๓๙

ฝ่ายชาวเมืองเอี๋ยนครั้นรู้ข่าวว่าฮั่นสินตีเมืองเตียวได้ ฆ่าตินอี๋นั้นเสีย ต่างคนต่างคิดเกรงว่าฮั่นสินจะยกไปตีเมืองเอี๋ยน ไม่เป็นอันที่จะทำมาหากิน แต่พากันตื่นตกใจวันละเก้าครั้งสิบครั้ง เอี๋ยนอ๋องเจ้าเมืองเอี๋ยนให้มีความวิตกนัก จึงให้หากวยถองเข้าไปปรึกษาว่า ถ้าฮั่นสินยกมาตีเมือง เราจะคิดประการใด กวยถองจึงว่า ซึ่งลือข่าวว่าฮั่นสินจะยกมาตีเมืองเรานั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าจะหายกมาโดยเร็วไม่ เห็นว่าฮั่นสินจะแต่งคนให้มาเกลี้ยกล่อมท่านก่อนเป็นมั่นคง ถ้าคนฮั่นสินมาถึงจะพูดว่ากล่าวประการใด ท่านอย่าเพิ่งยอมสามิภักดิ์ ข้าพเจ้าจะไปให้ถึงฮั่นสินก่อน ถ้าเห็นพอจะพูดจาให้ฮั่นสินถอยทัพไปได้ก็จะแล้วกันไป ถ้าเห็นฮั่นสินไม่ยอมถอยทัพควรจะยอมข้าพเจ้าจึงจะให้ยอม เอี๋ยนอ๋องกวยถองปรึกษากันยังมิได้สิ้นคำ พอนายประตูเข้าไปบอกว่าฮั่นสินให้คนถือหนังสือมาถึงท่าน เอี๋ยนอ๋องให้คนพาตัวเข้าไป

ฝ่ายซุยโหครั้นเข้าไปถึงคำนับเอี๋ยนอ๋องแล้วส่งหนังสือนั้นให้เอี๋ยนอ๋อง ๆ รับเอาหนังสือฉีกผนึกออกอ่านดูใจความว่า ฮั่นไตเจียงกุ๋นฮั่นสินให้คนถือหนังสือมาถึงเอี๋ยนอ๋อง ด้วยบัดนี้หัวเมืองทั้งปวงรู้ข่าวว่าฮั่นอ๋องเป็นผู้มีบุญ นํ้าใจนั้นโอบอ้อมมีกตัญญูต่อแผ่นดิน จึงชวนกันมากำจัดฌ้อปาอ๋องซึ่งเป็นคนทรยศหยาบช้าต่อแผ่นดิน จะให้ราษฎรทั้งปวงนั้นอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งเอี๋ยนอ๋องตั้งแข็งเมืองอยู่มิได้ไปสามิภักดิ์ด้วยฮั่นอ๋องนั้น จะให้ทำเหมือนแห้อวดเจ้าเมืองไตจี๋วแลเจ้าเมืองเตียวนั้นหรือ ซึ่งเราตั้งทัพรออยู่ ณ เมืองเตียวนั้นเพราะเรามีความกรุณาแก่ท่าน จึงให้มีหนังสือมาว่าโดยดี หวังจะมิให้ท่านแลราษฎรทั้งปวงได้ความเดือดร้อน ถ้าท่านรู้ตัวว่าได้ถือผิดจงคิดหันเข้าหาที่ชอบจะได้ความสุขสืบไป เอี๋ยนอ๋องอ่านหนังสือแล้วจึงว่ากับซุยโหว่า ที่สรรเสริญว่าฮั่นอ๋องเป็นคนมีบุญหนักเรายังไม่เห็นด้วย เมื่อครั้งรบพระเจ้าฌ้อปาอ๋องที่แม่นํ้าโปจุยนั้น ฮั่นอ๋องแตกทัพยับเยินจนยังแต่ผู้เดียวหนีลงสระแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เหตุใดเทพยดาจึงไม่ช่วยผู้มีบุญให้มีชัยชนะแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเล่า

ซุยโหได้ฟังเอี๋ยนอ๋องว่าดังนั้นก็หัวเราะ จึงว่าท่านไม่รู้การลึกซึ้ง ซึ่งฮั่นอ๋องแตกพระเจ้าฌ้อปาอ๋องที่แม่น้ำโปจุยนั้น ขณะเมื่อทหารฌ้อปาอ๋องล้อมฮั่นอ๋องเข้าไว้ชิดดังถังน้ำนั้น เหตุด้วยฮั่นอ๋องเป็นผู้มีบุญจึงเผอิญให้เป็นหมอกแลลมพัดผงคลีฟุ้งขึ้นเข้าตาทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้ฮั่นอ๋องแหกออกไปได้ ขณะเมื่อฮั่นอ๋องหนีลงไปอยู่ในสระเล่าก็เผอิญให้บังตาทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเสียทั้งทัพหาผู้ใดจะเห็นตัวฮั่นอ๋องไม่ เมื่อฮั่นอ๋องเป็นผู้มีบุญเห็นปรากฏแก่คนทั้งปวงอยู่ฉะนี้ ท่านจะว่าฮั่นอ๋องไม่เป็นผู้มีบุญประการใด อนึ่งก็ได้ฮั่นสินเป็นแม่ทัพ เตียวเหลียงก็เป็นที่ปรึกษา เสียวโหเป็นกองเสบียง คนสามคนนี้แต่ละคนหาผู้เสมอมิได้ ท่านเห็นว่าฮั่นอ๋องจะไม่ทำการใหญ่สำเร็จได้หรือ ประการหนึ่งก็ตีเมืองงุยเมืองไตจี๋วเมืองเตียวหัวเมืองใหญ่ได้ถึงสามหัวเมือง ถ้าเต็มช้าประมาณปีหนึ่งแผ่นดินก็จะได้แก่ฮั่นอ๋องสิ้น ท่านเร่งดำริการดูให้ดีเถิด

เอี๋ยนอ๋องได้ฟังซุยโหว่าก็นิ่งตรึกตรองอยู่ จึงเรียกกวยถองค่อยกระซิบว่า อันถ้อยคำซุยโหว่าทั้งนี้เราเห็นชอบอยู่แล้ว ท่านเร่งไปหาฮั่นสินเถิดอย่าให้ความยืดยาวไปเลย กวยถองจึงว่า ข้าพเจ้าจะไปหาฮั่นสินดูท่วงทีก่อน ถ้าได้ท่วงทีข้าพเจ้าจะพูดกับฮั่นสินมิให้ถอยยศศักดิ์ของท่าน เอี๋ยนอ๋องจึงว่าสุดแต่ความคิดท่านจะพูดจาเถิด เอี๋ยนอ๋องจึงให้แต่งโต๊ะเลี้ยงซุยโหตามธรรมเนียม ครั้นกินโต๊ะแล้วกวยถองคำนับลาเอี๋ยนอ๋องไปกับซุยโห ครั้นถึงเมืองเตียวซุยโหจึงให้คนสนิทเข้าไปแจ้งความแก่ฮั่นสินว่าได้พูดกับเอี๋ยนอ๋อง บัดนี้เอี๋ยนอ๋องให้กวยถองที่ปรึกษามาด้วย

ฮั่นสินได้ฟังดังนั้นก็นึกว่า เมืองเอี๋ยนจะได้เป็นเมืองขึ้นพระเจ้าฮั่นอ๋องมั่นคงจึงสั่งให้ทหารไปบอกซุยโหให้พากวยถองเข้ามา ซุยโหก็พากวยถองเข้าไปคำนับฮั่นสินๆ เห็นกวยถองมาจึงว่าท่านมาทั้งนี้เราพิเคราะห์ดูดังจะแกล้งมาสืบทัพ ถ้าหมายจะรับได้จงแข็งเมืองไว้สู้รบ ถ้าเห็นเหลือกำลังศึกเรามากก็จงแต่งพูดแต่พอให้ถอยทัพ หรือเอี๋ยนอ๋องถือว่าเป็นเมืองใหญ่มีทหารแลเสบียงยังบริบูรณ์ แล้วเป็นแดนเมืองฌ้อมีที่พึ่งจะมิได้ไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง เราเป็นแม่ทัพมาจะลองฝีมือกับเอี๋ยนอ๋องดูสักครั้งหนึ่ง จะยกไปทั้งประชุมที่เอ็กจุยแลเอี๋ยนไต้ สองตำบลนี้เห็นที่กว้างขวางเป็นที่ชัยภูมิ พอจะพักรี้พลเสบียงอาหารของเราได้ ถึงงักเงแลกงโขเป็นแม่ทัพดีลือมาแต่ก่อนในเมืองเอี๋ยนซึ่งตายไปนั้นกลับมาเป็นมา เราก็ไม่กลัวฝีมือแลความคิด จะแต่งกลอุบายตีเมืองเอี๋ยนให้จงได้ หรือน้ำใจเอี๋ยนอ๋องรักไพร่บ้านพลเมืองจะไม่ให้เดือดร้อน จึงให้มาอ่อนน้อมเป็นเมืองขึ้นในพระเจ้าฮั่นอ๋อง ถึงกระนั้นท่านกับเราต่อเมื่อเสร็จราชการเมืองเอี๋ยนแล้วจึงค่อยพูดกัน ฮั่นสินให้ทหารเอาตัวกวยถองไปคุมไว้ ณ กงก๋วน อย่าให้ผู้ใดมาพูดจาด้วย แล้วจัดสิ่งของมอบให้คนไปปฎิบัติรักษาไม่ให้ขัดสน

ฝ่ายกวยถองคิดว่าฮั่นสินผู้นี้มีสติปัญญายิ่งนัก รู้ถึงใจเราจึงทำดังนี้หมายจะให้ยอมเป็นข้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง ทำประการใดจึงจะได้พบพูดจาด้วยฮั่นสิน แต่รำคาญใจบ่นอยู่หลายวัน

ฝ่ายฮั่นสินจึงให้หาหลีโจเฉียเข้ามาพูดว่า ท่านจงแกล้งทำเดินไปดูกิริยากวยถองจะทักทายพูดจาประการใดบ้าง หลีโจเฉียรับคำฮั่นสินทำเดินชายไปหน้ากงก๋วน กวยถองเห็นหลีโจเฉียมาก็ร้องทักว่าข้าพเจ้าหมายว่าท่านอยู่นี่ ไม่เห็นเลยว่าเมืองเตียวจะเสียแก่ฮั่นสิน ตันฮีซึ่งเป็นเตียวอ๋องกับเซงอันกุ๋นก็ตาย ว่าแล้วก็ร้องไห้ หลีโจเฉียจึงเข้าไปนั่งพูดกับกวยถองว่าท่านพูดมานี้ดุจคนไม่มีปัญญา ด้วยประเพณีผู้ซึ่งจะทำมาหากินจงให้ต้องตามฤดู ถ้าทำผิดฤดูถึงจะมีผลก็น้อย บัดนี้พระเจ้าฮั่นอ๋องมีกตัญญูไปเชิญศพพระเจ้างี่เต้ขึ้นฝังใหม่เหมือนอย่างพระศพกษัตริย์แต่ก่อน เพราะพระเจ้าฮั่นอ๋องรู้จักพระคุณทำต้องราชประเพณี ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินแลหัวเมืองทั้งปวงจึงมีน้ำใจสามิภักดิ์ด้วยเป็นอันมาก จะมีหนังสือไปถึงเมืองใดก็กลัวเกรงคำนับทุกเมือง แล้วได้ฮั่นสินไว้เป็นแม่ทัพรู้อุบายในการศึกไม่มีผู้ใดเสมอ ถ้าท่านรู้แพ้แลชนะจงพิเคราะห์ดูการก่อน น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือจึงจะนับว่าเป็นคนฉลาด เมื่อท่านยังเห็นว่าฌ้อปาอ๋องมีกำลังมาก จะให้เอี๋ยนอ๋องไปขึ้นก็ตามใจ แต่เราเห็นว่าคนทั้งปวงจะติท่านได้ว่านับถือคนผิด เหมือนครั้งแผ่นดินเตียวอ๋องนับถือปวยเลียมกับซุยต๋ง ซึ่งไม่มีสติปัญญาดีแต่สอพลอจึงเสียแผ่นดิน ความชั่วสองคนลือมาจนทุกวันนี้ เราอยู่ในเมืองเตียวใช่จะนิ่งก็หาไม่ ได้เตือนสติเตียวอ๋องแต่หากไม่เชื่อจึงเสียเมือง ตัวท่านอยู่ในเมืองเอี๋ยนก็นับว่าคนดี จงพิเคราะห์ดูให้รอบคอบว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องผู้ใดจะเป็นผู้มีบุญ กวยถองจึงว่า พระเจ้าฮั่นอ่องเดิมฆ่างูขาวที่เขามังตั๋งเกียรติยศลือทั่วทั้งแผ่นดินควรจะมีบุญก็แจ้งอยู่ หลีโจเฉียจึงว่าฮั่นสินซึ่งเป็นแม่ทัพกับที่ปรึกษาเตียวเหลียงกับตันแผงซึ่งอยู่กับพระเจ้าฮั่นอ๋อง ท่านเห็นที่ปรึกษาแลทหารฌ้อปาอ๋องผู้ใดจะเสมอสามคนนี้บ้าง กวยถองจึงว่าที่ปรึกษาแลทหารฝ่ายข้างฌ้อปาอ๋องนั้น จะหาเสมอพวกพระเจ้าฮั่นอ๋องยังไม่ได้ หลีโจเฉียจึงว่าท่านก็รู้ว่าผู้ใดจะสูงศักดิ์ต่ำศักดิ์ เหตุใดจะถือตัวถือศักดิ์อยู่อีกเล่า

กวยถองได้ฟังหลีโจเฉียว่าเห็นชอบด้วย นิ่งนึกอยู่เป็นครู่จึงว่าท่านพูดทั้งนี้ก็ตามประเพณีแต่ก่อน เดิมข้าพเจ้ามาหมายจะว่าแต่พอให้ถอยทัพ บัดนี้เห็นสติปัญญาแม่ทัพรู้ถึงใจข้าพเจ้า กับท่านมาชักทำเนียบให้ฟังเย็นซาบในน้ำใจข้าพเจ้าดังนํ้าทิพย์ ท่านจงพาข้าพเจ้าไปหาท่านแม่ทัพ จะได้แจ้งความที่จะพาเอี๋ยนอ๋องมาเป็นไมตรี จะให้นำไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง ตัวข้าพเจ้าจะทำราชการอยู่ในกองทัพ หลีโจเฉียได้ฟังดังนั้นจึงพากวยถองไปคำนับฮั่นสิน แล้วหลีโจเฉียแจ้งความว่า กวยถองพูดกับข้าพเจ้าว่า เป็นทูตมาแต่เมืองข้าศึกให้คุมไว้ แต่ขอบใจท่านที่ให้คนบำรุงรักษา เห็นว่าท่านมีปัญญาโดยแท้ ซึ่งกวยถองเข้ามานี้จะลากลับไปเมืองว่ากล่าวเจ้าเมืองเอี๋ยนให้มาอ่อนน้อมต่อท่าน แล้วตัวกวยถองจะกลับมาทำราชการด้วย ฮั่นสินจึงถามกวยถองว่าอันนํ้าใจเอี๋ยนอ๋องนั้นยังรักฌ้อปาอ๋องก็หาไม่ คิดจะใคร่มาหาท่านแต่ให้ข้าพเจ้ามาดูการก่อน ฮั่นสินได้ฟังก็หัวเราะจึงให้โจฉำกับห้วนโก้ยคุมทหารหมื่นหนึ่งยกไปกับกวยถอง เราจะยกทัพใหญ่ตามไปต่อภายหลัง

ฝ่ายโจฉำห้วนโก้ยจัดพลแล้วพากวยถองรีบมาใกล้เมืองเอี๋ยน กวยถองจึงว่าท่านจงตั้งอยู่นอกเมืองก่อน ข้าพเจ้าจะลาเข้าไปหาเอี๋ยนอ๋องให้ออกมาเชิญท่าน ว่าแล้วกวยถองก็เข้าไป

ฝ่ายเอี๋ยนอ๋องแต่กวยถองไปมีความวิตกถึงอยู่เนืองๆ พอมีผู้เข้าไปแจ้งแก่เอี๋ยนอ๋องว่า กวยถองพาทหารหมื่นหนึ่งมาตั้งอยู่นอกเมือง

ฝ่ายกวยถองเข้าไปจึงคำนับเอี๋ยนอ๋อง แล้วว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยอารีบำรุงทแกล้วทหาร ผู้ใดมีความชอบพระราชทานบำเหน็จให้ อนึ่งได้ฮั่นสินมาเป็นแม่ทัพรู้ลึกซึ้งในกลศึก อันฌ้อปาอ๋องนั้นแต่จะถอยกำลังลงทุกวัน ถ้าท่านสามิภักดิ์ต่อพระเจ้าฮั่นอ๋องราษฎรทั้งปวงจะมีความสุข เอี๋ยนอ๋องจึงว่าเราคิดอยู่นานแล้ว แต่ฮั่นอ๋องอยู่ไกลฌ้อปาอ๋องอยู่ใกล้จึงรอฟังความอยู่ ซึ่งไปถึงฮั่นสินแม่ทัพ ถ้าดีเหมือนเขาลือมา เราจะยอมสามิภักดิ์ต่อพระเจ้าฮั่นอ๋อง ท่านจงไปเชิญนายทหารเข้ามา กวยถองคำนับลาไปบอกแกโจฉำห้วนโก้ยว่าเอี๋ยนอ๋องให้มาเชิญท่าน

ฝ่ายโจฉำห้วนโก้ยก็ตามกวยถองเข้าไป ครั้นถึงเอี๋ยนอ๋องต่างคนคำนับกันตามธรรมเนียม เอี๋ยนอ๋องก็สั่งให้ยกโต๊ะออกมาตั้ง เชิญโจฉำห้วนโก้ยกินพร้อมกัน แล้วเอี๋ยนอ๋องปราศรัยห้วนโก้ยโจฉำว่า ขอบใจฮั่นสินซึ่งท่านให้มาหา เราก็คิดไว้ว่าจะไปทำราชการด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋อง ท่านจงหยุดพักอยู่สักคืนหนึ่ง พรุ่งนี้จึงพากันไปหาแม่ทัพ ณ เมืองเตียว

ฝ่ายห้วนโก้ยโจฉำกินโต๊ะเสพสุราสำราญแล้ว ก็ลาเอี๋ยนอ๋องออกมาอยู่ค่ายนอกเมือง ครั้นเวลาเช้าเอี๋ยนอ๋องสั่งให้ผูกม้าสามร้อยพร้อมแล้ว ก็ขึ้นม้าออกจากเมือง ชวนโจฉำห้วนโก้ยรีบไปถึงเมืองเตียว ยั้งอยู่นอกเมือง โจฉำห้วนโก้ยกวยถองเข้าไปแจ้งความแก่ฮั่นสินว่าเอี๋ยนอ๋องมาถึงแล้ว

ฮั่นสินได้ฟังดังนั้น จึงให้นายทัพนายกองยืนอยู่ข้างซ้าย ข้างขวาที่ปรึกษาคือเตียวยี่แลหลีโจเฉียให้นั่งอยู่สองข้าง ฮั่นสินนั้นแต่งตัวนั่งอยู่บนเตียงใหญ่ทำไว้เป็นสองที่แล้วให้โจฉำห้วนโก้ยกลับไปรับเอี๋ยนอ๋องเข้ามา ฮั่นสินเห็นเอี๋ยนอ๋องเข้ามาใกล้ก็ยืนขึ้นต้อนรับ ต่างคนก็คำนับกันเชิญให้นั่งที่เสมอกัน ฮั่นสินจึงว่าข้าพเจ้าขอบใจท่านซึ่งอุตส่าห์รีบร้อนมา เห็นว่าท่านตั้งใจภักดีต่อพระเจ้าฮั่นอ๋องโดยแท้ ทั้งไม่สงสัยเชื่อข้าพเจ้าด้วย แลซึ่งจะยกทัพใหญ่ไปตีเมืองเจ๋ครั้งนี้ จะต้องไปทางปลายแดนเมืองท่าน เอี๋ยนอ๋องจึงว่าข้าพเจ้าก็ตั้งใจอยู่ช้านานแต่ยังไม่มีเหตุซึ่งจะมา ด้วยเมืองเอี๋ยนใกล้กับเมืองฌ้อจึงต้องจำใจอยู่ ครั้นรู้ว่าท่านยกทัพมาตีเมืองเตียว ให้ซุยโหไปหาก็สมที่คิดไว้ จึงให้กวยถองมาคำนับท่านจะให้แจ้งการซึ่งมีความวิตก ครั้นกลับไปบอกความข้าพเจ้าจึงรีบมา ด้วยรู้อยู่ว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยโอบอ้อมอารีจึงจะเอาเป็นที่พึ่ง แล้วหมายจะฝากตัวท่านให้ช่วยทำนุบำรุง ฮั่นสินจึงให้ยกโต๊ะเข้ามาตั้งเชิญเอี๋ยนอ๋องเสพสุราพร้อมกัน แล้วเลี้ยงนายทัพนายกองแลนายทหารม้าซึ่งมากับเอี๋ยนอ๋องเสร็จ แล้วส่งให้ฮั่นสิน ๆ ก็จัดให้ซุยโหนายทหารให้นำหนังสือรีบไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องแจ้งข้อราชการ ซุยโหคนใช้ก็นำหนังสือขึ้นม้ารีบไป ฮั่นสินให้จัดทหารไปตีเมืองเจ๋

ฝ่ายฟัมแจ้งจงลิมวยเข้าไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า ฮั่นสินไปจับงุยป่าได้ แล้วไปฆ่าแห้อวด ณ เมืองไตจี๋ว จึงไปตีเมืองเตียว เอี๋ยนอ๋องก็ไปเข้าด้วยฮั่นอ๋อง แต่เสียหัวเมืองน้อยใหญ่หลายหัวเมือง บัดนี้ฮั่นสินมาตั้งอยู่ ณ เมืองเตียวข่าวว่าจะไปตีเมืองเจ๋ การศึกฮั่นสินยังติดพันอยู่ จงยกทัพหลวงรีบไปตีเมืองเอ๊กเอี๋ยงโดยเร็ว ครั้นจะไว้นานการศึกจะใหญ่ขึ้น เหมือนต้นไม้ครั้นสูงใหญ่ขึ้นแล้วจะถอนก็ยาก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังเห็นชอบจึงสั่งให้จัดทหารพร้อมแล้ว รุ่งขึ้นเป็นวันฤกษ์ดีก็ยกทัพหลวงไปจากเมืองแพเสีย ไปหลายวันเข้าแดนเมืองเอ๊กเอี๋ยง

ฝ่ายกองตระเวนพระเจ้าฮั่นอ๋องรู้ว่าข้าศึกยกล่วงแดนเข้ามา รีบไปแจ้งความแก่พระเจ้าฮั่นอ๋องว่ากองทัพฌ้อปาอ๋องยกมา พระเจ้าฮั่นอ๋องสั่งให้หาเตียวเหลียงตันแผงมาปรึกษาว่า ทหารก็ไปด้วยฮั่นสินเป็นอันมาก อ๋องหลินเล่าก็อาลัยถึงมารดามีความทุกข์จนตัวป่วยลง ท่านจงใช้คนไปบอกแพอวดให้ไปก้าวสกัดคอยตีตัดลำเลียง อย่าให้ข้าศึกส่งกันได้แล้วให้ไปบอกหยินโป้ให้ยกทัพมาช่วย กับการซึ่งจะรักษาบ้านเมืองครั้งนี้ท่านจะคิดประการใด เตียวเหลียงตันแผงจึงทูลว่า นายทหารก็ยังมีพอจะรักษาหน้าที่เชิงเทินได้ แต่ใจข้าพเจ้าเห็นฌ้อปาอ๋องมีคนสนิทปรึกษาในการศึกแต่ฟัมแจ้ง จงลิมวย ลองโจ จิวฮุน ถ้าจะคิดกลอุบายให้ฌ้อปาอ๋องสงสัยคนสนิทเหล่านี้ ไต้อ๋องจงแต่งทหารคุมทองเอาไปแจกจ่ายทหารฌ้อปาอ๋อง แล้วสอนให้พูดจาว่าจงลิมวยน้อยใจว่าได้ทำศึกมีความชอบอยู่เป็นอันมาก ฌ้อปาอ๋องไม่ตั้งเป็นเจ้าเมือง บัดนี้จะสามิภักดิ์ด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋อง ถ้าคนสี่คนห่างออกไปเมื่อใด ถึงฌ้อปาอ๋องมีฝีมือกล้าแข็งก็จะอ่อนลง พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังเห็นชอบ จึงมอบทองให้ตันแผงสี่หมื่นตำลึงว่าตามแต่จะคิดการ ตันแผงรับทองออกมาจัดทหารซึ่งพูดจาดีมีน้ำใจสุจริตไว้ใจได้ มอบทองให้แล้วกระซิบบอกความโดยอุบายทุกประการ ตันแผงจึงให้ทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินอยู่เป็นสามารถ

ฝ่ายคนใช้คำนับรับทองต่างคนก็แปลงเป็นชาวเมืองฌ้อปลอมเข้าไปในกองทัพ ทำทอดสนิทพูดจาคุ้นเคยกับทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง แล้วหยิบทองแบ่งปันให้ ทำเป็นพูดจาว่าที่ปรึกษาแลทหารมีฝีมือของพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็คิดเอาใจออกหาก ให้อุบายแก่พวกฮั่นอ๋องหลายคน นานไปเมื่อหน้าเห็นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะเสียทีเพราะมีไส้ศึก

ฝ่ายพวกทหารฌ้อปาอ๋องต่างคนพูดกันว่า จงลิมวยแลนายทหารหลายคนนินทาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเป็นข้อหยาบช้าต่างๆ กิตติศัพท์ก็รู้ไปถึงพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ ก็สงสัยจงลิมวยกับนายทหารที่ปรึกษาอยู่ ตั้งแต่นั้นมาจะมีข้อราชการก็มิได้ปรึกษา

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกกองทัพมาถึงชานเมืองเอ๊กเอี๋ยง สั่งทหารให้ล้อมทั้งสี่ด้าน ถึงสามวันไม่เห็นผู้ใดออกมารบ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องสั่งให้จัดเตรียมหม้อดินลูกพลุเกาทัณฑ์ไฟ พรุ่งนี้เราจะยกเข้าปล้นเผาเมืองเสีย นายทหารก็จัดแจงเตรียมไว้ตามรับสั่ง ครั้นรุ่งขึ้นจัดทหารเข้าตีเมืองเอ๊กเอี๋ยงทั้งสี่ด้าน

ฝ่ายทหารที่ประจำหน้าที่เชิงเทินก็คั่วกรวดทรายเทลงไป ทหารฌ้อปาอ๋องเข้าไปมิได้ถึงเจ็ดวัน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้ตั้งค่ายมั่นตรองการกระทำอยู่

ฝ่ายเตียวเหลียงจึงทูลว่า บัดนี้ฌ้อปาอ๋องเข้าตีเมืองเราถึงเจ็ดวันก็มิได้ ข้าพเจ้าคิดว่าจะแต่งคนออกไปทำเป็นสามิภักดิ์ ฌ้อปาอ๋องจะแต่งให้คนมาเจรจาความเมือง แล้วจะคิดให้ต้องกับอุบายตันแผงให้ฌ้อปาอ๋องสงสัยฟัมแจ้ง ถ้าฟัมแจ้งกระเด็นจากฌ้อปาอ๋องแล้วทำไมกับทหารทั้งปวง ถึงจะยกทัพหักเอาเมืองเราพอจะคิดอุบายล่อลวงได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า ถ้าฌ้อปาอ๋องมิเชื่อฟังท่านจะคิดประการใด เตียวเหลียงจึงว่าฌ้อปาอ๋องมีปัญญาน้อย โทโสมาก ทำการสิ่งใดมิได้พินิจพิจารณา ถือทิฐิถ่ายเดียว ครั้งนี้ตีเมืองเราก็ไม่ได้เห็นจะขัดเคืองในใจอยู่นัก ถ้าแต่งให้ทูตไปเจรจาจะได้ความสมเหมือนคิด พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังจึงให้ทหารขึ้นไปบนเชิงเทิน ร้องบอกทหารซึ่งล้อมเมืองว่า จะให้ทูตออกไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง แล้วเรียกซุยโหเข้ามาสั่งว่า ท่านจงเป็นทูตออกไปหาฌ้อปาอ๋องพูดตามอุบายของเตียวเหลียง ตันแผงซุยโหก็คำนับลาออกไป ครั้นถึงค่ายฌ้อปาอ๋องบอกทหารซึ่งรักษาประตูว่า เราชื่อซุยโหเป็นทูตออกมาแต่ในเมืองจะขอเข้าไปเฝ้า ทหารจึงเข้าไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องทุกประการ

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็สั่งให้รับซุยโหเข้าไปถึงแล้ว จึงตรัสถามว่าท่านมานี้ฮั่นอ๋องใช้ให้มาว่าประการใด ซุยโหคำนับแล้วจึงทูลว่า พระเจ้าฮั่นอ๋องให้ข้าพเจ้ามาเฝ้าว่าเมื่อจะไปตีเมืองห้ำเอี้ยง ได้สัญญาไว้ว่าจะเป็นพี่น้องกันกับไต้อ๋อง ครั้นสำเร็จราชการไต้อ๋องให้ฮั่นอ๋องไปครองเมืองโปต๋ง หนทางนั้นกันดารนัก จะใคร่กลับมาอยู่บ้านเก่า ใช่ว่าจะคิดชิงเอาราชสมบัตินั้นหรือไม่ หมายจะอยู่เมืองห้ำเอี๋ยงแต่พอได้ความสุข จึงใช้ให้ข้าพเจ้ามาขอตั้งแต่เมืองเอ๊กเอี๋ยงไปฝ่ายทิศตะวันตก ถ้าไต้อ๋องโปรดแล้วจะมีหนังสือไปถึงฮั่นสินให้เลิกทัพกลับมา ไพร่บ้านพลเมืองจะได้อยู่เป็นเป็นสุขเสมอกัน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังซุยโหจึงคิดว่า เราอยู่ ณ เมืองแพเสียที่ทางคับแคบ อนึ่งหัวเมืองซึ่งขึ้นกับเราฮั่นอ๋องก็ได้ไปสองส่วน ยังเหลืออยู่ส่วนหนึ่ง ฮั่นอ๋องก็จะยอมสามิภักดิ์แบ่งแผ่นดินก็เป็นเกียรติยศ จำเราจะรับตามคำซุยโหก่อน ภายหลังได้ท่วงทีแล้วเมื่อใดจึงค่อยตีเห็นจะได้โดยง่าย คิดแล้วให้หาฟัมแจ้งเข้ามาปรึกษาว่า ฮั่นอ๋องให้ซุยโหมาเจรจายอมสามิภักดิ์จะแบ่งแผ่นดินนั้นท่านจะเห็นเป็นประการใด ฟัมแจ้งจึงทูลว่าคำซึ่งว่านี้หาจริงไม่ เราล้อมเมืองไว้จวนจะเสียเมืองอยู่แล้ว จึงอุบายให้ซุยโหว่ากล่าว ขอให้ไต้อ๋องอย่าเชื่อคำซุยโห เร่งตีเมืองให้ได้โดยเร็ว อย่าให้ทัพฮั่นสินมาช่วย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังฟัมแจ้งว่าก็ยังไม่วางพระทัย จึงเรียกซุยโหเข้ามาว่าท่านจงกลับไปก่อน เรายังจะตรึกตรองดูก่อน ซุยโหจึงว่าการทั้งปวงสิทธิ์ขาดอยู่แต่ไต้อ๋อง อย่าฟังคำคนซึ่งยุยงเกลือกจะมีอันตรายเบื้องหน้า ประการหนึ่งฮั่นอ๋องได้เขตแดนไว้ก็กว้างขวางทั้งทหารก็มาก แล้วฮั่นอ๋องก็รักษาเมืองอยู่ บัดนี้ข่าวฮั่นสินก็จวนจะมาถึงอยู่แล้ว เห็นไต้อ๋องจะต้องศึกกระหนาบแม้นเพลี่ยงพลํ้าจะได้อัปยศ นานไปถึงจะแบ่งอาณาเขตที่ไหนฮั่นอ๋องจะยอมให้ ข้าพเจ้าว่าทั้งนี้โดยความจริง ด้วยแต่ก่อนข้าพเจ้าก็อยู่เมืองฌ้อพลัดมาอยู่กับฮั่นอ๋อง ถ้าจะว่าตามเมืองเดิมเหมือนเป็นข้าไต้อ๋องอีก ข้าพเจ้าทูลทั้งนี้เหมือนนอนอยู่ในหว่างหอกดาบ ถ้าพลิกแพลงไปก็จะต้องคมอาวุธเข้า ข้าพเจ้าไม่กลัวความตายหรือ

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังซุยโหว่า พิเคราะห์ดูเห็นชอบ จึงว่าท่านกลับไปก่อนเราจะให้คนไปหาฮั่นอ๋องต่อภายหลัง ซุยโหคำนับลาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องแล้วทูลว่า ข้าพเจ้าไปว่ากล่าวฌ้อปาอ๋อง ฟัมแจ้งมาทัดทานจะให้รีบตีเอาเมืองข้าพเจ้าก็ซ้ำว่าเพิ่มเติมฌ้อปาอ๋องจึงอ่อนใจ เวลาพรุ่งนี้จึงจะให้คนมาเฝ้าไต้อ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงให้หาตันแผงมาจึงตรัสว่า พรุ่งนี้ทูตฌ้อปาอ๋องจะมา ท่านจะมีอุบายอย่างไรบ้างจงเร่งคิด ตันแผงจึงกระซิบบอกอุบายพระเจ้าฮั่นอ๋องทุกประการ

พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังก็ยินดี จึงตรัสว่าสำเร็จเหมือนอุบายท่าน ที่ไหนฟัมแจ้งจะมีชีวิตสืบไป ตันแผงคำนับลาพระเจ้าฮั่นอ๋อง ออกมาจัดแจงที่ไว้คอยรับทูตฌ้อปาอ๋อง ครั้นเวลาเช้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงให้หาหงอจูกี๋เข้ามา จึงตรัสว่าท่านจงเข้าไปหาฮั่นอ๋องบอกว่าอีกสามวันให้ฮั่นอ๋องออกมาเจรจาความเมืองกัน แล้วท่านจงสืบการในเมืองเอ๊กเอี๋ยงจะคิดประการใดบ้าง หงอจูกี๋คำนับลาเข้าไปในเมืองเอ๊กเอี๋ยงพบซุยโห ๆ จึงพาหงอจูกี๋ไปหยุดพักอยู่ ณ กงก๋วน หงอจูกี๋จึงให้คนใช้ที่สนิทไปสืบว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องเสด็จออกแล้วหรือยัง คนใช้คำนับลาไปพอพบเตียวเหลียงตันแผง ๆ แกล้งทำไม่รู้จัก ก็พาคนสนิทหงอจูกี๋ไป ณ ที่ลับ จึงให้ยกโต๊ะอย่างดีตั้งไว้ เตียวเหลียงตันแผงจึงถามว่า ฟัมแจ้งนั้นเป็นสุขอยู่หรือ ให้ท่านมาทั้งนี้จะว่าประการใด คนใช้จึงบอกว่าข้าพเจ้ามิใช่พวกฟัมแจ้ง เป็นคนใช้หงอจูกี๋ เตียวเหลียงตันแผงทำตกใจ จึงว่าสำคัญว่าเป็นพวกฟัมแจ้งใช้มา ท่านเป็นบ่าวของทูตฌ้อปาอ๋องดอกหรือ จึงสั่งให้พาตัวไปเลี้ยงดูอยู่ภายนอก ทหารก็พาคนใช้หงอจูกี๋ไปกินเลี้ยง

ฝ่ายเตียวเหลียงตันแผงเขียนหนังสือลับแล้ว ให้คนสนิทเอาไปไว้ ณ เตี้ยมตึกแถวหน้าที่เสด็จออก ให้แอบดูคอยฟังความด้วย คนซึ่งซุยโหให้ไปคอยเสด็จ รู้ว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องบรรทมตื่นแล้ว จึงไปบอกซุยโหต่อหน้าหงอจูกี๋ ๆ ได้ฟังแต่งตัวจะเข้าไปคำนับฮั่นอ๋อง ซุยโหจึงพาหงอจูกี๋ไปนั่ง ณ ตึกที่ไว้หนังสือแล้วเชิญให้กินน้ำชา ซุยโหซ้ำว่าข้าพเจ้าจะไปดูพระเจ้าฮั่นอ๋องเสด็จออกหรือยัง ซุยโหก็ลุกไป

ฝ่ายหงอจูกี๋แลเห็นหีบใส่หนังสือตั้งไว้บนโต๊ะ หยิบมาอ่านดูหลายฉบับ ฉบับหนึ่งไม่มีชื่อแลแซ่ได้ความว่า ฌ้อปาอ๋องไม่อยู่เมืองแพเสียยกกองทัพมาแต่ไกลราษฎรทั้งปวงเอาใจออกหากสิ้น ถ้าจะรวบรวมทหารซึ่งอยู่ด้วยสักยี่สิบหมื่น ไต้อ๋องอย่าออกไปสามิภักดิ์เลย จงมีหนังสือไปถึงฮั่นสินให้ยกทหารมาตีกระหนาบด้านนอก ข้าพเจ้ากับจงลิมวยจะรับทำข้างใน แต่วันหนึ่งสองวันจะให้กองทัพฌ้อปาอ๋องแตกให้จงได้ ทองซึ่งให้มานั้นข้าพเจ้าไม่รับพระราชทาน ถ้าสำเร็จราชการแล้วจึงชุบเลี้ยงให้ข้าพเจ้าไปกินเมืองเก่าของข้าพเจ้าแต่พอให้ญาติได้ความสุขสืบไป หงอจูกี๋แจ้งในหนังสือดังนั้นนึกว่าเป็นหนังสือของฟัมแจ้งมั่นคง ด้วยได้ยินข่าวฟ้มแจ้งคิดจะเอาใจออกหากแต่เรายังหาเชื่อไม่ พึ่งมาเห็นจริงวันนี้ แล้วจึงหยิบหนังสือซ่อนไว้ในมือเสื้อ คนใช้เตียวเหลียงตันแผงเห็นดังนั้นก็กลับมาแจ้งแก่เตียวเหลียงตันแผงทุกประการ

ฝ่ายซุยโหก็กลับมาพาหงอจูกี๋เข้าไปเฝ้า พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่าเดิมฌ้อปาอ๋องกับเราถือรับสั่งพระเจ้างี่เต้ ว่าผู้ใดเข้าเมืองห้ำเอี๋ยงได้ก่อนให้ผู้นั้นเป็นเจ้าครองเมือง บัดนี้เรากลับมาได้เมืองห้ำเอี๋ยงโดยง่ายก็ต้องตามรับสั่งพระเจ้างี่เต้ สมคิดที่จะหาความสุข จึงจะยอมแบ่งแผ่นดินทิศตะวันออกเป็นของฌ้อปาอ๋อง ฝ่ายทิศตะวันตกเป็นของเรา ไม่ทำศึกกันราษฎรก็จะมีความสุข ท่านจงไปแจ้งแก่ฌ้อปาอ๋องตามคำเราสั่ง หงอจูกี๋จึงทูลว่าเจ้าข้าพเจ้าก็ยอมแล้ว ในสามวันนี้ให้เชิญไต้อ๋องไปตรัสความเมืองต่อกัน พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า เราจะปรึกษาให้พร้อมก่อนเราจึงจะออกไป หงอจูกี๋ก็คำนับลาพระเจ้าฮั่นอ๋องกลับไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ทูลความตามฮั่นอ๋องให้ทราบทุกประการ แล้วเอาหนังสือที่ซ่อนออกมาถวาย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องรับเอาหนังสือมาอ่านแจ้งความแล้วก็โกรธด่าฟัมแจ้งเป็นข้อหยาบช้า แล้วว่าบังอาจคิดทรยศต่อเรา จำจะถามให้ได้ความ ถ้าได้ความจริงแล้วจะเอาโทษฟัมแจ้ง ๆ ก็ร้องไห้ทูลว่า แต่ข้าพเจ้ามาทำราชการก็ช้านานแล้วมิได้ทรยศต่อไต้อ๋อง หนังสืออันนี้เป็นกลอุบายจะให้สงสัยข้าพเจ้า ขอไต้อ๋องจงตรึกตรองก่อน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่า หงอจูกี๋เป็นคนสนิทของเราได้เหตุมาเป็นแน่ ฟัมแจ้งจึงคิดว่าเป็นกรรมของฌ้อปาอ๋องที่จะไม่ได้เป็นเจ้าแผ่นดินจึงสงสัยเรา คิดแล้วจึงทูลว่าข้าพเจ้าทำราชการเป็นความชอบก็มีหลายครั้ง ขอไถ่โทษตัวข้าพเจ้าแต่พอได้ร่างกายกลับไปบ้าน

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงสั่งทหารให้พาฟัมแจ้งไปส่ง ทหารคำนับลาแล้วพาฟัมแจ้งไป ครั้นถึงเมืองแพเสียฟัมแจ้งป่วยเป็นฝีขึ้นที่หลัง สั่งให้คนไปเชิญอิวจินหยินผู้เป็นครูบอกว่าเราป่วย คนใช้คำนับลาไป ครั้นถึงอิวจินหยินบอกความทุกประการ อิวจินหยินจึงว่าเมื่อฟัมแจ้งจะไปนั้นเราได้สั่งกำชับว่า จะทำราชการให้พิเคราะห์ดูผู้ใดมีบุญญาธิการจึงให้เข้าอยู่ด้วย นี่ไปอยู่กับคนพาลทำให้ราษฎรได้ความเดือดร้อน เป็นคนหาความคิดมิได้ ป่วยครั้งนี้เพราะเทพยดาให้โทษ ครั้นเราจะไปก็กลัวเทพยดา แล้วขับคนใช้ให้เร่งไปบอกฟัมแจ้งว่า ท่านถือคนผิดเราไปไม่ได้กลัวเทพยดาอยู่ คนใช้กลับมา ครั้นถึงแจ้งความแก่ฟัมแจ้งตามคำอิวจินหยินทุกประการ ฟัมแจ้งครั้นได้ฟังคนใช้บอกดังนั้น เสียน้ำใจโรคฝีกำเริบหนักขึ้นมาก็ขาดใจตาย เมื่อตายนั้นอายุได้เจ็ดสิบเอ็ดปี ขณะนั้นเป็นเดือนสี่ฤดูร้อน พระเจ้าฮั่นอ๋องเสวยราชได้สี่ปี ฝ่ายคนใช้รู้ว่าฟัมแจ้งตายก็กลับไปแจ้งความแก่ฌ้อปาอ๋อง ๆ ได้ฟังดังนั้นคิดเวทนาฟัมแจ้ง จึงให้ขุนนางไปฝังศพฟัมแจ้ง

ฝ่ายขุนนางก็คำนับลาไป ณ เมืองแพเสียทำการฝังศพฟัมแจ้งเสร็จแล้วจึงกลับไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องรู้ว่าฟัมแจ้งตาย จึงตรัสว่าโรคในกายเราครั้งนี้หายสิ้นแล้ว ๆ ให้บำเหน็จรางวัลแก่ตันแผงเป็นอันมาก จึงกำชับให้ตรวจตรารักษาหน้าที่เชิงเทินให้มั่นคง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ