๓๗

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ครั้นแจ้งว่าฮั่นอ๋องให้ฮั่นสินยกกองทัพไปกำจัดงุยป่านั้น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงปรึกษาฟัมแจ้ง ซึ่งท่านว่าไว้กับเราว่าถ้างุยป่าแข็งเมืองขึ้นเห็นฮั่นอ๋องจะให้ฮั่นสินยกกองทัพไปกำจัดงุยป่า บัดนี้ฮั่นสินยกไปเมืองเปงเอี๋ยงท่านจะคิดประการใดเล่า ฟัมแจ้งจึงว่าครั้งนี้ควรที่ท่านจะยกไปทำศึกแก่เมืองเอ๊กเอี๋ยง แต่ทว่าไปถึงเมืองเอ๊กเอี๋ยงแล้วอย่าเพ่อเข้าติดเมืองก่อน แต่งคนให้ไปสืบดูให้แน่นอนเกลือกจะเป็นอุบายฮั่นสิน ลองโจได้ยินฟัมแจ้งว่าดังนั้นก็หัวเราะ แล้วว่าท่านนี้กระไรกลัวฮั่นสินเกินนัก ฟัมแจ้งจึงว่าการสงครามนั้นชอบตรึกตรองให้ละเอียดก่อนจึงจะไม่เสียแก่ข้าศึก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ให้ตรวจเตรียมทหารพร้อมแล้วก็ยกทัพมา ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง ครั้นมาใกล้เมืองทางประมาณห้าสิบเส้น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงให้ลีหองเสียนคุมทหารสามพันเข้าไปผลัดเปลี่ยนกันสืบข่าวราชการเมืองเอ๊กเอี๋ยงอยู่มิได้ขาด แล้วแต่งกองตระเวนให้ออกไปรักษาด่านอยู่ทุกตำบล

ฝ่ายพระเจ้าฮั่นอ๋อง ครั้นแจ้งว่าฌ้อปาอ๋องยกกองทัพมาใกล้จะถึงเมืองเอ๊กเอี๋ยง ฮั่นอ๋องจึงปรึกษาเตียวเหลียงว่า ซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกกองทัพมาครั้งนี้ ท่านจะคิดประการใดจึงจะป้องกันเมืองไว้ได้ เตียวเหลียงจึงว่าเมื่อขณะฮั่นสินจะยกไปตีเมืองเปงเอี๋ยงนั้น ฮั่นสินสั่งไว้ประการใดท่านจงทำตามฮั่นสินสั่งเถิด ฮั่นอ๋องได้ฟังเตียวเหลียงว่าดังนั้นจึงให้หาอ๋องหลินเข้ามาแล้วว่า ซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกกองทัพมาครั้งนี้เราจะให้ท่านเป็นแม่ทัพ ท่านจะอาสาเราทำศึกกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้หรือมิได้ อ๋องหลินได้ฟังฮั่นอ๋องว่าดังนั้นจึงว่า ซึ่งท่านชุบเลี้ยงข้าพเจ้านี้พระคุณหาที่สุดไม่ ข้าพเจ้าก็ตั้งใจจะเอาชีวิตสนองคุณมิได้คิดแก่ความลำบาก การทั้งนี้สุดแต่ท่านจะกรุณาข้าพเจ้า แต่ซึ่งจะให้ข้าพเจ้ารบกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้นเห็นจะรับประจันหน้าทานฝีมือไม่ได้ ด้วยพระเจ้าฌ้อปาอ๋องมีกำลังมากนัก จำจะคิดเป็นกลอุบายจึงจะเอาชัยชนะแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ ฮั่นอ๋องจึงถามว่าท่านจะทำเป็นประการใดจึงจะมีชัยชนะแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง อ๋องหลินจึงว่าข้าพเจ้าคิดว่าถ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องยกเข้ามาถึงเมืองเรา ๆ ก็ให้สงบกันไว้ แลทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินนั้นก็อย่าให้ยืนขึ้น ให้แลเปล่าอยู่เหมือนไม่มีผู้ใดรักษา พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นก็จะคิดประมาท ประการหนึ่งทหารในกองทัพพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็เดินทางอิดโรยมา จะไม่เป็นใจที่จะรักษาค่าย เวลาค่ำข้าพเจ้าจะยกทหารออกปล้นค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเอาชัยชนะให้จงได้ ฮั่นอ๋องได้ฟังอ๋องหลินว่าดังนั้นก็มีความยินดีนัก จึงว่าท่านทำได้เหมือนคิดฉะนี้แล้วถึงฌ้อปาอ๋องจะมีกำลังแลฝีมือประการใดก็คงจะเสียทีแก่เรา แล้วฮั่นอ๋องก็เอาตราแม่ทัพมอบให้แก่อ๋องหลิน ให้บังคับบัญชาการที่จะป้องกันเมือง แล้วให้ตันแผงเป็นที่ปรึกษาด้วย อ๋องหลินก็ออกมาจัดทหารให้ขึ้นไปรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้รอบเมือง มิให้ปรากฏว่ามีทหารอยู่รักษาเมืองุู๔

ฝ่ายลีหองเสียนทหารฌ้อปาอ๋อง ครั้นมาถึงเมืองเอ๊กเอี๋ยงก็มิได้เห็นผู้คนแต่สักคนหนึ่ง ก็พาทหารเลียบดูไปรอบเมือง แลไปบนเชิงเทินนั้นก็ไม่เห็นผู้ใดรักษา แต่ประตูนั้นปิดอยู่ทั้งสี่ประตู ลีหองเสียนก็พาทหารกลับมา ณ ค่าย เอาเนื้อความที่ได้เห็นนั้นแจ้งแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องทุกประการ

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นก็ยังมิได้ว่าประการใด ขุนนางแลนายทัพนายกองทั้งปวงเห็นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนิ่งอยู่ดังนั้น ต่างคนก็ว่าซึ่งมิได้เห็นผู้คนขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินอยู่นั้นชะรอยฮั่นอ๋องรู้ว่าท่านยกมา ฮั่นอ๋องเห็นจะต้านทานมิได้ทิ้งเมืองเสียรีบหนีเอาตัวรอดเมืองจึงเงียบสงบอยู่ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงว่า ถึงมาตรว่าฮั่นอ๋องจะทิ้งเมืองเสียก็ดี เราจำจะตั้งค่ายมั่นลงไว้ก่อน ต่อเวลาพรุ่งนี้จึงไปสืบดูให้แน่ อันจะดูหมิ่นข้าศึกนั้นไม่ได้ นายทัพนายกองทั้งปวงก็มิได้ตอบประการใด ต่างคนก็ลาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องออกมาเกณฑ์กันตั้งค่ายใกล้เมืองสามสิบเส้น

ฝ่ายอ๋องหลินครั้นเวลาเย็นลอบขึ้นไปแลดูบนหอรบ แลเห็นในกองทัพพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง บ้างทำค่ายขุดคูอยู่ ทั้งม้าก็มิได้ผูกเครื่อง ทหารทั้งปวงบ้างหุงข้าวปลาอาหารแลนั่งนอนเสียมิได้เป็นหมวดเป็นกองกัน อ๋องหลินเห็นดังนั้นก็มีความยินดี จึงกลับลงมาจัดทหารกองหนึ่งห้าร้อยคนให้มีประทัดทุกตัวคน สั่งให้ไปซุ่มรายกันอยู่รอบค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง จึงนัดว่าเวลาค่ำวันนี้ถ้าได้ยินเสียงประทัดสัญญาณแล้ว ก็ให้จุดประทัดขึ้นให้พร้อมกันแลโห่ร้องอื้ออึงทำประหนึ่งจะเข้าหักค่าย แล้วให้ตันแผงอยู่รักษาเมือง แลทหารบนเชิงเทินนั้นให้จุดคบเพลิงจงทุกคน ถ้าได้ยินเสียงประทัดสัญญาณแล้วก็ให้ลุกขึ้นยืนให้แสงเพลิงสว่างไปรอบเมือง ตัวอ๋องหลินนั้นคุมทหารห้าพันล้วนถือดาบสองมือทุกคนจะเข้าปล้นค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง แล้วให้แฮเฮาหยินคุมทหารสามหมื่นออกไปซุ่มอยู่นอกเมือง ถ้าเห็นเราเสียทีมาเกลือกพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะตามเข้าหักเอาเมืองเอ๊กเอี๋ยง ก็ให้แฮเฮาหยินตีกระหนาบหลังเข้ามาอย่าให้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องทำได้ถนัด อ๋องหลินจัดแจงทหารพร้อมแล้ว พอเวลาค่ำลงจึงยกทหารออกไปซุ่มอยู่นอกเมืองแล้วให้คนสนิทแต่งตัวเป็นพวกเมืองฌ้อ ลอบเข้าไปสืบดู ณ ค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องขณะเมื่อตั้งอยู่นั้น นายทัพนายกองทั้งปวงมีใจประมาทหมายว่าฮั่นอ๋องหนีไปจากเมืองเอ๊กเอี๋ยงแล้ว มิได้ตรวจตราผู้คนให้รักษาค่าย ครั้นเวลาค่ำลงต่างคนก็นอนหลับสิ้นทั้งสองค่าย

ฝ่ายทหารอ๋องหลินซึ่งปลอมเข้าไปเห็นดังนั้น ก็รีบมาบอกความแก่อ๋องหลินทุกประการ อ๋องหลินก็มีความยินดีนักจึงเข้าไป ณ ค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ครั้นถึงประตูค่ายอ๋องหลินจึงให้ทหารเตรียมตัวพร้อม แล้วอ๋องหลินก็จุดประทัดสัญญาณขึ้น ทหารห้าร้อยที่ถือประทัดทุกคนได้ยินดังนั้นก็จุดประทัดพร้อมกันทั้งห้าร้อยโห่ร้องอื้ออึงขึ้นรอบค่าย

ฝ่ายตันแผงซึ่งอยู่ในเมืองได้ยินเสียงประทัด ก็ให้จุดคบเพลิงขึ้นรอบเมืองแสงเพลิงนั้นสว่างเหมือนกลางวัน ทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องกำลังหลับสนิท ครั้นได้ยินเสียงประทัดอื้ออึงก็ตกใจตื่นขึ้น มิได้รู้เหตุประการใดต่างคนก็ตกใจตะลึงอยู่ อ๋องหลินก็พาทหารทะลวงฟันเข้าไปฆ่าทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องตายเป็นอันมาก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้นแลเห็นแสงเพลิงสว่างแล้วเห็นทหารในค่ายนั้นเป็นอลหม่าน ก็แจ้งว่าข้าศึกลอบเข้ามาปล้นค่าย มิได้คิดครั่นคร้ามขึ้นม้าถือทวนยืนม้าอยู่ด้วยยังมิได้เห็นข้าศึกถนัด

ฝ่ายอ๋องหลินครั้นแลเห็นพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ก็ขับม้าพาทหารออกจากค่าย พระเจ้าฌ้อปาอ๋องแลเห็นอ๋องหลินก็ขับไปแทงอ๋องหลิน ๆ ก็ขับม้าเข้ารบกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ยี่สิบเพลง อ๋องหลินเห็นจะทานกำลังมิได้ก็ชักม้าถอยกลับไป พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงถามทหารทั้งปวงว่าทหารฮั่นอ๋องคนนี้ชื่อใด ทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องที่รู้จ้กก็บอกว่าชื่ออ๋องหลิน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงบอกว่า อ๋องหลินคนนี้มีฝีมือเข้มแข็ง เพลงทวนก็ประหลาดกว่าคนทั้งปวง แม้นละไว้นานไปจะเป็นเสี้ยนศัตรูใหญ่ จำจะตามไปฆ่าเสียให้จงได้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าดังนั้นแล้วก็ขับม้าจะไปตามอ๋องหลิน กี๋โป้จงลิมวยห้ามว่าเป็นเวลากลางคืนอยู่เกลือกจะเป็นกลอุบายอ๋องหลิน ทหารเรายังระส่ำระสายอยู่ ถ้าเสียทีลงประการใดจะเสียทหารมากไป แล้วอ๋องหลินคนนี้แต่ก่อนก็อยู่บ้านไภก้วนแดนเมืองแพเสีย ซึ่งอ๋องหลินมาทำราชการอยู่กับฮั่นอ๋องนี้ มารดาอ๋องหลินก็ยังอยู่บ้านไภก้วน ถ้าท่านให้ไปจับเอาตัวมารดาอ๋องหลินมาไว้ เห็นว่าตัวอ๋องหลินก็จะไม่พ้นมือท่านด้วยอ๋องหลินเป็นคนกตัญญูนัก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็เห็นชอบด้วย ก็มิได้ตามอ๋องหลินไป พาทหารนั้นกลับมาค่าย พอเวลารุ่งเช้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงให้ตรวจทหาร แต่ตายประมาณห้าหมื่นเศษเจ็บป่วยอยู่เป็นอันมาก จึงถอยทัพออกไปตั้งค่ายอยู่ไกลเมืองประมาณร้อยเส้น แล้วให้คนรีบไปเอาตัวมารดาอ๋องหลินมา ณ ค่าย

ฝ่ายอ๋องหลินก็กลับเข้าเมืองเอ๊กเอี๋ยง ให้ตรวจตราทหารดูก็มิได้เป็นอันตรายแต่ต้องอาวุธป่วยเจ็บบ้าง แล้วอ๋องหลินก็เข้าไปแจ้งแก่ฮั่นอ๋องตามซึ่งได้รบมีชัยชนะแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้นทุกประการ ฮั่นอ๋องก็มีความยินดีแล้วสรรเสริญอ๋องหลินว่า ท่านทำการครั้งนี้องอาจนัก เกียรติยศของท่านจะปรากฏทั่วไปทั้งแผ่นดิน แล้วก็ให้เสื้อผ้าเงินทองกับอ๋องหลินเป็นอันมาก แต่บรรดาทหารทั้งปวงซึ่งได้ไปทำการด้วยอ๋องหลินนั้นฮั่นอ๋องก็ปูนบำเหน็จให้ตามสมควร อ๋องหลินจึงว่าแก่ฮั่นอ๋องว่า ซึ่งข้าพเจ้ามีชัยชนะแก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้งนี้ก็เพราะบารมีของท่าน แลซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องถอยทัพไปรออยู่นั้นเห็นจะเข้าหักเอาเมืองเป็นมั่นคง เตียวเหลียงจึงว่าฮั่นสินยกไปตีเมืองเปงเอี๋ยงก็มีชัยชนะแก่งุยป่าแล้ว ไม่ช้าฮั่นสินก็จะยกมาถึง ถ้าฮั่นสินยกมาถึงแล้วก็จะเกรงอะไรแก่ฌ้อปาอ๋องเล่า ท่านจงคิดรักษาเมืองไว้ท่าฮั่นสินเถิด

ฮั่นอ๋อง อ๋องหลินได้ฟังเตียวเหลียงว่าดังนั้นก็เห็นชอบด้วย อ๋องหลินจึงออกมากะเกณฑ์ทหารรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้เป็นสามารถ แล้วอ๋องหลินเที่ยวตรวจตราอยู่มิได้ขาด เวลาวันหนึ่งทหารซึ่งรักษาหน้าที่เชิงเทินมาบอกอ๋องหลินว่า ทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องมาร้องบอกไว้ว่าจะขอพบท่านสักหน่อยหนึ่ง อ๋องหลินแจ้งดังนั้นจึงขึ้นบนเชิงเทินแล้วร้องถามไปว่ามาหาเราด้วยกิจธุระประการใด ทหารซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องใช้มานั้นจึงร้องบอกแก่อ๋องหลินว่า บัดนี้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้ไปเอาตัวมารดาท่านมาไว้ ณ ค่าย หวังจะให้ท่านออกไปหาพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ถ้าท่านมิออกไปโดยดี พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะฆ่ามารดาท่านเสีย ให้ความชั่วนั้นอยู่กับตัวท่านเหมือนหนึ่งฆ่ามารดาท่านเสียเอง บัดนี้มารดาท่านกลัวความตายนัก จึงร้องไห้อ้อนวอนให้ข้าพเจ้ามาแจ้งความแก่ท่าน แล้วให้ท่านเร่งรีบออกไปช่วยชีวิตมารดาท่านไว้โดยเร็วเถิด ถ้าช้าอยู่พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็จะฆ่ามารดาท่านเสีย

อ๋องหลินได้แจ้งดังนั้นก็ตกใจ จึงรีบเอาเนื้อความมาบอกแก่ฮั่นอ๋องทุกประการแล้วจึงว่า มารดาข้าพเจ้าเป็นคนชราสูงอายุถึงเจ็ดสิบแล้ว ข้าพเจ้ายังหาได้อยู่ปฏิบัติรักษาไม่ ครั้งนี้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องขัดเคืองข้าพเจ้ายิ่งนัก ถ้าข้าพเจ้ามิออกไปพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็จะฆ่ามารดาข้าพเจ้าเสีย แม้มารดาข้าพเจ้าตายด้วยพระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้งนี้ ก็เหมือนหนึ่งข้าพเจ้าฆ่ามารดาเสียเองโทษก็จะมีแก่ตัวข้าพเจ้าเป็นอันมาก ข้าพเจ้าจะลาท่านออกไปขอเห็นหน้ามารดาข้าพเจ้าสักหน่อยหนึ่ง ถึงมาตรว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะฆ่าข้าพเจ้าเสียข้าพเจ้าคิดว่าเอาชีวิตแทนคุณมารดาข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ก็มิได้ลืมคุณท่าน อ๋องหลินว่าดังนั้นแล้วก็ร้องไห้ เตียวเหลียงจึงว่าแก่อ๋องหลินว่า เหตุไฉนท่านจึงเบาความนัก ไม่ตรึกตรองดูให้รอบคอบก่อน เมื่อขณะท่านยกออกปล้นค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้น ท่านฆ่าทหารพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเสียเป็นอันมาก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องรบกับท่านก็หาเอาชัยชนะท่านได้ไม่ การทั้งนี้เห็นจะเป็นกลอุบายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะแก้แค้นท่าน ถ้าท่านออกไปอันตรายก็จะมีแก่ตัวท่านเป็นมั่นคง ถึงมาตรว่าท่านจะตายก็ไม่มีเกียรติยศ ทหารทั้งปวงก็จะนินทาท่านว่าหาปัญญามิได้ ท่านจงให้ไปสืบดูให้พบตัวมารดาท่านเสียก่อน ถ้าพบแล้วให้ขอหนังสือลายมือมารดาท่านมาเป็นสำคัญ แล้วภายหลังท่านจึงค่อยออกไปหาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงจะชอบ ถึงพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะฆ่าท่านเสียที ก็ควรที่ท่านจะเสียชีวิตด้วยเป็นความจำใจ ซึ่งความเราว่าทั้งนี้ท่านดำริดูให้ดี อ๋องหลินได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วยจึงว่าแก่ฮั่นอ๋องว่า ท่านจงให้คนที่มีสติปัญญาไปสืบความของข้าพเจ้าให้แน่หน่อยหนึ่งเถิด ฮั่นอ๋องจึงให้ซกซุนถองไป ณ ค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง

ฝ่ายซกซุนถองครั้นมาถึงค่ายแล้ว ก็บอกเข้าไปให้ทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องแจ้งดังนั้นก็ให้พาซกซุนถองเข้าไปในค่าย แล้วถามความซกซุนถองว่าฮั่นอ๋องนั้นใช้มาด้วยกิจธุระประการใด ซกซุนถองจึงว่าข้าพเจ้ามาหาท่านด้วยธุระอ๋องหลิน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงว่าอ๋องหลินนั้น เป็นชาวบ้านไภก้วนซึ่งเป็นแว่นแคว้นของเรา มารดาอ๋องหลินแลพรรคพวกพี่น้องก็ยังตกกับเราสิ้น เหตุไรอ๋องหลินจึงไปอยู่กับฮั่นอ๋องซึ่งเป็นข้าศึกกับเรา บัดนี้เราให้ไปเอาตัวมารดาอ๋องหลินมาคุมไว้ ถ้าอ๋องหลินรู้แล้วก็ให้ออกมาหาเราโดยดี แม่ลูกก็จะได้เห็นหน้ากันสืบไป ประการหนึ่งจะได้มีความสุขไปสิ้นด้วยกันทั้งพวก แลอ๋องหลินรักจะทำราชการอยู่กับเรา ๆ ก็จะชุบเลี้ยงให้เป็นขุนนางตามคุณวิชาแลฝีมือแลความคิด ถ้าอ๋องหลินบิดพลิ้วอยู่ไม่มาหาเราแต่โดยดี เราจะฆ่ามารดาอ๋องหลินเสียให้สาที่ความแค้น เหมือนอ๋องหลินฆ่ามารดาตัวเสียเองให้ความชั่วติดตัวอยู่ถึงหมื่นชาติ ท่านจงกลับไปบอกแก่อ๋องหลินเถิด ถ้าจะมาก็ให้มาในเวลาวันนี้ แม้นล่วงเวลาไปแม่ลูกก็จะหาเห็นหน้ากันไม่

ซกซุนถองได้ฟังพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่าดังนั้น จึงว่าข้าพเจ้าจะขอพบตัวมารดาอ๋องหลินสักหน่อยหนึ่ง จะได้เอาถ้อยคำมารดาอ๋องหลินเข้าไปแจ้งแก่อ๋องหลิน พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ให้ทหารไปเอาตัวมารดาอ๋องหลินออกมาให้พบกันกับซกซุนถอง แลเมื่อขณะพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้ไปเอาตัวมารดาอ๋องหลินมา แกล้งถอดดาบออกรอคอมารดาอ๋องหลินไว้ให้ซกซุนถองเห็น จะได้เอาความนั้นไปบอกแกอ๋องหลิน ซกซุนถองเห็นดังนั้นก็สงสารมารดาอ๋องหลินนัก จึงเข้าไปใกล้แล้วถามว่าท่านหรือเป็นมารดาอ๋องหลิน มารดาอ๋องหลินก็รับว่าข้าพเจ้าเป็นมารดาอ๋องหลิน แล้วจึงถามซกซุนถองว่าท่านนี้ชื่อใดมาแต่ไหนใครใช้มาท่านจึงจะใคร่พบข้าพเจ้า ซกซุนถองจึงบอกว่าข้าพเจ้าชื่อซกซุนถองเป็นบ่าวฮั่นอ๋อง ซึ่งข้าพเจ้าจะใคร่พบกับท่านนี้ ด้วยมีผู้เอาเนื้อความไปบอกแก่อ๋องหลินผู้เป็นบุตรของท่านว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเอาตัวท่านมาไว้ ณ ค่าย ให้อ๋องหลินเร่งออกมาสามิภักดิ์แก่พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ถ้าอ๋องหลินไม่ออกมาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจะฆ่าท่านเสีย อ๋องหลินให้ข้าพเจ้ามาสืบดูให้พบท่าน แล้วให้ขอหนังสือลายมือท่านไปเป็นสำคัญด้วย ภายหลังอ๋องหลินจะออกมาสามิภักดิ์กับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ถ้าท่านเป็นมารดาอ๋องหลินแล้ว จงเร่งเขียนหนังสือให้แก่ข้า ๆ จะได้เอาหนังสือเข้าไปให้แก่อ๋องหลิน มารดาอ๋องหลินได้ฟังซกซุนถองว่าดังนั้นก็โกรธ จึงว่าอ๋องหลินได้ไปทำราชการอยู่กับฮั่นอ๋องเป็นคนมีบุญนั้นก็เป็นวาสนาของอ๋องหลินลูกเราแล้ว เรามีความยินดีนัก ถึงมาตรว่าเราจะตายเสียด้วยอาญาฌ้อปาอ๋องบัดเดี๋ยวนี้ ก็เหมือนเรามีชีวิตยืนอยู่ได้พันปี ซึ่งอ๋องหลินจะอยู่ทำราชการกับฌ้อปาอ๋องอันเป็นคนหยาบช้าต่อแผ่นดินนั้น ก็เหมือนหนึ่งอ๋องหลินฆ่าเราเสียในเวลาวันนี้ ท่านจงเร่งไปบอกแกอ๋องหลินเถิดว่าอย่าให้เป็นห่วงถึงตัวเราเลย ถ้าอ๋องหลินรักเราแล้วก็ให้ตั้งหน้าทำราชการให้มีความชอบไว้ในฮั่นอ๋องเถิด มารดาอ๋องหลินว่าดังนั้นแล้วก็ชิงเอาดาบที่ทหารฌ้อปาอ๋องถือมานั้นเชือดคอตายเสีย ผู้ใดหาทันช่วงชิงไม่

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นดังนั้นก็โกรธ จึงสั่งให้ตัดศีรษะมารดาอ๋องหลินไปเสียบประจานไว้หน้าค่าย ขุนนางแลที่ปรึกษาทั้งปวงจึงห้ามว่า ซึ่งจะให้เอาศีรษะมารดาอ๋องหลินไปเสียบประจานไว้นั้นหาควรไม่ ด้วยท่านให้เอาตัวมารดาอ๋องหลินมาทั้งนี้ ก็เพราะจะได้ตัวอ๋องหลินมาไว้ในเงื้อมมือท่าน หวังจะมิให้เป็นเสี้ยนหนามต่อท่าน ซึ่งท่านจะเอาศีรษะมารดาอ๋องหลินไปเสียบประจานไว้นั้นไม่ชอบ ถ้าอ๋องหลินรู้ก็จะมีใจเจ็บแค้นคิดแต่จะทำอันตรายแก่ท่าน ซึ่งท่านให้ไปเอาตัวมารดาอ๋องหลินมาไว้ก็ป่วยการเสียเปล่า หามีประโยชน์สิ่งใดไม่ แลบัดนี้มารดาอ๋องหลินฆ่าตัวเสียเอง ท่านหาได้ทำอันตรายไม่ ชอบแต่เอาศพมารดาอ๋องหลินไปฝังไว้ ณ บ้านไภก้วนให้เป็นไมตรีกันไว้กับอ๋องหลิน ถ้าอ๋องหลินรู้ก็จะขอบใจท่านนัก สืบไปเมื่อหน้าอ๋องหลินขัดเคืองประการใดในฮั่นอ๋อง อ๋องหลินก็จะคิดถึงท่าน ๆ ก็จะได้มีที่พูดกับอ๋องหลินบ้าง พระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็เห็นชอบด้วย จึงสั่งให้เอาศพมารดาอ๋องหลินไปฝังไว้ ณ บ้านไภก้วน แล้วพระเจ้าฌ้อปาอ๋องจึงว่าแกซกซุนถองว่า ซึ่งมารดาอ๋องหลินฆ่าตัวเสียเองนั้นท่านก็เห็นอยู่กับตาแล้ว แลศพมารดาอ๋องหลินนั้นให้ไปฝังไว้ ณ บ้านไภก้วน เพราะเรามีความกรุณาแก่อ๋องหลิน อย่าให้วิตกถึงศพมารดานั้นเลย แล้วท่านบอกแก่ฮั่นอ๋องว่า ซึ่งฮั่นอ๋องมิได้ออกมาอ่อนน้อมแก่เราโดยดีนั้น เห็นฮั่นอ๋องจะรักษาเมืองไว้ได้แล้วหรือ ถ้าเราได้เมืองแล้วเราจะฆ่าเสียให้สิ้น ซกซุนถองได้ฟังดังนั้นจึงทำเป็นเดินเข้าไปให้ใกล้ แล้วว่ากับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องว่า ตัวข้าพเจ้าทำราชการอยู่กับฮั่นอ๋องได้ความเจ็บชํ้าใจนัก ด้วยฮั่นอ๋องว่ากล่าวหยาบช้าแก่ข้าพเจ้าต่างๆ ให้ได้ความอัปยศแก่เพื่อนราชการนั้นเนืองๆ ถ้ามีราชการสิ่งใดมาแม้นไม่ถึงชีวิตฮั่นอ๋องก็มิได้ใช้ข้าพเจ้าไป ครั้นข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูน้ำใจฮั่นอ๋องนั้น เว้นไว้แต่จะฆ่าข้าพเจ้าเองนั้นหาได้ไม่ ด้วยข้าพเจ้าหามีความผิดสิ่งใดเป็นข้อใหญ่ไม่ ข้าพเจ้าจึงมีชีวิตอยู่ได้มาเห็นหน้าท่านก็เป็นบุญของข้าพเจ้านัก ข้าพเจ้าคิดว่าจะมาอยู่ด้วยท่าน แต่ข้าพเจ้ายังหามีบำเหน็จแลฝีมือมาเป็นของคำนับท่านไม่ ครั้นข้าพเจ้าแจ้งว่าท่านจะใคร่ได้ตัวอ๋องหลิน ข้าพเจ้ามีความยินดีนัก จึงรับอาสามาครั้งนี้เพราะหมายจะได้พบท่าน จะได้เล่าความทุกข์ในอกข้าพเจ้าให้ท่านทราบด้วย อันน้ำใจของข้าพเจ้านี้หมายว่าจะไม่กลับไปหาฮั่นอ๋องอีกแล้ว แต่หากว่าข้าพเจ้ายังหามีสิ่งใดเป็นความชอบในท่านไม่ ข้าพเจ้าจะขอลาท่านกลับไปเกลี้ยกล่อมอ๋องหลินมาให้แก่ท่านจงได้ นํ้าใจอ๋องหลินก็จะไม่มีผิดกันกับใจข้าพเจ้าคาดไว้ แล้วอ๋องหลินก็เป็นห่วงด้วยมารดานัก ข้าพเจ้าจะไปบอกแก่อ๋องหลินว่า ศพมารดานั้นท่านก็จัดแจงจะให้เอาไปฝังอยู่แล้ว แต่ท่านยังคอยอ๋องหลินอยู่ เกลือกว่าอ๋องหลินจะแทนคุณมารดาประการใดบ้าง ถ้าอ๋องหลินแจ้งดังนี้ก็เห็นจะไม่อยู่ได้ คงจะรีบมาหาท่านเป็นมั่นคง อย่าว่าแต่ท่านจะใคร่ได้ตัวอ๋องหลินแต่โดยดีเลย ถึงทว่าคอยฆ่าอยู่อ๋องหลินก็คงมาให้ท่านฆ่า ด้วยมีความกตัญญูต่อมารดานัก พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังซกซุนถองว่าดังนั้นมิได้รู้ในกลอุบายก็มีความยินดีนัก จึงถามซกซุนถองว่าซึ่งฮั่นอ๋องมิได้ออกมารบกับเรารักษาค่ายมั่นอยู่นั้น ฮั่นอ๋องจะคิดประการใดหรือ บัดนี้ทหารฮั่นอ๋องยังมีอยู่อีกสักเท่าใด

ซกซุนถองได้ฟังพระเจ้าฌ้อปาอ๋องถามดังนั้น จึงว่าครั้งนี้จะพูดให้พระเจ้าฌ้อปาอ๋องถอยทัพไปจงได้ ซกซุนถองคิดดังนั้นแล้วจึงว่า ฮั่นอ๋องมีทหารเอกอยู่ประมาณเจ็ดสิบแปดสิบคน ที่มีฝีมือดีอยู่กว่าอ๋องหลินนั้นก็มีอยู่ประมาณหลายคน แล้วก็เพิ่งเปิดฉางซุงโหออก อันเสบียงที่จะแจกทหารได้ประมาณสองปี อนึ่งฮั่นสินซึ่งยกไปตีเมืองเปงเอี๋ยงนั้นก็จับตัวงุยป่าได้แล้ว บัดนี้ยกไปตีเมืองเอี๋ยน เมืองเจ๋ เมืองไต้จี๋วได้อีกสามเมือง ฮั่นสินมีหนังสือมาถึงฮั่นอ๋องว่าให้ฮั่นอ๋องรักษาเมืองเอ๊กเอี๋ยงให้มั่นคงไว้ อย่าให้ท่านหักเอาได้ ฮั่นสินจะยกอ้อมไปตีเอาเมืองแพเสียรับเอาไทก๋งกับนางหงวนฮองเฮามาให้จงได้ แล้วจึงจะยกตลบทางตีกระหนาบหลังท่านเข้ามาทีเดียว ฮั่นอ๋องได้แจ้งในหนังสือฮั่นสินดังนั้นจึงไม่ยกออกมารบกับท่าน กะเกณฑ์แต่ทหารให้ขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้เป็นสามารถหวังจะคอยท่าฮั่นสิน แล้วหนังสือฮั่นสินให้มาถึงฮั่นอ๋องด้วยข้อราชการอันนี้ก็หลายวันมาแล้ว ท่านจงดำริการให้ละเอียดจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าพเจ้า

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงถามซกซุนถองว่าท่านเข้าไปแล้วเมื่อไรจะกลับมาเล่า ซกซุนถองจึงว่าข้าพเจ้าได้ช่องเมื่อใดก็จะพาอ๋องหลินออกมาเมื่อนั้นแล้วซกซุนถองก็คำนับลาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องกลับมา ณ เมืองเอ๊กเอี๋ยง เอาความซึ่งมารดาอ๋องหลินสั่งมาถึงอ๋องหลินแล้วเชือดคอตายเสียดังนั้น เล่าให้อ๋องหลินฟังทุกประการ แต่ข้อซึ่งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้เอาศพมารดาอ๋องหลินไปฝังไว้ ณ บ้านไภก้วนนั้น ซกซุนถองหาบอกให้อ๋องหลินรู้ไม่

ฝ่ายอ๋องหลินครั้นแจ้งว่ามารดาตายเสียดังนั้นก็มีความอาลัยนัก แต่อ๋องหลินร้องไห้รักมารดาจนสลบเป็นหลายครั้ง ฮั่นอ๋องจึงสั่งขุนนางทั้งปวงให้พาอ๋องหลินเข้าไปไว้ในที่อยู่พยาบาลอ๋องหลิน ซกซุนถองจึงเล่าเนื้อความที่พูดล่อลวงพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้นให้ฮั่นอ๋องฟังทุกประการ แล้วว่าพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเห็นจะถอยทัพไปเป็นมั่นคง แต่ว่าจะช้าอยู่ก็เพราะด้วยข้าพเจ้ากับอ๋องหลิน ฮั่นอ๋องได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีนัก จึงสรรเสริญซกซุนถองต่างๆ เตียวเหลียงกับตันแผงจึงว่าแก่ฮั่นอ๋องว่า ถ้าทำดังนั้นจำจะคิดตัดกังวลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเสียให้จงได้ แล้วเตียวเหลียงจึงให้ไปเลือกเอาคนโทษที่ในคุกสองคนให้เหมือนซกซุนถองคนหนึ่ง ให้เหมือนอ๋องหลินคนหนึ่ง แล้วเอาตัวคนโทษไปตัดศีรษะเสียบไว้นอกเมืองตรงหน้าค่ายพระเจ้าฌ้อปาอ๋องแล้วร้องประกาศว่า ซกซุนถองกับอ๋องหลินร่วมคิดกันจะหนีออกไปหาพระเจ้าฌ้อปาอ๋องอันเป็นข้าศึกฮั่นอ๋อง ฮั่นอ๋องสืบรู้ให้ตัดศีรษะเสียบไว้หวังว่ามิให้ทหารดูเยี่ยงอย่างสืบไป

พระเจ้าฌ้อปาอ๋องแจ้งดังนั้นก็เสียใจ จึงปรึกษาแก่นายทัพนายกองทั้งปวงว่าการที่เราคิดไว้ก็เสียไปเปล่า ครั้นจะเข้าหักเอาเมืองเอ๊กเอี๋ยงบัดนี้เล่าก็เห็นเหลือกำลังทหารเรานัก ด้วยฮั่นอ๋องรักษาเมืองครั้งนี้เป็นสามารถ แล้วบริบูรณ์ด้วยเสบียงแลอาหารหาขัดสนสิ่งใดไม่ ซกซุนถองก็บอกกับเราว่าฮั่นสินจะยกไปตีเมืองแพเสียด้วย แลซึ่งฟัมแจ้งรักษาเมืองแพเสียอยู่ บัดนี้ผู้คนเล่าก็เบาบาง เห็นฟัมแจ้งจะรักษาเมืองไว้ท่าเราไม่ได้ จำเราจะรีบไปรักษาเมืองไว้ให้มั่นคงก่อน อย่าให้เสียทีแก่ฮั่นสิน นายทัพนายกองก็เห็นด้วย ลองโจจึงว่า ซึ่งจะล่าทัพครั้งนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าฮั่นอ๋องจะแต่งกองทัพออกตามตีเป็นมั่นคง ด้วยฮั่นอ๋องได้ทีทำอยู่ ขอให้จัดทหารที่มีฝีมือลงไปเดินเป็นกองหลัง อย่าให้เสียทีแก่ข้าศึกได้ พระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้กี๋โป้กับควั่นฌ้อเป็นแม่ทัพหน้า ลองโจกับจงลิมวยเป็นทัพหลัง ครั้นเวลาค่ำพระเจ้าฌ้อปาอ๋องก็ล่าทัพกลับไปเมืองแพเสีย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ