๒๘

ฝ่ายทหารแลชาวเมืองหํ้าเอี๋ยง รู้ว่าทหารพระเจ้าฮั่นอ๋องต่างคนก็ดีใจ ชวนกันมาหาบอกว่า แต่ก่อนคิดว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องจะได้ครองเมือง ข้าพเจ้าทั้งปวงหมายจะพึ่งพระบารมี ห้างอี๋มาภายหลังชิงเอาสมบัติตั้งตัวเป็นเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าทั้งปวงได้ความเดือดร้อนนัก คิดถึงพระเจ้าฮั่นอ๋องซึ่งไปครองเมืองโปต๋ง ครั้นรู้ว่าเสด็จกลับมาตีสามจีนอ๋องได้ก็คอยจะเป็นข้าทุกตัวคน ห้วนโก้ยได้ฟังดังนั้น จึงให้ยกธงสีม่วงขึ้นปักไว้บนเชิงเทินเป็นสำคัญ แล้วคิดกับนายทหารว่า คนในกองทัพถ้าจะนับทั้งที่ตีได้ถึงห้าสิบหมื่นเศษ ซึ่งจะเข้ามาอยู่ในเมืองนั้นเห็นจะคับคั่งวุ่นวาย จำจะตั้งค่ายรอบนอกกำแพงเมืองไว้จะได้เป็นสง่าทัพหลวง ปรึกษากันแล้วก็จัดแจงตั้งค่าย จึงใช้สุงอานไปแจ้งความแก่ฮั่นสินแม่ทัพว่า เข้าเมืองหํ้าเอี๋ยงได้จับลีแบ๊อี๋ลูสินฆ่าเสียแล้วจึงสั่งให้ป่าวร้องแก่ชาวเมืองว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องจะเสด็จเข้ามา ให้แต่งเครื่องบูชาคอยคำนับ สุงอานก็ไปถึงแม่ทัพแจ้งความตามห้วนโก้ยสั่งทุกประการ ฮั่นสินครั้นแจ้งก็นำสุงอานไปเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋อง ทูลความซึ่งคิดอุบายให้ห้วนโก้ยไปได้เมืองหํ้าเอี๋ยง แล้วทูลว่าขอเชิญเสด็จไต้อ๋องยกกองทัพเข้าเมืองหลวง พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังมีพระทัยยินดี ตรัสชมฮั่นสินว่าตีได้เมืองหํ้าเอี๋ยงครั้งนี้เพราะสติปัญญาท่าน ควรที่เป็นยอดทหาร พอวันฤกษ์ดีพระเจ้าฮั่นอ๋องขึ้นทรงรถ พร้อมด้วยพยุหยาตราการณรงค์พอถือธงนำริ้วไป ราษฎรทั้งปวงก็ตั้งเครื่องบูชาคำนับรับเสด็จ ต่างคนก็ยินดีสรรเสริญ บ้างก็ชวนกันว่า แต่นี้สืบไปจะอยู่เย็นเป็นสุขด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋องกลับมาครองเมืองหลวง พระเจ้าฮั่นอ๋องทอดพระเนตรชาวเมืองตั้งเครื่องบูชาแล้วพูดโดยสุจริต มีพระทัยเมตตายิ่งนัก ครั้นเสด็จถึงที่ประทับลงจากรถขึ้นสู่ที่ว่าราชการ

ฝ่ายฮั่นสินยกตามเสด็จมา ก็จัดแจงนายทหารไปรักษาค่ายรายรอบนอกกำแพงพร้อมแล้วก็เข้าไปเฝ้า พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า บัดนี้ก็ได้เมืองหลวงควรที่เราจะบำรุงราษฎรให้มีความสบาย ท่านจงกำชับเหล่าทหารอย่าให้ฉกชิงข่มเหงไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินให้ได้ความแค้นเคือง แล้วมีหนังสือไปทุกหัวเมือง แลบ้านนอกให้กวาดต้อนกันเข้ามาอยู่ตามภูมิลำเนา ตรัสแล้วเสด็จขึ้น อยู่มาวันหนึ่งเสด็จออกขุนนางเห็นฮั่นสินเข้ามาเฝ้าพระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสสั่งให้ยกโต๊ะมาเลี้ยงทหารข้าราชการทั้งปวง ต่างคนก็กินสุราพูดจากันเป็นที่สบาย พระเจ้าฮั่นอ๋องทอดพระเนตรทหารรับพระราชทานโต๊ะพร้อมหน้า จึงให้ชาวคลังขนเอาทรัพย์สิ่งของมาปูนบำเหน็จทหารซึ่งควรแก่ความชอบ แล้วจึงปรึกษาฮั่นสินว่าเรายังวิตกแต่ยังมิได้ไปกำจัดฌ้อปาอ๋อง ท่านจะคิดประการใดจึงจะสิ้นธุระ ฮั่นสินจึงว่าซึ่งจะไปตีเมืองแพเสียนั้นยังมิได้ ด้วยเมืองใหญ่ยังกั้นหนทางอยู่ ข้าพเจ้าเห็นว่างุยป่าเป็นเจ้าเมืองเปงเอี๋ยงอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เซงเอี๋ยงเป็นเจ้าเมืองลกเอี๋ยงอยู่ทิศตะวันออก สองเมืองนี้รี้พลก็มากตัวก็มีฝีมือกล้าหาญ เห็นฌ้อปาอ๋องจะยกทัพมาบรรจบแยกเป็นสามทาง กองทัพฝ่ายเราจะเอาชัยชนะโดยยาก ข้าพเจ้าคิดว่าจะใช้คนดีที่มีสติปัญญา ไปว่ากล่าวโดยอุบายให้ฌ้อปาอ๋องไปตีเมืองเจ๋ก่อน เกณฑ์บรรจบพร้อมทัพตีสองเมืองให้จงได้ เมืองแพเสียก็จะอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังจึงตรัสว่าเมืองใหญ่ทั้งปวงนั้นก็คิดกันไว้กับเตียวเหลียงแล้ว แต่เมืองลกเอี๋ยงกับเมืองเปงเอี๋ยงจะให้ผู้ใดที่มีสติปัญญาไปว่ากล่าวเล่า

ฝ่ายเล็กแกทูลว่าข้าพเจ้าเป็นชาวเมืองลกเอี๋ยง ตามเสด็จไต้อ๋องมาตีเมืองหํ้าเอี๋ยงจนไต้อ๋องไปเมืองโปต๋งถึงสามปีแล้วยังไม่ได้ไปเยี่ยมบิดามารดาเลย ครั้งนี้จะขออาสาไปว่ากล่าวเจ้าเมืองลกเอี๋ยงให้ภักดีต่อไต้อ๋องเมื่อจะยกทัพไปตีเมืองตะวันออก พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงให้ทองคำสิบชั่ง ท่านจงเอาไปใช้สุดแต่ให้ได้ราชการ เล็กแกคำนับรับทองแล้วลาออกมาขนม้าไปเมืองลกเอี๋ยง ครั้นถึงบ้านจึงคำนับบิดามารดาๆ เห็นบุตรก็ดีใจ จึงเล่าความว่าแต่เจ้าจากไปทำราชการด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋อง เซงเอี๋ยงมีใจกรุณาให้เสื้อผ้าเงินทองทำนุบำรุงบิดามารดาอยู่เป็นสุข คิดถึงคุณเซงเอี๋ยงอยู่ เจ้ามาแล้วจงไปคำนับจึงจะเป็นคนกตัญญู เล็กแกครั้นแจ้งความซึ่งบิดามารดามาบอกก็ยินดี จึงออกจากบ้านจะไปหาเซงเอี๋ยง ครั้นถึงจึงบอกนายประตูว่า ข้าพเจ้าชื่อเล็กแกจะมาคำนับท่านเจ้าเมือง นายประตูก็เข้าไปแจ้งความตามเล็กแกว่าทุกประการ เซงเอี๋ยงก็ให้คนออกไปรับเล็กแก เล็กแกครั้นไปถึงจึงคำนับตามประเพณี

ฝ่ายเซงเอี๋ยงลุกมาขับมือเล็กแกให้นั่งที่สมควร แล้วจึงว่าแต่ท่านไปทำราชการอยู่ด้วยฮั่นอ๋องสามปี เราก็คิดถึงท่านได้ทำนุบำรุงบิดามารดาท่านมิให้อนาทร เล็กแกจึงว่าท่านให้ข้าพเจ้าไปทำราชการด้วยฮั่นอ๋องซึ่งครองเมืองโปต๋ง ได้ฮั่นสินตั้งเป็นแม่ทัพยกกลับมาตีสามจีนได้ ข้าพเจ้าตามไปจนได้เมืองหํ้าเอี๋ยงจึงลามา บิดามารดาบอกว่าท่านทำนุบำรุงให้ได้ความสบายอยู่ คุณท่านเป็นที่สุดจึงมาคำนับท่าน เชงเอี๋ยงจึงถามเล็กแกว่า พระเจ้าฮั่นอ๋องนั้นมีสติปัญญาลึกซึ้งอยู่หรือประการใด เล็กแกจึงบอกว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยอารียิ่งนัก ผู้ใดมีความชอบก็ชุบเลี้ยงให้ยศศักดิ์ตามสมควร ถ้าผู้ใดสามิภักดิ์โดยดีโทษควรจะตายก็ไม่ให้ตาย หัวเมืองแลราษฎรก็ชวนกันมาเข้าด้วยเป็นอันมาก ข้าพเจ้าเห็นว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องจะปราบศัตรูแผ่นดินได้ นานไปหัวเมืองทั้งปวงจะอยู่ในอำนาจสิ้น เซงเอี๋ยงจึงว่าเราก็ได้ยินคำเขาเล่าลือว่า ฮั่นอ๋องมีบุญญาธิการนักรักทหารแลคนผู้มีสติปัญญาโดยซื่อสัตย์ เราคิดจะใคร่ไปอยู่ด้วย แต่เห็นว่าฌ้อปาอ๋องใจเร็วจะรีบยกมาฮั่นอ๋องจะมาช่วยมิทัน เล็กแกจึงว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องไปปราบข้าศึกแห่งใดมีชัยชนะทุกเมือง บัดนี้จะยกกองทัพมากำจัดฌ้อปาอ๋องทางเมืองท่าน ท่านจงแต่งเครื่องบรรณาการออกไปคำนับเป็นทางใมตรืไว้ ชาวเมืองจึงจะได้ความสุข เซงเอี๋ยงได้ฟังดังนั้นเห็นชอบด้วย ก็รับคำเล็กแกๆ ก็คำนับลาไปอยู่บ้านยังไม่กลับไปเมืองหํ้าเอี๋ยง

ฝ่ายเตียวเหลียงเมื่อลาพระเจ้าฮั่นอ๋องมาอยู่เมืองหัน เพราะคิดจะให้เมืองใหญ่แข็งเมืองกับฌ้อปาอ๋องจะต้องความคิดไว้ อยู่วันหนึ่งคิดถึงพระเจ้าฮั่นอ๋อง จึงออกไปที่แจ้งดูดาวเห็นดาวประจำตัวพระเจ้าฮั่นอ๋อง เรียกว่าแฉเต้ดาวกษัตริย์มีรัศมีสว่าง มีดาวบริวารล้อมขึ้นตรงเมืองห้ำเอี๋ยง เตียวเหลียงก็แจ้งว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องมาอยู่เมืองหลวง ครั้นรุ่งเช้าชวนคนสนิทออกจากเมืองหันมาถึงเมืองลำเตียน

ฝ่ายทหารซึ่งไปเที่ยวลาดตระเวน เห็นเตียวเหลียงหยุดพักอยู่ก็รีบกลับมาทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่า เตียวเหลียงออกมาจากเมืองลำเตียนมาจะใกล้ถึงสินหองแล้ว พระเจ้าฮั่นอ๋องแจ้งความจึงให้กวนหยินกับโจฉำออกไปรับเตียวเหลียง ฮั่นสินก็แต่งให้สิอาวตันภ่ายสองนายออกไปด้วย สี่นายก็คำนับลาไป พอทหารคนหนึ่งมาทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่าเตียวเหลียงมาอยู่นอกประตูนี้แล้ว พระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยยินดีนัก ลงจากที่นั่งสินเต๊กพร้อมด้วยขุนนางออกไปรับนอกประตูจูงมือเข้าไป

เตียวเหลียงก็คำนับพระเจ้าฮั่นอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า ท่านไปช้านานเรามีใจคิดถึงมิได้ขาด ซึ่งท่านกลับมาเรามีความยินดีนักด้วยคอยท่าฟังการที่คิดไว้ เตียวเหลียงจึงว่าถึงข้าพเจ้ามิได้ตามเสด็จไต้อ๋องไป แต่มีใจภักดีทุกเช้าค่ำเหมือนหนึ่งเฝ้าไต้อ๋องอยู่เป็นนิจ เมื่อข้าพเจ้าลามาคิดการสามข้อนั้นฌ้อปาอ๋องก็ไปจากเมืองหํ้าเอี๋ยง หัวเมืองใหญ่ทั้งปวงเล่าก็ไม่เข้าด้วยฌ้อปาอ๋องซึ่งจะหาแม่ทัพก็ได้ส่งไปเหมือนว่า ครั้นอยู่วันหนึ่งดูดาวก็รู้ว่าไต้อ๋องมาครองเมืองหํ้าเอี๋ยง ข้าพเจ้าจึงรีบมาเฝ้า พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า ซึ่งท่านอุตส่าห์ช่วยธุระเสร็จครั้งนี้ขอบใจยิ่งนัก ควรจะจารึกชื่อท่านในแผ่นทอง ให้ปรากฏในแผ่นดินไปหมื่นชาติ ฮั่นสินให้เรายกมาจากเมืองโปต๋ง เข้าตีสามจีนอ๋องแลเมืองหํ้าเอี๋ยงได้เหมือนนึก การซึ่งทำมาก็เพราะสติปัญญาท่านคิดให้ แล้วตรัสสั่งให้ยกโต๊ะมาตั้ง เชิญเตียวเหลียงฮั่นสินแลขุนนางทั้งปวงพร้อม พระเจ้าฮั่นอ๋องรินสุราให้เตียวเหลียงเป็นคำนับ แล้วให้ประโคมเครื่องเล่นต่างๆ บรรดาขุนนางสนุกสนานถ้วนหน้าจนเวลาเย็น ครั้นเวลาเช้าพระเจ้าฮั่นอ๋องออกขุนนางจึงปรึกษาด้วยฮั่นสินเตียวเหลียงว่า เมืองลกเอี๋ยงเมืองเปงเอี๋ยงให้เล็กแกไปว่ากล่าวก็ยังไม่กลับมาบอกข่าวประการใด เตียวเหลียงจึงว่าไต้อ๋องใช้ให้เล็กแกไปที่ไหนจะว่ากับเซงเอี๋ยง เห็นจะเลี้ยงบิดามารดาอยู่ งุยป่าก็เป็นคนพาล ถือมานะว่ามีฝีมือที่ไหนจะเชื่อเล็กแกยกไว้แต่ข้าพเจ้าผู้เดียวจะได้ทั้งสองเมือง ฮั่นสินจึงว่าข้าพเจ้าคิดอยู่ไม่รู้ที่จะใช้ผู้ใด ถ้าเหมือนความคิดท่านการจะสำเร็จ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า ท่านมาแต่ทางไกลพึ่งพบกันจงหยุดพักก่อน เตียวเหลียงจึงว่าศัตรูก็ยังไม่สิ้น จะขอรีบไปเกลี้ยกล่อมสองเมืองให้ยกมาสามิภักดิ์ต่อไต้อ๋อง แต่ลูกเกาทัณฑ์ก็ไม่ให้เสีย กับจะคิดเป็นหนังสืออุบายของข้าพเจ้าไปล่อลวงให้ฌ้อปาอ๋องไปตีเมืองเจ๋เมืองเหลียงเสียก่อนอย่าเพ่อให้ยกมากระทำเมืองห้ำเอี๋ยง จงชุบเลี้ยงทแกล้วทหารแลหัวเมืองทั้งปวงไว้ให้มีกำลังรับศึกฌ้อปาอ๋อง ว่าแล้วก็คำนับลาออกมา

ฝ่ายฮั่นสินกับขุนนางตามออกมาส่งเตียวเหลียง ถ้อยทีคำนับกันฮั่นสินจึงว่าซึ่งท่านให้ข้าพเจ้าไปอยู่ด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋องก็ต้องด้วยวาสนา มีพระกรุณาชุบเลี้ยงให้เป็นไต้เจียงกุ๋น คุณท่านหาที่สุดมิได้ ยังไม่มีสิ่งใดจะฉลองคุณท่าน จะให้แต่งทหารตามไปช่วยท่านต่อภายหลัง

ฝ่ายเตียวเหลียงได้ฟังฮั่นสินว่ายินดีนักจึงว่า ตัวท่านกับเราต่างคนก็มีการจำจะจากกันไป

เตียวเหลียงก็ออกมาแต่งหนังสือเป็นของเตียวเหลียง ไปถวายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องฉบับหนึ่ง คิดทำเป็นหนังสือเจ้าเมืองเจ๋เจ้าเมืองเหลียงสองเมืองเข้าชื่อกัน ให้มาช่วยหันอ๋องเจ้าเมืองหันอีกฉบับหนึ่ง จึงแต่งคนสนิทชาวเมืองหันถือไป เตียวเหลียงก็แยกไป ณ เมืองเปงเอี๋ยง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ