๓๕

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องคิดจะแต่งคนไปสืบการ ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง แล้วจะใคร่ได้อ๋องหลิน ครั้นจะให้มารดาเขียนหนังสือไปถึงบุตรให้กลับมาอยู่ด้วย มารดาอ๋องหลินก็ไม่เขียนหนังสือให้ จึงแต่งเสมียนไปถ่ายลายมือมารดาอ๋องหลินมาได้ เขียนเป็นหนังสือให้คนใช้รีบไปหาอ๋องหลิน ๆ ดูหนังสือก็รู้ว่ามิใช่ลายมือมารดา จึงเอาหนังสือไปถวายพระเจ้าฮั่นอ๋องแล้วทูลความทุกประการ

ฝ่ายฮั่นสินเมื่อฝึกหัดทหารเสร็จแล้ว ทำบัญชีนายแลไพร่ได้ห้าสิบหมื่นเข้าไปทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่าซ้อมหัดทหารเสร็จสันทัดทุกตัวคน ถ้ามีผู้ใดมาแต่เมืองฌ้อจะขอมีหนังสือไปท้าทายให้ฌ้อปาอ๋องโกรธยกทัพมา พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่าอ๋องหลินมาแจ้งความว่า ฌ้อปาอ๋องทำปลอมลายมือมารดาบอกให้อ๋องหลินไป คนใช้ฌ้อปาอ๋องก็ยังอยู่ ฮั่นสินจึงว่าแก่อ๋องหลินว่าท่านจงพาคนใช้ไปอยู่นอกก่อน ฮั่นสินจึงสั่งให้แต่งโต๊ะแลสุราเลี้ยงคนซึ่งฌ้อปาอ๋องใช้มา ครั้นแล้วฮั่นสินก็ขับคนตามหลังไปภายนอก จึงกระซิบพูดกับคนใช้ฌ้อปาอ๋องว่าตัวเราแต่ก่อนอยู่เมืองฌ้อ มาอยู่กับฮั่นอ๋องนี้เป็นความจำใจ แต่ทำศึกมีชัยหลายครั้งก็ไม่มีบำเหน็จสิ่งใด ทุกวันนี้เรามีความน้อยใจฮั่นอ๋องนัก คิดว่าจะหนีไปอยู่กับฌ้อปาอ๋องแต่ยังหาได้ท่วงทีไม่ ซึ่งท่านมาพบเราวันนี้มีความยินดีนัก จะฝากหนังสือไปถึงพระเจ้าไซฌ้อปาอ๋องให้แจ้งว่าจะกลับไปทำราชการด้วย แต่ท่านอย่าให้แพร่งพราย ฮั่นสินก็ให้ทองแก่คนใช้ฌ้อปาอ๋องยี่สิบตำลึง แล้วว่าถ้าเราไปถึงพระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ดีแล้วเมื่อใด จึงจะว่าให้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องปูนบำเหน็จให้ท่านอีก คนใช้ฌ้อปาอ๋องสำคัญว่าจริง จึงบอกความฮั่นสินว่าตัวข้าพเจ้านี้ฌ้อปาอ๋องให้มาสืบราชการในเมืองเอ๊กเอี๋ยง แต่ให้มาโดยอุบายจะใคร่ได้ตัวอ๋องหลินด้วย ซึ่งท่านจะสามิภักดิ์นั้นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะดีพระทัยนัก เห็นจะตั้งให้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ ฮั่นสินก็ทำเป็นดีใจแล้วจึงว่าถ้าช่วยธุระเราตลอดแล้วจะได้เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันภายหน้า แต่หนังสือเรานี้ท่านอย่าให้ผู้ใดเห็น จำเพาะถวายต่อพระหัตถ์พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ถ้าท่านเอาไปแพร่งพรายกับผู้ใดแล้วเราไปสืบรู้จะทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้เอาโทษจงหนัก คนใช้จึงว่า ข้อนั้นท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าหาให้ผู้ใดรู้เห็นไม่ ฮั่นสินจึงไปแต่งหนังสือเข้าผนึกปิดตรามาส่งให้แก่คนใช้ฌ้อปาอ๋อง แล้วทำเป็นกำชับหลายครั้ง คนใช้ครั้นได้หนังสือแล้วก็รีบไป

ฝ่ายฮั่นสินก็เข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องทูลว่า ซึ่งคนใช้ฌ้อปาอ๋องมานั้นข้าพเจ้าได้มีหนังสือเป็นข้อหยาบช้าไปถึงฌ้อปาอ๋อง ถ้าฌ้อปาอ๋องแจ้งในหนังสือก็จะยกกองทัพมาเป็นมั่นคง การศึกครั้งนี้ข้าพเจ้าคิดจะเอาชัยชนะจับฌ้อปาอ๋องมาถวายให้จงได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่าการครั้งนี้สุดแต่ความคิดท่าน จึงสั่งให้เตียวเหลียงกับเล็กแกออกไปช่วยคิดการกับฮั่นสิน ฮั่นสินคำนับลาออกมาค่ายนอกเมืองตระเตรียมทหารคอยรับทัพแลกองลาดตระเวนเกลือกฌ้อปาอ๋องจะยกมา

ฝ่ายคนใช้ฌ้อปาอ๋องรีบกลับมาถึงเมืองแพเสีย จึงเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องถวายหนังสือแล้วทูลว่า ฮั่นสินโกรธฮั่นอ๋องจะมาอยู่ทำราชการด้วยไต้อ๋องแต่คอยช่องอยู่ถ้าหนีได้จะตามมาภายหลัง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังมีความยินดีนัก จึงฉีกผนึกออกอ่านได้ความว่าฮั่นสินแม่ทัพใหญ่ผู้จะปราบเสี้ยนศัตรูซึ่งเกิดขึ้นในแผ่นดินทิศตะวันออกมาถึงไซฌ้อปาอ๋อง ด้วยแต่ก่อนเราอยู่กับไฝ่อ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องกับท่านแลขุนนางทั้งปวงปรึกษาพร้อมกันเชิญไฝ่อ๋องขึ้นเป็นเจ้า คนทั้งปวงก็รู้ว่าเรามิได้เป็นข้าท่าน เราก็ไม่สังเกตว่าท่านจะตั้งตัวเป็นเจ้าชิงเอาเมืองห้ำเอี๋ยง แล้วมิหนำซ้ำไม่ตั้งอยู่ในยุติธรรมคิดฆ่าพระเจ้างี่เต้คนทั้งแผ่นดินมีความแค้นท่านทุกคน เราคิดจะใคร่เอากระบี่ที่ถือสำหรับมือตัดศีรษะท่านเสีย ฉลองคุณพระเจ้างี่เต้ให้สิ้นแค้นแทนคุณคนทั้งแผ่นดิน แต่กำลังเราน้อยเกลือกจะสู้รบไม่ได้ จึงมาอยู่กับพระเจ้าฮั่นอ๋องซึ่งมีบุญญาธิการ ปรึกษากันให้มีหนังสือไปประกาศแก่หัวเมืองใหญ่น้อยซึ่งมีกตัญญู ยกมาเข้าด้วยเราเป็นอันมากหมายจะกำจัดท่าน ครั้งเมื่อตั้งอยู่เมืองห้ำเอี๋ยงพระเจ้าฮั่นอ๋องเชื่องุยป่าจึงแตกทัพที่แม่น้ำโปจุยเพราะไม่เชื่อเรา บัดนี้เรายกกองทัพมาตั้งอยู่เมืองเอ๊กเอี๋ยงจึงจะลองฝีมือท่านจงรีบยกกองทัพมา จะได้ตัดศีรษะเสียบประจานไว้หน้าเมืองเอ๊กเอี๋ยงไม่ให้ผู้ใดดูเยี่ยงอย่าง พระเจ้าไซฌ้อปาอ๋องแจ้งหนังสือดังนั้นก็โกรธ จึงสั่งให้จัดแจงทหารสามสิบหมื่นจะยกไปตีเมืองเอ๊กเอี๋ยงจับอ้ายฮั่นสินฆ่าเสียให้จงได้ ฟัมแจ้งจึงทูลว่าฮั่นสินให้หนังสือมาทั้งนี้เห็นจะเตรียมการไว้พร้อมแล้ว ถ้าไต้อ๋องยกไปจะต้องกลฮั่นสิน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงว่าท่านอย่าทัดทานเราเลย ถ้ามิได้ฆ่าอ้ายฮั่นสินเราก็ไม่กลับมาเมืองแพเสีย ท่านจงอยู่รักษาเมืองเถิด สั่งแล้วก็ยกทัพหลวงไป ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง ครั้นมาใกล้เมืองทางประมาณห้าร้อยเส้นจึงตั้งค่ายมั่นอยู่ ให้กี๋โป้กับจงลิมวยเข้าไปสืบราชการ ดูค่ายฮั่นสินจะตั้งรับอยู่ตำบลใดบ้าง กี๋โป้กับจงลิมวยก็คำนับลาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องไปเมืองเอ๊กเอี๋ยง เห็นค่ายฮั่นสินตั้งอยู่หลายค่ายไม่เห็นคนอยู่รักษา ก็กลับมาแจ้งความแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องทุกประการ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงว่าฮั่นสินสงบคนอยู่นั้น มันคอยให้เรายกเข้าไปจึงจะออกมารบ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงสั่งนายทัพนายกองทั้งปวงว่า เวลาพรุ่งนี้จะยกทัพเข้าหักเอาเมืองเอ๊กเอี๋ยงให้จงได้

ฝ่ายทหารซึ่งฮั่นสินให้คอยสืบข่าวข้าศึก รู้ว่าฌ้อปาอ๋องยกกองทัพมาตั้งอยู่ ก็กลับมาแจ้งความแก่ฮั่นสินว่าข้าศึกยกมาตั้งค่ายอยู่ใกล้เมืองทางประมาณห้าร้อยเส้น ที่ด่านชั้นในให้กี๋โป้กับจงลิมวยมาสืบราชการ

ฝ่ายฮั่นสินแจ้งความดังนั้น จึงกำชับทหารให้ตรวจตรารักษาค่าย แล้วสั่งให้คนใช้ขึ้นม้าเร็วรีบไปบอกนายทัพนายกองซึ่งตั้งซ่องสุมอยู่นั้น ถ้าฌ้อปาอ๋องยกทัพมาแล้วอย่าให้ผู้ใดเดินไปมา ห้ามปากเสียงให้อยู่ตามหมวดตามกองตรวจตราจงสามารถ แล้วคนใช้กลับมา ณ ค่ายแจ้งความแก่ฮั่นสินทุกประการ ครั้นรุ่งเช้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องสั่งให้ควั่นฌ้ออิหยินเป็นกองหน้า ห้างจิงเป็นปีกขวา หงอจูกี๋เป็นปีกซ้าย จงลิมวยกับกี๋โป้เป็นกองหลัง จัดเสร็จแล้วก็ยกกองทัพหลวงเข้าไปตรงหน้าค่ายฮั่นสิน จึงให้หยุดกองทัพไว้ให้ทหารร้องบอกฮั่นสินออกมาพูดจากัน

ฝ่ายฮั่นสินได้ฟังดังนั้น ก็ขึ้นม้าออกมานอกค่ายเห็นฌ้อปาอ๋อง ฮั่นสินจึงว่าข้าพเจ้าจากไต้อ๋องไปแต่เมืองห้ำเอี๋ยงจนปานนี้ ไม่สำคัญว่าจะได้พบกันอีก ครั้นจะคำนับก็จนใจด้วยตัวใส่เกราะอยู่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าตัวมีหนังสือไปถึงเราเป็นข้อหยาบช้าแล้วมาเยาะเย้ย วันนี้กูกับมึงจะได้สู้กันให้แพ้แลชนะ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ขับม้าเข้าใกล้เงื้อทวนจะแทงฮั่นสิน ๆ ปัดด้วยทวนแล้วชักม้าหนีไปทิศตะวันออก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องขับม้าไล่แล้วร้องว่า อ้ายฮั่นสินทำไมมึงจึงชักม้าหนีอย่าพึงนึกว่าจะพ้นมือ กูจะจับตัวมึงตัดศีรษะเสียให้จงได้ แล้วสั่งให้เร่งกองหลังตามมา

ฝ่ายกี๋โป้กับจงลิมวย จึงขับม้ารีบขึ้นไปสกัดหน้าม้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง แล้วทูลว่าฮั่นสินไม่สู้รบหนีไปนั้นเห็นจะเป็นกล ขอไต้อ๋องจงงดกองทัพไว้ก่อน แต่งทหารไปสืบดูให้แน่จึงค่อยติดตาม ต่อภายหลังพระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงตรัสว่า เราทำศึกมาแต่เมืองกวยกี๋มากกว่าร้อยครั้งยังมิได้ถอยย่อย่นแก่ผู้ใด ครั้งนี้พบอ้ายฮั่นสินจะให้หยุดทัพถอยทัพนั้น จะได้ความอัปยศแก่นานาประเทศว่าขลาดแก่ข้าศึก ทแกล้วทหารจะประมาทเรา พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ขับม้ารีบตามฮั่นสินไป

ฝ่ายฮั่นสินเห็นฌ้อปาอ๋องรีบตามโดยเร็ว ก็ขับม้าหนีไปได้พ้น ครั้นเห็นห่างออกไปฮั่นสินก็รอม้าไว้ ล่อไปถึงฝั่งแม่น้ำเดียเซ็ก ฮั่นสินก็ยืนม้าถือทวนอยู่กลางสะพานทำอาการประหนึ่งจะต่อสู้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องยิ่งโกรธนัก ก็ขับม้าข้ามสะพานไล่ฮั่นสินไปทางประมาณยี่สิบเส้น ทหารข้างหลังคั่งกันข้ามสะพาน ๆ หักลงป่วยเจ็บล้มตาย ขึ้นฝั่งได้บ้าง ที่เหลืออยู่ครั้นจะลงว่ายน้ำข้ามไปไม่ถึงฝั่งด้วยน้ำก็ไหลเชี่ยว

ฝ่ายฮั่นสินล่อไปเข้าชายป่าลัดไปถึงกองทัพซุ่ม ทหารซึ่งเห็นสะพานหักก็ไปแจ้งความแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าสะพานหัก ทหารกองหลังข้ามมาไม่ได้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นแจ้งแลไปข้างหน้าไม่เห็นฮั่นสินผิดใจนักรู้ว่าต้องกลอุบาย

ฝ่ายฮั่นสินก็จุดประทัดสัญญาขึ้น ห้วนโก้ย แฮเฮาหยิน กวนหยิน หยินโป้ สี่นายก็ขับรถแลทหารเดินเท้าเอารถล้อมเข้ามาทั้งสี่ด้าน ยิงเกาทัณฑ์ธนูหน้าไม้ลูกตกดังผึ้งบิน ทหารกองหน้าจึงทูลแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า ทัพรถครั้งนี้หลายชั้นแน่นหนาเข้ามาดังหนึ่งกำแพงเหล็ก คนแลม้าเข้าใกล้ไม่ได้แต่ต้องลูกเกาทัณฑ์เจ็บป่วยล้มตายเป็นอันมาก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังสั่งให้รบหักเข้าไป ทหารโจมตีหลายครั้งจะออกด้านไหนก็ไม่ได้

ฝ่ายจงลิมวยกี๋โป้ เมื่อพระเจ้าฌ้อปาอ๋องมิฟังห้ามขืนตามฮั่นสินไปเกรงจะต้องกล ก็รีบยกทัพตามมาถึงฝังแม่น้ำเดียเซ็กข้ามมิได้ จึงอ้อมไปทิศใต้ตามทางน้อย เห็นกองทัพสกัดทางอยู่ก็รู้ว่าฮั่นสินวางทัพไว้ 

ฝ่ายเจาเต๊กทหารฮั่นสินขี่ม้าถือทวนสกัดทางอยู่ จงลิมวยกี๋โป้ก็ขับม้าเข้ารบกับเจาเต๊กได้ยี่สิบเพลง กี๋โป้เอาทวนแทงเจาเต๊กตกม้าตาย บรรดาทหารเดนข้ามแม้น้ำเดียเซ็กไป พอได้ยินเสียงกลองรบผู้คนอื้ออึงนึกว่าข้าศึกล้อมพระเจ้าฌ้อปาอ๋องไว้ ก็เร่งรีบทหารมาถึงทัพรถ จงลิมวยจึงว่ากับกี๋โป้ว่าศึกครั้งนี้แน่นหนาเห็นจะตีเข้าไปไม่ได้เหลือกำลัง กี๋โป้จึงว่าครั้งนี้เราจะทำด้วยกตัญญูสู้เสียชีวิตตีเข้าไปจึงจะแก้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องออกมาได้ สองนายก็ขับทหารเข้าตีกระหนาบเป็นสามารถ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นข้างนอกตีประดังเข้ามาจึงเร่งทหารให้ตีออกไป ควั่นฌ้ออิหยินนำทหารออกตี ทัพรถควั่นฌ้อถูกเกาทัณฑ์อิหยินโดนรถเข้าป่วยทั้งสองคน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นดังนั้นก็ขับม้าตีทัพเป็นสามารถ

ฝ่ายทัพรถมิอาจที่จะรบศึกกระหนาบได้เหลือกำลังก็ถอยรถห่างออกไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ออกได้พบกี๋โป้จงลิมวยจึงปราศรัยว่า ครั้งนี้เพราะท่านมาช่วยเราจึงออกได้ ก็สั่งให้รวบรวมทแกล้วทหาร แล้วพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ขับม้าหนีไปข้างทิศใต้

ฝ่ายตันบูลีเสียงอยู่ทิศบูรพา โปค้วนโปปิดอยู่ทิศอาคเนย์ ลีปิดลกกะอยู่ทิศทักษิณ กินหิบโลกวนอยู่ทิศหรดี จิวพุนจิวเซียงอยู่ทิศประจิม สิอาวตันภ่ายอยู่ทิศพายัพ สินกีอ๋องหลินอยู่ทิศอุดร โจฉำสินกีอยู่ทิศอีสาน สิบหกนายแปดทัพเห็นฌ้อปาอ๋องหนีมาก็ขับทหารเข้าล้อมทั้งแปดทิศ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ขับทหารเข้ารบ สินกีขับม้าฝ่าฟันฆ่าทหารฌ้อปาอ๋องเข้าไป ม้าพลาดล้มลงสินกีพลัดตกจากม้า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องขับม้าเข้าไปทันเอาทวนแทงถูกหลังสินกีตาย แล้วขับม้าหนีออกจากที่ล้อมไปตรงทัพฮั่นสินซุ่มอยู่ ฮั่นสินก็ขับทหารเข้าล้อมไว้ กี๋โป้จึงทูลว่าซึ่งจะไปข้างหน้านั้นเป็นเขาแลป่าชัฏไม่มีทาง ขอไต้อ๋องจงตีกลับตามทางน้อยปลายแม่นํ้าเดียเซ็กจึงจะไปค่ายได้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็ขับทหารให้ตีตามกี๋โป้จงลิมวยว่าก็ออกมาได้จากที่ล้อม ไปถึงปลายแม่น้ำเดียเซ็กพอเป็นเวลาเย็น ยังได้ยินผู้คนอื้ออึงมิได้ขาด

ฝ่ายทหารซึ่งฮั่นสินวางไว้ เห็นฌ้อปาอ๋องตามฮั่นสินก็เข้าตีค่ายไล่ฆ่าฟันทหารฌ้อปาอ๋องล้มตายเป็นยันมาก เก็บเอาเสบียงอาหารศัสตราวุธได้แล้วก็กลับเข้าเมืองเอ๊กเอี๋ยง

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องกลับมาเห็นแต่ค่ายเปล่า ก็แจ้งว่าฮั่นสินให้ทหารมาตีค่ายได้แล้ว จึงตรัสว่าเราจะอยู่รับในค่ายก็ไม่มีเสบียงอาหาร ถ้าฮั่นสินตามมาล้อมเห็นจะรับไม่ได้ จำจะล่าทัพกลับไปเมืองแพเสีย คิดรวบรวมทหารได้แล้วจึงจะยกมาแก้แค้นอ้ายฮั่นสิน

ฝ่ายฮั่นสินรีบยกทัพตามมา ขับทหารเข้าล้อมค่ายฌ้อปาอ๋อง ๆ จึงว่าฮั่นสินล้อมเราถึงสองครั้ง ได้รบก็หลายวันยังไม่อิ่มใจอีกเล่า จึงสั่งทหารทั้งปวงว่าท่านจงช่วยกันระดมรบ จงลิมวยจึงทูลว่าฮั่นสินมีกลอุบายมาก กองทัพเรายกมาครั้งนี้มีแต่เสียทีกับฮั่นสิน ทหารจึงท้อใจ ถ้าตีออกไปได้แล้วอย่าเพ่อคิดทำศึกหยุดไว้ก่อน

ฝ่ายทหารฮั่นสินตีกลองรบขึ้นสนั่น รี้พลก็กล่นเกลื่อนกันเข้าไปล้อมหนุนเนืองแน่นดังคลื่นในทะเล พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงขึ้นม้านำทหารสามร้อยนำหน้าตีฝ่าออกจากที่ล้อม ทหารฮั่นสินยิงด้วยเกาทัณฑ์ถูกกระจกประจำดุมเกราะตรงอุระฌ้อปาอ๋องแตกกระจายไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องตกพระทัยนัก เร่งขับม้าหนีไปทิศตะวันออก ฮั่นสินก็ให้ลีปิดลกกะคุมทหารม้าแลคนหนุนเนื่องตามฌ้อปาอ๋องไปทางประมาณสองพันเส้น

ครั้นเวลารุ่งเช้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องแลดูไปตามทาง เห็นกองทัพยกมาแต่ข้างแดนเมืองฌ้อกองหนึ่งคนประมาณสามหมื่น แลนายทหารนั้นขี่ม้าถือกระบี่สองมือมาหน้าทหารทั้งปวง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องแลเห็นรู้จักจำได้ว่าจิวเฉียงหนึ่ง ลีกูหนึ่ง ตันภ่ายหนึ่ง กีสินหนึ่ง อ๋องหลินหนึ่ง เหงคีหนึ่ง โจฉำหนึ่ง นายทหารทั้งเจ็ดคุมทหารซึ่งซุ่มอยู่ทั้งแปดกองเห็นดังนั้น ก็ยกทหารโห่ร้องยกล้อมเข้ามาทั้งแปดทิศ ไล่ฆ่าฟันทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องล้มตายเป็นอันมาก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นดังนันก็ขยับม้าออกไปช่วยทหารรบ พอเห็นเหงคีทหารฮั่นอ๋องรำทวนไล่แทงทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเข้ามา พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ทีก็ขับม้ากระโจมแทงด้วยทวนถูกเหงคีตาย พอฮั่นสินตามมาทันก็เร่งให้ทหารล้อมเข้าไว้อีกเป็นหลายชั้น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็พาทหารเรรวนอยู่ไม่รู้ที่จะหักออกด้านใดได้ กีโป้จึงว่าซึ่งท่านจะหักออกด้านอื่นนั้นถึงออกได้ก็ไม่มีทางไป ขอเชิญท่านหักออกไปข้างทิศใต้จะได้ลัดไปตามทางน้อยรีบไปตั้งมั่นรับอยู่ ณ ค่ายทีเดียว พอเวลาพลบค่ำลงก็ขับม้าฝ่าฟันทหารออกได้จากที่ล้อมรีบไปข้างทิศใต้ ครั้นไปจะใกล้ถึงค่ายแจ้งว่าทหารฮั่นอ๋องตีเอาค่ายได้แล้ว พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเข้าค่ายไม่ได้ก็บากหน้ารีบหนีไปในเวลากลางคืน

ฝ่ายฮั่นอ๋องกับฮั่นสินก็ยกทหารรีบตามไป หมายจะจับตัวพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้จงได้

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ขณะเมื่อหนีมาในเมื่อเวลากลางคืนพบพวกเดียวกันเข้าก็มีความยินดี จึงควบม้าเข้าไปใกล้

ฝ่ายปกจงกุ๋นเห็นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องควบม้ามาก็หลีกเข้าริมข้างทาง แล้วร้องทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า เชิญท่านรีบไปให้พ้นข้าศึกเถิด ข้าพเจ้าจะอยู่รอรับข้างหลัง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นก็รีบควบม้าพ้นทัพปกจงกุ๋นไป

ฝ่ายลีปิดกับลกกะทหารฮั่นอ๋องซึ่งรีบตามพระเจ้าฌ้อปาอ๋องมา พบทัพปกจงกุ๋นยืนขวางสกัดทางอยู่ ก็ขับม้ารำทวนเข้ารบด้วยปกจงกุ๋นเป็นสามารถ ลีปิดอิดโรยก็เสียทีแก่ปกจงกุ๋น ๆ ก็เอากระบี่ฟันลีปิดคอขาดตายพลัดตกจากหลังม้า ลกกะก็ควบม้าหนีไป ปกจงกุ๋นเหน็บกระบี่เสียแล้วเอาเกาทัณฑ์ยิงตามไปถูกลกกะตกม้าตาย ทหารลีปิดลกกะเห็นนายตายเสียแล้ว แตกย่นลงไปปะทะทัพฮั่นสิน ๆ รู้ว่าลีปิดลกกะเสียทีดังนั้นจึงสั่งให้หยุดตั้งมั่นอยู่ที่นั้น แล้วว่าซึ่งเสียลีปิดลกกะทั้งนี้เพราะเราไม่ทันคิดถึงกลฟัมแจ้ง

ฝ่ายปกจงกุ๋น ครั้นฆ่านายทหารฮั่นอ๋องทั้งสองเสียแล้วรอดูอยู่ที่นั้น ครั้นไม่เห็นกองทัพยกตามมาแล้วปกจงกุ๋นก็พาทหารยกกลับถอยตามพระเจ้าฌ้อปาอ๋องไป

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ