๔๗

ฝ่ายกองทัพฮั่นอ๋องติดตามฌ้อปาอ๋องมาได้ทางประมาณสองร้อยเส้น ครั้นไม่เห็นก็กลับไป พระเจ้าฮั่นอ๋องกลับมาค่ายให้หาฮั่นสินเข้าไปเฝ้า จึงตรัสว่าเรารบชนะฌ้อปาอ๋องครั้งนี้ด้วยกลอุบายเจียนจะจับตัวได้ นานไปเมื่อหน้าถ้าฌ้อปาอ๋องรู้ว่ายกกองทัพไปแม้นใกล้กันถึงยังมิได้รบจะตกใจไปเอง ฮั่นสินจึงทูลว่าข้าพเจ้าทำการศึกครั้งนี้ก็เพราะบารมีไต้อ๋องจึงมีชัยชนะ ถึงครั้งนี้จับตัวฌ้อปาอ๋องไม่ได้ นานไปหาที่ทางให้ชอบกลกว่านี้ แม้นฌ้อปาอ๋องเสียทีไม่ให้กลับไปเมืองแพเสียได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่าตั้งแต่นี้ไปการศึกเป็นธุระของท่าน จงทำการให้สมความคิดเราจะชมแต่ข่าวดี ฮั่นสินก็คำนับลาออกมาตระเตรียมทหารแลทัพรถไว้ วันดีเมื่อใดจะยกกองทัพออกไปตีฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นมาถึงค่าย ให้ทหารตรวจรี้พลเสียไปสามหมื่นเศษ จิวอุนควั่นฌ้อกี๋โป้หงอจูกี๋ต้องอาวุธป่วยเจ็บรักษาอยู่ในค่าย พอมีผู้มาทูลว่าบรรดาหัวเมืองซึ่งเข้าแก่ฮั่นอ๋องมาพร้อมกันบรรจบทัพฮั่นสินคนประมาณห้าสิบหมื่นเศษ จะยกมาตีค่ายไต้อ๋อง กองทัพหัวเมืองก็หนุนมา แต่บรรดากองลำเลียงซึ่งเสียวโหให้มาส่งตั้งแต่เมืองเอ๊กเอี๋ยงเมืองเซงโก๋ทางห้าพันเส้นมิได้ขาดลำเลียงแลกองทัพ

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้น ให้หาจงลิมวยห้างเป๊กมาปรึกษาว่า กองทัพฮั่นอ๋องครั้งนี้ก็แน่นหนานัก ฮั่นสินเล่าการสงครามก็สันทัด เราจะตั้งทัพอยู่ที่นี่เสบียงก็ขัดสน เห็นจะสู้ข้าศึกมิได้ ท่านจะคิดประการใด จงลิมวยจึงทูลว่าจะทำศึกกับฮั่นอ๋องครั้งนี้ยากก็ควรอยู่ แต่ข้าพเจ้าเห็นอุบาย หมายจะให้ฮั่นอ๋องถอยทัพนั้นได้ถ่ายเดียว ด้วยไทก๋งก็ตกอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ พรุ่งนี้เอาไทก๋งออกไปเตรียมจะฆ่าที่หน้าค่ายฮั่นอ๋อง ๆ ก็จะมีอาลัยเห็นจะถอยทัพ เมื่อฮั่นอ๋องมิถอยทัพไปก็เป็นคนอกตัญญู พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่าจะทำการอย่างท่านว่าไม่ยากนัก เราคิดละอายคนทั้งปวงเขาจะว่าสู้ฮั่นอ๋องไม่ได้ทำโทษแก่คนแก่ จงลิมวยจึงทูลว่าเราได้ไทก๋งไว้หมายจะแก้เมื่ออับจน ซึ่งทำทั้งนี้ในกลศึกกลัวอะไรกับคนนินทา

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังเห็นชอบ ครั้นเวลาเช้าให้มัดไทก๋งใส่เกวียนก็ยกทหารออกจากค่ายตรงมาที่สนามรบ จึงมีผู้เข้าไปแจ้งแก่พระเจ้าฮั่นอ๋องว่าฌ้อปาอ๋องมัดพระบิดาใส่เกวียนมาไม่รู้ว่าจะทำประการใด พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังก็ร้องไห้ แล้วว่าเรายังไม่ได้แทนคุณบิดา บัดนี้มาชิงสมบัติกันทำให้พระบิดาลำบากจะเอาหน้าไว้ที่ไหน จำจะเอาใจดีกับฌ้อปาอ๋องจึงจะให้พระบิดาคืนมา เตียวเหลียงตันแผงจึงทูลว่า ซึ่งฌ้อปาอ๋องทำศึกสู้ไต้อ๋องไม่ได้จึงทำแก่บิดาจะให้ถอยทัพ บัดนี้การเราเกือบสำเร็จอยู่แล้วจะมาท้อแท้หาควรไม่ จงหักพระทัยเอาความคิดสู้จึงจะชนะ

พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสว่า เราเสียใจนักด้วยฌ้อปาอ๋องเอาพระบิดามัดใส่เกวียนประจานมา ถึงว่าเราจะได้สมบัติสักเท่าใด ๆ ก็มิได้ยินดีเหมือนได้พระบิดาเราคืน เตียวเหลียงตันแผงจึงทูลว่า ไต้อ๋องจะออกไปพูดจาว่าให้เหมือนทูลไว้ เห็นฌ้อปาอ๋องจะไม่ทำอันตรายแก่พระบิดา อย่าทรงพระวิตกเลย

ฝ่ายฮั่นสินรู้ว่าฌ้อปาอ๋องยกมา จัดพลเดินเท้าแลทัพรถกองม้าออกไปตั้งซุ่มอยู่ทั้งสี่ด้าน กำหนดทัพเป็นกลไทอิด เมื่อจะเข้าล้อมมีประตูทั้งสี่ทิศ เป็นกลศึกลึกซึ้งนัก

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกมาถึงหน้าค่ายฮั่นอ๋อง จึงให้คนเข้าไปแจ้งว่าให้ฮั่นอ๋องออกมาสนทนากัน

ฝ่ายคนใช้คำนับลาไปแจ้งความแก่พระเจ้าฮั่นอ๋องทุกประการ

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องได้แจ้งดังนั้น ก็ออกมาหน้าค่ายร้องว่าฌ้อปาอ๋องสิ้นความคิดแล้วหรือจึงทำดังนี้ ท่านได้สัญญาไว้แม้นฆ่าบิดาเราเสียก็เหมือนฆ่าบิดาท่านเหมือนกัน ถ้ากลัวจะแพ้แล้วจงมาสามิภักดิ์เราโดยดีจึงจะรอดชีวิต เราจะแบ่งหัวเมืองให้กึ่งหนึ่ง ตัวท่านเป็นฌ้อปาอ๋องสืบวงศ์ต่อไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงว่าอ้ายเล่าปังพูดจาองอาจ เงื้อทวนพุ่งไปด้วยโทโสไม่ถูกพระเจ้าฮั่นอ๋อง ๆ ก็ถอยเข้าไปกลางทหาร ห้วนโก้ยกวนหยินอ๋องหลินสามนายรบกับฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายฮั่นสินก็จุดประทัดสัญญาณขึ้น พวกทหารโบกธงเหลืองล้อมเข้ามาทั้งแปดทิศประจบเป็นสี่ด้าน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเที่ยวรบทุกด้านออกมิได้คิดจะหนีก็ไม่มีทางจะไป ทหารฮั่นสินล้อมมั่นคงดังมีกำแพงกั้น ผงคลีฟุ้งตลบไม่รู้ว่าทิศเหนือทิศใต้ นึกว่าครั้งนี้ต้องกลฮั่นสินจวนตัวนัก ถ้ากองหลังเข้ามาเราจึงจะออกได้ แม้นจะขืนใจรบเห็นทหารฮั่นอ๋องจะจับตัวเราได้เป็นมั่นคง ซึ่งทหารของเราคงจะรู้ในกลศึกอันนี้

ฝ่ายจี๋วลันเห็นดังนั้นก็รู้ว่ากลไทอิด จึงชวนกี๋โป้จงลิมวยจิวอุนขับทหารตีเข้าตามด้านทิศตะวันออก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นดังนั้นก็ตีออกมา ทหารฮั่นอ๋องต้านทานมิได้ก็หลีกให้ฌ้อปาอ๋องไป ฮั่นสินก็มิให้ทหารติดตาม

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นออกจากที่ล้อมได้ จึงถามนายทหารทั้งปวงว่า ฮั่นสินทำกลดังนี้จะเป็นกลอันใด จี๋วลันทูลว่ากลฮั่นสินทำทั้งนี้เป็นกลไทอิด ตั้งกองประตูเป็นประตูตายประตูมืดประตูสว่าง ถ้าเข้าประตูเป็นไปประตูสว่างจึงออกได้ เหมือนข้าพเจ้าเข้าทางประตูทิศตะวันออกจึงรับไต้อ๋องได้ กลศึกอันนี้ลึกซึ้งนัก หากข้าพเจ้าเมื่อยังหนุ่มนั้นได้เรียนวิชาต่ออาจารย์ชื่อหลีเสียวเสียนอยู่เขาจงห้วย บอกข้าพเจ้าว่าข้าศึกมาทั้งนี้เรียกว่ากลไทอิด จงลิมวยจึงทูลว่าเวลาวันนี้เสียทีอยู่อย่าเพ่อรบ พาไทก๋งกลับมาค่ายก่อนต่อรุ่งพรุ่งนี้จึงเสด็จไป ให้ทหารเอากระทะน้ำมันไปตั้งที่หน้าค่าย ฮั่นอ๋องมัดไทก๋งไว้หน้ากองรบ สั่งไทก๋งให้ร้องบอกกับฮั่นอ๋องให้ถอยทัพ ถ้าฮั่นอ๋องไม่ถอยทัพไปจะเอาตัวไทก๋งทอดน้ำมันเสีย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจงลิมวยจี๋วลันทูลมีความยินดี จึงชมจี๋วลันว่า ท่านเป็นคนได้เรียนรู้โดยแท้ แล้วสั่งให้เลิกทัพกลับมาค่าย

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องเมื่อมีชัยชนะ เสด็จเข้าค่ายมีวิตกด้วยพระบิดา จึงปรึกษาเตียวเหลียงตันแผงว่า วันนี้พระบิดาเรารอดชีวิตแล้ว กลัววันหน้าฌ้อปาอ๋องจะเอาพระบิดาเราฆ่าเสียท่านจะคิดประการใด เตียวเหลียงตันแผงจึงทูลว่าไต้อ๋องอย่าทรงวิตกเลย ข้าพเจ้าจะคิดไม่ให้พระบิดาเป็นอันตราย ว่าแล้วก็ออกมาคิดกัน หาทหารฌ้อปาอ๋องซึ่งจับมาได้ ทหารผู้หนึ่งรูปร่างสะอาดเห็นจะมีสติปัญญา จึงเรียกทหารเข้าไปในที่ลับพูดจากับทหารผู้นั้นว่า เราดูลักษณะควรที่จะเป็นขุนนางได้ เหตุใดไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ เรารักท่านจะให้ได้ดี แม้นท่านรับธุระเราไปได้สมความคิดมา จะทำนุบำรุงให้พระเจ้าฮั่นอ๋องเลี้ยงท่านตามความชอบ ทหารผู้นั้นจึงว่าท่านมีข้อความประการใดจงบอกมา ข้าพเจ้าจะอาสาไป เตียวเหลียงจึงว่า เรากับไตสุมาห้างเป๊กรักใคร่กันมาแต่ก่อนช้านานแล้ว มิได้พบกันกับเรามีใจคิดถึงจะมีหนังสือฝากไปให้ห้างเป๊ก ถ้าท่านไปถึงค่ายฌ้อปาอ๋องอย่าให้ผู้ใดรู้ จำเพาะส่งให้แต่กับมือ ห้างเป๊กจะสั่งประการใดจงมาบอกเรา ทหารผู้นั้นก็ยินดีจึงว่าการแต่เพียงนี้ไม่ยากนัก ข้าพเจ้าจะขอรับอาสาไป ท่านจงเขียนหนังสือให้ข้าพเจ้าเถิด เตียวเหลียงก็เขียนหนังสือเข้าผนึกแล้วเอาเข็มเย็บเข้าไว้กับมือเสื้อชั้นในทหารผู้นั้นแล้ว ก็ให้เอาเงินทองไปแจกจ่ายซื้อกินตามสมควร

ฝ่ายทหารได้บำเหน็จมีความยินดีคำนับลาไป ครั้นถึงค่ายหัวเมืองฌ้อ ฝ่ายกองตระเวนพบจึงถามว่า เจ้านี้ทหารฮั่นอ๋องจับไปเหตุใดจึงกลับมาได้ ทหารผู้นั้นจึงว่าเราคิดถึงบุตรบิดามารดาภรรยาซึ่งอยู่เมืองแพเสีย จึงอ้อนวอนทหารฮั่นอ๋องซึ่งจับได้ เขาก็มีใจเมตตาไม่ควบคุมจึงหนีมาได้ ท่านจงเอ็นดูพาไปหาไตสุมาห้างเป๊ก จะได้บอกบัญชีว่าเรากลับมา ครั้นรุ่งเช้าห้างเป๊กออกว่าราชการ กองตระเวนก็พาตัวทหารซึ่งหนีมาเข้าไปแจ้งความไตสุมาห้างเป๊ก ๆ จึงถามว่า เอ็งไปอยู่ค่ายฮั่นอ๋องนั้นรู้จักเตียวเหลียงหรือไม่ ทหารผู้นั้นบอกว่าเมื่อข้าพเจ้าไปอยู่ค่ายฮั่นอ๋องนั้น เขาจ่ายไปอยู่กับเตียวเหลียง ๆ ออกชื่อท่านอยู่เนือง ๆ ว่าท่านมีคุณมามากรักใคร่กันยิ่งนัก ซึ่งข้าพเจ้าหนีมาทั้งนี้เพราะครอบครัวอยู่เมืองแพเสีย ห้างเป๊กจึงถามว่าเตียวเหลียงพูดสิ่งใดหรือจึงถามถึงเราบ่อย ๆ ทหารผู้นั้นเห็นพวกกองตระเวนกลับไป ไม่เห็นผู้ใดอยู่จึงแก้หนังสือออกจากมือเสื้อ ส่งให้ห้างเป๊ก ห้างเป๊กฉีกผนึกอ่านได้ความว่า หนังสือเตียวเหลียงให้มาถึงไตสุมาห้างเป๊กด้วยเป็นเพื่อนรักกันมา แต่ก่อนเราจากกันมาแต่บ้านพีแอได้พบกันที่เมืองห้ำเอี๋ยงครั้งหนึ่ง แล้วจากกันมาเราคิดว่าจะไปเที่ยวอยู่ป่าแลเขาหาความสุข มิได้สังเกตว่าจะได้ทำราชการด้วยพระเจ้าฮั่นอ๋อง แต่ครั้งนี้เห็นว่าพระเจ้าฮั่นอ๋องมีพระทัยโอบอ้อมอารี คงจะให้เป็นกษัตริย์กรุงใหญ่ เราคิดจะใคร่บำรุงแผ่นดิน จึงมาแอบอยู่ด้วยไม่ทิ้งพระเจ้าฮั่นอ๋องได้ ตัวเราเปรียบเหมือนนกบินมาหาคน ๆ ก็คิดเอ็นดูนก บัดนี้ พระเจ้าฮั่นอ๋องมีทุกข์เรากับท่านจะนิ่งอยู่ได้หรือ ด้วยอุบายฌ้อปาอ๋องคิดจะฆ่าไทก๋งจะให้พระเจ้าฮั่นอ๋องถอยทัพ ซึ่งพระเจ้าฮั่นอ๋องมาตั้งอยู่เมืองเซงโก๋เพราะไม่มีที่จะถอยไปอยู่อื่น ถ้ากองทัพไม่ถอยไปฌ้อปาอ๋องจะเอาไทก๋งทอดน้ำมันเสีย ถ้าไทก๋งเป็นอันตรายไปข้างหน้า ท่านกับพระเจ้าฮั่นอ๋องรับคำว่าเป็นเกี่ยวดองกันนั้นจะมีหน้าไปหายังไรได้ จึงแต่งหนังสือมาให้ท่าน ถ้าฌ้อปาอ๋องจะทำโทษแก่ไทก๋งเมื่อใด ท่านจงช่วยทัดทานแก้ไขให้รอดชีวิต ทั้งไทก๋งก็ขอบคุณท่าน พระเจ้าฮั่นอ๋องก็ไม่เป็นอกตัญญู ท่านจงทำไมตรีไว้สืบไปเบื้องหน้าจะมีทั้งบุญแลคุณต่อกัน ถ้าเห็นแก่ไมตรีเราจะรับธุระประการใด จงแต่งหนังสือบอกให้ทหารผู้นี้ถือกลับมาให้เรารู้ เราจะได้แก้ทุกข์พระเจ้าฮั่นอ๋องให้ค่อยสบายพระทัยขึ้น

ห้างเป๊กรู้หนังสือแล้วจึงว่า ท่านเป็นคนสนิทของเตียวเหลียงแล้วหรือจึงใช้ให้ถือหนังสือมา ทหารผู้นั้นจึงว่าใช่ข้าพเจ้านี้จะมาเองก็หาไม่ เตียวเหลียงใช้ข้าพเจ้ามาเป็นการร้อน ขอท่านให้หนังสือตอบ ห้างเป๊กได้ฟังดังนั้นก็ให้บำเหน็จแก่ผู้ถือหนังสือ แล้วแต่งหนังสือตอบส่งให้ทหารผู้นั้น จึงใช้คนสนิทพาออกไปส่งพ้นค่าย ทหารผู้นั้นครั้นมาถึงเข้าไปหาเตียวเหลียง คำนับแล้วส่งหนังสือให้แจ้งความทุกประการ เตียวเหลียงรับหนังสือฉีกผนึกอ่านความว่า รักกันมานานใจคิดถึงกันไม่ขาดวัน ได้รับหนังสือไว้คงจะทำตาม ซึ่งขอให้เลิกทัพนั้นท่านจงคิดให้ดีกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งไทก๋งอยู่ข้างเรา ๆ ให้รักษาอยู่เช้าเย็นอย่าวิตกเลย ถ้าไม่ถอยทัพกลับไปจะได้พระบิดาคืน เราจะแก้ไขไว้เวลาหนึ่งสองเวลา บัดนี้ขุนนางทั้งปวงก็ทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าให้ฆ่าไทก๋งเสีย กลัวพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะโกรธขึ้นจะทำอันตรายแก่ไทก๋ง ท่านจงเร่งคิดอ่านโดยเร็ว เตียวเหลียงรู้หนังสือก็ยินดี จึงให้บำเหน็จแก่ผู้ถือหนังสือตามสมควร แล้วให้โจฉำจดชื่อแลแซ่ทหารฌ้อปาอ๋องไว้ตามความชอบ สืบไปเบื้องหน้าจะได้ปูนบำเหน็จให้

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ครั้นเวลาเช้ายกกองทัพมาถึงหน้าค่ายฮั่นอ๋องแล้ว ให้ยกกระทะนํ้ามันมาตั้งบนกองเพลิง มัดไทก๋งไว้ริมกระทะ ให้ทหารไปร้องบอกฮั่นอ๋องที่หน้าค่ายว่า ถ้าไม่ถอยทัพกลับไปจะเอาไทก๋งทอดนํ้ามันเสีย

ฝ่ายทหารก็เข้าไปถึงหน้าค่ายฮั่นอ๋องร้องบอกตามสั่ง พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้นรีบออกมาหน้าค่าย ร้องว่ากับฌ้อปาอ๋องว่าเมื่อเป็นข้าพระเจ้างี่เต้ ได้สาบานเป็นพี่น้องกัน บิดาของเราก็เหมือนบิดาฌ้อปาอ๋อง ถ้าจะฆ่าบิดาเรา ๆ จะขอเนื้อสักชิ้นหนึ่งพอได้เป็นแกล้มสุรา ทำกิริยาเป็นไม่มีอาลัยว่าแล้วก็หัวเราะ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นก็โกรธ สั่งให้เอาไทก๋งทอดน้ำมันเสีย ห้างเป๊กจึงทูลว่าข้าพเจ้าได้ยินคำโบราณว่า ถ้าผู้ใดคิดการจะตั้งตัวเป็นกษัตริย์ไม่มีอาลัยแก่ลูกเมียบ้านเมือง ซึ่งฮั่นอ๋องทำทั้งนี้ เมื่อครั้งแผ่นดินพระเจ้าเหงี่ยวเต้ ครั้งนั้นมีผู้ชายผู้หนึ่งชื่อเฮ มีบุตรชื่ออู ตัวบิดาชื่อเฮนั้นเป็นขุนนางในเหงี่ยวเต้ ๆ ใช้ให้ขุดคลองแบ่งน้ำลงทะเล ตัวก็ไปทำอยู่ แต่มีผู้ทูลยุยงเหงี่ยวเต้ว่าขุนนางชื่อเฮข่มเหงราษฎร เหงี่ยวเต้ให้ฆ่าขุนนางที่ชื่อเฮนั้นเสีย จึงให้บุตรผู้ตายนั้นไปอยู่ขุดคลองถึงสามปี กลับเดินไปมาหน้าบ้านเก่าถึงสามครั้งการจึงสำเร็จ ไต้อูผู้นั้นก็ได้เป็นกษัตริย์ทรงพระนามพระเจ้าอูเต้ บัดนี้ไต้อ๋องกับฮั่นอ๋องชิงสมบัติกัน ไต้อ๋องได้ไทก๋งไว้ถึงสามปี ฮั่นอ๋องก็ไม่มีอาลัยถึงบิดา ด้วยหมายแต่จะชิงสมบัติเป็นการใหญ่ ซึ่งไต้อ๋องจะฆ่าไทก๋งเสียนั้น ครั้นพิเคราะห์ไปเห็นคนทั้งปวงจะหัวเราะเยาะไต้อ๋องว่าสิ้นความคิดสู้ฮั่นอ๋องไม่ได้จึงแกล้งฆ่าบิดาเสีย ขอเชิญเสด็จกลับไปค่ายคิดการแก้แค้นอย่างอื่นจึงจะชอบ ถ้าจะทำโทษแก่คนชราดังนี้กิตติศัพท์จะลือไปทุกประเทศว่าไต้อ๋องใจเบาเชื่อแต่คนยุยงหาควรไม่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังห้างเป๊กว่าเห็นชอบ สั่งให้เลิกทัพกลับเอาตัวไทก๋งไปค่าย

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องมีความวิตกนัก จึงให้หาเตียวเหลียงตันแผงมาปรึกษาว่าพระบิดาเราถึงจะรอดชีวิตไปวันนี้ วันหน้าก็คงจะตายวันหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้เห็นหน้ากับเรามิเป็นคนอกตัญญูหรือ คิดจะใคร่แบ่งอาณาเขตให้ฌ้อปาอ๋องครึ่งหนึ่ง จะให้ฌ้อปาอ๋องส่งพระบิดามาท่านจะเห็นประการใด เตียวเหลียงจึงทูลว่า ครั้งนี้ฌ้อปาอ๋องทำศึกเสียทีเสบียงอาหารก็ขัดสนลงคงจะเป็นไมตรี ถ้าหาคนมีสติปัญญาไปว่ากล่าวเห็นจะได้พระบิดามาโดยง่าย ฮอก๋งเจ้าเมืองลกเอี๋ยงเฝ้าอยู่ที่นั้นจึงทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องว่า ไต้อ๋องจะให้ไปหาฌ้อปาอ๋อง แบ่งอาณาเขตเป็นทางพระราชไมตรีต่อกันนั้น ข้าพเจ้าจะรับอาสาไปว่ากล่าวฌ้อปาอ๋อง ส่งพระบิดาแลฮองเฮาคืนมาให้จงได้

ฝ่ายเตียวเหลียงตันแผงได้ยินฮอก๋งทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องดังนั้นจึงว่า อันฌ้อปาอ๋องถือตัวว่ามีปัญญาพยาบาทฮั่นอ๋องนัก หมายจะทำศึกเอาชัยชนะฝ่ายเดียว ซึ่งท่านจะไปว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมให้เป็นทางไมตรีนั้น ถ้าไม่สำเร็จเหมือนท่านคิดไว้ตัวท่านก็จะตาย แล้วก็จะพาเกียรติยศพระเจ้าฮั่นอ๋องเสียไปด้วย ท่านจงตรึกตรองดูให้ดีก่อน ฮอก๋งได้ฟังเตียวเหลียงว่าก็หัวเราะแล้วตอบว่า เมื่อท่านเห็นข้าพเจ้าเป็นหุ่นไปแล้ว ที่ไหนข้าพเจ้าจะทำราชการต่อไปได้เล่า พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงตรัสแก่ฮอก๋งว่า ท่านจะรับอาสาไปก็ตามเถิดแต่อย่าให้เสียธุระเรา แล้วจารึกอักษรผนึกปิดตราส่งให้ฮอก๋ง ๆ คำนับรับราชสาส์นแล้วก็ออกจากที่เฝ้าขึ้นม้ารีบไป ครั้นถึงค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องฮอก๋งจึงหยุดอยู่แจ้งความให้นายประตูฟัง นายประตูจึงห้ามฮอก๋งไว้แต่นอก แล้วเข้าไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องตามคำฮอก๋งว่าทุกประการ

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้แจ้ง จึงสั่งให้ทหารแต่งตัวเป็นกระบวนศึกใส่เกราะถืออาวุธนั่งอยู่สองข้างทาง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้นใส่เสื้อสำหรับกษัตริย์ถือกระบี่พาดตักนั่งอยู่บนระเบียงสูง ทำอาการเหมือนจะคอยฆ่าฮอก๋ง แล้วจึงสั่งให้พาตัวฮอก๋งเข้าไป

ฝ่ายฮอก๋งเห็นทหารถืออาวุธนั่งอยู่ดังนั้น มิได้ครั่นคร้ามเดินยิ้มเข้าไปจนใกล้พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ฮอก๋งคุกเข่าลงคำนับลุกขึ้นยืนยิ้มอยู่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นฮอก๋งทำกิริยาเหมือนไม่เกรงก็โกรธ จึงว่าฮั่นอ๋องใช้ตัวมาไม่ว่าโดยข้อความทำทีประหนึ่งจะเยาะเรา จะเอาเลือดคอมาล้างคมอาวุธหรือ ฮอก๋งได้ยินพระเจ้าฌ้อปาอ๋องตรัสถามจึงทูลว่า ซึ่งฮั่นอ๋องใช้ข้าพเจ้ามาเฝ้าครั้งนี้ ตัวข้าพเจ้าอุปมาเหมือนแมลงเม่าบินมาหากองเพลิงอันใหญ่ ความกลัวพระบารมีเป็นที่สุดแต่ขัดมิได้ ด้วยเกรงอาญาพระเจ้าฮั่นอ๋อง ซึ่งข้าพเจ้าหัวเราะนั้น คิดว่าพระองค์เป็นกษัตริย์อันประเสริฐ พระเกียรติยศปกแผ่ไปทุกหัวเมืองใหญ่น้อยทั้งปวง ถึงมาตรว่าจะเสด็จอยู่โดยปกติ ก็หามีผู้ใดอาจล่วงเกินด้วยเกรงพระอาญาทั้งแผ่นดิน ครั้งนี้เหตุใดพระองค์จึงทำสง่าแก่ข้าพเจ้าคนยากอันหาชีวิตมิได้ ฉะนี้เล่า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังฮอก๋งทูลดังนั้นคิดละอายพระทัยวางกระบี่เสีย จึงสั่งทหารที่ถืออาวุธให้เลิกไปสิ้น แล้วถามว่าฮั่นอ๋องใช้ท่านมาว่ากล่าวประการใด ฮอก๋งคำนับแล้วถวายพระราชสาส์นต่อพระหัตถ์พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ รับมาฉีกผนึกออกอ่านได้ความว่า ข้าพเจ้าฮั่นอ๋องขอคำนับมายังพระเจ้าไซฌ้อปาอ๋อง ผู้มีบุญญาธิการเทพยเจ้าจึงบันดาลให้ไต้อ๋องลงมาเป็นกษัตริย์ หวังจะได้บำรุงแผ่นดินแลประชาราษฎร์ได้อยู่เย็นเป็นสุข บัดนี้ไต้อ๋องกับข้าพเจ้ากระทำศึกกันถึงเจ็ดสิบครั้ง ทแกล้วทหารทั้งสองฝ่ายก็ล้มตายเป็นอันมาก ถ้าจะเปรียบโลหิตซึ่งไหลนองดุจนํ้าในพระมหาสมุทร ถ้าจะรวมกระดูกมากองไว้แทบสูงเท่าภูเขา ข้าพเจ้ากับไต้อ๋องทำให้ประชาชนสิ้นชีวิต คิดแล้วสังเวชใจนัก จึงให้ฮอก๋งมาเฝ้าทูลความโดยพระราชไมตรี ขอเอาเมืองเซงโก๋เป็นแดนฝ่ายฟากตะวันออกเป็นของไต้อ๋อง ข้างตะวันตกเป็นของข้าพเจ้า จะได้รักษาอาณาเขตให้ไพร่บ้านพลเมืองเป็นสุขทั้งสองฝ่าย จะได้ต้องกับรับสั่งพระเจ้างี่เต้ แล้วข้าพเจ้าซึ่งปฏิญาณกันไว้จะไม่ได้เสียสัตย์ต่อกัน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นแจ้งข้อความแล้ว จึงดำริว่าเราทำศึกก็เสียที ทแกล้วทหารการเสบียงก็ขัดสนเห็นจะเอาชัยซนะมิได้ จำจะต้องรับคำฮั่นอ๋อง จะเลิกทัพไปเมืองแพเสียเสียก่อน ให้ฮั่นสินแลทแกล้วทหารคืนไปเมืองแล้วจึงจะซ่องสุมทหารไว้ แม้นฮั่นอ๋องมีนํ้าใจสุจริตเราก็ไม่คิดทำอันตราย หาแต่ความสุขใส่ตัว ถ้าฮั่นอ๋องคิดทรยศเมื่อใดเราก็จะยกไปจับมาฆ่าเสีย คิดแล้วจึงตรัสแก่ฮอก๋งว่า จะใคร่ทำศึกแก่ฮั่นอ๋องให้ถึงชนะแลแพ้ แต่ทว่าฮั่นอ๋องให้มาว่ากล่าวโดยดีตามราชประเพณีแต่ก่อนสืบมา เราก็สิ้นโกรธ จะให้ทหารไปหาฮั่นอ๋องด้วย ท่านจงพาไปจะได้เชิญฮั่นอ๋องออกมายังที่รบ กระทำสัตยานุสัตย์แบ่งอาณาเขตต่อกัน

ฝ่ายฮอก๋งได้ฟังพระเจ้าฌ้อปาอ๋องตรัสดังนั้นมีความยินดี ก็คำนับลามากับทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ครั้นมาถึงก็พาทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเข้าไปเฝ้าคำนับแล้วทูลพระเจ้าฮั่นอ๋องตามคำพระเจ้าฌ้อปาอ๋องสั่งมาทุกประการ ขณะนั้นทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องทูลว่า พระเจ้าฌ้อปาอ๋องใช้ให้ข้าพเจ้ามาเฝ้า เวลาพรุ่งนี้เชิญไต้อ๋องออกไปที่รบ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะมาทำสัตยานุสัตย์แบ่งอาณาเขตต่อกัน พระเจ้าฮั่นอ๋องได้ฟังมีพระทัยยินดีจึงตรัสว่า เวลาพรุ่งนี้เราจะยกออกไปที่รบ ท่านจงกลับไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าเมื่อจะมานั้นห้ามอย่าให้ทหารทั้งปวงถืออาวุธทั้งสองฝ่าย แล้วสั่งให้ฮอก๋งกับทหารเมืองฌ้อกลับไปทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า ขอบพระทัยด้วยมิได้ทำอันตรายพระบิดา เมตตาโดยแท้ แลเมื่อมานั้นให้พาพระบิดาแลนางหงวนฮองเฮามาด้วยจึงจะเห็นความสัตย์ แม้นพระบิดาแลนางหงวนฮองเฮายังตกอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ เกลือกจะมีผู้ยุยงก็จะเสียทางราชไมตรีทั้งสองฝ่าย ทหารเมืองฌ้อได้ฟังจึงทูลว่า ไต้อ๋องให้ฮอก๋งไปกับข้าพเจ้าว่ากล่าวขอพระบิดาแลนางหงวนฮองเฮามา เห็นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะให้โดยง่าย

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องมีความยินดี ก็พระราชทานรางวัลให้ทหารฌ้อปาอ๋องโดยสมควร แล้วให้ฮอก๋งกับทหารฌ้อปาอ๋องกลับไป

ฝ่ายฮอก๋งกับทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็คำนับลาไปถึงค่าย แล้วเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ ครั้นเห็นฮอก๋งกลับมาจึงถามว่า ท่านกลับมาจะว่าประการใด ฮอก๋งจงทูลว่า พระเจ้าฮั่นอ๋องรู้ว่าไต้อ๋องยอมเป็นราชไมตรีมีความยินดีขอบคุณนัก ว่าเวลาพรุ่งนี้ไต้อ๋องจะออกไปนั้น อย่าให้ทหารแต่งตัวใส่เกราะถืออาวุธไป ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องจะออกมาคำนับไต้อ๋องโดยปกติ ประการหนึ่งซึ่งไต้อ๋องมิได้ทำอันตรายแก่ไทก๋ง พระเจ้าฮั่นอ๋องแลขุนนางทั้งปวงสรรเสริญไต้อ๋องว่ามีเมตตา ถือความสัตย์ซึ่งได้ปฏิญาณไว้กับพระเจ้าฮั่นอ๋องจึงบำรุงรักษาไทก๋งไว้ กิตติศัพท์อันนี้ในนานาประเทศมีความสรรเสริญไต้อ๋องว่าครองทศพิธราชธรรม พระเจ้าฮั่นอ๋องสั่งมาให้ทูลว่า พระบิดาแลนางหงวนฮองเฮาอยู่ในเมืองฌ้อช้านานแล้ว การศึกทั้งสองฝ่ายครั้งนี้ก็จะสำเร็จแก่กัน จะขอรับพระบิดาไปพอเห็นหน้าจะได้คำนับ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังฮอก๋งทูลจึงว่า ท่านจงกลับไปบอกแก่ฮั่นอ๋องว่าพรุ่งนี้เราจะพาไทก๋งแลนางหงวนฮองเฮาไปด้วย ฮอก๋งจึงทูลว่าข้าพเจ้ามาเฝ้าทูลให้เป็นทางราชไมตรี ครั้งนี้เหมือนชีวิตข้าพเจ้าอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ทั้งสองฝ่าย ถ้าไต้อ๋องครองความสัตย์ไว้ พระเจ้าฮั่นอ๋องรู้ว่าไต้อ๋องเมตตาก็ยินดีเป็นที่ยิ่ง แม้นช้าไปมีผู้ใดยุยงเกลือกจะกลับกลาย ชีวิตข้าพเจ้าก็จะตายเป็นมั่นคง

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องฟังฮอก๋งทูลดังนั้นจึงตรัสว่า เราเจรจาสิ่งใดมิได้เป็นคำสอง อุปมาเหมือนเขาพระสุเมรุ ถึงลมพายุจะพัดสักเท่าใดก็มิได้หวาดไหว ท่านจงกลับไปเถิดอย่ากินแหนงเราเลย ฮอก๋งได้ฟังก็คำนับลาขึ้นม้ารีบไป

ฝ่ายกี่โป้จงลิมวยทูลว่า ฮั่นอ๋องครั้งนี้มีทแกล้วทหารมาก แต่หากเป็นธุระด้วยนางหงวนฮองเฮา จึงชวนไต้อ๋องเป็นทางไมตรี ถ้าไต้อ๋องจะดีด้วยฮั่นอ๋องเหมือนตรัสมาอย่าเพ่อส่งไทก๋งก่อน เกลือกฮั่นอ๋องได้บิดาแลนางหงวนฮองเฮาไปแล้วจะกลับประทุษร้าย คนทั้งหลายจะว่าไม่รู้เท่าฮั่นอ๋อง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงตรัสว่า ถึงเราจะทำโทษแก่ไทก๋งประการใด ฮั่นอ๋องก็มิได้มีอาลัยต่อบิดา แม้นจะเอาไว้ก็ไม่ชนะฮั่นอ๋องเพราะไทก๋งผู้เดียว คนทั้งปวงจะดูหมิ่นว่าเราสิ้นฝีมือแลความคิดสู้ฮั่นอ๋องไม่ได้แล้ว จึงเอาบิดาเขากักขังไว้ เรามีความละอายนัก แม้นฮั่นอ๋องจะสู้รบไปภายหน้าจึงค่อยจับตัวฆ่าเสีย ห้างเป๊กจึงทูลว่า ไต้อ๋องได้ไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮามาไว้ไม่ประหารชีวิตเสีย พระคุณหาที่สุดไม่ แม้นจะให้คืนไปฮั่นอ๋องก็จะมีความยินดี ไหนจะมีศึกสืบไปเล่า

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังห้างเป๊กว่าเห็นชอบ จึงตรัสว่าพรุ่งนี้เราจะพูดกับฮั่นอ๋อง

ฝ่ายทหารทั้งปวงยินดีที่จะได้ไปบ้านเมือง ก็จัดแจงออกมาทำพลับพลารับเสด็จที่สนามรบ พระเจ้าฮั่นอ๋องทราบความดังนั้นจึงสั่งให้ทหารไประดมทำ ทหารทั้งสองฝ่ายมิได้รังเกียจแก่กัน รุ่งขึ้นเวลาเช้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องพระเจ้าฮั่นอ๋อง พร้อมด้วยกระบวนแห่เป็นปกติออกมากลางสนาม พระเจ้าฮั่นอ๋องเข้าไปหาพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ต่างองค์ก็คำนับกันตามประเพณีกษัตริย์ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่า เราทั้งสองเคืองกันพาทหารล้มตายเสียเป็นอันมาก ซึ่งท่านจะคิดแบ่งอาณาเขตช่วยกันรักษาแผ่นดิน เรามีความยินดีนัก พระเจ้าฮั่นอ๋องก็ทำหนังสือสัญญาแบ่งอาณาเขตให้พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ ก็ทำให้พระเจ้าฮั่นอ๋องฉบับหนึ่ง แล้วสั่งทหารให้ส่งไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮาให้แก่พระเจ้าฮั่นอ๋อง

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องเห็นทหารฌ้อปาอ๋องพาบิดากับนางหงวนฮองเฮามาส่ง เสียพระทัยอายแก่ทแกล้วทหาร ดุจหนึ่งประจานพระบิดาแลนางหงวนฮองเฮามากลางสนามแต่จนใจทำเป็นยินดีแล้วจึงว่า ไต้อ๋องเลี้ยงพระบิดาแลนางหงวนฮองเฮาไว้พระคุณหาที่สุดไม่ แล้วก็ให้ขุนนางพาพระบิดา แลนางหงวนฮองเฮาไปอยู่ ณ ค่าย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงตรัสว่า เรามาพูดกันครั้งนี้เป็นที่สุดสิ้นสงสัยไม่รังเกียจต่อกัน ว่าแล้วพระเจ้าฌ้อปาอ๋องกับพระเจ้าฮั่นอ๋องต่างองค์ก็คำนับลาออกจากที่ตั้งกระบวนแห่กลับไปค่าย

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็เลิกทัพกลับไปทางทิศตะวันออก พระเจ้าฮั่นอ๋องก็เลิกทัพกลับไปฝ่ายทิศตะวันตก

ฝ่ายเจ๋อ๋องฮั่นสินหยินโป้แพอวดแลหัวเมืองทั้งปวง ก็คำนับลาพระเจ้าฮั่นอ๋องกลับไปเมือง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ