๑๑

ฝ่ายฟัมแจ้งเล่าปังห้างอี๋ซองงีเป็นผู้ใหญ่จึงปรึกษากันว่า ยังจะคิดกระทำศึกตีเมืองหลวง เจ้าของเราก็ยังเยาว์ แล้วก็เป็นแต่ไฝ่อ๋องศักดิ์ไม่เสมอกันกับกษัตริย์เมืองห้ำเอี๋ยง หัวเมืองทั้งปวงยังจะกลัวอำนาจพระเจ้ายี่ซีฮองเต้อยู่ จำจะถวายพระนามเป็นพระเจ้างี่เต้ แล้วก็ชวนกันยกไปตั้งอยู่ ณ เมืองแพเสีย แจ้งความกับขุนนางผู้ใหญ่ ๆ เข้าไปเฝ้าทูลว่า เตียวอ๋องให้คนมาขอกองทัพ พระเจ้าไฝ่อ๋องงี่เต้ได้แจ้งความ จึงสั่งให้ซองงีเป็นแม่ทัพห้างอี๋เป็นกองหน้า ให้ฟัมแจ้งเป็นที่ปรึกษาไปช่วยเมืองเตียวไว้ ซองงีห้างอี๋ฟัมแจ้งคำนับลาออกมาจัดทหารยี่สิบหมื่น ยกออกจากเมืองไปถึงตำบลอันเหยียงให้ตั้งมั่นลงไว้ ซองงีแต่งหนังสือไปถึงเจ๋อ่อง แล้วให้ซองเหลียงผู้บุตรไปเป็นขุนนางเมืองเจ๋กับสมัครพรรคพวกให้ไปด้วย แต่ซองงีตั้งอยู่อันเหยียงถึงสี่สิบหกวันเป็นฤดูหนาว ทหารทั้งปวงได้ความลำบาก ต่างคนก็ประชุมกันพูดว่า ไฝ่อ๋องให้ซองงีเป็นแม่ทัพมาช่วยเมืองเตียว เป็นการร้อนก็ไม่รีบไป กลับให้บุตรไปอยู่เมืองเจ๋

ขณะเมื่อทหารพูดกันเวลาค่ำ พอห้างอี๋มาตรวจค่ายได้ยินคำคนนินทาซองงีด้วยหน่วงทัพไว้ ให้บุตรชายไปอยู่เมืองเจ๋ก็เห็นว่าซองงีคิดเอาใจออกห่างพระเจ้างี่เต้ ซึ่งจะให้ซองงีเป็นแม่ทัพนั้นมิได้ ห้างอี๋ก็เข้าไปในค่ายจึงว่ากับซองงีว่า พระเจ้างี่เต้แต่งให้ท่านเป็นแม่ทัพกลับมาหน่วงทหารไว้ แล้วให้ลูกชายไปเป็นขุนนางเมืองเจ๋ บัดนี้พระเจ้างี่เต้เห็นว่าตัวหาภักดีไม่ จึงสั่งให้เราตัดศีรษะท่านเสีย ไม่ให้นายทัพนายกองดูเยี่ยงอย่าง ห้างอี๋เอากระบี่ฟันซองงีคอขาดตาย

ฝ่ายทหารเห็นก็พากันสรรเสริญห้างอี๋เป็นอันมาก แล้วห้างอี๋แต่งทหารให้ไปตามจับลูกชายซองงีฆ่าเสีย ห้างอี๋แต่งหนังสือบอกข้อความซองงีกับตราแม่ทัพ สั่งให้ควั่นฌ้อกลับคืนไปเฝ้าพระเจ้างี่เต้ ควั่นฌ้อคำนับรับหนังสือแล้วลาไปเมืองแพเสีย ครั้นถึงก็เข้าไปทูลความแก่พระเจ้างี่เต้สิ้นทุกประการ พระเจ้างี่เต้ครั้นแจ้งความจึงตรัสว่า ซึ่งห้างอี๋ฆ่าซองงีเสียนั้นควรกับโทษอยู่ จึงสั่งให้จงลิมวยถือตราสำหรับแม่ทัพ ไปตั้งห้างอี๋เป็นแม่ทัพหลวง ตั้งหยินโป้คุมคนสองหมื่นเป็นแม่ทัพหน้าให้ยกไปโดยเร็ว จงลิมวยคำนับลาแล้วขึ้นม้าพาทหารไปถึงกองทัพ จึงมอบตราให้ห้างอี๋ทำตามพระเจ้างี่เต้สั่งทุกประการ ครั้นห้างอี๋ได้เป็นแม่ทัพก็รีบยกออกจากอันเหยียงล่วงเข้าด่านเมืองเตียว

ฝ่ายกองตระเวนเจียงหำรู้ความก็รีบเข้าไปแจ้งว่า กองทัพเมืองฌ้อยกมา เจียงหำได้แจ้งก็สั่งตั้งอี้สุมาหืนให้คุมทหารห้าหมื่นข้ามน้ำไปทิศใต้ ตั้งค่ายกันกองทัพเมืองฌ้อไว้ อย่าให้มาช่วยเมืองเตียวได้ ตั้งอี้สุมาหืนคำนับลาเจียงหำ คุมทหารข้ามน้ำปักโหไปตั้งค่ายยังมิทันจะแล้ว

ฝ่ายหยินโป้แม่ทัพหน้ารีบยกมาใกล้ฝั่งน้ำ เห็นกองทัพทหารเจียงหำมาตั้งค่ายคนยังกระจายอยู่ หยินโป้ขับทหารเข้าตีประเชิญหน้า ทหารทั้งสองฝ่ายรบพุ่งกันเป็นสามารถ ห้างอี๋มาถึงเห็นก็ให้ทหารแซงขึ้นไปทั้งสองข้างซุ่มกองทัพไว้จะตีโอบหลัง

ฝ่ายตั้งอี้สุมาหืนเห็นดังนั้นก็ตกใจ ถอยทัพขับทหารลงเรือข้ามแม่น้ำมา

ฝ่ายห้างอี๋มีชัยชนะก็เข้าค่ายได้เสบียงอาหารไว้ พอทหารมาพร้อมห้างอี๋ถือกระบี่ออกมา จัดแจงกองทัพข้ามแม่น้ำปักโหขึ้นฝั่งได้สิ้น แล้วจึงคิดว่าจะรีบตีทัพเจียงหำให้แตกในเวลาเดียว จึงสั่งทหารให้เอาเสบียงไปกินแต่สามวัน เราจะตีทัพเจียงหำให้แตกโดยเร็ว บรรดาเรือมีอยู่หน้าท่านั้นจุดเผาเสียให้สิ้น เกลือกทหารจะหลบหนีข้ามน้ำคืนไปเมือง เมื่อห้างอี๋เผาเรือเดือนสิบเอ็ด พระเจ้ายี่ซีฮองเต้เสวยราชสมบัติในเมืองห้ำเอี๋ยงได้สองปี

ฝ่ายฟัมแจ้งเห็นห้างอี๋ทำไม่ต้องใจ จึงไปปรึกษาจงลิมวยว่า ห้างอี๋ทำศึกใจเร็วโดยด่วนฉะนี้ ถ้าสมคะเนก็จะได้เสบียงอาหารให้ทหารกิน ถ้าตีค่ายไม่แตกก็จะขาดเสบียงอาหารลง แม้นเสียทีจะเอาเรือที่ไหนข้ามทัน ครั้นจะห้ามก็เกรงใจท่านจงให้ทหารหาเรือน้อยข้ามกลับคืนไปรักษาเสบียงอาหารไว้ที่ฝั่งแม่น้ำปักโห แม้นกองทัพขาดเสบียงลง จะได้มาขนเอาไปเลี้ยงทหารในกองทัพ จงลิมวยได้ฟังจึงตอบว่า ท่านตรองการยืดยาวฉะนี้เหมือนใจข้าพเจ้าคิดไว้ แล้วจงลิมวยให้ทหารลงเรือน้อยข้ามแม่น้ำปักโหไปทำตามฟัมแจ้งว่า

ฝ่ายตั้งอี้สุมาหืนก็มาแจ้งความกับเจียงหำว่า ห้างอี๋หยินโป้ยกทัพข้ามแม่น้ำปักโหแล้วให้เผาเรือเสียสิ้น ให้ทหารหาบเสบียงมาแต่น้อย เห็นจะตีกองทัพเราให้ได้โดยเร็ว เจียงหำได้ฟังจึงให้หานายกองทหารมาพร้อมแล้วปรึกษาว่า ห้างอี๋ทหารเมืองฌ้อคนนี้มีกำลังมากมาเป็นศึกแรก ซึ่งจะออกรบประจันหน้านั้นมิได้ จำจะแต่งทหารไปตั้งค่ายรายคอยรีบศึกเก้าแห่งเป็นทอดๆ กัน เราจะออกเป็นกองล่อ แม้นห้างอี๋ไล่ถึงค่ายผู้ใดก็ให้ออกต่อรบจงทุกกอง ถ้าเห็นกำลังห้างอี๋อดโรยลง ท่านช่วยกันล้อมจับห้างอี๋ให้จงได้ เจียงหำจัดนายทหาร อองหลีค่ายหนึ่ง เสียบหันตั้งที่สอง โซก๊กตั้งที่สาม เม่งหองตั้งที่สี่ หันเจียงตั้งที่ห้า หลีงอตั้งที่หก เจียงแฝงตั้งที่เจ็ด จิวหมีตั้งที่แปด อ๋องกั้วตั้งที่เก้า ครั้นเจียงหำจัดให้นายกองคุมทหารตั้งค่ายรายทางไว้แล้ว เจียงหำก็ยกออกจากค่ายไปคอยห้างอี๋อยู่ปากทาง

ฝ่ายห้างอี๋ยกกองทัพมาพบเจียงหำยืนม้าขวางกองทัพไว้ ห้างอี๋มีใจโกรธจึงร้องว่าอ้ายขโมย มึงลอบเข้าปล้นค่ายฆ่าห้างเหลียงอากูตาย กูจึงตามมาจะฆ่ามึงให้ตายไปวันนี้ ห้างอี๋ก็ขยับม้ารำทวนเข้ารบก้บเจียงหำได้ห้าสิบเพลง เจียงหำทำเสียทีชักม้าหนีล่อมาทางประมาณห้าสิบเส้นพอถึงค่ายอองหลีที่หนึ่ง ห้างอี๋เห็นเจียงหำพาทหารแตกก็ขับทหารออกไล่บุกบั่น

ฝ่ายอองหลีพอเห็นก็ขับม้าออกจากค่าย เข้าช่วยเจียงหำรบ ห้างอี๋ก็ชักม้ากลับมาไล่อองหลี ๆ แทงด้วยทวนผิดเสียที ห้างอี๋ฉวยตัวอองหลีได้ชุดกระชากตกม้าลง ทหารห้างอี๋ก็กลุ้มรุมจับได้ตัวอองหลี ห้างอี๋ก็ขับม้าพาทหารไล่ตามเจียงหำไป เจียงหำเห็นจะไม่พ้นก็ขับม้าเข้ารบกับห้างอี กลับเสียทีชักม้าพาทหารไปถึงหน้าค่ายทหารที่สอง ห้างอี๋ขับม้าไล่ตามทันเงื้อทวนจะแทงเจียงหำ พอเสียบหันขับม้าเข้าป้องกันเจียงหำไว้ เสียบหันรบกับห้างอี๋ได้ทีก็แทงด้วยทวนไม่ถูกห้างอี๋ เสียบหันซวนเสียทีห้างอี๋เอากระบองสั้นตีถูกบ่าเบื้องซ้ายเสียบหันตกม้าลง ทหารห้างอี๋ก็กลุ้มรุมจับเสียบหันได้ เจียงหำก็ให้ซองบุญเข้าตีชิงเอาเสียบหันยังมิทันถึง พอควั่นฌ้อกับหยินโป้ขับม้าพาทหารมาทันห้างอี๋ ต่างคนต่างก็ขับทหารเข้ารบไล่ฆ่าฟันทหารเจียงหำล้มตายเป็นอันมาก เจียงหำเห็นจะต้านทานไว้มิได้ ก็ขับม้าพาทหารหนีเข้าค่ายโซก๊กที่สาม พอเป็นเวลาพลบค่ำลง ห้างอี๋ให้ตีม้าล่อ พาทหารกลับถอยหลังออกมาประมาณสามสิบเส้นจึงให้ตั้งค่ายมั่นลงไว้ ฟัมแจ้งก็เข้าไปหาห้างอี๋ว่า ท่านมาตีทัพเจียงหำได้แต่สองค่าย พอเป็นเวลาค่ำทัพเราถลำเข้ามาอยู่ เจียงหำเป็นคนดีมีอุบาย เห็นจะแต่งทหารออกปล้นค่ายแลซุ่มทัพไว้เป็นมั่นคง ขอท่านให้ทำค่ายน้อยไว้ริมเขา ตัวท่านก็ออกไปอยู่ค่ายนอกทิ้งค่ายใหญ่นี้ไว้ ให้ขนเอาฟืนแลใบไม้หญ้าอันแห้งมาสุมในค่ายให้ทหารอยู่แต่พอเผา ถ้าเห็นทหารเจียงหำเข้าค่ายก็ให้เอาเพลิงจุดขึ้นเป็นสำคัญ แล้วจัดกันเป็นสี่กองไปซุ่มอยู่นอกค่าย ถ้าเห็นแสงเพลิงมีประกายขึ้น ก็ให้ทหารสี่กองเข้าล้อมตีระดมเห็นเจียงหำจะเสียทีท่าน ห้างอี๋ได้ฟังฟัมแจ้งว่าเห็นชอบ จึงสั่งให้ควั่นฌ้อหนึ่ง อิหยินหนึ่ง เต๋งก๋องหนึ่ง ยงคีหนึ่ง สี่นายไปตั้งซ่อนทัพอยู่ทั้งสี่ด้าน จึงให้หยินโป้คุมทหารสามพันออกไปตั้งอยู่กลางทางใหญ่ข้างตะวันตก จึงสั่งทหารสนิทให้อยู่เฝ้าค่ายคอยดู ถ้าทหารเจียงหำเข้ามาในค่าย จงเอาเพลิงจุดใบไม้แลฟืนเข้าเป็นสำคัญแล้วพากันหลบหนีไปหาเรา นายทหารทั้งปวงก็ไปตามสั่ง ห้างอี๋กับทหารออกไปอยู่ ณ ค่ายน้อยริมช่องเขา

ฝ่ายเจียงหำครั้นหนีห้างอี๋เข้าค่ายโซก๊ก ตั้งอี้สุมาหืนนั่งพร้อมก้น โซก๊กจึงว่าแก่เจียงหำ เวลาค่ำวันนี้ถึงทหารชาวเมืองฌ้อมีชัยขนะก็จริงแต่ทว่าอิดโรยอยู่ทุกคน เห็นจะไม่มีผู้ใดนั่งยามตามเพลิงรักษาค่าย ข้าพเจ้าคิดว่าจะเป็นกองโจรออกปล้นค่ายทิศตะวันออก ขอท่านยกไปทางตะวันตก อย่าให้กองทัพห้างอี๋ช่วยกันได้ เจียงหำจึงว่าความคิดท่านนี้เราตรองการไว้ ท่านเห็นจะทำได้ก็เร่งไปทำ โซก๊กรับคำแล้วลาออกมาจัดทหารได้หมื่นหนึ่ง เวลาสองยามเศษก็ออกจากค่าย

ฝ่ายเจียงหำก็พาทหารไปเข้าทางด้านตะวันตก คอยจะให้โซก๊กเข้าปล้นก่อน

ฝ่ายโซก๊กครั้นถึงค่ายเห็นเงียบสงัด จึงแต่งคนเข้าไปในค่าย ทหารห้างอี๋เห็นก็จุดเพลิงขึ้น แล้วชวนกันวิ่งหนี โซก๊กเห็นค่ายเปล่าเสียทีก็ตกใจ จึงขับม้าพาทหารออกจากค่ายไปตามทางใหญ่ข้างตะวันตก

ฝ่ายทหารเมืองฌ้อทั้งสี่กองเห็นแสงเพลิงกลุ้มขึ้น ก็ระดมกันก้าวสกัดเข้าตีกองทัพโซก๊ก ทหารต่อทหารฆ่าฟันกัน ทหารเมืองห้ำเอี๋ยงแตกหนีกระจัดพลัดพราย โซก๊กขับม้าลัดไปตามช่องเขา ซึ่งห้างอี๋อยู่เป็นต้นทางเมืองซัวตั๋ง ห้างอี๋เห็นก็ร้องว่าอ้ายนึ่ไม่มีความคิด มึงยังจะจำได้หรือว่ากูคือฌ้อเจียงกุ๋นห้างอี๋ทหารใหญ่เมืองฌ้อ โซก๊กได้ยินดังนั้นตกตะลึงอยู่ ห้างอี๋ก็แทงด้วยทวนถูกโซก๊กตกม้าลง

ฝ่ายเจียงหำได้ยินเสียงประทัด แลเสียงกลองม้าล่ออื้ออึงกับเห็นแสงเพลิงสว่าง รู้ว่าโซก๊กเสียทีพาทหารถอยทัพมาตามทาง

ฝ่ายทหารเมืองฌ้อหนุนแน่นกันเข้ามาพอเวลาเช้าตรู่ แต่บรรดาทหารเจียงหำซึ่งอยู่ในค่าย ก็ออกจากค่ายถอยกลับหลังมา เจียงหำค่อยรอรั้งอยู่หลังทหารทั้งปวง

ฝ่ายหยินโป้เห็นทหารโซก๊กแตกหนี ก็พาทหารไล่ฆ่าฟันทหารโซก๊กไปตามทางใหญ่พบกองทัพเจียงหำ หยินโป้ก็ขับม้าเข้ารบกับเจียงหำได้ห้าสิบเพลง ยังมิได้แพ้ชนะแก่กันพอรุ่งสว่างขึ้น

ฝ่ายห้างอี๋ขับม้าพาทหารมาทัน เห็นหยินโป้กับเจียงหำรบกันอยู่ ก็ขับม้าเข้าไปช่วยหยินโป้

ฝ่ายเจียงหำเห็นห้างอี๋มาถึง ขับม้าพาทหารถอยหนีไปเข้าค่ายเม่งหองตั้งที่สี่

ฝ่ายเม่งหองเห็นทหารห้างอี๋ไล่ตามเจียงหำมา ก็ขับม้าถือทวนแซงออกไป ควั่นฌ้อทหารห้างอี๋ก็ขับม้าเข้ารบเอาทวนแทงเม่งหองตาย เจียงหำเห็นก็ขับม้าพาทหารออกจากค่ายหนีไปทางทิศตะวันตกจะไปเข้าค่ายหันเจียง ควั่นฌ้อเห็นจึงคิดว่าถ้าเราจับเจียงหำได้ดีกว่าได้ทหารสักพันคน ควั่นฌ้อก็ขับม้าพาทหารตามเจียงหำไป

ฝ่ายเจียงหำเห็นควั่นฌ้อมาถึงเชิงเขาม้าสิ้นกำลังล้มลง ควั่นฌ้อเงื้อทวนจะแทงเจียงหำ พอหันเจียงขับม้าออกจากค่ายป้องกันเจียงหำไว้ทันที เจียงหำเปลี่ยนม้าอื่นขึ้นใหม่ขับหนีเข้าค่ายหันเจียงชั้นห้า พออิหยินทหารเมืองฌ้อขับม้ามาทัน

ฝ่ายหันเจียงเห็นห้างอี๋ก็ขับม้ารีบตามเจียงหำไป ห้างอี๋ก็ขับม้าไล่ติดตามเจียงหำเข้าค่ายหลีงอซึ่งรักษาค่ายชั้นหก ห้างอี๋ตามมาพอเป็นเวลาพลบค่ำลงทหารอิดโรยนัก จึงตีม้าล่อหยุดตั้งค่าย

ฝ่ายฟัมแจ้งจึงเข้าไปว่าแก่ห้างอี๋ ซึ่งเจียงหำเสียทีมาเข้าค่ายมั่นได้ จะมีนํ้าใจคิดอุบายให้เราปล้น จะซ้อนกลซุ่มทัพไว้นอกค่าย จำจะคิดอุบายตีทั้งทัพปล้นแลทัพกระหนาบให้จงได้ ห้างอี๋ได้ฟังจึงว่าการทั้งนี้ท่านคิดควรนัก จงจัดแจงตามชอบอัชฌาสัยของท่าน ฟัมแจ้งจึงให้หยินโป้คุมทหารหมื่นหนึ่งไปซ่อนทัพอยู่ข้างใต้ แล้วให้ควั่นฌ้อคุมทหารหมื่นหนึ่งไปซุ่มทัพอยู่เหนือค่าย ตัวห้างอี๋แม่ทัพขับทหารเข้าตีค่ายเป็นกองกลาง แล้วตีกลองรบเสียงรี้พลอื้ออึงขึ้น จึงให้ควั่นฌ้อหยินโป้เข้าล้อมชั้นนอกกำชับไปทุกทัพ หยินโป้ควั่นฌ้อรับคำฟัมแจ้ง แล้วยกทหารแยกกันไปซุ่มทัพไว้ตามสั่ง

ฝ่ายเจียงหำจึงปรึกษาแก่นายทหารทั้งปวงว่า ครั้งนี้ห้างอี๋มีนํ้าใจกำเริบนักเวลาค่ำเห็นจะปล้นค่ายเป็นมั่นคง เราจำจะคิดอุบายแก้ตัวในสงครามมิให้เสียที จึงให้หลีงอคุมทหารห้าพันไปซุ่มอยู่ค่ายซ้าย ให้หันเจียงเป็นนายทัพคุมทหารห้าพันยกไปอยู่ค่ายขวา ตัวเจียงหำกับตั้งอี้สุมาหืนสามนายพาทหารไปแอบอยู่ริมเขาน้อยนอกค่าย

ฝ่ายห้างอี๋ครั้นเวลายามเศษ พอได้ฤกษ์ให้ยกทหารออกจากค่ายไปทางประมาณห้าสิบเส้น ถึงหน้าค่ายเจียงหำเห็นผู้คนเงียบสงัดอยู่ ห้างอี๋ให้ตีกลองเสียงอื้ออึงขึ้น หยินโป้ควั่นฌ้อได้ยินกลองสัญญาณ ก็ขับทหารเข้ามาพบหลีงอ ๆ ก็ขับทหารออกรบกับหันเจียงข้างด้านเหนือ ทหารทั้งสี่กองก็รบติดพันกันอยู่ทั้งสองฝ่าย เจียงหำไม่เห็นกองทัพหันเจียงแลหลีงอ เห็นแต่กองทัพห้างอี๋ยกเข้ามาใกล้ ห้างอี๋ขี่ม้าไล่ฆ่าฟันทหารเข้ามา เจียงหำตกใจเห็นเสียทีก็ขับม้าพาทหารหนีมาตามทาง ห้างอี๋ก็ไล่ติดตามเจียงหำไปจนรุ่งสว่าง ยังทางอีกสองร้อยเส้นจะถึงเมืองเตียว

ฝ่ายหยินโป้กับควั่นฌ้อ ไล่หลีงอกับหันเจียงไปบรรจบทัพห้างอี๋ใกล้เมืองเตียว พวกขุนนางแลทหารชาวเมืองเตียว ซึ่งประจำทัพรักษาหน้าที่เชิงเทินกำแพงเมืองอยู่ได้ยินเสียงกลองรบ คนที่อยู่บนเชิงเทินกำแพงแลไปเห็นรี้พลมาอื้ออึงก็สงสัย ที่เป็นทหารรู้ในการศึกก็สำคัญแน่ว่าเป็นทัพชาวเมืองฌ้อ

ขณะนั้นเตียวอ๋องออกมาดูรู้ว่าทัพมาช่วย จึงจัดให้ตั้งอื้กับเตียวหยีสองนายคุมทหารเปิดประตูเมืองออกมาคอยดู ถ้าได้ทีจะได้ตีกระหนาบ

ฝ่ายหยินโป้นายทัพหน้า ขับม้าพาทหารไล่ติดตามจะใกล้ทัน เห็นเจียงหำหนีเข้าค่ายเจียงแฝงที่เจ็ด หยินโป้รอม้าอยู่ท่าควั่นฌ้อห้างอี๋มาถึงพร้อมทัพจึงจะตี พอกองทัพเมืองเตียวยกออกมาจากเมือง เจียงหำกับเจียงแฝงเห็นจะเป็นศึกกระหนาบ ก็ขับม้าพาทหารหนีออกจากค่ายไปตามทาง พอจิวหมีกับอ๋องกั้วยกทหารออกมารับเจียงหำกลางทาง เจียงหำจึงให้เจียงแฝงอยู่ล้าหลัง หยินโป้ไล่ติดตามไปทันรบกับเจียงแฝงถึงสามสิบเพลง เจียงแฝงเห็นจะต้านทานมิได้ก็รีบขับม้าเข้าไปถึงเจียงหำ หยินโป้เห็นรี้พลเจียงหำมาก ขึ้นม้ารออยู่จนห้างอี๋มาถึงพร้อมทัพ เจียงหำก็เลิกทหารกลับไปทางเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายเตียวอ๋องเห็นกองทัพเจียงหำเลิกไปแล้ว จึงสั่งให้ขุนนางเจ้าพนักงานแต่งที่คอยรับนอกเมือง แล้วแต่งโต๊ะออกไปคอยเลี้ยงทหารชาวเมืองฌ้อ

ฝ่ายห้างอี๋ครั้นกองทัพพร้อมแล้ว ก็ยกกลับมาเมืองเตียว เตียวอ๋องออกไปเชิญห้างอี๋กับนายทหารเอกทั้งปวงให้นั่งที่สมควร จึงให้ยกโต๊ะแลสุราออกมาเลี้ยง ห้างอี๋นายทัพนายกองก็เสพสุราเป็นผาสุก แล้วเตียวอ๋องจึงเล่าความให้ห้างอี๋ฟังว่า เจียงหำยกมาตีปีนกำแพงเมืองเป็นหลายครั้ง ข้าพเจ้าก็ได้ต่อรบทหารล้มตายเป็นอันมาก เมืองเตียวจะใกล้เสียแก่เจียงหำอยู่แล้ว พอกองทัพท่านยกมาช่วยเจียงหำจึงแตกหนีไป ข้าพเจ้ากับไพร่บ้านพลเมืองจึงรอดจากความตาย คุณของท่านกับคุณพระเจ้าไฝ่อ๋องงี่เต้นั้นหาที่สุดมิได้ ขอเชิญท่านเข้าเมืองหยุดพักบำรุงทหารให้มีกำลังก่อน จึงค่อยยกกลับไป ห้างอี๋ได้ฟังจึงว่า ซึ่งจะให้หยุดพักเห็นจะช้าเกลือกเจียงหำจะบอกขอกองทัพมาภายหลังจะทำยาก ข้าพเจ้าจะขอลาไปตามจับตัวเจียงหำมาฆ่าเสียให้จงได้ กองทัพเมืองห้ำเอี๋ยงจึงจะไม่ได้ย่ำยีเมืองท่านต่อไป เตียวอ๋องได้ฟังเห็นชอบมีความยินดีนัก จึงสั่งเจ้าพนักงานให้จัดแจง สิ่งของมาให้ห้างอี๋แลนายทัพนายกองพอสมควร ให้ขนเสบียงอาหารออกมาจ่ายกองทัพพร้อมทุกตัวคน ห้างอี๋จึงแบ่งทหารสองหมึ่น ให้หยินโป้กับจงลิมวยอยู่ช่วยรักษาเมืองเตียว แล้วห้างอี๋ให้ทหารเอาตัวอองหลีกับเสียบหันนายทหารซึ่งจับได้ในที่รบนั้นมาตัดศีรษะเสียบประจานไว้ริมประตูเมือง แล้วก็ลาเตียวอ๋องยกกองทัพตามเจียงหำไปทางสามวันทันเจียงหำ ห้างอี๋ก็ขับทหารเข้าโจมตีรุกไล่ เจียงหำถอยรอรบไปถึงเก้าครั้งสิบครั้งเห็นจะทานกำลังห้างอี๋ไม่ได้ ทหารล้มตายลงเป็นอันมาก จึงพาทหารรีบหนีไป

ฝ่ายห้างอี๋ยกทัพติดตามเจียงหำไปถึงบ้านใดเมืองใด คนก็กลัวเกรงออกมาต้อนรับ ทางวันหนึ่งได้เดินแต่ครึ่งวันจึงไม่ทันเจียงหำ ฟัมแจ้งจึงพูดกับห้างอี๋ว่า ซึ่งเจียงหำหนีไปพ้นเพราะเรามิได้รีบติดตาม เป็นธุระด้วยหัวเมืองทั้งปวงมาสามิภักดิ์เป็นอันมากเห็นวาสนาของท่านประจักษ์แก่ตาอยู่ ในเมืองห้ำเอี๋ยงทุกวันนี้พระเจ้ายี่ซีฮองเต้เพลิดเพลินแต่เสพสุราเป็นที่สบาย ต่อมีการใหญ่จึงเสด็จออกขุนนาง แล้วไม่หาคนดีเป็นที่ปรึกษา ให้เตียวโก๋คนหาสติปัญญาไม่ว่าราชการเมืองสิทธิ์ขาด นายทหารซึ่งมีฝีมือก็มาอยู่ในกองทัพเจียงหำสิ้น เจียงหำแตกหนีมาตั้งอยู่ที่ด่านห้ำก๊กก๊วน เห็นจะไปขอทหารในเมืองหลวงเพิ่มเติมออกมารบกับกองทัพท่าน เรายกมาครั้งนี้กำลังศึกกล้าแข็งไม่มีผู้ใดสู้รบแต่ไพร่พลทหารยังอิดโรย ขอท่านยั้งทัพปรนปรือม้าแลคนอยู่ ณ เมืองเจียงหลำพอให้มีกำลังก่อน จึงค่อยกระทำการต่อไป ห้างอี๋เห็นชอบด้วยจึงให้ทหารทั้งปวงหยุดพักอยู่ ณ เมืองเจียงหลำ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ