปกเฮาผู้เป็นภรรยาเราด้วย แล้วงุยป่าก็พาอีซุ่นเข้าไป ณ ที่ข้างใน จึงให้นางปกเฮานั้นออกมาให้อีซุ่นดูลักษณะ อีซุ่นก็พิเคราะห์ดูลักษณะนางปกเฮาแล้วก็ทำเป็นตกใจคุกเข่าลงคำนับนางปกเฮา แล้วว่าแก่งุยป่าว่านางนี้ก็ต้องลักษณะมีบุญนัก ตำราทายว่าจะได้เป็นอัครมเหสี เป็นคู่บุญของท่านยากที่ผู้ใดจะประกอบพร้อมกันดังนี้ งุยป่าได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งกำเริบใจนักคิดจะตั้งตัวเป็นใหญ่ แล้วจัดแพรอย่างดีแลสิ่งของทั้งปวงให้กับอีซุ่นเป็นอันมาก อีซุ่นได้สิ่งของทั้งปวงแล้วก็ลาไปบ้าน

ฝ่ายงุยป่าครั้นอีซุ่นไปแล้วจึงให้หาจิวซกมาปรึกษาว่า ครั้งก่อนนั้นเราเป็นแม่ทัพยกไปรบกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ณ แม่น้ำโปจุย เราเสียทีแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ฮั่นอ๋องคิดจะเอาโทษตามอาชญาศึก เราจึงมาอยู่เมืองเปงเอี๋ยงหาได้ไปมาหาฮั่นอ๋องตามประเพณีบ่าวนายกันไม่ เห็นฮั่นอ๋องจะมีความแค้นเคืองเรานัก แลบัดนี้เราแจ้งว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกกองทัพไปตีเมืองเอ๊กเอี๋ยง ฮั่นอ๋องให้ฮั่นสินเป็นแม่ทัพแทนที่เรา รบมีชัยชนะแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง เห็นว่าฮั่นอ๋องกับฮั่นสินจะมีใจกำเริบยกมาทำอันตรายแก่เราเป็นมั่นคง ฝ่ายตัวเราก็นับว่าเป็นชาย ซึ่งจะนิ่งอยู่จนให้ภัยมาถึงตัวหาควรไม่ เราคิดว่าจะซ่องสุมผู้คนตั้งแข็งเมืองขึ้นทำศึกแก่ฮั่นอ๋อง แล้วชิงเอาเมืองเอ๊กเอี๋ยงแลเมืองห้ำเอี๋ยงให้จงได้ ถ้าเราได้เมืองห้ำเอี๋ยงแล้วจะได้ตั้งตัวเป็นใหญ่ในแผ่นดินสามก๊ก ท่านจะเห็นเป็นประการใด จิวซกจึงว่าจะคิดทำศึกแก่ฮั่นอ๋องนั้นข้าพเจ้ายังหาเห็นด้วยไม่ ด้วยฮั่นอ๋องมีนํ้าใจโอบอ้อมอารีราษฎรโดยสุจริต แลตั้งใจจะบำรุงแผ่นดินให้เป็นสุข หัวเมืองทั้งปวงก็ไปสามิภักดิ์แก่ฮั่นอ๋องสิ้น ฮั่นอ๋องมีทหารที่มีฝีมือดีนั้นก็มากขึ้นแล้ว ฮั่นสินก็มีสติปัญญาคิดการศึกเหมือนหนึ่งเทพยดา ไม่มีผู้ใดอาจทำศึกกับฮั่นอ๋องได้ อันพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้นมีกำลังแลฝีมือเข้มแข็งเป็นประการใดก็นับวันจะถอยกำลังลงที่ไหนจะสู้ฮั่นอ๋องได้ ตัวท่านนี้ทแกล้วทหารก็น้อย แล้วแต่ก่อนท่านก็ทำราชการอยู่ในฮั่นอ๋อง ๆ ก็มีความกรุณาแก่ท่านอยู่เป็นอันมาก ถึงเสียทัพครั้งแม่น้ำโปจุยแลเสียทหารถึงสามสิบหมื่นฮั่นอ๋องก็มิได้เอาโทษ ท่านก็มาเป็นเจ้าเมืองเปงเอี๋ยงมีความสุขอยู่ถึงเพียงนี้แล้ว บัดนี้จะกลับมาทำศึกกับฮั่นอ๋องซึ่งมีคุณแก่ท่านนั้น คนทั้งปวงจะมิติเตียนท่านได้หรือ งุยป่าจึงว่าซึ่งจะตั้งตัวเป็นใหญ่นั้นก็อาศัยบุญวาสนาเป็นต้น เมื่อบุญมาถึงแล้วการทั้งปวงหากจะเป็นก็เป็นเอง ซึ่งว่ารี้พลน้อยนั้นหาควรวิตกไม่ อีซุ่นดูลักษณะเราแล้วทายว่าเราจะได้เป็นเจ้าแผ่นดินเป็นมั่นคง การทั้งนี้ท่านยังหาเข้าใจไม่ จิวซกจึงว่าถ้าท่านจะเชื่ออีซุ่นขืนคิดการอันมิดีดังนี้แล้วนานไปอันตรายจะมีแก่ท่านเป็นมั่นคง

งุยป่าได้ฟังจิวซกว่าดังนั้นก็โกรธ จึงว่าเราจะคิดทำการใหญ่สิเอาความมิดีมาว่ากับเราเล่า ตัวเป็นพวกเดียวกับฮั่นอ๋องหรือ จิวซกจึงว่าข้าพเจ้าเอาบุญท่านเป็นที่พึ่งได้อยู่เย็นเป็นสุขมาช้านานแล้ว ข้าพเจ้าคิดถึงคุณโดยสุจริตดอก ท่านจงตรึกตรองดูให้ควรก่อนเถิด งุยป่าได้ฟังจิวซกว่าดังนั้นก็ยิ่งโกรธนักจึงให้คนใช้ขับจิวซกออกไปเสียจากที่ขุนนาง แต่นั้นมาก็ไม่มีผู้ใดจะทัดทานงุยป่าได้ งุยป่าจึงให้ตั้งซ่องสุมเกลี้ยกล่อมผู้คนได้ประมาณสิบหมื่นเศษ แล้วตั้งติดเตียงให้เป็นที่ปรึกษา เป๊กติดเป็นไทเจียงเป็นที่แม่ทัพใหญ่ ให้ปินเก๋งเป็นนายทหารเดินเท้า ให้ห้างแทะเป็นนายทหารม้า แล้วงุยป่าก็ยกทัพมาตั้งอยู่ ณ เปงเอี๋ยงก้วนด่านชั้นนอก แล้วมีหนังสือไปถึงพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ ก็มีความยินดีนัก

ฝ่ายฮั่นอ๋องแจ้งว่างุยป่าตั้งตัวแข็งเมืองขึ้นดังนั้นก็หัวเราะ จึงว่างุยป่านั้นเป็นคนพูดมาก ที่ไหนจะทำการใหญ่ได้ แต่จะมิไปกำจัดมันเสียบัดนี้เล่า หัวเมืองทั้งปวงก็จะดูเยี่ยงอย่างกัน แล้วฮั่นอ๋องให้เตรียมกองทัพจะยกไปตีเมืองเปงเอี๋ยง หลีเสงที่ปรึกษาจึงว่าทำศึกกับฌ้อปาอ๋องพึ่งหยุดลง ทหารทั้งปวงก็เหน็ดเหนื่อยอยู่ ซึ่งจะยกกองทัพไปรบกับงุยป่านั้นเห็นทหารจะได้ความลำบากนัก แล้วก็หาเป็นเกียรติยศแก่หัวเมืองทั้งปวงไม่ ข้าพเจ้าคิดจะอาสาท่านไปว่ากล่าวเล้าโลมดูท่วงทีงุยป่าแต่โดยดีก่อน เกลือกงุยป่าจะรู้ตัวว่าผิดคิดกลับใจได้ ทหารเราก็ไม่ได้ความลำบาก ถ้างุยป่าดื้อดึงไปมิได้เห็นผิดแลชอบจึงค่อยยกกองทัพไปตีเห็นจะมีชัยชนะโดยง่าย ที่ไหนงุยป่าจะต้านทานฝีมือทหารท่านได้ ฮั่นอ๋องก็เห็นชอบด้วย หลีเสงก็ลาฮั่นอ๋องไปหางุยป่า ณ เมืองเปงเอี๋ยงก้วน งุยป่าเห็นหลีเสงเข้ามาหาก็เชิญให้นั่งที่สมควร แล้วงุยป่าจึงว่ากับหลีเสงว่าท่านกับเราก็เป็นเพื่อนรักกัน ซึ่งท่านมาหาเราครั้งนี้ฮั่นอ๋องใช้ท่านมาเกลี้ยกล่อมเราหรือ หลีเสงจึงว่าฮั่นอ๋องหาได้ใช้เราไม่ เราแจ้งว่าท่านจะคิดตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่ เราจึงมาหาหวังจะเตือนสติท่านเมื่อจะไม่เห็นด้วยเราแล้วก็แล้วไป สุดแต่น้ำใจของท่าน งุยป่าจึงว่าท่านจะว่าประการใดกับเราก็ว่าไปเถิด หลีเสงจึงว่าคำโบราณว่าไว้ว่า ถ้าผู้ใดจะคิดการทั้งปวงก็ให้ตรึกตรองข้างหน้าข้างหลังให้เห็นจนละเอียดก่อน หมายจะสำเร็จฝ่ายเดียวจึงคิดทำ ถ้ายังขัดข้องอยู่ขืนทำการนั้นไปอันตรายก็จะมีเป็นมั่นคง แลฝ่ายตัวท่านนี้เล่าแต่ก่อนก็ทำราชการอยู่กับฮั่นอ๋อง บัดนี้ท่านกลับไปขึ้นแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้น ก็เหมือนท่านละความดีเสียไปหาที่อันชั่ว ท่านไม่รู้หรือว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้นมีแต่จะถอยกำลังลงทุกวัน ฮั่นอ๋องมีแต่จะทวีกำลังขึ้นทุกวัน ควรเอาฮั่นอ๋องเป็นที่พึ่ง ท่านก็มีสติปัญญาอยู่จงคิดตรึกตรองดูเถิด งุยป่าจึงว่าฮั่นอ่องด่าเราเป็นข้อหยาบช้าต่าง ๆ เราได้ความอัปยศอดสูนัก ตัวเราก็นับว่าเป็นชายผู้หนึ่ง ฮั่นอ๋องกับเราจะเป็นกระไรกันเราหาหมายว่าจะพึ่งบุญผู้ใดไม่ เราจะพึ่งบุญของเราเอง ท่านอย่าว่าให้ป่วยการเลย ถึงว่าโซจิ้นซึ่งเป็นคนช่างพูดครั้งเลียดก๊กนั้นกลับเป็นขึ้นมาพูดกับเรา ๆ ก็มิได้ไปหาฮั่นอ๋อง หลีเสงเห็นงุยป่าว่ากล่าวดื้อดึงอยู่ดังนั้นก็ลางุยป่ากลับมา ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง เล่าเนื้อความทั้งปวงซึ่งได้ว่ากล่าวกับงุยป่านั้นให้ฮั่นอ๋องฟังทุกประการ ฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงถามหลีเสงว่า ซึ่งงุยป่าคิดจะตั้งตัวเป็นใหญ่ยกกองทัพมาตั้งอยู่ ณ เมืองเปงเอี๋ยงก้วนนั้นงุยป่าตั้งให้ผู้ใดเป็นแม่ทัพ หลีเสงจึงบอกว่างุยป่าตั้งให้เป๊กติดเป็นแม่ทัพใหญ่ บังคับบัญชาการทหารทั้งปวงในกองทัพสิทธิ์ขาด ฮั่นอ๋องจึงว่าเป๊กติดนั้นเป็นลูกเล็กปากยังไม่วายกลิ่นน้ำนม ที่ไหนจะคิดการใหญ่ได้ แล้วฮั่นอ๋องถามว่าผู้ใดเป็นนายทหารม้าเล่า หลีเสงจึงว่าปินเก๋งเป็นนายทหารม้า ฮั่นอ๋องจึงว่าปินเก๋งคนนี้เป็นบูเต๊กขุนนางอยู่แต่ครั้งพระเจ้าจี๋นซีอ๋อง ปินเก๋งเป็นคนเฉลียวฉลาดอยู่ก็จริง แต่ทว่าสู้กวนหยินของเราไม่ได้ แล้วฮั่นอ๋องถามว่าผู้ใดเป็นนายทหารเดินเท้า หลีเสงบอกว่าห้างแทะเป็นนายทหารเดินเท้า ฮั่นอ๋องจึงว่า ห้างแทะนั้นต่ำทั้งฝีมือแลความคิด เห็นจะสู้โจฉำไม่ได้ อันทัพงุยป่าครั้งนี้เราเห็นจะชนะฝ่ายเดียว แล้วฮั่นอ๋องจึงสั่งให้ฮั่นสินเป็นแม่ทัพ โจฉำเป็นนายทหารเดินเท้า กวนหยินเป็นนายทหารม้าคุมทหารเลวคนละสิบหมื่นกำหนดจะให้ยกไปกำจัดงุยป่า ฮั่นสินโจฉำกวนหยินทั้งสามนายก็ออกมาจัดทหารพร้อมแล้วจึงพากันเข้าไปหาฮั่นอ๋อง ๆ ก็เอาตราสำหรับแม่ทัพมอบให้ฮั่นสิน ๆ ก็คำนับรับตรามาจากฮั่นอ๋องแล้วจึงว่าแก่ฮั่นอ๋องว่า ซึ่งข้าพเจ้าจะยกไปกำจัดงุยป่าครั้งนี้ ภายหลังเห็นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะยกกองทัพมาตีเมืองเอ๊กเอี๋ยงเป็นมั่นคง ฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้นก็ตกใจจึงถามฮั่นสินว่า ถ้าฌ้อปาอ๋องยกมาจะได้ผู้ใดเป็นแม่ทัพป้องกันเมืองเล่า ฮั่นสินจึงว่าข้าพเจ้าเห็นแต่อ๋องหลินผู้เดียว ด้วยอ๋องหลินน้ำใจสัตย์ซื่อนัก แล้วก็มีฝีมือเข้มแข็งพอจะต้านทานพระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ ถ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกมาครั้งนี้ ท่านจงให้อ๋องหลินเป็นแม่ทัพเถิด แต่ว่าให้เอาตันแผงเป็นที่ปรึกษาเข้าด้วย ถ้าขัดสนประการใดก็ให้ไต่ถามเตียวเหลียง ฮั่นอ๋องจึงว่าอ๋องหลินมีฝีมือกล้าแข็งก็จริง แต่เห็นว่ามารดาของอ๋องหลินยังตกอยู่ในเมืองฌ้อ เห็นอ๋องหลินจะไม่เต็มใจทำศึกแก่ฌ้อปาอ๋อง ฮั่นสินจึงว่าอ๋องหลินนั้นน้ำใจหนักแน่นดังหลักศิลา แล้วก็มีกตัญญูนัก ท่านอย่าเกรงอ๋องหลินเลย จงปลงใจอ๋องหลินเป็นแม่ทัพเถิด ข้าพเจ้าเห็นหาเสียการไม่ ฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้นก็รับคำ ฮั่นสินกวนหยินโจฉำก็ลาฮั่นอ๋องยกกองทัพไปเมืองเปงเอี๋ยง

ฝ่ายงุยป่าครั้นแจ้งว่าฮั่นสินยกทัพมา งุยป่าก็ยกทหารมาตั้งรับอยู่ตำบลป๊กปันตั้งค่ายชิดเชิงสะพานจะข้ามแม่น้ำฮูโห แล้วให้ชักสะพานเสียหวังจะมิให้ฮั่นสินข้ามมาได้

ฝ่ายฮั่นสินครั้นยกกองทัพมาถึงตำบลป๊กปัน ก็รีบจะข้ามแม่น้ำฮูโห ครั้นไปถึงเชิงสะพานก็แลเห็นค่ายงุยป่าตั้งรับอยู่เชิงสะพานฟากข้างโน้นเป็นหลายค่ายแล้วชักสะพานเสียด้วย ฮั่นสินเห็นดังนั้นก็ให้ตั้งค่ายลงที่เชิงสะพานฟากข้างหนึ่ง แล้วฮั่นสินจึงปรึกษานายทัพนายกองทั้งปวงว่า เมื่อข้าศึกชักสะพานเสียฉะนี้ท่านทั้งปวงจะคิดประการใดจึงจะมีชัยแก่ข้าศึกได้ นายทัพนายกองทั้งปวงก็ว่าพร้อมกันขึ้นว่าการทั้งนี้สุดแต่ง่วนโซ่ย ฮั่นสินได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้กวนหยินเป็นแม่ทัพ คุมทหารตัดไม้มัดแพมีหน้าแลท้ายเป็นรูปเรือให้ได้ประมาณพันเศษ กวนหยินก็คำนับลาฮั่นสินออกมากะเกณฑ์กันตัดไม้มัดแพประมาณสองวัน ก็ได้ครบตามคำฮั่นสินๆ จึงสั่งให้ถอยมาเทียบไว้หน้าค่าย แล้วเอาธงแลอาวุธลงประดับไว้ดุจหนึ่งเรือรบ แล้วเกณฑ์ทหารลงบรรจุแพไว้พร้อมทำทีประหนึ่งจะข้ามไปตีค่ายงุยป่า ๆ เห็นดังนั้นมิได้รู้ในกลอุบายฮั่นสิน ก็ตรวจตรารักษาหน้าค่ายข้างริมน้ำไว้เป็นสามารถ ฮั่นสินเห็นดังนั้นจึงให้โจฉำคุมทหารสองหมื่นอ้อมไปตีเมืองเปงเอี๋ยง ถ้าได้เมืองเปงเอี๋ยงแล้วก็ให้วกตีหลังงุยป่าลงมาเป็นศึกกระหนาบ โจฉำก็คำนับลาฮั่นสินคุมทหารสองหมื่นยกออกจากค่ายขึ้นไปข้างเหนือน้ำ ครั้นไปถึงตำบลแฮเอี๋ยงก็ให้เร่งทำแพข้ามแม่น้ำฮูโห รีบไปตีเอาเมืองเปงเอี๋ยงได้ แล้วโจฉำจึงแต่งทหารให้อยู่รักษาเมือง แลคุมครอบครัวงุยป่าไว้ให้มั่นคง ตัวโจฉำก็ยกกองทัพตีกระหนาบหลังงุยป่าลงมาตามฮั่นสินสั่ง

ฝ่ายทหารงุยป่าซึ่งอยู่รักษาเมืองเปงเอี๋ยงนั้น ขณะเมื่อโจฉำเข้าเมืองได้ หนีออกจากเมืองรีบมาแจ้งความแก่งุยป่าทุกประการ งุยป่าแจ้งดังนั้นก็ตกใจ จึงขึ้นม้าพาทหารทั้งปวงออกจากค่ายหมายจะไปตีเอาครัวคืน ขณะนั้นพอฮั่นสินให้กวนหยินข้ามมาถึงค่ายงุยป่า กวนหยินเห็นดังนั้นก็ขับทหารเข้าตีทัพงุยป่า ทหารงุยป่ากำลังเสียใจก็ไม่คิดที่จะรบ ต่างคนทิ้งเครื่องศัสตราวุธหนีเอาตัวรอด กวนหยินก็พาทหารไล่ฆ่าฟันทหารงุยป่าล้มตายเป็นอันมาก งุยป่าก็พาทหารรีบหนีไปทางเมืองเปงเอี๋ยง

ฝ่ายโจฉำก็ยกรีบมาใกล้ค่ายงุยป่า พอเห็นทัพงุยป่าแตกถอยขึ้นมาตามทาง โจฉำให้ขยายพลเป็นหน้ากระดานตีกระหนาบหลังมาไล่ฆ่าฟันทหารงุยป่า

ฝ่ายเป๊กติดปินเก๋งห้างแทะสามนาย เห็นศึกเหลือกำลังก็ทิ้งงุยป่าเสียต่างคนหนีเอาตัวรอด โจฉำกับกวนหยินก็ให้ทหารล้อมจับตัวงุยป่าได้มัดเข้ามาให้ฮั่นสิน ณ ค่าย ฮั่นสินเห็นงุยป่าก็มีความยินดีนัก จึงว่าแก่งุยป่าว่าฮั่นอ๋องมีความกรุณาแก่ท่าน เมื่อขณะยกไปตีเมืองแพเสียก็ตั้งให้ท่านเป็นแม่ทัพถืออาชญาสิทธิ์ ครั้นท่านเสียทีทัพเสียทหารฮั่นอ๋องเป็นอันมาก โทษก็ถึงตายตามอาชญาศึก ฮั่นอ๋องก็มิได้เอาโทษท่าน ๆ ได้มาเป็นเจ้าอยู่ ณ เมืองเปงเอี๋ยงเหมือนกับคนที่มีความชอบ ควรที่ท่านจะคิดถึงคุณฮั่นอ๋องแลตั้งใจสามิภักดิ์ ทำการแก้ตัวไว้เกียรติยศในแผ่นดินโดยสุจริต นี่ท่านมาทำการดุจหนึ่งคนหาปัญญาไม่ แลซึ่งฮั่นอ๋องให้เรามาครั้งนี้ก็มอบอาชญาสิทธิ์มาตามโทษท่าน ครั้นเราจะฆ่าท่านเสียบัดนี้ก็หาเป็นเกียรติยศไม่ เราจะส่งท่านให้ฮั่นอ๋อง ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง ตามแต่บุญแลกรรมของท่าน แล้วฮั่นสินก็สั่งให้ทำตะรางขึ้นบนเกวียน เอางุยป่าใส่ตะรางคุมมา ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง ฮั่นสินก็ยกทัพเข้าเมืองเปงเอี๋ยง จิวซกแลขุนนางทั้งปวงก็ออกมารับฮั่นสิน ๆ จึงตั้งให้จิวซกเป็นผู้รักษาเมืองเปงเอี๋ยง แล้วจัดแจงให้ราษฎรทำมาหากินอยู่ตามภูมิลำเนา

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ