๓๐

ขณะนั้นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้จัดแจงกองทัพจะยกไปตีเมืองเจ๋เมืองเหลียง พอทหารชาวด่านเข้ามาทูลว่าเมืองเปงเอี๋ยงกับเมืองลกเอี๋ยงไปเข้าด้วยฮั่นอ๋องสิ้นแล้ว บัดนี้จัดแจงด่านทางมั่นคงนัก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องแจ้งความดังนั้นจึงปรึกษาฟัมแจ้งว่า ฮั่นอ๋องได้ฮั่นสินเป็นแม่ทัพยกออกจากเมืองโปต๋ง เที่ยวตีเมืองใหญ่น้อยบุกรุกแดนเราเข้ามาได้ถึงเจ็ดหมื่นเส้นเศษ เห็นฮั่นสินจะมีใจกำเริบนัก เราคิดว่าจะยกไปจับฮั่นสินแลงุยป่าเซงเอี๋ยงฆ่าเสีย ท่านจะเห็นประการใด ฟัมแจ้งจึงทูลว่า ซึ่งพระองค์ยังมิได้ปราบเมืองเจ๋เมืองเหลียงให้ราบคาบก่อน แต่จะยกไปจับฮั่นสินนั้นเห็นว่าเมืองแพเสียไม่มีผู้ใดจะรักษาข้าศึกยกมาจะเสียที บัดนี้ไทก๋งบิดาฮั่นอ๋องยังตกอยู่ ณ เมืองไภก้วน แม้แต่งทหารไปจับบิดาแลครอบครัวฮั่นอ๋องมาไว้ ฮั่นอ๋องรู้ก็จะเสียใจถอยกำลังศึกลง แล้วจึงค่อยยกไปตีเมืองเจ๋เมืองเหลียง แล้วจึงไปจับฮั่นสินต่อภายหลัง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นชอบด้วย จึงให้แต่งหนังสือให้เล่าสินคุมทหารพันหนึ่งไป ณ เมืองไภก้วน ให้จับเอาตัวไทก๋งกับครอบครัวฮั่นอ๋องเดินตามทางน้อยห้องเต๊กมา ณ เมืองแพเสียเป็นการเร็ว เล่าสินก็รับเอาหนังสือคำนับลาออกมาคุมทหารพันหนึ่งยกไปเมืองไภก้วน จึงเอาหนังสือรับสั่งส่งให้เจ้าเมืองบอกความแจ้งแล้ว ก็ไปจับไทก๋งกับครอบครัวฮั่นอ๋องทั้งชายหญิงเป็นร้อยยี่สิบคนจำมั่นคงทรัพย์สิ่งของแลบ้านเรือนไทก๋งก็มอบให้กรมการรักษาไว้

ฝ่ายอ๋องหลินจิวกิดจิวลีพากันออกจากบ้านลำเอี๋ยง เดินลัดลอดเข้ามาถึงเมืองไภก้วน ได้ยินชาวเมืองพูดกันว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้เล่าสินลงมาจับไทก๋งบิดาฮั่นอ๋องกับครอบครัวจำใส่เกวียนจะเอาไป ณ เมืองแพเสีย อ๋องหลินจิวกิดจิวลีได้ฟังจึงปรึกษากันว่าเล่าสินจับไทก๋งกับครอบครัวไปเสร็จแล้ว ถ้าเราจะเข้าชิงเอาไทก๋งในเมืองเห็นจะไม่ได้ด้วยน้อยตัว จำจะออกไปหากองทัพซึ่งให้ตั้งสกัดไว้ เมื่อเล่าสินคุมไทก๋งกับครอบครัวไปถึงแล้วเราจึงจะยกออกชิงเอาให้จงได้ สามนายปรึกษากันแล้วก็กลับออกมาจัดทหารซุ่มอยู่ในป่า

ฝ่ายเล่าสินครั้นเวลารุ่งเช้า จึงคุมไทก๋งกับครอบครัวออกจากเมืองไภก้วนเดินตามทางน้อยไกลเมืองทางประมาณสามร้อยเส้นถึงช่องแคบ อ๋องหลินจิวกิดจิวลีก็ขับม้าออกยืนสกัดทางไว้ แล้วร้องว่าใครคุมไทก๋งจงปล่อยเสีย เล่าสินได้ยินดังนั้นแลไปเห็นตัวนายสามคนคุมทหารประมาณสามพันจึงตอบว่า มีรับสั่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องใช้ให้เรามาจับตัวไทก๋งไป ท่านทั้งสามนายนี้อยู่เมืองไหนจึงองอาจกันทางจะชิงไทก๋ง ไม่กลัวอาญาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องหรือ ถ้ามิฟังเราจะฆ่าเสีย อ๋องหลินจิวกิดจิวลีก็โกรธชักม้าเข้ารบด้วยเล่าสิน ๆ ต่อรบกับสามนายไม่ทันถึงสิบเพลง อ๋องหลินเอาทวนแทงเล่าสินตกม้าตาย ทหารเล่าสินต่างคนก็พากันหนีเอาชีวิตรอด ทิ้งเกวียนซึ่งใส่ไทก๋งแลครอบครัวเสีย อ๋องหลินกับจิวกิดจิวลีเข้าไปถึงเกวียนคำนับไทก๋งแล้วถอดเครื่องจำออกเสีย จึงแจ้งความแก่ไทก๋งทุกประการ ไทก๋งได้แจ้งดังนั้นก็มีความยินดีนัก อ๋องหลินจิวกิดจิวลีก็เชิญไทก๋งเดินรีบเร่งไปตามทางเมืองห้ำเอี๋ยง

ฝ่ายทหารเล่าสินซึ่งแตกหนีกลับไปเมืองแพเสีย เข้าไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า มีโจรประมาณสามพันมาสกัดที่ตำบลฮองเต๊กเล่าสินตาย แล้วชิงเอาไทก๋งแลครอบครัวไปได้สิ้น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็โกรธ จึงว่าหนทางไภก้วนกับแพเสียนั้นไม่มีโจรผู้ร้าย เห็นจะเป็นทหารฮั่นอ๋องใช้มาตีชิงเอาไปเป็นมั่นคง จงลิมวยกับหยินโป้จงคุมทหารห้าพันรีบเร่งตามไปชิงเอาไทก๋งมาให้จงได้ จงลิมวยกับหยินโป้ก็คำนับลาพาทหารออกจากเมืองแพเสีย รีบตามไปทั้งกลางคืนกลางวัน

ฝ่ายฮั่นสินครั้นอ๋องหลินไปหลายวันแล้ว จึงสั่งให้จิวพุนกับตันบูคุมทหารรีบตามไปคอยรับอ๋องหลิน จิวพุนตันบูคำนับลาออกมาจัดทหารห้าพันยกไปล่วงแดนเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายอ๋องหลินจิวกิดจิวลีพาไทก๋งไปถึงเมืองโหหลำตำบลเซงเสีย แลไปข้างหลังเห็นผงคลีเป็นควันก็รู้ว่ากองทัพติดตามมา อ๋องหลินจึงว่าแก่จิวกิดจิวลีว่า เราจะพาไทก๋งไปก่อน ท่านทั้งสองจงอยู่รั้งหลังคอยรับกองทัพซึ่งติดตามมา แล้วอ๋องหลินก็พาไทก๋งไป

ฝ่ายจงลิมวยกับหยินโป้แลนายทหารขับม้ามาทัน จึงร้องว่าอ้ายขโมยมึงจงส่งไทก๋งมาให้กู ๆ จึงจะไว้ชีวิตมึง จิวกิดจิวลีได้ฟังก็ชักม้าเข้าไปแล้วร้องว่า เราถือรับสั่งพระเจ้าฮั่นอ๋องให้มารับไทก๋ง มึงว่ากล่าวองอาจอย่าพึงนึกเลยที่กูจะส่งไทก๋งไป แล้วยกง้าวเงื้อขึ้นว่าอย่าตามมา ถ้ามึงมิฟัง คอมึงจะขาดด้วยง้าวเล่มนี้ หยินโป้ได้ฟังก็โกรธ ถือขวานขับม้าเข้ารบกับจิวกิดจิวลีได้ห้าสิบเพลงไม่เพลี่ยงพลํ้าต่อกัน

ฝ่ายจงลิมวยเห็นหยินโป้จะเสียทีจึงตีม้าล่อขึ้น หยินโป้ได้ยินเสียงม้าล่อก็ชักม้าถอยกลับมา ถามจงลิมวยว่า ทำไมท่านจึงตีม้าล่อ จงลิมวยจึงบอกว่าข้าพเจ้าคิดเกรงเกลือกข้าศึกจะซุ่มทัพไว้ ทหารฮั่นอ๋องสองคนมีฝีมือเข้มแข็งนัก ซึ่งท่านจะหักเอาด้วยกำลังเห็นจะไม่ได้เกลือกจะเสียที ข้าพเจ้าจึงตีม้าล่อหวังจะให้ถอยออกมาปรึกษากันก่อน หยินโป้จึงว่าเราเป็นชาติทหารติดตามมาทันข้าศึกได้ รบกันเข้าแล้วยังไม่ทันแพ้ชนะ ถอยออกมานี้สิเป็นอัปยศแก่ข้าศึก เราจะเข้าตีชิงเอาไทก๋งให้จงได้ จงลิมวยจึงว่าถ้าท่านไม่เกรงฝีมือทหารฮั่นอ๋องแล้วเร่งเข้าตีกระชั้นไว้ ข้าพเจ้าจะคุมทหารยกแทรกขึ้นไปตีตัดกลางให้กองทัพขาดออกแตกกระจัดกระจายได้ทีจึงเข้าชิงเอาไทก๋ง หยินโป้เห็นชอบด้วยก็สั่งให้ตีกลองพาทหารตามรบกระชั้นไป จิวกิด จิวลีจึงร้องว่า มึงหนีกูแล้ว แม่ทัพไล่ตัดศีรษะหรือมึงกลัวจึงกลับคืนมาสู้กูอีก หยินโป้ได้ฟังก็โกรธจึงตอบว่า ครั้งนี้กูจะสู้กับมึงให้ได้สองร้อยเพลงจึงจะหยุด ว่าแล้วถ้อยทีขับม้าเข้ารบกันผงคลีตลบเป็นหมอก จงลิมวยจึงพาพลแซงขึ้นไปตีตัดกลาง ทหารจิวกิดจิวลีแตกกระจัดกระจาย จิวกิดเสียทีหยินโป้ก็ฟันด้วยขวานถูกจิวกิดตกม้าตาย จิวลีเห็นพี่ตายเสียใจก็ชักม้าหนี ทหารจงลิมวยยิงด้วยเกาทัณฑ์ถูกหลังจิวลีตกม้าลง หยินโป้รีบขับม้าเข้าไปฟันด้วยขวานถูกจิวลีตาย พวกทหารไล่ฆ่าฟันทหารจิวกิดจิวลีตายเป็นอันมาก พอเวลาเย็นจงลิมวยให้ตีม้าล่อหยุดพักทหารแล้วตั้งค่ายอยู่ริมเขา สั่งให้ตรวจตรารักษาค่ายกำชับกันว่าอย่าเห็นแก่หลับนอน ครั้นเวลารุ่งเช้าจงลิมวยกับหยินโป้ก็ยกทัพรีบตามไทก๋งไปจนเวลาบ่าย

ฝ่ายอ๋องหลินพาไทก๋งไปถึงหน้าเขาอันหนึ่งไม่เห็นจิวกิดจิวลีกลับมา คิดเกรงข้าศึกจะติดตาม สั่งให้ทหารทั้งปวงฉุดชักผงคลีขึ้นตลบมืดคลึ้ม

ฝ่ายจงลิมวยกับหยินโป้แลไปเห็นผงคลีตลบเป็นหมอก ก็สำคัญว่ากองทัพฮั่นอ๋องมาคอยสกัดทาง คิดเกรงไม่อาจติดตามจึงหยุดพลอยู่

ฝ่ายคนจิวกิดจิวลีหนีเร้นเล็ดลอดไปทันอ๋องหลินแล้ว จึงแจ้งความจิวกิดจิวลีรบกับหยินโป้ ๆ ฆ่าตายทั้งสองคนพี่น้อง ทหารไพร่พลทั้งปวงตายเป็นอันมาก อ๋องหลินได้ฟังก็รีบเร่งพาไทก๋งไปทั้งกลางวันกลางคืนเข้าแดนเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายจงลิมวยกับหยินโป้เมื่อพักพลอยู่ ให้ทหารไปสอดแนมไม่พบผู้คนแล้วก็พาทหารรีบตามมาใกล้จวนจะทันอ๋องหลิน ๆ ก็เร่งพาไทก๋งไปริมเชิงเขา พอแลเห็นธงกองทัพจิวพุนตันบูยกสวนทางมาดูอักษรซึ่งจารึกธงนั้นก็แจ้งว่าฮั่นสินแต่งกองทัพมาคอยรับอ๋องหลินดีใจนัก จึงสั่งให้ไทก๋งกับครอบครัวเข้ากองทัพพอหยินโป้ตามมา จิวพุนกับตันบูเห็นหยินโป้ขับม้าพาทหารเข้ามาชิงเอาไทก๋ง จิวพุนตันบูอ๋องหลินก็ขับม้าเข้ารบด้วยหยินโป้เป็นสามารถ ทหารจิวพุนฆ่าฟันทหารหยินโป้ตาย

ฝ่ายเซงเอี๋ยงเจ้าเมืองลกเอี๋ยงแจ้งความ ก็ยกกองทัพมาช่วยจิวพุนตันบูตีกระหนาบหลังเข้าไปล้อมหยินโป้ไว้ พอจงลิมวยขับม้ามาถึงเห็นจิวพุนตันบูล้อมหยินโป้เข้าไว้หนาแน่นนัก จึงแยกทหารออกเป็นสองกองตีกระหนาบหลังเข้าไป หยินโป้ก็ขับม้ารบ

ฝ่ายทหารออกมาได้พบเวลาพลบคํ่าลง ทหารทั้งสองฝ่ายก็ตั้งค่ายมั่นคงไว้จงลิมวยจึงปรึกษาหยินโป้ว่า ทหารฮั่นอ๋องกับทหารเมืองลกเอี๋ยงสมทบกันเป็นอันมากทหารรบเราน้อยตัว เห็นจะต้านทานมิได้จำจะล่าทัพไป หยินโป้เห็นชอบด้วย ครั้นเวลาดึกจงลิมวยก็ให้ทำคบเพลิงจุดปักตามรายทาง หวังจะให้กองทัพอ๋องหลินสงสัยว่าเป็นกลอุบาย แล้วแจกไม้ให้คาบปากทุกคนห้ามไม่ให้มีปากเสียง หยินโป้กับจงลิมวยก็ล่าทัพกลับไป ครั้นเวลาเช้าอ๋องหลินรู้ความจึงว่า หยินโป้ทหารฌ้อปาอ๋องเห็นจะสิ้นความคิดแล้วมิได้ต่อสู้ จึงยกหนีเราไปฉะนี้ควรที่จะติดตามซ้ำเติมให้ยับเยิน จิวพุนจึงว่าฮั่นสินสั่งมา ถ้าข้าศึกไม่ต่อสู้ยกล่าไปแล้วไม่ให้ตาม แลหยินโป้จงลิมวยปักคบเพลิงรายทางนั้นเกลือกว่ามีกลศึกจะเสียที ซึ่งท่านพาพระญาติวงศ์มาได้นั้นก็เป็นความสุขอยู่แล้ว ทุกวันนี้พระเจ้าฮั่นอ๋องวิตกนัก จำจะจัดแจงรีบไปเมืองห้ำเอี๋ยง

ฝ่ายเซงเอี๋ยง เข้ามาคำนับไทก๋งแล้ว จัดม้าแลกเกวียนให้ไปส่งตามสมควรจิวพุนอ๋องหลินตันบูคำนับลาเซงเอี๋ยง เชิญไทก๋งไปจากเมืองลกเอี๋ยงยกมาตามทางใหญ่วันหนึ่งถึงด่านตังก่วน มีทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องแลชาวบ้านมาคอยอยู่ทุกระยะทางจนไปใกล้ถึงตำบลลิมถ่อ

ฝ่ายทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องสืบการกลับเข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่า พระราชบิดามาจวนจะถึงลิมถ่ออยู่แล้ว พระเจ้าฮั่นอ๋องแจ้งว่าพระราชบิดามามีความยินดีนัก จึงสั่งให้จัดเครื่องตามกระบวนแห่พาขุนนางทั้งปวงออกไปรับตำบลลิมถ่อ พอพระบิดามาถึงจึงเข้าไปคำนับ นางหงวนฮองเฮาก็อุ้มไทจูผู้บุตรเข้ามาคำนับพระเจ้าฮั่นอ๋อง ต่างคนก็ร้องไห้แจ้งความทุกข์ร้อนแก่กัน ครั้นวายโศกแล้ว พระเจ้าฮั่นอ๋องก็เชิญพระบิดาขึ้นรถตั้งขบวนเข้าเมืองห้ำเอี๋ยง ชาวเมืองตั้งเครื่องบูชาทั้งสองข้างแถวถนนจนถึงที่ออกขุนนาง พระเจ้าฮั่นอ๋องก็เชิญพระบิดาขึ้นนั่งที่ออกว่าราชการ ไทก๋งจึงว่าที่นั่งอันนี้สูงศักดิ์นักหาสมควรจะนั่งไม่ จงจัดให้บิดาอยู่ที่อื่นอันเงียบสงัด พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงเชิญให้ไปอยู่ ณ ตำหนักเหียนเต๊กก๋ง แล้วก็พานางฮองเฮากับไทจูเข้าในวัง พระเจ้าฮั่นอ๋องก็สิ้นความวิตกครองเมืองห้ำเอี๋ยงเป็นสุข

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ