๓๓

ฝ่ายหงอจูกี๋ไปถึงค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ก็พานางหงอกี๋เข้าไปเฝ้าทูลความซึ่งฮั่นอ๋องยกทัพมา มีหนังสือเข้ามาถึงแพอวด ๆ ว่าจะเปิดประตูรับ ให้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องฟังทุกประการ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็โกรธนัก จึงว่าซึ่งเล่าปังดูหมิ่นมาตีเอาเมืองแพเสียครั้งนี้เราจะแก้แค้นให้จงได้ ว่าพลางแหงนหน้าขึ้นบนฟ้าร้องประกาศแก่เทพยดาว่าเล่าปังกับเราจะขอเป็นข้าศึกกันไปกว่าจะสิ้นชีวิต แล้วให้หาลองโจกับจงลิมวยเข้ามาบอกความว่า อ้ายเล่าปังมันมาตีเมืองแพเสียได้ ครั้นจะยกทัพไปชาวเมืองเจ๋จะกำเริบ ท่านทั้งสองจงอยู่คิดการที่จะตีเอาเมืองเจ๋นี้ให้จงได้ เราจะยกไปแก้แค้นเล่าปังก่อน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องแบ่งทหารให้ลองโจกับจงลิมวยสิบหมื่น เหลือนั้นยกทัพหลวงรีบกลับมาตั้งค่ายอยู่ใกล้เมืองแพเสียทางประมาณห้าร้อยเส้น แล้วให้คนถือหนังสือเข้าไปถึงฮั่นอ๋องเป็นใจความว่า ซึ่งเราชุบเลี้ยงตั้งให้เป็นฮั่นอ๋องกินเมืองโปต๋งมีเมืองขึ้นถึงสี่สิบเอ็ดหัวเมือง ส่วยสาอากรก็ขึ้นแก่ตัวสิ้นยังหาอิ่มในสมบัติไม่ ทำใจใหญ่ยกทัพมาตีเอาเมืองฝ่ายตะวันออกของเราไปเป็นอันมาก เราก็หาได้แต่งกองทัพไปรบพุ่งไม่ กลับยกมาปล้นเอาเมืองเราอีกเล่า ซึ่งตัวคิดทำการทั้งนี้หมายจะต้านทานกำลังเราได้แล้วเร่งยกออกมารบกับเรา พระเจ้าฮั่นอ๋องแจ้งในหนังสือดังนั้นจึงเอาหนังสือให้งุยป่าดู งุยป่าจึงว่าให้จารึกหลังกระดาษออกไปว่าเวลาพรุ่งนี้จะยกออกไปรบ พระเจ้าฮั่นอ๋องก็ให้กระทำตามคำงุยป่า ๆ ก็จัดทัพ สั่งสุมางังซึ่งเป็นหยินอ๋องคุมทหารเป็นทัพหน้าชั้นหนึ่ง ให้เซงเอี๋ยงคุมทหารเป็นทัพหน้าชั้นสอง ให้เตียวยี่ซึ่งเป็นเซียงสันอ๋องคุมทหารเป็นทัพหน้าชั้นสาม พระเจ้าฮั่นอ๋องคุมทหารสิบห้าหมื่นเป็นทัพหลวง แล้วจัดเอาทหารมีฝีมือเข้มแข็งให้คุมทหารเป็นปีกซ้ายขวา งุยป่าคุมทหารเป็นกองหลัง ให้เจาเต๊ตั้งอี้สุมาหืนสามนายคุมทหารอยู่รักษาเมืองแพเสีย แลงุยป่าเป็นคนหาสติปัญญามิได้ จัดทัพมิได้รู้ว่าผู้ใดมีกำลังแลฝีมือควรที่จะเป็นแม่ทัพหน้าทัพหลังปีกซ้ายขวาหารู้ไม่

ฝ่ายทหารทั้งปวงก็มิได้เห็นด้วยงุยป่า แต่พระเจ้าฮั่นอ๋องตั้งงุยป่าเป็นแม่ทัพแล้ว ทหารทั้งปวงก็จนใจอยู่ไม่อาจจะทัดทานได้ ครั้นรุ่งเช้าพระเจ้าฮั่นอ๋องก็ยกกองทัพไปตั้งอยู่ไกลเมืองทางประมาณร้อยเส้น แล้วให้ตีกลองแลม้าล่ออื้ออึงอยู่

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ครั้นเวลารุ่งเช้าก็แต่งตัวใส่เกราะขึ้นม้าถือทวนขับทหารยกออกจากค่าย มีธงหงส์แลธงมังกรแห่สองข้างทาง เสียงกลองแลพิณพาทย์เสียงพลครึกโครมมา พอแลไปเห็นธงสำหรับทัพฮั่นอ๋องแดงดาดไปทั้งท้องทุ่ง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องยินดีนัก จึงขับม้ารีบมาหน้าทหารทั้งปวง ครั้นมาถึงทัพสุมางังพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ร้องด้วยเสียงอันดังว่า ให้เล่าปังเร่งยกออกมารบกับเรา สุมางังได้ยินฌ้อปาอ๋องร้องดังนั้นจึงขับม้าขึ้นมาหน้าทหาร พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นสุมางังจึงว่า เราตั้งตัวให้เป็นเจ้าเมืองหัวไหล เหตุไฉนจึงคิดขบถไปเข้าด้วยเล่าปังซึ่งเป็นคนทรยศ สุมางังว่าเราหาได้เป็นขบถไม่ ตัวท่านอีกเป็นขบถต่อพระเจ้างี่เต้ เราจึงยกมาจะกำจัดท่าน

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็โกรธร้องตวาดเสียงดังฟ้าผ่า ซึ่งม้าสุมางังขี่นั้นตกใจทรุดถอยหลังไปหลายก้าว พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นได้ทีขับม้าโอจือแบ๊กระโจมแทงด้วยทวนถูกสุมางังตกม้าตาย แล้วขับม้าพาทหารไล่ฆ่าฟันทหารสุมางังแตกกระจัดกระจายไปสิ้น เซงเอี๋ยงเห็นดังนั้นก็ขับม้ารำทวนเข้าไปจะรบกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ เห็นเซงเอี๋ยงจึงร้องว่า ตัวมึงกูชุบเลี้ยงให้เป็นเจ้าเมืองลกเอี๋ยงกลับเป็นขบถไปเข้าด้วยเล่าปังอีกเล่า เซงเอี๋ยงจึงว่าเราหาได้เป็นขบถไม่ พระเจ้าฮั่นอ๋องเป็นผู้มีบุญ อย่าว่าแต่เราเลยบรรดาคนทั้งแผ่นดินก็เข้าด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋องสิ้น ตัวท่านจงยอมสามิภักดิ์เสียแก่พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงจะได้คงที่อยู่เป็นฌ้อปาอ๋อง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็โกรธ จึงเอาทวนแทงเซงเอี๋ยง ๆ รับไว้ได้แล้วหัวเราะร้องว่า เราว่าแต่โดยดียังกลับโกรธอีกเล่า เซงเอี๋ยงก็ชักม้าเข้ารบกับฌ้อปาอ๋องได้ยี่สิบเพลง เตียวยี่เห็นเซงเอี๋ยงจะทานกำลังฌ้อปาอ๋องมิได้ก็ขับม้ารำทวนเข้าช่วย เซงเอี๋ยงรบกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ เข้มแข็งนักมิได้เพลี่ยงพลํ้าในการรบ เซงเอี๋ยงสิ้นกำลังชักม้าจะหนี พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ขับม้าสะอึกเข้าไป เอาทวนแทงถูกเซงเอี๋ยงตกม้าตาย เตียวยี่เห็นก็เสียใจจึงขับม้าหนีเข้าปนอยู่กับทัพหลวง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ชักม้ารำทวนไล่ลุยแทงทหารกองหน้าเข้าไป จนถึงกองทัพพระเจ้าฮั่นอ๋องแล้วร้องว่า อ้ายเล่าปังมึงออกมารบกับกูให้เห็นฝีมือกัน พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังก็ขับม้าขึ้นมาหน้าทัพ ทหารที่มีฝีมือขับม้าเคียงเข้ามาเป็นอันมาก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นพระเจ้าฮั่นอ๋องจึงร้องด่าด้วยกำลังโกรธว่า อ้ายเล่าปังแต่ก่อนมึงก็เป็นแต่นายอำเภอ กูชุบเลี้ยงให้เป็นถึงฮั่นอ๋องมึงยังหาคิดถึงคุณกูไม่ ซึ่งมึงทำทั้งนี้หมายจะทานกำลังกูได้หรือ ถ้ามึงสู้ได้จนสามเพลงกูจะยอมให้เมืองแพเสีย ถ้าสู้ไม่ได้มึงก็จะตายอยู่กับเท้าม้าโอจือแบ๊ที่กูขี่มานี้ที่ไหนมึงจะรอดไป พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังจึงตอบว่า ตัวท่านก็เป็นแต่ลูกไพร่ไม่มีตระกูล ซึ่งเราจะรบกับท่านก็เสียเกียรติยศ เพราะเรากับท่านตระกูลไกลกันนักหาคู่ควรไม่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็โกรธ จึงขับม้ารำทวนเข้าไปจะแทงพระเจ้าฮั่นอ๋อง

ฝ่ายห้วนโก้ย จิวพุน ตันบู โลก้วน ทั้งสี่นายก็ขับม้ารำทวนเข้ารุกรบเป็นสามารถ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องรบอยู่กลางทหารทั้งสี่ด้านมิได้เพลี่ยงพลํ้า องอาจดังเสืออยู่ในกลางฝูงเนื้อ ห้างจิง ควั่นฌ้อ หงอจูกี๋ กี๋โป้ทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องทั้งสี่นายตามมาทันก็มิได้ช่วยพระเจ้าฌ้อปาอ๋องคุมทหารหลีกลงไปโจมตีทัพพระเจ้าฮั่นอ๋อง ทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องเสียทีด้วยเป็นศึกกระหนาบก็แตกกระจัดกระจายไปมิได้คิดที่จะสู้รบ ต่างคนต่างหนีเอาตัวรอด พระเจ้าฮั่นอ๋องเห็นทหารน้อยตัวลงถอยรอรบลงอยู่ งุยป่าเห็นทหารทัพหลวงแตกระส่ำระสายก็ขับม้าพาทหารหนุนขึ้นไป พระเจ้าฮั่นอ๋องเห็นงุยป่าหนุนขึ้นมาก็ค่อยคลายใจ จึงพาทหารที่เหลือนั้นถอยลงมาอยู่ด้างหลัง พองุยป่าขับม้าขึ้นไปปะทะเข้า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นจึงร้องด่าว่า อ้ายนี้ก็พลอยเป็นขบถไปด้วยเล่า งุยป่าจึงว่าตัวท่านทำให้แผ่นดินได้ความเดือดร้อนเพราะฆ่าพระเจ้างี่เต้เสีย คนทั้งปวงจึงคิดแค้นนัก อย่าว่าแต่เราเป็นขบถท่านเลย บรรดาคนที่มีกตัญญูก็ไปเข้าด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋องสิ้น พระเจ้าฮั่นอ๋องเป็นผู้มีบุญ ซึ่งท่านจะหลงมาสู้กับพระเจ้าฮั่นอ๋องนี้จะตายเสียหาต้องการไม่ จงถอยทัพไปเสียเถิด จะได้รอดชีวิตอยู่เป็นฌ้อปาอ๋อง ๆ ได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงขับม้ารำทวนเข้าไปจะแทงงุยป่า ๆ ก็ขับม้ารำกระบองเข้ารบได้ยี่สิบเพลง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นงุยป่าว่องไวในทีรบจึงทำเป็นชักม้าหนี งุยป่าก็ขับม้าไล่ฌ้อปาอ๋อง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นได้ทีก็เอาทวนหนีบรักแร้รอม้าอยู่ ม้างุยป่าควบไปด้วยกำลังฝีเท้าหนักไม่ทันยั้ง ถลำชิดเข้าไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ชักกระบองเหล็กสั้นซึ่งเหน็บเอวนั้นตีถูกบ่าขวางุยป่า ๆ ซบลงกับหลังม้า แต่ยังมีสติอยู่หมอบควบม้าหนีไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นมีชัยชนะแก่งุยป่าแล้ว ก็ขับม้าพาทหารไล่ฆ่าฟันทหารฮั่นอ๋องไปจนถึงแม่น้ำโปจุย แลทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องตายครั้งนั้นประมาณสามสิบหมื่นเศษ อาสภเกลื่อนไปแต่หน้าเมืองแพเสียจนถึงแม่น้ำโปจุย ในแม่น้ำก็เต็มไปด้วยอสุภ แล้วพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงสั่งให้กี๋โป้หนึ่งจิวลันหนึ่ง เตงเก๋งหนึ่ง ยงคีหนึ่ง สี่นายคุมทหารรีบไปตามฮั่นอ๋อง

ฝ่ายตั้งอี้สุมาหืน ซึ่งพระเจ้าฮั่นอ๋องให้รักษาเมืองแพเสีย ครั้นรู้ว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องตีทัพฮั่นอ๋องแตกไป ก็กลับใจคิดกับทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง จึงเข้าเมืองจับไทก๋งแลนางฮองเฮาได้ แล้วออกไปคอยเปิดประตูรับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ทหารพวกหนึ่งจับบุตรพระเจ้าฮั่นอ๋องคุมไว้ทั้งสองคน ฝ่ายแพอวดซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้รักษาเมืองกลับเข้าด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋อง ครั้นเห็นฮั่นอ๋องเสียทัพก็พาสมัครพรรคพวกออกจากเมืองแพเสียไปทางเมืองไตเหลียง

ฝ่ายแฮเฮาหยิน ซึ่งอยู่รักษาเมืองแพเสีย รู้ว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องเสียทีจะเข้าไปรับไทก๋งกับฮองเฮา เห็นทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจับไว้มีความโกรธ ก็ขับม้าเข้าชิงไทก๋งถึงสามครั้งก็มิได้ จึงถอยหนีออกมาพบทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจับบุตรพระเจ้าฮั่นอ๋องไว้ ได้ทีฟันทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องคอขาดตาย จึงเอาบุตรพระเจ้าฮั่นอ๋องสองคนมาได้ก็พาหนีออกจากเมือง

ฝ่ายเจาเต๊กซึ่งพระเจ้าฮั่นอ๋องให้อยู่กับแฮเฮาหยิน เห็นทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจับบิดาแลญาติวงศ์พระเจ้าฮั่นอ๋องไว้ เจาเต๊กเข้าชิงเอามิได้ ก็ขึ้นม้าหนีออกทางประตูทิศใต้ไปทันพระเจ้าฮั่นอ๋อง จึงทูลความซึ่งเกิดเหตุในเมืองทุกประการ

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องแจ้งเหตุซึ่งเจาเต๊กทูลมีอาลัยตกตะลึงด้วยพระบิดา มิอาจที่จะขับม้าไปได้ ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นจะตามกองทัพไป มีวิตกด้วยสนมกำนัลญาติวงศ์ซึ่งอยู่ในเมืองแพเสีย จึงรีบกลับเข้าเมือง

ฝ่ายตั้งอี้สุมาหืนกับทหาร ซึ่งจับไทก๋งนางหงวนฮองเฮาไว้ได้ ก็พากันไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ เห็นตั้งอี้สุมาหืนแลไทก๋งมีพระทัยโกรธนัก จึงสั่งให้หงอจูกี๋เอาตัวไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาไปคุมไว้ แล้วถามตั้งอี้ว่า กูให้อยู่รักษาด่านสามจีน แต่อ้ายฮั่นสินยกมามึงยังไปเข้าด้วย ตั้งอี้สุมาหืนจึงทูลว่า ฮั่นอ๋องให้ฮั่นสินเป็นแม่ทัพยกออกมาจากเมืองโปต๋งครั้งนั้นทแกล้วทหารมากนัก แต่เจียงหำเมืองใหญ่ยังเสียแก่ข้าศึก ข้าพเจ้าทั้งสองก็ตั้งใจรบจนทหารฮั่นอ๋องจับได้ จึงจำใจไปเข้าด้วยฮั่นอ๋อง

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงตรัสว่า มึงพูดแก้ตัว ครั้นจะเลี้ยงมึงทั้งสองไว้ คนทั้งปวงจะดูเยี่ยงอย่าง สั่งให้เอาตัวตั้งอี้สุมาหืนไปฆ่าเสีย แล้วเสด็จเข้าที่ข้างใน สนมทั้งปวงเฝ้าพร้อมก็ช่วยกันทูลกล่าวโทษฮั่นอ๋องต่างๆ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องทราบความโกรธฮั่นอ๋องนัก กระทืบเท้าแล้วร้องว่า อ้ายเล่าปังทำแค้นครั้งนี้สุดที่จะอด จะตามไปล้างชีวิตเสียให้จงได้ แล้วกลับออกมาข้างหน้าสั่งให้หงอจูกี๋อยู่รักษาเมือง แล้วขึ้นม้าพาทหารออกจากเมืองรีบตามฮั่นอ๋องไปทันที จึงสั่งทหารกองหน้าให้ล้อมฮั่นอ๋องไว้สามชั้น

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องแลไปไม่เห็นช่องจะออก จึงคิดว่าครั้งนี้เห็นสุดที่จะหนี ถึงมีปีกบินได้ก็ไม่พ้นมือข้าศึก พระเจ้าฮั่นอ๋องสิ้นสมประดียืนม้าตะลึงอยู่ ขณะนั้นเป็นเดชะบุญของพระเจ้าฮั่นอ๋องซึ่งจะได้เป็นกษัตริย์รักษาแผ่นดินสืบไป เผอิญเทพยดาบันดาลเป็นมหาเมฆตั้งขึ้นทิศใต้ ให้บังเกิดพายุหนักพัดต้นไม้ลู่ล้ม กรวดแลทรายฟุ้งขึ้นกลุ้มเป็นหมอกมืดไม่เห็นกัน จำเพาะมีแสงเหมือนสายรุ้งตรงหน้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง

ฝ่ายทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นอัศจรรย์เกิดพายุ ยืนทานกำลังลมมิได้ ผงคลีฟุ้งเข้าตา ต่างคนเอามือปิดบังตาก็แยกย้ายหนีไปแอบซอกห้วยธารเขา ผู้คนเบาบางไม่มีผู้ใดตรวจตรา

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องแลไปตรงหน้าม้า เห็นแสงสว่างเท่าสายรุ้งก็ควบม้าไปจากที่ทางประมาณร้อยเส้นเศษ พอพายุสงบลงทหารที่ล้อมอยู่นั้นแลไปมิได้เห็นฮั่นอ๋อง ต่างคนก็ร้องอื้ออึงขึ้นว่าฮั่นอ๋องหายไปแล้ว ฟัมแจ้งได้ยินก็เสียใจกระทืบโกลนขับม้าขึ้นไปใกล้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องแล้วทูลว่า ถ้าฮั่นอ๋องหนีไปพ้นมือครั้งนี้ เมื่อหน้าไต้อ๋องจะเคืองใจนัก เร่งจัดทหารตามจับตัวให้จงได้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงสั่งเตงก๋งกับยงคีให้คุมทหารสามพันรีบตามไป แล้วพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็กลับมา ณ เมืองแพเสีย

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องครั้นมาพ้นที่ล้อม จึงคิดว่าซึ่งหนีรอดมาครั้งนี้เพราะเราตั้งใจจะบำรุงแผ่นดินให้เป็นสุขในภายหน้า เทพยดาจึงช่วยบันดาลเหตุให้มหัศจรรย์ พระเจ้าฮั่นอ๋องเหนื่อยมารอม้าอยู่

ฝ่ายเตงก๋งทหารพระเจ้าฌ้อปาท่องก็ขับม้ามาใกล้พระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ แลไปเห็นก็เสียพระทัยนัก หมายว่าทีนี้เห็นไม่พ้นมือข้าศึก จะสู้รบก็เหลือกำลังจำจะเอาใจดีต่อ จึงตรัสกับเตงก๋งว่า ตัวเราก็ถึงที่อับจนอยู่แล้ว ถ้าท่านมีปัญญาจงคิดดูว่าฌ้อปาอ๋องกับเรา ผู้ใดจะบำรุงแผ่นดินให้ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุข ถ้าเห็นว่าฌ้อปาอ๋องจะเป็นใหญ่ยิ่งกษัตริย์ ท่านจงตัดศีรษะเราไปถวายเอาความชอบ ถ้าเห็นว่าเราจะได้ครองอาณาจักรทำนุบำรุงไพร่บ้านพลเมืองจงทำคุณแก่เราไว้ จึงจัดว่าท่านเป็นคนมีสติปัญญา ช่วยรักษาแผ่นดินได้โดยแท้ แม้นสำเร็จราชการจะแทนคุณท่านให้ถึงขนาด เตงก๋งได้ฟังพระเจ้าฮั่นอ๋องตรัสมีใจกรุณา คิดว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องนี้มีบุญญาธิการจะได้สมบัติเป็นมั่นคง ไปเบื้องหน้าจะได้พึ่งจำจะผ่อนชีวิตไว้ จึงร้องทูลว่า ไต้อ๋องจงขับม้าไปข้างทิศใต้ ข้าพเจ้าจะยิงเกาทัณฑ์แต่พออย่าให้ทหารที่ตามสงสัย พระเจ้าฮั่นอ๋องมีความยินดีนักจึงขับม้ารีบหนีไป เตงก๋งก็ขบเหล็กที่ปลายลูกเกาทัณฑ์ออกเสียแล้วทำเป็นยิงฮั่นอ๋องหลายที พอม้าฮั่นอ๋องคลาดลับตัวไป ยงคีกับทหารทั้งปวงก็มาทันจึงถามเตงก๋งว่า ท่านทันฮั่นอ๋องหรือไม่ เตงก๋งจึงบอกว่า เราตามมาพอเห็นหลังถนัด ม้าที่ฮั่นอ๋องขี่นั้นมีฝีเท้านัก ม้าเราสิ้นกำลังลงตามไม่ทัน เรายิงด้วยเกาทัณฑ์หลายทีก็มิได้ถูกฮั่นอ๋องคลาดลับตัวไปนานแล้ว ยงคีจึงว่า กระนั้นก็เห็นจะไปไม่ไกลนัก เราจำจะรีบตามไปจับตัวให้จงได้ ยงคีกับเตงก๋งก็ขับม้าพาทหารรีบตาม พระเจ้าฮั่นอ๋องเร่งขับม้าไปประมาณทางห้าสิบเส้น พอเวลาจวนคํ่าม้าก็สิ้นกำลังลง แลไปเห็นผงคลีเท้าม้าฟุ้งขึ้นข้างหลัง พระเจ้าฮั่นอ๋องตกใจแลไปดูริมทางข้างขวาเห็นสระหญ้ารกพอจะบังตัวได้ ก็โจนจากม้าลงไปซุ่มอยู่ในสระ ม้าก็หลีกลัดแอบอยู่ริมทาง เตงก๋งยงคีกับทหารทั้งปวงตามมามิได้สังเกตรีบขับม้าพ้นไป ฝ่ายฮั่นอ๋องเห็นทหารฌ้อปาอ๋องลับตัวแล้ว จึงขึ้นมาจากสระเที่ยวหาม้าพบม้ากินหญ้าอยู่ริมเนินเขา พระเจ้าฮั่นอ๋องก็ขึ้นม้ารีบเดินมาตามทางน้อยข้างทิศใต้เป็นเวลาค่ำ พอได้ยินเสียงสุนัขหอนอยู่ข้างหน้าก็ขับม้าไปทางประมาณสิบห้าเส้นเศษ แลเห็นแสงไฟอยู่ในบ้านมีความยินดีนัก จึงตรงเข้าไปพบเรือนๆ หนึ่งประตูปิดอยู่ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงเอามือเคาะบานประตู เซ็กก๋งเจ้าของเรือนได้ยินออกมาเปิดประตู เห็นคนขี่ม้าใส่เสื้อแพรแดงแลเกราะทองคำสำคัญว่าเป็นเชื้อกษัตริย์ จึงเชิญขึ้นไปบนเรือนให้นั่งที่สมควรแล้วถามว่า ท่านมีเหตุสิ่งใดจึงมาถึงบ้านข้าพเจ้า พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงบอกว่า เราชื่อฮั่นอ๋องอยู่เมืองโปต๋ง ยกกองทัพมาตีเมืองแพเสีย เสียทีแก่ฌ้อปาอ๋องทหารแตกกระจัดกระจายไปสิ้นจึงพลัดมาแต่ผู้เดียว ซึ่งได้พบท่านเรายินดีนัก จะขออาศัยนอนอยู่สักคืนหนึ่ง เซ็กก๋งครั้นแจ้งว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องก็คุกเข่าลงคำนับจึงว่า ข้าพเจ้าได้ยินคนออกชื่อสรรเสริญไต้อ๋องมาช้านานแล้ว ซึ่งเสด็จมาถึงเรือนนี้ก็เป็นบุญของข้าพเจ้านัก เซ็กก๋งก็แต่งโต๊ะยกมาถวายรินสุราให้เสวย พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงถามว่า ท่านผู้เฒ่านี้ชื่อใด เซ็กก๋งจึงบอกว่า ข้าพเจ้านี้ชื่อเซ็กก๋ง บ้านที่อยู่นี้ชื่อเซ็กแก คนอยู่ด้วยกันในบ้านนี้สิบหกสิบเจ็ดครัว สมัครพรรคพวกข้าพเจ้าเจ็ดครัว แต่อยู่ที่นี่ถึงห้าชั่วคนแล้ว พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงคิดว่าเซ็กก๋งมีคุณครั้งนี้เป็นอันมาก จำจะสนองคุณให้ถึงขนาด ครั้นจะเอาตัวเซ็กก๋งไปเลี้ยงให้มียศศักดิ์เซ็กก๋งก็เป็นคนชราจึงถามว่า บุตรชายท่านมีบ้างหรือหาไม่ เซ็กก๋งจึงบอกว่า บุตรชายไม่มีมีแต่บุตรหญิงอยู่คนหนึ่งชื่อเซ็กซี บุตรข้าพเจ้าคนนี้เมื่อน้อยนั้นตอฮูซึ่งเป็นหมอทายลักษณะทายไว้ว่าจะมีบุญ ซึ่งไต้อ๋องมาถึงเรือนข้าพเจ้า ๆ ไม่มีสิ่งใดจะถวาย จะยกเซ็กซีให้เป็นข้าใช้ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงว่า แต่ท่านต้อนรับทำคุณเพียงนี้ก็ขอบใจนักหนาอยู่แล้ว เรานับท่านว่าเหมือนญาติซึ่งจะยกบุตรให้นั้นไม่ควรจะรับไว้ เซ็กก๋งอ้อนวอนว่า ข้าพเจ้าเป็นคนชราแล้ว ถ้าหาบุญไม่บุตรข้าพเจ้าจะไม่มีที่พึ่ง จงกรุณารับเอาบุตรข้าพเจ้าไว้พอให้มีชื่อในแผ่นดิน แล้วเซ็กก๋งก็เรียกเซ็กซีให้ออกมาคำนับพระเจ้าฮั่นอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องเห็นนางเซ็กซีรูปงามต้องลักษณะก็มีพระทัยรัก จึงคิดว่าถ้าจะมิรับนางเซ็กซีไว้เซ็กก๋งก็จะเสียใจ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงว่าแก่เซ็กก๋งว่า ท่านหมายจะเอาเราเป็นที่พึ่งก็ตามใจ ถ้าเราไปตั้งมั่นลงเมื่อใด จึงจะให้มารับบุตรท่าน เซ็กก๋งก็ให้นางเซ็กซีอยู่ปรนนิบัติพระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ อยู่คืนหนึ่ง ครั้นเวลารุ่งเช้าฮั่นอ๋องก็ลาเซ็กก๋ง ๆ จึงว่า ขอให้ไต้อ๋องจงพักอยู่สักสองสามคืน พอม้ามีกำลังจึงค่อยไป พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า จะช้าอยู่ไม่ได้ทหารในกองทัพแตกกระจัดกระจาย จะรีบไปรวบรวมทหารให้เป็นหมวดกองไว้ก่อน แล้วแก้แพรรัดพระองค์ออกส่งให้เซ็กก๋งเป็นสำคัญ เซ็กก๋งมีความยินดีนัก พระเจ้าฮั่นอ๋องก็ขึ้นม้ารีบไปตามทางใหญ่ประมาณยี่สิบเส้นเศษ แลเห็นผงคลีฟุ้งขึ้น พระเจ้าฮั่นอ๋องคิดว่าทหารฌ้อปาอ๋องตามมากลัวจะพบจึงชักม้าเข้าไปซุ่มอยู่ ครั้นเห็นแฮเฮาหยินพาทหารเดินมาใกล้ดีพระทัยนัก จึงตรัสทักแฮเฮาหยิน

ฝ่ายแฮเฮาหยินครั้นได้ยินเสียง แลไปเห็นพระเจ้าฮั่นอ๋องก็ดีใจ จึงชวนทหารทั้งปวงลงจากม้าพาราชบุตรสององค์เข้าไปคำนับพระเจ้าฮั่นอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงถามว่าท่านทำประการใดจึงฝ่าออกมาจากเมืองแพเสียได้ แฮเฮาหยินจึงทูลว่า เมื่อขณะทัพแตกมานั้น สุมาหืนตั้งอี้ออกไปเปิดประตูเมืองรับฌ้อปาอ๋องให้เข้าเมือง แล้วทหารฌ้อปาอ๋องเข้าล้อมจับบิดากับนางหงวนฮองเฮา ข้าพเจ้าเข้ารบชิงเอาถึงสามครั้งตัวผู้เดียวเหลือกำลังชิงมิได้ จึงรีบหนีออกทางประตูทิศใต้ พอพบทหารฌ้อปาอ๋องจับราชบุตรไต้อ๋องไว้ข้าพเจ้าฆ่าทหารฌ้อปาอ๋องเสีย แล้วชิงเอาราชบุตรได้ก็พารีบมาตามทางน้อย พบทหารที่แตกกระจัดกระจายอยู่ตามทางน้อย ข้าพเจ้าเก็บรวบรวมมาได้ประมาณพันเศษ พระเจ้าฮั่นอ๋องแจ้งความว่าทหารฌ้อปาอ๋องจับบิดากับนางหงวนฮองเฮาได้น้ำพระเนตรตก จึงว่าเมื่อมิได้พระบิดากับนางหงวนฮองเฮาได้แต่บุตรทั้งสองมานี้ เราก็ยังหาคลายความทุกข์ไม่ แฮเฮาหยินจึงว่า ซึ่งได้พระราชบุตรมาข้าพเจ้ายินดีมากนัก ด้วยจะได้สืบวงศ์ไปเบื้องหน้า พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงเรียกบุตรทั้งสองเข้ามาใกล้แล้วว่า ซึ่งแฮเฮาหยินมิได้คิดชีวิตรบฝ่าทหารฌ้อปาอ๋องชิงเจ้ามาได้ คุณของแฮเฮาหยินอยู่กับเจ้าทั้งสองมากนัก ถ้าเจ้าได้ดีจงสนองคุณแฮเฮาหยินให้ถึงขนาด บุตรทั้งสองได้ฟังก็ถอยออกมาคำนับแฮเฮาหยิน พระเจ้าฮั่นอ๋องก็ขึ้นม้าพาบุตรแลทหารข้ามแม่น้ำปักโหไปตั้งค่ายอยู่ฝั่งตะวันออก ให้ลาดตระเวนนั่งทางคอยกองทัพ

ฝ่ายตันแผงแตกทัพหนีมา รวบรวมทหารได้เดินมาตามทาง ฝ่ายเตียวเหลียงอยู่ ณ เมืองหัน คิดถึงพระเจ้าฮั่นอ๋องกลัวจะเสียทีแก่ฌ้อปาอ๋อง จึงคิดกับกีสินจัดทหารได้สามหมื่นเศษยกจากเมืองหันรีบตามไปใกล้แม่น้ำปักโห พอพบตันแผงเข้าก็พากันมาจะไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง

ฝ่ายกองตระเวนนั่งทางคอยเหตุ เห็นกองทัพยกมาเป็นอันมาก จึงรีบเข้ามาแจ้งว่ากองทัพยกตามมาอีก พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงว่าเห็นจะเป็นพวกเรามั่นคง ท่านทั้งปวงอย่าตกใจเลย พระเจ้าฮั่นอ๋องว่าแล้วถือกระบี่เดินออกไปยืนอยู่ ครั้นกองทัพใกล้เข้ามาแลไปเห็นธงสำหรับทัพสองคัน จารึกชื่อตันแผงคันหนึ่ง ชื่อเตียวเหลียงคันหนึ่ง มีความยินดี

ฝ่ายเตียวเหลียงกับตันแผงก็เข้าไปคำนับพระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ จึงว่า ซึ่งเราได้ความอัปยศแก่ฌ้อปาอ๋องครั้งนี้ เพราะไม่ฟังคำท่านห้าม ตั้งให้งุยป่าเป็นแม่ทัพ ทหารเราจึงเสียเป็นอันมาก เตียวเหลียงจึงว่า ซึ่งเสียทีแตกครั้งเดียวอย่าเสียพระทัยเลย ข้าพเจ้าจะคิดแก้แค้นฌ้อปาอ๋องให้จงได้ แต่จะตั้งอยู่แม่นํ้าปักโหนี้ใกล้เมืองแพเสียนัก เกลือกทัพฌ้อปาอ๋องจะยกตามมา ทหารเราก็ยังอิดโรยอยู่จะเสียทีแก่ข้าศึก ขอเชิญไปตั้งมั่น ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยงจะได้คิดการกับฮั่นสินกลับมาทำศึกด้วยฌ้อปาอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงสั่งให้ถอยทัพมา ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง

ฝ่ายหันยิดฮิวซึ่งอยู่รักษาเมืองเอ๊กเอี๋ยงนั้น แจ้งว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องยกมาก็พาขุนนางออกไปรับเชิญเสด็จเข้าเมือง พระเจ้าฮั่นอ๋องยกกองทัพมาถึงเมืองเอ๊กเอี๋ยงแล้วจัดทหารให้ขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้เป็นสามารถ อยู่ประมาณสามวัน ห้วนโก้ย จิวพุน อ๋องหลิน กับทหารพันเศษก็มาถึง

ฝ่ายทหารทั้งปวงซึ่งแตกกระจัดกระจายอยู่นั้น แจ้งว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องยกมา ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยงก็รีบมาถึงเนืองๆ

ฝ่ายงุยป่าขณะเมื่อแตกหนีพระเจ้าฌ้อปาอ๋องไป ได้ความอัปยศแก่ทหารนักมิได้มาตามพระเจ้าฮั่นอ๋อง ให้แต่คนเอาตรามาคืน แล้วพาสมัครพรรคพวกไปเมืองเปงเอี๋ยงตั้งแข็งเมืองอยู่

ฝ่ายเตงก๋งยงคีทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ไปตามไม่ได้ตัวฮั่นอ๋องแล้วพาทหารกลับมาเมืองแพเสียเข้าไปทูลความทุกประการ ฟัมแจ้งได้ยินดังนั้นจึงว่า ซึ่งฮั่นอ๋องเสียทีครั้งนี้เพราะเชื่องุยป่า ไต้อ๋องจึงมีชัยชนะโดยง่าย แต่ฮั่นสินนั้นยังหาได้ทำศึกกับไต้อ๋องไม่ นานไปเห็นฮั่นอ๋องจะให้ฮั่นสินเป็นแม่ทัพอันมั่นคง ถ้าฮั่นสินยกมาขอไต้อ๋องอย่าได้ประมาท พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็หัวเราะ แล้วว่าฮั่นสินนั้นแต่ก่อนทำราชการอยู่กับเราดีแลชั่วก็ย่อมรู้ ถ้าฮั่นสินมีสติปัญญาจริงฮั่นอ๋องจะไม่ให้เป็นแม่ทัพยกมาหรือ ฟัมแจ้งได้ยินพระเจ้าฌ้อปาอ๋องประมาทฮั่นสินก็เสียใจนั่งนิ่งอยู่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องคิดแค้นฮั่นอ๋องนัก จึงสั่งให้หาตัวไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮามาแล้วว่าแก่ไทก๋ง เราตั้งบุตรของตัวให้ครองเมืองโปต๋ง มีเมืองขึ้นเป็นอันมาก ส่วยสาอากรก็มอบให้สิ้น ยังไม่คิดถึงคุณเรากลับทรยศยกมาตีเมืองแพเสีย ลูกท่านทำทั้งนี้โทษใหญ่หลวงนัก ถ้าจะทำตามธรรมเนียมก็ตายถึงเก้าชั่วโคตร แล้วพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็สั่งให้เอาไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาไปฆ่าเสีย ฟัมแจ้งได้ยินดังนั้นก็ตกใจจึงทูลว่า ซึ่งจะให้ฆ่าไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาเสียนั้นหาควรไม่ ฮั่นอ๋องรู้ว่าฆ่าบิดาแลภรรยาเสียแล้วก็จะมีพยาบาทมาก จะตั้งหน้าทำศึกกับไต้อ๋องไปฝ่ายเดียว ถ้าเลี้ยงไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาไว้ ฮั่นอ๋องก็จะเป็นกังวลพะว้าพะวังอยู่ ถึงจะทำศึกก็หาเต็มมือไม่ ประการหนึ่งถ้าเราเสียทีแก่ฮั่นอ๋องจะได้เอาไทก๋งไว้แก้มือเมื่ออับจน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นชอบ ให้ทหารคุมไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาไว้จึงสั่งหงอจูกี๋ให้อยู่รักษาเมือง แล้วรีบยกทัพหลวงออกจากเมืองไปตีเมืองเจ๋

ฝ่ายเจ๋อ๋องครั้นแจ้งว่า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องมีชัยชนะแก่ฮั่นอ๋องก็ยิ่งเกรงกลัวนัก ครั้นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกไปยังทางประมาณสามวันจะถึงเมืองเจ๋ เจ๋อ๋องก็ออกมาอ่อนน้อมคำนับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยอมเป็นเมืองขึ้น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็เลิกทัพกลับมาเมืองแพเสีย แต่คิดแค้นหยินโป้ว่าไปรบกับอ๋องหลินเสียทีมาแล้วลาไปอยู่เมืองกี๋วกั๋ง ครั้นไปตีเมืองเจ๋หยินโป้ก็บอกป่วย เมื่อฮั่นอ๋องยกมาตีเมืองแพเสียเล่าหยินโป้ก็มิได้มาช่วย แพอวดเล่าก็ไปเข้ากับฮั่นอ๋อง บัดนี้ตั้งซ่องสุมผู้คนอยู่ ณ เมืองไตเหลียงเห็นจะเป็นเสี้ยนศัตรู ตรัสแล้วให้คนใช้ถือหนังสือไปหาตัวหยินโป้ แล้วสั่งลองโจให้ยกทัพไปจับตัวแพอวดมาฆ่าเสีย

ฝ่ายลองโจก็คำนับลาพาทหารไปถึงเมืองไตเหลียง ให้ทหารเข้าล้อมเมืองปีนกำแพงหักเอาเมือง ฝ่ายแพอวดก็ให้ทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินมั่นคงต่อสู้เป็นสามารถ กองทัพลองโจปีนกำแพงถึงสามครั้งหักเอาเมืองไม่ได้ ขัดเสบียงอาหารก็ล่าทัพกลับไปเมืองแพเสีย

ฝ่ายแพอวดครั้นลองโจไปตีเมืองมิได้ มีนํ้าใจโกรธฌ้อปาอ๋องก็ยกไปเที่ยวตีบ้านเล็กเมืองน้อยได้สิบเจ็ดเมือง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ