๓๔

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องตั้งอยู่เมืองเอ๊กเอี๋ยง รวบรวมทหารได้เป็นอันมาก จึงปรึกษาเตียวเหลียงตันแผงว่า ทหารในกองทัพก็พร้อมมูลแล้ว แต่ยังไม่เห็นผู้ใดจะเป็นแม่ทัพใหญ่ได้ ฮั่นสินเล่าแต่คืนเอาตราสำหรับแม่ทัพมาก็มิได้ข่าวประการใดเลย เมื่อเราเสียทีฌ้อปาอ๋องนั้นฮั่นสินก็ไม่มาช่วย ครั้นจะให้ไปหาตัวมาดูประหนึ่งของ้อคิดละอายนัก สืบไปเมื่อหน้าฮั่นสินจะประมาทเรา คิดประการใดจึงจะได้ฮั่นสินมา เตียวเหลียงจึงว่า ซึ่งจะให้ฮั่นสินมาเป็นแม่ทัพนั้นไว้พนักงานข้าพเจ้า แต่คิดว่าถ้าได้ตัวหยินโป้กับแพอวดมาช่วยฮั่นสินทำการศึกเห็นจะเอาชนะได้โดยง่าย พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงว่า หยินโป้เข้าทำราชการอยู่กับฌ้อปาอ๋อง จะคิดประการใดจึงจะได้ตัวมา เตียวเหลียงจึงว่า ฌ้อปาอ๋องกับหยินโป้ก็หมางใจกัน แต่ครั้งหยินโป้เสียทีกับอ๋องหลิน ซึ่งหยินโป้ไปอยู่เมืองกี๋วกั๋งนั้น เห็นจะคิดเอาใจออกห่างจากฌ้อปาอ๋องเป็นมั่นคง ถ้าแต่งคนมีสติปัญญาไปเกลี้ยกล่อมก็เห็นหยินโป้จะยอมมาอยู่ทำราชการด้วย ซุยโหจึงทูลว่า ข้าพเจ้าจะขอไปเกลี้ยกล่อมหยินโป้มาให้จงได้ 

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังมีความยินดีนัก จึงว่าถ้าไปได้ตัวหยินโป้มาเราจะปูนบำเหน็จให้ถึงขนาด ซุยโหคำนับลาออกมาจัดคนได้สิบคน ออกจากเมืองเอ๊กเอี๋ยงไป ณ เมืองกี๋วกั๋ง ครั้นถึงจึงบอกนายประตูว่า เราชื่อซุยโหจะเข้าไปคำนับหยินโป้ นายประตูเอาเนื้อความไปบอกหยินโป้ ๆ แจ้งดังนั้นจึงพูดแก่หุยเซี้ยซึ่งเป็นที่ปรึกษาว่า ซึ่งซุยโหมาหาเรานี้จะมีเหตุประการใด หุยเซี้ยจึงว่า ซุยโหมานี้เห็นฮั่นอ๋องจะใช้มาเกลี้ยกล่อมท่านเป็นมั่นคง ซึ่งท่านจะยอมไปทำราชการด้วยฮั่นอ๋องก็ดีอยู่แล้ว แต่ว่าท่านทำเป็นบิดพลิ้วไว้ก่อน นานไปฮั่นอ๋องจึงจะไม่ดูหมิ่นท่าน หยินโป้เห็นชอบจึงให้คนไปบอกแก่ซุยโหว่า หยินโป้ป่วยอยู่ให้ซุยโหอยู่ท่าสักสองสามวันก่อน ซุยโหได้แจ้งดังนั้นจึงคิดว่าหยินโป้บิดพลิ้วทั้งนี้เห็นจะเป็นความคิดหุยเซี้ย จำจะไปพูดจากับหุยเซี้ยก่อนจึงจะได้เข้าหาหยินโป้ คิดแล้วก็ไป ณ บ้านหุยเซี้ย ครั้นหุยเซี้ยกลับไปจากหยินโป้พบซุยโหเข้าที่ประตูบ้าน หุยเซียก็พาซุยโหเข้าไปนั่งในตึกแล้วจึงถามว่า ซึ่งท่านจะมาหาหยินโป้นั้นด้วยธุระอันใด ซุยโหจึงว่า พระเจ้าฮั่นอ๋องเสียทีแก่ฌ้อปาอ๋อง ถอยทัพมาตั้งอยู่ ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง บรรดาขุนนางแลที่ปรึกษาต่างคนก็ลาไปเยี่ยมญาติพี่น้อง ข้าพเจ้าก็ลามาจะไปบ้าน ณ เมืองลกอั๋น ครั้นถึงเมืองกี๋วกั๋งรู้ว่าหยินโป้มียศฐาศักดิ์ไพร่บ้านพลเมืองก็นับถือ มีคำสรรเสริญว่าหยินโป้จะเป็นที่พี่งได้ ข้าพเจ้าก็หมายจะฝากตัวพอรู้จัก จะได้มีธุระประการใดหามิได้ บัดนี้เห็นหยินโป้จะสงสัยข้าพเจ้าว่ามาแต่พระเจ้าฮั่นอ๋อง จึงแกล้งบิดพลิ้วเสียไม่ให้ไปคำนับ ครั้นจะไปเสียเล่าก็จะไม่สิ้นสงสัย ข้าพเจ้าจึงมาหาท่านหวังจะสั่งความทั้งนี้ให้ช่วยแจ้งแก่หยินโป้ แล้วข้าพเจ้าจะลาไปบ้าน แต่ข้อซึ่งมิได้พบหยินโป้นั้นเสียใจนัก ด้วยหยินโป้เป็นถึงกี๋วกั๋งอ๋องมีหัวเมืองขึ้นเป็นอันมาก เกียรติยศก็ปรากฏทั่วไปทุกหัวเมืองคนทั้งปวงก็ยำเกรง แลประเพณีผู้ซึ่งจะตั้งตัวเป็นใหญ่นั้นควรจะทำน้ำใจกว้างขวางมิได้ถือยศ ผู้ใดจะไปมาหาพูดจาง่าย แล้วก็ย่อมจัดคนที่มีสติปัญญากล้าหาญไว้เป็นที่ปรึกษาในการศึกจึงจะมีคนรักมาอยู่ด้วย ซึ่งหยินโป้ทำทั้งนี้เห็นผิดกับผู้ซึ่งจะตั้งตัวเป็นใหญ่ ตัวท่านก็มีสติปัญญาเป็นที่ปรึกษา ควรที่จะทำนุบำรุงหยินโป้ให้ลือเกียรติยศไว้ในแผ่นดินจึงจะชอบ หรือท่านเห็นดีด้วยจึงไม่เตือนสติหยินโป้ หุยเซี้ยได้ฟังซุยโหชักธรรมเนียมมาดังนั้นก็สะดุ้งตกใจตั้งตัวมิตรง แล้วว่าท่านอย่าเพิ่งน้อยใจเลย จงงดอยู่สักคืนหนึ่งเถิด ข้าพเจ้าจะพาเข้าไปพบกับหยินโป้จงได้ แล้วหุยเซี้ยก็เชิญซุยโหกินโต๊ะเสพสุรา ซุยโหจึงว่า ข้าพเจ้าเสพสุราไม่ได้ แล้วซุยโหก็ลาหุยเซี้ยไปอยู่ ณ กงก๋วน

ครั้นเวลารุ่งเช้าหุยเซี้ยจึงเข้าไปหาหยินโป้ แจ้งเนื้อความซึ่งพูดกับซุยโหทุกประการ หยินโป้มีความยินดีนักจึงให้คนใช้ไปเชิญซุยโหเข้ามา หยินโป้จึงถามว่า ท่านสิทำราชการอยู่ด้วยฮั่นอ๋อง การในกองทัพฮั่นอ๋องก็แจ้งอยู่แก่ใจท่านสิ้น เมื่อฮั่นอ๋องยกมารบกับฌ้อปาอ๋องที่แม่นํ้าโปจุย เหตุใดจึงมิเอาฮั่นสินเป็นแม่ทัพจนเสียทีแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง แลซึ่งฮั่นอ๋องถอยทัพไปตั้งอยู่ ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยงนั้นยังจะคิดประการใดอยู่บ้าง ซุยโหจึงบอกว่า เมื่อฮั่นอ๋องจะยกทัพไปรบกับฌ้อปาอ๋อง ให้มีหนังสือไปประกาศแก่หัวเมืองทั้งปวงว่า ฌ้อปาอ๋องเป็นคนทรยศฆ่าพระเจ้างี่เต้เสียตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่ ฮั่นอ๋องคิดถึงคุณพระเจ้างี่เต้จะยกไปกำจัดฌ้อปาอ๋อง ผู้ใดจะสนองคุณพระเจ้างี่เต้ก็ให้ยกกองทัพมาช่วย หัวเมืองทั้งปวงได้แจ้งในหนังสือนั้นก็ยกกองทัพมาบรรจบฮั่นอ๋องเป็นอันมาก ฮั่นอ๋องเห็นพอจะทำศึกได้อยู่แล้วจึงให้ฮั่นสินอยู่รักษาเมืองสามจีนไว้เป็นที่มั่น ฮั่นอ๋องกับหัวเมืองทั้งปวงจึงยกมาตีได้เมืองแพเสีย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องมีหนังสือไปประกาศแก่หัวเมืองดังนั้น จึงแต่งหนังสือลับใช้คนลอบไปให้แก่หัวเมืองทั้งปวงว่า พระเจ้างี่เต้นั้นฌ้อปาอ๋องมิได้ฆ่า หยินโป้ฆ่าเสียเองอย่าได้สงสัยฌ้อปาอ๋องเลย หัวเมืองทั้งปวงได้แจ้งในหนังสือฌ้อปาอ๋องแล้วก็ไม่เป็นใจที่จะช่วยฮั่นอ๋องรบ ต่างคนก็คิดแค้นท่านนัก ฮั่นอ๋องจึงเสียทีแก่ฌ้อปาอ๋อง บัดนี้ข้าพเจ้าแจ้งว่า เมืองเจ๋ เมืองเหลียง เมืองเอี๋ยน เมืองเตียว ทั้งสี่หัวเมืองเตรียมกองทัพอยู่ จะยกมารบกับท่าน ๆ จงระวังตัวให้จงหนัก

หยินโป้ได้ฟังกลับแค้นฌ้อปาอ๋อง ลุกขึ้นยืนชี้มือไปข้างตะวันออกด่าฌ้อปาอ๋องเป็นข้อหยาบช้า แล้วว่าห้างอี๋ใช้เราไปฆ่าพระเจ้างี่เต้ เราเป็นคนใช้จึงทำตามกลับว่าเราฆ่าเสียเอง ถือตัวว่าเป็นคนดี ครั้งก่อนให้ไปฆ่าจูหยินเสีย แล้วให้ไปขุดศพจี๋นซีฮองเต้ ใช้เราไปทำการที่ชั่วถึงสามครั้ง เราทำการทั้งนี้เพราะขัดอาญาห้างอี๋ไม่ได้ ทุกวันนี้คิดน่าเสียใจนัก ยังกลับเอาความชั่วมาใส่อีกเล่า คนทั้งปวงมิได้แจ้งความจะหลงโกรธ ความชั่วจะติดตัวเราอยู่ ถึงจะเอาน้ำทั้งท้องมหาสมุทรมาล้างก็ไม่สิ้นมลทิน ซุยโหจึงทำเป็นห้ามหยินโป้ว่าท่านอย่าเพิ่งวู่วามก่อน ถ้าฌ้อปาอ๋องรู้ไปก็จะมีความโกรธ ตัวท่านยังอยู่ในเงื้อมมือฌ้อปาอ๋อง หยินโป้จึงถามซุยโหว่า เมื่อคนสงสัยเราทั้งแผ่นดินฉะนี้จะคิดประการใดจึงจะให้ความจริงของเราปรากฏแก่คนทั้งปวงได้ ซุยโหจึงตอบว่าซึ่งท่านจะแก้สงสัยนั้นง่ายนัก แต่ทว่าท่านยังอยู่ด้วยฌ้อปาอ๋องเมื่อใด ความชั่วก็ยังจะลือไปชั่วพระจันทร์พระอาทิตย์ ถ้าท่านได้ไปอยู่กับฮั่นอ๋อง ยกทัพไปทำศึกกับฌ้อปาอ๋อง ท่านได้ร้องประกาศในกลางทัพว่าฌ้อปาอ๋องสั่งให้ฆ่าพระเจ้างี่เต้ ท่านเป็นทหารจึงต้องทำตาม มิได้ไปฆ่าพระเจ้างี่เต้แต่ตามอำเภอใจ หัวเมืองทั้งปวงได้ยินและเห็นฝีมือท่านทำศึกโดยสุจริต ไม่คิดกลัวฌ้อปาอ๋องแล้วเมื่อใดก็จะสิ้นสงสัยท่าน

ประการหนึ่งฮั่นอ๋องตรองไว้ว่าจะรักษาเมืองเอ๊กเอี๋ยงไว้ให้สามารถ แล้วจะแต่งกองทัพไปซุ่มไว้ให้หลายตำบล แม้นฌ้อปาอ๋องยกมาตั้งประชิดจะคิดรบโดยอุบายเอาชัยชนะให้จงได้ จึงจะตามซ้ำเติมให้ถึงเมืองแพเสีย ครั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าฮั่นอ๋องจะมีกำลังมากขึ้นทุกวัน อันฌ้อปาอ๋องตั้งแต่จะถอยกำลังลง ข้าพเจ้าว่าทั้งนี้ท่านก็มีสติปัญญาจงตรึกตรองดูให้สมควร หยินโป้ได้ฟังจึงเข้าไปใกล้แล้วกระซิบบอกซุยโหว่า เรากับฌ้อปาอ๋องเคืองกันอยู่ช้านานแล้ว คิดว่าจะไปทำราชการอยู่กับฮั่นอ๋อง ซึ่งท่านมาหาเราครั้งนี้เรามีความยินดีนัก จงช่วยพาเราไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องด้วย ขณะนั้นนายประตูเข้ามาบอกหยินโป้ว่า มีผู้ถือหนังสือมาแต่พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง หยินโป้ก็ให้หาผู้ถือหนังสือเข้ามา คนใช้ฌ้อปาอ๋องคำนับแล้วจึงเอาหนังสือส่งให้หยินโป้ ๆ จึงอ่านดูได้ความว่า ซึ่งเราตั้งหยินโป้ให้เป็นเจ้าเมืองกี๋วกั๋งจะให้ฝึกหัดทแกล้วทหารไว้ให้พร้อม มีราชการศึกมาจะได้ช่วยกันรบ หยินโป้ก็ไม่มีน้ำใจสามิภักดิ์ต่อเรา เมื่อเราจะยกไปตีเมืองเจ๋ก็แกล้งบอกป่วยเสีย ครั้งฮั่นอ๋องยกทัพมาตีเมืองแพเสียก็ไม่ช่วย ซึ่งหยินโป้ทำการทั้งนี้หมายว่าฝีมือกล้าแข็งจะสู้รบได้ก็ให้ตั้งแข็งเมืองไว้เราจะยกไปตี ถ้ารู้ว่าตัวทำการผิดก็ให้เร่งยกกองทัพมากำจัดฮั่นอ๋อง หยินโป้ดูหนังสือนิ่งตรองอยู่มิได้ว่าประการใด ซุยโหจึงว่าแก่ผู้ถือหนังสือมาว่า หยินโป้ไปสามิภักดิ์ต่อพระเจ้าฮั่นอ๋องแล้ว ที่ไหนจะไปช่วยฌ้อปาอ๋องเล่า ผู้ถือหนังสือจึงถามซุยโหว่าท่านนี้ชื่อใดมาแต่ไหน ซุยโหจึงตอบว่าเราชื่อซุยโหอยู่กับพระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ ให้มานัดหยินโป้จะยกไปกำจัดฌ้อปาอ๋อง แล้วซุยโหจึงว่าแก่หยินโป้ว่าฌ้อปาอ๋องให้หาตัวท่านไปจะฆ่าเสีย หมายจะปิดปากคนทั้งแผ่นดิน เมื่อท่านหาชีวิตไม่แล้วผู้ใดจะมีคำเถียงฌ้อปาอ๋องเล่า ท่านจงฆ่าผู้ถือหนังสือเสียให้ปรากฏแก่คนทั้งปวงว่าท่านเป็นพวกพระเจ้าฮั่นอ๋อง หยินโป้เห็นชอบจึงชักกระบี่ออกตัดศีรษะผู้ถือหนังสือเสียแล้วฉีกหนังสือทิ้งลงไว้ จึงสั่งให้หุยเซี้ยอยู่รักษาเมืองกี๋วกั๋ง หยินโป้เรียกคนสนิทยี่สิบคนขึ้นม้ามากับซุยโห ครั้นถึงเมืองเอ๊กเอี๋ยงซุยโหก็พาหยินโป้เข้าไปนั่งอยู่ภายนอก ซุยโหจึงเข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องตามซึ่งพูดกับหยินโป้ทุกประการ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงคิดว่าหยินโป้คนนี้เป็นคนมีฝีมืออยู่ในฌ้อปาอ๋อง ครั้งนี้เห็นจะแค้นเคืองกันเป็นข้อใหญ่ แล้วซ้ำฆ่าคนใช้ฌ้อปาอ๋องเสียจึงหันมาหาเรา ครั้นจะต้อนรับโดยเร็วดูประหนึ่งจะพึ่งมือหยินโป้ เราจะดูใจหยินโป้ก่อน จึงสั่งให้ซุยโหไปชวนหยินโป้เข้ามา ครั้นหยินโป้เจ้ามาถึงพระเจ้าฮั่นอ๋องทำเป็นเมาสุราไม่ปราศรัยกับหยินโป้ ๆ ดูกิริยาฮั่นอ๋องประหลาด จึงคิดว่าชะรอยจะถือยศศักดิ์จึงมิได้ถามประการใดน้อยใจนัก จึงชวนซุยโหมาภายนอกแล้วว่า เมื่อพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเป็นเจ้านั้นให้ฮั่นอ๋องกับเราไปครองเมืองเหมือนกัน ไม่ควรจะดูหมิ่นให้เราได้ความอาย ซึ่งท่านไปล่อลวงให้เราหลงกลมาได้ความอายครั้งนี้ จะใคร่เชือดคอตายเสียไม่อยู่ให้คนเห็นหน้าสืบไป ซุยโหจึงว่าท่านอย่าเพิ่งโกรธ เวลานี้พระเจ้าฮั่นอ๋องกำลังเมาสุราอยู่ ด้วยจะเลี้ยงโต๊ะขุนนาง ท่านจงงดท่าครู่หนึ่งก่อน ครั้นเวลาเที่ยงซุยโหก็พาหยินโป้เข้ามาที่เฝ้า พอพบเตียวเหลียงตันแผงต่างคนคำนับกัน เตียวเหลียงกับตันแผงจึงเชิญหยินโป้ให้นั่งที่สมควร เจ้าพนักงานก็ยกโต๊ะเสวยแลโต๊ะขุนนางเจ้ามาตั้งจัดแจงการพร้อม หยินโป้ดูโต๊ะแลเครื่องใช้ของฮั่นอ๋องกับขุนนางก็เหมือนกัน จึงคิดว่าฮั่นอ๋องรักขุนนางแลทหารเหมือนคำคนสรรเสริญมีความยินดีนัก พอพระเจ้าฮั่นอ๋องเสด็จมาที่ว่าราชการ หยินโป้แลขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยคำนับพร้อมกัน พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงปราศรัยด้วยหยินโป้ว่า เราคิดถึงท่านจึงให้ซุยโหไปหาท่าน ซื่งท่านมาหาเรามีความยินดีนัก เชิญกินโต๊ะแลเสพสุราให้สำราญ แล้วสั่งเจ้าพนักงานให้ประโคมเครื่องขึ้นพร้อมกัน หยินโป้กับขุนนางทั้งปวงกินโต๊ะแล้วเสพสุราพูดจากันด้วยการศึกดูหน้ารื่นเริงทุกตัวคน ครั้นแล้วพระเจ้าฮั่นอ๋องสั่งชาวคลังให้จัดเครื่องอุปโภคบริโภคสำหรับผู้ครองเมืองมาพระราชทานให้หยินโป้ ๆ ได้สิ่งของมีความยินดีนัก ใช้คนไปรวบรวมทหารเมืองกี๋วกั๋งทำราชการด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋อง แล้วพระเจ้าฮั่นอ๋องแต่งคนใช้ให้ถือหนังสือไปถึงแพอวดว่า ฌ้อปาอ๋องจะยกมาตีเมืองเอ๊กเอี๋ยง เห็นจะส่งลำเลียงกันมาทางบก ให้แพอวดก้าวสกัดตัดเสบียงอย่าให้ส่งกันได้ แล้วพระเจ้าฮั่นอ๋องเกณฑ์คนในเมืองเอ๊กเอี๋ยงหมื่นหนึ่งไปรักษาเมืองเซงโต๋

ฝ่ายบ่าวผู้ถือหนังสือฌ้อปาอ๋องซึ่งหยินโป้ฆ่าเสียนั้น ก็รีบนำเอาเนื้อความไปแจ้งแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าหยินโป้ฆ่าตัวนายผู้ถือหนังสือเสียแล้ว บัดนี้ไปเข้าด้วยฮั่นอ๋อง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้แจ้งดังนั้นก็โกรธ จึงสั่งให้เตรียมทัพจะยกไปตีเมืองกี๋วกั๋ง แล้วว่าถ้าไม่ตัดศีรษะหยินโป้ได้ก็ไม่กลับมาเมืองแพเสีย ฟัมแจ้งจึงว่าซึ่งจะยกทัพไปตีหยินโป้นั้นป่วยการทหาร อันศึกฮั่นอ๋องกับฮั่นสินนี้เป็นการใหญ่ ข้าพเจ้าคิดจะจัดแจงทหารในเมืองนอกเมือง เกณฑ์กองทัพหัวเมืองมาบรรจบไว้ให้พร้อม แม้นฮั่นสินยกมาจะได้สู้รบเต็มมือรักษาเมืองแพเสียไว้ ถ้าข้าศึกเสียทีถอยไปก็จะตามซ้ำเติมไปฆ่าฮั่นอ๋องกับฮั่นสินเสีย จะได้ตั้งเมืองห้ำเอี๋ยงเป็นเมืองหลวง หัวเมืองทั้งปวงก็จะอยู่ในอำนาจสิ้น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นชอบจึงสั่งให้เกณฑ์กองทัพหัวเมืองมาเตรียมไว้ แล้วซ้อมหัดทแกล้วทหารให้สัดทัดในการรบ

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสแก่เตียวเหลียงว่า หยินโป้มาอยู่กับเราแล้ว ซึ่งท่านจะคิดให้ฮั่นสินมานั้นจะทำประการใด เตียวเหลียงจึงทูลว่าข้อนั้นอย่าวิตกเลย พรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะลาไปเมืองห้ำเอี๋ยงคิดการกับเสียวโหจะพาฮั่นสินมาให้จงได้ ครั้นรุ่งเช้าเตียวเหลียงลาพระเจ้าฮั่นอ๋องออกจากเมืองเอ๊กเอี๋ยงไปใกล้เมืองห้ำเอี๋ยง

ฝ่ายเสียวโหแจ้งว่าเตียวเหลียงมา ก็ออกไปรับเข้ามาในตึกให้นั่งเสมอกันเชิญให้กินโต๊ะเสพสุรา เตียวเหลียงจึงถามว่าฮั่นสินมาอยู่เมืองสามจีนได้พูดจาประการใดบ้าง เสียวโหจึงบอกว่าเมื่อฮั่นสินมานั้นบอกว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องใจเบาหาเชื่อตัวไม่ ว่าแล้วก็ทอดใจใหญ่ดูอาการประหนึ่งว่าจะเสียใจนัก ครั้นนานมาฮั่นสินรู้ข่าวว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องเสียทีแก่ฌ้อปาอ๋อง ได้ยินข่าวว่าปิดประตูบ้านเสีย ใครไปหาก็ไม่พบ แต่ข้าพเจ้าไปหาสามครั้งก็ไม่เห็นหน้า ซึ่งท่านมานี้ที่ไหนจะได้พบตัว เห็นว่าฮั่นสินทำการครั้งนี้หมายจะให้พระเจ้าฮั่นอ๋องมาหา ซึ่งเราจะนิ่งให้พระเจ้าฮั่นอ๋องมาหานั้นหาควรไม่ ท่านจะคิดประการใดจะให้ฮั่นสินหายทิฐิมานะคืนเข้าทำราชการกับพระเจ้าฮั่นอ๋องได้ เตียวเหลียงจึงกระซิบบอกอุบายซึ่งจะทำแก่ฮั่นสินให้เสียวโหฟังทุกประการ เสียวโหได้ฟังถามว่าความคิดซึ่งท่านจะทำครั้งนี้เห็นจะได้ตัวฮั่นสินไปเป็นแม่ทัพมั่นคง แล้วเสียวโหจึงมีหมายไปประกาศแก่หัวเมืองแลนายบ้านบรรดาขึ้นกับเมืองห้ำเอี๋ยงทุกตำบล เป็นใจความว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องยกกองทัพไปรบกับฌ้อปาอ๋องที่แม่น้ำโปจุย พระเจ้าฮั่นอ๋องเสียทีแก่ฌ้อปาอ๋องเสียทหารประมาณสามสิบหมื่นเศษ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจับไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องจะยอมเป็นเมืองขึ้นแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง หัวเมืองทั้งปวงซึ่งพระเจ้าฮั่นอ๋องแลฮั่นสินตีได้นั้นจะคืนให้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องสิ้น บัดนี้ฮั่นอ๋องให้เตียวเหลียงกับขุนนางในพระเจ้าฌ้อปาอ๋องมาทำบัญชีไพร่ชายหญิง ฉกรรจ์ พิการ ชรา เด็กอุ้มจูงให้สิ้น เชิงถ้าขุนนางนายบ้านนายอำเภอแจ้งหมายแล้ว ให้เร่งทำบัญชีสำมะโนครัวมาส่งกับเสียวโห ถ้าผู้ใดปิดบังไว้จะเอาตัวเป็นโทษจงหนัก แล้วเสียวโหก็ให้จัดเสมียนที่มีฝีมือมาไว้ประมาณสองร้อยเศษสำหรับทำบัญชี แล้วจึงแต่งคนให้เที่ยวเร่งรัดทุกบ้านเรือนไม่ให้ช้าอยู่ได้

ฝ่ายนายบ้านนายอำเภอทั้งปวงแจ้งดังนั้น ก็ทำบัญชีมาส่ง ณ บ้านเสียวโห ผู้ใดยังไม่ได้ส่งบัญชีก็เกาะกุมเร่งรัดกันทุกเมือง ราษฎรทั้งปวงเป็นทุกข์นัก ซ่องสุมพูดกันว่าถ้าคืนไปเป็นข้าฌ้อปาอ๋องแล้วที่ไหนเราทั้งปวงจะรอดชีวิต ฌ้อปาอ๋องก็จะฆ่าเสีย กิตติศัพท์นั้นแจ้งไปถึงฮั่นสิน ๆ จึงให้คนสนิทไปสืบในเมืองห้ำเอี๋ยง คนใช้ฮั่นสินมาสืบได้ความไปบอกว่า เห็นฮั่นอ๋องจะยอมแก่ฌ้อปาอ๋องจริง ที่เรือนเสียวโหนั้นตั้งกองทำบัญชีกลางวันกลางคืนวุ่นวายอยู่ ฮั่นสินจึงว่าเราจะฟังดูให้แน่ เกลือกว่าจะเป็นอุบายของเตียวเหลียงมาลวงเราจะให้ไปหาฮั่นอ๋อง

ขณะนั้นพอผู้ทำบัญชีมาถึงประตูบ้านฮั่นสิน จึงบอกนายประตูว่าจะขอจำนวนคน นายประตูจึงเข้าไปบอกว่าข้าหลวงมาจะเรียกเอาบัญชีคนในบ้าน ฮั่นสินจึงใช้คนไปบอกแก่ผู้ทำบัญชีว่า ฮั่นสินเป็นแม่ทัพใหญ่ไม่เหมือนขุนนางทั้งปวง ทำไมจะมาเรียกเอาจำนวนคนด้วยเล่า คนสนิทเสียวโหจึงบอกเข้าไปว่าฮั่นอ๋องสั่งให้ทำจำนวนคนให้สิ้นเชิง ถึงตัวท่านแม่ทัพก็ให้ใส่บัญชีไปด้วย ฮั่นสินจึงให้หาผู้ซึ่งมาแต่เมืองห้ำเอี๋ยงนั้นมาว่าให้ไปทำบัญชีที่อื่นก่อนเถิด พรุ่งนี้จึงมาเอาจำนวนคนที่บ้านเรา ผู้ทำบัญชีจึงว่าข้าหลวงที่มาแก่ฌ้อปาอ๋องนั้นเร่งนัก ทำจำนวนคนที่อื่นก็ได้มาสิ้นแล้ว ยังแต่ที่บ้านท่าน ขออย่าให้มีโทษแก่ข้าพเจ้าเลย ฮั่นสินเห็นคนทำบัญชีว่ามั่นคงอยู่ จึงว่าฮั่นอ๋องนี้ใจเบายอมแพ้แก่ฌ้อปาอ๋องโดยง่าย ไม่ปรึกษาหารือเราก่อน ถึงมาตรว่าจะมามิได้ก็จะให้มีหนังสือมาให้เรารู้บ้าง เดิมคิดว่าจะให้ฮั่นอ๋องง้อแต่พอให้ขุนนางแลทหารยำเกรงจะได้ใช้สอยสิทธิ์ขาด ซึ่งฮั่นอ๋องทำดังนี้เราจะนิ่งดูก็เสียดายหัวเมืองทั้งปวงนัก จำจะไปหาเสียวโหฟังดูจะคิดประการใดบ้าง ฮั่นสินคิดแล้วก็แต่งตัวใส่เสื้ออย่างดีถือกระบี่สำหรับยศ ขึ้นม้าถืออาวุธแห่ทั้งซ้ายขวาหน้าหลังเป็นอันมาก ชาวเมืองทั้งปวงเห็นฮั่นสินขี่ม้าเข้ามาในเมืองต่างคนดีใจนัก ร้องบอกกันอื้ออึงไปว่าแม่ทัพจะไปรบฌ้อปาอ๋องเราท่านจะได้รอดชีวิตแล้ว ฮั่นสินได้ยินราษฎรชาวเมืองพูดจากันดังนั้นก็เห็นว่า ฮั่นอ๋องยอมเป็นเมืองขึ้นแก่ฌ้อปาอ๋องจึงสั่งให้คนขี่ม้าเร็วรีบไปบอกเสียวโหว่าจะไปหา เสียวโหรู้ว่าฮั่นสินมาจึงว่าแก่เตียวเหลียงว่าฮั่นสินต้องกลท่านแล้ว เตียวเหลียงได้ฟังก็ยิ้มอยู่ รู้ว่าฮั่นสินมาจะใกล้ถึงจึงเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในตึก

ฝ่ายเสียวโหนั้นก็ลงไปต้อนรับฮั่นสินถึงนอกบ้าน เชิญเข้าไปนั่งที่สมควร ฮั่นสินเห็นคนทำบัญชีอยู่เป็นอันมากก็สิ้นสงสัยไม่นึกว่ากลเตียวเหลียง เสียวโหจึงว่าแต่ไปหาท่านหลายครั้งก็ไม่พบ มีธุระไปแห่งใด ฮั่นสินจึงว่าฮั่นอ๋องถอดเสียจากแม่ทัพได้ความอัปยศแก่คนทั้งปวงจึงไม่ได้มาหาท่าน เสียวโหตอบว่าซึ่งฮั่นอ๋องถอดท่านเสียจากแม่ทัพนั้น เพราะท่านเห็นว่าฤกษ์ยังไม่ดีจึงห้าม ฮั่นอ๋องไม่ฟังคำขืนยกไป เอาตราให้งุยป่าเป็นแม่ทัพทำศึกกับฌ้อปาอ๋องจนเสียทีทแกล้วทหารเป็นอันมากสมดังคำท่าน ท่านหาควรจะอายไม่ ชอบแต่ฮั่นอ๋องจะอายท่านเสียอีก ฮั่นสินจึงถามว่าซึ่งฮั่นอ๋องจะยอมเป็นเมืองขึ้นแก่ฌ้อปาอ๋อง ให้ทำบัญชีคนจะคืนหัวเมืองให้นั้นท่านจะเห็นประการใด เสียวโหจึงว่าบัดนี้ฌ้อปาอ๋องจับไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาไว้ได้ ฮั่นอ๋องจึงเสียใจยอมเป็นเมืองขึ้น จะใคร่ได้ไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮา ความทั้งนี้บรรดานายทหารยังหายอมไม่ จะขออาสาทำศึกต่อไป แต่ขุนนางข้างฝ่ายพลเรือนก็ยอมตามฮั่นอ๋อง จะเข้าเป็นเมืองขึ้นแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง เตียวเหลียงร้อนรนนักพูดกับข้าพเจ้าว่าทำบัญชีส่งเสร็จแล้ว จะลาฮั่นอ๋องไปอยู่เมืองหันหาความสุข บัดนี้เตียวเหลียงพาขุนนางพระเจ้าฌ้อปาอ๋องมาทำบัญชีด้วย ข้าพเจ้าไม่รู้ที่จะทัดทานฮั่นอ๋องได้ ฮั่นสินได้ฟังเสียวโหคิดแค้นนัก จึงว่าเสียแรงเราเอาชีวิตฝ่าลูกเกาทัณฑ์ทำการศึก ได้หัวเมืองขึ้นของฌ้อปาอ๋องไว้ถึงเจ็ดส่วนแปดส่วนแล้ว พระเจ้าฮั่นอ๋องเสียทีแต่ครั้งเดียวหรือมาเป็นดังนี้ได้ ซึ่งไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาตกอยู่ในเงื้อมมือฌ้อปาอ๋องนั้น ก็เพราะพระเจ้าฮั่นอ๋องประมาทไม่คิดการให้รอบคอบ ถึงกระนั้นไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาก็ยังหาเป็นอันตรายไม่ ด้วยฟัมแจ้งมีสติปัญญาเห็นจะทัดทานฌ้อปาอ๋องไว้ ครั้งนี้เราจะอาสาทำศึกกับฌ้อปาอ๋องคืนเอาไทก๋งมาให้จงได้ อนึ่งเมืองสามจีนนั้นก็ให้ตันฮีอยู่รักษาแล้ว ท่านจงเลิกทำบัญชีเสียเถิด อย่าให้ราษฎรทั้งปวงวุ่นวายไปเลย

ฝ่ายเตียวเหลียงแอบฟังอยู่ในตึก ได้ยินคำฮั่นสินว่าดังนั้นก็ออกมาคำนับแล้วว่า ซึ่งท่านจะอาสาทำศึกกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องคืนเอาไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮามานั้น ข้าพเจ้าเห็นฌ้อปาอ๋องมีกำลังมากกลัวจะแตกมาเหมือนเมื่อครั้งแม่น้ำโปจุย ฮั่นสินตอบว่าแต่ก่อนนั้นท่านเห็นข้าพเจ้าเป็นประการใด จึงหมายว่าจะทำศึกได้ให้เอามาตั้งเป็นแม่ทัพ ครั้นพระเจ้าฮั่นอ๋องไปเสียทีครั้งนี้ ท่านมาดูหมิ่นข้าพเจ้าแล้วสรรเสริญฌ้อปาอ๋อง แลการซึ่งทำศึกกับฌ้อปาอ๋องไปข้างหน้า ใจข้าพเจ้าหมายว่าฌ้อปาอ๋องเหมือนลูกนกอยู่ในเงื้อมมือ แม้นจะจับมาขยี้เสียเมื่อใดก็จะได้เหมือนดังใจนึก เตียวเหลียงได้ฟังดังนั้นก็แกล้งยั่วฮั่นสินให้โกรธ จึงว่าอย่าเพ่อดูหมิ่นก่อน อันพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้นก็ประกอบด้วยกำลังสามประการ ประการหนึ่งมีทหารแลเมืองขึ้นเป็นอันมาก ประการหนึ่งลองโจซึ่งเป็นทหารเอกมีฝีมือยิ่งนัก ผู้ใดจะต้านทานมิได้ ประการหนึ่งฟัมแจ้งที่ปรึกษาก็มีสติปัญญาเหมือนเทพยดา ข้าพเจ้าเห็นเหตุสามประการฉะนี้จึงทัดทาน ซึ่งท่านจะทำศึกกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้น จงดำริดูให้รอบคอบก่อน ฮั่นสินได้ฟังเตียวเหลียงว่าดังนั้นก็โกรธ ลุกยืนขึ้นแล้วร้องว่าขุนนางซึ่งมาแต่ฌ้อปาอ๋องนั้น ท่านจงฆ่าเสียอย่ากลัวฌ้อปาอ๋องเลย ซึ่งลองโจแลฟัมแจ้งนั้นคงจะตายด้วยฝีมือแลความคิดเรา ถ้ามิได้ชีวิตคนทั้งสองจะเชือดคอตายเสียไม่อยู่ให้คนเห็นหน้า ศีรษะของเราจะทำประการใดก็ตามแต่ใจท่าน

เสียวโหจึงว่าเป็นประเพณีแต่ก่อน ถึงจะเป็นศัตรูกันซึ่งจะฆ่าคนใช้ไปมาเสียนั้นไม่ชอบ ถ้าท่านจะทำศึกกับฌ้อปาอ๋องแน่แล้ว จำจะไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องจะได้คิดการสงคราม ฮั่นสินจึงว่าข้าพเจ้าจะลาไปบ้านก่อน ต่อเวลาพรุ่งนี้จึงจะกลับมาพากันไปเฝ้า ว่าแล้วก็ออกมาขึ้นม้ากลับไป ครั้นเวลารุ่งเช้าฮั่นสินจัดแจงทหารทั้งปวง ให้คุมเอารถที่ทำไว้มา ณ เมืองห้ำเอี๋ยง เสียวโหเตียวเหลียง คอยท่าฮั่นสินอยู่ ครั้นรู้ว่ามาถึงก็ออกไปต้อนรับพูดจากันแล้วก็รีบออกจากเมืองห้ำเอี๋ยง ครั้นไปถึงเมืองเอ๊กเอี๋ยง ฮั่นสินพาเสียวโหอ้อมไปดูที่ชัยภูมิข้างทิศตะวันออก

ฝ่ายเตียวเหลียงเดินตามประตูทิศตะวันตก เข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องเห็นเตียวเหลียงจึงถามว่า ซึ่งท่านคิดการไปหาฮั่นสินนั้นได้สมความคิดแล้วหรือ เตียวเหลียงแจ้งความว่า บัดนี้เสียวโหกับฮั่นสินมาถึงแล้ว แต่ยังไปดูที่จะวางทัพจึงค่อยมาเฝ้า แล้วเล่าความซึ่งพูดกับฮั่นสินทุกประการ ถ้าไต้อ๋องจะพูดกับฮั่นสินนั้น ทำสรรเสริญฌ้อปาอ๋องให้ฮั่นสินโกรธจึงจะต้องกับคำข้าพเจ้า

ฝ่ายฮั่นสินกับเสียวโหพากันเข้ามาเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ จึงเรียกให้ฮั่นสินกับเสียวโหเข้ามานั่งใกล้ แล้วว่าแก่ฮั่นสินว่าแต่เรามาตั้งอยู่เมืองห้ำเอี๋ยงนี้คิดถึงท่านนัก ด้วยไม่แจ้งว่าท่านอยู่ดีหรือป่วยประการใด จะไปเยี่ยมเล่าก็ยังเป็นกังวลอยู่ ด้วยเราไปทำศึกครั้งนี้เพราะไม่เชื่อคำท่านจึงเสียทีมาต้องจำใจไปเป็นเมืองขึ้นฌ้อปาอ๋อง บัดนี้ฌ้อปาอ๋องให้ทหารมาเร่งทำบัญชีคน เราจึงให้เตียวเหลียงพาทหารฌ้อปาอ๋องไปหาเสียวโห ฮั่นสินได้ฟังจึงว่าเมื่อข้าพเจ้าไปรักษาเมืองสามจีนนั้น ข้าพเจ้าป่วยอยู่ ข้าพเจ้าจึงให้ตันฮีอยู่รักษาเมืองสามจีน ตัวข้าพเจ้าถอยมาตั้งอยู่ ณ แดนเมืองห้ำเอี๋ยง แจ้งว่าไต้อ๋องจะยอมเป็นเมืองขึ้นคืนหัวเมืองทั้งปวงให้แก่ฌ้อปาอ๋อง ข้าพเจ้าก็ตกใจจึงรีบมา ด้วยคิดว่าข้าพเจ้าเอาบุญของไต้อ๋องเป็นที่พึ่งเที่ยวทำศึกมีชัยชนะมาหลายครั้ง จนได้เมืองขึ้นของฌ้อปาอ๋องถึงเจ็ดส่วนแปดส่วน เกียรติยศของไต้อ๋องก็ปรากฏไป ราษฎรก็เป็นสุขไม่ควรที่จะงอนง้อฌ้อปาอ๋อง เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าไต้อ๋องจะได้ครองแผ่นดิน จะยกให้ผู้อื่นนั้นมิชอบ ซึ่งเสียทีแก่ฌ้อปาอ๋องแต่ครั้งเดียวนี้ ทหารในกองทัพก็ยังไม่เบาบาง พอจะคิดทำการต่อไป ไต้อ๋องจะมาด่วนทำให้ยศศักดิ์เสื่อมสูญเสียนั้น ข้าพเจ้ายังหาเห็นด้วยไม่ ผู้ที่มีสติปัญญาจะมิติเตียนได้หรือ ฮั่นอ๋องจะแกล้งให้ฮั่นสินโกรธจึงว่าซึ่งเราเสียทีแก่ฌ้อปาอ๋องนั้นเรายังหาเสียใจไม่ แต่จะยอมเป็นเมืองขึ้นครั้งนี้ เพราะเราเห็นฝีมือพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเข้มแข็งในการสงครามนัก ผู้ใดจะทำศึกเอาชัยชนะได้เป็นอันยาก บิดากับภรรยาเราก็ตกอยู่ในเงื้อมมือเขา บัดนี้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ซ้ำได้เมืองเตียวเมืองเอี๋ยนเมืองเหลียงเมืองเจ๋ทั้งสี่เมืองแล้ว ท่านยังหาได้เห็นฝีมือพระเจ้าฌ้อปาอ๋องไม่ ถ้าท่านได้รบกับฌ้อปาอ๋องสักครั้งหนึ่งที่ไหนจะคิดทำศึกต่อไปได้ ประการหนึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องประมาทดูหมิ่นท่านนัก เมื่อใช้ให้คนมากำกับทำบัญชีนั้น ก็สั่งมาว่าฮั่นสินซึ่งเป็นแม่ทัพหนีไปให้มีชัยชนะ แต่เจียงหำมีความคิดแลฝีมืออ่อน ยังหาได้พบฝีมือฌ้อปาอ๋องไม่ ถ้าพบกันสักครั้งหนึ่งแล้วก็จะระอาเสียอีก อันเราทุกวันนี้คิดถึงฌ้อปาอ๋องเมื่อใดก็คร้ามใจนัก ตั้งแต่จะเร่งเตียวเหลียงเสียวโหให้ทำบัญชีส่งเสียให้แล้วจึงมิได้ปรึกษาหารือท่าน ฮั่นสินได้ฟังยิ่งมีความโกรธนัก จักษุแดงดังโลหิตหน้านั้นเขียวไปสิ้น จึงว่าไต้อ๋องอย่าสรรเสริญฌ้อปาอ๋องเลย อันน้ำใจข้าพเจ้าไม่กลัวฌ้อปาอ๋องหมายว่าจะรบกัน แต่ทหารข้าพเจ้าที่ตามมาก็พอจะล่อลวงฌ้อปาอ๋องได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังนั่งยิ้มอยู่ จับมือฮั่นสินเข้ามาแล้วถามว่า ท่านจะทำประการใดจึงจะจับฌ้อปาอ๋องได้เราสงสัยนัก ฮั่นสินจึงทูลว่า เมื่อข้าพเจ้าป่วยอยู่ ณ เมืองห้ำเอี๋ยง คิดทำรถรบเป็นกลขึ้นไว้ได้สองร้อยเศษแต่ยังน้อยนัก ถ้าทำขึ้นได้สักสองสามพันจึงจะเป็นทัพใหญ่ แม้นฌ้อปาอ๋องยกมาครั้งนี้จะทำให้หลงกล จึงจะขับรถล้อมจับเอาตัวมาถวาย พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงถามว่ารถนั้นท่านจะทำเป็นประการใด

ฮั่นสินจึงทูลว่า รถนั้นมีหงอนทั้งหน้าแลท้าย สองข้างรถนั้นต่อแอกออกไปเทียมด้วยกระบือทั้งสี่ด้านๆ ละตัว ผูกเป็นกลเม็ดกลับตัวได้ ถึงจะหนีก็ว่องไวถึงจะไล่ก็ทัน ข้างหน้ารถแลท้ายรถมีบิหลั่นผูกหน้าไม้เป็นยนต์ปักอาวุธรายรอบไม่ให้ม้าแลคนเข้าใกล้ได้ บนเรือนรถนั้นมีหลังคากันร่มแดดร่มฝน มีถังนํ้าตั้งท้ายรถๆ ละถังคอยดับเพลิง มีทหารถือเกาทัณฑ์สี่คนทวนสองเล่มประจำอยู่ ทุกรถๆ หนึ่งสู้ทัพม้าได้สิบม้า ถ้าสู้คนเดินเท้าได้ร้อยคน ถ้าจะตั้งบันชิดบิหลั่นติดกันสิบรถ ก็ไว้ช่องม้าทางคนสิบศอก มีกลองสัญญาณแก่ทหารบนรถ ถ้าตีกลองแล้วให้ชักสายยิงยนต์หน้าไม้เกาทัณฑ์ตามสัญญาณ ถ้าเดินทางก็บรรทุกเสบียงได้ แม้นหยุดลงชักบิหลั่นถึงกันเป็นลูกป้อมแลค่าย แต่ว่าให้พิเคราะห์ดูที่ชัยภูมิก่อน ถ้าจะตั้งกองทัพให้ต้องลักษณะศึก จึงจะมีชัยชนะฝ่ายเดียว ถ้าแลที่ซอกเขาเนินทางจำเพาะชอบทัพเดินหน้า จะได้แต่งเป็นกองล่อกองซุ่มสกัดตี ถ้าแลเป็นที่ท้องทุ่งทัพม้าจะได้ล้อมสกัดตัดหลังให้ข้าศึกเสียขบวน ถ้าแลที่ราบมิได้มีลุ่มดอนเหมือนที่นอกเมืองเอ๊กเอี๋ยง ไปทางประมาณสามร้อยเส้นข้างตะวันออกนั้นชอบทัพรถ

พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังจึงว่า ครั้งนี้เห็นจะแก้แค้นฌ้อปาอ๋องได้ก็เพราะสติปัญญาท่าน จึงสั่งให้คนใช้ไปเอารถซึ่งฮั่นสินทำมาดูชอบพระทัยนัก จึงให้ช่างไม้ระดมกันทำเดือนหนึ่งได้ครบสามพัน แล้วมอบตราสำหรับแม่ทัพให้ฮั่นสิน ๆ คำนับรับตราแล้วออกมาตั้งค่ายนอกเมือง ซ้อมหัดทหารซึ่งจะอยู่รอรบข้าศึก แล้วให้ห้วนโก้ย แฮเฮาหยิน กวนหยิน หยินโป้ เป็นนายทัพรถสี่กองๆ ละเจ็ดร้อยห้าสิบ เป็นรถสามพัน คนกองละหมื่นห้าพันสี่กองเป็นคนหกหมื่นให้ไปซุ่มหัดไว้สำหรับริมชายป่า จะวางทัพนั้นให้ชำนาญในการยิงเกาทัณฑ์ แลกลับรถถอยไล่ตามกระบวนรบทั้งคนทั้งกระบือ บรรดานายทหารที่มีฝีมือก็จัดไปซุ่มทัพทั้งแปดทิศกับกองซึ่งสกัดปิดทางน้อย ทั้งกองชักสะพานคอยซึ่งจะข้ามแม่น้ำเตียเซ็ก นายทหารทั้งปวงคำนับลาไปตามฮั่นสินสั่ง

ฝ่ายเสียวโหเข้าไปคำนับลาพระเจ้าฮั่นอ๋อง จะกลับไปเมืองหำ้เอี๋ยง พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า การซึ่งจะรบยังติดพันกันอยู่ ไทจูกับน้องนั้นยังเด็กนัก ทั้งเป็นเชื้อวงศ์ของท่านจงรับไปทำนุบำรุงรักษาไว้ เสียวโหก็รับราชบุตรทั้งสองรีบไป ณ เมืองห้ำเอี๋ยง ดูชาวเมืองทั้งปวงผู้ใดจะเป็นทหารได้ก็จัดส่งไป ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ