๔๑

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงสั่งลองโจกี๋โป้ให้คุมทหารหมื่นหนึ่งไปตามฮั่นอ๋อง ลองโจกี๋โป้คำนับลาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องออกมาจัดทหารพร้อมแล้วก็ยกออกจากค่ายตามไป

ฝ่ายหยินโป้เมื่อรู้ในหนังสือที่พระเจ้าฮั่นอ๋องให้ไปแล้ว ก็พาทหารยกออกจากเมืองกิวกั๋ง

ฝ่ายแพอวดแจ้งในหนังสือแล้ว ก็จัดกองทัพมาคอยตีตัดเสบียงฌ้อปาอ๋องอยู่ ณ ตำบลแดนเมืองวาอึง กี๋โป้ลองโจไปถึงตำบลเตงฉวนไม่ทันฮั่นอ๋อง ทหารอิดโรยหยุดอยู่สามวัน พอกองหน้ามาบอกว่าฮั่นอ๋องไปถึงเมืองเซงโก๋ หยินโป้กับแพอวดก็ยกกองทัพมาช่วยฮั่นอ๋องใกล้จะถึงอยู่แล้ว

ฝ่ายกี๋โป้ลองโจแจ้งความจึงปรึกษากันว่า ฮั่นอ๋องก็ไปอยู่เมืองเซงโก๋ หยินโป้กับแพอวดยกกองทัพมาช่วย เรามาหมื่นหนึ่งหรือจะตีเมืองเซงโก๋ได้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องล้อมเมืองเอ๊กเอี๋ยงอยู่ เมืองแพเสียไม่มีผู้จะรักษาพะว้าพะวังนัก เราจำจะไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องฟังรับสั่งก่อน เห็นพร้อมกันแล้วก็ยกทัพกลับมาเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องแจ้งความทุกประการ

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงตรัสว่า เมืองแพเสียไม่มีใครรักษา ถ้าจะเพิ่มคนไปตีเมืองเซงโก๋ก็เห็นจะเสียที เราจะเร่งตีเอาเมืองเอ๊กเอี๋ยงเสียก่อนแล้วจะกลับไปตีเมืองแพเสียจัดกองทัพยกไปจับเล่าปังให้จงได้ แล้วสั่งให้กี๋โป้คุมทหารเข้าตีเมืองเอ๊กเอี๋ยงทิศใต้ลองโจตีทิศตะวันออก จงลิมวยตีทิศเหนือ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องตีทิศตะวันตก ให้ตีกลองขับทหารเข้ารบทั้งสี่ทิศ

ฝ่ายจิวกี๋จงก๋งผู้รักษาเมืองเอ๊กเอี๋ยง ผลัดกันตรวจทหารให้รักษาหน้าที่เชิงเทินทั้งกลางวันกลางคืนเป็นสามารถ ครั้นได้ยินเสียงกลองแลคนเข้ามาใกล้ ให้เอาหม้อปูนขาวก้อนศิลากรวดทราย แลสายโซ่เหล็กแดงทิ้งลงไปป้องกันเมืองไว้ถึงห้าวัน

ฝ่ายงุยป่าซึ่งพระเจ้าฮั่นอ๋องถอดให้เป็นไพร่อยู่ในเมืองเอ๊กเอี๋ยง เห็นฌ้อปาอ๋องตีเมืองยังไม่ได้ จึงขี่ม้าขึ้นไปบนเชิงเทินพูดกับจิวกี๋จงก๋งว่า ฮั่นอ๋องทิ้งเมืองหนีไป ทำไมท่านจะสู้รบให้เหนื่อยตัวไม่ต้องการ ถ้าทหารฌ้อปาอ๋องเข้าเมืองได้จะมิตายเสียหรือ ท่านจงออกไปสามิภักดิ์ต่อพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงจะชอบ จิวกี๋จงก๋งได้ยินก็โกรธ จึงว่าเมื่อพระเจ้าฮั่นอ๋องจะไปนั้น มอบเมืองไว้เห็นว่าเราเป็นคนสัตย์ซื่อ ยังไม่ทันสักกี่วันจะให้เราสามิภักดิ์แก่ข้าศึกหาความสุขแต่ตัว ชาวเมืองจะพึ่งผู้ใดเล่า อันประเพณีเป็นทหารได้รับอาสาแล้ว ถึงคอจะขาดไปจากตัวใจก็ไม่ย่อท้อ มึงมาว่าทั้งนี้จะให้ทหารเสียนํ้าใจเพราะไม่มีกตัญญูเหมือนสัตว์เดียรัจฉาน นานไปจะเป็นข้าศึก ว่าแล้วจิวกี๋จิกศีรษะงุยป่าลงจงก๋งเอาดาบฟันงุยป่าคอขาดตาย แล้วชูศีรษะขึ้นร้องบอกทหารว่างุยป่าเป็นไส้ศึกเราฆ่าเสีย ท่านทั้งปวงจงอุตส่าห์รักษาเมืองอย่าคิดเป็นสองใจ ทหารทั้งปวงว่าข้าพเจ้าจะสู้ตายด้วยท่านไม่คิดถอยหลัง

ฝ่ายฌ้อปาอ๋องได้ยินข่าวว่าจิวกี๋จงก๋งฆ่างุยป่าเสียยิ่งโกรธนัก จึงสั่งให้ทหารเข้าตีเมือง แต่รบกันถึงสิบวันก็ยังไม่ได้เมือง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงสั่งให้หาห้างเป๊กจงลิมวยมาปรึกษาว่า แต่ล้อมเมืองเอ๊กเอี๋ยงไว้ก็นานแล้ว ท่านทั้งสองจะคิดอย่างไรจึงจะตีเอาเมืองได้ ห้างเป๊กจึงทูลว่าถ้ามีทหารองอาจเอาเพลิงขึ้นไปจุดหอรบแล้ว ไล่ทหารเร่งปีนขึ้นไปให้พร้อมจึงจะได้ ถ้ารีรออยู่ไม่ตีเสียโดยเร็ว แม้นฮั่นอ๋องรวมหัวเมืองได้มาตีกระหนาบทัพเราจะพะว้าพะวังนัก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังเห็นชอบ จึงให้ทหารทำตามห้างเป๊กทุกประการ ทหารระดมกันเข้าตีทั้งสี่ด้าน

ฝ่ายทหารในเมืองเห็นก็เอาก้อนศิลาแลหม้อปูนขาวทิ้งถูกทหารฌ้อปาอ๋องเจ็บป่วยเป็นอันมาก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นดังนั้นก็ร้องให้ทหารปีนหนุนกันขึ้นไป ทหารในเมืองสู้รบอิดโรยลง จงก๋งกับจิวกี๋เห็นทหารกระสับกระส่าย จึงเงื้อง้าวไล่ต้อนทหารหนุนกันเข้ามา

ฝ่ายทหารจงลิมวยก็เอาไฟจุดหอรบไหม้โพลงขึ้นแห่งหนึ่ง จิวกี๋ก็ไล่ทหารไปดับไฟ ลองโจเห็นดังนั้นก็ปีนกำแพงขึ้นไปจับตัวจงก๋งได้ จิวกี๋ตกใจเห็นเหลือกำลังจึงหนีออกทางประตูทิศตะวันตก ลองโจก็ขับม้าไล่ตามไป

ฝ่ายทหารซึ่งคุมจงก๋งนั้น ก็พาตัวจงก๋งมาถวายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ เห็นจงก๋งจึงตรัสว่า ท่านมีปัญญาฝีมือก็กล้าแข็ง จึงอาจอยู่รับทัพหลวงจะหาเช่นนี้ยากนัก แม้นสามิภักดิ์ทำราชการด้วยเรา ๆ จะเลี้ยงท่านให้ครองเมืองเอ๊กเอี๋ยง จงก๋งจึงทูลว่าข้าพเจ้าเป็นทหารอาสาเจ้าสู้ข้าศึกมิได้จนเสียเมือง โทษก็ถึงตาย ไต้อ๋องจะชุบเลี้ยงถึงจะได้ดีความอายก็ไม่สิ้น จงตัดศีรษะข้าพเจ้าเสียโดยเร็วเห็นจะดีกว่าอยู่เป็นคน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจงก๋งพูดจาองอาจเป็นคนสัตย์ซื่อ จึงสั่งกี๋โป้ให้ว่ากล่าวเล้าโลม กี๋โป้ก็ไปพูดจาตามพระเจ้าฌ้อปาอ๋องสั่ง จงก๋งจึงว่าอันใจเราถึงจะอยู่ด้วยฌ้อปาอ๋องวันนี้ พรุ่งนี้ก็คงจะคิดขบถ กี๋โป้อ้อนวอนว่ากล่าวหลายครั้งจงก๋งดื้อดึงไป ไม่ยอมเป็นข้าฌ้อปาอ๋องถ่ายเดียว กี๋โป้จึงกลับเข้าไปทูลว่าจงก๋งใจแข็งนักดังเหล็กแลศิลา ถึงแม้จะมาสามิภักดิ์วันนี้พรุ่งนี้ก็คงจะทรยศ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังจึงตรัสว่าเขาไม่ยอมอยู่ด้วยเราก็ตามใจ จึงสั่งให้ทหารเอาตัวจงก๋งไปฆ่าเสีย บรรดาทหารดูอยู่นั้นเห็นหน้าจงก๋งยิ้มแย้มรื่นเริงไม่กลัวความตายชวนกันชมทุกคน

ฝ่ายลองโจตามจิวกี๋ไปใกล้จะทัน จึงสั่งให้ทหารล้อมป่าเข้าไว้ แล้วร้องว่าจิวกี๋จะหนีไปไหน ครอบครัวของท่านทหารเราจับได้สิ้นแล้ว ยังไม่สามิภักดิ์โดยดีจะกลับมาสู้อีกเล่า จิวกี๋จึงว่าเราเป็นข้าพระเจ้าฮั่นอ๋องไม่รักชีวิต ถึงจะตายก็ให้ลือชื่อว่าเป็นคนมีกตัญญู อันจะสามิภักดิ์ด้วยฌ้อปาอ๋องนั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วเงื้อง้าวฟันลองโจ ๆ เอาทวนปัดไว้ได้รบกันยี่สิบเพลง จิวกี๋ต้านทานมิได้ ชักม้าหนีเข้าป่า กิ่งไม้เกี่ยวเกาะจิวกี๋ ๆ เอาง้าวตัดกิ่งไม้ขาด พอทหารลองโจล้อมเข้ามาจับตัวจิวกี๋ได้ ลองโจก็ยกทัพกลับมา ณ ค่าย พาตัวจิวกี๋เข้าไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ๆ ตรัสแก่จิวกี๋ว่าจงก๋งก็ยอมสามิภักดิ์แล้วถ้าตัวยอมเข้าด้วย เราจะให้ท่านเป็นเจ้าเมืองเอ๊กเอี๋ยงสืบต่อไป จิวกี๋จึงว่าจงก๋งกีสินกับข้าพเจ้าใจเหมือนกันที่ไหนจะยอมสามิภักดิ์ บัดนี้เมืองแตกแล้วท่านจับตัวมาได้จะฆ่าเราก็ฆ่าเสียโดยเร็ว พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังก็โกรธ จึงให้ทหารเอาตัวจิวกี๋ไปใส่กระทะทอดน้ำมันเสีย ทหารก็นำเอาตัวจิวกี๋ไปทำตามสั่ง

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงยกกองทัพเข้าไปในเมือง จะให้ฆ่าราษฎรในเมืองเอ๊กเอี๋ยงทั้งสิ้น ห้างเป๊กจึงทูลว่าไต้อ๋องทำศึกกับฮั่นอ๋องเป็นที่โกรธแค้นแต่กับทหาร อันไพร่บ้านพลเมืองเหมือนหญ้าแพรกไม่มีความผิดจะมาพลอยตายด้วยไม่ควร ขอไต้อ๋องจงโปรดจัดแจงให้ตั้งทำมาหากินตามภูมิลำเนา จะได้รีบไปจับฮั่นอ๋องแล้วคิดจะยกกองทัพไปช่วยเมืองเจ๋ไว้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังห้างเป๊กทูลเห็นชอบ จึงให้หยุดทัพอยู่ ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง ให้ตรวจตราทหารจะยกไป ณ เมืองเซงโก๋

ฝ่ายฮั่นอ๋องอยู่ ณ เมืองเซงโก๋ ให้หาเตียวเหลียงตันแผงมาปรึกษาว่าฮั่นสินเตียวยี่อยู่ ณ เมืองเตียวก็นานแล้ว เมื่อเราอยู่เมืองเอ๊กเอี๋ยง กองทัพฌ้อปาอ๋องล้อมเมืองไว้ก็หายกกองทัพมาช่วยไม่ เราให้คนไปหาแพอวดหยินโป้ ให้ยกกองทัพมาก็ยังมาไม่ถึง บัดนี้ได้ยินข่าวว่าเมืองเอ๊กเอี๋ยงก็เสียแล้ว จิวกี๋จงก๋งก็ตาย ไม่ช้าฌ้อปาอ๋องก็จะยกมาล้อมเมืองเซงโก๋ ท่านจะคิดประการใด เตียวเหลียงจึงทูลว่า คนซึ่งใช้ไปหาหยินโป้กับแพอวดเกือบเดือนหนึ่งเห็นจวนจะมาแล้ว ขอไต้อ๋องจงจัดให้ทหารยกไปตามทางน้อยไปตีเมืองแพเสีย ถ้าฌ้อปาอ๋องรู้เหตุจะไม่อยู่ช้าได้ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงใช้ให้อ๋องหลินคุมทหารพันหนึ่งยกไปทางเมืองไภก้วนคำนับศพมารดา แล้วให้ยกเลยไปตีเมืองแพเสีย

อ๋องหลินคำนับลาพาทหารรีบไป พระเจ้าฮั่นอ๋องคิดการซึ่งจะรักษาเมืองเซงโก๋ จึงให้ทัพรถออกไปรักษาอยู่ประตูเมืองทั้งสี่ทิศ

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องออกจากเมืองเอ๊กเอี๋ยงมาใกล้ถึงเมืองเซงโก๋ตั้งทัพอยู่ประมาณทางสองร้อยเส้น ครั้นรุ่งเช้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องกับนายทหารพากันไปเหลือบดูที่เข้าออกหมายจะปล้นเอาเมือง เห็นค่ายรถกั้นหน้าทั้งสี่ประตูแน่นหนานัก ไม่อาจเข้าใกล้หยุดอยู่ไกลเมืองประมาณร้อยเส้น ให้ทหารตีกลองศึกทำทีเป็นจะเข้ารบ

ฝ่ายทหารในเมืองก็ตั้งมั่นอยู่หายกออกมารบไม่ แต่ตั้งรอกันอยู่หลายวัน

ฝ่ายอ๋องหลินคำนับศพมารดาแล้วรีบไปใกล้เมืองแพเสีย คนในเมืองรู้ก็หนีออกมาทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าอ๋องหลินไปตีเมืองแพเสีย พอมีทหารบอกว่าแพอวดยกกองทัพไปลำเลียงเที่ยวตีเมืองได้สิบเจ็ดเมือง บัดนี้ตั้งอยู่ตำบลวาอึง แล้วพวกหนึ่งมาแจ้งความว่าหยินโป้ยกกองทัพมาข้ามปากคลองลำเข ใกล้จะถึงเมืองเซงโก๋อยู่แล้ว พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงให้ทหารไปหาห้างเป๊กจงลิมวยมาว่า เราจะเข้าตีเมืองเซงโก๋นั้นยังไม่ได้ บัดนี้มีผู้มาบอกว่าเมืองแพเสียจวนจะเสียแก่ข้าศึก ข้อหนึ่งทัพหยินโป้ก็ยกมาเกือบใกล้จะถึงที่แดนเมืองวาอึงนั้น แพอวดก็คอยตีตัดลำเลียงอยู่เรามิจนเสียหรือ ครั้งนี้ท่านทั้งปวงจะคิดประการใด ห้างเป๊กจงลิมวยทูลว่า ค่ำวันนี้ขอไต้อ๋องจงล่าทัพกลับไปทางเมืองวาอึง เร่งกำจัดแพอวดแล้วไปตีหยินโป้จะได้รีบไปเมืองแพเสีย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นชอบด้วย จึงตรัสแก่โจกี๋วว่าเราจะล่าทัพไป ครั้งนี้เห็นฮั่นอ๋องจะสำคัญว่าเราจะกลับมาเมืองเซงโก๋ คงจะออกจากเมืองไปซ่องสุมทหารหาที่มั่น ท่านจงคุมทหารหมื่นหนึ่งคอยอยู่ ถ้าฮั่นอ๋องออกจากเมืองเมื่อใด ท่านจงเข้ารักษาเมืองไว้ แม้นจะมีศึกมาท่านอย่าออกรบเราจึงจะยกกองทัพมาตีกระหนาบ โจกี๋วก็คำนับลาพาทหารหมื่นหนึ่งไปซุ่มอยู่ทิศตะวันตกนอกเมืองเซงโก๋ครั้นเวลาค่ำพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงสั่งให้ทหารเลิกทัพถอยไป

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋องได้ข่าวว่ากองทัพฌ้อปาอ๋องถอยทัพไปแล้ว จึงให้หาเตียวเหลียงตันแผงมาถามว่า กองทัพฌ้อปาอ๋องถอยไปโดยเร็วนั้นท่านเห็นจะเป็นประการใด เตียวเหลียงทูลว่า เห็นจะรู้ข่าวอ๋องหลินยกไปตีเมืองแพเสีย แพอวดตีได้เมืองวาอึง กับหยินโป้จะยกมาช่วยไต้อ๋อง ข้าพเจ้าเห็นความดังนี้กองทัพฌ้อปาอ๋องจึงรีบถอยไป เราจะทิ้งเมืองเซงโก๋เสียไปหาฮั่นสินรวบรวมทหารเข้าแล้ว ยกกลับไปอยู่ ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง ฝึกหัดทหารไว้จะทำศึกกับฌ้อปาอ๋อง พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงว่าท่านคิดทั้งนี้ต้องใจเรา เตียวเหลียงจึงทูลว่ากองทัพเราจะยกออกจากเมืองเซงโก๋ อย่ารีบเดินเกลือกฌ้อปาอ๋องจะซุ่มทัพไว้ พระเจ้าฮั่นอ๋องจึงสั่งให้จิวพุนตันบูพาทหารพันหนึ่งไปตั้งสกัดต้นทางอยู่นอกเมืองเซงโก๋ทิศตะวันตก แล้วก็ยกกองทัพออกจากเมือง

ฝ่ายโจกี๋วได้ยินข่าวว่ากองทัพฮั่นอ๋องยกออกจากเมืองเซงโก๋ ก็จัดแจงทหารจะมาสกัดตี พอมีคนมาว่าจิวพุนตันบูตั้งกองทัพคอยอยู่ที่ทางเราจะไป โจกี๋วรู้ความดังนั้นแต่คิดรออยู่คืนหนึ่ง จนกองทัพฮั่นอ๋องยกไปแล้ว

ฝ่ายจิวพุนตันบูไม่เห็นกองทัพฌ้อปาอ๋องมีมา ก็ยกรีบตามพระเจ้าฮั่นอ๋องไป

ฝ่ายโจกี๋วเห็นกองทัพฮั่นอ๋องไปไกลแล้ว จึงพาทหารยกไปอยู่ในเมืองเซงโก๋แล้วป่าวร้องราษฎรให้ชวนกันทำมาหากินเป็นปกติ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ